‘สสส.-สมาคม SYSI’ เปิดตลาดนวัตกรรมทางสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744546

‘สสส.-สมาคม SYSI’  เปิดตลาดนวัตกรรมทางสังคม

‘สสส.-สมาคม SYSI’ เปิดตลาดนวัตกรรมทางสังคม

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับกิจกรรม “Social Spark : ลงทุนความฝันจุดไฟนวัตกรเปลี่ยนสังคม” เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา ณ อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยเป็นการเปิดพื้นที่แสดง 21 นวัตกรรมทางสังคมของคนรุ่นใหม่กว่า 20 ผลงาน ในรูปแบบตลาดนัดนวัตกรรมนำเสนอทั้งออนไซต์และออนไลน์

น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัว สสส. กล่าวว่า สสส. ความสำคัญแก่ปัจจัยทางสังคมในมิติต่างๆ ที่มีผลต่อสุขภาวะประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) เช่น การลดผลกระทบจากความเหลื่อมล้ำในสังคม และภาวะโลกร้อน โดยมียุทธศาสตร์ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของคนรุ่นใหม่ที่สนใจร่วมแก้ปัญหาเหล่านี้ โดยได้ร่วมมือกับสมาคมคนรุ่นใหม่กับนวัตกรรมทางสังคม (SYSI) ดำเนินโครงการบ่มเพาะนวัตกรคนรุ่นใหม่ อายุ 15-35 ปี

ให้ออกแบบนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) ที่หลากหลายนับตั้งแต่การแก้ไขปัญหาระดับบุคคล ระดับครอบครัว ไปจนถึงระดับสังคมงานในวันนี้เป็นการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการได้นำเสนอผลงานของตนเอง ต่อนักลงทุนด้านสังคมทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่เข้าร่วมงานกว่า 100 องค์กร ซึ่งงานนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคธุรกิจที่มีสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) อยู่แล้ว จะได้มาชม มาช้อปนวัตกรรมแก้ปัญหาในเรื่องต่างๆ ซึ่งผ่านการทดลองในพื้นที่จริงจนพร้อมใช้

เพื่อเลือกลงทุน สนับสนุน หรือร่วมบริจาค ให้ผลงานเปลี่ยนสังคมเหล่านี้มีความยั่งยืน โดยมีทั้งองค์กรที่มาชมในงานแบบ on site และชม on line ผ่านทางเพจ SYSI : Society of Young Social Innovatorsซึ่งหลังจากงานในวันนี้เสร็จสิ้นลง ก็ยังสามารถติดตามสนับสนุนและให้กำลังใจน้องๆ อย่างต่อเนื่องผ่านเพจ sysi.thailand สสส.อยากชวนทุกคนช่วยกันส่งเสริมโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ศักยภาพเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาสังคม ซึ่งเป็นการช่วยลดช่องว่างระหว่างวัยอีกทางหนึ่งด้วย

นายธเนศ ศิรินุมาศ หัวหน้าฝ่ายออกแบบกระบวนการเรียนรู้และสร้างชุมชนนวัตกร สมาคมคนรุ่นใหม่กับนวัตกรรมทางสังคม (SYSI) กล่าวว่า น้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้รับทั้ง Funding เงินทุนสนับสนุน Training การอบรมให้ความรู้ การทำงานเป็นทีม Networkingเครือข่ายการทำงาน และ Monitoring มีที่ปรึกษาคอยให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ ตลอดโครงการ โดยงานนี้ มีทีมนวัตกรรมในรุ่น Rookie รุ่น Pre Turn Pro และรุ่น Turn Pro ของทั้งปีที่ 1 และปีที่ 2 มาจัดแสดงให้นักลงทุนที่สนใจ ได้ให้การสนับสนุนทุนดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน

ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการโอนเงินบริจาคให้น้องๆ แล้วจำนวนหนึ่ง สำหรับนวัตกรรมที่น่าสนใจมีหลากหลายมิติ อาทิ “อาณาจักรพิทักษ์ความสุข” ของทีม Home Room พัฒนาหลักสูตรสีรุ้งสร้างความเข้าใจระหว่างเด็กและครอบครัว ที่ผ่านการทดลองใช้และได้ผลดีกับ 7 ครอบครัวใน จ.อ่างทอง ใช้งานศิลปะลดภาวะเครียด เคารพตัวเองต่ำของเด็ก บอร์ดเกม TANAM ของทีม KOPI PRO บอร์ดเกมสอนศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แอปพลิเคชั่นข้อมูลต้นไม้ ของทีม Greendot. เชื่อมโยงข้อมูลกับเครือข่ายรุกขกร ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลต้นไม้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายพื้นที่สีเขียวของ กทม.

‘สศร.’ชวนเที่ยวงาน เทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744542

‘สศร.’ชวนเที่ยวงาน  เทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 8

‘สศร.’ชวนเที่ยวงาน เทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 8

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประสพ เรียงเงิน ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่าสศร. ร่วมกับ เครือข่ายศิลปินร่วมสมัยและผู้ที่มีใจรักในงานศิลปะ จัดงานเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ ครั้งที่ 8 (The 8th Bangkok Art Festival : BAF)เพื่อเป็นการจุดประกายค้นหาแนวคิดและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้คนไทยนำทุนทางศิลปะและวัฒนธรรมมาพัฒนาต่อยอดเพื่อนำไปสู่การสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยการสร้างอาชีพซึ่งก่อให้เกิดรายได้

รวมทั้งเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป อันจะเป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปะที่เข้าถึงผู้ชมทุกกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนสนับสนุนให้ศิลปินได้มีพื้นที่ในการจัดแสดงผลงานโดยเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพ จัดขึ้นในพื้นที่ Event Metro Art สถานีพหลโยธิน ตั้งแต่วันที่ 17-23 ก.ค. 2566 เวลา 10.00-21.00 น. มีกิจกรรมประกอบด้วย ตลาดนัดจำหน่วยผลงานศิลปะและงานประดิษฐ์ หรือ D.I.Y. จากศิลปินหลากหลายสาขา ทั้งทัศนศิลป์และนฤมิตศิลป์ ที่มีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะ

ร่วมกับผู้ประกอบการมากกว่า 30 แบรนด์กิจกรรมการสาธิต เวิร์กช็อป งานศิลปะร่วมสมัย และสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบตามจินตนาการ การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และ การแสดงดนตรีร่วมสมัย โดยการจัดเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพช่วง 7 ครั้งที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน และเชื่อมั่นว่า กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในงานเทศกาลศิลปะแห่งกรุงเทพในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนและกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ

วิจัยความหลากหลายทางจุลชีพ สู่การคิดค้นวิธีกำจัดวัชพืชด้วยธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744544

วิจัยความหลากหลายทางจุลชีพ  สู่การคิดค้นวิธีกำจัดวัชพืชด้วยธรรมชาติ

วิจัยความหลากหลายทางจุลชีพ สู่การคิดค้นวิธีกำจัดวัชพืชด้วยธรรมชาติ

วันพุธ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไม่เพียงสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อสรรพสิ่ง สิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่าอย่าง “จุลชีพ”ก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ตลอดเวลา บนความหลากหลายทางชีวภาพที่ทำให้เกิดได้ทั้งประโยชน์และโทษ ซึ่ง ผศ.ดร.พฤษท์ หาญวรวงศ์ชัย อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยาคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลได้กล่าวถึง “ทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติ (Natural Selection)” ของนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ ชาร์ล ดาร์วิน (Charles Darwin) ว่าใช้อธิบายถึงความหลากหลายของจุลชีพได้เช่นกัน

นั่นคือ ภายใต้หลักการ “ธรรมชาติจะคัดเลือกในสิ่งที่เหมาะสมที่สุด” ดังนั้น ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จุลชีพจะสามารถปรับตัวไปตามสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันได้เสมอ ซึ่งจากประสบการณ์ที่ ผศ.ดร.พฤษท์ ได้ศึกษาทั้งในจุลชีพก่อโรค ซึ่งเป็นสาเหตุของการดื้อยา และใช้ประโยชน์จากจุลชีพในด้านอื่นๆ อย่างหลากหลาย จนพบว่าคุณสมบัติในการย่อยสลายของจุลชีพ สามารถนำไปใช้อธิบายข้อสังเกตของทฤษฎีการคัดเลือกโดยธรรมชาติดังกล่าวได้เช่นกัน

หนึ่งในการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางจุลชีพที่ ผศ.ดร.พฤษท์ ได้มีส่วนร่วมศึกษาอยู่ ได้แก่ “แนวคิดที่จะใช้จุลชีพในการควบคุมวัชพืช” ด้วยวิธีที่ทำให้เกิดการติดเชื้อแล้วย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่น เมื่อเราได้ศึกษาจนรู้ว่าจุลชีพแบบใดสามารถจับคู่กับจุลชีพแบบใดเพื่อนำไปสู่การย่อยสลาย จะทำให้เกิดประโยชน์ในทางการเกษตรได้ต่อไปอีกมากมาย

“หากเราพยายามตั้งคำถามในสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วพยายามมีส่วนร่วมกับสิ่งที่พบเจอจะทำให้เกิดความกระหายใคร่รู้ ซึ่งจะนำไปสู่การศึกษาต่อด้วยตัวเองนอกห้องเรียน วิชาชีววิทยา เป็นวิชาที่ศึกษาสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบตัวดังนั้น การศึกษาที่เปิดกว้าง โดยไม่จำกัดเพียงแต่ในห้องเรียน จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด” ผศ.ดร.พฤษท์ กล่าว

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายกจัดโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ประจำปี’66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744588

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายกจัดโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ประจำปี'66

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายกจัดโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ประจำปี’66

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 18.50 น.

สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก จัดโครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้ ประจำปี 2566 “ฝึกทักษะว่ายน้ำเพื่อป้องกันการจมน้ำ”เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชน มีทักษะการว่ายน้ำ สามารถเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ และรู้หลักการใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำได้

ที่อาคารสระว่ายน้ำชั้น 2 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต นครนายก อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก นายพงษ์อนันต์ จันทร์ไพร ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติบัตรของนายอารัญ บุญชัย ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้กับนายวุฒิศักดิ์ มั่งคั่ง เป็นผู้ทำความดีและทำคุณประโยชน์ในการช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว

พร้อมกล่าวขอบคุณในน้ำใจอันดีงามของเยาวชนผู้กล้า ที่เป็นตัวอย่างที่ดีของสังคมไทย จากนั้นได้เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศนียบัตรให้แก่เยาวชนที่ผ่านการอบรมในโครงการฯจากสถานศึกษาต่างๆในจังหวัดนครนายก โดยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาด้านการกีฬาและนันทนาการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครนายกจัดขึ้น โดยมีส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธีฯ

ปัจจุบันสถานศึกษาต่าง ๆ ให้ความสำคัญกับการเรียนว่ายน้ำ มีการสนับสนุนและบรรจุไว้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในโรงเรียนทั้งภาครัฐบาลและเอกชน ทำให้นักเรียนได้มีโอกาสเรียนว่ายน้ำ เพื่อเป็นนักกีฬา และสามารถเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งรู้หลักการใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้ประสบภัยทางน้ำได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นการพัฒนาสมรรถภาพทางร่างกาย จิตใจ เป็นการส่งเสริมการป้องกันและและควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นรากฐานในการสร้างสุขภาวะที่ดี คาดว่า เด็กและเยาวชน ได้รับการปลูกฝังให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการร่วมกิจกรรมตามความสนใจและตามความถนัด สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ต่อไป

ประกาศผล‘Moral Hackathon 2023’ เวทีคนรุ่นใหม่ออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744543

ประกาศผล‘Moral Hackathon 2023’ เวทีคนรุ่นใหม่ออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

ประกาศผล‘Moral Hackathon 2023’ เวทีคนรุ่นใหม่ออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 16.55 น.

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2566 ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เผยแพร่ประกาศผลการแข่งขัน Moral Hackathon 2023: การออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม ปี 2566 รุ่นที่ 2 ซึ่งเพิ่งจัดการแข่งขันรอบสุดท้ายและมีพิธีมอบรางวัลไปเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2566 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมบลู ฮิปโป แบริ่ง จ.สมุทรปราการ มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และนิสิต-นักศึกษาจากหลากหลายสถาบัน รวม 5 ทีมที่เข้ารอบสุดท้าย เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนกว่า 70 คน

สำหรับการแข่งขันรอบสุดท้าย (Final Pitching) ภายใต้หัวข้อ Moral Move  มีหลักเกณฑ์การให้คะแนน คือ 1.ความเข้าใจปัญหาและกลุ่มเป้าหมาย 2.ปัญหาและแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม 3.ความน่าสนใจของผลงาน/โครงการ 4.การจัดทำแผนการดำเนินงาน และ5.คุณภาพและเทคนิคการทำ วิธีการเล่าเรื่องเพื่อสามารถถ่ายทอด  นำเสนอผลงานได้อย่างน่าสนใจ และมีเทคนิคการจัดทำ Pitch Deck ให้สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน เพื่อให้เข้าตาคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและมากประสบการณ์จากหลากหลายสาขา

อาทิ  รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม  , คุณวีนัส อัศวสิทธิถาวร ผู้อำนวยการ Enterprise Brand Management Office SCG , คุณคุณาวุฒิ บุญญานพคุณ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมเพื่อสังคม NIA  , ดร.มนต์ศักดิ์ โซ่เจริญธรรม  ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ และคุณธนกร ชาลี  Chief Operation Officer ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน)

โดยทีมที่ได้รางวัลชนะเลิศ เงินรางวัล 1 แสนบาท ได้แก่ ทีม EASY EASY  ซึ่งสมาชิกทั้ง 3 คนมาจากหลายสถาบันการศึกษา ประกอบด้วย 1.น.ส.ชาคริยา จันทรคามิ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2.นายปริภัทร์ มะลีแก้ว นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ 3.นายเมฆินทร์ วงศ์ศรีลา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร กับผลงาน “Sign sense” เครื่องมือสำหรับผู้พิการทางหู เจาะกลุ่มเปราะบางของสังคม ทำให้ผู้พิการทางหูในประเทศไทยจำนวนกว่า 4 แสนคน สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างเท่าเทียม บนความเอื้ออาทรและช่วยเหลือกันมากขึ้น

ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัล 35,000 บาท ได้แก่ ทีม REYOUNG ซึ่งเป็นทีมจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ มีสมาชิก 4 คน ประกอบด้วย 1.นายกัมปนาท สุนทรธรรมนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี 2.นายจักรกริช ธนกิจเจริญพัฒน์ นักศึกษา ชั้นปีที่ 1 คณะบริหารธุรกิจ 3.นายชัชนันท์ ทองสุข นักศึกษา ชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ และ 4.นายไพศาล สิทธิวงศ์นักศึกษา ชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ กับผลงาน “Digital Community Platform”  แอพลิเคชันเพื่อผู้สูงวัย  อัดแน่นด้วยกิจกรรมต่างๆที่เหมาะสมกับผู้สูงวัย คลายเหงา มีพื้นที่ทำกิจกรรมของผู้สูงวัย

ขณะที่น้องๆ อีก 3 ทีม ที่ได้รับรางวัลชมเชย  คือทีม Rookie  : “Justice Again” บอร์ดเกมคุณธรรม แหล่งเรียนรู้การคอร์รัปชันเพื่อโลกที่ปราศจากการทุจริต  ภายใต้รูปแบบการเล่น คิดได้และเกิดการเรียนรู้นำไปปรับใช้ หรือปรับพฤติกรรม  ,ทีม สัพพีตีโย  ” FIXBACK  ” นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหา Turnover Rate ในองค์กร ภายใต้ระบบการทำงาน 3 ส่วน คือ Input feedback  2.Process feedback และ3.Suggestions   และทีม ปื๊ดป๊าดผจญภัย  : “PRIZETIC” เปลี่ยนขยะให้เป็นสิ่งของมีค่า

สำหรับการแข่งขัน Moral Hackathon 2023 ครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 3 ช่วงกิจกรรม ตั้งแต่การคัดเลือกผู้สมัคร 50 คน เข้าสู่ กิจกรรม Bootcamp เพื่อเฟ้นหาสุดยอดไอเดียเข้าสู่การแข่งขัน Hackathon ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน จากนั้นจะเหลือ 5ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบ Final Pitching โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า  ศูนย์คุณธรรมจะสนับสนุนต่อยอดนวัตกรรมด้านจิตสาธารณะ  เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างจริงจังจนเกิดเป็นรูปธรรม  มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนในสังคมให้ดียิ่งขึ้น สร้างความเปลี่ยนเเปลงทางสังคม ที่ส่งผลทันทีในปัจจุบันและสามารถส่งผลต่อเนื่องได้ในอนาคต

สพฐ.ประกาศปฏิทินเฟ้น ‘บิ๊กร.ร.’ สมัคร 15-21 ส.ค. สอบ 9 ก.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744534

สพฐ.ประกาศปฏิทินเฟ้น ‘บิ๊กร.ร.’ สมัคร 15-21 ส.ค. สอบ 9 ก.ย.นี้

สพฐ.ประกาศปฏิทินเฟ้น ‘บิ๊กร.ร.’ สมัคร 15-21 ส.ค. สอบ 9 ก.ย.นี้

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 16.40 น.

สพฐ.ประกาศปฏิทินเฟ้น ‘บิ๊กร.ร.’ สมัคร 15-21 ส.ค. สอบ 9 ก.ย.นี้

วันที่ 18 ก.ค.2566 นายอัมพร  พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด เรื่อง การคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาและผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยกำหนดปฏิทินการคัดเลือกรองผู้อำนวยการสถานศึกษา และผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดังนี้ ประกาศรับสมัครคัดเลือกภายในวันที่ 8 สิงหาคม  รับสมัครคัดเลือก วันที่ 15-21 สิงหาคม  ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก วันที่ 24 สิงหาคม  สอบข้อเขียนภาค ก ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานในหน้าที่  วันที่ 9 กันยายน  ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกภาค ก และมีสิทธิเข้ารับการประเมินภาค ข และภาค ค ภายในวันที่ 13 กันยายน  ยื่นเอกสารประกอบการประเมินภาค ข และภาค ค ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน  ประเมินภาค ข ประวัติ ประสบการณ์ และผลงาน และประเมินภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่ง ระหว่างวันที่ 18-22 กันยายน  สอบสัมภาษณ์ ระหว่างวันที่ 23 -24 กันยายน  ประกาศผลการคัดเลือกภายใน วันที่ 29 กันยายน บรรจุและแต่งตั้ง ภายในวันที่ 5 ตุลาคม 

นายอัมพร กล่าวต่อว่า สำหรับการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย (ว16) กรณีที่มีความจำเป็น หรือมีเหตุพิเศษ สังกัด สพฐ.ซึ่งจะเปิดรับสมัครวันที่ 21-27 กรกฎาคม สอบข้อเขียนภาค ก ความรอบรู้และความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู และสอบภาค ข ความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง วันที่ 19 สิงหาคม สอบสัมภาษณ์ วันที่ 20 สิงหาคม และประกาศผลสอบภายในวันที่ 24 สิงหาคมนั้น ข้อมูลล่าสุดมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เปิดรับ 216 แห่ง 8,061 อัตราใน 50 กลุ่มวิชา แบ่งเป็นสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เปิดรับทั้งหมด 181 เขต แบ่งเป็น ว16 พื้นที่ปกติ จำนวน 5,487 อัตรา ว17 พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 393 อัตรา รวม 5,880 อัตรา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เปิดรับ 34 แห่ง แบ่งเป็น ว16 จำนวน 219 อัตรา ว17 13 อัตรา รวม 232 อัตรา และ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ  (สศศ.) ว16 จำนวน 1,831 อัตรา ว17 จำนวน 118 อัตรา รวม 1,949 อัตรา 
 

ชาวเชียงรายพร้อมใจถวายสักการะ วันครบสวรรคต ปีที่ 28 ‘สมเด็จย่า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744483

ชาวเชียงรายพร้อมใจถวายสักการะ วันครบสวรรคต ปีที่ 28 'สมเด็จย่า'

ชาวเชียงรายพร้อมใจถวายสักการะ วันครบสวรรคต ปีที่ 28 ‘สมเด็จย่า’

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 15.08 น.

วันที่ 18 ก.ค.66 ณ ลานหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนางสุภาเพ็ญ ศิริมาตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดเชียงราย นำคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ เทศบาลนครเชียงราย บุคลากรหน่วยงานต่างๆนักศึกษา และชาวเชียงรายกว่า 1,000 คน ประกอบพิธีถวายพวงมาลา และถวายเครื่องราชสักการะ เนื่องในวันครบรอบการสวรรคตของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย

นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายกล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ที่สมเด็จย่าของปวงชนชาวไทยทรงก่อตั้งพระตำหนักดอยตุง บนพื้นที่เช่าของกรมป่าไม้ มาเป็นเวลามากกว่า 30 ปีแล้วซึ่งปัจจุบันโครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพระตำหนักดอยตุงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และนำมาซึ่งรายได้ให้จังหวัดและประชาชน

ขณะเดียวกัน ตลอดพระชนมชีพทรงมีพระเมตตาต่อปวงชนชาวเชียงราย ด้วยการส่งเสริมอาชีพเพาะปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาว ส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์อะราบิกาให้แก่ชนเผ่าจนกลายเป็นรายได้หลัก ลดพื้นที่การปลูกฝิ่น และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

โดยทรงจัดตั้งศูนย์บำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ที่บ้านผาหมี ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย ส่งเสริมให้ผู้เข้ารับการบำบัดได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นชาวเชียงรายจึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดพิธีถวายเครื่องราชสักการะเป็นประจำทุกปี – 003

มท.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต’สมเด็จย่า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744447

มท.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต'สมเด็จย่า'

มท.จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต’สมเด็จย่า’

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 12.07 น.

“น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จย่า” กระทรวงมหาดไทยจัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 18 กรกฎาคม 2566

วันนี้ (18 ก.ค.66) เวลา 06.30 น.ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นประธานพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลและพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 18 กรกฎาคม 2566 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม นายพรพจน์ เพ็ญพาส นายสมคิด จันทมฤก นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชยาวุธ จันทร อธิบดีกรมที่ดิน นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน นายขจร ศรีชวโนทัย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายรัฐพล นราดิศร รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายอำพล พงศ์สุวรรณ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายวัชรเดช เกียรติขจร รก.ที่ปรึกษาด้านการปกครอง นายมานะ สิมมา รก.ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม นางจิรวรรณ เพ็ญพาส นางปวีณ์ริศา เกิดสม นางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ อุปนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย และพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี

โอกาสนี้ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และตักบาตรพระสงฆ์และสามเณร จำนวน 20 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยได้รับเมตตาจาก ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร นำพระภิกษุสงฆ์ สามเณร เดินบิณฑบาต เสร็จแล้ว นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย ดร. วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นำผู้ร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ และจุดธูป เทียน ที่เครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี แล้วกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความว่า “สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทรงยึดมั่นในคุณค่าของความเป็นมนุษย์โดยไม่คำนึงถึงชาติกำเนิดและสถานะ มีพระราชหฤทัยแน่วแน่ในการช่วยเหลือประชาชนให้พ้นทุกข์และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พระองค์ทรงเป็นที่รักเทิดทูนของพสกนิกรชาวไทย และชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม “แม่ฟ้าหลวง” หรือ “พระแม่หลวงผู้เสด็จจากฟากฟ้า” หรือ “สมเด็จย่า” อันแสดงถึงความรักและเทิดทูนในพระมหากรุณาธิคุณอย่างซาบซึ้ง

“ใน “ด้านการศึกษา” ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษาของเยาวชนในเขตชนบทเป็นอย่างมาก ทรงมีพระราชดำริว่า การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เยาวชนในชนบทมีความรู้ความคิด และสติปัญญาที่เฉลียวฉลาด อันจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาชนบท เมื่อครั้งเสด็จฯ ออกเยี่ยมเยียนราษฎรในปีพุทธศักราช 2507 ทรงพบกับสภาพความขาดแคลนของโรงเรียนสำหรับเยาวชนในท้องถิ่นทุรกันดาร และทรงทราบว่ากองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนได้กำหนดโครงการที่จะจัดสร้างโรงเรียนชาวเขาขึ้นในเขตพื้นที่ตามแนวชายแดน จึงได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้แก่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อนำไปจัดสร้างโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และได้นำโครงการของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไว้ในพระราชูปถัมภ์ และใน “ด้านการแพทย์และสาธารณสุข” ทุกครั้งที่เสด็จเยี่ยมเยียนประชาชนในท้องที่ห่างไกลจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แพทย์หลวงที่ตามเสด็จช่วยรักษาพยาบาลชาวบ้านที่ป่วยไข้ทำให้แพทย์หลวงที่ตามเสด็จฯ จำนวน 1 – 2 ท่านไม่สามารถรักษาผู้ป่วยที่มีจำนวนมากได้ทัน จึงได้ทรงมีพระราชดำริจัดตั้งหน่วยแพทย์อาสาในพระองค์ขึ้น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานทุนทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อเป็นทุนเริ่มแรกจดทะเบียนจัดตั้งเป็น “มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี” หรือ พอ.สว. ซึ่งหน่วยแพทย์ พอ.สว. จะประกอบไปด้วยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่เป็นอาสาสมัครทำงานด้วยความเสียสละ โดยมิได้รับเงินเดือน และจะเคลื่อนที่ออกไปให้บริการตรวจรักษาชาวบ้านตามท้องถิ่นต่าง ๆ ที่กันดารห่างไกลความเจริญ นอกจากนี้ “ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ทรงมีพระราชปณิธานอันมั่นคงในการที่จะผดุงรักษาธรรมชาติอันงดงามของดอยตุงให้คงไว้เป็นมรดกอันล้ำค่าของลูกหลานไทยสืบไป จึงทรงมีพระราชดำริให้นำหญ้าแฝกมาทดลองปลูก เพื่อป้องกันการเลื่อนไหลของดินพร้อมกับอนุรักษ์ดินและน้ำของดอยตุง” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชชนนี ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงโปรดการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย การทรงงานด้วยพระองค์เอง และทรงใช้จ่ายอย่างประหยัดเพื่อนำพระราชทรัพย์ไปใช้ในกิจการกุศล ทรงใฝ่รู้ศึกษาวิชาการต่าง ๆ ตลอดพระชนม์ชีพ รวมทั้งทรงเลื่อมใสศรัทธาและศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ทรงฝึกสมาธิ และทรงดำเนินพระชนม์ชีพอยู่ในธรรมะ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นต้นแบบของมารดาที่ฟูมฟักเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนบุตรธิดา ด้วยการฝึกให้พระโอรสและพระธิดาได้ทรงเรียนรู้ด้วยการให้เล่นหิน ดิน ทราย เล่นอยู่กับธรรมชาติ เกิดการสร้างปฏิภาณ ไหวพริบ มีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง และเกิดคุณธรรม ความรัก ความผูกพัน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จนกระทั่งทรงเจริญวัยเป็นยุวกษัตริย์ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนา และเจ้าฟ้าฯ นักพัฒนา โดยแนวทางตามพระราชดำริในการทรงเลี้ยงดูพระโอรสธิดานั้น กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับมูลนิธิสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา น้อมนำแนวทางของพระองค์ท่าน มาส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้พัฒนาเด็กเล็กในท้องถิ่นในทุกด้าน ทั้งด้านสมอง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และวินัย ภายใต้ชื่อโครงการสนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ที่จะเป็นพื้นฐานให้เด็กเติบใหญ่เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ

“ด้วยดวงจิตที่บริสุทธิ์ของข้าราชการ พนักงาน และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยทุกคน ที่ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จักมุ่งมั่นน้อมนำแนวทางการทรงงานที่ได้พระราชทานไว้ เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวในการปฏิบัติหน้าที่และดำรงตน เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติและประชาชนสืบไป” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

– 006

รร.บ้านน้ำพรม คว้า 10 เหรียญรางวัล แข่งขันมวยปล้ำ มวยปล้ำชายหาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744328

รร.บ้านน้ำพรม คว้า 10 เหรียญรางวัล  แข่งขันมวยปล้ำ มวยปล้ำชายหาด

รร.บ้านน้ำพรม คว้า 10 เหรียญรางวัล แข่งขันมวยปล้ำ มวยปล้ำชายหาด

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเจษฎา แสงจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านน้ำพรม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2เปิดเผยว่าได้นำนักกีฬากีฬามวยปล้ำ เข้าร่วมการแข่งขันกีฬามวยปล้ำและกีฬามวยปล้ำชายหาด ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2566 เมื่อเร็วๆ นี้ที่โรงยิมพลศึกษามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตเพชรบูรณ์ และได้รับรางวัลดังนี้

กีฬามวยปล้ำประเภทฟรีสไตล์ ชาย รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ได้แก่ ด.ช.ภานุวัฒน์ ฉิมศิริ รองชนะเลิศอันดับ 2 รุ่นน้ำหนัก 28 กก., ด.ช.รัฐภูมิ จันสิงห์ รองชนะเลิศอันดับ 1 รุ่นน้ำหนัก 32 กก., ด.ช.จักรินทร์ ครองชน รองชนะเลิศ อันดับ 1 รุ่นน้ำหนัก 30 กก.,ด.ช.วุฒิกรแสงกล้า รองชนะเลิศอันดับ 2 รุ่นน้ำหนัก 38 กก., ด.ช.โฆษิต จันดา รองชนะเลิศ อันดับ 2 รุ่นน้ำหนัก 32 กก. และ ด.ช.จิรวัฒน์ ธรรมยา ชนะเลิศ รุ่นน้ำหนัก 50 กก.

ประเภทชายหาดชาย รุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ได้แก่ ด.ช.สุเมธ พุฒพิภักดิ์ รองชนะเลิศอันดับ 1 รุ่นน้ำหนัก 45 กก., ด.ช.จิรวัฒน์ ธรรมยา รองชนะเลิศ อันดับ 2 รุ่นน้ำหนัก 55 กก., ด.ช.พรพิพัฒน์ ขุนชัย รองชนะเลิศอันดับ 2 รุ่นอายุ ไม่เกิน 15 ปี และได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ประเภทชายหาด (ชาย) รุ่นน้ำหนัก 50 กก. และรางวัลชนะเลิศ ประเภทฟรีสไตล์ (ชาย) รุ่นน้ำหนัก 75 กก. โดยมี นายเจษฎา แสงจันทร์ เป็นผู้จัดการทีม นายพรเทพ วงศ์ประดิพัทธิ์เป็นผู้ฝึกสอน นายภิญโญ โออุไร เป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอน

รองปลัด อว.ชมเทคโนฯการศึกษา‘หัวเว่ย’ โชว์ในไทยครั้งแรกที่ขอนแก่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/744326

รองปลัด อว.ชมเทคโนฯการศึกษา‘หัวเว่ย’  โชว์ในไทยครั้งแรกที่ขอนแก่น

รองปลัด อว.ชมเทคโนฯการศึกษา‘หัวเว่ย’ โชว์ในไทยครั้งแรกที่ขอนแก่น

วันอังคาร ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เยี่ยมชมพร้อมกล่าวปาฐกถาในงาน Huawei Thailand Education Summit 2023 มหกรรมการจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการศึกษา ที่บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้ธีม Accelerate the Digital Journey of Education นำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีล่าสุด สำหรับภาคการศึกษา ที่ โรงแรมอวานีโฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น เมื่อเร็วๆ นี้

ในงานเดียวกันนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงนามความร่วมมือจัดตั้งโครงการ Huawei Academy support Center ที่ให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นตัวแทนในการพัฒนาบุคลากรด้านไอซีทีแห่งเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อมุ่งหวังให้เป็นศูนย์กลางความร่วมมือและส่งเสริมการพัฒนากำลังคนด้านไอซีที พร้อมเป็นผู้สนับสนุนที่จะส่งผ่านองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า หน้าที่หลักของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คือ การพัฒนากำลังคนและการสร้างความเป็นเลิศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความยั่งยืนของประเทศไทย การที่เราจะพัฒนาประเทศไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ได้นั้นการพัฒนากำลังคนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกำลังคนด้านดิจิทัล เนื่องจากเทคโนโลยีเป็นพื้นฐานของการพัฒนาของทุกอุตสาหกรรม

“ในปีที่ผ่านมา กระทรวง อว. ได้ร่วมกับ หัวเว่ย ประเทศไทย จัดทำสมุดปกขาวสำหรับการพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลของประเทศไทย โดยผลการศึกษาได้ระบุว่า ประเทศไทยจะเผชิญกับการขาดแคลนบุคลากรดิจิทัลถึงกว่า 500,000 คน ภายในปี พ.ศ. 2573 โดยเฉพาะบุคลากรที่มีทักษะด้าน 5G, IoT, และคลาวด์ในระดับ ในระดับ 4 (ระดับสูง) ตอนนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นและหัวเว่ย ประเทศไทยในการจัดตั้ง Huawei ICT Academy Support Center ขึ้น ซึ่งตรงกับสิ่งที่กระทรวงเล็งเห็นว่าการสร้างกำลังคนจะต้องเป็นแบบ co-creation ระหว่างผู้ผลิตบัณฑิต และฝั่งอุตสาหกรรม ซึ่งจะก่อให้เกิดสังคมที่พร้อมสนับสนุนบัณฑิตทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ศุภชัย กล่าว

นายเควิน เฉิง ประธานกลุ่มธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่านอกจากการเลือกสรรเทคโนโลยีและโซลูชั่นที่เหมาะสมกับโจทย์ความต้องการแล้ว หัวเว่ยยังมองถึงการส่งเสริมและพัฒนาให้ครอบคลุมทั้งอีโค่ซิสเต็มส์เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเทคโนโลยีเพื่อการยกระดับการเรียนการสอนของประเทศ

“เทคโนโลยีที่ดีที่สุดนั้นอาจไม่ใช่สิ่งใช่ที่สุดสำหรับทุกคนเสมอไป ดังนั้นการเลือกสิ่งที่ตรงกับความต้องการจริง และสามารถตอบสนองต่อภารกิจและเป้าหมายของหน่วยงานคือ น่าจะตอบโจทย์ความต้องการได้ดีกว่า ซึ่งในฐานะผู้นำไอซีที หัวเว่ยมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับลูกค้าและพาร์ทเนอร์เพื่อนําเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ เอไอ คลาวด์คอมพิวติ้ง และเทคโนโลยีอื่นๆ มาประยุกต์ใช้กับการศึกษา ตลอดจนถึงการบ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถด้านนวัตกรรม เร่งสร้างนวัตกรรมในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม” นายเควินกล่าว

การจัดงานครั้งนี้ หัวเว่ยได้นำเทคโนโลยีพร้อมด้วยโซลูชั่นและนวัตกรรมด้านการศึกษามาจัดแสดงเป็นครั้งแรก อาทิ เทคโนโลยี Virtual Reality in 5G Classroom, Intelligent Research Center, Next Generation of Campus Network, Wi-Fi 7, AI Camera พร้อมกันนี้ยังมีพันธมิตรด้านไอซีที นำเทคโนโลยีเพื่อการศึกษายุคใหม่ที่น่าสนใจร่วมจัดแสดงภายในงาน WUNCA 43 และการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การดำเนินกิจกรรมบนระบบเครือข่ายสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา ครั้งที่ 43 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น อีกด้วย