SPU เป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762309

SPU เป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ

SPU เป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้แทนบุคลากร ร่วมเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยศรีปทุม ปูชนียบุคคลด้านการศึกษา ผู้เป็นต้นแบบอันดีงาม และผู้มีคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อวงการอุดมศึกษาของไทยเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร กรุงเทพฯ

สพฐ. มอบหมาย สพม.ตาก ลงพื้นที่ ช่วยเหลือครูนักเรียนประสบอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762313

สพฐ. มอบหมาย สพม.ตาก ลงพื้นที่ ช่วยเหลือครูนักเรียนประสบอุทกภัย

สพฐ. มอบหมาย สพม.ตาก ลงพื้นที่ ช่วยเหลือครูนักเรียนประสบอุทกภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) มอบหมาย นายสุทัศน์ ศรีดาเดช ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (ผอ.สพม.ตาก) นายชยุต นามอยู่ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก (รอง ผอ.สพม.ตาก)ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู และบุคลากรในสังกัด ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ สิ่งของ เครื่องใช้ ช่วยเหลือครูและนักเรียนที่ประสบอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ในจังหวัดตาก ในพื้นที่ อ.บ้านตาก อ.สามเงา จ.ตาก มีครู นักเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตาก ได้รับผลกระทบ แบ่งเป็น โรงเรียนบ้านตาก “ประชาวิทยาคาร” ครู 2 ราย นักเรียน 16 รายโรงเรียนสามเงาวิทยาคม ครู 2 รายนักเรียน 20 ราย และโรงเรียนยกกระบัตรวิทยาคม ครู 2 ราย นักเรียน 41 ราย รวมทั้งสิ้น 83 ราย

หลังจากช่วยเหลือ เยียวยาผู้ประสบภัย ผอ.สพม.ตาก ได้ประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน ทั้ง 3 โรงเรียนที่ประสบภัย เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไข และวางมาตรการในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในปีต่อไปอย่างยั่งยืน

ด่วน!! มติคณะสงฆ์ปลดยกก๊วนพระ 5 รูป ลอบเล่นพนันในเมียนมา แฉชิงเผ่นหนีจีวรปลิว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762379

ด่วน!! มติคณะสงฆ์ปลดยกก๊วนพระ 5 รูป ลอบเล่นพนันในเมียนมา แฉชิงเผ่นหนีจีวรปลิว

ด่วน!! มติคณะสงฆ์ปลดยกก๊วนพระ 5 รูป ลอบเล่นพนันในเมียนมา แฉชิงเผ่นหนีจีวรปลิว

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 21.25 น.

จีวรปลิวแล้ว!! คณะสงฆ์มีมติปลดพระ 5 รูป ออกจากตำแหน่งหลังลอบเล่นพนันในเมียนมา โดยพระทั้ง 5 รูปได้หลบหนีไปแล้ว ทำให้ไม่ได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม

12 ต.ค.66 กรณีสื่อสังคมออนไลน์เพจ “คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี” ได้โพสข้อความระบุว่า “6 4 เอี่ยว เจริญพร น้ำเต้า ปู ปลา เลขารองเจ้าคณะภาค และเจ้าอาวาสวัดดังใน อ.เมืองเชียงราย ทำแบบนี้ได้หรอเจ้าคะ สำนักพุทธตรวจสอบด่วน” โดยแนบภาพถ่ายของพระภิกษุขณะกำลังเล่นการพนันมะโขกโหลก และบาคาร่า อย่างสนุกสนาน โดยมีแก้วน้ำสีเหลืองคล้ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ วางอยู่ด้วย จนเป็นที่วิพากวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นการทำให้ภาพพจน์ของพระสงฆ์ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ได้รับการเสื่อมเสีย อย่างมาก

ล่าสุดทางพระพุทธิญาณมุนี เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย มีคำสั่งให้คณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยมอบหมายให้พระครูสิริธรรมนิวิฐ เจ้าหน้าที่คณะอำเภอเมือง ร่วมกับนายโสไกร ใจหมั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชุมหารือที่วัดศรีบุญเรือง เขตเทศบาลนครเชียงราย เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงและวางมาตรการบทลงโทษกับคณะสงฆ์ที่ปรากฎภาพดังกล่าว

โดย นายโสไกร ใจหมั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นจริง แต่เป็นเหตุซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมีพระสงฆ์ใน จ.เชียงราย จำนวน 5 รูปได้รับกิจนิมนต์ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าคณะตำบล 1 รูป เจ้าอาวาสวัด 2 รูป และพระลูกวัดอีก 2 รูป ไปร่วมงานวัดเวียงแก้ว อยู่ในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้ามชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย แต่เพิ่งจะมาเป็นข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ในช่วงวันที่ 10 ที่ผ่านมา

นายโสไกร กล่าวด้วยว่า หลังทราบเรื่องทางสำนักพุทธ จ.เชียงราย ไม่ได้นิ่งนอนใจได้ร่วมกับคณะสงฆ์เชียงราย ตั้งกรรมการสอบสวนในทันที ซึ่งพระสงฆ์ทั้ง 5 รูป ก็ยอมรับว่าเป็นบุคคลในภาพจริง โดยอ้างว่าการละเล่นเหล่านั้นเป็นประเพณีของท้องถิ่นที่เล่นกันอย่างแพร่หลาย แต่ก็ถือเป็นการกระทำผิดวินัยของสงฆ์และเป็นเรื่องที่เหมาะสม ในวันนี้จึงมีนัดหมายประชุมเพื่อพิจารณาบทลงโทษกันอีกครั้ง แต่ปรากฎว่าพระสงฆ์ทั้ง 5 รูปได้หลบหนีไปทั้งหมด ทำให้ไม่ได้มีการสอบสวนเพิ่มเติม หรือดำเนินการบทลงโทษ

นายโสไกร กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามจากการพิจารณาของคณะสงฆ์อย่างถี่ถ้วนได้มีมติและคำสั่งให้ปลดพระสงฆ์ทั้ง 5 รูปออกจากตำแหน่งที่มีอยู่ทั้งหมด โดยไม่สามารถที่จะยุ่งเกี่ยวกับทางคณะสงห์หรือกับทางวัดต่างๆ ได้อีก  แต่ยังไม่ขั้นที่ปาราซิก เพราะถือเป็นความผิดวินัยที่ยังไม่ร้ายแรงมากนัก และทางผู้กระทำผิดยังไม่ได้ชี้แจงโดยละเอียดเพราะหลบหนีไปก่อน 

อย่างไรก็ตามโทษจะถึงปาราซิกหรือไม่นั้น ทางคณะสงฆ์จะมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำขึ้นมาอีก ทางคณะสงฆ์ได้มีการวางกฎสำหรับพระภิกษุที่จะเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านจะต้องรับได้อนุญาตจากทางวัดหรือทางคณะสงฆ์ระดับอำเภอ หรือระดับจังหวัดเสียก่อน และต้องมีการกิจนิมนต์มาแสดงว่ามีการนิมนต์ให้ไปร่วมงานต่างๆ จริง ไม่สามารถที่จะเดินทางโดยพละการได้อีก

“และอยากเตือนให้พระภิกษุสงฆ์ควรตระการเข้าไปร่วมในวงอโคจร นั้นเป็นเรื่องไม่ดีและไม่เหมาะสมควรหลีกเลี่ยงเข้าไปในทุกสถานการณ์ แม้กิจกรรมเหล่านั้นจะเป็นเรื่องปกติของท้องถิ่นนั้นๆ แต่หากพระภิกษุสงฆ์เข้าไปก็เป็นภาพที่ไม่งาม และทำให้ภาพของพระสงฆ์ได้รับความเสื่อมเสีย” ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย กล่าว

‘ปลัดมท.’เข้าถวายมุทิตาสักการะ’พระธรรมวชิรญาณ’ เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 70 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762282

'ปลัดมท.'เข้าถวายมุทิตาสักการะ'พระธรรมวชิรญาณ' เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 70 ปี

‘ปลัดมท.’เข้าถวายมุทิตาสักการะ’พระธรรมวชิรญาณ’ เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 70 ปี

วันพุธ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 17.17 น.

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าถวายมุทิตาสักการะพระธรรมวชิรญาณ เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร (ธรรมยุติ) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 70 ปี

วันนี้ (11 ต.ค.66) ที่วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้าถวายมุทิตาสักการะ พระธรรมวชิรญาณ (จิรพล อธิจิตฺโต) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร (ธรรมยุติ) เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องในโอกาสเจริญอายุวัฒนมงคล 70 ปี โดยมี ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมถวายมุทิตาสักการะ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า “พระธรรมวชิรญาณ” (จิรพล อธิจิตฺโต) เกิดวันที่ 11 ต.ค. 2496 ที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นพระมหาเถระด้านวิปัสสนากรรมฐาน สำเร็จการศึกษาเปรียญธรรม 7 ประโยค ปริญญาศาสนศาสตรบัณฑิต (ศน.บ.) โดยได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางปกครองคณะสงฆ์ โดยสังเขป คือ ปี 2558 เป็นพระอุปัชฌาย์ ประเภทวิสามัญ ปี 2559 ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร – จังหวัดสมุทรปราการ (ธ) โดยในปี 2561 เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร และเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่ออีกว่า ในด้านสมณศักดิ์ ปี 2538 เป็นเปรียญธรรม 7 ประโยค ต่อมาวันที่ 5 ธันวาคม 2540 ได้รับพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ พระโสภณคณาภรณ์ วันที่ 5 ธันวาคม 2548 เป็น พระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชวิสุทธิญาณ ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี วันที่ 5 ธันวาคม 2558 เป็น พระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระเทพสังวรญาณ ภาวนาวิธานดิลก ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี และวันที่ 5 มิถุนายน 2564 เป็น พระราชาคณะชั้นธรรม ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระธรรมวชิรญาณ ปฏิภาณธรรมสาธก วิปัสสนาวิธานดิลก ตรีปิฎกวราลงกรณ์ ยติคณิสสร โดยในปี 2565 เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระบัญชาแต่งตั้งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง โดยแต่งตั้ง พระธรรมวชิรญาณ (จิรพล อธิจิตฺโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ (ธรรมยุต) ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ลำดับที่ 8 สืบต่อจากสมเด็จพระวันรัตน (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต)”

“ท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิรญาณ เป็นพระมหาเถระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สมถะ และมีศีลาจารวัตรอันงดงาม โดยท่านได้ปฏิบัติบำเพ็ญทางวิปัสสนาธุระด้วยความมุมานะ และเมื่อมีการอบรมกรรมฐานแก่อุบาสก อุบาสิกา ท่านเจ้าคุณพระธรรมวชิรญาณก็จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้การอบรมอย่างสม่ำเสมอตราบถึงปัจจุบัน” นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติม

– 006

‘UNOSAT’ยินดี THEOS-2 ของไทยขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762118

'UNOSAT'ยินดี THEOS-2 ของไทยขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ

‘UNOSAT’ยินดี THEOS-2 ของไทยขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 18.34 น.

“UNOSAT” ยินดี THEOS-2 ของไทยขึ้นสู่วงโคจรได้สำเร็จ “ศุภมาส” เตรียมเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประโยชน์ให้เกิดกับประชาชน หลัง THEOS-2 เข้าสู่โหมดการทำงานปกติ

เมื่อวันที่ 10 ต.ค. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยความคืบหน้าในการนำส่งดาวเทียมสำรวจ THEOS-2 ที่ประสบความสำเร็จว่า UNOSAT หรือศูนย์ดาวเทียมแห่งสหประชาชาติ ได้แสดงความยินดีกับประเทศไทย และ GISTDA กระทรวง อว. เนื่องในโอกาสปล่อยดาวเทียม THEOS – 2 เข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จ โดยล่าสุดดาวเทียม THEOS-2 ได้โคจรผ่านประเทศไทยและได้ติดต่อกับสถานีควบคุมดาวเทียมที่ GISTDA ศรีราชา โดยทีมวิศวกรจาก GISTDA และ Airbus ได้ตรวจสอบการทำงานของระบบควบคุมอุณหภูมิ อุปกรณ์ถ่ายภาพ การทำงานของระบบอุปกรณ์ทั้งหมดที่ได้เปิดทำงานไปก่อนหน้านี้ และขณะนี้ทีมวิศวกร อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ประเมินการทำงานระบบควบคุมการทรงตัว ระบบควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งหากทำงานได้ดีจะทำการเปิดอุปกรณ์ถ่ายภาพบนดาวเทียม และสั่งให้ดาวเทียมเข้าสู่โหมดของการทำงานปกติในวงโคจรต่อไป

“ดิฉันจะเชื่อมโยงการทำงานของดาวเทียม THEOS-2 เพื่อนำมาใช้ประโยชน์กับประชาชนในด้านต่างๆ ทั้งการจัดทำแผนที่ การจัดการเกษตร การจัดการน้ำแบบองค์รวม การจัดการภัยแล้ง น้ำท่วม การจัดการภัยธรรมชาติทุกรูปแบบ การจัดการเมือง และทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการวางแผนเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด พร้อมกับยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอวกาศของไทย โดยจะเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องให้เร็วที่สุด” นางสาวศุภมาส กล่าว

สกสว.-ทปอ.-บพค. เตรียมผลักดันไทยเป็น ‘ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/762055

สกสว.-ทปอ.-บพค. เตรียมผลักดันไทยเป็น ‘ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ’

สกสว.-ทปอ.-บพค. เตรียมผลักดันไทยเป็น ‘ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ’

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 16.13 น.

สกสว. จับมือ ทปอ. บพค. และภาคีเครือข่าย เร่งพัฒนากำลังคนและสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ‘ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ’ เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลพันธุกรรมและการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์ บริการ และธุรกิจแห่งอนาคต

10 ตุลาคม พ.ศ. 2566 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ คณะกรรมการวิจัยและนวัตกรรม ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคนและทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) และสถาบันอุดมศึกษาในเครือข่ายที่มีความพร้อมในการพัฒนางานวิจัยด้านชีวสารสนเทศ จัดประชุมภาคีเครือข่ายวิจัยชีวสารสนเทศ และเชื่อมโยงนักชีวสารสนเทศของประเทศไทย รวมถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประจำปี พ.ศ. 2566 Thailand Bioinformatics Research Network (TBRN 2023) : Talent Pool and Stakeholder Engagement เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่องจีโนมิกส์ โครงการวิจัยด้านสุขภาพ เพื่อรวบรวมและสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมขนาดใหญ่ของคนไทย เพื่อให้นักวิจัยใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการศึกษาวิจัยในอนาคตเกี่ยวกับสุขภาพของคนไทย ทำให้ประชาชนได้รับการวินิจฉัย การรักษาอย่างจำเพาะและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) และ รองศาสตราจารย์ ดร. ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. พร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัยด้านจีโนมิกส์  ทั้งใน และต่างประเทศ กว่า 200 คน เข้าร่วมการประชุม

โอกาสนี้ ศาสตราจารย์ ดร. ศุภชัย ปทุมนากุล กล่าวว่า การดำเนินงานของแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทยให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในการร่วมผลักดันแผนฯ ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดบริการ การรักษาที่มีความแม่นยำสูง การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและการให้บริการการแพทย์จีโนมิกส์จึงมีความจำเป็น ทั้งการจัดตั้งศูนย์บริการทดสอบทางการแพทย์จีโนมิกส์ การถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของอาสาสมัครไทยภายใต้โครงการจีโนมิกส์ประเทศไทย และการพัฒนาระบบชีวสารสนเทศ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค การออกแบบแผนการรักษาที่มีประสิทธิภาพ การทำนายโอกาสการเกิดโรค รวมไปถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านจีโนมิสก์และชีวสารสนเทศให้เพียงพอ และเชื่อมั่นว่าการจัดตั้ง “ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ” นั้น จะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านชีวสารสนเทศของประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

ด้าน ศาสตราจารย์กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ กล่าวเน้นย้ำถึงการดำเนินงานของกองทุนส่งเสริม ววน. ว่า ได้จัดสรรงบประมาณ 2000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการ genomics Thailand เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีด้านจีโนมิกส์ในประเทศไทย และสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นท้าทายหลายประการที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เช่น การขาดแคลนบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านจีโนมิกส์ การขาดความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน การขาดกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่รองรับการวิจัยด้าน genomics เป็นต้น จึงได้เกิดการหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร่วมกับ ทปอ. สกสว. บพค. จนได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่าควรจัดตั้ง “ศูนย์กลางกำลังคนระดับสูงด้านชีวสารสนเทศ” ของประเทศไทย เพื่อรวบรวมผู้เชี่ยวชาญ พัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูง การผลักดันการกำหนดมาตรฐานข้อมูล genomics ระดับประเทศ รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ให้เกิดการใช้ประโยชน์ในภาคการผลิตและภาคบริการ

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร. ปัทมาวดี โพชนุกูล กล่าวถึงการดำเนินงานของ “แผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย ว่า นับตั้งแต่ปี2563 เป็นต้นมา สกสว.ได้จัดสรรงบประมาณด้าน ววน. ให้มีการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย ซึ่งเน้นการสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมคนไทยจำนวน 50,000 ราย เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลที่สำคัญในการแพทย์ สาธารณสุข และการปรับปรุงระบบบริการสุขภาพของประชาชน โดยมีการส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลพันธุกรรมและการลงทุนในอุตสาหกรรมการแพทย์ บริการ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกองทุนส่งเสริม ววน. ได้เน้นพัฒนาการวิจัยในด้านการแพทย์จีโนมิกส์ในกลุ่มโรคต่างๆ ได้แก่ มะเร็ง โรคหายาก โรคติดเชื้อ โรคไม่ติดต่อ และโรคแพ้ยา โดยให้ความเห็นว่าความท้าทายสำคัญในปัจจุบันของประเทศไทยด้านชีวสารสนเทศ คือ การผลักดันส่งเสริมในด้านการพัฒนาบุคลากรด้านชีวสารสนเทศ ตลอดจนนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาการตรวจวินิจฉัยทางพันธุศาสตร์ที่ทันสมัย และได้มาตรฐาน เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการทางการแพทย์ของประเทศไทยในอนาคต

สำหรับการดำเนินการด้านจีโนมิกส์ในปัจจุบัน ดำเนินการโครงการสำคัญในมิติต่าง ๆ  อาทิ โครงการการศึกษาพันธุศาสตร์ จีโนมระดับประชากร จำนวน 50,000 คน การสร้างฐานข้อมูลพันธุกรรมอ้างอิงของไทย เพื่อต่อยอด งานวิจัยและบริการด้านการแพทย์จีโนมิกส์ และ การศึกษากลุ่มผู้ป่วยหลายกลุ่มโรคที่สามารถศึกษาระยะยาวแบบไปข้างหน้า ฯ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นําด้าน Genomic medicine ระดับอาเซียน ภายใน 5 ปี อีกทั้งให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงบริการด้าน Genomic medicine อย่างมีคุณภาพต่อไป

สกสว.ร่วมงานSTS Forum 2023 ณ เมืองเกียวโต ขับเคลื่อนเครือข่ายทางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระดับนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761951

สกสว.ร่วมงานSTS Forum 2023 ณ เมืองเกียวโต ขับเคลื่อนเครือข่ายทางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระดับนานาชาติ

สกสว.ร่วมงานSTS Forum 2023 ณ เมืองเกียวโต ขับเคลื่อนเครือข่ายทางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระดับนานาชาติ

วันอังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 09.03 น.

สกสว. ร่วมงาน STS Forum 2023 ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ขับเคลื่อนเครือข่ายทางด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระดับนานาชาติ 

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะผู้บริหารและนักวิจัยจากหน่วยงานต่างๆ ในประเทศไทย เข้าร่วมพิธีเปิดงาน The 20th Annual Meeting of Science and Technology in Society Forum (STS Forum) 2023 ณ เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ในระหว่างวันที่ 1 – 3 ตุลาคม 2566 ซึ่งงานประชุม STS Forum ได้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) โดย นายโกจิ โอมิ (Koji Omi) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่น โดยมีเป้าหมายเพื่อเชิญผู้นำ ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขาต่างๆ ขององค์กรภาครัฐและภาคเอกชนจากทั่วโลก เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นโจทย์วิจัยสำคัญและสร้างเครือข่ายทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับนานาชาติที่มีศักยภาพ

ในปีนี้ นายฟูมิโอะ คิชิดะ (Fumio Kishida) นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงาน STS Forum 2023 และปาฐกถาเปิดงานภายใต้กรอบแนวคิด “Lights and Shadows of Science and Technology” โดยมีประเด็นหลัก 3 ประเด็น ได้แก่ Artificial Intelligence (AI), Climate change และ Human resource development ซึ่งในปีนี้มีผู้เข้าร่วมจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนมากกว่า 1,500 คน และจาก 120 ประเทศทั่วโลก 

รศ.ดร.พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำคณะผู้บริหาร สกสว. เข้าร่วมประชุม The 13th Funding Agencies Presidents’ Meeting (FAPM) ซึ่งเป็นการประชุมพิเศษของหน่วยงานให้ทุนจากต่างประเทศทั่วโลก โดยในปีนี้หน่วยงานสนับสนุนทุนมุ่งประเด็นในเรื่องการเคลื่อนย้ายบุคลากรเพื่อพัฒนาศักยภาพการวิจัย  นอกจากนี้ ทาง สกสว. พร้อมหน่วยงานพันธมิตรของไทยร่วมประชุมกับ Japan Science and Technology Agency (JST) ในโอกาสที่ความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-ญี่ปุ่น ครบรอบ 50 ปี  ได้มีการหารือรูปแบบการสนับสนุนทุนวิจัยแบบใหม่ร่วมกัน พร้อมร่วมผลักดันการสร้างและพัฒนานักวิจัยที่มีศักยภาพ (Talent mobility) ระหว่างประเทศ โดยได้เลือก Bio-Circular-Economy (BCG) เป็นประเด็นสำคัญนำร่อง 

นอกจากนี้ คณะผู้บริหาร สกสว. ได้เข้าร่วมประชุมระดับทวิภาคีกับหน่วยงานให้ทุนระดับนานาชาติอาทิ Natural Sciences and Engineering Research Council of Canada (NSERC) ประเทศแคนาดา เพื่อหารือแผนกิจกรรมที่ประเทศไทยประสงค์เป็นเจ้าภาพร่วมกับประเทศแคนาดาในการส่งนักเรียนแลกเปลี่ยนระหว่างสองประเทศ รวมถึงกิจกรรมความร่วมมือในระยะสั้นและระยะยาว   การพบกับทีมงานจาก American Association for the Advancement of Science (AAAS) ประเทศสหรัฐอเมริกา หารือแผนการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ Science Diplomacy ของภูมิภาคอาเซียนที่จะเกิดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในช่วงกลางปีหน้า และการพบทีมบริหารจาก Deutsche Forschungsgemeinschaft (DFG) ประเทศเยอรมัน นำเสนอภาพรวมของระบบทุนวิจัยในประเทศไทยในปัจจุบัน พร้อมแลกเปลี่ยนหารือเกี่ยวกับแนวทางการทำงานในอนาคต

ทั้งนี้ สกสว. ได้สนับสนุนทุนแก่นักวิจัยรุ่นใหม่ 2 คน ได้แก่ ดร.พนิดา ทองอร่าม จาก สกสว. และ ดร.ภูมิ เตชชาติวานิช จากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เข้าร่วมงาน Young Leaders Program 2023 เป็นการสร้างแรงบันดาลใจและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ให้กับคนรุ่นใหม่ในวงเสวนากับนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบล ในสาขาต่างๆ อาทิ Chemistry, Physiology or Medicine, Physics เป็นต้น

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ขอเชิญชวนสาธุชนร่วมงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2566 สักการะหลวงปู่ไต้ฮง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761805

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ขอเชิญชวนสาธุชนร่วมงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2566 สักการะหลวงปู่ไต้ฮง

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ขอเชิญชวนสาธุชนร่วมงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2566 สักการะหลวงปู่ไต้ฮง

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 14.54 น.

‘มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ขอเชิญชวนสาธุชนร่วมงานเทศกาลกินเจ ประจำปี 2566 สักการะหลวงปู่ไต้ฮง รับบริการอาหารเจฟรี พร้อมร่วมพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าฯ ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย

ระหว่างวันที่  14 – 24 ตุลาคม 2566  มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ  ขอเชิญชวนศิษยานุศิษย์และสาธุชนทุกท่าน ร่วมถือศีลกินผัก ละเว้นเนื้อสัตว์ เนื่องในเทศกาลกินเจ ประจำปี 2566 สักการะหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อความเป็นสิริมงคล  ทำบุญประทีปโคมไฟ (เต็งลั้ง) ถวายหลวงปู่ไต้ฮงเพื่อความเจริญรุ่งเรือง และในวันที่ 21 ต.ค. 2566 ขอเชิญร่วมพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง ขอพรให้คุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัย ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ในช่วงวันที่ 14-23 ตุลาคม 2566 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีบริการอาหารเจ [ในรูปแบบบรรจุกล่องกลับบ้านแก่ประชาชนฟรี วันละ 3 มื้อ (เช้า กลางวัน และเย็น) โดยเริ่มบริการตั้งแต่มื้อเที่ยงของวันที่ 14 ตุลาคม 2566  เป็นต้นไป นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 13 – 24 ตุลาคม 66 ขอเชิญชวนประชาชนชมอุปรากรจีน (งิ้ว) ที่คณะลูกศิษย์หลวงปู่ไต้ฮงจัดถวายรวม 12 คืน ณ บริเวณฝั่งสำนักงาน มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ในวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2566 เวลา 18.00 น. มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดจัดพิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์รอบนอกศาลเจ้าไต้ฮงกง  ตั้งจิตอธิษฐาน  ขอพรจากเทพเจ้า เพื่อเป็นสิริมงคล โดยเชื่อว่าเมื่อรับพรจากเทพเจ้าแล้ว จะทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องแผ้ว มีแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรือง  จึงขอเชิญชวนสาธุชน ร่วมพิธีในวันและเวลาดังกล่าว

ดาวเทียม THEOS-2 เริ่มปฏิบัติการสำรวจโลก ‘นายกฯเศรษฐา’ ร่วมยินดีขอบคุณ อว. ช่วยผลักดัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761754

ดาวเทียม THEOS-2 เริ่มปฏิบัติการสำรวจโลก ‘นายกฯเศรษฐา’ ร่วมยินดีขอบคุณ อว. ช่วยผลักดัน

ดาวเทียม THEOS-2 เริ่มปฏิบัติการสำรวจโลก ‘นายกฯเศรษฐา’ ร่วมยินดีขอบคุณ อว. ช่วยผลักดัน

วันจันทร์ ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 10.25 น.

ดาวเทียม THEOS-2 ประสบความสำเร็จขึ้นสู่วงโคจรแล้ว เริ่มปฏิบัติการสำรวจโลก นายกฯ เศรษฐา ร่วมยินดีขอบคุณกระทรวง อว.ที่ช่วยขับเคลื่อนและผลักดันวงการอวกาศของประเทศไทยให้มีความก้าวหน้า ขณะที่ “ศุภมาส” ชี้ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 จะถูกนำมาวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใน 5 – 8 วันจากนี้

วันที่ 9 ตุลาคม 2566  มีการนำส่งดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 (Thailand Earth Observation Satellite 2)  ขึ้นสู่วงโคจรจากท่าอวกาศยานยุโรปเฟรนช์เกียนา(Guiana Space Center)  เมืองกูรู รัฐเฟรนช์เกียนา ทวีปอเมริกาใต้ มี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA รวมทั้งสักขีพยานจากประเทศไทยและสาธารณรัฐฝรั่งเศสรวมถึงประชาชนทั่วโลก ที่สนใจในเหตุการณ์ครั้งสำคัญนี้

โดยเมื่อถึงเวลา 08.36 น.ตามเวลาในประเทศไทย ดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ได้ถูกนำส่งด้วย จรวด VEGA พร้อมมีการให้สัญญาณนับถอยหลังใน 10 วินาทีสุดท้ายหลังจากนั้นดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ได้ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรท่ามกลางความตื่นเต้นดีใจ หลังจากลุ้นระทึก โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์ครั้งสำคัญต่างพากันจับมือแสดงความยินดี

ทั้งนี้ น.ส.ศุภมาส กล่าวภายหลังจากดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรของอวกาศว่า รู้สึกดีใจและโล่งใจที่การปล่อยดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 ราบรื่น ประสบความสำเร็จ แม้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการ โดยขณะนี้ สามารถกล่าวได้ว่าดาวเทียม THEOS-2 ได้เริ่มปฏิบัติการสำรวจโลกแล้ว โดยหลังจากปล่อยดาวเทียมในเวลา 08:36 น.จะใช้เวลากว่า 52 นาทีในการเข้าสู่วงโคจรที่ระดับความสูง 621 กิโลเมตร เมื่อดาวเทียมขึ้นไปแล้ว จะทดสอบระบบในอวกาศร่วมกับสถานีภาคพื้นดินราวๆ 3 เดือน ก่อนจะใช้งานได้ แต่อย่างไรก็ตาม หากมีสถานการณ์เร่งด่วนเกิดขึ้น อาทิ ภัยพิบัติ THEOS-2 ก็สามารถสั่งถ่ายภาพได้ภายใน 5 – 8 วัน หลังจากดาวเทียมเข้าสู่วงโคจร

“ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของกระทรวง อว.และประเทศไทย หลังจากนี้จะมีการต่อยอดยกระดับด้านต่างๆ ของประเทศรวมทั้งการให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนให้รู้ว่าดาวเทียม THEOS-2 มีประโยชน์อย่างไร สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 จะถูกใช้ในการปรับปรุงและทำให้ข้อมูลในทุกพื้นที่ของไทยเป็นปัจจุบัน ทันสมัย และมีความละเอียดที่ถูกต้อง ช่วยให้ทุกการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” รมว.กระทรวง อว.กล่าว

ในโอกาสนี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความยินดี ว่า ในนามของรัฐบาลไทยและประชาชนคนไทยทุกคน ขอแสดงความยินดีที่วันนี้ประเทศไทยประสบความสำเร็จสามารถส่งดาวเทียม THEOS-2 ขึ้นสู่วงโคจรได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งรัฐบาลมุ่งเน้นมาตลอดว่าจะใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ และพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องประชาชน ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS-2 จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญในการนำไปพัฒนาสร้างประโยชน์ได้ในหลากหลายมิติ อาทิ การบริหารจัดการเกษตร การบริหารจัดการเมือง การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำ และการบริหารจัดการภัยธรรมชาติ ซึ่งจะนำมาสู่ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงของพี่น้องประชาชน

“ผมขอขอบคุณกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และ GISTDA ที่จะช่วยขับเคลื่อนและผลักดันวงการอวกาศของประเทศไทยให้มีความก้าวหน้า” นายเศรษฐา กล่าว

ด้าน ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า หลังจากดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรแล้ว จะทำการปรับตัวเพื่อเข้าสู่โหมดของการทำงาน รวมทั้งทดสอบระบบควบคุมและติดต่อสื่อสารกับภาคพื้นดินเพื่อความเสถียรและความแม่นยำของข้อมูลโดยใช้เวลาประมาณ 6 เดือน หลังจากนั้น GISTDA จะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้าถึงข้อมูล เพื่อนำไปต่อยอดหรือให้การบริการเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ รวมถึงจะเป็นแรงผลักดันขับเคลื่อนด้านการศึกษา การวิจัยและนวัตกรรมในการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ และเทคโนโลยีอวกาศในการพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสร้างนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรในสาขาที่เกี่ยวข้องต่อไป
 

NIA จัดงานวันนวัตกรรมแห่งชาติ พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติสุดยอดนวัตกรรมไทย ปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/761428

NIA จัดงานวันนวัตกรรมแห่งชาติ  พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติสุดยอดนวัตกรรมไทย ปี 2566

NIA จัดงานวันนวัตกรรมแห่งชาติ พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติสุดยอดนวัตกรรมไทย ปี 2566

วันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 19.45 น.

“NIA” จัดงานวันนวัตกรรมแห่งชาติ  พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติสุดยอดนวัตกรรมไทย ปี 2566

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 – สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัด “พิธีมอบรางวัลนวัตกรรม ประจำปี 2566” เนื่องใน “วันนวัตกรรมแห่งชาติ” ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถด้านนวัตกรรม ในฐานะ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” พร้อมเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ผลงานของนักนวัตกรไทยผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมที่โดดเด่นเป็นประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และประเทศ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ประธานกรรมการ คณะกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นวัตกรรมหลายอย่างถือเป็นจุดเปลี่ยนของโลก ทั้งระบบการผลิต อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจการค้าขายของโลก ซึ่งขณะนี้ถือเป็นยุคที่นวัตกรรมมีการเติบโตและพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ตนเชื่ออย่างยิ่งว่าปัญญาประดิษฐ์จะใช้เวลาน้อยมากที่ให้ผู้ใช้งานปรับตัว เพราะจะถูกพัฒนามีความฉลาด เข้าถึง และสามารถถูกนำมาใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงปริมาณของคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะของการเขียนโปรแกรมโค้ดดิ้งต่างๆ สามารถต่อยอดจากระบบที่ถูกสร้างไว้ในรูปแบบที่เปิดให้ผู้พัฒนาเข้าไปปรับแต่งโค้ดได้ เกิดการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง สร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจได้รวดเร็ว

“นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์มีนัยยะผลกระทบต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการศึกษาของประเทศ ดังนั้น การจัดพิธีมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรม ให้แก่นักนวัตกรไทยที่ผลิตหรือคิดค้นผลงานนวัตกรรมที่มีคุณค่าเชิงพาณิชย์ ส่งผลดีต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประโยชน์ใช้สอย อันนำไปสู่การใช้ประโยชน์ของนวัตกรรมให้เป็นที่รู้จักและสนใจกันอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะมีผลในการจูงใจให้ทุกภาคส่วนของประเทศไทย เกิดความสนใจที่จะดำเนินงานโดยมีความเป็นนวัตกรรมอยู่ในกระบวนการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา” รศ.นพ.สรนิต กล่าว

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ในปี 2566 – 2570 NIA ได้เปลี่ยนบทบาทจากสะพานเชื่อมสู่การเป็น “ผู้กำหนดทิศทางนวัตกรรม (Focal Conductor)” ผ่านการดำเนินงานภายใต้ 7 กลยุทธ์ ได้แก่ 1) สร้างและยกระดับผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม (IBEs) ในอุตสาหกรรมเป้าหมายร่วมกับเครือข่ายตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อพัฒนาและขยายผลโครงการสำคัญใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1) Food Tech & Ag Tech 2) Travel Tech 3) Med Tech 4) Climate Tech และ 
5) Soft power 2) ส่งเสริมนวัตกรรมแบบเปิดและทำให้ระบบนวัตกรรมไทยเปิดกว้างมากขึ้น โดยเน้นการให้ทุนที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงกับแหล่งเงินทุนอื่น 3) ส่งเสริมการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยและอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค การพัฒนาย่านนวัตกรรม เมืองนวัตกรรม และระเบียงนวัตกรรมในภูมิภาค 4) เป็นศูนย์กลางการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เชื่อมโยงการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ 5) ส่งเสริมการตลาดนวัตกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศให้กับผลิตภัณฑ์และบริการของผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมในลักษณะของ Business Brotherhood ให้บริษัทขนาดใหญ่มาสนับสนุนการขยายธุรกิจของ IBEs 6) สร้างความตระหนักและการรับรู้ความสำคัญของนวัตกรรมในทุกภาคส่วน ผ่านโครงการ Innovation Thailand การจัดประกวดรางวัลนวัตกรรม งาน SITE ฯลฯ เพื่อสร้างแนวร่วมในการขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมไทย และ 7) พัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างยั่งยืน เน้นทำงานแบบ Cross Functional ลดขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อน

สำหรับการจัดประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติในปี 2566 แบ่งออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านเศรษฐกิจ 2) ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม 3) ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ 4) ด้านสื่อและการสื่อสาร และ 5) ด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น โดยในปีนี้มีผู้ที่สนใจส่งผลงานนวัตกรรมเข้าประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ จำนวน 347 ผลงาน และผลงานประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย (TIA) ระดับเยาวชนจำนวน 453 ผลงาน

สำหรับผลการประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2566 มีดังนี้

1) รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ
– รางวัลชนะเลิศประเภทวิสาหกิจขนาดกลาง ได้แก่ ผลงาน: หม้อแปลง BCG & โลว์คาร์บอน โดย บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด
– รางวัลชนะเลิศประเภทวิสาหกิจขนาดย่อมและวิสาหกิจรายย่อย ได้แก่ ผลงาน: HY-N นวัตกรรม
ไบโอพอลิเมอร์ ระบบนำส่งสาร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวชสำอาง ยา วัคซีน โดย บริษัท แนบโซลูท จำกัด

2) รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
– รางวัลชนะเลิศประเภทหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ ผลงาน: แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออนจากแกลบและขยะโซล่าร์เซลล์ โดย โรงงานแบตเตอรี่และพลังงานยุคใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
– รางวัลชนะเลิศประเภทหน่วยงานภาคเอกชน ได้แก่ ผลงาน: ระบบบำบัดน้ำเสียวงจรไฟฟ้าชีวภาพ โดย บริษัท อินโน กรีน เทค จำกัด
– รางวัลชนะเลิศประเภทองค์กรเพื่อสังคมและชุมชน ได้แก่ ผลงาน: เตียงสนามกระดาษ SCGP สำหรับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โดย มูลนิธิเอสซีจีร่วมกับ SCGP

3) รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ
– รางวัลชนะเลิศประเภทการออกแบบผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ผลงาน: ชุดปลูกผักปลอดสารพิษด้วยตัวเองเพื่อคนในเมือง โดย บริษัท ดู๊ดแพลนต์ จำกัด
– รางวัลชนะเลิศประเภทการออกแบบบริการ ได้แก่ ผลงาน: แมกซ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ คอนเนค โดยแอพพลิเคชั่นวชิระแอทโฮม โดย บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)

4) รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านสื่อและการสื่อสาร
– รางวัลชนะเลิศประเภทผลงานสื่อและการสื่อสาร ได้แก่ ผลงาน: ต่อยอด แสงหลวง วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เชียงใหม่ โดย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
– รางวัลเชิดชูเกียรติประเภทผู้สื่อสารนวัตกรรม ระดับบุคคลธรรมดา ได้แก่ คุณสรานี สงวนเรือง (เฟื่องลดา) 
– รางวัลเชิดชูเกียรติประเภทผู้สื่อสารนวัตกรรม ระดับนิติบุคคล ได้แก่ แบไต๋ (Beartai)

5) รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น
– รางวัลดีเด่น ประเภทองค์กรภาคเอกชนขนาดใหญ่ ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)
– รางวัลเกียรติคุณ ประเภทองค์กรภาครัฐ และประชาสังคม ได้แก่ กรมสุขภาพจิต
– รางวัลเกียรติคุณ ประเภทองค์กรรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ผลงานประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย (TIA) ประจำปี 2566

1) รางวัลระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย – ปวช.
– รางวัลชนะเลิศ ผลงานแพลตฟอร์มเพื่อช่วยคัดกรองโรคหัวใจและหลอดเลือดจากกราฟคลื่นไฟฟ้า หัวใจด้วยปัญญาประดิษฐ์ จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ ผลงาน SVMR ตู้ยาเพื่อแจ้งเตือนและดูแลผู้สูงอายุ จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และ ผลงานบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพทนต่อน้ำจากเปลือกทุเรียนและชะลอการเติบโตของแบคทีเรียด้วยสารสกัดจากสมุนไพรไทยพร้อมตัวบ่งชี้การเน่าเสียของอาหารสดจากดอกต้องติ่ง จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์

2) รางวัล Best Pitching Awards by Education New Zealand
– รางวัลชนะเลิศ ผลงานแพลตฟอร์มเพื่อช่วยคัดกรองโรคหัวใจและหลอดเลือดจากกราฟคลื่นไฟฟ้า หัวใจด้วยปัญญาประดิษฐ์ จากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย
– รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงานบรรจุภัณฑ์พลาสติกชีวภาพทนต่อน้ำจากเปลือกทุเรียนและชะลอการเติบโตของแบคทีเรียด้วยสารสกัดจากสมุนไพรไทยพร้อมตัวบ่งชี้การเน่าเสียของอาหารสดจากดอกต้องติ่ง จากโรงเรียนกำเนิดวิทย์

อย่างไรก็ตาม NIA ยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชนในทุกมิติ ผ่านการผลักดันนโยบายและกิจกรรมต่างๆ และยังคงจะมีการมอบรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติเพื่อเชิดชูเกียรติให้กับผู้พัฒนานวัตกรรมที่ดีเด่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้สังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรมและเป็นการยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมของไทยให้พร้อมก้าวสู่การเป็น “ชาตินวัตกรรม” ในอนาคต