ผอ.รร.แจงรับเด็กมาอย่างถูกต้อง เผยวิธีการดึงเด็กจากชายแดนมาเรียนทำกันมา 20 ปีแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742114

ผอ.รร.แจงรับเด็กมาอย่างถูกต้อง เผยวิธีการดึงเด็กจากชายแดนมาเรียนทำกันมา 20 ปีแล้ว

ผอ.รร.แจงรับเด็กมาอย่างถูกต้อง เผยวิธีการดึงเด็กจากชายแดนมาเรียนทำกันมา 20 ปีแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 21.48 น.

ผอ.รร.ไทยรัฐ 6 แจงรับเด็กมาอย่างถูกต้อง เผยวิธีการดึงเด็กจากชายแดนมาเรียนทำกันมา 20 ปีแล้ว นักวิชาการ-ผู้รู้เรื่องสถานะบุคคลรุมจวกพรากเด็กจากโรงเรียนกลางคัน ส.ส.เสนอการคุ้มครองเด็กใส่ในรัฐธรรมนูญ

ความคืบหน้ากรณีที่เด็กนักเรียนอายุ 5-16 ปี จำนวน 126 คนที่ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์จากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6(ราษฏร์อุปถัมภ์) อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ถูกส่งตัวกลับพื้นที่ต้นทางที่จังหวัดเชียงราย เพื่อส่งตัวให้ผู้ปกครองและผลักดันออกนอกประเทศ ภายหลังจากที่มีการดำเนินคดีกับนางกัลยา ทาสม ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 ในข้อหานำพาและย้ายไปปฏิบัติงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอ่างทอง โดยล่าสุดเด็กๆทั้ง 126 คนถูกนำตัวไปยังสถานสงเคราะห์ 5 แห่งในจังหวัดเชียงราย เพื่อรอผู้ปกครองมารับและบางส่วนถูกส่งตัวกลับประเทศพม่า อย่างไรก็ตามการดำเนินการครั้งนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเนื่องจากเด็กๆกลุ่มนี้ต้องออกจากโรงเรียนกลางคันและการผลักดันอาจทำให้เด็กกลับไปสู่อันตราย

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 นางกัลยา ทาสม ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 ปฏิบัติงานที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอ่างทอง ให้สัมภาษณ์ว่า ตนรับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งขณะนั้นมีนักเรียนอยู่  12 คน เมื่อหารือกับผู้เที่ยวเกี่ยวข้องแล้วมีทางออกคือการไปรับเด็กจากที่อื่น ซึ่งเป็นวิธีการที่ทำมานานแล้ว 20-30 ปี จึงได้ติดต่อศิษย์เก่าบนดอยแม่สลอง โดยชุดแรก 35 คน ซึ่งได้ทำเรื่องตามระบบ โดยบันทึกข้อมูลเด็กไม่มีเอกสารทะเบียนราษฎร์โดยไม่มีปัญหาใดๆจนได้เอกสารตัว G

ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 กล่าวว่า ในปีนี้ได้มีการประสานงานเพื่อรับเด็กมาเรียนอีกครั้ง ซึ่งก็ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังมูลนิธิวัดสระแก้วเช่นเดิมเพื่อให้ดูแล จนรับเด็กมาได้ 72 คน ซึ่งเดิมทีต้องการเด็กเพียง 40 คน แต่มีผู้ปกครองที่ทราบข่าวต้องการให้เด็กๆได้มาเรียนที่นี่จำนวนมากเพราะมีการบอกต่อๆกัน รวมทั้งเด็กๆก็ต้องการมาเรียน เมื่อเด็กๆมาถึงก็ทำกระบวนการเช่นเดิม แต่ครั้งนี้มีการตั้งคำถามจากสำนักงานเขตพื้นที่ฯเพราะเห็นว่ามีเด็กจำนวนมากขึ้นเยอะ และมีการลงมาตรวจสอบเพราะมีการร้องเรียนจากบุคคลากรบางคนในโรงเรียน ในที่สุดทางเขตการศึกษาบอกว่าถ้าไม่มีเอกสารก็ขอให้ส่งเด็กกลับ ซึ่งตนเองก็เตรียมที่จะส่งกลับแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงมีการไปแจ้งความและกลายเป็นเรื่องที่บานปลายไปเรื่อยๆ

“เด็กๆส่วนใหญ่มีทั้งที่อยู่ฝั่งไทยและเดินทางข้ามมาจากฝั่งพม่า บางคนก็มีพ่อแม่เป็นคนไทย ที่น่าเสียใจคือพอเกิดเรื่องทำให้เด็กๆทั้งหมดต้องออกจากเรียนกลางคัน ทั้งเด็กเก่า เด็กใหม่ มันเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง พวกเขาควรได้เรียน เราเองก็ตอบคำถามผู้ปกครองไม่ได้ ดิฉันรู้สึกผิดมากที่เห็นเด็กๆไม่ได้เรียนต่อ ตอนนี้โรงเรียนก็ต้องปิด ทั้งๆที่กระบวนการทุกอย่างเป็นไปโดยถูกต้อง ผู้ปกครองของเด็กๆต่างก็ได้ทำหนังสือรับรองอนุญาตให้มาเรียน”นางกัลยา กล่าว

ในวันเดียวกันที่โรงแรม The Heritage อ.เมือง จ.เชียงราย มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.)ได้จัดเสวนา “ร่วมมือแสวงหาแนวทางการรับมือการจัดการสถานะบุคคลต่อสถานการณ์ผู้ลี้ภัยการอพยพของประชาชนจากเมียนมา” โดยผู้เข้าร่วมเป็นผู้รู้เรื่องงานสถานบุคคลซึ่งมีทั้งนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน กลุ่มองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ผู้แทนยูนิเซฟ กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน ส.ส. และตัวแทนฝ่ายราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กรมการปกครอง

ทั้งนี้ นอกจากการหารือเรื่องงานสถานการณ์การอพยพของประชาชนจากฝั่งพม่าและพูดถึงทางออกของปัญหาแล้ว หลายคนในที่ประชุมยังได้วิพากษ์วิจารณ์ กรณีที่หลายหน่วยงานของไทยขนย้ายเด็กๆ 126 คนจากโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 จ.อ่างทองมาอยู่ในสถานสงเคราะห์ จนทำให้เด็กๆไม่ได้เรียนหนังสือต่อ ซึ่งถือว่าเป็นการทำผิดกฏหมายคุ้มครองเด็ก

ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ควรมีการเตือนสติกระทรวงศึกษาธิการว่ากำลังสับสนเรื่องภารกิจของตัวเอง และกำลังกังวลว่ามีอีกหลายกรณีที่รับเด็กนักเรียนลักษณะเดียวกันไปเรียนและจะเกิดปัญหาตามมาเช่นกัน เพราะเดิมทีผู้อำนวยการหลายโรงเรียนก็ไม่กล้ารับเด็กอยู่แล้วเพราะกลัวว่าเป็นการให้ที่พักพิงและผิดกฎหมาย ดังนั้นควรมีการสำรวจว่ามีโรงเรียนแบบนี้มีอีกกี่แห่ง และขณะนี้มีเด็กอีกนับพันคนที่หนีภัยการสู้รบเราควรปฏิบัติกับเด็กเหล่านี้อย่างไร

นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.พรรคเป็นธรรม กล่าวว่า จริงๆแล้วเรื่องนี้มีกฎหมาย 2 ฉบับที่เกี่ยวข้องคือ พรบ.คุ้มครองเด็ก และ พรบ.คนเข้าเมือง แต่หน่วยงานราชการเลือกใช้แต่ พรบ.คนเข้าเมือง ซึ่งกฎหมายทั้ง 2 ฉบับมีศักดิ์ศรีเท่ากัน ดังนั้นควรเอาเรื่องคุ้มครองเด็กไปไว้ในรัฐธรรมนูญ หรือหากปล่อยไปเช่นนี้ก็ต้องยกระดับขึ้น ขณะเดียวกันหลักการไม่ส่งเด็กกลับเป็นเรื่องจารีตระหว่างประเทศที่ไม่มีใครทำกัน ดังนั้นการส่งเด็กๆกลับไปในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง

นายวีระ อยู่รัมย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เด็กๆไม่ควรถูกออกจากระบบการศึกษาแม้จะไม่มีหลักฐานใดๆก็ตามซึ่งเป็นหน้าที่ที่กระทรวงศึกษาต้องออกเลขรหัส G-code ให้ ซึ่งกรณีนี้เด็กทั้ง 126 คน ทางโรงเรียนก็ได้ขอรหัสนี้ให้ แต่ไม่ได้รับ ที่ตนไม่เข้าใจคือทำไมถึงต้องส่งเด็กกลับเพราะเด็กควรมีสิทธิเรียนในโรงเรียนใดก็ได้

“การจะเอาผิดกับผู้อำนวยการโดยตั้งข้อหานำพา และการให้เด็กได้เรียน เป็นคนละเรื่องกัน ถ้าเอามารวมกันก็วุ่นวาย กรณีนี้ผู้อำนวยการก็มีเอกสารยินยอมจากผู้ปกครองให้เด็กๆมาเรียนถูกต้องตามขั้นตอน”นายวีระ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากเสร็จสิ้นการเสวนา ผู้ร่วมเสวนา เช่น นางเตือนใจ ดีเทศน์ ที่ปรึกษามูลนิธิ พชภ. นางปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายกัณวีร์ ได้เดินทางมายังบ้านพักฉุกเฉินขอมูลนิธิศูนย์ชีวิตใหม่ ซึ่งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ได้นำเด็กนักเรียน 35 คนที่เดินทางมาจาก จ.อ่างทอง มาฝากไว้เพื่อรอติดต่อผู้ปกครองและส่งกลับ

ทั้งนี้เด็กๆหลายคนเป็นเด็กอยู่บนดอยแม่สลอง บางส่วนเป็นเด็กจากฝั่งพม่า โดยส่วนใหญ่บอกว่ายังต้องการเรียนหนังสือต่อ แต่คงหมดโอกาสโดยเฉพาะเด็กที่ข้ามมาจากฝั่งพม่า ส่วนเด็กในฝั่งไทยก็อาจจะเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน สาเหตุที่เดินทางไปเรียนถึงจังหวัดอ่างทอง เพราะเคยมีรุ่นพี่ๆไปเรียนแล้ว จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร และได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

‘ตรีนุช’นำผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมติดตามงานตามนโยบาย ศธ. ณ เกาะพยาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742105

'ตรีนุช'นำผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมติดตามงานตามนโยบาย ศธ. ณ เกาะพยาม

‘ตรีนุช’นำผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมติดตามงานตามนโยบาย ศธ. ณ เกาะพยาม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 20.19 น.

“ตรีนุช” นำผู้บริหาร ตรวจเยี่ยมติดตามงานตามนโยบาย ศธ. ณ บนเกาะพยาม จ. ระนอง พร้อมรับฟังปัญหาเพื่อสนับสนุนงบตามพันธกิจ

วันที่ 6 กรกฎาคม 2566 นางสาวตรีนุช เทียนทอง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  (รมว.ศธ.)  พร้อมด้วยนายนิรุตติ สุทธินนท์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงศึกษาธิการ, นายภูธร จันทะหงษ์ ปุญยจรัสธำรง  ผู้ช่วยเลขาธิการคผระกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) จังหวัดระนอง ณ กศน.ตำบลเกาะพยาม จ.ระนอง ซึ่งเป็น กศน.ต้นแบบ 5 ดีพรีเมี่ยม พลัส ประจำปีงบประมาณ 2566 ระดับภาคใต้  โดยมี นางนิภา พุ่มกะเนาว์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ อำเภอกระบุรี รักษาการ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดระนอง กล่าวต้อนรับ

ทั้งนี้ มีการจัดนิทรรศการนำเสนอในประเด็น  การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ อาทิเช่น -การทำกาแฟคั่วมือ ซึ่งเป็นเมล็ดกาแฟที่ปลูกบนพื้นที่เกาะพยาม ใช้กระบวนการคั่วด้วยมือตามกรรมวิธีแบบดั้งเดิม – การผลิตเม็ดกาหยู (เม็ดมะม่วงหิมพานต์) โดยนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่เป็นหนึ่งในพืชที่พบมากในพื้นที่มาแปรรูป โดยใช้เทคนิคการคั่วกับเมล็ดข้าวหอมมะลิ ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ ที่คั่วด้วยทรายหรือดิน  – การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เช่น การสอนอาชีพนำเที่ยว การแสดงควงคบไฟ/กระบองไฟ การนำนักเรียนร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ (การปลูกปะการังเทียม) – กิจกรรมผ้าบาติค เป็นการส่งเสริมอาชีพแก่ผู้สูงอายุ เพื่อขายเป็นสินค้าของที่ระลึกแก่นักช่วงท่องเที่ยว

นอกจากนี้ กศน. เกาะพยาม ได้พัฒนาขีดความสามารถของนักศึกษา สนับสนุนและส่งเสริมให้นักศึกษากล้าแสดงออก ผ่านการทำโครงงานวิทยาศาสตร์นักเรียน โดยได้พัฒนานวัตกรรม “โซล่าเซลล์ต้นแบบเกษตรครบวงจร” ได้รับรางวัลการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ชนะเลิศในระดับจังหวัด และ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 1 ในระดับประเทศ ซึ่งจัดโดย สกร.

รมว.ศธ.กล่าวว่า เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการจัดการศึกษาในหลายมิติ วันนี้ ก็อยากมาให้กำลังใจการจัดการศึกษาของ จ.ระนอง โดยเฉะาัในพื้นที่เกาะพยาม ซึ่งมีการจัดการศึกษาแบบสแตนอโลน มีทั้งการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้  จึงอยากมาดูการจัดการศึกษาบนหมูเกาะและสแตนอโลนเป็นอย่างไร รัฐบาลเห็นแล้วว่าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป การศึกษาจึงไม่ได้อยู่ในห้องเรียน ซึ่งเราเคยมีการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยา หรือ กศน. และวันนี้รัฐบาลก็ได้ผลักดันให้มี พรบ.เปลี่ยนจากกศน.เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้ ที่มีพันธกิจเปลี่ยนแปลงไป เพื่อทำให้คนทุกกลุ่มและทุกเพศทุกวัย สามารถเข้าสู่ขบวนการเรียนรู้ได้มากขึ้น เพื่อให้สามรรถพัฒนาตนเองได้ตลอดชีวิต เพราะโลกเปลี่ยนไปตลอดเวลา ดังนั้เราต้องไม่หยุดการเรียนรู้ และให้ผู้เรียนสามารถมีคุณวุฒินำไปต่อยอดทางการศึกษาได้ หรือบางคนต้องการแค่พัฒนาทักษะชีวิตเพื่อให้ตัวเองสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ 

“สำหรับ กศน. ต.เกาะพยาม เป็นพื้นที่ได้รับรับรางวัล กศน.ต้นแบบ 5 ดีพรีเมี่ยม พลัส ประจำปี 2566 ระดับภาคใต้ ซึ่งครูและผู้บริหารมีความเข้มแข็งมาก ทุ่มเทในมีการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงกับชุมชน สังคม องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นในการขับเคลื่อนองค์คาพยพขอการจัดการศึกษาให้ตอบโจทย์ผู้เรียนและตลาดแรงงาน และมีชาวต่างชาติมาร่วมสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ให้ชุมชนมีความเข้มแข็งไม่เฉพราะทางวิชาการยังเห็นถึงการนำภูมิปัญญามาปรับใช้ เช่น การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ และพลังงานลมมาใช้ภายในพื้นที่ และการทำให้ชุมชนที่มีทั้งกลุ่มมอร์แกน กลุ่มชาติพันธุ์ ต่างชาติ ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข  ดังนั้น พันธะกิจใหม่ของ สกร.จะต้องตอบโจทย์ชุมชน 

“การลงพื้นที่วันนี้ก็ได้รับฟังปัญหาและข้อจำกัดต่าง ๆ ทั้งเรื่องงบประมาณ และบุคลากรที่ยังมีน้อยเกินไป ดังนั้น ศธ.จะนำข้อจำกัดเหล่านี้ไปพิจารณาเพื่อปรับให้สอดคล้องกับพันธกิจและการขับเคลื่อนงานของ สกร.ไปสู่เป้าหมายต่อไป” รมว.ศธ.กล่าว

ด้าน นางนิภา พุ่มกระเนาว์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ อ.กระบุรี  รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการเรียรนรู้ จ.ระนอง กล่าวว่า สำนักงานส่งเสริมการเรียรนรู้ จ.ระนอง มีสถานศึกษาในสังกัดจำนวน 5 แห่ง มีศูนย์การเรียน 30 แห่ง  เป็นหน่วยจัดจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ในพื้นที่ให้แก่นักศึกษาและประชาชน และมีแหล่งเรียนรู้ให้บีิการด้านข้อมูลข่าวสารการสืบค้นข้องมูลทางอินเตอร์เน็ต หนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ องค์ความรู้ทางภูมิปัญญา เช่นห้องสมุดประชาชนจังหวัด  ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” ห้องสมุดประชาชนอำเภอ ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิประไตยตำบล ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต มีผู้บริหารและบุคลากรในสังกัด สกร.88 คน 

“การที่ กศน.เกาะพยามได้รับรางวัลกศน.ต้นแบบ 5 ดีพรีเมี่ยม พลัส ประจำปี 2566 ระดับภาคใต้ เนื่องจากเราได้มีการสร้างเครือข่ายเพื่อร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนา เนื่องจาก กศน.ได้รับงบประมาณสนับสนุนน้อยมาก ครูและผู้บริหารที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาจึงขับเคลื่อนการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนซึ่งมีทั้งชาวมอแกน พม่า หรือแม้แต่ชาวยุโรปที่มาอยู่ในพื้นที่นี้ ซึ่งการได้รับความร่วมือจากภาคีเครือข่ายในการสนับสนุนงบประมาณและบุคลากรที่มาร่วมกันพัฒนาให้เป็นรูปธรรมที่ชุดเจนขึ้น

นางนิภา กล่าวว่า ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจาก กศน.เป็น กรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.) นี้ เราก็ต้องประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก สกร.มากขึ้น และจะทำให้เรามีกลุ่มเป้าหมายในการจัดการศึกษาเพิ่มขึ้นด้วยเพราะกฏหมายเปิดกว้างขึ้น เนื่องจากเราสามารถรับนักศึกษาทุกเพศทุกวัยและสามารรับผู้เรียนที่อายุต่ำกว่า 15 ปีเข้ามาเรียนได้  ดังนั้น เมื่อภารกิจเราเพิ่มขึ้นก็อยากได้รับการสนับสนุนงบประมาณมาสนับสนุนทั้งด้านบุคลากร เนื่องจากขาดแคลนครูและบุคลกรจำนวนมาก เนื่องจาก1 ตำบล รับผิดชอบนักศึกษา 60 คน แต่มีครูดูแลเพียง 1 คน ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ขอความร่วมมือภาคีเครือข่าย เช่น ครูในระบบ ครูภูมิปัญญาที่มีความรู้ความสามารถในพื้นที่มาช่วยเติมเต็ม ทั้งในเรื่องภาษาต่างประเทศ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และใช้สื่อเทคโนโลยีใหม่ๆมาช่วยสอนเสริมให้ผู้เรียน 

ขณะที่ น.ส.สุวรรณา บริเพชร์ ครู กศน.ตำบลเกาะพยาม กล่าวว่า กศน.เกาะพยาม ได้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีนักศึกษาทั้งหมด 67 คน  จัดศึกษาให้กับกลุ่มพม่า มอร์แกน กลุ่มผู้ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร์ และผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา  และมีการจัดการศึกษาต่อเนื่อง จัดกิจกรรมศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน กิจกรรมพัฒนาทักษาชีวิต กิจกรรมพัฒนาชุมชนและสังคม กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีการสำรวจตามความต้องการของผู้เรียน ส่วนการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย กศน.เกาะพยาม ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน กิจกรรมห้องสมุดสำหรับกิจกรรมชาวตลาด กิจกรรมบ้าน หลังสือชุมชน โดยเข้าร่วมกับภาคีเครือข่าย

ขับเคลื่อน‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ผ่านงานศิลปะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742053

ขับเคลื่อน‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ผ่านงานศิลปะ

ขับเคลื่อน‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ผ่านงานศิลปะ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 18.00 น.

ขับเคลื่อน ‘ความเท่าเทียมทางเพศ’ผ่านงานศิลปะ ชวนตระหนักรู้ด้วยสุนทรียะไปกับ 2 ผลงานของ น.ศ.ธรรมศาสตร์

‘ความหลากหลายทางเพศ’ สะท้อนความงดงามของมนุษยชาติ ซึ่งทุกวันนี้ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกต่าง ‘เปิดรับ’ และตระหนักถึงศักดิ์ศรี-ความเสมอภาค และสิทธิต่างๆ ของคนทุกเพศทุกวัย

อย่างไรก็ดีต้องยอมรับความจริงที่ว่า กว่าจะเดินมาจนถึงวันนี้ได้ เราต่างผ่านประสบการณ์เจ็บปวดจนกระทั่งสังคมเกิดการเรียนรู้ และเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ฉากการต่อสู้นั้นๆ ก็เปลี่ยนตาม

ในอดีต เราคุ้นชินกับการเดินขบวนประท้วง ตัวอย่างเช่นในปี ค.ศ.1848-1920 เกิดขบวนประท้วงใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเพื่อเรียกร้องสิทธิการเลือกตั้งให้กับสตรี หรือการจัดขบวน Pride ของ LGBTQIA+ ทั่วทุกมุมโลก ก็ถือเป็นการแสดงพลังผ่านการเดินขบวนทั้งสิ้น

ทว่าในปัจจุบัน เครื่องมือการต่อสู้เพื่อแสดงออกถึงความคิด-จุดยืนต่อประเด็นนั้นๆ มีมากขึ้น และผันแปรไปตามไอเดีย-ทักษะ หนึ่งในนั้นคือการใช้ ‘งานศิลปะ’ ผ่านการออกแบบ โดยเฉพาะ ‘แฟชั่น-เครื่องแต่งกาย’ ที่มีทั้งการแฝงฝังนัยความหมายในลวดลาย ทั้งที่จำเป็นต้องอาศัยการตีความ และการสะท้อนออกมาอย่างตรงไปตรงมา

อย่างเช่นผลงานของ นเรวิน สีชะนะ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากสาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบชุดเสื้อผ้าที่ใช้ชื่อสื่อความชัดเจนว่า “ผ้าอนามัยฟรี จากภาษีประชาชน” ซึ่งถูกจัดแสดงอยู่ในงานนิทรรศการและแฟชั่นโชว์ “ศิลปนิพนธ์ Pastra24” ในวาระครบรอบ 90 ปีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ทั้งหมดทั้งมวลตั้งต้นจากแนวคิดที่อยากจะสร้างชิ้นงานศิลปะ โดยการตั้งคำถามให้กับคนในสังคมไทยได้ฉุกคิด “นเรวิน” จึงหยิบยกประเด็นที่สามารถเห็นได้ชัดเจน นั่นก็คือความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศชายเเละหญิง ซึ่งเป็นพื้นฐานของสังคมไทยที่ยังใช้ระบบชายเป็นใหญ่ ผลให้สังคมพยายามกดขี่ผู้หญิง รวมถึง LGBTQIAN+

“สิ่งที่เห็นง่ายที่สุด คือการมองว่าการเป็นประจำเดือนนั้นเป็นของต่ำ การบูลลี่คนเป็นประจำเดือน การสนับสนุนถุงยางอนามัยฟรีเเต่ไม่มีการสนับสนุนผ้าอนามัยฟรี ซึ่งโดยธรรมชาติผู้หญิงจะเป็นประจำเดือนทุกๆเดือน อีกทั้งยังจะคิดภาษีผ้าอนามัยอีก เราจึงหยิบเรื่องราวเหล่านี้ถ่ายทอดออกมาผ่านผลงาน” นเรวิน ระบุ

ในส่วนของการออกแบบผลงานนั้น ‘นเรวิน’ อธิบายสั้นๆ ว่า ผลงานนี้เริ่มต้นจากการใช้ผ้าอนามัยมาลดทอนโครงสร้างเก่าแล้วทำออกมาในรูปเเบบใหม่ (deconstruction) ให้เป็นเสื้อผ้ามีลักษณะคล้ายผ้าอนามัย โดยดึงทุกอิริยาบทของการใช้ผ้าอนามัยมาให้ดูเข้าถึงได้ในรูปเเบบของแฟชั่น ดีไซน์ เเละนำศิลปะการเสียดสีสังคมมาใช้ในงาน เพื่อล้อกับปัญหาการเมืองในปัจจุบัน 

ที่สำคัญคือผลงานชิ้นนี้ไม่จำกัดว่าสำหรับเพศใด หรือก็คือสามารถใส่ได้ทุกเพศ (Unisex) โดยเขาเหตุผลว่า “จริงๆ เเล้วผลงานที่ทำออกมานั้นสามารถใส่ได้ทุกเพศ รวมถึง LGBTQIAN+ เราอยากให้ผ้าอนามัยเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถพูดได้อย่างเต็มที่ และอยากให้สะท้อนถึงความคิดว่า หากผ้าอนามัยหรือการเป็นประจำเดือนไม่สามารถอยู่ใกล้ผู้ชายได้นั้น ถ้าผู้ชายต้องอยู่กับสิ่งนี้อย่างเปิดเผยจะมีมุมมองอย่างไรบ้าง” 

ทว่า กว่าผลงานชิ้นนี้จะประกอบรูปขึ้นร่างจนสำเร็จในเวลากว่าขวบปีนั้น ต้องผ่านอุปสรรคหลายด่าน อาทิ เรื่องความขัดแย้งทางความคิดระหว่างครอบครัว และคนรอบข้าง การศึกษาข้อมูลต่างๆ 

“เรื่องของความคิดที่ต่างกันที่มองว่าเราไม่ได้เป็นบุคคลที่ใช้ผ้าอนามัยแต่ทำไมถึงทำ แต่เรามองว่ามันไม่ใช่เเค่ชายหรือหญิง แต่มันคือความเท่าเทียมในสังคม ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เเค่เรื่องของประจำเดือน เเต่รวมไปถึงการถูกกดขี่จากสังคมชายเป็นใหญ่ด้วย” นเรวิน กล่าว

นอกจากชุดเสื้อผ้าของ ‘นเรวิน’ แล้ว ภายในงานนิทรรศและแฟชั่นโชว์ดังกล่าว ยังมีอีกหนึ่งชิ้นงานที่สื่อสารในประเด็นเดียวกันนี้ แต่ใช้วิธีการถ่ายทอดความหมายระหว่างบรรทัด โดยใช้ชื่อว่า “The Magic of Butterflies ความมหัศจรรย์ของผีเสื้อ” ซึ่งผลิตออกมาในรูปแบบผ้าทอสำหรับใช้นุ่งหรือห่มเรือนกาย

อันเป็นผลงานของ อรณัชชา จิณปัน นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากสาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ. โดยได้รับแรงบรรดาลใจมาจากลวดลายและสีสันของผีเสื้อ รวมถึงในเชิงสัญลักษณ์ยังเป็นตัวแทนสูงสุดของ ‘เสรีภาพ’ ที่ครอบคลุมทุกมิติด้วย 

เทคนิคในการทำนั้นได้มีการตัดหรือเจียนบางส่วนของส่วนต่างๆ (crop) ของปีกผีเสื้อที่มีองค์ประกอบสัดส่วน (composition) ที่ลงตัว จากนั้นนำมาวางลายบนผืนผ้าแล้วลดทอนรายละเอียดของลาย รวมถึงปรับสีให้เข้ากับงานผ้าทอและเพื่อให้สามารถทอได้จริง

แม้วัสดุที่ ‘อรณัชชา’ เลือกใช้ส่วนใหญ่เป็นผ้าฝ้าย และผ้าไหมที่ไม่ได้ใช้แล้วจากโรงงานผลิตเสื้อผ้า แต่เธอบอกว่าอนาคตถ้าเป็นไปได้ก็อยากปรับเปลี่ยนวัสดุและการย้อมให้มาจากธรรมชาติที่จะทำให้เกิดผลเสียต่อธรรมชาติให้น้อยที่สุด รวมถึงอยากสนับสนุนเกษตรกรที่ปลูกฝ้ายหรือวัสดุธรรมชาติต่างๆ 

“ชิ้นงานทั้งสองชิ้นนี้ อาจเป็นสิ่งที่ช่วยบอกได้อย่างดีว่าทำไมปีล่าสุดธรรมศาสตร์เราได้อันดับที่ 7 ในการขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDGs ข้อที่ 5 ความเสมอภาคทางเพศ หรือ Gender Equality เพราะไม่ใช่แค่มหาลัยที่พยายามผลักดันหรือขับเคลื่อนผ่านนโยบายต่างๆ แต่นักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงออกตรงนี้ด้วย” ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มธ. กล่าว

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวต่อไปว่า มากไปกว่านั้นไม่เพียงแต่ผลงานเหล่ามีแนวคิดที่สะท้อนปัญหาเชิงสังคมอย่างเดียวเท่านั้น ตัววัสดุที่ใช้ต่างก็เป็นวัสดุเหลือใช้ และใช้เวลาในการย่อยสลายได้เมื่อเวลาผ่านไปอีกด้วย ซึ่งเป็นส่วนเล็กๆ ในการรณรงค์เรื่องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า และทั้งหมดนี้ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมต่างเชื่อมโยงไปสู่ความเป็นธรรมศาสตร์ที่สอนให้รักประชาชนทั้งสิ้น

เศร้า!ผู้แสวงบุญ‘ฮัจย์’เสียชีวิตรายที่ 12 ขณะร่วมพิธีที่ซาอุฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/742042

เศร้า!ผู้แสวงบุญ‘ฮัจย์’เสียชีวิตรายที่ 12 ขณะร่วมพิธีที่ซาอุฯ

เศร้า!ผู้แสวงบุญ‘ฮัจย์’เสียชีวิตรายที่ 12 ขณะร่วมพิธีที่ซาอุฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 17.19 น.

เศร้า!ผู้แสวงบุญ‘ฮัจย์’เสียชีวิตรายที่ 12 ขณะร่วมพิธีที่ซาอุฯ

6 กรกฎาคม 2566 กองส่งเสริมองค์กรศาสนาอิสลาม และกิจการฮัจย์ สำนักงานกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 04.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นซาอุดีอาระเบีย) ได้มีผู้แสวงบุญประกอบพิธีฮัจย์เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ที่โรงพยาบาลมักกะห์เมดดิคอล ณ เมืองนครมักกะห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยเป็นผู้สูงอายุวัย 81 ปี มีภูมิลำเนาในพื้นที่ จ.ปัตตานี เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ

ฮุจญาจดังกล่าวสังกัด หจก.ปาตานีฮัจย์ แอนด์ทัวร์ มักตับที่ 89 นับได้ว่าเป็นฮุจยาจหรือผู้แสวงบุญฮัจย์รายที่ 12 ที่เสียชีวิต ในระหว่างประกอบพิธีฮัจย์ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้แสวงบุญที่เสียชีวิตมา ณ ที่นี้ด้วย

สำนักงานกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid0RG8kQVRQrQwaxAbypQEaWn8o8hDprFxjGPqspVLFVkTrfqqCRUWkhVVg6FJpGFwMl%26id%3D100064359354966&show_text=true&width=500

ศศินทร์, JETRO และ ธ.กรุงเทพ จัดสัมมนาความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741765

ศศินทร์, JETRO และ ธ.กรุงเทพ  จัดสัมมนาความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น

ศศินทร์, JETRO และ ธ.กรุงเทพ จัดสัมมนาความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.ดร.เอียน เฟนวิค ผู้อำนวยการ Sasin School of Management (สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และ นายจูอิจิโระ คูโรดะ (Mr.Junichiro Kuroda) President of JETRO Bangkok ร่วมกล่าวเปิดงานสัมมนา “ความร่วมมือระหว่างธุรกิจครอบครัวไทยและบริษัทญี่ปุ่น Prospects of Japanese-Thai Family Business : Collaboration between Thai Family Businesses and Japanese Companies” โดยมี Sasin Japan Center (SJC) ร่วมกับ JETRO Bangkok และธนาคารกรุงเทพร่วมจัดงานในครั้งนี้

ในงานมีไฮไลท์สำคัญคือ การปาฐกถาพิเศษจาก นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือซิเมนต์ไทยและอดีตผู้อำนวยการศศินทร์ นอกจากนั้นยังมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมาร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโอกาสในอนาคตของธุรกิจครอบครัวและความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่นและไทยอีกหลายคน

SPU ประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ รร.สุรศักดิ์มนตรี คว้ารางวัลชนะเลิศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741769

SPU ประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ รร.สุรศักดิ์มนตรี คว้ารางวัลชนะเลิศ

SPU ประกวดสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษ รร.สุรศักดิ์มนตรี คว้ารางวัลชนะเลิศ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดประกวดแข่งขันสุนทรพจน์ภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในหัวข้อ Being bilingual : A Must for the Globalization Era! เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และวันสถาปนามหาวิทยาลัยศรีปทุม ครบรอบ 53 ปี แห่งการก่อตั้ง อีกทั้งเพื่อเป็นเวทีพัฒนาภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียน โดยมี ผศ.ดร.จรรยา พุคยาภรณ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม และที่ปรึกษามูลนิธิสตรีอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นประธานเปิดงาน

ในการนี้ภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน อาจารย์จิณดา เตชะวณิช นายกสโมสรโรตารี่ลุมพินี เป็นผู้มอบโล่รางวัล ประกาศนียบัตรและเงินรางวัลทุนการศึกษาแก่ทีมที่ชนะเลิศการแข่งขัน ซึ่งรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ นายสวอน เรย์มอนด์นิวตัน โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ นางสาวนันทนัชเตียวกุล โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ นางสาวอรวรา สาริพัฒน์ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ณ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน)

ปัจจุบันคณะศิลปศาสตร์ SPUได้เปิดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ 3 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาภาษาอังกฤษสื่อสารธุรกิจ สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารธุรกิจ และสาขาวิชาภาษาจีนสื่อสารธุรกิจ

กสศ.หนุน‘ครูรักษ์ถิ่น ปี 3’ พัฒนา รร.ในพื้นที่ห่างไกล จุดภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741762

กสศ.หนุน‘ครูรักษ์ถิ่น ปี 3’  พัฒนา รร.ในพื้นที่ห่างไกล จุดภาคเหนือ

กสศ.หนุน‘ครูรักษ์ถิ่น ปี 3’ พัฒนา รร.ในพื้นที่ห่างไกล จุดภาคเหนือ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายชาญชิต ทัพหมี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 2เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาผู้นำทางวิชาการ(Q-Leadership) สำหรับผู้บริหารโรงเรียนในโครงการครูรักษ์ถิ่น ที่สอดคล้องกับความก้าวหน้าในวิชาชีพตามเกณฑ์ ว.PA โครงการหนุนเสริมกลไกการดำเนินงานพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล 4 ภูมิภาค ขับเคลื่อนโรงเรียนในโครงการครูรักษ์ถิ่นวิชาการ ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้เข้าประชุมได้แก่ ผู้บริหารแกนนำโรงเรียนใน Cluster และทีมหนุนเสริมภาคเหนือ รวม 163 คน

วิทยากรบรรยาย อาทิ ดร.วีระ แข็งกสิการผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายในหัวข้อ “แก่นแท้ของการศึกษา” ข้อมูลสถานการณ์ปัญหาการศึกษาไทย กับโลกยุค BANI world และมุมมองการพัฒนาที่ระเบิดจากตัวผู้นำของโรงเรียน” และร่วมอภิปรายแนวทางการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ คณะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน (ครูรัก(ษ์)ถิ่น)(Steering) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่ปรึกษาโครงการฯ และคณะวิทยากร ให้ความรู้

สพป.พิษณุโลก เขต 2 อบรมครูปฐมวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741761

สพป.พิษณุโลก เขต 2 อบรมครูปฐมวัย

สพป.พิษณุโลก เขต 2 อบรมครูปฐมวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เป็นประธานเปิดการอบรม และบรรยายพิเศษการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับครูปฐมวัย “การเสริมสร้างความรู้สู่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย โดยมีครูผู้สอนปฐมวัยเข้ารับการอบรมจำนวน 122 คน ที่ สพป.พิษณุโลก เขต 2

มมส จัดงาน Pride Month 2023 แสดงพลังความเท่าเทียมในสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741764

มมส จัดงาน Pride Month 2023 แสดงพลังความเท่าเทียมในสังคม

มมส จัดงาน Pride Month 2023 แสดงพลังความเท่าเทียมในสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สภานิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จัดงาน MSU Pride Month 2023 โดยมี ผศ.ดร.มลฤดี เชาวรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและพัฒนาศักยภาพองค์กร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นางสาวจรรยาต้นงาม MUT MahaSarakham 2023 นางสาวญาศุมณ อรรคะเศรษฐังMUT NakhonPhanom 2023และนางสาวกุลณัฐ หงษ์ศรีเมืองMiss Grand Sisaket 2023 ร่วมกิจกรรม ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

นายภัทรพงษ์ พิมพิศาล ประธานสภานิสิต กล่าวว่า สภานิสิตได้เล็งเห็นความสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมของแต่ละบุคคลบนพื้นฐานของความหลากหลายมากขึ้นทั้งในด้านของเพศ สีผิว และเชื้อชาติจึงได้จัดงาน MSU Pride Month 2023ในวันนี้ขึ้น เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้เรื่องความเท่าเทียมผ่านเทศกาล Pride Month แก่นิสิต พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นิสิตมีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความเท่าเทียมในสังคม

กิจกรรมภายในงานมีเดินขบวนนำโดยขบวนรถแห่ขบวนกลองยาวสาโทขบวนธง ขบวนแฟชั่นโชว์ ขบวนองค์กรนิสิตและออนซอนอีสานรถแห่ บรรเลงโดยวงดนตรีสต๊อกศิลป์อินคอนเสิร์ต โชว์พิเศษ Cover Danceโดย V.ISM และ TRiXXiE จากนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม(ฝ่ายมัธยม) การแสดงสะท้อนสังคมเรื่อง “คนเท่ากันรักเท่าเทียม”

หลังจากนั้นมีการเสวนาในหัวข้อ “Pride Month จุดเริ่มต้นของความเท่าเทียม” โดย นายธิภัท มูลอามาตย์ ผู้บริหารจิน คลินิก มหาสารคาม, อาจารย์ ดร.ติณณ์ ชัยสายัณห์ อาจารย์ที่ปรึกษาสภานิสิต และนายสราวุฒิ โนนทะราช นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะศึกษาศาสตร์ อีกทั้งร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ โดย MSU Ambassador 2022 และการแสดงดนตรี โดย วง Orange Band จากนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และการออกร้านจำหน่ายสินค้าของนิสิตและบุคลากร

มธ.จัดงานฉลองครบรอบ 89 ปี เชิดชูเกียรติบุคคลที่ทำคุณงามความดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/741770

มธ.จัดงานฉลองครบรอบ 89 ปี  เชิดชูเกียรติบุคคลที่ทำคุณงามความดี

มธ.จัดงานฉลองครบรอบ 89 ปี เชิดชูเกียรติบุคคลที่ทำคุณงามความดี

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดงาน“วันสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครบรอบปีที่ 89” เพื่อเฉลิมฉลองและเชิดชูเกียรติบุคคลที่ทำคุณงามความดีต่อสังคมและประเทศชาติ โดย มีนักศึกษา คณาจารย์ศิษย์เก่า และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า500 ราย เมื่อเร็วๆ

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีมติมอบเข็มเกียรติยศให้แก่ นายประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท ประกิต โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ขับเคลื่อนสังคมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ บริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล, รางวัลกีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปี 2565 ในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ ศ.ดร.นุรักษ์ กฤษดานุรักษ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ ศ.นพ.ก้องเกียรติ กูณฑ์กันทรากรคณะแพทยศาสตร์, รางวัลครูดีเด่น ประจำปี 2565 มอบให้ผู้ที่มีความเสียสละอุทิศตนให้แก่การสอน มีจริยธรรมและเมตตาธรรม เป็นแบบอย่างความเป็นครูที่ดี จำนวน 4 ท่าน 4 สาขา ได้แก่ รศ.ดร.ศุภกร ภู่เจริญศิลป์ สถาบันภาษา ครูดีเด่นสาขามนุษยศาสตร์ ศ.ดร.ศากุนบุญอิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ครูดีเด่นสาขาสังคมศาสตร์ ศ.ดร.นคร ภู่วโรดม คณะวิศวกรรมศาสตร์ ครูดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รศ.นพ.อดิศัย บัวคำศรี คณะแพทยศาสตร์ ครูดีเด่นสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ

ศิษย์เก่าดีเด่นและผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย จำนวน 58 คน ได้แก่ 1.นายกิตติศักดิ์ กล่อมจิตต์2.ดร.กีรติ กิจมานะวัฒน์ 3.น.ส.ฉวีวรรณ อุทัยพิบูลย์ 4.นายชัยวัฒน์ ศุภดิลกลักษณ์5.นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ 6. ผศ.ดร.ฐปน ชื่นบาล 7.นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์8.น.ส.ณัฐกานต์ โนรี 9.นายเดชบุญมาประเสริฐ 10.ร้อยโททศพล ไชยโกมินทร์11.นางทีนามารี (โชติรวี) ผลาดิกานนท์ 12.นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี 13.นายบัญชาเชาวรินทร์ 14.ดร.เบญจรัตน์ บรรเทิงสุข15.พญ.ป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ 16.นางพรทิภาไสวสุวรรณวงศ์ 17.น.ส.พรรณนลิน มหาวงศ์ธิกุล 18.น.ส.พัชรี พุ่มพชาติ 19.นายพินิต พงษ์เพชร

20.นายภักดี จันทร์เกษ21.พลเอกยศนันท์ หร่ายเจริญ22.ดร.รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์23.นางวราลักษณ์ อภิกุลวณิช24.นายวีระ แสงสมบูรณ์ 25.รศ.ศรีสุดา อาชวานันทกุล 26.ดร.ศุภเกียรติ คำบุทอง27.นายศุภมิตร ชิณศรี 28.นายศุภวุฒิ จิรมนัสนาคร 29.นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ 30.ศ.ดร.สมเกียรติวันทะนะ 31.รศ.ดร.สราวุธ เทพานนท์ 32.รศ.สวาท แย้มวงษ์ศรี 33.นายสัมฤทธิ์สำเนียง 34.ดร.สุนีย์ ศรไชยธนะสุข35.ผศ.ดร.สุรศักดิ์ มณีศร 36. นพ.อนุสรณ์ศิริโชติ 37. นางอาริยา หยาง38.นายอุเทน ชนะกุล

ส่วนผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัย ได้แก่ 1.น.ส.กัลยาณีคงสมจิตร 2.ดร.ขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์3.นายนคร มุธุศรี 4.รศ.ดร.นิยม รัฐอมฤต5.ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์6.พญ.พนิดา มุกดีพร้อม 7.นายไพบูลย์ นลินทรางกูร 8.นางมธุรดา วงศ์ไวโรจน์9.นายวิชิต ลือชัยประสิทธิ์ 10.พญ.ศิริวรรณฮุ่นตระกูล 11.น.ส.ศุกร์ศิริ อภิญญานุวัฒน์12.นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ 13.นายสุเทพ วงศ์รื่น 14.นายอรุณ ลีลาพัฒนภูติ15.รศ.อัญชลี พิพัฒนเสริญ 16. Mr.TSANG KEUNG CHEUNG 17.มูลนิธิสิทธิอิสรา 18.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 19.สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา (สำนัก 11) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 20.สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์