สกสว.-ภาคี เตรียมดันงานวิจัย นวัตกรรม ช่วยเร่งธุรกิจโตผ่าน TRIUP Fair 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739268

สกสว.-ภาคี เตรียมดันงานวิจัย นวัตกรรม ช่วยเร่งธุรกิจโตผ่าน TRIUP Fair 2023

สกสว.-ภาคี เตรียมดันงานวิจัย นวัตกรรม ช่วยเร่งธุรกิจโตผ่าน TRIUP Fair 2023

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.58 น.

สกสว. และภาคี เตรียมดันงานวิจัย นวัตกรรม ช่วยเร่งธุรกิจโต ผ่านการจัดงาน TRIUP Fair 2023 หวังเสริมแกร่งเศรษฐกิจไทยยั่งยืน

รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เปิดเผยว่า ด้วยภารกิจสำคัญที่ สกสว. ต้องการขับเคลื่อนให้งานวิจัย นวัตกรรม ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่างๆ ทั้งภาคสังคม สิ่งแวดล้อม การพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนได้นำงานวิจัยไปต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ จึงได้ดำเนินการในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการจัดงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย (TRIUP Fair) ในการขยายผลงานวิจัยสู่การปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการสร้างเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน

และภายหลังที่ สกสว. พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายได้จัดงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ประจําปี 2565 (TRIUP Fair 2022) เพื่อสร้างการตระหนักรู้และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ “พ.ร.บ. ส่งเสริมการนําผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ พ.ศ. 2564” (TRIUP Act) รวมถึงการนำผลงานวิจัยต่างๆ มาจัดแสดงเพื่อเกิดการต่อยอดผลงานในด้านต่างๆ ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก สามารถนำไปต่อยอดในมิติต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม และในปีนี้ สกสว. จึงต้องการต่อยอดความสำเร็จ โดยจัดงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ประจําปี 2566 (TRIUP Fair 2023) เร่งธุรกิจให้เติบโตด้วยวิจัยและนวัตกรรม Journey to Impact ขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน  ซึ่งเป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 เพื่อโน้มน้าวและกระตุ้นให้ผู้เกี่ยวข้องสําคัญ (Key Players) เข้าสู่ระบบใหม่ของ RU Ecosystem รวมถึงส่งเสริมและผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (ววน.) ไปสู่การใช้ประโยชน์ โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนการนําผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังจะเป็นพื้นที่สื่อสารกับประชาคม ววน. และผู้ประกอบการหรือภาคเอกชน เพื่อให้เห็นภาพรวมของความร่วมมือในการส่งเสริมการทํางานของทุกภาคส่วนในระบบ ววน. 

ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ของวงการวิจัยและนวัตกรรมไทย ที่ได้นำผลงานวิจัยใช้ได้จริงกว่า 300 ผลงาน และหน่วยงานสนับสนุนภาคธุรกิจกว่า 50 หน่วยงาน มาให้คำปรึกษาในทุกขึ้นตอน เพื่อยกระดับภาคธุรกิจของไทย อาทิ

1.ทุนสนับสนุน วิจัยและนวัตกรรม 
2.หนทางในการเป็นเจ้าของ ผลงานวิจัยและนวัตกรรม
3.ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ที่จะต่อยอด ขยายผลเพื่อสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจ
4.เงินลงทุนเพื่อขยายกิจการ 
5.คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญา ด้านมาตรฐาน ด้านการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม
6.เครือข่ายร่วมทําวิจัยและต่อยอดธุรกิจ
7.คำปรึกษาจากนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ
8.คำปรึกษาด้านการขยายตลาดสินค้านวัตกรรมทั้งในและต่างประเทศ
9.สินเชื่อเพื่อนวัตกรรมดอกเบี้ยต่ำ จากธนาคารต่างๆ
 ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารการจัดงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ประจําปี 2566 (TRIUP Fair 2023) ทางเว็บไซต์ https://www.triupfair.net/

‘หยก’ฟังไว้เลย!! ชมรมครูเก่าเตรียมพัฒน์ฯ แถลงการณ์สนับสนุนผู้บริหาร รร.ยึดมั่นในกฏระเบียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739227

'หยก'ฟังไว้เลย!! ชมรมครูเก่าเตรียมพัฒน์ฯ แถลงการณ์สนับสนุนผู้บริหาร รร.ยึดมั่นในกฏระเบียบ

‘หยก’ฟังไว้เลย!! ชมรมครูเก่าเตรียมพัฒน์ฯ แถลงการณ์สนับสนุนผู้บริหาร รร.ยึดมั่นในกฏระเบียบ

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.46 น.

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 ชมรมครูเก่าเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้ออกแถลงการณ์ว่า สืบเนื่องจากกรณีที่มีนักเรียนคนหนึ่งทำการมอบตัวกับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามข้อกำหนดของโรงเรียน ทำให้นักเรียนคนดังกล่าวพ้นสภาพความเป็นนักเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ตามแถลงการณ์ที่โรงเรียนได้ชี้แจงผ่านสื่อต่างๆไปแล้วนั้น นักเรียนคนดังกล่าวพร้อมบุคคลภายนอกบางกลุ่มที่สนับสนุน มีความเห็นขัดแย้ง ไม่ยอมรับกฎระเบียบของโรงเรียนที่นักเรียนทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตาม นอกจากนี้ยังมีการแสดงออกทั้งทางกิริยา วาจา และการกระทำที่ก้าวร้าวต่อบุคลากรที่ดูแลความปลอดภัยของโรงเรียน ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่รู้สึกถึงความไม่ปลอคภัย

ชมรมครูเก่า เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือในคณะกรรมการการดูแลความปลอดภัยและผชิญสถานการณ์เฉพาะกิจของสถานศึกษาเพื่อคำเนินการคุ้มครอง ช่วยเหลือและรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มนักเรียนที่มีความเห็นต่างในเรื่องการไว้ทรงผมและการแต่งกายด้วยเครื่องแบบของนักรียน การละมิด การกระทำความรุนแรง ความปลอดภัยในสถานศึกษาและการปฏิรูปการศึกษาในเชิงสร้างสรรค์

ชมรมครูเก่าเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการในฐานะที่เคยร่วมสร้างความเจริญ จากโรงเรียนขนาดเล็กเริ่มก่อตั้งขึ้นในปีการศึกษา 2521 จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง ปัจจุบันมีเครือข่ายทั่วประเทศจำนวน 15 โรงเรียน คณะกรรมการชมรมครูเก่าได้ประชุมหารือจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ ขอสนับสนุนผู้บริหาร ครู บุคลากรและนักเรียน ให้ยึดมั่นในกฎระเบียบของโรงเรียน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพันอุปสรรคนี้ไปได้ และประสบผลสำเร็งดังความมุ่งหมาย

ประกาศ ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2566

(นายยุทธนา เฉลิมเกียรติสกุล)

ประธานชมรมครูเก่าเตรียมอุดมศึกมาพัฒนาการ

พระสุธรรมนำทีมเดินเพื่อนสันติภาพ เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739240

พระสุธรรมนำทีมเดินเพื่อนสันติภาพ เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

พระสุธรรมนำทีมเดินเพื่อนสันติภาพ เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.42 น.

พระสุธรรมนำทีมเดินเพื่อนสันติภาพ เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มอบหมายให้ผู้แทนพระองค์ ให้การต้อนรับคณะเดินเพื่อสันติภาพ walk for Peace พร้อมคำอวยพรให้สันติภาพเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างสันติสุขแก่มนุษย์โลก

คณะพระธุดงค์สันติภาพโลก นำโดย พระโพธินันทมุนี วิ. (หลวงพ่อจิ๋ว) , พระวิจิตรธรรมภาณี (สุนันท์ ธนนนฺโท) , พระสุธรรม ฐิตธัมโม ประธานคณะพระธุดงค์สันติภาพโลก พร้อมด้วย ภิกษุ ภิกษุณี ผู้แทนศาสนิกชน ผู้แทนสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย โดยคณะเดินทางมาจาก ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส อิตาลี สวิสเซอร์แลนด์ อังกฤษ อินเดีย เป็นต้น เดินทางเยือนนครรัฐวาติกัน ถวายพระพรเจริญจิตตภาวนาอำนวยพร ให้สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส พระประมุขแห่งศาสนจักรโรมันคาทอลิก ทรงหายประชวร โดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มอบหมายให้ พระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ (Miguel Angel Ayuso Guixot ประธานสมณสภา เพื่อการเสวนาศาสนสัมพันธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ถวายการรับรอง

พระสุธรรม ฐิตธัมโม ประธานโครงการเดินเพื่อนสันติภาพ คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพ เป็นหัวหน้าคณะนำผู้แทนพระภิกษุในโครงการเดินธุดงค์เพื่อสันติภาพ และญาติโยม กัลยาณมิตร ทั้งจากไทยและยุโรป โดยมี นางสาวกุนทินี อักษรวงศ์ อัครราชทูต ณ กรุงโรม ร่วมคณะในการเข้าเยี่ยมคารวะ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ณ นครวาติกัน แต่เนื่องจากพระองค์ท่านทรงประชวรและเพิ่งออกจากโรงพยาบาล จึงได้ทรงมอบหมายให้ พระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ (Miguel Angel Ayuso Guixot) ประธานสมณสภาเพื่อการเสวนาศาสนสัมพันธ์ เป็นผู้แทนพระองค์

โดย พระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ (Miguel Angel Ayuso Guixot) ประธานสมณสภาเพื่อการเสวนาศาสนสัมพันธ์ เป็นผู้แทนพระองค์สมเด็จพระสันตะปาปา ท่านได้ยกขึ้นมากล่าวสรรเสริญให้ คณะWalk for World Peace และกล่าวถึงการเดินของคณะพระสงฆ์ในพุทธศาสนา ว่า เมื่อครั้นเกิดเหตุสงครามภายในประเทศกัมพูชา สมเด็จเปรี๊ยะ มหาโฆษะนันทะ หรือ มหาโฆษะนันทะ ที่เป็นพระสมเด็จจากประเทศกัมพูชา พระองค์ท่าน เคยออกเดินเพื่อสันติภาพเพื่อมวลมนุษย์ชาติในประเทศของตนเอง ท่ามกลางสงครามการสู้รบเข่นฆ่ากันเองของ ประชาชนในประเทศ ในช่วงที่เกิดสงครามภายในกัมพูชา เช่นเดียวกับคณะของท่าน พระสุธรรม ฐิตธัมโม

ที่กำลังเดินอยู่ลักษณะเดียวกันนี้ ท่านเป็นสัญลักษณ์ของนักสันติภาพในขณะเกิดสงครามที่ผู้คนในชาติต่างเข่นฆ่าประหัดประหารกัน ในขณะที่คณะของท่านพระสุธรรม ฐิตธัมโม เดินมาจากประเทศไทย และกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ที่ทำเพื่อส่วนรวมสิ่งเดียวที่เราจะร่วมมือกันได้ คือการช่วยกันส่งเสริมให้เกิดสันติภาพและปราศจากสงครามทุกชนิดไปด้วยกัน

โครงการเดินเพื่อนสันติภาพ คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพ นำทีมโดย

พระสุธรรม ฐิตธัมโม หัวหน้าคณะ

พระศุภชัย สุภาจาโร เลขาโครงการ

พระวิจิตรธรรมภาณี เจ้าอาวาสวัดฟอร์ริด้าธรรมาราม สหรัฐอเมริกา

พระโพธินันทมุนี วิ.(หลวงปู่จิ๋ว) วัดป่าพุทธคยา อินเดีย

พระวิถี ธมฺมคุโณ ที่พักสงฆ์สันติภาพเมืองดูไบ

พระมหาดำรงค์ นริสฺสโร ปธ.วัดหลวงอาร์เจนตินา

พระเมษา เตชวโร วัดหลวงอาร์เจนตินา

พระคำรณ ภทฺทโก วัดฟอริด้าธัมมาราม

พระสายันต์ ติขิโณ ขวัญทอง, wimuttidhamma meditioncenter สวิตเซอร์แลนด์

Bhikune Ayya Soma , Bhante Sudhaso , Samanera Vadda สำนักสงฆ์ EmthyCloud New Jersey ,USA

โครงการเดินเพื่อสันติภาพโลก 2023 Walk for World Peace 2023 เริ่มเดินจากปากีสถาน – ตุรกี – กรีซ – มอนเตเนโกร – อิตาลี – สวิสเซอร์แลนด์ – ฝรั่งเศส  จนจบโครงการเดินเพื่อสันติภาพ.

ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739201

ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.30 น.

ศูนย์ข่าวเยาวชนไทย เยี่ยมคารวะผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปา ณ นครวาติกัน เตรียมโครงการใหญ่นำเยาวชนไทยสู่แดนศักดิ์สิทธิ์คริสต์ศาสนา

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มอบหมายให้ผู้แทนพระองค์ ให้การต้อนรับคณะเดินเพื่อสันติภาพ walk for Peace พร้อมคำอวยพรให้สันติภาพเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างสันติสุขแก่มนุษย์โลก

หลังเสร็จภารกิจเป็นหัวหน้าคณะของกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางพาคณะโครงการยุวทูตสันติภาพ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ณ ประเทศเยอรมัน และ สวิสเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ล่าสุด รัชพล สุวรรณโชติ นายกสมาคมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ได้รับเชิญให้ร่วมเป็นหนึ่งในคณะสันติภาพ ในโครงการเดินเพื่อสันติภาพ โดยมี พระสุธรรม ฐิตธัมโม ประธานโครงการ

รัชพล สุวรรณโชติ กล่าวว่า “รู้สึกดีใจ และเป็นเกียรติอย่างสูง พร้อมทั้งได้รับบุญและปิติอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสพบนักบวชระดับสูงของสำนักวาติกัน นั่นก็คือ พระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ (Miguel Angel Ayuso Guixot) ประธานสมณสภาเพื่อการเสวนาศาสนสัมพันธ์ ซึ่งสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มอบหมายให้ผู้แทนพระองค์มาทำหน้าที่เป็นประธานในการต้อนรับคณะเดินเพื่อสันติภาพ จากประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยพระภิกษุ ทั้งจากประเทศไทย และที่จำวัดในต่างประเทศ รวมถึงคนไทยในต่างประเทศที่ให้การสนับสนุนโครงการ การได้เข้าพบอย่างใกล้ชิดในห้องรับรองของสำนักวาติกัน นับว่าเป็นเกียรติอย่างสูงมากสำรับผม ยิ่งได้มารับพร รับฟังคำสอนของท่าน ยิ่งทำให้เข้าใจยิ่งขึ้นถึงความสำคัญของหลักคำสอนของทุกศาสนาที่ล้วนแต่มุ่งให้คนเป็นคนดี มุ่งให้โลกเรามีสันติภาพด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากจะได้พบท่านพระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ ผู้แทนพระองค์สมเด็จพระสันตะปาปาแล้ว ยังได้มีโอกาสพบปะสนทนากับบาทหลวงจากหลายประเทศที่ประจำสำนักงานสมเด็จพระสันตะปาปา ทำให้ได้แนวทางความร่วมมือในการทำโครงการ Youth Dialog ที่หลายประเทศทำร่วมกับสำนักวาติกัน โดยทางศูนย์ข่าวเยาวชไทย จะได้ทำโครงการเพื่อพาตัวแทนเยาวชนไทยมาร่วมกิจกรรม ณ นครวาติกัน และเข้าพบนักบวช บาทหลวงแห่งสำนักวาติกัน อันจะเป็นประสบการณ์ล้ำค่า สร้างแรงบันดาลใจที่ดีในการเป็นคนดีให้กับเด็กและเยาวชน ที่จะเติบโตขึ้นมา เป็นคนดี ร่วมกันพัฒนาประเทศ และพัฒนาโลกของเราต่อไป”

โครงการเดินเพื่อสันติภาพโลก 2023 Walk for World Peace 2023 เริ่มเดินจากปากีสถาน – ตุรกี – กรีซ – มอนเตเนโกร – อิตาลี – สวิสเซอร์แลนด์ – ฝรั่งเศส  โดยท่านพระสุธรรม ฐิตธัมโม ประธานโครงการเดินเพื่อนสันติภาพ คณะพระธุดงค์เพื่อสันติภาพ เป็นหัวหน้าคณะนำผู้แทนพระภิกษุในโครงการเดินธุดงค์เพื่อสันติภาพ และญาติโยม กัลยาณมิตร ทั้งจากไทยและยุโรป โดยมี นางสาวกุนทินี อักษรวงศ์ อัครราชทูต ณ กรุงโรม ร่วมคณะในการเข้าเยี่ยมคารวะ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ณ นครวาติกัน แต่เนื่องจากพระองค์ท่านทรงประชวรและเพิ่งออกจากโรงพยาบาล จึงได้ทรงมอบหมายให้ พระคาร์ดินัลมีเกล อายูโซ กวีโซ (Miguel Angel Ayuso Guixot) ประธานสมณสภาเพื่อการเสวนาศาสนสัมพันธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ พร้อมคณะบาทหลวงระดับแกนนำสำคัญของสำนักวาติกันให้การต้อนรับคณะเดินเพื่อสันติภาพจากประเทศไทย

ปลัด ศธ.สั่งผู้บริหารลงพื้น รร.ราชวินิต กรณีแก๊สระเบิดทันที เร่งเตรียมเงินเยียวยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739190

ปลัด ศธ.สั่งผู้บริหารลงพื้น รร.ราชวินิต กรณีแก๊สระเบิดทันที เร่งเตรียมเงินเยียวยา

ปลัด ศธ.สั่งผู้บริหารลงพื้น รร.ราชวินิต กรณีแก๊สระเบิดทันที เร่งเตรียมเงินเยียวยา

วันศุกร์ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.51 น.

ปลัด ศธ.สั่งผู้บริหารลงพื้น รร.ราชวินิต มัธยม กรณีแก๊สระเบิดทันที เร่งเตรียมเงินเยียวยา พร้อมกำชับสถานศึกษาเรื่องการดูแลความปลอดภัยของผู้เรียน

วันที่ 23 มิถุนายน 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีเหตุถังดับเพลิงระเบิดภายในโรงเรียนราชวินิต มัธยม ขณะนักเรียนซ้อมแผนอพยพหนีไฟว่า เบื้องต้นได้รับรายงานมีนักเรียนชายเสียชีวิต 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 5 ราย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบและสอบสวนว่าหน่วยงานใดเข้าทำการซ้อมแผนอพยพหนีไฟในครั้งนี้ 

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้นายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายชนะ สุ่มมาตย์ ผอ.ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยกระทรวงศึกษาธิการ และนายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์โดยด่วน 

“ขอแสดงความเสียใจกับนักเรียนผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บหลายราย ในเหตุการณ์ครั้งนี้ ทั้งนี้ได้มอบสำนักอำนวยการ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมจัดหาเงินเยียวยาและช่วยเหลือผู้เรียนเบื้องต้น พร้อมมอบหมายกองส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการศึกษาในภูมิภาค สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประสานแจ้งศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัดกำชับสถานศึกษาเรื่องการดูแลความปลอดภัยของผู้เรียน” ปลัด ศธ.กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ด่วน! ถังดับเพลิงระเบิดขณะซ้อมดับเพลิงใน รร. นักเรียนเสียชีวิต 1 คน

‘ชมรมรวมมิตรคิดทำดี101’เตรียมหารือเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดสร้าง’พญานาค’ที่อ่างธวัชชัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739044

'ชมรมรวมมิตรคิดทำดี101'เตรียมหารือเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดสร้าง'พญานาค'ที่อ่างธวัชชัย

‘ชมรมรวมมิตรคิดทำดี101’เตรียมหารือเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดสร้าง’พญานาค’ที่อ่างธวัชชัย

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.50 น.

‘ชมรมรวมมิตรคิดทำดี101’เตรียมเข้าหารือเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดขับเคลื่อนสร้าง’พญานาค’ที่อ่างธวัชชัย

นายเลิศบุศย์ กองทอง อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ปรึกษาชมรมรวมมิตรคิดทำดี101 โดยความอุปถัมภ์ของหลวงพ่อพระครูวิมลบุญโกศล กล่าวถึงกรณีที่ทางชมรมฯ มีมติให้มีการจัดสร้างพระบูชาพระพุทธมิ่งเมืองมงคล พระพุทธรูปประจำจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อหารายได้สมทุบทุนสร้างพญานาคขนาดใหญ่ที่อ่างธวัชชัย ต.มะอึ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ดว่า ตนทราบข่าวเบื้องต้นจากเลขานุการชมรมรวมมิตรคิดทำดี101 ว่าทางชมรมมีมติให้มีการจัดสร้างพระบูชา พระพุทธมิ่งเมืองมงคล พระพุทธรูปประจำจังหวัดร้อยเอ็ด ส่วนตัวมีความเป็นห่วงในการดำเนินการดังกล่าวว่า เรื่องนี้จะเข้าข่าย พ.ร.บ.เรี่ยไรหรือไม่ การดำเนินการทุกขั้นตอนต้องทำให้ถูกต้อง เนื่องจากเดี๋ยวนี้ระบบตรวจสอบเข้มแข็งต้องระมัดระวัง ส่วนตัวขอเป็นกำลังใจให้กับชมรมฯ และคอยติดตามการทำหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะของชมรมฯอยู่ตลอด

นายเทิดธนา ชมสา อดีตประธานชมรมรวมมิตรคิดทำดี101 ที่ปรึกษาชมรมฯ และนักจัดรายการวิทยุชื่อดัง กล่าว่า ส่วนตัวเห็นด้วยในการดำเนินการของชมรมฯ และคอยติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดและมีโอกาสได้ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมกับชมรมฯเรื่อยมา ชมรมฯก็ยังคงยึดหลักการเดิมไม่เปลี่ยนแปลง คือไม่ขอและไม่เรี่ยไรโดยเด็ดขาด แต่จะใช้วิธีการบอกกล่าวให้ฟังว่าเราจะทำอะไรยังไง ถ้าเห็นด้วยในหลักการและการปฎิบัติในเรื่องนั้นๆ ก็ให้ใช้ดุลยพินิจในการตัดสินใจเอาเองว่าจะร่วมหรือไม่ร่วมจะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนในกิจกรรมที่ทางชมรมฯ จะดำเนินการเราไม่บังคับใครให้ทุกอย่างเป็นเรื่องของความสมัครใจเป็นสำคัญ 

“ขอบคุณคณะกรรมการบริหารชมรมทุกท่านที่ยังเสมอต้นเสมอปลายในการทำงานเพื่อสาธารณะ ตอนนี้กำลังติดต่อประสานขอเข้ากราบนมัสการท่านเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดเพื่อจะขอคำปรึกษาจากท่าน ในฐานะท่านเมตตาเป็นที่ปรึกษาของชมรมฯ มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชมรมฯมากำลังประสานถ้าท่านสะดวกให้เข้าพบวันไหนจะแจ้งทางชมรมฯให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ขอเป็นกำลังใจให้ชมรมฯเดินหน้าทำความดีต่อไป” นายเทิดธนากล่าว

ด้านนายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตนขอบคุณทางชมรมรวมมิตรคิดทำดี101 และคณะที่มีเจตนาดีที่จะช่วยระดมทุนในการก่อสร้างพญานาค ที่อ่างธวัชชัย ความคิดดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี ต้องขอขอบคุณ แต่ในปัจจุบันทางกองทุนพญานาคมีเงินที่จะดำเนินการก่อสร้างพญานาคดังกล่าวเพียงพอแล้ว ถ้าทางชมรมฯ จะดำเนินการตามมติที่ประชุมของชมรมฯ คือการจัดสร้างพระบูชาพระพุทธมิ่งเมืองมงคล พระพุทธรูปประจำจังหวัดร้อยเอ็ดต่อ ก็ให้ชมรมหารือองค์อุปถัมภ์ชมรมฯ คณะกรรมการบริหารชมรมฯ ที่ปรึกษาชมรมฯ ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นใคตามสมควร 

นายวุฒิภัทร คงมั่น ประธานสมาพันธ์รถตู้แห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาชมรมรวมมิตรคิดทำดี101 กล่าวว่า ทราบเรื่องที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดเมตตาแนะนำให้ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ในการดำเนินการจากเดิมทางชมรมฯมีมติในการจัดสร้างพระบูชา พระพุทธมิ่งเมืองมงคล เพื่อให้ประชาชนได้สั่งจอง วัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงสมทบทุนในการก่อสร้างพระญานาคที่อ่างธวัชชัย ต.มะอึ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ให้ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะอื่นตามสมควร 

“ต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ท่านเมตตาอนุเคราะห์เสนอแนะหลักการปฎิบัติให้กับทางชมรมฯได้ถือปฎิบัติ ต่อจากนี้ชมรมฯจะนำเรื่องดังดังเข้ากราบนมัสการปรึกษาหารือหลวงพ่อพระครูวิมลบุญโกศล องค์อุปถัมภ์ชมรม และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อจะได้ขับเคลื่อนตามมติชมรมฯและหาวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมและขยายผลในการช่วยเหลือสังคมเพื่อประโยชน์สาธารณะต่อไป ยืนยันชมรมฯต้องเดินหน้าต่อสู่เป้าหมายที่วางไว้ร่วมกันเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนยึดส่วนรวมเป็นที่ตั้ง” ประธานสมาพันธ์รถตู้แห่งประเทศไทยกล่าว

ภาพจากแฟ้ม

สกสว.เปิดเวทีฟังเสียงสะท้อน 4 ปีปฏิรูป ววน. ต้องบูรณาการกับการเมือง-เอกชน-ประชาสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/739027

สกสว.เปิดเวทีฟังเสียงสะท้อน 4 ปีปฏิรูป ววน. ต้องบูรณาการกับการเมือง-เอกชน-ประชาสังคม

สกสว.เปิดเวทีฟังเสียงสะท้อน 4 ปีปฏิรูป ววน. ต้องบูรณาการกับการเมือง-เอกชน-ประชาสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.09 น.

สกสว.เปิดเวทีรับฟังเสียงสะท้อน 4 ปีแห่งการปฏิรูป ววน. เพื่อทบทวนบทเรียน รับโจทย์ และมองไปข้างหน้า ผู้ทรงคุณวุฒิชี้ต้องมีเอกภาพเชิงนโยบาย ทำงานเชื่อมโยงกับระบบการเมือง เอกชน และประชาสังคม เพื่อเป็นพลังหนุนเสริมให้ขับเคลื่อนไปได้ และมีผลงานที่กินได้-จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมบนโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาและนวัตกรรมของประเทศ

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดงานเสวนา SRI Share & Learn: 4 ปีแห่งการปฏิรูป ววน. ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค เพื่อให้หน่วยงานหลักในระบบวิจัยและนวัตกรรม ภาคีเครือข่าย และ สกสว. ได้สร้างความเข้าใจ สะท้อนคิด รับโจทย์และข้อค้นพบบทเรียน รวมถึงการมองภาพเป้าหมายและภาพอนาคตของระบบ ววน. ร่วมกัน

รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าวว่า หลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการปฏิรูปและจัดตั้งระบบ ววน.ของประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้ขับเคลื่อนครบ 4 ปี จึงเป็นหมุดหมายที่ควรจะเน้นย้ำความสำคัญ และทบทวนเส้นทางที่ผ่านมา โดยในปี 2566 เป็นจังหวะเปลี่ยนผ่านของคณะกรรมการหลายชุด จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะรับฟังความคิดเห็นและเสริมพลังขับเคลื่อนระบบ ววน.ของประเทศไปข้างหน้าได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะส่งผลต่อการปรับปรุงระบบ ววน.ให้ดีขึ้นได้อย่างไร

ด้าน ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ความเห็นว่าภาครัฐต้องตื่นตัวอยู่เสมอและพร้อมรองรับความท้าทายอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่อยากฝากคือ 1) ภาครัฐจะเข้มแข็งอย่างไรก็ไม่พอในการขับเคลื่อนประเทศ จึงต้องถูกผลักโดยภาคส่วนอื่น เช่น เอกชน ประชาสังคม 2) วิทยาศาสตร์ที่จะทำให้เศรษฐกิจและสังคมพัฒนาไปได้ ต้องมีโจทย์ที่ชัดเจนจากฝั่งผู้ใช้ 3) ความเร็วเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ยังมีช่องว่างใหญ่ระหว่างฝั่งนโยบายกับฝั่งปฏิบัติ และขาดความต่อเนื่องของรัฐบาล ดังนั้นรัฐมนตรีและฝั่งนโยบายควรจะต้องลงมาคลุกคลี เก็บเกี่ยวต้นทุนเก่าและทำต้นทุนใหม่ ต้องรู้ว่าโจทย์ของประเทศคืออะไร มีเป้าที่ชัดเจน การเชื่อมโยงอยู่ตรงไหน และต้องเปลี่ยนโจทย์ให้เป็นโจทย์เดียว เป็นการวิจัยเพื่อสู้กับชาวโลก ให้ชุมชนแข็งแกร่งขึ้น หรือสร้างกำลังคนให้เก่งขึ้น เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สังคมสูงวัย สุขภาวะ เกษตรอัจฉริยะ

ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ประธานกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงเจตนารมณ์ของการปฏิรูประบบ ววน. ว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาและนวัตกรรมของประเทศที่จะนำพาประเทศให้เจริญก้าวหน้าและแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ได้ จึงอยากเห็นคณะกรรมการขับเคลื่อนและส่งมอบงานโดยมีทิศทางและนโยบายที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ทั้งนี้ ต้องมีเอกภาพเชิงนโยบาย สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และ สกสว.ต้องทำงานเป็นทีมเดียวกัน รวมทั้งแก้กลไกการทำงานของ สกสว.และหน่วยบริหารและจัดการทุนในลักษณะ “One ววน.” เป็นทีมเดียวกันไปด้วยกัน รวมถึงมีคลังสมองที่รวบรวมประสบการณ์และสมรรถนะความสามารถเพื่อนำพาไปสู่สิ่งที่น่าจะเป็น

ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ระบุว่า การวิจัยคือโครงสร้างทางปัญญาของประเทศ ต้องมีความรู้พื้นฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แก้ปัญหาแบบมีความรู้ ในปีนี้เราทำตามเจตนารมณ์สำเร็จสามารถจัดสรรสัดส่วนงบประมาณได้ ทั้งการวิจัย สร้างคน สร้างระบบ และนำผลงานไปใช้ประโยชน์ ส่วนงานที่ต้องทำให้สำเร็จคือการทำงานวิชาการกับผู้ใช้ประโยชน์ เช่น ชุมชน เอกชน โดยความคาดหวังที่อยากเห็นคือ ทำระบบที่จัดสรรทุนได้อย่างรวดเร็ว มีผลลัพธ์สำคัญที่ตอบรัฐสภาได้ และมีระบบการประเมินผลที่จริงจังบนพื้นฐานความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์

ขณะที่ ศ. ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง ประธานกรรมการอำนวยการ สกสว. กล่าวว่า ความท้าทายของระบบ ววน. คือส่วนที่เป็นพฤติกรรมของคนในระบบ ววน.และผู้เกี่ยวข้องภายหลังจากที่โครงสร้างได้ปรับเปลี่ยนไปแล้ว เปรียบได้กับการขี่ช้าง ตัวสำคัญที่จะขับเคลื่อนคือช้าง ไม่ใช่เส้นทางที่ได้ออกแบบไว้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทำให้ช้างอยากจะเดินไปในเส้นทางใหม่ แทนการกลับไปเดินทางเก่า นอกจากนี้เรามีวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่ค่อนข้างทะเยอทะยาน แต่ไม่มีทรัพยากรที่จะทำได้ทุกอย่าง สิ่งสำคัญคือ คน ดังนั้นจึงต้องเลือกทำ 

ในมุมมองของนักวิชาการ ศ. ดร.พิมพ์ใจ ใจเย็น จากสถาบันวิทยสิริเมธี สะท้อนปัญหาในเนื้อหางานวิจัยและกลไกการประเมินผลงานที่ยังไม่ชัดเจน การอิงกับตัวเลขหรือผลงานตีพิมพ์แบบเหมารวมอาจจะไม่เหมาะกับงานวิจัยบางสาขาที่มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนน้อย ปัญหาการซื้อขายผลงานวิชาการ อยากให้ผู้มีอำนาจเข้ามาจัดการให้ถูกต้องตั้งแต่ในระดับการออกแบบกลไกการประเมินและสนับสนุนทุนวิจัย รวมถึงการบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่ให้เห็นโอกาสและทิศทางที่จะเดินไป งานวิจัยอาจเป็นองค์ความรู้ของศาสตร์ ตำราหรือบทเรียน ที่ไม่ได้นำไปสู่พาณิชย์อย่างเดียว ดังนั้นจึงต้องออกแบบให้ต้นหญ้าโตอย่างถูกที่ถูกทางร่วมกับต้นไม้ใหญ่เพื่อให้ตัวเขาเองมีโอกาสเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ได้ด้วย รวมถึงต้องเข้าใจโจทย์วิจัยที่ตีพิมพ์ได้และขณะเดียวกันยังทำงานร่วมกับเอกชนหรือชุมชนได้ 

เช่นเดียวกับ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ที่กล่าวว่ายังไม่มีผลลัพธ์และผลกระทบเป็นรูปธรรมที่ประชาชนรู้สึกได้ กินได้ จึงต้องสร้างการสั่งสมความรู้ที่จับต้องได้โดยกลุ่มคนจำนวนมาก เหมือนกรณีประชาชนของเกาหลีหรือไต้หวันที่มิอาจปฏิเสธความสำคัญของ ววน. ที่ชัดเจนต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีที่มีที่มาจากเทคโนโลยีหรือหน่วยงานวิจัย นอกจากนี้การออกแบบโครงสร้างยังไม่ชัดเจนในการจัดความสัมพันธ์กับการเมือง ทำให้ขาดพลังภายนอกที่จะหนุนเสริมให้ขับเคลื่อนไปได้ ระบบ ววน.แยกจากการเมืองและสังคมไม่ได้จึงต้องบูรณาการเข้าด้วยกัน ส่วนการส่งไม้ต่อระหว่างหน่วยงานในโครงสร้าง ววน. ต้องลดขั้นตอน นโยบายกับทรัพยากรต้องไปด้วยกันเพื่อให้ทำงานได้รวดเร็ว โดยสิ่งที่ควรทำก่อนคือ สมานโครงสร้างให้มีผู้ใช้เข้ามาร่วมด้วย ตอบโจทย์ให้สังคมเห็นว่า ววน.กินได้ หรือทำงานร่วมกับภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนประเทศ

‘สมเด็จพระสังฆราช’ขอบิณฑบาต ช่วยกันรักษาเอกลักษณ์ชาติไทย เป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738906

'สมเด็จพระสังฆราช'ขอบิณฑบาต ช่วยกันรักษาเอกลักษณ์ชาติไทย เป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม

‘สมเด็จพระสังฆราช’ขอบิณฑบาต ช่วยกันรักษาเอกลักษณ์ชาติไทย เป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 08.03 น.

วันที่ 22  มิถุนายน 2566 เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ประทานพระวโรกาสให้นายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้แทนคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ ๘ รอบ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๖ เฝ้าถวายสักการะ ขอประทานอาราธนาให้ทรงประพรมน้ำพระพุทธมนต์และทรงโปรยดอกไม้บนเข็มที่ระลึกส่วนที่ได้มีการผลิตเพิ่มเติมอันเป็นส่วนครบจำนวนผลิต เพื่อเป็นสวัสดิมงคลแก่ผู้ได้บริจาคบูชา และเฝ้าถวายปัจจัยหลังหักค่าใช้จ่ายจากการจำหน่ายเข็มที่ระลึกเพื่อโดยเสด็จพระกุศลตามพระอัธยาศัย

โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระสัมโมทนียกถา ความตอนหนึ่งว่า “อาตมภาพขออนุโมทนาสาธุการ ที่ท่านปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและท่านสาธุชนทุกท่าน มีเมตตามาแสดงมุทิตาจิตในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของอาตมภาพ และยังนำเข็มที่ระลึก และปัจจัยมามอบให้ ขอแจ้งให้ทราบว่าปัจจัยเหล่านี้ที่ถวายมาทั้งหมด จะให้ไว้เป็นของส่วนรวม เพื่อประโยชน์ในการสร้างสถานปฏิบัติธรรม และการกุศลต่างๆ ไม่ใช่ของส่วนตัว ซึ่งก็ได้ทำเช่นนี้ตลอดมา คนไทยเรามีลักษณะพิเศษคือรอยยิ้ม เวลาเรามอง เราก็มองกันตรงๆ ด้วยความปรารถนาดี เสียดายที่สมัยนี้คนชอบมองกันแบบไม่เป็นมิตร จ้องจะหาเรื่องกัน มองด้วยหางตา มองอย่างตาขวาง อาตมาขอบิณฑบาตเถิด อย่าได้มองกันและกันด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ขอให้ยิ้มแย้มแจ่มใสให้กัน หัวเราะสนุกสนานกัน ด้วยสายตาที่เป็นมิตร ถ้าจะมองก็มองตรงๆ อย่างตรงไปตรงมา จะไม่ทะเลาะกัน ช่วยกันรักษาเอกลักษณ์ของชาติไทย คือความปรารถนาดี ไมตรีจิต และรอยยิ้มไว้ให้ได้ตลอดไป ให้เด็กรุ่นต่อๆ ไปได้มีคุณสมบัติของความปรารถนาดีในแววตา ให้แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินแห่งรอยยิ้ม

อย่างที่เรามาพบกันนี้ ทุกคนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส นี่คือลักษณะคนไทย อาตมาเคยเดินทางไปมาหลายที่ทั่วโลก ทั้งใกล้และไกล บางทีเห็นผู้คนมองกันอย่างหวาดระแวง เป็นพวกเขา เป็นพวกเรา เป็นกลุ่มนั้น เป็นกลุ่มนี้ ไม่ไว้ใจกัน อยู่กันอย่างอึดอัดไม่สบายใจ ไม่มองกันด้วยท่าทีเป็นมิตรแบบตรงไปตรงมา ขออย่าให้ลักษณะแบบนั้นเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราเลย ขอบิณฑบาต และขอให้ทุกท่านซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ใหญ่ มีหน้าที่สำคัญกันทั้งนั้น ช่วยกันทำให้บ้านเมืองของเราเป็นเมืองยิ้มต่อไป อย่าให้เปลี่ยนแปลงไป”

อนึ่ง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จะเปิดให้สาธุชนเข้าถวายเครื่องสักการะและลงนามถวายสักการะหน้าพระรูปเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ในวันจันทร์ ที่ 19 ถึงวันอาทิตย์ ที่ 25 มิถุนายน 2566 เวลา 09.00 ถึง 16.00 น. ณ พระวิหาร พร้อมทั้งมีโต๊ะให้ร่วมบริจาคเพื่อรับเข็มที่ระลึกดังกล่าว สำหรับผู้โดยเสด็จพระกุศลเข็มละ 300 บาท หรือร่วมบริจาคโดยเสด็จพระกุศลและรับเข็มที่ระลึกได้ที่ห้างบิ๊กซีทุกสาขาทั่วประเทศตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

และวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ยังเปิดให้เข้าบริจาคโดยเสด็จพระกุศล บูชาพระกริ่งและพระชัยวัฒน์ “อายุวัฒน์” ณ อาคารภุชงค์ประทานวิทยาสิทธิ์ 1 ทุกวันตั้งแต่วันที่ 19 ถึง 30 มิถุนายน 2566 และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ของเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2566 เวลา 13.00 ถึง 17.00 น.

บทความพิเศษ : คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา เดินหน้าส่งเสริม ขับเคลื่อนมวยไทยสู่ความสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738791

บทความพิเศษ : คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา  เดินหน้าส่งเสริม ขับเคลื่อนมวยไทยสู่ความสำเร็จ

บทความพิเศษ : คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา เดินหน้าส่งเสริม ขับเคลื่อนมวยไทยสู่ความสำเร็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“มวยไทย” เป็นศิลปวัฒนธรรมทางการกีฬาของชาติที่แสดงออกถึงเอกลักษณ์ของคนไทยทางด้านการต่อสู้ป้องกัน ที่เกิดขึ้นจากวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ซึ่งได้คิดค้นท่าทางการต่อสู้ป้องกันตัวจนกลายเป็นที่ยอมรับในระดับโลกทุกวันนี้มวยไทยถือเป็นทุนทางสังคมที่ยกระดับทางเศรษฐกิจของประเทศถือเป็น Soft Power หลักของประเทศ ที่หลอมรวมกันระหว่างกีฬาและศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ภายใต้นโยบายอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มุ่งส่งเสริมวัฒนธรรม 5F (Food, Film,Fashion, Festival และ Fighting)ให้กลายเป็นสินค้าส่งออกทางวัฒนธรรมของประเทศชาติ

คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา โดยการนำของ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ ได้ตระหนักถึงคุณค่าของมวยไทยได้เข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมและขับเคลื่อนมวยไทยให้ก้าวหน้าเสมอมา ที่ผ่านมาได้ดำเนินการด้านมวยไทยใน 3 โครงการสำคัญ คือ การจัดตั้งสถาบันมวยไทยแห่งชาติ การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนมวยไทยในสถานศึกษาและการส่งเสริมมวยไทยท้องถิ่น

การจัดตั้ง “สถาบันมวยไทยแห่งชาติ” เพื่อมุ่งหวังให้เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนกีฬามวยไทยอย่างเป็นระบบ และประสานความร่วมมือกับองค์กรกีฬามวยไทยที่มีอยู่หลายองค์กรให้ร่วมมือกันส่งเสริมและสนับสนุนกีฬามวยไทยให้อย่างยั่งยืน ยกระดับมาตรฐานกีฬามวยไทยในทุกมิติ และทำให้กีฬามวยไทยให้เป็นที่ยอมรับของทุกคน โดยสถาบันมวยไทยแห่งชาติ จะมีบทบาทหน้าที่คือ 1) บริหารจัดการกีฬามวยไทยทั้งระบบ สร้างการรับรู้ การสร้างรายได้2) กำหนดและรับรองมาตรฐานกีฬามวยไทยในทุกมิติ 3) ค้นคว้า วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้กีฬามวยไทย ส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมของกีฬามวยไทย 4) พัฒนาบุคลากรทางด้านกีฬามวยไทย และ 5) อนุรักษ์ ส่งเสริม สนับสนุนและเผยแพร่กีฬามวยไทย

“หลักสูตรมวยไทยในสถานศึกษา”การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการจัดการเรียนการสอนมวยไทยในสถานศึกษาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ครูผู้สอนควรเลือกเนื้อหาของรายวิชามวยไทยมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนเป็นสิ่งที่สำคัญ และมีจุดมุ่งหมายการสอนมวยไทย 2 ประการ ได้แก่ 1) ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทักษะพื้นฐานของกีฬามวยไทยและนำไปประยุกต์ในการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายให้มีสุขภาพที่ดี และ 2) เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมของกีฬามวยไทย โดยเน้นความปลอดภัย เน้นความสวยงามของท่าทาง โดยไม่มีการปะทะ และไม่เป็นอันตรายและควรจัดการเรียนการสอนให้ทั้งในระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา อีกทั้งส่งเสริมให้ประชาชนและเยาวชนได้เรียนรู้ในศิลปะมวยไทยผ่านการออกกำลังกายด้วยมวย และควรส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับศิลปะมวยไทย เพื่อเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมด้านการต่อสู้และรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของไทยสืบไป

“การส่งเสริมมวยไทยท้องถิ่น” จากประวัติศาสตร์ความเป็นมาของมวยไทย พบว่า มวยไทยท้องถิ่นจะมีอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ มีหลักฐาน
การเกิดขึ้นอย่างชัดเจนที่แสดงถึงเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันได้แก่ มวยท่าเสา มวยไทยโบราณของภาคเหนือ มวยไชยา ศิลปะมวยไทยประจำถิ่นอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และมวยโคราช ในปัจจุบันมวยไทยท้องถิ่นยังได้รับความสนใจจากคนไทยและชาวต่างชาติในการเข้ามาศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจัง ดังนั้น การส่งเสริมมวยไทยท้องถิ่นอย่างเป็นระบบจะสามารถยกระดับเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง

ที่ผ่านมา กีฬามวยไทยนับว่าสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติได้เป็นจำนวนมาก สร้างอาชีพให้กับนักกีฬา ครูผู้สอน ผู้ฝึกสอน ผู้จัดการแข่งขัน เจ้าของค่ายมวย และผู้ประกอบการธุรกิจ ส่งผลให้กีฬามวยไทยเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถ้าหาก 3 สิ่งที่คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภามุ่งผลักดันได้ประสบผลสำเร็จสมบูรณ์ ก็จะยิ่งนำพามวยไทยให้ก้าวไกลมากยิ่งขึ้นในวันข้างหน้า และสามารถสร้างรายได้ให้ประเทศมากยิ่งๆ ขึ้นไปอย่างแน่นอน

สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์, 2566 ; ต่อศักดิ์ แก้วจรัสวิไล, 2566

“มวยไทย : Soft Power ที่ทรงอิทธิพล”

วารสารกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, 2, 1-12

ม.สวนดุสิตจัดประชุมนานาชาติ นวัตกรรมและ AI เพื่อการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738787

ม.สวนดุสิตจัดประชุมนานาชาติ  นวัตกรรมและ AI เพื่อการศึกษา

ม.สวนดุสิตจัดประชุมนานาชาติ นวัตกรรมและ AI เพื่อการศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกับคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และเครือข่าย ร่วมจัดงานประชุมวิชาการระดับชาติสวนดุสิต 2023 ครั้งที่ 5 นวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการศึกษาในยุคดิจิทัลในรูปแบบ Hybrid Conference โดย ดร.สวงค์บุญปลูก รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นประธานเปิดงาน และ ผศ.ดร.ฐิตินาถ สุคนเขตร์คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกล่าวรายงาน

ภายในงานยังมีกิจกรรมบรรยายพิเศษ จาก รศ.ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในหัวข้อเรื่อง พลังของปัญญาประดิษฐ์กับอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทย โดยมีนักวิจัย คณาจารย์ นักเรียน-นักศึกษา เข้าร่วมงานประชุมคับคั่งที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิต