สถาบันพระปกเกล้ารับรางวัล‘องค์กรคนดี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723918

สถาบันพระปกเกล้ารับรางวัล‘องค์กรคนดี’

สถาบันพระปกเกล้ารับรางวัล‘องค์กรคนดี’

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายวิทวัส ชัยภาคภูมิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เข้ารับรางวัล “องค์กรคนดี” โดยการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติบริหารงานโดยยึดหลักคุณธรรม จริยธรรม เป็นองค์กรที่เสริมสร้าง คนดี คนเก่ง คนกล้า ณ รัฐสภา

มทร.รัตนโกสินทร์ ร่วม สพม.เชียงราย ส่งเสริมนร.เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723926

มทร.รัตนโกสินทร์ ร่วม สพม.เชียงราย ส่งเสริมนร.เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ

มทร.รัตนโกสินทร์ ร่วม สพม.เชียงราย ส่งเสริมนร.เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ (มทร.รัตนโกสินทร์) ลงนามความร่วมมือพัฒนาการศึกษากับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย (สพม.เชียงราย) ร่วมกับนายอรรณพ จูจันทร์ ผอ.สพม.เชียงราย และ นายบุญเทพ พิศวง นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา

รศ.ดร.อุดมวิทย์ ไชยสกุลเกียรติอธิการบดี มทร.รัตนโกสินทร์ กล่าวว่าการลงนามร่วมของสถานศึกษาทั้ง 20 แห่ง ในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีของเด็กเชียงรายที่จบในระดับมัธยมศึกษาจะได้รับคัดเลือกให้เข้ารับการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศของไทย โดยคาดการณ์ว่าเด็กที่ได้รับคัดเลือกก็กลับมาพัฒนาจังหวัดเชียงรายต่อไป

นายอรรณพ จูจันทร์ ผอ.สพม.เชียงราย กล่าวว่าหลักสูตรการเรียนภายใต้โครงการความร่วมมือครั้งนี้ เด็กนักเรียนจะได้รับการสอนให้เกิดความชำนาญและความถนัดในสายอาชีพที่ชอบ โดยจะมีการคัดเลือกตามทักษะความถนัดหากเป็นสายอาชีพ หลังจากที่เด็กนักเรียนจบในระดับมัธยมตอนปลายแล้วจะเข้ารับการพัฒนาทักษะโดยตรง ซึ่งการลงนามครั้งนี้ถือว่าเป็นการบูรณาการในส่วนของสถานศึกษาให้เกิดความพร้อมและสามารถผลิตนักศึกษาระดับคุณภาพออกสู่สังคมต่อไป

ยูโอบี อบรมทักษะการเงินเด็กมัธยม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723921

ยูโอบี อบรมทักษะการเงินเด็กมัธยม

ยูโอบี อบรมทักษะการเงินเด็กมัธยม

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย อบรมทักษะความรู้และภูมิคุ้มกันด้านการเงินให้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ผ่านหลักสูตรการเงินออนไลน์ “UOB Money 101 : Teen Editionวัยรุ่นเก่งการเงิน” โดยร่วมกับโครงการร้อยพลังการศึกษา เป็นปีที่ 2

สมศ. จัดงานประชุมวิชาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723925

สมศ. จัดงานประชุมวิชาการ

สมศ. จัดงานประชุมวิชาการ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) จัดงานประชุมวิชาการ เนื่องในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 23 ภายใต้แนวคิด “2 ทศวรรษแห่งการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพการศึกษา” กิจกรรมภายในงาน ได้แก่ การบรรยายพิเศษหัวข้อ “แนวคิดและทิศทางการประเมินคุณภาพภายนอก ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 โดย ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการ สมศ. และการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการศึกษา ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในรูปแบบออนไลน์ได้ในวันที่ 20 เมษายน 2566 เวลา 09.00-16.30 น. ผ่านทาง Facebook Live

สหกิจศึกษา ม.ศรีปทุมคว้า 4 รางวัล ระดับเครือข่าย CWIE

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723915

สหกิจศึกษา ม.ศรีปทุมคว้า 4 รางวัล  ระดับเครือข่าย CWIE

สหกิจศึกษา ม.ศรีปทุมคว้า 4 รางวัล ระดับเครือข่าย CWIE

วันพฤหัสบดี ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้ประกอบการ และคณะทำงานสหกิจศึกษาฯ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้รับ 4 รางวัล จากการประกวดสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานดีเด่นประจำปี พ.ศ.2566 สำหรับสถาบันการศึกษา ในเครือข่ายพัฒนาสหกิจศึกษาของเครือข่ายอุดมศึกษาภาคกลางตอนบน (เครือข่าย CWIE) และเข้ารับรางวัลจาก รศ.ดร.กฤษณ์ชนม์ภูมิกิตติพิชญ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ประธานเครือข่ายฯ ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา

สำหรับ ม.ศรีปทุม ได้รับ 4 รางวัล ได้แก่ 1.รางวัลสถานศึกษาดีเด่น 2.รางวัลชนะเลิศ นักศึกษาดีเด่น ได้แก่ นางสาวปณิดา ธรรมมาคำจากผลงานโครงงานเทเบิ้ลโซเชียลมีเดียปลูกไอเดียเพื่อการตลาด 2022 บริษัท เทเบิล (ประเทศไทย) จำกัด 3.รางวัลชมเชย รางวัลนักศึกษาสหกิจศึกษาการจัดการดีเด่น ได้แก่ นางสาวสุชานันท์ ปิมาละ จากผลงานโครงงานการประยุกต์ใช้ลีนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริการ บริษัท เอ.ที.พี. เฟรนด์เซอร์วิส จำกัด 4.รางวัล สถานประกอบการขนาดใหญ่ ได้แก่ บริษัท ลุฟท์ฮันซ่าเซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เสนอโดย วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

วธ.ร่วมพารากอน เปิดงาน’สงกรานต์ประเพณีไทย สายน้ำแห่งวัฒนธรรม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724075

วธ.ร่วมพารากอน เปิดงาน'สงกรานต์ประเพณีไทย สายน้ำแห่งวัฒนธรรม'

วธ.ร่วมพารากอน เปิดงาน’สงกรานต์ประเพณีไทย สายน้ำแห่งวัฒนธรรม’

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 22.05 น.

สงกรานต์ไหว้พระ 9 องค์เป็นสิริมงคล วธ.ร่วมกับพารากอนเปิดงาน “สงกรานต์ประเพณีไทย สายน้ำแห่งวัฒนธรรม” กรมศิลปากรอัญเชิญ “พุทธบูชา มหาสงกรานต์” 9 องค์สำคัญให้ประชาชนสักการะบูชาเป็นสิริมงคล ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม โชว์ทำน้ำอบน้ำปรุง 12-16 เม.ย.66 นี้

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2566 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน“สงกรานต์ประเพณีไทย สายน้ำแห่งวัฒนธรรม” เนื่องในประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2566 โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหาร ข้าราชการ ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงาน ณ แฟชั่น แกลลอรี่ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

โดยภายในงานมี การแสดงทางวัฒนธรรม “เริงรื่นชื่นสงกรานต์” จากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ การแสดงนาฏศิลป์จากสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน  ชุด รำไทยสงกรานต์ การสาธิตน้ำอบน้ำปรุง ทำแป้งพวง ร้อยมาลัยดอกไม้

ในโอกาสนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำผู้บริหาร ผู้มีเกียรติ สรงน้ำพระ และสักการะพระพุทธรูปมงคลโบราณ 9 องค์ ที่กรมศิลปากรเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และคลังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี มาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลในวาระแห่งเทศกาลขึ้นปีใหม่ของไทย ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2566 ประกอบด้วย

1.วันอาทิตย์ พระพุทธรูปปางถวายเนตร 2.วันจันทร์ พระพุทธรูปปางห้ามสมุทร 3.วันอังคาร พระพุทธรูปไสยาสน์ 4.วันพุธ พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร 5.วันพุธกลางคืน พระพุทธรูปปางป่าเลไลย์ (พระพุทธรูปบูชาแทนพระราหู) 6.วันพฤหัสบดี พระพุทธสิหิงค์จำลอง (ปางสมาธิ) 7.วันศุกร์ พระพุทธรูปปางรำพึง 8.วันเสาร์ พระพุทธรูปปางนาคปรก และ9.พระเกตุ พระหายโศก ปางสมาธิเพชร (พระพุทธรูปบูชาแทนพระเกตุ)

นายอิทธิพล กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างสำคัญที่ รัฐบาล โดย กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณี ค่านิยมและความเป็นไทย โดยเฉพาะประเพณีสงกรานต์ ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ ปีนี้ วธ.จะเน้นรณรงค์ให้องค์ความรู้ สาระ ที่มาสงกรานต์ ท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย ส่งเสริมให้เป็นที่รู้จักในระดับชาติและนานาชาติ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว อาหาร ที่พัก ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ตลอดจนนักแสดงศิลปินพื้นบ้านต่างๆ ที่ร่วมแสดงในงานสงกรานต์ทั่วประเทศ และประชาสัมพันธ์ประเพณีสงกรานต์ ที่ขณะนี้องค์การยูเนสโก ได้รับรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมของไทย “สงกรานต์ในประเทศไทย” (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) เข้าวาระการพิจารณาการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ในเดือนธันวาคม 2566 ด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 13 เมษายน 2566 นี้วธ.ยังได้ร่วมเปิดงานเทศกาล “สงกรานต์วัดพระเชตุพน” ประจำปี 2566 ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ ภายในงานมีการสาธิตศิลปะแม่ไม้มวยไทย โดยแชมป์มวยไทย การออกร้านอีกมากมายด้วย

– 006

วธ.ปลื้ม! โพลชี้เด็ก-ปชช.ส่วนใหญ่พร้อมใจสืบสานประเพณี’สงกรานต์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/724065

วธ.ปลื้ม! โพลชี้เด็ก-ปชช.ส่วนใหญ่พร้อมใจสืบสานประเพณี'สงกรานต์'

วธ.ปลื้ม! โพลชี้เด็ก-ปชช.ส่วนใหญ่พร้อมใจสืบสานประเพณี’สงกรานต์’

วันพุธ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2566, 19.21 น.

วธ.ปลื้ม! ผลโพลชี้เด็ก-ประชาชนส่วนใหญ่พร้อมใจสืบสานประเพณี“สงกรานต์” ขณะที่เชียงใหม่-ขอนแก่น-ชลบุรี แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต คนไทยชอบไปวัด-รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ พร้อมประชาสัมพันธ์ปูทางเสนอ“สงกรานต์”ขึ้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2566 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นเด็ก เยาวชน และประชาชน ที่มีต่อประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช 2566 “สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล” จากกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศ จำนวน 4,506 คน ครอบคลุมทุกอาชีพและทุกภูมิภาค สรุปได้พอสังเขปดังนี้ 1.เด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 69.00 คิดว่า “วันสงกรานต์” มีความสำคัญเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทย รองลงมา ร้อยละ 67.84 เป็นธรรมเนียมปฏิบัติจนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำชาติ งดงามบ่งบอกถึงความเป็นไทย  ร้อยละ 62.94 เป็นวันครอบครัว ส่วนใหญ่จะเดินทางกลับไปหาครอบครัว ทำกิจกรรมร่วมกันและร้อยละ 51.22 เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เพื่อให้ลูกหลานได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ ตามลำดับ

2.เมื่อพูดถึงประเพณีสงกรานต์ ส่วนใหญ่จะนึกถึงสิ่งใดหรือเรื่องใดมากที่สุด อันดับ 1 ร้อยละ 34.38 การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ อันดับ 2 ร้อยละ 20.84 การเล่นน้ำสงกรานต์ และอันดับ 3 ร้อยละ 12.72 การขึ้นปีใหม่แบบไทย 3.เด็ก เยาวชน และประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.66 สนใจเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ รองลงมา คือ ร้อยละ 27.14 ไม่แน่ใจแล้วแต่โอกาส และร้อยละ 5.39 ไม่สนใจเข้าร่วมงาน 4.เด็ก เยาวชนและประชาชนส่วนใหญ่ ตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ ในสถานที่ใดมากที่สุด อันดับ 1 ร้อยละ 45.18 วัด อันดับ 2 ร้อยละ 30.20 บ้าน และอันดับ 3 ร้อยละ 29.27 สถานที่ที่มีการจัดงานสงกรานต์ 5.หากมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมที่จังหวัดใด อันดับ 1 ร้อยละ 27.43 จังหวัดเชียงใหม่ “งานสืบสานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองวิถีไทย ร่วมสานใจ สู่สากล อันดับ 2 ร้อยละ 13.78 จังหวัดขอนแก่น “งานสงกรานต์ มหานครขอนแก่น” อันดับ 3 ร้อยละ 13.23 จังหวัดชลบุรี “งานประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน” และ “งานประเพณีสงกรานต์อำเภอเกาะสีชัง”

6.กิจกรรมที่ตั้งใจจะทำในประเพณีสงกรานต์ อันดับ 1 ร้อยละ 61.23 รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ อันดับ 2 ร้อยละ 60.54 ทำบุญตักบาตร อันดับ 3 ร้อยละ 52.42 สรงน้ำพระ 7.บุคคลที่ต้องการรดน้ำขอพรในปีนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 88.77 พ่อแม่/ญาติผู้ใหญ่  อันดับ 2 ร้อยละ 40.30 ครูบาอาจารย์/ผู้มีพระคุณ อันดับ 3 ร้อยละ 37.71 พระสงฆ์ 8.กิจกรรมที่คิดว่าควรช่วยกันอนุรักษ์ สืบสานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของไทย อันดับ 1 การทำบุญ ตักบาตร สรงน้ำพระ ขนทรายเข้าวัด ก่อพระเจดีย์ทราย เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต อันดับ 2 การรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ อันดับ 3 การเล่นน้ำ สาดน้ำแบบสุภาพเรียบร้อย

นายอิทธิพล กล่าวต่อว่า ที่สำคัญประชาชนยังฝากถึงกระทรวงวัฒนธรรม ช่วยส่งเสริม อนุรักษ์ประเพณีสงกรานต์ให้ดียิ่งขึ้นนั้น ทาง วธ.พร้อมนำความคิดเห็นนำไปเป็นนโยบายในการสืบสาน รักษา ต่อยอดเทศกาลประเพณีสงกรานต์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของแต่ละจังหวัด เช่น งานประเพณีก่อพระทราย วันไหลบางแสน ประเพณีสงกรานต์ภาคอีสาน “บุญเดือนห้า” งานสงกรานต์มอญ งานสงกรานต์พระประแดง เป็นต้น พร้อมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อย่างกว้างขวางสู่การรับรู้ของชาวต่างชาติ อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ในโอกาสที่องค์การยูเนสโกได้รับรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมของไทย “สงกรานต์ในประเทศไทย” (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) เข้าวาระการพิจารณาการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

– 006

นิเทศศาสตร์ SPU จัดเต็ม ฉลองครบรอบ 33 ปี เปิดบ้านเช็ค DNA #DEKNITED สุดยิ่งใหญ่!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723789

นิเทศศาสตร์ SPU จัดเต็ม ฉลองครบรอบ 33 ปี เปิดบ้านเช็ค DNA #DEKNITED สุดยิ่งใหญ่!

นิเทศศาสตร์ SPU จัดเต็ม ฉลองครบรอบ 33 ปี เปิดบ้านเช็ค DNA #DEKNITED สุดยิ่งใหญ่!

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.43 น.

คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ฉลองครบรอบ 33 ปี สุดยิ่งใหญ่ จัดกิจกรรม COMM.ARTS SPU OPEN HOUSE 2023 เปิดให้นักเรียน นักศึกษา ม.ปลาย –ปวช. ร่วมเช็ค DNA ความเป็น #DEKNITED กับกิจกรรม Workshop ทั้ง 5 สาย

ผศ.มานินทร์ เจริญลาภ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า เพราะสื่อคือเรื่องใกล้ตัว ปัจจุบันเยาวชนทุกคนเติบโตมากับสมาร์ตโฟนและยิ่งอาชีพคนทำสื่อ สามารถทำได้ไม่ยาก โดยเริ่มจากตัวเองและการลงทุนที่ไม่มาก แค่มือถือกับไอเดียสดใหม่ก็สามารถสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองได้  เพราะช่องทางโซเชียลมีเดียที่เอื้อให้คนรุ่นใหม่ทดลองทำในแบบที่ใจต้องการได้หลากหลายแพลตฟอร์ม  เมื่อการได้ทำในสิ่งที่รักแถมยังสร้างรายเป็นกอบเป็นกำพอจะเป็นอาชีพได้จริง  หรือสร้างชื่อเสียงแบบ Youtuber Influencer ในโลกออนไลน์  นิเทศศาสตร์จึงกลายเป็นคณะยอดฮิตที่ทำให้เด็กยุคใหม่อยากเลือก เห็นได้ชัดจากยอด นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2564 เป็นต้นมา 

สำหรับกิจกรรม  COMM.ARTS SPU OPEN HOUSE 2023 ทางคณะต้องการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้มีโอกาสมาสัมผัสและได้ทดลองปฏิบัติงานด้านนิเทศศาสตร์ เพื่อจะได้เข้าใจขอบเขตงาน และ บทบาทต่างๆในสายงาน ตลอดจนจะได้ทราบความชอบและความเหมาะสมของทักษะที่แต่ละคนมีอยู่ การเข้า Camp นักเรียนจะได้เรียนรู้ทักษะครบทุกด้านครอบคลุม ศาสตร์ทุกสาขา ตั้งแต่ สาขาภาพยนตร์และสื่อดิจิทัล, สาขาสื่อสารการแสดง และ สาขาออกแบบสื่อสารออนไลน์ โดยทางคณะได้จัด DNA camp ต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ซึ่งมีผลตอบรับที่ดี มีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม กว่า 600 คน ได้ลงมือฝึกปฏิบัติตามสายงานที่ตัวเองชอบ ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพ การกำกับ การสร้าง Content การแสดง การเต้น รวมถึงการจัด Event ซึ่งคณะจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Learning by Doing  กระตุ้นให้นักศึกษาเกิดการเรียนผู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ จนเกิดความเชี่ยวชาญ

เมื่อหลายปีก่อน ถึงแม้ว่าวงการสื่อหลายๆด้านจะถูก Disrupt จากเทคโนโลยีดิจิทัลจนทำให้ นักศึกษาลังเลที่จะเลือกเรียนนิเทศศาสตร์เพราะความกังวลถึงภาวะการมีงานทำ แต่ด้วยนโยบายระดับภาครัฐที่เน้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้ค่าสื่อที่มาจากความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งศาสตร์ของนิเทศศาสตร์คือการเล่าเรื่อง ที่ช่วยสร้างมูลค่าให้แบรนด์ทุกรูปแบบได้  รวมทั้งการสื่อสารผ่านสื่อใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้นไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนอย่างไร ตราบใดที่เด็กนิเทศฯ ยังรู้เท่าทันเทคโนโลยี และรู้จักนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร และโดยเฉพาะคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้ง จึงทำให้เด็กนิเทศสามารถทำงานได้ทุกวงการ และเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เสมอ

นิเทศศาสตร์ SPU ส่งเสริมให้นักศึกษามีความรู้แบบรอบด้านครบ 360 องศา ไปให้สุดของการทำสื่อที่ไม่ใช่แค่คนทำสื่อ แต่ต้องครบตั้งแต่ก่อนผลิตและหลังผลิต  ตัวอย่างเช่น สาขาการออกแบบสื่อสารออนไลน์ เราไม่ได้เน้นแค่สร้างตัวตนเพื่อขายตัวเองขายคอนเทนต์ให้ได้ หรือสร้างคอนเทนต์ตอบโจทย์ลูกค้าได้ แต่เราสอนให้เค้าอยู่ได้แบบยั่งยืนระยะยาว  รู้จัก “สร้าง -รักษา – พัฒนา” คอนเทนต์/อัตลักษณ์ของแบรนด์ให้ครบวงจร  ทำให้เมื่อไปอยู่ในองค์กรใดก็ตามก็จะสามารถทำงานได้รอบด้าน และแม้จะสร้างแบรนด์ตัวเองก็จะพัฒนาตัวตนไปต่อได้ในระยะยาว หรือ สาขาสื่อสารการแสดง นักศึกษาก็จะได้เรียนทั้งการเป็นเบื้องหน้า ตั้งแต่ การแสดง การเต้น และ การร้อง รวมถึงได้ทำเบื้องหลัง ตั้งแต่ การออกแบบ การกำกับ การคัดสรรนักแสดง

ผศ.มานินทร์ กล่าวถึงก้าวต่อไปของ นิเทศศาสตร์ SPU ว่า  ทางคณะยังคงยึดมั่นความเป็นทีมเวิร์ก และการเปิดโอกาสให้กับ นศ.ได้ทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ตั้งแต่ปี 1 จะทำให้ นศ.ของเราเก่งขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น คอนเซปต์ของการให้ นศ.ได้ลงมือทำด้วยตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นแก่นแกนสำคัญที่ช่วยให้นศ.เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ในส่วนของ  ครู อาจารย์ต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นโค้ชที่ช่วยสนับสนุน นศ. แบบใกล้ชิด เพราะความรู้หาจาก Google หรือ Chat GPT ก็ได้คำตอบง่ายๆ แต่คนที่รู้จักสังเกตลูกศิษย์ และช่วยแนะนำ วางระบบ สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้เสริมเช่นอุปกรณ์เครื่องมือ โจทย์ เวิร์กช็อปเสริมไม่ได้หาได้ง่ายๆ  รวมทั้งการทำระบบบริษัทจำลองในการรับงานผลิตด้านนิเทศศาสตร์อย่าง Sim agency ให้แข็งแกร่ง หางานจากองค์กร คอนเน็กชั่นภายนอกมาช่วยตอกย้ำการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้รายได้พร้อมสั่งสมประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญตั้งแต่เข้าเรียนปี 1 ซึ่งเมื่อนักศึกษาจบการศึกษาจะมีทักษะและคุณสมบัติ ที่พร้อมทำงานตรงกับความต้องการขององค์กร

สมัครเรียนตรี โท เอก http://www.spu.ac.th

เริ่มแล้ว!!! ‘อาชีวะช่วยประชาชน’ตรวจสภาพรถฟรี ช่วงเทศกาลสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723767

เริ่มแล้ว!!! 'อาชีวะช่วยประชาชน'ตรวจสภาพรถฟรี ช่วงเทศกาลสงกรานต์

เริ่มแล้ว!!! ‘อาชีวะช่วยประชาชน’ตรวจสภาพรถฟรี ช่วงเทศกาลสงกรานต์

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.40 น.

เริ่มแล้ว!!! ศูนย์อาชีวะช่วยประชาชน Fix it Center ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ฟรี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่าง 11 – 17 เม.ย.66 รวม 78 แห่งทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 นายราตรีสวัสดิ์ ธนานันต์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เป็นประธานเปิด ศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน Fix it Center ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ราชพฤกษ์ กม.35 (บจก.เชนตระกูล) ตำบลบางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยมี ดร.ศันสนีย์ สายะสนธิ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี เป็นผู้กล่าวรายงานฯ และมี พ.ต.ท.ขจร ฉัตรแก้วมณี รักษาราชการผู้กำกับ สภ.เมืองปทุมธานี ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาภาคกลาง 1 คณะครูและนักเรียนจิตอาสาของวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ร่วมในพิธี

นายราตรีสวัสดิ์ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางจราจรอันนำไปสู่การบาดเจ็บและเสียชีวิตตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ระดมนักเรียนนักศึกษาอาชีวะจิตอาสา และครูอาจารย์ สาขาวิชาช่างยนต์ และสาขาอื่นๆ จากสถานศึกษาสังกัด สอศ.ทั่วประเทศ จัดศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน Fix it Center พร้อมออกให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฟรี รวมทั้งบริการเครื่องดื่ม ผ้าเย็น ที่นั่งพักผ่อน และแนะนำข้อมูลเส้นทางแก่ประชาชนผู้เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จำนวน 78 จุดบริการ ตามเส้นทางถนนสายหลักและสายรองทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 11 – 17 เมษายน 2566 ช่วงเวลา 08.30 – 16.30 น.

โดยจุดสังเกต คือ เต็นท์สีม่วง ภายในศูนย์จะให้บริการตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ก่อนเดินทางประมาณ 20 รายการ ได้แก่ ตรวจระบบเบรก สภาพยาง อุปกรณ์ปัดน้ำฝน ระดับน้ำมันเครื่องและความสกปรกของน้ำมันเครื่อง ท่อยาง หม้อน้ำและรอยรั่ว การทำงานของไฟส่องสว่าง และไฟสัญญาณต่างๆ เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนแก่ประชาชนที่เดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 โดยได้รับการสนับสนับสนุนน้ำมันเครื่อง วัสดุอุปกรณ์ การจัดฝึกอบรมนักเรียน นักศึกษา จากภาคีเครือข่ายพันธมิตรภาคเอกชน

“วันนี้ผมได้รับมอบหมายจาก ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ให้มาร่วมเป็นประธานเปิดศูนย์อาชีวะ ช่วยประชาชน Fix it Center เทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2566 ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ราชพฤกษ์ กม.35 ตำบลบางคูวัด อ.เมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยมีวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี เป็นผู้รับผิดชอบดูแลศูนย์ฯ และมีคณะตำรวจตรวจเยี่ยมและให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของนักศึกษาอาชีวะจิตอาสาตามนโยบายความร่วมมือระหว่าง สอศ.กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวนี้นับว่าเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง รวมทั้งเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับภาครัฐและภาคเอกชน สร้างให้เด็กนักเรียนอาชีวศึกษามีจิตอาสา บริการสังคม ทำงานเป็นทีม และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ พร้อมกับได้ฝึกงานจากประสบการณ์จริงอีกด้วย” นายราตรีสวัสดิ์ กล่าว

– 006

‘เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์-ปลัดมท.’ร่วมประกอบพิธียกเสาเอกเสาโท’อุโบสถวัดบางหลวงหัวป่า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723710

'เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์-ปลัดมท.'ร่วมประกอบพิธียกเสาเอกเสาโท'อุโบสถวัดบางหลวงหัวป่า'

‘เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์-ปลัดมท.’ร่วมประกอบพิธียกเสาเอกเสาโท’อุโบสถวัดบางหลวงหัวป่า’

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 15.03 น.

“เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์-ปลัดมท.”ร่วมกับภาคีเครือข่าย ประกอบพิธียกเสาเอกเสาโท อุโบสถวัดบางหลวงหัวป่า สาขาวัดระฆังโฆสิตาราม จังหวัดปทุมธานี

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2566 ที่วัดบางหลวงหัวป่า สาขาวัดระฆังโฆสิตาราม ตำบลสวนพริกไทย อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในการประกอบพิธียกเสาเอก เสาโท อุโบสถวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม โดยมี พระมงคลวโรปการ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดชินวราราม วรวิหาร พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม นายอดิเทพ กมลเวชช์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายธรรมนูญ แจ่มใส นายอำเภอเมืองปทุมธานี และภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ร่วมพิธี

โอกาสนี้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ จุดธูปเทียนเครื่องบวงสรวง ปักธูปบริวาร แล้วโปรยข้าวตอกดอกไม้ พระมงคลวโรปการ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดชินวราราม วรวิหาร พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปักธูปบริวารแล้วโปรยข้าวตอกดอกไม้ จากนั้น เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผูกผ้าสามสี คล้องพวงมาลัย ที่เสาเอก เสาโท แล้วทำพิธียกเสาเอก เสาโท โปรยข้าวตอกดอกไม้ ปะพรมน้ำพระพุทธมนต์ เป็นอันเสร็จพิธี

พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม กล่าวว่า วัดบางหลวงหัวป่าแห่งนี้ เป็นวัดร้างตั้งแต่รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ปัจจุบันไม่มีเสนาสนะ อาตมภาพจึงได้ร่วมกับ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เมื่อครั้งท่านดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมด้วย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย เป็นผู้ขอบูรณปฏิสังขรณ์และขอยกวัดร้างแห่งนี้ให้เป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษาต่อไป เป็นวัดสาขาของวัดระฆังโฆสิตาราม มีเนื้อที่ 23 ไร่ 64 ตารางวา โดยในช่วงที่ผ่านมา วัดได้ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วย ต้นไม้ประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ตามความตั้งใจของท่านปลัดกระทรวงมหาดไทย และท่านนายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ที่ประสงค์จะให้สถานที่แห่งนี้ เป็นรมณียสถาน สถานที่แห่งความร่มเย็น และเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเป็นสถานที่แห่งการร่วมทำในสิ่งที่คนในโลกใบนี้ต้องช่วยกัน นั่นคือ การลดภาวะโลกร้อนตามแนวทางความยั่งยืนของสหประชาชาติ โดยเมื่อวัดแห่งนี้ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์จนเสร็จสมบูรณ์ ยังเป็นพุทธสถานสาธารณสงเคราะห์นักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้ป่วยยากไร้ และชาวบ้านในพื้นที่ ให้ได้รับประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ตามนโยบายด้านการสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคมอีกด้วย

“การจัดสร้างอุโบสถวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม ถือเป็นอาคารที่สำคัญภายในวัดเนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระภิกษุสงฆ์ใช้ทำสังฆกรรมและประดิษฐานพระประธานที่เป็นพระพุทธรูปองค์สำคัญประจำวัด ตัวอุโบสถเป็นอาคาร 2 ชั้น มีความกว้าง 10 เมตร ยาว 22.5 เมตร ขนาดพื้นที่รวม 450 ตารางเมตร ทั้งนี้ พุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธา สามารถร่วมอนุโมทนาสมทบทุนปัจจัยในการก่อสร้างได้ที่บัญชี “วัดบางหลวงหัวป่า เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์” ทาง e-donation prompt pay คิวอาร์โค้ด https://shorturl.asia/tlUo8 เพื่อความสะดวกในการลดหย่อนภาษีของกรมสรรพากร โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร รักษาการเจ้าอาวาสวัดบางหลวงหัวป่าสาขาวัดระฆังโฆสิตาราม ประธานดำเนินการ หมายเลขโทรศัพท์ 09-5990-9910″ พระครูสุภัทรธรรมโฆษิต กล่าวเพิ่มเติม

– 006