จุฬาฯ ร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาวิชาการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757449

จุฬาฯ ร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พัฒนาวิชาการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

จุฬาฯ ร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาวิชาการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม และร่วมกันออกแบบกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาหลักสูตรและการจัดอบรมองค์ความรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรทุกภาคส่วนให้มีความรู้และความสามารถรับมือกับความเสี่ยงและภัยคุกคามจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนทางวิชาการ อาทิ การสร้างและพัฒนารายวิชาศึกษาทั่วไป การสร้างและพัฒนากิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาทั่วไประยะสั้น การผลิตสื่อการสอน การผลิตชุดกิจกรรมรวมถึงการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ ฯลฯ สนับสนุนการดำเนินงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความรอบรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแก่นักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนที่สนใจ  เมื่อวันก่อน ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า เทคโนโลยีออนไลน์สามารถทำให้เราเข้าถึงความรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา จุฬาฯ มีระบบเครดิตแบงก์ เมื่อเข้ามาเรียนรู้และผ่านการทดสอบแล้ว จะมีการเก็บเป็นหน่วยกิตสะสมไว้ในธนาคารหน่วยกิตของจุฬาฯ หลักสูตรจากความร่วมมือในครั้งนี้จะเผยแพร่ผ่านจุฬาฯ นิวรอน (Chula Neuron) ซึ่งเป็นระบบคลังความรู้ดิจิทัลของศูนย์การศึกษาทั่วไปของจุฬาฯ โดยนิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงระบบนี้ได้ ความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการรู้เท่าทันกลโกงในโลกออนไลน์มากขึ้น สามารถหาวิธีป้องกันและรับมือกับภัยทางด้านอาชญากรรมทางดิจิทัลเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดี

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความสำคัญและความจำเป็นของความรู้เกี่ยวกับอาชญากรรมทางไซเบอร์ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนไม่ถูกหลอกลวง และเพื่อป้องกันตนเอง เนื่องจากคดีออนไลน์เป็นภัยคุกคามที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ริเริ่มตั้งคณะทำงานวัคซีนไซเบอร์ โดยมีคณาจารย์จุฬาฯ ร่วมเป็นคณะทำงานด้วย ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างจุฬาฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้จะเป็นแนวทางในการเผยแพร่หลักสูตรความรู้ในเชิงวิชาการด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์แก่นิสิตนักศึกษาและประชาชน    

ผศ.ดร.สุวิธิดา จรุงเกียรติกุล ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาฯ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาศูนย์การศึกษาทั่วไป จุฬาฯ ได้จัดกิจกรรมภายใต้ธีม “สร้างเสริมภูมิคุ้มกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี The series” ผ่านกิจกรรมเสริมหลักสูตรการศึกษาทั่วไประยะสั้น (CUVIP) 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรม “รู้ทันกลโกงหลอกลวงบนโลกออนไลน์” เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้จักและเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ โดยเน้นเรื่องการรู้ทันกลโกง 18 รูปแบบจากมิจฉาชีพ โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษา และผู้สนใจเข้ามาเรียนได้ฟรี พร้อมทั้งรับประกาศนียบัตรหลังจบหลักสูตร นอกจากนี้ได้นำกิจกรรมดังกล่าวไปเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนผ่านแพลตฟอร์ม Chula Neuron ในรายวิชาการเรียนรู้เพื่อชีวิต (Learningfor Life) นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรม “สตรีกับการปกป้องตนเองจากภัยรอบตัว” ซึ่งเป็นหลักสูตร CUVIP โดยความร่วมมือระหว่าง CUVIP กับสมาคมสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทยฯสมาคมนักเรียนเก่าราชินีฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ในอนาคต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีโครงการการพัฒนาหลักสูตรร่วมกัน อาทิ รายวิชาศึกษาทั่วไป จำนวน 3 หน่วยกิต มีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Cyber Security) รวมถึงการพัฒนาบุคลากรทุกภาคส่วน และมีการนำกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นจริงมาเป็นบทเรียน โดยมีรูปแบบการเรียนการสอนเป็น Blended Learning บนแพลตฟอร์ม Chula Neuron กลุ่มผู้เรียนจะมีทั้งนิสิตจุฬาฯ และบุคคลทั่วไป ความร่วมมือกันในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายในการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การรู้เท่าทันกลโกงในโลกออนไลน์มากขึ้น รวมถึงวิธีการป้องกันและรับมือสถานการณ์อันตรายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันผ่านการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต

ม.ศรีปทุมจัดงานวันเกิดอธิการบดี ไถ่ชีวิตโค-กระบือ และถวายปัจจัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757444

ม.ศรีปทุมจัดงานวันเกิดอธิการบดี  ไถ่ชีวิตโค-กระบือ และถวายปัจจัย

ม.ศรีปทุมจัดงานวันเกิดอธิการบดี ไถ่ชีวิตโค-กระบือ และถวายปัจจัย

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม (SPU) จัดพิธีทำบุญอายุวัฒนมงคล ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม และถวายภัตตาหารเพล แด่พระภิกษุสงฆ์เนื่องในวันคล้ายวันเกิด เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 จากนั้นได้นำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษาร่วมทำพิธีไถ่ชีวิตโค-กระบือ จำนวน 31 ตัว พร้อมด้วยเงินบริจาคร่วมทำบุญ จำนวน 841,254.99 บาท เพื่อนำไปมอบให้กับเกษตรกร ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม บางเขน กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี และผู้มีจิตศรัทธาร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือไปแล้วทั้งสิ้น 735 ตัว จากนั้นมีกิจกรรมบิ๊กเซอร์ไพรส์วันคล้ายวันเกิด ด้วยโชว์จากนักศึกษาและบุคลากร และของขวัญเซอร์ไพรส์ Clip อวยพรจากคุณแม่ ดร.มาลินี พุคยาภรณ์

ม.วลัยลักษณ์ เปิดศูนย์ฯ High Scope นำร่องแห่งแรกของภาคใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757447

ม.วลัยลักษณ์ เปิดศูนย์ฯ High Scope  นำร่องแห่งแรกของภาคใต้

ม.วลัยลักษณ์ เปิดศูนย์ฯ High Scope นำร่องแห่งแรกของภาคใต้

วันอังคาร ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลไทยบุรี เปิด “ศูนย์สาธิตการจัดการเรียนรู้แบบ High Scope ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กนำร่องแห่งแรกของภาคใต้” ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโคกเหล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลไทยบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อยกระดับขีดความสามารถและปิดช่องว่างทางการศึกษาของเด็กปฐมวัยในท้องถิ่น ด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบ “High Scope” โดยมี นายปราโมทย์ ศรีวิสุทธิ์ ท้องถิ่นจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานเปิดงานผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการม.วลัยลักษณ์ และนายเกรียงศักดิ์ ผดุงกาญจน์ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลไทยบุรี อาจารย์ ดร.พงศ์พันธุ์ คำพรรณ์ หัวหน้าสาขาวิชาครุศาสตร์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ พร้อมด้วยคณะครู อาจารย์ บุคลากรในพื้นที่และผู้ปกครองร่วมงาน เมื่อกลางเดือนกันยายน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ สวัสดี ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ ม.วลัยลักษณ์ กล่าวว่า การเป็น “ศูนย์สาธิตการจัดการเรียนรู้แบบ High Scope ในครั้งนี้ เป็นแห่งแรกของภาคใต้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถและปิดช่องว่างผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กปฐมวัยในท้องถิ่นด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบ “High Scope” สร้างความรู้ความเข้าใจและการยอมรับการพัฒนาของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ โดยจัดทำ Pilot project นำร่อง ตามแนวทางของโครงการด้วยกระบวนการอบรมและศึกษาดูงาน พร้อมทั้งทดลองดำเนินการจัดกิจกรรมการสอนตามแนวทาง High scope มีการเก็บข้อมูล การสำรวจสถานการณ์เด็กปฐมวัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านแบบสำรวจความพร้อมในการเข้าสู่ระบบการศึกษา

จากผลการดำเนินงาน ทำให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดโคกเหล็ก ผ่านการประเมินด้วยผลคะแนนกว่าร้อยละ 95 จากผู้ประเมินศูนย์อบรม High Scope ต้นแบบ “ไรซ์ไทยแลนด์” โรงเรียนสมานคุณวิทยาทาน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา มีทักษะ Executive Functions : EF หรือทักษะสมองเพื่อจัดการชีวิตให้สำเร็จเพิ่มขึ้นร้อยละ 40 นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือที่นำมาสู่ผลงานเชิงประจักษ์ด้านการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในท้องถิ่น และยังสอดคล้องกับตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ Sustainable Development Goals (SDGs) เป้าหมายที่ 4 ความเสมอภาคทางการศึกษาอีกด้วย

“การจัดการเรียนการสอนแบบ “High Scope” เป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้จากการลงมือทำผ่านการเล่น และสื่อกิจกรรมที่เหมาะสม
กับพัฒนาการตามวัยของเด็ก พร้อมเสริมสร้างทักษะการแก้ปัญหาและให้โอกาสเด็กมีความคิดริเริ่มในการออกแบบการเล่นได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระ ตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเปียเจต์ นักการศึกษาคนสำคัญของโลก ซึ่งการสร้างองค์ความรู้ของผู้เรียนเป็นพื้นฐานที่สำคัญ โดยเฉพาะการเรียนรู้แบบลงมือทำ (Active Learning) ทำให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์โดยตรง สร้างกระบวนการคิดและความเข้าใจมีองค์ความรู้และทักษะการแก้ปัญหาด้วยตนเอง” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อมรศักดิ์ กลาว

บอร์ดกองทุนวิจัยอนุมัติงบยกระดับธุรกิจชุมชน หวังเพิ่มความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757459

บอร์ดกองทุนวิจัยอนุมัติงบยกระดับธุรกิจชุมชน หวังเพิ่มความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

บอร์ดกองทุนวิจัยอนุมัติงบยกระดับธุรกิจชุมชน หวังเพิ่มความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.12 น.

กสว.อนุมัติงบประมาณโครงการพัฒนายกระดับธุรกิจชุมชนแบบองค์รวมบนฐานทุนทางทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นและการจัดการทุนทางวัฒนธรรมชุมชน 920 ล้านบาท หวังยกระดับเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่และแก้หนี้ พร้อมเคาะแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบพลางของกองทุนส่งเสริม ววน. คาดใช้ได้ถึงเม.ย.67

ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2566 โดยมีวาระสำคัญ คือ การพิจารณาอนุมัติโครงการการพัฒนายกระดับธุรกิจชุมชนแบบองค์รวมบนฐานทุนทางทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นและการจัดการทุนทางวัฒนธรรมชุมชน เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและแก้หนี้ระดับธุรกิจและครัวเรือน ภายใต้แผนงานสำคัญตามจุดมุ่งเน้นของนโยบายเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ให้พึ่งพาตนเองได้และมีการกระจายรายได้สู่ชุมชนหรือท้องถิ่นมากขึ้น เสนอโดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) จำนวน 920 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 4 ปี (พ.ศ. 2567-2670) ให้เป็นโครงการที่สมควรได้รับการจัดสรรงบประมาณแบบผูกพันงบประมาณมากกว่า 1 ปี (Multi-year Promised Grant)

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพิจารณา ประกอบด้วย เป็นประเด็นสำคัญและจำเป็นเร่งด่วน เกิดผลผลิตที่จำเพาะเจาะจง มีผลกระทบสูง แสดงผู้ได้ประโยชน์จำนวนมากอย่างชัดเจน ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในท้องถิ่น 6,000 ราย และกระจายรายได้สองมิติคือเน้นการใช้วัตถุดิบและการจ้างงานในพื้นที่ ทำให้หนี้สินลดลง เกิดพื้นที่เศรษฐกิจบนฐานทุนวัฒนธรรม และสร้างนักจัดการทุนทางวัฒนธรรม โดยมีพื้นที่เป้าหมายจำนวน 25 พื้นที่ ทั้งนี้ขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประสาน บพท. เพื่อดำเนินโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัยกลุ่มที่ 3 ในการพัฒนาชุมชนและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ให้สอดคล้องกับทิศทางของ บพท. โดยทำงานหนุนเสริมกันและลดความซ้ำซ้อนของโครงการ รวมถึงเพิ่มผลผลิตและผลลัพธ์ในการบูรณาการโครงการไว้ในการรายงานผลรายปี เพื่อแสดงให้เห็นว่าระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) พยายามหนุนเสริมการทำงานแบบบูรณาการ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้อนุมัติแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 ไปพลางก่อนของกองทุนส่งเสริม ววน. แบบสมดุลให้กับหน่วยบริหารและจัดการทุน หน่วยงานสนับสนุนนโยบายแก่สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (อววน.) หน่วยรับงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานมูลฐาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน จำนวน 10,464.3855 ล้านบาท โดยสำนักงบประมาณขอให้ติดตามรายงานความก้าวหน้าเป็นรายเดือน เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และประกอบการชี้แจงฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งงบดังกล่าวน่าจะสามารถทำงานได้ถึงปลายเดือนเมษายน 2567 ทั้งนี้ขอให้จัดทำคำของบประมาณปี 2567 อีกครั้ง และส่งคำของบประมาณภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2566 โดยประสาน สอวช. นำเสนอต่อที่ประชุมสภานโยบายฯ เพื่อยืนยันแผนงาน แผนเงิน และงบประมาณปี 2567 อีกครั้งก่อนยื่นคำของบประมาณ

พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้อนุมัติหลักเกณฑ์การจัดกรอบงบประมาณรายยุทธศาสตร์ และรายแผนงานสำหรับงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ ปีงบประมาณ 2568 และกรอบงบประมาณรายยุทธศาสตร์และรายแผนงานที่สอดคล้องกับเส้นทางผลกระทบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามแผนด้าน ววน. ของประเทศ จำนวน 4.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรม 3.7 หมื่นล้านบาท (รวมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์) และงบประมาณโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 5 พันล้านบาท โดยแผนงานยุทธศาสตร์ควรสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือระหว่างกระทรวงหรือกรม รวมถึงความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อให้เห็นภาพการทำงานร่วมกัน การพิจารณาผลสัมฤทธิ์ของแผนงานเพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบการสนับสนุนงบประมาณ ตลอดจนเพิ่มข้อมูลการร่วมลงทุนจากหน่วยงานหรือแหล่งทุนอื่นซึ่งที่คาดการณ์ไว้ ได้แก่ โครงการกองทุนอินโนเวชั่น-วัน มูลนิธิกสิกรไทย กองทุนพัฒนาไฟฟ้า กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

‘เทดฟันด์’โชว์ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส’ ผลงาน‘ยุววิสาหกิจเริ่มต้น’แก้โรคพืชจากเชื้อรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757222

‘เทดฟันด์’โชว์ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส’  ผลงาน‘ยุววิสาหกิจเริ่มต้น’แก้โรคพืชจากเชื้อรา

‘เทดฟันด์’โชว์ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส’ ผลงาน‘ยุววิสาหกิจเริ่มต้น’แก้โรคพืชจากเชื้อรา

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ เทดฟันด์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่“โครงการไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส” ชีวภัณฑ์มาตรฐานสากล เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2566ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ผลิตและการบริการชีวินทรีย์เกษตรและศูนย์สาธิตและพัฒนานวัตกรรมเกษตรเทิดพระเกียรติ ร.9 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช

นายชาญวิทย์ กล่าวว่า โครงการนี้ได้รับทุนโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (TED Youth Startup) โปรแกรม “Proof of Concept” จากกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (เทดฟันด์) ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมาย คือ นิสิต-นักศึกษา และบัณฑิตจบใหม่ไม่เกิน 5 ปี มีการสนับสนุนทุนใน 2 โปรแกรม หลัก คือ 1.Ideation Incentive Program (IDEA) สนับสนุนทุนมูลค่า 100,000 บาท เป็นรูปแบบทุนให้เปล่าเพื่อให้ผู้ประกอบการได้พิสูจน์แนวความคิดและความเป็นไปได้ของแผนธุรกิจ

ต่อมาคือ 2.โปรแกรม Proof of Concept (POC) โดยโปรแกรมนี้ จะสนับสนุนทุนตั้งแต่ 750,000-1,500,000 บาท เป็นรูปแบบทุนอุดหนุนสมทบบางส่วน เพื่อให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบและนำไปพิสูจน์ความเป็นไปได้ด้านการตลาด และในปีงบประมาณ 2567 เทดฟันด์ มีข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเติบโตต่อไปอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

โดยคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ได้มีมติให้ เทดฟันด์ ดำเนินโครงการ TED Matching Fund ผ่านกลไกความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งโครงการ TED Matching Fund จะสนับสนุนงบอุดหนุนแก่ผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เติบโตในระยะ Seed ถึง Series – A วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท/ต่อโครงการ เพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการของธุรกิจให้เติบโต

“มีเงื่อนไขว่า จะต้องได้รับการร่วมลงทุนและการพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากผู้ร่วมลงทุนที่ขึ้นทะเบียนกับเทดฟันด์เป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าโครงการ ซึ่งผู้ขอรับทุนจะมีระยะเวลาการดำเนินโครงการไม่เกิน 5 ปี และเมื่อผู้ประกอบการดำเนินงานโครงการประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ และเป็นไปตามตัวชี้วัดของโครงการที่วางไว้ ผู้รับทุนต้องส่งคืนเงินตามมูลค่าที่ได้รับการสนับสนุน พร้อมดอกเบี้ยในอัตราที่ผู้ให้ทุนกำหนด” นายชาญวิทย์ กล่าว

ด้าน น.ส.ปรารถนา อัตตะมณี กรรมการผู้จัดการบริษัท วลัยไบโอคอนโทรล จำกัด กล่าวว่า โครงการไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส ชีวภัณฑ์มาตรฐานสากล ที่เทดฟันด์ให้ทุนสนับสนุนเป็นชีวภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรที่สุดในปัจจุบัน ทั้งพืชขาดธาตุอาหาร ความเสียหายจากการเข้าทำลายของศัตรูพืช การเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมทางการเกษตรที่เกิดจากการดูแลพืชไม่เหมาะสม ทำให้ผลผลิตพืชด้อยคุณภาพและลดปริมาณลงเรื่อยๆ เป็นต้น

ซึ่งปัญหาเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการขาดทุนและขาดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพของเกษตรกร โครงการไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัสภายใต้การดูแลและบ่มเพาะโดยเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ (TED Fellow) อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงผลิตชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส มาแก้ปัญหาดังกล่าว โดยนำเชื้อและสารอาหารที่มีความสำคัญต่อการปลูกพืช 5 องค์ประกอบมาผสมกัน ได้แก่ 1.เชื้อรา Trichoderma asperellum NST-009 สำหรับควบคุมโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา

2.เชื้อรา Metarhizium anisopliae WU-003 สำหรับควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยเน้นกลุ่มด้วงและหนอนผีเสื้อ 3. เชื้อรา Beauveria bassiana WU-002 สำหรับควบคุมแมลงศัตรูพืชโดยเน้นกลุ่มเพลี้ย ไรแดง และหนอนผีเสื้อ 4.ธาตุอาหารรองที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโต (แคลเซียมและแมกนีเซียม) เสริมความแข็งแรงของผนังเซลล์พืช และเพิ่มศักยภาพกลไกของเซลล์พืชในการต่อสู้กับศัตรูพืช

และ 5.สารเสริมความแข็งแรงและกระตุ้นการงอกของสปอร์เชื้อราปฏิปักษ์ ทำให้สปอร์เชื้อราปฏิปักษ์ทั้ง 3 ชนิด มีอัตราการงอกของสปอร์สูงขึ้น (ความมีชีวิตรอด) และลดระยะเวลาของการงอกของสปอร์ช้าลง ทั้งนี้ ชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส ใช้กับพืชได้ทุกชนิดเพราะผ่านการทดสอบ โดยศูนย์ผลิตและบริการชีวินทรีย์เกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าสามารถควบคุมโรคพืชที่เกิดจากเชื้อราได้ถึง 31 โรค

“เช่น โรครากเน่าโคนเน่า โรคแอนแทรคโนส โรคเน่าระดับดิน โรคใบจุด และโรคใบไหม้ เป็นต้น ในพืช 14 ชนิด เช่น ทุเรียน พืชตระกูลส้ม ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าว พืชผักต่างๆ และไม้ดอกไม้ประดับ เป็นต้น ควบคุมแมลงศัตรูพืชได้ 12 ชนิด เช่น ด้วงแรดมะพร้าว เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง ไรแดงและหนอนผีเสื้อต่างๆ เป็นต้น และมีธาตุอาหารที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชทุกชนิด” น.ส.ปรารถนา ระบุ

สำหรับ วิธีการใช้งานรูปแบบผงสปอร์ในพื้นที่แปลงปลูกพืชทำได้ง่ายๆ โดยผสมน้ำตามอัตราที่ฉลากกำหนดพร้อมทั้งคนให้เข้ากันก่อนพ่นบนต้นพืชทั้งต้นที่ต้องการป้องกันความเสียหายจากศัตรูพืช และต้นที่เป็นโรค โดนแมลงศัตรูพืชเข้าทำลาย หรือต้นไม่สมบูรณ์เพราะขาดธาตุอาหาร โดยพ่นให้ชุ่มทั่วต้นพืช ในช่วงเวลาตอนเย็น จะช่วยป้องกันการเกิดโรค ป้องกันแมลงศัตรูพืชเข้าทำลาย ป้องกันการขาดธาตุอาหาร และรักษาต้นพืชที่เป็นโรค โดนแมลงศัตรูพืชเข้าทำลาย และแสดงอาการขาดธาตุอาหารได้

การันตีความปลอดภัย ทั้งต่อผู้ใช้งาน ผู้บริโภค และสภาพแวดล้อมระดับสากลตามมาตรฐานองค์กร Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) โดยห้องปฏิบัติการมาตรฐาน Good Laboratory Practice (GLP) จากต่างประเทศ ดังนั้น ชีวภัณฑ์ ไตรโคเดอร์มาไฟฝ์พลัส จึงเป็นนวัตกรรมชีวภัณฑ์ที่สุดล้ำและตอบโจทย์เกษตรกรมากที่สุดในปัจจุบัน โดยผู้ที่สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://tedfund.mhesi.go.th/ หรือสอบถามข้อมูลการสนับสนุนทุนเพิ่มเติมได้ที่ Line OA : @tedfund

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานพระวโรกาสให้’ขรก.ระดับสูงมหาดไทย’ที่จะเกษียณอายุราชการ เข้าเฝ้าฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757177

'สมเด็จพระสังฆราช'ประทานพระวโรกาสให้'ขรก.ระดับสูงมหาดไทย'ที่จะเกษียณอายุราชการ เข้าเฝ้าฯ

‘สมเด็จพระสังฆราช’ประทานพระวโรกาสให้’ขรก.ระดับสูงมหาดไทย’ที่จะเกษียณอายุราชการ เข้าเฝ้าฯ

วันอาทิตย์ ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2566, 14.47 น.

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระวโรกาสให้ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการ เข้าเฝ้ารับประทานพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

วันที่ 17 กันยายน 2566 เวลา 09.39 น.สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำอธิบดี ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 พร้อมคู่สมรส รวม 41 คน เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะ และรับประทานพร เพื่อความเป็นสิริมงคล

การนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ถวายเครื่องสักการะ และกราบทูลถวายรายงาน แล้วเบิก นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะผู้แทนข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ พร้อมด้วย นางวรสุดา รัตนสุคนธ์ คู่สมรส ถวายเครื่องสักการะ

เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาท ความว่า “อาตมภาพขออนุโมทนาสาธุการ ต่อข้าราชการและชาวกระทรวงมหาดไทยทุกท่าน ที่ได้มาเยี่ยมเยือนกันในวันนี้ ซึ่งนับเป็นโอกาสพิเศษ ที่อาตมภาพจะได้แสดงมุทิตาจิตต่อผลสัมฤทธิ์ของการทำงาน ตามที่ท่านผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกษียณอายุราชการ ได้สร้างสรรค์มาด้วยดี ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา

ผู้เกษียณอายุราชการ คือ ผู้อาวุโสอย่างสมบูรณ์ การเจริญวัยล่วงมาโดยสวัสดิภาพถึงเขตนี้ ย่อมต้องผ่านประสบการณ์ ตามสำนวนไทยที่เรียกว่า “ผ่านร้อนผ่านหนาว” มามาก การผ่านฤดูกาลที่ร้อนและหนาวมาถึง 6 ทศวรรษ สมควรที่ผู้สูงวัยจักได้ไตร่ตรองถึงการกระทำทางกาย ทางวาจา และทางใจ ตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านไปแล้วในอดีตให้ถี่ถ้วน ว่าเราได้กระทำสิ่งใดเหมาะสมถูกต้อง เป็นประโยชน์ตน และประโยชน์ผู้อื่นไว้บ้าง ในขณะเดียวกัน ก็ต้องกล้าหาญพอที่จะยอมรับกับตนเองว่า เราได้กระทำสิ่งใดไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง ไม่สมควร เป็นโทษทุกข์แก่ตน และแก่ผู้อื่นไว้บ้าง

การคิดทบทวนด้วยความเอาใจใส่ ด้วย “จิตตะ” และมุ่งแก้ไขปรับปรุงตนให้ดียิ่งขึ้นด้วย “วิมังสา” เช่นนี้ คือ กระบวนการศึกษาและพัฒนาตนเองตามหลักพระพุทธศาสนา เพื่อชีวิตข้างหน้าที่เหลือของทุกคน จักได้ดำเนินไปอย่างรอบคอบที่สุดในขณะปัจจุบัน โดยไม่เผลอก้าวพลาดกระทำผิดซ้ำรอยเดิม ให้เป็นที่น่าอับอายแก่ลูกหลานและคนรุ่นหลัง ท่านต้องตั้งตนเป็นผู้พร้อมพรั่งด้วยกำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญา ในอันที่จะเพิ่มพูนความดีงามในชีวิตให้ทวีคูณยิ่ง ๆ ขึ้นกว่าเก่า ให้สามารถดำรงตนเป็นร่มเงาอันร่มเย็นของครอบครัว ชุมชน และสังคมประเทศชาติได้ ให้สมฐานะของร่มโพธิ์ร่มไทร เป็นผู้ใหญ่วัยเกษียณที่น่ารักน่าเคารพตลอดไป

ขออำนวยพรให้ข้าราชการบำนาญ และสาธุชนทุกท่าน จงเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย เต็มเปี่ยมด้วยสรรพกำลังโดยชอบธรรม ในอันที่จะคอยช่วยเหลือ เป็นที่ปรึกษา และเป็นแบบอย่างอันดีงามของชาวกระทรวงมหาดไทยรุ่นหลัง ในการทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ของประชาชน ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ ตลอดกาลนาน เทอญ”

– 006

‘เพิ่มพูน’มอบนโยบาย สอศ.พร้อมรับทุกความคิดเห็น พัฒนาอาชีวะให้ดียิ่งขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/757109

'เพิ่มพูน'มอบนโยบาย สอศ.พร้อมรับทุกความคิดเห็น พัฒนาอาชีวะให้ดียิ่งขึ้น

‘เพิ่มพูน’มอบนโยบาย สอศ.พร้อมรับทุกความคิดเห็น พัฒนาอาชีวะให้ดียิ่งขึ้น

วันเสาร์ ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.06 น.

‘เพิ่มพูน’มอบนโยบาย สอศ.พร้อมรับทุกความคิดเห็น พัฒนาอาชีวะให้ดียิ่งขึ้น

วันที่ 16 กันยายน 2566 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายและเป็นประธานเปิดการประชุมผู้บริหารสถานศึกษาของรัฐ สังกัดสํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) “ความสําเร็จการขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566” พร้อมด้วยนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายวิศรุต ปู่เพ็ง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายนพ ชีวานันท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายพิษณุ พลธี ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวต้อนรับ ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวรายงาน พร้อมด้วย เรืออากาศโท สมพร ปานดำ นายประพัทธ์ รัตนอรุน นายวิทวัต ปัจจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายสง่า แต่เชื้อสาย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ภาครัฐ สังกัด สอศ. ผู้อำนวยการสำนัก หน่วย กลุ่ม ศูนย์ เจ้าหน้าที่ จํานวน 500 คน ร่วมพิธี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 กันยายน 2566 ณ โรงแรมไดมอนด์ พลาซ่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี

พล.ต.อ. เพิ่มพูน กล่าวว่าตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบาย เมื่อวันที่ 11–12 กันยายน 2566 ณ รัฐสภา โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เช่น 1. การจัดการอาชีวศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต 2. การส่งเสริมให้มีผู้เรียนมีรายได้ระหว่างเรียน 3. การผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน 4. การสนับสนุนอุปกรณ์ เทคโนโลยี สำหรับนักเรียน นักศึกษา และ 5. การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยในประเด็นดังกล่าวมาข้างต้น ตนมั่นใจว่าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาทุกระดับได้พยายามขับเคลื่อนตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และจะสนับสนุนงานของทุกท่านให้บรรลุวัตถุประสงค์ เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากที่สุด

“จากการแถลงนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ผมขอฝากนโยบาย และพร้อมรับฟังความคิดเห็น เพื่อปรับปรุงงานอาชีวศึกษา ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป” รมว.ศธ.กล่าว

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า สอศ. จัดการประชุมผู้บริหาร สถานศึกษาของรัฐ สังกัด สํานักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) “ความสําเร็จ การขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรับทราบนโยบายการจัดการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  2.เพื่อเสนอความสำเร็จในการขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 3. เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดกระบวนการทำงานในการขับเคลื่อนนโยบายและจุดเน้นการปฏิบัติของหน่วยงานและสถานศึกษาให้บังเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งรับทราบนโยบายและจุดเน้นการปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567

ทั้งนี้ พล.ต.อ. เพิ่มพูน  ได้เยี่ยมชมสิ่งประดิษฐ์ของนักศึกษาอาชีวศึกษา และนิทรรศการความสำเร็จนโยบายหลักของ สอศ. ของสถานศึกษาในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ วิทยาลัยเทคนิคสุราษฎร์ธานี โดยมีผลงานของนักศึกษาได้รับรางวัลระดับนานาชาติ อาทิ ผลงาน “โอ่งคั่วเมล็ดกาแฟแบบโรตารี่ระบบอัตโนมัติ” ซึ่งกำลังเข้าร่วมประกวดและจัดแสดงนิทรรศการในเวที “Indonesia Inventor Day 2023” (IID 2023)  ณ บาหลี  สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ผลงาน “นวัตกรรมเรือไฟฟ้าสำหรับเก็บขยะชายฝั่งทะเลและแนวปะการัง” ได้รับรางวัล Gold Medal (เหรียญทอง) และรางวัล Special Prize on Stage จาก Hong Kong Student Invention Patent Program (Hong Kong Special Award)  ในเวที “Japan Design, Idea and Invention Expo” (JDIE 2023) ณ Tokyo AriakeGarden Convention Center, Japan กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น

ส่วนของรางวัลระดับชาติ ได้แก่ ผลงาน “เตาอบโอ่งและรมควันปลาเม็งระบบอัตโนมัติ” ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 และผลงาน “นวัตกรรมชุดทำขนม Street food 3 types เพิ่มรายได้แก้ปัญหาความยากจน” ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับอาชีวศึกษา กลุ่มอาหาร จากการประกวดจัดแสดงนิทรรศการและจำหน่ายงานวิจัยและนวัตกรรม ในงาน “วันนักประดิษฐ์” ประจำปี 2566 ภายใต้โครงการ “Thailand New Gen Inventors Award 2023 (I-New Gen Award 2023) เป็นต้น

ชป.ขานรับข้อสั่งการ ‘รมว.ธรรมนัส’ รับมือฝนตกหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/756975

ชป.ขานรับข้อสั่งการ 'รมว.ธรรมนัส' รับมือฝนตกหนัก

ชป.ขานรับข้อสั่งการ ‘รมว.ธรรมนัส’ รับมือฝนตกหนัก

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 19.36 น.

กรมชลประทาน ขานรับข้อสั่งการ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ทุกโครงการชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำ หลังกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนจะมีฝนตกหนักโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานอย่างใกล้ชิด ย้ำบริหารจัดการน้ำฤดูฝนควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด หวังบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน 

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้โครงการชลประทานทั่วประเทศและศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง  พร้อมนำข้อมูลมาวิเคราะห์วางแผนการบริหารจัดการน้ำร่วมกันกับพื้นที่ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำในช่วงปลายฤดูฝนไว้ให้ได้มากที่สุด เน้นย้ำน้ำอุปโภค บริโภค รักษาระบบนิเวศต้องเพียงพอ พร้อมกำชับให้ทุกโครงการชลประทาน  จัดหาแหล่งน้ำสำรองในพื้นที่ อาทิ หนอง บึง แก้มลิงต่างๆ เร่งเข้าปรับปรุง ขุดลอก  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งถัดไป  

สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ขณะนี้มีปริมาณฝนตกอย่างต่อเนื่อง  ได้สั่งการให้โครงการชลประทานในพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด  พร้อมร่วมกันบริหารจัดการน้ำระหว่างพื้นที่อย่างเชื่อมโยงกัน  จัดจราจรน้ำให้สอดคล้อง เพื่อให้การระบายน้ำทำได้ดีและรวดเร็ว  รวมทั้งตรวจสอบความมั่นคงของอาคารชลประทาน โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ที่มีปริมาณน้ำมาก   ตลอดจนสำรวจศักยภาพการรับน้ำของพื้นที่ท้ายอ่างฯ  บริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดควบคู่ไปกับการเก็บกัก   พิจารณาการระบายน้ำให้เหมาะสม โดยไม่กระทบต่อพื้นที่ท้ายอ่างฯ  พร้อมทำการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนก่อนการระบายน้ำทุกครั้ง  จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันที  เน้นย้ำให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง   เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด

‘ศุภมาส’เข้าใจหัวอกแม่ ยันให้ความเป็นธรรมเหยื่อ สั่งทบทวนกิจกรรมรับน้องทุกสถาบัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/756909

‘ศุภมาส’เข้าใจหัวอกแม่ ยันให้ความเป็นธรรมเหยื่อ สั่งทบทวนกิจกรรมรับน้องทุกสถาบัน

‘ศุภมาส’เข้าใจหัวอกแม่ ยันให้ความเป็นธรรมเหยื่อ สั่งทบทวนกิจกรรมรับน้องทุกสถาบัน

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.05 น.

‘ศุภมาส’ยันให้ความเป็นธรรมเหยื่อรับน้อง เผยเข้าใจหัวอกแม่ด้วยกันที่สูญเสีย สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุดพร้อมเยียวยา ให้ทบทวนการจัดกิจกรรมรับน้องทุกสถาบันอุดมศึกษา

15 กันยายน 2566 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวถึงกรณีที่แม่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สถาบันดังย่านปทุมวัน เข้ายื่นหนังสือถึง รมว.อว. เพื่อร้องขอความยุติธรรมและการเยียวยาหลังจากสูญเสียลูกชายจากกิจกรรมรับน้องของสถานบันดังกล่าว ว่า กระทรวง อว. ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะตนก็เป็นแม่คนจึงเข้าใจหัวอกของคนเป็นแม่ด้วยกัน ซึ่งการสูญเสียลูกไปไม่มีสิ่งใดจะมาทดแทนหรือเยียวยาได้

“ขณะนี้ตนได้สั่งการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด และขอให้มั่นใจว่าจะให้ความยุติธรรม โดยเฉพาะกับผู้ที่สูญเสีย และพร้อมจะเร่งเยียวยา โดยหลังจากนี้จะต้องมีการทบทวนการจัดกิจกรรมการรับน้องในทุกสถาบันอุดมศึกษา และต้องมีการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานหรือกระทรวงอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กับลูกใครอีก” นางสาวศุภมาส กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 ก.ย.66 แม่ของนักศึกษาผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความยุติธรรมและการเยียวยาที่อาคารพระจอมเกล้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมีนางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ คณะทำงาน รมว.กระทรวง อว. , นายวันนี นนท์ศิริ ผู้ช่วยปลัดกระทรวง อว. รับหนังสือ และมีนางสาวภัสริน รามวงศ์ สส. เขตบางซื่อ-ดุสิต พรรคก้าวไกล , นายปารมี ไวจงเจริญ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.เขตบางเขน จตุจักร-หลักสี่ พรรคก้าวไกล ร่วมพูดคุยหารือเพื่อยกระดับการควบคุมและป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อีก

‘ชวน’ฝากเชือด‘กู้ กยศ.’ไม่คืน ให้งดร่วมชั้นเรียนสถาบันพระปกเกล้า ชี้แค่เริ่มต้นก็โกงแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/756908

‘ชวน’ฝากเชือด‘กู้ กยศ.’ไม่คืน ให้งดร่วมชั้นเรียนสถาบันพระปกเกล้า ชี้แค่เริ่มต้นก็โกงแล้ว

‘ชวน’ฝากเชือด‘กู้ กยศ.’ไม่คืน ให้งดร่วมชั้นเรียนสถาบันพระปกเกล้า ชี้แค่เริ่มต้นก็โกงแล้ว

วันศุกร์ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566, 17.04 น.

‘ชวน’ฝากเชือด‘กู้ กยศ.’ไม่คืน ให้งดร่วมชั้นเรียนสถาบันพระปกเกล้า ชี้แค่เริ่มต้นก็โกงแล้ว

15 กันยายน 2566 ที่ห้องประชุมสโมสรราชพฤกษ์ นอร์ธปาร์ค นักศึกษาหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง(พตส.) รุ่นที่ 13 จัดเสวนานำเสนอยุทธศาสตร์ หัวข้อ “ยุทธศาสตร์เสริมสร้างให้ระบบการเลือกตั้งได้รับการยอมรับ” โดยมีนายสันทัศน์ ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เป็นประธานในพิธี และมีนายชวน หลักภัย สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานรัฐสภา กล่าวปาฐกถาเรื่อง “ฉากทัศน์ประเทศไทยหลังการจัดตั้งรัฐบาล”

นายชวน กล่าวตอนหนึ่ง ว่า ตนได้ย้ำกับเลขาสถาบันพระปกเกล้าว่า ทุกหลักสูตรต้องตรวจสอบว่าคนมาเรียนนั้นได้กู้ กยศ.หรือไม่ ถ้ากู้แล้วไม่คืนก็ไม่รับ เพราะมาเรียนได้อย่างไร แค่เริ่มต้นด้วยการโกง ถ้าไม่มีงานไม่มีเงิน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เมื่อมีงานทำแล้ว รายได้เป็นแสน เป็นล้านก็มี แต่ไม่คืนกยศ.แบบนี้ สถาบันพระปกเกล้าต้องกำหนดเงื่อนไขพิเศษ และขอให้เลขาฯ บรรยายในชั่งโมงแรกเลย เพราะไม่อยากให้คนที่จบหลักสูตรแล้ว ความรู้ดีกว่าเดิม แต่ทุกจริตเก่งกว่าเดิม

“อยากให้หลักสูตรสร้างคนดี ถ้าคนสีเทาเข้ามาก็อยากให้ออกไปเป็นสีใส ส่วนสีใสที่เข้ามาไม่อยากให้ออกไปสีเทา” นายชวน กล่าว