ศธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เฉลิมพระชนมพรรษา’สมเด็จพระราชินี’3 มิ.ย.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734781

ศธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เฉลิมพระชนมพรรษา'สมเด็จพระราชินี'3 มิ.ย.

ศธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เฉลิมพระชนมพรรษา’สมเด็จพระราชินี’3 มิ.ย.

วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 10.33 น.

ศธ.จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา “สมเด็จพระราชินี” 3 มิถุนายน 2566

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2566 เวลา 7.00 น. กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2566

โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และข้าราชการ เข้าร่วม ณ บริเวณสนามหญ้าหน้ากระทรวงศึกษาธิการ 

คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เนื่องในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษาแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท วันที่ 3 มิถุนายน พุทธศักราช 2566 ข้าพระพุทธเจ้า คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

ล้วนมีความปีติยินดีและชื่นชมโสมนัสเป็นล้นพ้น ที่ได้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดี เนื่องในโอกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ที่ได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ ปฏิบัติงานถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยพระราชวิริยอุตสาหะและความจงรักภักดี เป็นที่ประจักษ์แก่ผองพสกนิกร

ในโอกาสอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งพระรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ปกอภิบาลประทานพร ให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท เจริญด้วยจตุรพิธพรพิพัฒน์สวัสดิมงคล พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญสถิตเป็นมิ่งขวัญแห่งปวงประชาสถาพรตราบกาลนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม.012

‘สมเด็จพระสังฆราช’เสด็จไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734711

'สมเด็จพระสังฆราช'เสด็จไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18

‘สมเด็จพระสังฆราช’เสด็จไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.49 น.

เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18 เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2566 ภายใต้หัวข้อ “พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก”

วันนี้ (1 มิ.ย. 66) เวลา 09.00 น.ที่อาคารหอประชุม มวก.48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จไปเป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18 เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2566 ภายใต้หัวข้อ “พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก” โดยมี พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ประธานสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก และประธานสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติ  พระเถรานุเถระ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนจากทั่วโลก ร่วมพิธี โดยได้รับเกียรติจาก นายดิเนช คุณวาระเดนะ (H.E. Dinesh Gunawardena) นายกรัฐมนตรีศรีลังกา ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก” ในครั้งนี้ด้วย

การนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานสัมโมทนียกถาเปิดงาน ความโดยสรุปว่า “พระพุทธศาสนา” เป็นศาสนาอเทวนิยม มุ่งเน้นสั่งสอนว่าสิ่งทั้งหลายล้วนมีเหตุปัจจัยในการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปหาใช่เกิดจากการดลบันดาลของอำนาจลี้ลับเหนือธรรมชาติแต่อย่างใด เพราะฉะนั้น ถ้าท่านพิจารณาถึงอริยสัจสี่ ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ และทรงพระมหากรุณาประทานให้แก่เราทั้งหลายผู้เป็นพุทธบริษัท ได้ศึกษาใคร่ครวญ และน้อมนำไปเป็นวิถีทางแห่งการรับมือกับวิกฤตการณ์ต่างๆ นั้น ย่อมเห็นประจักษ์ได้ว่า ถ้าต้องการไม่ให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น สรรพสัตว์ทั้งหลายคงมีทางเลือกสองทาง กล่าวคือ กําจัดเหตุ 1 และกําจัดเงื่อนไข 1 เมื่อทําได้ดั่งว่าแล้วทั้งสองประการ ผลที่ไม่พึงปรารถนาก็จะไม่บังเกิดอย่างแน่แท้ อันความตระหนักรู้แจ้งในหลักการเหล่านี้ ย่อมทำให้ไวเนยสัตว์ตื่นรู้ พร้อมความระมัดระวังโดยรอบคอบมากยิ่งขึ้น มีนัยประมวลสรุปรวมหมายถึง “ความไม่ประมาท” ซึ่งเป็นที่สุดแห่งพระบรมพุทโธวาททั้งปวงนั้นเอง โดยการที่ท่านทั้งหลายมาประชุมกันเพื่อร่วมขบคิดใคร่ครวญในหัวข้อ “พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก” นับเป็นเรื่องที่น่าอนุโมทนา เพราะเสมอด้วยการทำให้พระพุทธศาสนา ปลูกฝังหยั่งรากลงลึกสู่จิตใจของมวลมนุษยชาติ ในฐานะศาสนาแห่งเหตุและผล ที่สมบูรณ์พร้อมทั้งภาคปริยัติ และภาคปฏิบัติ เป็นยอดศาสนา ที่ช่วยเกื้อกูลให้โลกนี้ สามารถก้าวข้ามพ้นวิกฤตการณ์ ไปสู่ภาวะแห่งศานติสุขได้อย่างแท้จริง

ด้านท่านเจ้าคุณพระพรหมบัณฑิต กล่าวถวายรายงานความโดยสังเขปว่า เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ได้ประกาศรับรองให้วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลของโลก ต่อมาได้มีการจัดงานฉลองวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก โดยผู้นำชาวพุทธ ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เมื่อ พ.ศ.2547 นับเป็นจุดเริ่มต้นที่มีการจัดกิจกรรมนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก และได้จัดกิจกรรมนานาชาติต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลและมหาเถรสมาคมได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการจัดงาน โดยได้อาราธนา/เชิญสมเด็จพระสังฆราช ประมุขสงฆ์ ผู้นำชาวพุทธ นักปราชญ์ด้านพระพุทธศาสนา และชาวพุทธจากนานาประเทศ มาร่วมประชุมพร้อมกัน ซึ่งการจัดประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลกปีนี้เป็นครั้งที่ 18 คณะกรรมการบริหารของสภาสากลวันวิสาขบูชาโลก ซึ่งมีสถานะเป็นองค์กรที่ปรึกษาพิเศษของคณะมนตรี เศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ มีฉันทามติร่วมกันให้จัดงานประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปีพุทธศักราช 2566 ภายใต้หัวข้อเรื่อง พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก ระหว่างวันที่ 1-2 มิถุนายน พุทธศักราช 2566 ซึ่งมีผู้นำชาวพุทธและนักปราชญ์ด้านพระพุทธศาสนาทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายาน จาก 55 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประชุม

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานวันสำคัญทางพระพุทธศาสนามาอย่างเสมอต้นเสมอปลายในทุกโอกาส ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการสนองงานคณะสงฆ์ผู้เป็นหลักชัยของสังคมไทย โดยการจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาหรือสัปดาห์วิสาขบูชาโลก ประจำปี 2566 นี้ กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ที่มีอยู่ทั้ง 76 จังหวัด 878 อำเภอ รวมถึงกรุงเทพมหานคร เชิญชวนและประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ เสริมสร้างพลังการมีส่วนร่วมของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ รวมถึงศาสนิกชนอื่น ๆ ได้ร่วมกิจกรรม ได้แก่ 1) เชิญชวนส่วนราชการ ห้าง ร้าน มูลนิธิ สมาคม บริษัทเอกชน ตลอดจนพี่น้องประชาชนทุกครัวเรือน ร่วมกันประดับธงชาติและธงธรรมจักร อันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญเพื่อสร้างบรรยากาศที่คึกคักของสัปดาห์วันวิสาขบูชาโลกทั่วประเทศ และเป็นสัญลักษณ์ว่าพวกเราคนไทยมีความเป็นสิริมงคลในห้วงของการเฉลิมฉลองจัดงานสัปดาห์วิสาขบูชาโลก 2) ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะเป็นผู้นำการบูรณาการทุกภาคส่วน นำพุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้ร่วมกันทำบุญใส่บาตรและประกอบกิจกรรมที่เป็นสรรพสิริมงคล เช่น การไถ่ชีวิตโค กระบือ ปล่อยปลา ปล่อยนก ปล่อยเต่า ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า และกิจกรรมสาธารณประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มพูนขึ้นตามภูมิสังคมของแต่ละพื้นที่ เพื่อที่จะให้เราได้ดำเนินการที่เรียกว่าเป็นการปฏิบัติบูชาให้เพิ่มพูนมากขึ้น นอกเหนือจากการประดับธงที่ถือเป็นอามิสบูชา 3) ทุกจังหวัดและทุกอำเภอเชิญชวนเด็ก เยาวชน และพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ร่วมประกาศตนเป็นพุทธมามกะต่อคณะสงฆ์ และพิจารณาห้ามมีการอนุญาตจัดให้มีการเล่นการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนันทั้งปวงตลอดสัปดาห์วิสาขบูชาโลก และตรวจตราไม่ให้มีการจำหน่ายสุรายามึนเมาแอลกอฮอล์ และขอความร่วมมืองดให้บริการสถานบริการในวันวิสาขบูชา เพื่อลดโอกาสคนจะไปมึนเมาทำผิดศีลธรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ช่วยกันขยายผลเผยแพร่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมราชบพิตร ที่กระทรวงมหาดไทยได้รับเมตตาจากคณะสงฆ์เป็นหลักชัยขับเคลื่อนจนประสบผลสำเร็จเป็นบริบูรณ์ในหลายพื้นที่ อันเป็นแนวทางที่สำคัญที่ทำให้คนไทยอยู่รอด คนไทยไม่เป็นหนี้เป็นสิน สามารถช่วยเหลือพึ่งพากันในครัวเรือน ในชุมชน และช่วยเหลือชุมชนอื่นๆ ทำให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

“เนื่องในโอกาสวันวิสาขบูชาและการจัดงานวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 18 เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2566 ขอเชิญชวนพี่น้องพุทธศาสนิกชนคนไทยทั่วประเทศ ได้ร่วมกันน้อมรำลึกถึงหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า รักษาศีล ปฏิบัติสิ่งที่ดีงาม เข้าวัด ทำบุญตักบาตร บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว ชุมชน และสังคม ตลอดสัปดาห์วันวิสาขบูชา 1 – 7 มิถุนายน 2566 และทุกโอกาสของชีวิต โดยพร้อมเพรียงกัน” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าวในช่วงท้าย

โอกาสนี้ นายดิเนช คุณวาระเดนะ (H.E. Dinesh Gunawardena) นายกรัฐมนตรีศรีลังกา ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พุทธปัญญากับการรับมือวิกฤตโลก” (Buddhist Wisdom Coping with Global Crises) ความโดยสรุปว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ประสูติตรัสรู้ และปรินิพพาน ท่านไม่ได้เกิดมาเป็นพระพุทธเจ้า แต่ความเป็นพุทธะ เกิดจากการฝึกฝนและปฏิบัติ พระองค์ได้เผยแผ่หลักธรรมคำสอนไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันวิสาขบูชาโลกนี้ เป็นโอกาสในการมารวมกันเพื่อนำคำสอนมาประยุกต์ใช้ในช่วงสถานการณ์วิกฤตของโลก นอกจากนี้ในอดีตที่ผ่านมา พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 และรัชกาลปัจจุบันของไทย ได้เสด็จไปเยือนเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-ศรีลังกา โดยมีพระพุทธศาสนาเป็นสิ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ เกิดนิกาย สยามวงศ์ รวมทั้งเน้นการนำหลักธรรมคำสอนพระพุทธศาสนาไปพัฒนาสังคม ให้ยั่งยืนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้สอดคล้องกับความเป็นจริงตามธรรมชาติ เน้นทางสายกลางในการแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการสู่การปฏิบัติ  การพบกันในครั้งนี้เป็นช่วงสถานการณ์วิกฤตที่มีผู้คนได้รับผลกระทบมากมาย เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกส่วนงานของสังคมต้องร่วมด้วยช่วยกันในการแก้ปัญหา และหาทางออก เช่น ปัญหาเรื่อง อาหาร ยารักษาโลก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องช่วยเหลือกัน โดยสำหรับศรีลังกา ในช่วงที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน ขอยกตัวอย่างหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา สำหรับคฤหัสถ์ เรียกว่าความสุขของคฤหัสถ์ 4 ประการ คือ 1) สุข เกิดจากการมีทรัพย์ 2) สุข เกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์ 3) สุข เกิดจากการไม่มีหนี้ และ 4) สุข เกิดจากการมีอาชีพสุจริต และจากสถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้น ได้ยกตัวอย่างหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่เน้นเชื่อมโยงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับการดำเนินชีวิต เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ทางด้านเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการนำแนวทางปฏิบัติแบบเถรวาท คือ วิปัสสนาสมาธิ ในกลุ่มพระพุทธศาสนาเถรวาท และในโรงเรียนสอนการปฏิบัติธรรมในเน้นการฝึกฝนผู้เรียนตามแนวทางการฝึกสติ (Mindfulness)

– 006

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734661

'ในหลวง-พระราชินี'พระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์ทางการแพทย์  แก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ

‘ในหลวง-พระราชินี’พระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.48 น.

“ในหลวง-พระราชินี” พระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่างๆเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา “สมเด็จพระราชินี”  3 มิถุนายน 2566

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงห่วงใยและทรงให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ สุขอนามัยพื้นฐาน และการมีโภชนาการที่ดีของประชาชน
ทุกหมู่เหล่า รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (COVID-19) ที่ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์แก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี วันที่ 3 มิถุนายน 2566

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2566 เวลา 09.10 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่สถานสงเคราะห์ต่าง ๆ จำนวน 3 แห่ง ดังนี้

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลอากาศตรี ธีระ  เชียงทอง  เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทานและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็ก และเยาวชนผู้พิการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 430 คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านนนทภูมิ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพิธาน  เหี้ยมโท้  เชิญสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทานและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้พิการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 667 คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (ชาย)อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ คุณหญิงจันทนี  ธนรักษ์  เชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทานและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่เด็กพิการในอุปการะ รวมถึงเจ้าหน้าที่ จำนวน 501 คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการบ้านราชาวดี (หญิง) อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญ ในการบำบัดทุกข์ และบำรุงสุขแก่ประชาชน
ทุกหมู่เหล่าให้มีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์แข็งแรง และมีโภชนาการที่ดี อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี  และทรงให้ความสำคัญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ แก่โรงพยาบาล วัด และสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันคล้ายวันประสูติ และวันสำคัญต่าง ๆ มาโดยตลอด ยังความปลื้มปีติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าที่ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้

โรงเรียนดัง ปรับเวลาเรียน ปล่อยกลับบ้านเวลา 14.30 น. ชี้อากาศร้อน ส่งผลเสียสุขภาพเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734641

โรงเรียนดัง ปรับเวลาเรียน ปล่อยกลับบ้านเวลา 14.30 น. ชี้อากาศร้อน ส่งผลเสียสุขภาพเด็ก

โรงเรียนดัง ปรับเวลาเรียน ปล่อยกลับบ้านเวลา 14.30 น. ชี้อากาศร้อน ส่งผลเสียสุขภาพเด็ก

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 15.13 น.

วันที่ 1 มิถุนายน 2566  โรงเรียนไทรงามพิทยาคม ได้ออกประกาศโรงเรียน เรื่อง เลื่อนเวลาการจัดการเรียนการสอน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โดยระบุว่า 

ด้วย สภาพอากาศในปัจจุบัน ที่มีอุณหภูมิสูงและมีแสงแดดจ้ามาก ในขณะทำกิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติหน้าเสาธงของนักเรียน และมีอุณหภูมิสูงมากขึ้นในภาคบ่าย ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของนักเรียนได้ นั้น

โรงเรียนไทรงามพิทยาคม จึงแจ้งเปลี่ยนแปลงเวลาเวลาจัดการเรียนการสอน ในภาคเรียนที่ 1/2566 โดยให้นักเรียนเข้าเรียนคาบเรียนที่ 1 ในเวลา 8.00 น.สิ้นสุดคาบเรียนที่ 7 ในเวลา 13.50 น. หลังจากเวลา 13.50 น. ให้ใช้การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On Hand และปล่อยนักเรียนกลับบ้านในเวลา 14.30 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 29 พฤษภาคม 2566 ถึงวันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2566 หรือสภาพอากาศอุณหภูมิลดลง จะกลับมาใช้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนแบบเดิม

ปรับเวลาเรียนใหม่ ดังนี้

คาบที่ 1 (เวลา 8.00 – 8.50 น.)

คาบที่ 2 (เวลา 8.50 – 9.40 น.)

คาบที่ 3 (เวลา 9.40 – 10.30 น.)

คาบที่ 4 (เวลา 10.30 – 11.20 น.)

คาบที่ 5 (เวลา 11.20 – 12.10 น.)

คาบที่ 6 (พักรับประทานอาหารกลางวัน)

คาบที่ 7 (เวลา 13.00 – 13.50 น.)

คาบที่ 8 (เวลา 13.50 – 14.30 น.) การจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ On Hand

หลังจากนั้นมีคนจำนวนไม่น้อย เข้ามาคอมเมนต์แสดงความชื่นชม อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ระบุว่า เวลาบ่าย 2 ยังเป็นเวลาที่อากาศร้อนอยู่ดี

มมส ร่วม วช. สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734380

มมส ร่วม วช. สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่  ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม

มมส ร่วม วช. สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดโครงการฝึกอบรม “สร้างนักวิจัยรุ่นใหม่”
(ลูกไก่) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รุ่นที่ 2 ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยนายสมปรารถนา สุขทวี รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานเปิดโครงการผ่านระบบออนไลน์ รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดี และ ศ.ดร.อนงค์ฤทธิ์ แข็งแรง รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วิจัย และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมต้อนรับผู้เข้าอบรม ระหว่างวันที่ 23-27 พฤษภาคม 2566 ที่ห้องประชุมโรงแรมตักสิลา อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

โครงการดังกล่าวมีผู้เข้าฝึกอบรมจำนวน56 คน จากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน การอบรมมีภาคการบรรยายและแบ่งกลุ่มภาคปฏิบัติด้านงานวิจัย โดยมีวิทยากรจากหลักสูตรการพัฒนานักวิจัย (แม่ไก่) จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และหน่วยงานเครือข่ายด้านการวิจัยที่ลงนามบันทึกข้อตกลงทางวิชาการร่วมกัน ทำหน้าที่เป็นวิทยากร และให้คำปรึกษา

ยูนิเซฟชี้ ครัวเรือนมีเด็ก ฟื้นตัวช้ากว่าครัวเรือนไทยอื่นๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734384

ยูนิเซฟชี้ ครัวเรือนมีเด็ก  ฟื้นตัวช้ากว่าครัวเรือนไทยอื่นๆ

ยูนิเซฟชี้ ครัวเรือนมีเด็ก ฟื้นตัวช้ากว่าครัวเรือนไทยอื่นๆ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า จากผลสำรวจชี้ว่า เกือบร้อยละ 90 ของผู้ให้สัมภาษณ์ในเดือนมีนาคม 2566 ระบุว่ามีงานทำ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 79 ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว นอกจากนี้ ร้อยละ 55 ของผู้ให้สัมภาษณ์ยังระบุว่ามีรายได้เพิ่มขึ้น และเกือบครึ่งระบุว่ารายได้ของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผลสำรวจพบว่าครัวเรือนที่มีเด็กมีการฟื้นตัวที่ช้ากว่าเมื่อเทียบกับประชากรกลุ่มอื่นๆ และมักกลับเข้าสู่ระบบการทำงานได้ยากกว่าส่วนใหญ่เนื่องมาจากภาระการต้องเลี้ยงดูบุตรหลาน โดยมีแม่และย่าหรือยายเป็นผู้รับภาระดังกล่าวสูงถึงร้อยละ 86 เมื่อเทียบกับพ่อและปู่หรือตาซึ่งมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 4

การที่ครัวเรือนที่มีเด็กและครัวเรือนที่ยากจนยังคงฟื้นตัวได้ช้าและเผชิญกับความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูเด็ก การทำงาน และราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ความท้าทายเหล่านี้ล้วนตอกย้ำให้เห็นถึงความจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องหันมาเพิ่มการลงทุนในเด็ก โดยเฉพาะการจัดให้มีบริการเลี้ยงดูเด็กที่มีคุณภาพในราคาเข้าถึงได้ตลอดจนการขยายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กให้แบบถ้วนหน้ารวมถึงการเพิ่มจำนวนเงินเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับครอบครัวเนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

การสำรวจยังพบอีกว่า การหาบริการเลี้ยงดูเด็กที่เหมาะสมยังเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับผู้ปกครอง ซึ่ง 1 ใน 3 ของผู้ให้สัมภาษณ์ระบุว่าไม่ได้ทำงานเนื่องจากต้องเลี้ยงดูบุตรหลาน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และชนบท ซึ่งระบุว่าบริการรับเลี้ยงเด็กมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไปในขณะที่ร้อยละ 5 ของผู้ให้สัมภาษณ์ ระบุว่าบางครั้งต้องทิ้งบุตรหลานอายุ 0-6 ขวบไว้ลำพังหรือให้อยู่ในการดูแลของเด็กอายุต่ำกว่า 10 ขวบ และอีกร้อยละ 10 บอกว่ามักนำบุตรหลานไปทำงานด้วยเพราะไม่สามารถฝากไว้กับใครได้

นางคิมกล่าวเสริมว่า “เราหวังว่าการสำรวจนี้จะช่วยเติมเต็มความพยายามของรัฐบาลไทยในการทำให้ประเทศฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 อย่างครอบคลุมโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังการกำหนดให้เด็กเป็นประเด็นหลักของวาระแห่งชาติจะช่วยให้เราไม่เพียงแต่ฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังจะช่วยนำเราไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกันได้รวดเร็วขึ้นด้วย”

สพป.ตาก เขต 2 รับครูผู้ช่วย 44 อัตรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734379

สพป.ตาก เขต 2 รับครูผู้ช่วย 44 อัตรา

สพป.ตาก เขต 2 รับครูผู้ช่วย 44 อัตรา

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 โดยประกาศ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2
เปิดรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีพ.ศ.2566 โดยรับสมัครสอบ 6 วิชาเอก 44 อัตรา ดังนี้

เอกปฐมวัย 3 อัตรา, ประถมศึกษา20 อัตรา, คณิตศาสตร์ 8 อัตรา, ภาษาอังกฤษ8 อัตรา, ภาษาไทย 2 อัตรา และดนตรี/ดนตรีศึกษา 3 อัตรา

ผู้สนใจสมัครได้ที่โรงเรียนแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม-6 มิถุนายน 2566 เวลา 08.30-16.30 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ หรือโทร.สอบถามได้ที่กลุ่มบริหารงานบุคคล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 โทรศัพท์ 055-536548-9 ต่อ 110

ศ.นพ.วิจารณ์ วิเคราะห์การศึกษา 5 ประเทศ แนะ สมศ. เน้นรูปแบบประเมินเพื่อการเรียนรู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734385

ศ.นพ.วิจารณ์ วิเคราะห์การศึกษา 5 ประเทศ  แนะ สมศ. เน้นรูปแบบประเมินเพื่อการเรียนรู้

ศ.นพ.วิจารณ์ วิเคราะห์การศึกษา 5 ประเทศ แนะ สมศ. เน้นรูปแบบประเมินเพื่อการเรียนรู้

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช วิเคราะห์ระบบการศึกษาใน 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ แคนาดา ฟินแลนด์ เซี่ยงไฮ้ (จีน) และออสเตรเลีย มีรูปแบบการศึกษาภายใต้เป้าหมายเดียวกันในการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาควบคู่การพัฒนาทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในอนาคต พร้อมแนะ สมศ. ให้ความสำคัญกับรูปแบบการประเมิน เน้นการประเมินเพื่อการเรียนรู้มากกว่าการประเมินเพื่อกำกับ รับข้อเสนอแนะและนำข้อเสนอแนะเหล่านั้นมาพัฒนาต่อ เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานและลดช่องว่างด้านคุณภาพการศึกษาของไทย

ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช นายกสถาบันพระบรมราชชนก เผยมุมมองต่อระบบการศึกษาของไทยและต่างประเทศ ผ่านการบรรยายหัวข้อ “การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก” ในงานประชุมวิชาการระดับชาติ เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 23 สมศ. “2 ทศวรรษแห่งการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพการศึกษา” ประจำปี พ.ศ.2566 ว่า รูปแบบของโรงเรียนในปัจจุบันอาจจะไม่ใช่รูปแบบของโรงเรียนในอนาคต ดังนั้นการยกระดับระบบการศึกษาในโรงเรียนให้มีความทันสมัยจึงเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาตลอดเวลา และบางครั้งต้องปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเพื่อให้สอดรับกับยุคสมัยและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง

สำหรับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่ในการประเมินสถานศึกษาที่รับการประเมินคุณภาพภายนอกทั่วประเทศ ควรให้ความสำคัญกับรูปแบบการประเมิน โดยระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาที่ดีนั้นต้องเป็นระบบที่บูรณาการทุกภาคส่วน ทุกฝ่ายมีบทบาทร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ทีมผู้บริหารโรงเรียน อาจารย์ นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และผู้ประกอบการ ซึ่งแนวทางการดำเนินการควรเน้นการประเมินเพื่อการเรียนรู้มากกว่าการประเมินเพื่อกำกับ นั่นหมายความว่าการประเมินต้องเป็นการรับข้อเสนอแนะ และนำมาพัฒนาต่อ เพื่อยกระดับมาตรฐานและลดช่องว่างด้านคุณภาพการศึกษา

หากจะวิเคราะห์ระบบการศึกษาในต่างประเทศ อ้างอิงจากหนังสือ การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก ที่ยกตัวอย่างระบบการศึกษาของ 5 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ แคนาดา ฟินแลนด์ เซี่ยงไฮ้ (จีน) และออสเตรเลีย ซึ่งมีวิธีดำเนินการแตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละประเทศ แต่ทั้ง 5 ประเทศ มีรูปแบบการศึกษาภายใต้เป้าหมายเดียวกัน คือ 1.สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา 2.พัฒนาทักษะเพื่อการดำรงชีวิตในอนาคต

สิงคโปร์ เน้นระบบการศึกษาคุณภาพสูง โดยระบบการศึกษาถูกออกแบบใหม่อยู่เสมอ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาสังคม ปัจจุบันอยู่ในยุคที่ 3 เน้นความรู้ทั่วโลก เน้นนวัตกรรม เน้นการสร้างสรรค์และการวิจัย, แคนาดา ประชากรส่วนใหญ่
อาศัยอยู่ในชนบท สิ่งที่แคนาดาพยายามทำ คือ ทุกคนจะต้องได้รับการศึกษาคุณภาพสูงเท่าเทียมกัน ความโดดเด่นของแคนาดาคือ ครูเป็นผู้กำหนดคุณภาพการศึกษาและแผนพัฒนาด้วยตนเอง เพื่อทำหน้าที่พัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาหลักสูตรเองเรียกได้ว่าเป็นการมอบอำนาจให้แก่ครูและโรงเรียนในการดำเนินการ, ฟินแลนด์ พัฒนาจากประเทศเกษตรกรรมที่การศึกษาค่อนข้างล้าหลัง ใช้เวลา 30 ปี พลิกสู่ประเทศที่มีการศึกษาคุณภาพสูงชั้นนำของโลก มีแนวทางในการออกแบบการศึกษาเพื่อเป้าหมายในการพัฒนาประเทศเช่นเดียวกับสิงคโปร์ โดยมีการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ให้แก่เด็กทุกคนไม่จำกัดฐานะ อาชีพ และที่อยู่อาศัย โรงเรียนสำหรับการศึกษานี้เรียกว่า Common School ศูนย์กลางของการพัฒนาระบบการศึกษาคือโรงเรียน และครูคือหัวใจของคุณภาพการศึกษาภายใต้หลักสูตรที่เปิดกว้างและยืดหยุ่น

สำหรับจีน ได้พลิกฟื้นระบบการศึกษาที่ถูกทำลายสู่การเป็นประเทศที่มีคุณภาพทางการศึกษาอันดับหนึ่งของโลกภายใน 20 ปี โดยมุ่งปฏิรูปเพื่อสร้างพลเมืองยุคใหม่ หัวใจสำคัญไม่ใช่หลักการหรือความรู้ แต่เป็นการประยุกต์หลักการหรือความรู้โดย
เป้าหมายคือการเรียนรู้ของนักเรียน จัดตั้งโรงเรียนนำร่อง มีการกระจายครูที่สอนเก่งไปทั่วมณฑล มีการทำงานเป็นทีม ร่วมกันสังเกตพฤติกรรมเด็ก ปฏิกิริยาที่มีต่อการสอน และนำผลมาปรับปรุงการเรียนการสอนให้ดีขึ้น, ออสเตรเลีย พื้นที่กว้างใหญ่ มีเด็กที่อยู่ห่างไกล จึงใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยส่วนใหญ่ใช้ระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ เป็นรูปแบบของลักษณะการเรียนทางไกล และสิ่งที่ท้าทาย คือ โรงเรียนมีความแตกต่างและมีความหลากหลาย ดังนั้น นโยบายภาครัฐจึงมุ่งให้ความช่วยเหลือโรงเรียนที่อ่อนแอเป็นพิเศษและเปลี่ยนหลักสูตรการผลิตครูและพัฒนาครูประจำการให้ตอบสนองกับหลักสูตรใหม่

“หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนการศึกษาคุณภาพสูง เน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งในและนอกห้องเรียนเพื่อพัฒนาเยาวชนไปสู่การเป็นพลเมืองของโลก วงการการศึกษาควรตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและพลิกผันของโลกและสังคม เพื่อรับการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าทันและสามารถจัดการกับระบบการศึกษาในอนาคตได้” ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว

ม.วลัยลักษณ์ คว้า 2 รางวัล เวทีประกวดสหกิจศึกษาระดับชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734382

ม.วลัยลักษณ์ คว้า 2 รางวัล  เวทีประกวดสหกิจศึกษาระดับชาติ

ม.วลัยลักษณ์ คว้า 2 รางวัล เวทีประกวดสหกิจศึกษาระดับชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อาจารย์ ดร.อัตนันท์ เตโชพิศาลวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (ม.วลัยลักษณ์) เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ ม.วลัยลักษณ์ ในนามเครือข่ายเครือข่ายพัฒนาสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานภาคใต้ตอนบน ได้ส่งนักศึกษาที่ชนะเลิศการนำเสนอผลการปฏิบัติงานสหกิจศึกษาในงานวัน CWIE Day 14 ภาคใต้ตอนบน เข้าร่วมการประกวดรางวัลผลงานสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานดีเด่นระดับชาติ ประจำปี พ.ศ.2566 ในงานวันงานวันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน ครั้งที่ 13 ของสำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา

จากผลการประกวด เครือข่ายพัฒนาสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานภาคใต้ตอนบน ได้รับรางวัล ผลงานสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน ดีเด่นระดับชาติ ประจำปี พ.ศ.2566 ใน 2 รางวัล ได้แก่ นางสาวธมลวรรณ มีพันธุ์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับรางวัลโครงงานสหกิจศึกษาดีเด่นระดับชาติ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดีเด่น ไปปฏิบัติสหกิจศึกษา ณ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ(นาโนเทค) และ นางพิมพ์พิศา สุริยนต์ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพมหานคร ได้รับรางวัลผู้ปฏิบัติการสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานในสถานประกอบการดีเด่น ผู้ที่ได้รับรางวัลจะเข้ารับรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในวาระต่อไป

คุรุสภาเตือน’ครู-บุคลากร’ไม่ทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/734509

คุรุสภาเตือน'ครู-บุคลากร'ไม่ทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ

คุรุสภาเตือน’ครู-บุคลากร’ไม่ทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ

วันพุธ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.18 น.

“อมลวรรณ” เผยสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กำกับจรรยาบรรณทางวิชาชีพเชิงรุก ทำต่อเนื่องตั้งวอร์รูมติดตามข่าวผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา เตือน ครู -บุคลากร ต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ ทั้ง 5 หมวด

วันนี้ (31 พ.ค.2566) ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ขณะนี้เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 แล้ว ตนขอเป็นกำลังใจให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ในฐานะที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคุรุสภา ได้ตั้งวอร์รูมเพื่อมอนิเตอร์ติดตามข่าวของครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกวัน โดยติดตามทั้งข่าวดี และข่าวไม่ดี ถ้าพบครูดี บุคลากรทางการศึกษาดี โดดเด่น ก็จะดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ  หากพบผู้ใดกระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ก็จะดำเนินการพิจารณาโทษทางจรรยาบรรณอย่างเร่งด่วน เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการพิจารณาที่เป็นธรรมและโปร่งใส  ซึ่งการตั้งวอร์รูมดังกล่าว  ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของเด็ก เยาวชน และประชาชน รวมถึงพิทักษ์ศักดิ์ศรีเกียรติยศของวิชาชีพ ให้สมกับความเป็นวิชาชีพชั้นสูง ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีครูและบุคลากรทางการศึกษา กระทำผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพในเรื่อง การล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน  การลงโทษนักเรียนรุนแรงไม่เหมาะสมขัดต่อระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ เป็นต้น ซึ่งเรื่องต่างๆเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวต่อไปว่า คุรุสภา ในฐานะองค์กรวิชาชีพ ที่ดูแล กำกับการประพฤติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา ขอให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ทุกสังกัด ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจากคุรุสภา ได้ประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ  ซึ่งระบุไว้ในข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ.2556 มีทั้งหมด 5 หมวด ดังนี้ หมวด 1 จรรยาบรรณต่อตนเอง ต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพบุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ หมวด 2 จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ หมวด 3 จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจแก่ศิษย์ และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า , ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์ และผู้รับบริการตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ , ต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ , ต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ และผู้รับบริการ , ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่เรียกรับ หรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ หมวด 4 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ  ผู้ประกอบวิชาชีพฯพึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ และ หมวด 5 จรรยาบรรณต่อสังคม ผู้ประกอบวิชาชีพฯพึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์ และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

“ปัจจุบันคุรุสภา มีครูที่ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพประมาณ 9 แสนกว่าคน ดังนั้น จึงต้องดำเนินการเกี่ยวกับจรรยาบรรณของวิชาชีพในเชิงรุก เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ เช่น การกำหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดของครูที่ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร้ายแรง ไล่ออก หรือ ปลดออก จะต้องส่งข้อมูลมาให้คุรุสภา เพื่อดำเนินการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ ขณะเดียวกันคุรุสภาก็มีเครือข่ายจรรยาบรรณของวิชาชีพทางการศึกษา ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในกระบวนการทางจรรยาบรรณของวิชาชีพ ได้นำความรู้และประสบการณ์จากการฝึกอบรมกับทางคุรุสภา ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละพื้นที่ ทำให้การดำเนินการตรวจสอบ และการสอบสวนสืบสวนด้วยความเป็นกลาง และเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้สังคมเกิดความมั่นใจในผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้มีการสื่อสารสร้างความเข้าใจในเรื่องจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ ตระหนัก และร่วมมือในการปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างถูกต้อง เหมาะสม อย่างไรก็ตามดิฉันขอให้ผู้ประกอบวิชาชีพ และประชาชนช่วยเป็นหู เป็นตา หากพบเห็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาประพฤติผิดจรรยาบรรณ โดยเฉพาะความผิดทางเพศ การทุจริต และพัวพันยาเสพติด ก็สามารถแจ้งกล่าวโทษมาได้ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา หรือแจ้งผ่านทางเว็บไซต์คุรุสภา https://www.ksp.or.th/ksp2018/complaint เมนู “แจ้งเรื่องร้องเรียน” ” ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว.