ttb reserve มอบเงื่อนไขพิเศษ บุตรหลานผู้ถือบัตรเรียนต่อ ตปท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744732

ttb reserve มอบเงื่อนไขพิเศษ  บุตรหลานผู้ถือบัตรเรียนต่อ ตปท.

ttb reserve มอบเงื่อนไขพิเศษ บุตรหลานผู้ถือบัตรเรียนต่อ ตปท.

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ttb reserve จับมือ สถาบันวางแผนการศึกษาต่อต่างประเทศ EduSmith จัดสัมมนาพิเศษ “OverseasEducation Powerhouse Forum” เพื่อวางแผนให้ศึกษาบุตรหลานไปศึกษาต่อต่างประเทศ พร้อมเสนอโซลูชั่นการเงิน และโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อสมัครเรียนต่อ หรือคอร์สเรียนกลุ่ม/เดี่ยว กับ EduSmith ตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2566

ลูกค้าผู้ถือบัตร ttb reserve ที่สนใจส่งบุตรหลานไปศึกษาต่อต่างประเทศ ธนาคารจะช่วยวางแผนการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อเป็นทุนการศึกษาของบุตรหลาน ลดค่าใช้จ่าย และมีโอกาสรับผลตอบแทนสูง พร้อมรับส่วนลดพิเศษ 7% เมื่อเข้ารับบริการโปรแกรมสมัครเรียนต่อหรือคอร์สเรียนกลุ่ม/เดี่ยว กับ EduSmithตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม 2566 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.ttbbank.com/th/ttb-reserve หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ ttb reserve line02-0101428

UNFPA ร่วมกับจุฬาฯเปิดตัว แพลตฟอร์ม inCUsive ในวันประชากรโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744737

UNFPA ร่วมกับจุฬาฯเปิดตัว  แพลตฟอร์ม inCUsive ในวันประชากรโลก

UNFPA ร่วมกับจุฬาฯเปิดตัว แพลตฟอร์ม inCUsive ในวันประชากรโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.รัตติยา ภูละออ รองคณบดีวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับเชิญจากองค์การทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ร่วมนำเสนอเนื้อหาด้านโครงสร้างประชากร เพศ และช่วงวัยเชื่อมโยงกับการศึกษาและความต้องการของตลาดแรงงาน การเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยของกลุ่มเยาวชน และความเท่าเทียมทางเพศ รวมถึงความสำคัญของภาวะเจริญพันธุ์ต่ำและสังคมสูงวัย ภายใต้โครงการ “Bridging Integration Gaps and Promoting Gender Equality for Young People Towards Aged Society : พร้อมเชื่อมทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ไปด้วยกัน” เนื่องในวันประชากรโลก (World Population Day) ประจำปี 2566  ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพมหานคร (รางน้ำ) 

นอกจากการปาฐกถา ภายในงานยังมีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม“InCUsive” ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ UNFPA โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างหลายหน่วยงานเพื่อการพัฒนานวัตกรรมใหม่ด้านการวิจัยและสร้างองค์ความรู้ใหม่ โดยแบ่งออกเป็น 7 กลุ่มงาน อาทิ กลุ่มผู้หญิงและเพศทางเลือก ได้แก่ โครงการ RESPECT ในพื้นที่เทศบาลตำบลเกาะคา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปางพื้นที่นำร่องของโครงการลดความรุนแรงต่อสตรีด้วยแนวทาง “RESPECT : การเคารพต่อความเท่าเทียมกันของสตรี” และศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านสุขภาพคนข้ามเพศ (Center Of Excellence, กลุ่มเด็กและเยาวชน ได้แก่ โครงการระบบ National Digital Learning Platform สำหรับประเทศไทย ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กและการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในการทํางาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม ในประเทศไทย (In-depth Research on Youth Not in Employment, Education or Training :NEETs), กลุ่มคนพิการ 

ได้แก่ โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), กลุ่ม Cross cutting/enable ได้แก่ นวัตกรรมความหลากหลายความเท่าเทียม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
(Diversity, Equity and Inclusion Innovation : DEI) และนวัตกรรมการสื่อสารเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน (Communication Innovation for Development of Quality of Life and Sustainability)  เป็นต้น

มมส บายศรีสู่ขวัญนิสิตใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744730

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

องค์การนิสิต ร่วมกับ สโมสรนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) จัดพิธีบายศรีสู่ขวัญนิสิตใหม่ ปีการศึกษา 2566 “ผูกข้อยอแขน โฮมขวัญน้อง รุ่นจามรี 13” โดยมี รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดี เป็นประธานเปิดงาน

ดร.ฉวีวรรณ พันธุ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงหมอลำ ประจำปี 2536 มาขับกลอนลำต้อนรับนิสิตใหม่ และ อาจารย์นรชน โทบุดดี มาเป็นหมอพราหมณ์ประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญ

ยามาฮ่า สมาคมอาชีวะ เวิร์คพอยท์ ร่วมกันสร้างครีเอเตอร์หน้าใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744734

ยามาฮ่า สมาคมอาชีวะ เวิร์คพอยท์  ร่วมกันสร้างครีเอเตอร์หน้าใหม่

ยามาฮ่า สมาคมอาชีวะ เวิร์คพอยท์ ร่วมกันสร้างครีเอเตอร์หน้าใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด (ยามาฮ่า) จับมือ สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และ บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด (เวิร์คพอยท์ ทีวี) จัดแคมเปญ THE CREATOR ARENA (เดอะ ครีเอเตอร์ อารีน่า) เปิดพื้นที่ให้นักเรียนนักศึกษาอาชีวะที่อยากเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ได้พัฒนาทักษะไปสู่การเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพในอนาคต พร้อมมอบเงินรางวัลรวมกว่า 300,000 บาทรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟินน์ และของรางวัลมากมาย

แคมเปญ THE CREATOR ARENA เป็นการจัดประกวดในรูปแบบออนไลน์ผสมกับออฟไลน์ ภายใต้แนวคิด “ปล่อยความกล้า ไปกับยามาฮ่าฟินน์” ให้คนรุ่นใหม่ได้ปล่อยพลังที่บ่งบอกความเป็นตัวตน กล้าที่จะไปกล้าที่จะเป็น และกล้าที่จะฟินน์ด้วยการสร้างสรรค์คลิปคอนเทนต์ตามโจทย์ที่กำหนดในแต่ละรอบการแข่งขันส่งเข้าประกวดผ่านทาง SOCIAL MEDIA PLATFORM FACEBOOK และ TIKTOK และผู้ได้รับคัดเลือก 10 ทีมสุดท้าย จะมานำเสนอคลิปผลงานของตนเองกับคณะกรรมการกูรูครีเอเตอร์ เพื่อตัดสินผู้ชนะ ณ เวิร์คพอยท์ สตูดิโอ

โครงการเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้-16 สิงหาคม 2566 สมัครง่ายๆ เพียง Scan QR Code หรือ ติดตามรายละเอียดการสมัครได้ทาง Facebook Fanpage : THE CREATOR ARENA และติดตามความสนุกสนานของการแข่งขันตลอดทั้งแคมเปญได้ทาง รายการ GO TWO SCHOOL ออกอากาศทุกวันเสาร์ ช่องเวิร์คพอยท์ 23

สอศ.ร่วมมือซีเอ็ด ให้นักเรียนอาชีวะ ฝึกงานในร้านซีเอ็ดช่วงปิดเทอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744736

สอศ.ร่วมมือซีเอ็ด ให้นักเรียนอาชีวะ  ฝึกงานในร้านซีเอ็ดช่วงปิดเทอม

สอศ.ร่วมมือซีเอ็ด ให้นักเรียนอาชีวะ ฝึกงานในร้านซีเอ็ดช่วงปิดเทอม

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสง่า แต่เชื้อสาย ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อสานต่อโครงการกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา ทุกระดับชั้น ภายใต้สังกัดการอาชีวศึกษาให้ได้เข้ามาฝึกงานในส่วนงานต่างๆ ของซีเอ็ด อีกทั้งยังมีรายได้เสริมในช่วงปิดภาคเรียน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์โดยตรงต่อตัวนักเรียน นักศึกษา โดยการฝึกงานนี้ จะยังสามารถนำผลการทำงานมาคิดเป็นผลการเรียนภาคปฏิบัติ หรือชั่วโมงฝึกงานได้อีกด้วย

นายรุ่งกาล ไพสิฐพานิชตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการในปี 2566 เป็นการสานต่อนโยบายการจัดการอาชีวศึกษาเพื่อสร้างความร่วมมือในการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีความรู้ความสามารถอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและสถานประกอบการและทักษะในการประกอบอาชีพ โดยจะเปิดโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียน นักศึกษา ระบบทวิภาคีเข้าฝึกการทำงานในส่วนงานต่างๆ ของซีเอ็ด อาทิ สาขาการบัญชี สาขาการตลาด สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิก สาขาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล สาขาโลจิสติกส์ ซึ่งนอกจากจะสร้างทักษะความชำนาญในงานแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น ประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากตำราเรียนหรือห้องเรียนอีกด้วย

เด็ก ‘SIIT มธ.’ คว้าแชมป์ประเทศไทย เขียนโปรแกรมควบคุม ‘หุ่นยนต์ NASA’ เตรียมลงแข่ง ‘ระดับนานาชาติ’ ตุลาคมนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744738

เด็ก 'SIIT มธ.' คว้าแชมป์ประเทศไทย เขียนโปรแกรมควบคุม 'หุ่นยนต์ NASA' เตรียมลงแข่ง 'ระดับนานาชาติ' ตุลาคมนี้

เด็ก ‘SIIT มธ.’ คว้าแชมป์ประเทศไทย เขียนโปรแกรมควบคุม ‘หุ่นยนต์ NASA’ เตรียมลงแข่ง ‘ระดับนานาชาติ’ ตุลาคมนี้

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 16.28 น.

เด็ก ‘SIIT มธ.’ คว้าแชมป์ประเทศไทย เขียนโปรแกรมควบคุม ‘หุ่นยนต์ NASA’ เตรียมลงแข่ง ‘ระดับนานาชาติ’ ตุลาคมนี้

4 นักศึกษาจากสถาบัน “SIIT ม.ธรรมศาสตร์” คว้ารางวัลชนะเลิศ การแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศ NASA เตรียมเข้าร่วมแข่งขันระดับนานาชาติในฐานะ ‘ตัวแทนทีมเยาวชนประเทศไทย’ ช่วงเดือน ต.ค.นี้ 

นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จำนวน 4 คน ในชื่อทีม “Galactic4” สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศแอสโตรบี (Astrobee) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (NASA) ที่ปฏิบัติงานอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ให้ปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้โครงการ “The 4th Kibo Robot Programming Challenge” ซึ่งประกาศผลการแข่งขันไปเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2566

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กับองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) และหน่วยงานพันธมิตร จัดการแข่งขันเพื่อแสวงหา “ตัวแทนทีมเยาวชนประเทศไทย” เข้าร่วมแข่งขันรอบชิงแชมป์นานาชาติ ณ ศูนย์อวกาศสึกุบะ ประเทศญี่ปุ่น  ช่วงเดือนตุลาคม 2566

สำหรับการแข่งขันในโครงการ “The 4th Kibo Robot Programming Challenge” มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 182 ทีม โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ด้วยภาษาJAVA เพื่อควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ Astrobee ซึ่งทีม “Galactic4” จาก SIIT ธรรมศาสตร์ อันประกอบด้วย ณัฐวินทร์ แย้มประเสริฐ,เดชาธร ดาศรี, กษิดิศ ศานต์รักษ์และ ชีวานนท์ ชุลีคร สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ รับรางวัลมูลค่า 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และจะเป็นตัวแทนทีมเยาวชนประเทศไทยเข้าร่วมแข่งขันรอบชิงแชมป์นานาชาติ กับทีมจากประเทศสมาชิก Kibo-ABC อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ฯลฯ

นายณัฐวินทร์ แย้มประเสริฐ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ SIIT ในฐานะหัวหน้าทีม Galactic4 เปิดเผยว่า โจทย์ของการแข่งขันเป็นภารกิจเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในระบบจำลอง (Simulation) เพื่อควบคุมหุ่นยนต์ผู้ช่วยนักบินอวกาศ Astrobeeในการแก้ไขสถานการณ์จำลอง เหตุการณ์สารเคมีรั่วไหลภายในสถานีอวกาศ ซึ่งเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษาพื้นฐานอย่าง JAVA ที่มีการเรียนการสอนใน SIIT ช่วงชั้นปีที่ 1

นายณัฐวินทร์ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมการแข่งขันดังกล่าว ส่วนตัวทราบข่าวการเปิดรับสมัครจากผู้ปกครอง จึงได้รวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมชั้นปี 2 SIIT ธรรมศาสตร์ เพื่อทดลองนำสิ่งที่เรียนมาไปใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง โดยเริ่มต้นจากการวางแผนงานกันคร่าวๆ และใช้เวลาว่างช่วงปิดเทอมแบ่งงาน ซึ่งแต่ละคนจะเขียนโปรแกรมในส่วนของตัวเอง ก่อนจะนำมาประกอบกันเพื่อส่งเข้าทดสอบในระบบ Simulation จนเมื่อได้ผลลัพธ์ออกมาแล้วก็จะนำมาปรับปรุงและพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ

“ความจริงแล้วงานของเราเสร็จและใช้งานได้ตั้งแต่ภายในช่วง 2 สัปดาห์แรกของการแข่งขัน ซึ่งแม้ผลจะออกมาค่อนข้างดีแล้ว แต่เราก็คิดว่ายังดีได้อีกจึงมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงช่วงสุดท้ายของการส่งผลงาน” นายณัฐวินทร์ ระบุ

นายณัฐวินทร์ กล่าวว่า ทีม Galactic4 ตั้งใจจะเดินหน้าอย่างเต็มที่ที่สุดในฐานะตัวแทนประเทศไทย จากนี้จึงจำเป็นต้องจัดการตารางเวลาฝึกซ้อม พร้อมทั้งศึกษาและปรับตัวให้เข้ากับโจทย์กติกาใหม่ ซึ่งแน่นอนว่าอาจต้องมีความเหนื่อยมากขึ้น แต่ก็เป็นกำลังใจในด้านบวกที่เชื่อว่าจะเป็นโอกาสที่ดีของการเปิดประสบการณ์ใหม่

นายณัฐวินทร์ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา JAVA แม้จะเคยศึกษาและพอมีความรู้พื้นฐานเรื่องนี้ในเบื้องต้น แต่ก็ได้รับการเสริมทักษะเพิ่มมากยิ่งขึ้นจากการเรียนการสอนในคณะ และอีกปัจจัยสำคัญนั่นคือความสามัคคีในการทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ค ซึ่งภายในรั้ว SIIT ก็เป็นโอกาสที่ทำให้ได้มารู้จักกับกลุ่มเพื่อนในทีม ที่ล้วนมีลักษณะนิสัยของการเรียนรู้ที่ใกล้เคียงกัน โดยต่างคนต่างมีทักษะและความสามารถซ่อนเอาไว้ รอให้นำออกมาใช้งานจริงได้ อย่างเช่นกับการแข่งขันในครั้งนี้

“งานนี้เราทำคนเดียวคงไม่สำเร็จ หากจะต้องใช้ความสามารถและแรงพลังจากสมาชิกทุกคน ขณะเดียวกันเราไม่ประมาทตัวเอง ไม่ประมาทในตัวเกม กติกา คือถ้าเราจะหยุดตั้งแต่ตอนที่เขียนเสร็จในครั้งแรก และคิดว่ามันดีแล้วก็ได้ แต่เมื่อเราคิดว่ายังทำได้ดีกว่านี้ อยากนำหน้าคนอื่นขึ้นไปอีก เราจึงทำมันต่อไปเรื่อยๆ จนถึงท้ายสุดเท่าที่เป็นไปได้” นายณัฐวินทร์ กล่าว

ปลัด มท.นำพุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญกุศลครบรอบ 56 ปี วิถีพรต เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744703

ปลัด มท.นำพุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญกุศลครบรอบ 56 ปี วิถีพรต เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี

ปลัด มท.นำพุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญกุศลครบรอบ 56 ปี วิถีพรต เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 15.13 น.

“56 ปี วิถีพรต สมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี” ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำพุทธศาสนิกชนร่วมบำเพ็ญกุศลครบรอบ 56 ปี วิถีพรต เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี (วรชายมหาเถร) กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1 – 2 – 3 (ธ) และภาค 12 – 13 (ธ) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส

วันนี้ (19 ก.ค. 66) เวลา 09.09 น.ที่พระอุโบสถ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1 – 2 – 3 (ธ) และภาค 12 – 13 (ธ) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส เป็นประธานสงฆ์ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธพจนวชิรมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 (ธ) เจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์ ร่วมพิธี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการบำเพ็ญกุศลครบรอบ 56 ปี วิถีพรต เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี (วรชายมหาเถร) กรรมการมหาเถรสมาคม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1 – 2 – 3 (ธ) และภาค 12 – 13 (ธ) เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส และฉลองฐานานุกรมที่ พระครูปลัดสัมพิพัฒนญาณาจารย์ (ธรรมธัช ญาณทฺธโช) และฉลองเปรียญธรรม 9 ประโยค พระมหาศุภเดช สุภเตโช โดยมี หม่อมหลวงตรีนุช สิริวัฒนภักดี ผู้แทนมูลนิธิสิริวัฒนภักดี พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชน และภาคีเครือข่าย ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย แล้วถวายมุทิตาสักการะเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล เจริญพระพุทธมนต์ จบแล้ว เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีรญาณมุนี ถวายสักการะประธานสงฆ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำพุทธศาสนิกชนถวายจตุปัจจัยไทยธรรม กรวดน้ำรับพร เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้น เป็นการประกอบพิธีฉลองฐานานุกรมที่ พระครูปลัดสัมพิพัฒนญาณาจารย์ (ธรรมธัช ญาณทฺธโช) และฉลองเปรียญธรรม 9 ประโยค พระมหาศุภเดช สุภเตโช โดยได้รับเมตตาจากพระมหาเถระรับทักษิณานุปทาน และเจริญพระพุทธมนต์

เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี มอบคำปรารภ หัวข้อ “56 พรรษาปรารภ” ความว่า วิถีพรตของข้าพเจ้าลุล่วงมาถึง 56 ปีแล้ว โดยเฉลี่ยการประกอบอาชีพการงานของฆราวาสทั่วไป มักมีเวลาอย่างมากไม่เกิน 40 ปี ถ้านับแต่เริ่มทำงานตอนอายุ 20 ปี แล้วไปเกษียณอายุการทำงานตอนอายุ 60 ปี ก็ตกค่าเฉลี่ยได้ราว 4 ทศวรรษเป็นประมาณ แต่สำหรับสมณะในพระพุทธศาสนานั้น เมื่อได้รับบรรพชาอุปสมบท เป็นอุปสัมบันแล้ว บทบาทหน้าที่ของการบำเพ็ญพรต เป็นพระภิกษุในพระธรรมวินัย ย่อมต้องดำเนินสืบไปตราบเท่าที่ดำรงในสมณเพศ จนถึงวันสุดท้ายที่ลาสิกขาหรือกระทำกาลกิริยาจากโลกนี้ไป หน้าที่สำคัญที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โปรดประทานไว้ให้แก่พระภิกษุทุกรูป ย่อมได้แก่การเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ ให้ดำรงมั่นและขจรขจายไพศาลไปเป็นหลักใจของชาวโลก ดังพระพุทธบรรหารที่ว่า “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย” แปลความว่า “ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเที่ยวจาริกไป เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขแก่คนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลก”

“ตลอดเวลา 56 ปีวิถีพรต ข้าพเจ้าจึงได้สู้อุตส่าห์พยายามทำงานสนองพระคุณพระพุทธศาสนาด้วยการสรรค์สร้างศาสนทายาท ประกาศศาสนธรรม และอุปถัมภ์ศาสนวัตถุ เพื่อให้เกิดประโยชน์และความสุขแก่คนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลกให้ได้มากที่สุด ครั้นยิ่งวันยิ่งผันผ่านไป ก็ทำให้ยิ่งต้องรีบเร่งขวนขวายประกอบกุศลกิจ และชักชวนญาติมิตรมาร่วมทางบำเพ็ญกุศลกันต่อไปตราบถึงจุดหมายปลายทางที่สมเด็จพระบรมศาสดาประทานมรรควิธีไว้ ก็เพราะร่มโพธิ์ไทรในพระพุทธศาสนา นับแต่คุณพระรัตนตรัยเป็นปฐม ตลอดถึงบูรพาจารย์ คุณของพระอารามและอารามที่พึ่งพำนัก พระบารมีของสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าผู้ทรงเป็นพุทธศาสนูปถัมภก ความเมตตาปรานีของพระมหาเถระและพระเถระ น้ำใจไมตรีของเพื่อนสหธรรมิก รวมทั้งการอุปถัมภ์ก็บำรุงจากญาติโยมนั้นเอง คือ เครื่องดลบันดาลความร่มเย็นเป็นผาสุกในวิถีพรตของข้าพเจ้ามาตลอดทางอันเนิ่นนานใกล้ถึง 6 ทศวรรษ ซึ่งมีบูรพาจารย์ของข้าพเจ้าพระองค์หนึ่ง ที่ข้าพเจ้าเชิดชูบูชาเป็นเนติแบบแผนแห่งชีวิต คือ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสนมหาเถร) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ยุคที่ 4 สกลมหาสังฆปริณายกพระองค์ที่ 18 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งข้าพเจ้าได้รับพระเมตตาการุญปกเศียรคุ้มเกล้าในฐานะอยู่ใต้บังคับบัญชาของพระองค์มานับแต่ข้าพเจ้ายังเป็นพระผู้น้อย ได้เฝ้าคอยสังเกตพระจริยาอันสงบสง่า เยือกเย็น กอปรด้วยพระสุขุมธรรมคัมภีรญาณ เป็นหลักชัยในการคณะสงฆ์ ทรงเป็นปราชญ์ในทางรจนา สามารถเผยแผ่พระพุทธธรรมด้วยนานาพระนิพนธ์อันทรงคุณค่า” เจ้าประคุณสมเด็จฯ ปรารภ

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เจ้าสมเด็จพระธีรญาณมุนี (วรชายมหาเถร) มีนามเดิมว่า สมชาย พุกพุ่มพวง เกิดเมื่อวันพุธที่ 22 ตุลาคม 2490 ภูมิลำเนาเดิม จังหวัดนครปฐม บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดท่าตำหนัก ตำบลท่าตำหนัก อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยมีพระวินัยวงศาจารย์ (นาค อิสินาโค) เจ้าอาวาสวัดท่าตำหนัก เป็นพระอุปัชฌาย์ ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2501 ต่อมาได้รับการอุปสมบทเป็นภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดเทพศิรินทราวาส เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2510 โดยมีพระธรรมธัชมุนี (เอื้อน ชินทตฺโต) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยวงศาจารย์ (นาค อิสินาโค) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิมลญาณโสภณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ สำเร็จการศึกษาพระปริยัติธรรมนักธรรมชั้นเอก และในปี พ.ศ. 2516 สอบได้เปรียญธรรม 8 ประโยค โดยในด้านงานปกครองคณะสงฆ์ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1 – 2 – 3 (ธ) และภาค 12 – 13 (ธ) และเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

“เจ้าประคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนี ได้บำเพ็ญสาธารณกุศลและสาธารณสงเคราะห์ไว้หลายประการ อาทิ การบูรณะถาวรวัตถุและเสนาสนะต่าง ๆ ของวัดเทพศิรินทราวาส และพระอาราม อารามต่าง ๆ  เป็นจำนวนมาก สนับสนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ เป็นผู้นำจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหัวใจที่ยากไร้และขาดโอกาสเข้าถึงยา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นผู้อุปถัมภ์ทุนการศึกษามูลนิธิเพื่อการศึกษา 6 รอบ สมเด็จพระธีรญาณมุนี (วรชายเถร) เป็นกรรมการบริหารมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานกรรมการอำนวยการวัดพุทธดัลลัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้อุปถัมภ์โครงการเพชรยอดมงกุฎ และเป็นประธานกรรมการบริหาร สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) เป็นต้น” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติม

– 006

อบจ.ฉะเชิงเทราจัดโครงการฝึกสอนทักษะศิลปะมวยไทยและมวยสากลรุ่นที่ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744657

อบจ.ฉะเชิงเทราจัดโครงการฝึกสอนทักษะศิลปะมวยไทยและมวยสากลรุ่นที่ 2

อบจ.ฉะเชิงเทราจัดโครงการฝึกสอนทักษะศิลปะมวยไทยและมวยสากลรุ่นที่ 2

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 11.32 น.

ดร.กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา มอบหมายให้นายเดโช คล้ายสุวรรณ์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดโครงการฝึกสอนทักษะศิลปะมวยไทยและมวยสากล รุ่นที่2 ระหว่างวันที่ 18 – 21 กรกฎาคม 2566 พร้อมด้วยนายภานุพัฒน์ เพ็ดตะกั่ว สมาชิกสภา อบจ.ฉะเชิงเทรา และมีนางสาวนารี เทพสุภรณ์กุล ผู้อำนวยการกองการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวรายงาน ณ โรงเรียนบ้านมาบนาดี ตำบลทุ่งพระยา อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา

สำหรับโครงการดังกล่าวมีนักเรียนและเยาวชนเข้าร่วมจำนวน 60 คน  โดยได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากชมรมมวยสมัครเล่นจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์ของนักเรียนและเยาวชน พัฒนาทักษะความรู้ความสามารถด้านกีฬามวยไทยและมวยสากล สนับสนุนให้มีความรักในด้านการกีฬาสร้างความมีระเบียบวินัย ความมีคุณธรรม ความรับผิดชอบ ความสามัคคีได้เป็นอย่างดี และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ห่างไกลยาเสพติด – 003

EA-บลูเทคซิตี้เดินหน้ามอบทุนการศึกษาปี’66 พัฒนาศักยภาพกำลังบุคลากรด้านพลังงานสะอาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744656

EA-บลูเทคซิตี้เดินหน้ามอบทุนการศึกษาปี'66 พัฒนาศักยภาพกำลังบุคลากรด้านพลังงานสะอาด

EA-บลูเทคซิตี้เดินหน้ามอบทุนการศึกษาปี’66 พัฒนาศักยภาพกำลังบุคลากรด้านพลังงานสะอาด

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 11.28 น.

ที่ห้องโชคอนันต์ อาคารเรียนรวมและอำนวยการ ม.ราชภัฏราชนครินทร์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ (EA) เดินหน้าเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพกำลังบุคลากรคุณภาพ ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานสะอาดให้กับประเทศไทย ได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ภายใต้โครงการทุนการศึกษา กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ เพื่อการพัฒนาบุคลากร เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (EEC) และทุนการศึกษา โครงการ Star of the Future ให้กับนิสิตและนักศึกษา ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) หลักสูตรทวิภาคี ภายใต้ทุน EEC จำนวน 14 ทุน และระดับปริญญาตรี หลักสูตรสหกิจศึกษา ภายใต้ทุน EEC จำนวน 9 ทุนและทุน Star of the Future หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตจำนวน 6 ทุน รวมเป็นทุนการศึกษาทั้งสิ้นกว่า 4,800,000 บาท 

โดยภายในงานคุณสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ เป็นประธานในพิธี  ร่วมกันกับ คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา กรรมการผู้จัดการนิคมอุตสาหกรรมฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้  โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เกียรติกล่าวให้โอวาทแก่นิสิตและนักศึกษา ร่วมด้วย รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา รักษาราชการแทน อธิการบดี ม.ราชภัฏราชนครินทร์ และนักศึกษาที่เข้ารับทุน เข้าร่วมในพิธี 
   
สำหรับทุนการศึกษานี้ครอบคลุมค่าธรรมเนียมการศึกษาตลอดหลักสูตร เบี้ยเลี้ยง และที่สำคัญคือ การให้โอกาสเข้าฝึกงานกับกลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ สถานประกอบการที่มีมาตรฐานสากล ซึ่งจะเป็นการสร้างความพร้อมและพัฒนาทักษะความสามารถก่อนที่จะเข้าสู่โลกการทำงานหลังสำเร็จการศึกษาต่อไป – 003

‘สถาบันโคเซ็น สจล.’ ผนึกกำลังไทย-ญี่ปุ่น ปั้นนวัตกร ป้อนEECและอุตสาหกรรมเป้าหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744545

‘สถาบันโคเซ็น สจล.’ ผนึกกำลังไทย-ญี่ปุ่น  ปั้นนวัตกร ป้อนEECและอุตสาหกรรมเป้าหมาย

‘สถาบันโคเซ็น สจล.’ ผนึกกำลังไทย-ญี่ปุ่น ปั้นนวัตกร ป้อนEECและอุตสาหกรรมเป้าหมาย

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(KOSEN – KMITL) ต้อนรับตัวแทนจากรัฐบาลญี่ปุ่น พร้อมด้วย เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ ไจก้าประเทศไทย สถาบันโคเซ็นแห่งญี่ปุ่น (NIT) และคณะทำงาน ในโอกาสที่เดินทางมาประเทศไทยและเยี่ยมชมติดตามความก้าวหน้าของสถาบันโคเซ็นฯ ในการผนึกความร่วมมือทางการศึกษาไทย-ญี่ปุ่น มุ่งปั้นนวัตกรตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล.กล่าวว่า ญี่ปุ่นนับเป็นประเทศผู้นำทางเทคโนโลยีระดับสูงและอุตสาหกรรมชั้นแนวหน้าของโลก ประเทศไทยและญี่ปุ่นมีสัมพันธไมตรีอันดีมาอย่างยาวนาน และมีความร่วมมือทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม และการศึกษา ซึ่ง สจล. มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศญี่ปุ่นมานับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งศูนย์ฝึกโทรคมนาคม และพัฒนาความก้าวหน้ามาเป็น สจล. จวบจนปัจจุบัน

ในโอกาสนี้ สจล. มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับการมาเยือนของคณะตัวแทนรัฐบาลและ 6 องค์กรชั้นนำ จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้เดินทางมาประเทศไทย ประกอบด้วยนายฮากิอูดะ โคอิชิ สมาชิกสภาล่างญี่ปุ่นและประธานกรรมาธิการวิจัยนโยบาย พรรคเสรีประชาธิปไตยญี่ปุ่น, นายนะชิดะ คะสุยะเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย,นายซูซูกิ คะสุยะ ไจก้าประเทศไทย นายมิยาเกะฟูมิโตะ จากกระทรวงต่างประเทศ และศ.อิโนอุเอะ มิสึเตรุ ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันโคเซ็นแห่งญี่ปุ่น (NIT) และคณะทำงาน

โดยได้เยี่ยมชมติดตามความก้าวหน้าและความสำเร็จของ สถาบันโคเซ็นแห่งสจล. (KOSEN – KMITL) ชมห้องปฏิบัติการ การสาธิตผลงานนวัตกรรมของนักศึกษา และพบปะพูดคุยกับนักศึกษาอย่างอบอุ่น นับเป็นการสานพลังไทย-ญี่ปุ่น ในการร่วมพัฒนาศักยภาพของเยาวชนคนไทยสู่ระดับโลกเพื่อรองรับการขยายตัวของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย และแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจ EEC พร้อมไปกับเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในภูมิภาคโลก

สถาบันโคเซ็นแห่งสจล. (KOSEN -KMITL) ก่อตั้งเมื่อปี 2562 จากความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและญี่ปุ่น มุ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่พัฒนากำลังคนด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีที่มีทักษะความเชี่ยวชาญสูงในการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมีเป้าหมายในการสร้างนวัตกรและวิศวกรนักปฏิบัติ (Practical Engineers) ตามมาตรฐานโคเซ็นประเทศญี่ปุ่น (NIT)

และเป็นหลักสูตรอนุปริญญา 5 ปีที่ได้รับการยอมรับจากบริษัทอุตสาหกรรมชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตเศรษฐกิจตะวันออก หรือ EEC ปัจจุบันมีนักศึกษา 348 คน โดยในปี 2566 คาดว่าจะมีเยาวชนสนใจเข้าสมัครเรียนราว 6,000 คน และในเดือนเมษายน 2567 จะมีบัณฑิตจบการศึกษารุ่นแรกที่จะเข้าทำงานเป็นกำลังสำคัญในภาคอุตสาหกรรม

รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล รักษาการผู้อำนวยการสถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า สถาบันโคเซ็นฯ มุ่งผลิตวิศวกรชั้นแนวหน้าของโลก เพื่อยกระดับการผลิตกำลังคนระดับอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยให้ผู้เรียนวิเคราะห์และแก้ปัญหาจากโจทย์ ผ่านกระบวนการคิด ทำงานเป็นกลุ่มและนำไปสู่การหาคำตอบ หรือสร้างองค์ความรู้ใหม่บนฐานความรู้เดิม พร้อมทั้งบูรณาการหลักสูตรกับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์

เข้มข้นทั้งภาควิชาการ และภาคปฏิบัติจากประเทศญี่ปุ่น โดยเนื้อหาของหลักสูตรจะยึดตามแนวทางของสถาบันโคเซ็นแห่งญี่ปุ่น หรือ NIT ซึ่งเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับโลกของญี่ปุ่นในการสร้างบุคลากรด้านเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิศวกรรม เพื่อปฏิบัติงานได้จริงควบคู่กับการเรียนรู้ในทักษะด้านสังคม เข้าใจในความเป็นมนุษย์ มีจิตสาธารณะ และความรับผิดชอบต่อสังคม

ทั้งนี้ หลักสูตรของสถาบันโคเซ็นแห่งสจล. (KOSEN – KMITL) เปิดรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นเข้าเรียนหลักสูตรอนุปริญญา 5 ปี ซึ่งมี 3 หลักสูตร ได้แก่1.หลักสูตรอนุปริญญาวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics Engineering) 2.หลักสูตรสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering) และ 3.หลักสูตรสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical and Electronic Engineering)

และในปี 2567 วางแผนเตรียมเปิดสอนในหลักสูตรปริญญาวิศวกรรมศาสตร์(Advanced Innovative Engineering) โดยนักศึกษาจะได้รับทุนการศึกษาจากโครงการฯและได้ไปทำงานวิจัย 2 ภาคการศึกษาที่สถาบันโคเซ็นแห่งญี่ปุ่น ด้วย โดยผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ สถาบันโคเซ็นแห่งสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KOSEN – KMITL) โทรศัพท์ 096-8059827, 02-3298000 ต่อ 7214, 7215 และ เว็บไซต์ http://www.kosen.kmitl.ac.th/home หรือติดตามข่าวสาร https://www.facebook.com/KOSENKMITL