JPA มาเลเซีย รุดดูงาน สอวช. หวังใช้เป็นโมเดลต้นแบบทำงานเชิงนโยบาย ชมเปาะทันสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762817

JPA มาเลเซีย รุดดูงาน สอวช. หวังใช้เป็นโมเดลต้นแบบทำงานเชิงนโยบาย ชมเปาะทันสมัย

JPA มาเลเซีย รุดดูงาน สอวช. หวังใช้เป็นโมเดลต้นแบบทำงานเชิงนโยบาย ชมเปาะทันสมัย

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.59 น.

JPA มาเลเซีย รุดดูงาน สอวช. หวังใช้เป็นโมเดลต้นแบบทำงานเชิงนโยบาย ชมเปาะทันสมัย

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2566 คณะผู้บริหาร สำนักงานสภานโยบายวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) นำโดย นางสาวรติมา เอื้อธรรมาภิมุข รองผู้อำนวยการ สอวช. ดร.สุชาต อุดมโสภกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สอวช. ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจาก Jabatan Perkhidmatan Awam (JPA) จากประเทศมาเลเซีย กว่า 30 คน โดยการประสานงานของ เดล คาร์เนกี (Dale Carnegie) ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย ที่ให้ความสนใจกระบวนการทำงานของ สอวช. ในฐานะหน่วยงานนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศ ที่มีความเป็นผู้นำในหลาย ๆ ด้าน

นางสาวรติมา กล่าวว่า JPA เป็นหน่วยงานราชการที่มีลักษณะการทำงานเหมือน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.) ของบ้านเรา เขาสนใจการวางรูปแบบการทำงานของ สอวช. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการทำนโยบายด้าน อววน. ของประเทศไทย ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงติดต่อทาง เดล คาร์เนกี ของทั้งสองประเทศ เพื่อประสานเข้ามาดูงาน ซึ่งทาง สอวช. เองได้แชร์รูปแบบและตัวอย่างการทำงานของ สอวช. ที่มีความเป็นผู้นำทางด้านธรรมาภิบาล มีคุณธรรม มีความโปร่งใส มีส่วนร่วม มีความรับผิดชอบ มีความคุ้มค่า ตามหลักนิติธรรม และน้อมนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9  ใช้เป็นหลักของการทำงาน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบระบบการทำงานเพื่อให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล ซึ่ง สอวช. นำดิจิทัลเข้ามาใช้ ทั้งงานด้านกฎหมาย ด้านบัญชี ด้านบุคคลและด้านอื่น ๆ ที่มีการนำระเบียบไปใส่ในระบบ ส่งเสริมธรรมาภิบาลได้เป็นอย่างดี

รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า หลังจากที่ สอวช. ได้นำเสนอ ทาง JPA ยอมรับว่าการออกแบบการทำงานของ สอวช. โดยเฉพาะเรื่องความเป็นผู้นำทางด้านธรรมาภิบาล สอวช. ออกแบบได้ดีมาก และที่เขาสนใจ คือเรื่องการสรรหาบุคลากร การพัฒนาบุคลากร การทำงานในรูปแบบ Work from anywhere ซึ่ง สอวช. ได้ดำเนินการมาก่อนเกิดสถานการณ์โควิด โดยทาง JPA ยอมรับว่าเขาไม่มีนโยบายดังกล่าวเลย นอกจากนี้ ในยุคที่มีการเปลี่ยนผ่าน ทั่วโลกนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบในหน่วยงานของรัฐ ทาง JPA เองก็ยอมรับว่า หลายอย่างเขายังทำไม่ได้ และยังติดรูปแบบเดิมอยู่ โดยเฉพาะเรื่องเอกสารที่ยังใช้เป็นกระดาษเพื่อจัดเก็บข้อมูล ซึ่งจากรูปแบบที่สอวช. ดำเนินการ เขามองว่ารัดกุม ตรวจสอบได้ มีการสำรองข้อมูลอย่างปลอดภัย หากเกิดการล่มของระบบจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย ซึ่งทาง JPA จะขอนำไปเป็นโมเดลต้นแบบ ในการดำเนินงานต่อไป

ด้าน ดร.สุชาต ได้นำเสนอผลงานของ สอวช. ภายหลังจากดำเนินงานย่างเข้าสู่ปีที่ 5 ว่า สอวช. ได้วางรากฐานโครงสร้างทางนโยบาย ด้วยการใช้ อววน. นำพาประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงได้ภายในปี 2580 โดยยกตัวอย่าง การพัฒนากำลังคน การสร้างแพลตฟอร์ม STEMPlus การพัฒนาทักษะและสมรรถนะเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่ สอวช. ได้พัฒนาร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง จนได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2566 นอกจากนี้ ยังใช้กลไกเชิงยุทธศาสตร์ อววน. เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2065 สอวช. ได้วางแนวทางข้อริเริ่มในการทำงานเชิงพื้นที่ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม โดยทำโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และชุมชน ให้เป็นจังหวัดต้นแบบที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เป็นต้น

ด้านนายริชาร์ด บาราฮิม (Richard Barahim) ผู้แทนจาก JPA กล่าวว่า ขอบคุณ สอวช. ที่ได้ให้โอกาส JPA ได้เข้ามาศึกษาดูงานในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่า สอวช. ในฐานะหน่วยงานทำนโยบายของรัฐบาล มีความทันสมัยและมีหลักธรรมาภิบาลสูง นอกจากนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนระบบการทำงาน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ได้อย่างคล่องตัว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ สามารถสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งสู่ “รัฐบาลดิจิทัล” ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ JPA จะได้นำไปปรับใช้กับระบบการทำงาน และคงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานกันอีกในอนาคต

พสกนิกรทั่วไทย น้อมรำลึกถวาย‘ในหลวงร.9’ ‘วันนวมินทรมหาราช’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762754

พสกนิกรทั่วไทย  น้อมรำลึกถวาย‘ในหลวงร.9’  ‘วันนวมินทรมหาราช’

พสกนิกรทั่วไทย น้อมรำลึกถวาย‘ในหลวงร.9’ ‘วันนวมินทรมหาราช’

วันเสาร์ ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พสกนิกรทั่วไทยน้อมรำลึกถวาย‘ในหลวงร.9’ ‘วันนวมินทรมหาราช’ พร้อมใจใส่เสื้อสีเหลือง นายกฯนำครม.ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล

พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ พร้อมใจใส่เสื้อสีเหลืองร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร ถวายเป็นพระราชกุศล “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เนื่องในวัน “นวมินทรมหาราช” ในวันคล้ายวันสวรรคต นายกฯนำ ครม.ทุกภาคส่วน ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล ในหลวง ร.9 ณ ท้องสนามหลวง ครม.-ปชช.ถวายราชสักการะวางพวงมาลา พระบรมราชานุสาวรีย์ร.9

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2566 เวลา 07. 30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังวาระงานและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์โดยมี สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ และพระสงฆ์จำนวน 10 รูป ประกอบพิธี

จากนั้นเวลา 07.30 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี องคมนตรี ประธานวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กร อิสระและคู่สมรสร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช ณ บริเวณท้องสนามหลวง โดยมีพระสงฆ์ 189 รูปรับบิณฑบาต

ร่วมสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

จากนั้นเวลา 08.30 น. นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี เดินทางไป วางพวงมาลาเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2566 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพฯ

ขณะเดียวกัน ตลอดช่วงเช้ามีประชาชนและหน่วยงานราชการ เดินทางมาวางพวงมาลาพระบรมรูปในหลวง รัชกาลที่ 9 กันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทุกๆคน ต่างพร้อมใจใส่เสื้อสีเหลืองเข้าร่วมรำลึกกันอย่างพร้อมเพรียง ผู้สื่อข่าวได้สอบถามประชาชนส่วนใหญ่กล่าวว่ามาเพราะรักและยังคิดถึงพระองค์ท่านอยู่เสมอ แม้จะผ่านไป 7 ปีแล้ว ก็ตาม เพียงแค่พูดถึงท่าน น้ำตาก็ไหล

เวลา 17.00 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช 2566 ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง

ขณะที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจใส่เสื้อสีเหลืองร่วมรับเฝ้าฯรับเสด็จ

ทั้งนี้รัฐบาลได้กำหนด ให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันนวมินทรมหาราช เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้ แห่งพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงมีคุณูปการอันยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน ประกอบกับ วันที่ 13 ตุลาคม 2556 จะเป็นวันแห่งการเสด็จสวรรคต ครบรอบ 7 ปี หรือ“สัตตมวรรษ” ซึ่ง วันนวมินทร์ทรามหาราช แปลว่าวันที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่

พสกนิกรพร้อมใจน้อมรำลึกร.9

ขณะที่บรรยายกาศ พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล ทำบุญตักบาตร ปลูกต้นไม้ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ในหลวง ร.9

ช่วงเช้า คณะแพทย์ พยาบาล รพ.ศิริราช และประชาชน ร่วมพิธีถวายสักการะพร้อมยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม “วันนวมินทรมหาราช” โดยมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล นำกล่าวสดุดี ที่ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก

ขณะที่ประชาชนที่มาร่วมพิธี หลั่งน้ำตา ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมนำพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาถือระหว่างร่วมพิธี

ผู้ว่าฯโคราชนำทำบุญถวาย’รัชกาลที่ 9’

ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา ช่วงเช้า นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานประกอบพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 13 ตุลาคม 2566

โดยมีพระภิกษุสามเณร 89 รูป มีพระเทพสีมาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ประธานฝ่ายสงฆ์เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขเพื่อให้ประชาชนของพระองค์มีความอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีส่วนราชการตุลาการ หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการ พร้อมด้วยประชาชนที่ต่างสวมใส่เสื้อผ้าสีเหลือง สตรีชุดไทยเข้าร่วม 500 คน

ผู้ว่าหนองคายบุญถวายพระราชกุศล

ช่วงเช้า ที่วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง อ.เมืองหนองคาย นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคายนำข้าราชการและประชาชน ประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลเนื่องในวันนวมินทรมหาราช โดยมีพระเทพวชิรคุณ เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย นำพระสงฆ์ประกอบพิธีสวดมนต์และออกรับบิณฑบาต

กิจกรรมในครั้งนี้ประชาชนที่มาร่วมงานต่างสวมเสื้อสีเหลือง เตรียมอาหารคาวหวานและปัจจัย มาทำบุญตักบาตร เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ที่ทรงงานอย่างหนักตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเพื่อปวงชนชาวไทยได้อยู่เย็นเป็นสุข และเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติมาโดยตลอด.

พ่อเมืองลพบุรีทำทำบุญที่เขื่อนป่าสักฯ

ที่ลานพญานาค เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าฯลพบุรี นำคณะ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานเอกชน และประชาชนในจังหวัดลพบุรี ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ 89 รูป ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ 199,999 ตัว ปลูกต้นไม้ของพ่อ “ต้นราชพฤกษ์” เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2566 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ผู้ว่าฯปทุมฯนำพสกนิกรทำบุญ

ที่ลานหน้าศาลากลางจังหวัดปทุมธานี อ.เมือง จังหวัดปทุมธานี นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าปทุมธานี เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ครบรอบ 7 ปี แห่งการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้โดยมี นายนพกร กล่ำทวี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดปทุมธานี พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการ ฝ่ายตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการและพสกนิกรชาวจังหวัดปทุมธานี เข้าร่วมในพิธีร่วมแสดงความจงรักภักดีและรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

โดยประชาชนชาวปทุมธานีต่างใส่เสื้อสีเหลือง ออกมาทำบุญตักบาตรกันตั้งแต่เช้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนารถบพิตร เพื่อน้อมรำลึกเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ได้นำอาหารหวานคาว ข้าวสารอาหารแห้ง ดอกไม้ธูปเทียนมาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์กันเป็นจำนวนมาก

จากนั้นผู้ว่าฯปทุมธานี นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนร่วมพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อถวายพระราชกุศล ในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรกันอย่างเนืองแน่น

ผู้ว่าฯนครปฐมนำทำบุญจัดกิจกรรม

ที่ศาลากองอำนวยการ องค์พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าฯนครปฐม เป็นประธานพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรเนื่องในวันนมินทรมหาราช ประจำปี 2566โดยมีนายกเหล่ากาชาดจังหวัด รองผู้ว่าฯหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมพิธีในครั้งนี้

จากนั้น ผู้ว่านครปฐม นำผู้เข้าร่วมพิธี ร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง ถวายแด่พระสงฆ์ 89 รูป ณ บริเวณลานหน้าพระร่วงโรจนฤทธิ์ องค์พระปฐมเจดีย์ โดยพระเทพมหาเจติยาจารย์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร นำพระสงฆ์รับบิณฑบาต เพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อีกเพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

‘นภอ.เกาสมุย’นำทำบุญถวาย

ส่วนที่ อาคารกาญจนาภิเษก อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย นายธีระยุทธ จินา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดเกาะสมุย นายธีรพันธุ์ ชูดำ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและพสกนิกรชาวเกาะสมุยร่วมพิธีวันนวมินทรมหาราช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

ผู้ว่าแม่ฮ่องสอนนำกลุ่มชาติพันธุ์ทำบุญ

ที่จ.แม่ฮ่องสอน เวลา 07.30 น. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และประชาชนกลุ่มชาติพันธ์ทุกหมู่เหล่าจำนวนหลายร้อยคน แต่งกายเครื่องแบบปกขาว ชุดโทนสีเหลือ และชุดชาติพันธ์พื้นเมืองชนเผ่า ร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์-สามเณร จำนวน 89 รูป โดยมีพระสุมนต์ศาสนกิตติ์ เจ้าคณะจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำพระภิกษุสงฆ์สามเณรจากวัดต่างๆในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนและรอบนอกจำนวน 10 วัด มารับบิณฑบาตรบริเวณลานรอบองค์พระธาตุเจดีย์ บนวัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน

ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวแม่ฮ่องสอน เนื่องใน วันนวมินทรมหาราช เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน พระองค์ทรงพระราชทานโครงการตามพระราชดำริอย่างมากมาย เพื่อเป็นการพัฒนาให้ชาวไทยภูเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ชาวหัวหินวางพวงมาลาน้อมรำลึก

ที่อาคารอเนกประสงค์โรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน พร้อมด้วย ข้าราชการทุกหมู่เหล่า หน่วยงานรัฐ-เอกชน และประชาชนร่วมในพิธีวางพวงมาลาและถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันนวมินทรมหาราช” ครบรอบ 7 ปี แห่งการเสด็จสวรรคต เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยก่อนหน้านั้น นายอำเภอหัวหินได้นำประชาชนร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 99 รูป เพื่อถวายเป็นประราชกุศล โดยมีพระครูวิจิตรธรรมวิภัช เจ้าคณะอำเภอหัวหิน เจ้าอาวาสวัดบุษยบรรพต นำพระสงฆ์จากวัดต่างๆในอำเภอหัวหินออกรับบิณฑบาต

ที่ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน นายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน ได้เปิดกิจกรรม “น้อมดวงใจ คิดถึงพ่อ” เปิดรับบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มี นางอุษา พวงวลัยสิน นายกกิ่งกาชาดอำเภอหัวหิน นายทวีสิน พัฒนาภิรัส ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบฯ นายโชคชัย วงศ์จักร์ภัชร์ กรรมการผู้จัดการ บลูพอร์ต หัวหิน และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ โดยมีเจ้าหน้าที่งานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมบริจาคโลหิตในครั้งนี้.

สวนนงนุชนำช้างแสนรู้ทำบุญตักบาตร

ที่สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา จัดกิจกรรมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคตปีที่ 7 ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป จากวัดสามัคคีบรรพต รับบิณฑบาตอาหารแห้ง ที่คณะผู้บริหาร พนักงาน และช้างแสนรู้ 9 เชือก ร่วมนำมาใส่บาตรแด่พระสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ท่ามกลางพิธีที่จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ สวนลอยฟ้า สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้ พิธีทำบุญตักบาตร ที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ ด้วยทศพิธราชธรรม และทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการ เพื่อวางรากฐานการพัฒนาชาติไทย ให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ตราบทุกวันนี้.

ปชช.พร้อมใจสวมเสื้อเหลือง เข้าถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762711

ปชช.พร้อมใจสวมเสื้อเหลือง เข้าถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

ปชช.พร้อมใจสวมเสื้อเหลือง เข้าถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.13 น.

13 ตุลาคม 2566 ประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ ต่างพร้อมใจกันใส่เสื้อสีเหลือง มาเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมนำพวงมาลัย ดอกไม้สด ดอกดาวเรือง ไปกราบถวายสักการะ เสร็จแล้วต่างจับจองพื้นที่รอบบริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จและชื่นชมพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่จะเสด็จฯ มาทรงวางพวงมาลาและถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9 โดยเจ้าหน้าที่ได้เตรียมเสื่อมาปูให้ตามเส้นทางเสด็จฯ เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจัดเต็นท์ไว้เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชนด้วย

ขณะที่บริเวณจุดคัดกรองหน้าทางเข้าฝั่งตรงข้ามวัดเบญจมบพิตร ได้มีการตั้งโรงครัวพระราชทาน โดยจิตอาสาจากหน่วยงานต่าง มีอาหารหลากหลายทั้งคาวหวานอาทิเช่นราดหน้า ข้าวไก่ย่าง กระเพรา ข้าวเหนียวมะม่วง เป็นต้น เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางมาเข้าเฝ้ารอชมพระบารมี

‘ศุภมาส’เยี่ยมชม’สอวช.’มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762691

'ศุภมาส'เยี่ยมชม'สอวช.'มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

‘ศุภมาส’เยี่ยมชม’สอวช.’มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน

วันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.21 น.

“ศุภมาส” รมว. อว. นำคณะเข้าเยี่ยมชมและรับฟังแนวทางการดำเนินงานของ สอวช. มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ดันสระบุรีแซนด์บ็อกซ์เมืองคาร์บอนต่ำลดก๊าซเรือนกระจก 8.5 ล้านตันคาร์บอนฯ

13 ตุลาคม 2566 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและบุคลากรกระทรวง อว. เข้าเยี่ยมชมและรับฟังแนวทางการปฏิบัติงานของสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ณ สอวช. อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 14 โดยมี ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. และคณะผู้บริหาร สอวช. รวมถึงหน่วยบริหารและจัดการทุน ทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) เข้าร่วมต้อนรับและให้ข้อมูลถึงแนวทางการดำเนินงาน

ดร.กิติพงค์ กล่าวถึง กรอบแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ในระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยในระยะเร่งด่วน-ระยะกลาง แบ่งเป็น 4 กรอบแนวทาง ได้แก่ 1) การบ่มเพาะ พัฒนาทักษะ ให้คำปรึกษา กับกลุ่ม SME รวมถึงผู้ประกอบการในสาขาใหม่ที่มีศักยภาพ อาทิ อาหารแห่งอนาคต (Future Food) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) 2) การใช้โมเดลและแพลตฟอร์มแก้จน (ข้อมูลกระบวนการทางสังคม นวัตกรรม เทคโนโลยี) ในการพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นและครัวเรือน 3) การส่งเสริมพื้นที่สีเขียว ผ่านการใช้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม ปรับโครงสร้างพลังงาน (Green Campus – Solar Rooftop/Smart Energy System) รวมถึงการใช้นวัตกรรมในการพัฒนาเมืองที่เป็นพื้นที่นำร่อง (เขตนวัตกรรม Net Zero Emission) และ 4) การพัฒนาคน 3 ช่วงวัย ผ่านการสนับสนุนให้เกิดมหาวิทยาลัย 1 Sandbox การ Reskill/Upskill แรงงานทักษะสูง และการจัดนิทรรศการ 1 ภูมิภาค

สำหรับเป้าหมายในระยะยาว คือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และสังคมของประเทศ ซึ่งมีแผนปฏิบัติการแบบ Quick Win เพื่อสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศคือ มีระบบสนับสนุนผู้ประกอบการครบวงจร เพื่อให้ธุรกิจโตจำนวน 3,000 ราย สนับสนุนให้เกิดผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร 1,000 ราย มี Virtual Production Lab ที่ให้บริการเต็มรูปแบบ 10 แห่ง มีผู้ประกอบการสร้างสรรค์มากกว่า 3,000 ราย และมี Thai Content Platform 4 เครือข่าย/สาขา ภายในระยะเวลา 1 ปี สนับสนุนรายได้ผู้ประกอบการให้เพิ่มขึ้น 3,000 ราย มีสัดส่วนและมูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์นวัตกรรมอาหาร 350,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการและมูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพิ่มขึ้น 5,000 ล้านบาท โดยขับเคลื่อนให้ไทยเป็นฐานการผลิตและบริการที่สำคัญของ Creative Content ในเอเชีย ภายใน 3 ปี

ด้านการกระจายโอกาสและความเจริญสู่ภูมิภาค ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ครัวเรือนจากการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมแก้จนและสร้างอาชีพ 150,000 บาทต่อปี ภายใน 1 ปี และขยายผลไปยังพื้นที่รวม 40 จังหวัด ภายใน 3 ปี ในด้านความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม การขับเคลื่อน Green Campus ตั้งเป้าใน 1 ปี ให้มีพื้นที่ทดสอบนวัตกรรมปรับโครงสร้างพลังงาน Green Campus 30 มหาวิทยาลัย ปลดล็อกการใช้พลังงานสะอาด เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด 30 เมกะวัตต์ และภายใน 3 ปี ตั้งเป้าให้เกิดนวัตกรรมสีเขียวด้านพลังงาน เกิด Climate Tech Innovator และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e) ส่วนการขับเคลื่อนสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ตั้งเป้าใน 1 ปี ให้มีการใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี (Circular Economy, Waste) ในพื้นที่นำร่อง 10 นวัตกรรม และมีพันธมิตรต่างประเทศสนับสนุนงบประมาณ และภายใน 3 ปี เกิดเป็นเมืองคาร์บอนต่ำ มีระบบนิเวศเมือง Net Zero Emission ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 8.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (MtCO2e)

ในส่วนของแผนการพัฒนาคน 3 ช่วงวัย สำหรับหลักสูตรแซนด์บ็อกซ์ ภายใน 1 ปี ตั้งเป้าให้มี 1 University 1 Innovation Education ให้นักศึกษามีรายได้ระหว่างปี และภายใน 3 ปี ตั้งเป้าให้มีกำลังคนทักษะสูง 100,000 คน ส่วนของแพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคน ภายใน 1 ปี ตั้งเป้าให้เกิด University Consortium ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) Bootcamp สร้างกำลังคนทักษะสูง 50,000 คน พัฒนาครู ผู้สอน และครูตำรวจตระเวนชายแดน 3,000 คน และภายใน 3 ปี ตั้งเป้าให้มีกำลังคนทักษะสูง 100,000 คน พัฒนาครู ผู้สอน และครูตำรวจตระเวนชายแดน 6,000 คน ลดเด็ก Drop out ลง 50,000 คน นอกจากนี้ ยังมีแนวทางขับเคลื่อนให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงและมีศักยภาพทักษะแห่งอนาคตจำนวน 50,000 คน

มมส พัฒนาแหล่งมรดกวัฒนธรรม ชูเป็น Soft Power พัฒนาเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762311

มมส พัฒนาแหล่งมรดกวัฒนธรรม  ชูเป็น Soft Power พัฒนาเศรษฐกิจ

มมส พัฒนาแหล่งมรดกวัฒนธรรม ชูเป็น Soft Power พัฒนาเศรษฐกิจ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดโครงการพิพิธภัณฑ์กินได้ ขับเคลื่อนการเรียนรู้และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตักสิลานคร โดยมี นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ศ.ดร.อนงค์ฤทธิ์ แข็งแรง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วิจัย และนวัตกรรม มมส นายบุญเยี่ยม เหลาสะอาด รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเมืองน่าอยู่และการกระจายศูนย์กลางความเจริญ (ฝ่าย 3) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) นายกมล ตราชู รองนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม อาจารย์ทม เกตุวงศาผู้อำนวยการสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน ร่วมในพิธี พร้อมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์นิทรรศการภายในงานก่อนเดินทางสำรวจแหล่งเรียนรู้ ณ พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม และ แหล่งเรียนรู้ใน “เส้นทางการเรียนรู้: มหาสารคาม DNA”

“เส้นทางการเรียนรู้ : มหาสารคาม DNA” เป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการพิพิธภัณฑ์กินได้ขับเคลื่อนการเรียนรู้และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ตักสิลานคร ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของ มมส ได้แก่ สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง และนฤมิตศิลป์ และคณะการบัญชีและการจัดการ ร่วมกับเทศบาลเมืองมหาสารคาม และ YEC หอการค้าจังหวัดมหาสารคาม โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กรอบการวิจัย “การพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ (Learning City)”

แนวคิดพิพิธภัณฑ์กินได้ ได้แก่ การสร้างการเรียนรู้ (กินความรู้) การปลุกจิตสำนึกในคุณค่าและความสำคัญ (กินใจ) และการพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคม (เกิดรายได้) เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจฐานรากของเมืองมหาสารคาม โดยมีนักจัดการเมืองแห่งการเรียนรู้ คือ นักเรียนและครูสังกัดโรงเรียนเทศบาลเมืองมหาสารคาม ผู้รู้และผู้นำชุมชนของเทศบาลเมืองมหาสารคาม และนิสิตสาขาประวัติศาสตร์และสาขาสถาปัตยกรรมภายในของ มมส

ส่วน “เส้นทางการเรียนรู้ : มหาสารคาม DNA” ประกอบด้วยแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จำนวน 14 แห่ง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์เมืองมหาสารคาม, ศาลหลักเมือง, หอนาฬิกา, ตึกโค้ง,ถนนนครสวรรค์, สมาคมชาวจังหวัดมหาสารคาม, วัดมหาชัย, โฮงเจ้าเมืองคนที่ 1, ข้าวเม่า : ชุมชนโพธิ์ศรี, ตึกดิน, วัดอุทัยทิศ, วัดพุทธวนาราม (วัดป่าวังน้ำเย็น), พระพุทธกันทรวิชัยอภิสมัยธรรมนายก และสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มมสได้สืบค้นและนำมาเผยแพร่เพื่อให้ผู้คนได้เรียนรู้ ทำความเข้าใจ ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญ พร้อมๆกับการพัฒนาดีเอ็นเอเหล่านั้น ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมเพื่อสร้าง Soft Power ในการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจฐานราก จากมรดกวัฒนธรรมของบรรพชนชาวมหาสารคาม รวมทั้งเป็นต้นทุนในการขับเคลื่อนสู่การสมัครเป็นสมาชิกเครือข่ายระดับโลกด้านเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก (The UNESCO Global Network of Learning

ออริจิ้น-ม.บูรพา ร่วมสร้างบุคลากรยุคใหม่ พร้อมผลักดันชลบุรีเป็น Hub of Talent

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762306

ออริจิ้น-ม.บูรพา ร่วมสร้างบุคลากรยุคใหม่ พร้อมผลักดันชลบุรีเป็น Hub of Talent

ออริจิ้น-ม.บูรพา ร่วมสร้างบุคลากรยุคใหม่ พร้อมผลักดันชลบุรีเป็น Hub of Talent

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ร่วมพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน พร้อมยกระดับทักษะความรู้ของนักศึกษาปริญญาตรี โดยมีนายปิติ จารุกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด (มหาชน), นายภูมิพัฒน์ ฤทธิธาดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้นเนชั่นวายด์ จำกัด ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน พร้อมด้วยฝ่ายบริหารจากมหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน ณ มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี

การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ เพื่อร่วมออกแบบและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี เพื่อให้หลักสูตรสอดคล้องกับการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจไทย และเสริมศักยภาพให้ตรงตามความต้องการของบริษัทและตลาดแรงงานไทยสู่การเตรียมพร้อมบุคลากรในโลกแห่งการทำงานยุคใหม่ และพร้อมร่วมผลักดันจังหวัดชลบุรีสู่ Hub of Talent ของไทยต่อไป

จุฬาฯ สร้างนวัตกรรม ATK แบบใหม่ ลดต้นทุน ตรวจจับเชื้อโควิด-19 ได้ไวขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762310

จุฬาฯ สร้างนวัตกรรม ATK แบบใหม่ ลดต้นทุน ตรวจจับเชื้อโควิด-19 ได้ไวขึ้น

จุฬาฯ สร้างนวัตกรรม ATK แบบใหม่ ลดต้นทุน ตรวจจับเชื้อโควิด-19 ได้ไวขึ้น

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย ดร.สุดเขต ไชโย, ดร.จักรพรรณ ขุมทรัพย์ และ ดร.อับดุลฮาดี ยะโก๊ะ พัฒนา “ATK ร่วมกับเคมีไฟฟ้าแบบไม่ติดฉลากสำหรับการวินิจฉัยโรคโควิด-19” เพื่อตอบโจทย์ด้านราคาและประสิทธิภาพของชุดตรวจ ATK ตลอดจนถึงต่อยอดชุดตรวจที่สามารถรับมือกับโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ดร.สุดเขตอธิบายว่าชุดตรวจ ATK ที่มีจำหน่ายปัจจุบันเป็นชุดตรวจที่เรียกว่า ATK แบบติดฉลาก (Strip test) ที่ติดฉลากอนุภาคทองคำระดับนาโนบนสารชีวโมเลกุลที่ชุดตรวจ เพื่อให้เห็นแถบสีแดงบนชุดตรวจ ATK และต้องใช้สารในการตรวจวัดมากกว่าสองชนิดขึ้นไป ทำให้มีต้นทุนการผลิตที่สูงส่วนชุดตรวจ ATK แบบใหม่ที่วิจัยพัฒนาขึ้นมา อาศัยหลักการการจับกันระหว่างแอนติบอดีและแอนติเจนช่วยให้มีความไวในการตรวจจับเชื้อโควิด-19ได้ดีขึ้น แม้จะมีเชื้อในปริมาณน้อยก็ตาม และมีความแตกต่างเล็กน้อยคือ ชุดตรวจ ATK ทั่วไปประกอบด้วยแถบตรวจ ATK น้ำยา ก้าน Swab ส่วนชุดตรวจ ATK แบบใหม่ เพิ่มขั้วไฟฟ้าที่สอดอยู่บริเวณใต้ ATK และซองบรรจุ ATK ที่จะมี QR Code สำหรับสแกนเพื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และดูการแปลผลการตรวจเชื้อโควิด-19 ได้จากตัวเลขที่ปรากฏบนสมาร์ทโฟน ซึ่งง่ายและแม่นยำกว่าการดูแถบสีด้วยตาเปล่า ที่สำคัญ แม้มีเชื้อโควิด-19 เพียงเล็กน้อย ผลก็จะปรากฏ

“ชุดตรวจ ATK ที่พัฒนาขึ้นใหม่นี้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น แต่ราคาย่อมเยากว่าชุดตรวจแบบเดิม เนื่องจากไม่มีการติดฉลากอนุภาคทองคำในชุดตรวจ ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง และคาดว่าราคาต่อหน่วยจะอยู่ที่เพียงชุดละ 15บาทเท่านั้น จึงเหมาะสำหรับใช้ในหน่วยงานและชุมชน รวมทั้งโรงพยาบาลที่อยู่ห่างไกลไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์ที่เพียงพอเพื่อใช้ในการวินิจฉัยโรคโควิด-19ในคนจำนวนมากได้ถูกต้อง รวดเร็ว แม่นยำ และมีค่าใช้จ่ายไม่มาก และทีมวิจัยกำลังพัฒนาเครื่องอ่านสัญญาณในชุดตรวจให้อ่านง่ายขึ้น เพื่อที่ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจคัดกรองได้ด้วยตัวเองที่บ้าน” ดร.สุดเขตกล่าว

หน่วยงานที่สนใจพัฒนานวัตกรรมนี้ติดต่อได้ที่ดร.สุดเขต ไชโย สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาฯ โทร.02-2188078 อีเมล Sudkate.c@chula.ac.th

มอบนโยบาย รอง ผอ. ผอ.สถานศึกษาบรรจุใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762312

มอบนโยบาย รอง ผอ. ผอ.สถานศึกษาบรรจุใหม่

มอบนโยบาย รอง ผอ. ผอ.สถานศึกษาบรรจุใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 พบปะ มอบนโยบาย ให้โอวาท แก่ผู้ได้รับบรรจุ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2566 พร้อมดำเนินการเลือกสถานศึกษา ประกอบด้วย ผู้อำนวยการโรงเรียน 26 ราย รองผู้อำนวยการโรงเรียน 2 ราย เมื่อวันก่อน ณ สพป.พิษณุโลก เขต 2

รมช.ศธ. มอบนโยบาย สมศ. สร้างคุณค่าการประเมินคุณภาพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762307

รมช.ศธ. มอบนโยบาย สมศ. สร้างคุณค่าการประเมินคุณภาพฯ

รมช.ศธ. มอบนโยบาย สมศ. สร้างคุณค่าการประเมินคุณภาพฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายและเข้าเยี่ยมชมการทำงานของคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.)

ในการนี้ ดร.นันทา หงวนตัดรักษาการผู้อำนวยการ สมศ. ได้กล่าวต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงานที่สอดคล้องการดำเนินงานตามแนวนโยบาย “เรียนดีมีความสุข” โดย นายสุรศักดิ์พันธ์เจริญวรกุล กล่าวว่า ตนเองยินดีที่จะช่วยเหลือเพื่อให้ทุกคนได้ทำงานอย่างราบรื่น พร้อมกันนี้ได้เยี่ยมชมสำนักงานเพื่อให้กำลังใจผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกคน

เฮอริเทจ-ม.พะเยา ให้บริการทันตกรรม เด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.น่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762308

เฮอริเทจ-ม.พะเยา ให้บริการทันตกรรม เด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.น่าน

เฮอริเทจ-ม.พะเยา ให้บริการทันตกรรม เด็กนักเรียนในพื้นที่ จ.น่าน

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ร่วมกับ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา จัดทำโครงการ ทันตแพทย์อาสา ครั้งที่ 4 “ส่งต่อรอยยิ้ม แบ่งปันความสุข 4 ภาค” นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคงผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจ, นันทมิตร นันทะเสน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเนียน จังหวัดน่าน และทพ.ภูมิทรัพย์ สายวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนบริการสุขภาพ มหาวิทยาลัยพะเยา พร้อมด้วย ร.ต.สิทธิพงศ์ อุปจักร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านละเบ้ายา น่าน และ นิยมเงินวงค์ใน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา จังหวัดน่านร่วมให้บริการด้านทันตกรรมแก่เด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี

โรงเรียนที่เข้ารับบริการได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา, โรงเรียนบ้านห้วยเฮือ, โรงเรียนบ้านวังตาว-กาใส และศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านห้วยลู่ รวมจำนวน 150 คน เข้ารับบริการตรวจสุขภาพช่องปาก ณ โรงเรียนบ้านห้วยละเบ้ายา จังหวัดน่านเมื่อวันก่อน