เชิญชวนปชช.กราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723611

เชิญชวนปชช.กราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร

เชิญชวนปชช.กราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร

วันอังคาร ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2566, 09.33 น.

เชิญชวนปชช.กราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ณ ปราสาทพระเทพบิดร

11 เมษายน 2566 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักพระราชวัง แจ้งการเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เนื่องในวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 13 – 15 เมษายน 2565  ดังนี้

วันที่ 13 – 14 เมษายน 2566 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดารามได้ตามปกติ และสามารถเข้ากราบถวายบังคม พระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชในปราสาทพระเทพบิดรได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. โดยจุดคัดกรองจะปิดเวลา  16.00 น.

วันที่ 15 เมษายน 2565 นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้เฉพาะวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และเข้ากราบถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ในปราสาทพระเทพบิดรได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 13.00 น. โดยเข้า-ออก ทางประตูสวัสดิโสภา (งดเข้าชมพระอุโบสถทั้งวัน)

โปรดแต่งกายสุภาพ กรณีเข้าปราสาทพระเทพบิดร สุภาพบุรุษห้ามสวมกางเกงยีนส์ สุภาพสตรีต้องสวมกระโปรงหรือผ้านุ่ง และกรุณาปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด

“ช่วงเทศกาลสงกรานต์ รัฐบาลเชิญชวนพี่น้องประชาชนทำบุญทางพระพุทธศาสนา สรงน้ำพระพุทธรูป เนื่องในวันปีใหม่ไทย รดน้ำดำหัว ขอพรจากผู้สูงอายุ เพื่อเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิต ขอความร่วมมือเล่นน้ำด้วยความสุภาพ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนน ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ให้ตรวจตราความเรียบร้อยภายในอาคารบ้านเรือน ทั้งประตูหน้าต่าง น้ำ ไฟ แก๊ส  เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และขอให้ทุกท่านมีความสุข ปลอดภัย เดินทางโดยสวัสดิภาพตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์”นางสาวรัชดา กล่าว

กกต.-ศธ.-อว.ร่วมกิจกรรม 6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723516

กกต.-ศธ.-อว.ร่วมกิจกรรม 6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.

กกต.-ศธ.-อว.ร่วมกิจกรรม 6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 22.05 น.

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัดศธ.) พร้อมด้วยนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ ผู้แทนปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แถลงความร่วมมือการดำเนินกิจกรรม “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” โดยนายสมใจ วิเศษทักษิณ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยศึกษาธิการจังหวัดทั่วประเทศ , ผู้แทน อว.และผู้แทนทุกองค์กรหลัก ศธ.เข้าร่วมรับฟัง ณ โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์กรุงเทพฯ

ปลัด ศธ.กล่าวว่า การจัดกิจกรรมนี้เป็นการส่งเสริมให้ครู นักเรียน นักศึกษา มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้แก่คนในครอบครัวและชุมชนทั่วไปได้ ศธ.จะใช้ช่องทางการดำเนินกิจกรรมขับเคลื่อนให้นักเรียนนักศึกษาที่มีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ ต้องการให้เด็กรุ่นใหม่มีบทบาทสำคัญในการเชิญพ่อแม่ออกมาเลือกตั้งให้มากที่สุด ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของกิจกรรมในช่วง 6 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ส.ส.

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า ศธ.จะใช้ช่องทางของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ เป็นโซ่ข้อกลางในการขับเคลื่อนเชื่อมโยงกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ดำเนินงานตามแนวทางและนโยบาย ให้เกิดการขับเคลื่อนสร้างความเข้าใจเชิงพื้นที่มากที่สุด โดยมีเป้าหมาย นอกจากการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในเรื่องประชาธิปไตย ก็จะรณรงค์ในเรื่องของการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมถึงเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ครูนำคู่มือสื่อและแอปพลิเคชันสู่ผู้เรียนและผู้ปกครอง รวมทั้งเผยแพร่สื่อ/กิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และในวันเลือกตั้งจะมีกลุ่ม “ลูกเสืออาสา กกต.” ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นี่คือบทบาทหน้าที่ของ ศธ.ที่จะส่งเสริมการทำงานของ กกต.ในการเลือกตั้งครั้งนี้ หวังว่าคู่มือครู คู่มือสถานศึกษา และคู่มือนักเรียน จะเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับครู นักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษา ในการดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้

ด้าน นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ขอขอบคุณหน่วยงานสนับสนุนทั้ง 2 หน่วยงาน ในการดำเนินกิจกรรม “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.” เพื่อให้นักเรียน เยาวชน นิสิต นักศึกษา ทั้ง 5 ช่วงชั้น ประกอบด้วยระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา รวมทั้งครูอาจารย์ในสถานศึกษาภายใต้การกำกับดูแล มีความรู้ความเข้าใจกระบวนการขั้นตอนในการเลือกตั้ง อีกทั้งยังส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในกระบวนการการเลือกตั้ง และตระหนักถึงความสำคัญในการพิจารณาผู้สมัครที่ดีและพึงประสงค์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า

“คาดว่าการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 นี้ จะเป็นการเลือกตั้งที่มีคุณภาพ สร้างความเข้าใจในกระบวนการเลือกตั้ง มีผู้ออกมาเลือกตั้งเกิน 80% หรือมากถึง 100% ก็จะยิ่งดี ซึ่งคู่มือต่างๆ ที่จัดพิมพ์เผยแพร่ในครั้งนี้ จะช่วยให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองต่อเด็กไทยในอนาคต กกต.หวังว่ากิจกรรมนี้ จะทำให้คนที่มีคุณสมบัติครบ เกิดการตื่นตัวเข้ามาใช้สิทธิ ใช้เสียงในวันเลือกตั้งอย่างล้นหลาม #ไทยโหวตคนไทยพร้อมใช้สิทธิ”

สำหรับกิจกรรมแต่ละสัปดาห์ประกอบด้วย  สัปดาห์ที่ 1 (2-8 เมษายน 2566) ทำความเข้าใจกิจกรรมการเลือกตั้ง สัปดาห์ที่ 2 (9-15 เมษายน 2566) สืบค้น หาข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สัปดาห์ที่ 3 (16-22 เมษายน 2566) กิจกรรมรณรงค์ประชาธิปไตย สัปดาห์ที่ 4 (23-29 เมษายน 2566) ขยายผลกิจกรรมรณรงค์การเลือกตั้งสู่ครอบครัว เพื่อน ชุมชน สัปดาห์ที่ 5 (30 เมษายน-6 พฤษภาคม 2566) แกนนำประชาธิปไตย สัปดาห์ที่ 6 (7-13 พฤษภาคม 2566) หน้าที่พลเมืองคุณภาพ พร้อมใช้สิทธิเลือกตั้ง

ขณะที่ นางสาววราภรณ์ รุ่งตระการ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนากำลังคน สป.อว.กล่าวว่า อว.ยินดีให้ความร่วมมือและสนับสนุนในการจัดกิจกรรมอย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมให้นิสิต นักศึกษา บุคลากร และประชาชน มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.ตระหนักถึงความรับผิดชอบของตนในวิถีประชาธิปไตย และมีส่วนร่วมทางการเมืองในการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยได้จัดทำแนวทางการดำเนินกิจกรรม และร่วมพิจารณาจัดทำร่างคู่มือสำหรับสถาบันอุดมศึกษา และนิสิตนักศึกษา พร้อมประชาสัมพันธ์เผยแพร่การเปิดลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร

นอกจากนี้ ได้มีการประกวดคลิปให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง อบรมให้ความรู้การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จัดเสวนา จัดนิทรรศการวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาตามความเหมาะสม จัดประกวดการออกแบบโปสเตอร์ รวมถึงประชาสัมพันธ์เชิญชวนนิสิต นักศึกษาไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมร่วมเฝ้าสังเกตการณ์และติดตามผลการเลือกตั้ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งจะให้ความร่วมมือกับกิจกรรมในครั้งนี้เป็นอย่างดี

– 006

‘ปลัด ศธ.’ติวเข้ม ศธจ.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจการเลือกตั้งให้ น.ร.-น.ศ.ในสังกัด ศธ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723427

'ปลัด ศธ.'ติวเข้ม ศธจ.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจการเลือกตั้งให้ น.ร.-น.ศ.ในสังกัด ศธ.

‘ปลัด ศธ.’ติวเข้ม ศธจ.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจการเลือกตั้งให้ น.ร.-น.ศ.ในสังกัด ศธ.

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 14.13 น.

“ปลัด ศธ.” ติวเข้ม ศธจ.ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจการเลือกตั้งให้ น.ร.-น.ศ.ในสังกัด ศธ.

10 เมษายน 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ ศธ.ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)  จัดกิจกรรม “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.”  ซึ่งในวันนี้ ตนได้ร่วมประชุมชี้แจงการดำเนินงานร่วมกับผู้บริหารองค์กรหลัก และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) 77 แห่ง เพื่อให้แนวทางการปฏิบัติงานในเชิงพื้นที่ที่ถูกต้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมกับทำความเข้าใจในการใช้แอพพลิเคชั่น เพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ได้แก่ แอพพลิเคชั่น “ตาสับปะรด” ร่วมต่อต้านทุจริตการเลือกตั้ง, แอพพลิเคชั่น Smart Vote รอบรู้ทุกเรื่องเลือกตั้ง และ แอพพลิเคชัน CIVIC Education รวมพลังสร้างพลเมืองคุณภาพ รวมทั้งแจกคู่มือและเอกสารประชาสัมพันธ์ความรู้การเลือกตั้ง ส.ส. ให้ครูและนักเรียน ซึ่งต่อไป ศธจ. ลงพื้นที่ประสานขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่

“ในส่วนของ ศธ. มีนักเรียน นักศึกษา ที่มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 200,000 คน แบ่งเป็น ผู้เรียนในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา 160,000 คน  สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 70,000 คน และผู้เรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(สช.) 10,000 กว่าคน โดย ศธจ.จะเข้าไปประสานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด (สอจ.) เพื่อจัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจแนวทางการเลือกตั้งที่ถูกต้อง เช่น จัดทำภาพยนตร์สั้น จัดกิจกรรมการประกวดคลิป TikTok รณรงค์การเลือกตั้งสู่ผู้เรียนและผู้ปกครอง เป็นต้น  และจากนั้น กกต.จะติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมในระดับพื้นที่ว่ามีการดำเนินการคุ้มค่ากับงบประมาณหรือไม่” นายอรรถพล กล่าว .-009

‘สอศ.’ตั้งศูนย์’อาชีวะ ช่วยประชาชน’78แห่งทั่วประเทศ ตรวจสภาพรถฟรี! 11-17เม.ย.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723418

'สอศ.'ตั้งศูนย์'อาชีวะ ช่วยประชาชน'78แห่งทั่วประเทศ ตรวจสภาพรถฟรี! 11-17เม.ย.66

‘สอศ.’ตั้งศูนย์’อาชีวะ ช่วยประชาชน’78แห่งทั่วประเทศ ตรวจสภาพรถฟรี! 11-17เม.ย.66

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.41 น.

“สอศ.” ตั้งศูนย์ “อาชีวะ ช่วยประชาชน” 78 แห่งทั่วประเทศ บริการตรวจสภาพรถฟรี!! ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่าง 11-17 เม.ย.2566 นี้

10 เมษายน 2566 ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาล และ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ตั้งศูนย์บริการ “อาชีวะ ช่วยประชาชน” 78 แห่ง ทั่วประเทศ  ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2566 ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2566 นี้ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลอุบัติเหตุ สามารถเดินทางไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ปลอดภัยทั้งไปและกลับ  โดยขณะนี้วิทยาลัยอาชีวศึกษาแต่ละจังหวัดได้เตรียมความพร้อมในการให้บริการตรวจสภาพรถให้กับประชาชนฟรี 

เลขาธิการ  กอศ. กล่าวต่อว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ หรือช่วงที่เกิดประสพภัยต่างๆ สอศ.จะมอบให้วิทยาลัยอาชีวศึกษาจัดนักเรียน นักศึกษาอาชีวะออกมาให้บริการช่วยเหลือสังคม ให้บริการประชาชน เพราะเราถือว่าผู้เรียนอาชีวะก็คือลูกหลานของประชาชน และเพื่อเป็นการปลูกฝังเรื่องจิตอาสาและความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการนำความรู้ในวิชาชีพออกไปช่วยเหลือประชาชน โดยทุกคนอาสามาด้วยใจไม่มีค่าตอบแทน

“ศูนย์บริการ “อาชีวะ ช่วยประชาชน” จะทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยต่าง ๆ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขนส่งจังหวัด  อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน(อปพร.) กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และอีกหลายหน่วยงาน เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้เดินทางปลอดภัยและลดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย โดย ศูนย์ “อาชีวะ ช่วยประชาชน” จะตั้งที่ถนนหลักในตัวจังหวัดโดยมีวิทยาลัยอาชีวศึกษาจังหวัดนั้นเข้ามาร่วมทีมในการให้บริการประชาชน โดยในศูนย์ฯจะเป็นเต้นสีม่วง ให้บริการตรวจสภารถ ตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ตรวจระบบการทำงานของแอร์รถยนต์ บริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟ น้ำเย็น นวดผ่อนคลายความเครียด มีให้บริการสอบถามเส้นทาง ฝึกอาชีพระยะสั้นฟรี  โดยก่อนถึงศูนย์บริการจะมีป้ายบอกระยะทางก่อนถึงที่ตั้งศูนย์ 1 กิโลเมตร หรือ 500 เมตร” ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าว .-009

‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723349

‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566, 10.26 น.

‘บ้านสมเด็จโพลล์’เผยปชช.65.7% จะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์

10 เมษายน 2566 ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ของคนกรุงเทพมหานคร โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,208 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 29 มีนาคม-1 เมษายน 2566 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้เรื่องเทศกาลสงกรานต์ คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤต หมายถึงวันและเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษในเดือนเมษายน วันสงกรานต์เป็นการฉลองการขึ้นปีใหม่ในช่วงกลางเดือนเมษายนเป็นวัฒนธรรมร่วมกันของหลายประเทศในเอเชีย สำหรับคนไทยวันสงกรานต์เป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่สามารถต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะหลังจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้เบาบางลง เทศกาลสงกรานต์ก็กลับมามีชีวิตชีวาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีวันสำคัญอย่างวันผู้สูงอายุแห่งชาติที่ตรงกับวันที่ 13 เมษายน และวันครอบครัวที่ตรงกับวันที่ วันที่ 14 เมษายน ช่วงเทศกาลวันสงกรานต์เป็นวันหยุดยาว คนในกรุงเทพมหานครก็จะมีการเดินทางออกไปท่องเที่ยวหรือกลับบ้านในต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อเทศกาลสงกรานต์ของคนกรุงเทพมหานคร มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญในเทศกาลสงกรานต์ ร้อยละ 75.9 ทราบว่าวันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ร้อยละ 67.6 ทราบว่าวันที่ 14 เมษายนของทุกปีเป็นวันครอบครัว ร้อยละ 72.7 และคิดว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ไม่มีผลต่อการรวมตัวกันของผู้คนในเทศกาลสงกรานต์ ร้อยละ 63.3

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คิดว่าจะออกไปร่วมกิจกรรมประเพณีสงกรานต์ ร้อยละ 65.7 และคิดว่าจะออกไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ อันดับที่หนึ่งคือ การทำบุญตักบาตร ร้อยละ 47.6 อันดับที่สองคือ การรดน้ำผู้ใหญ่ ร้อยละ 42.1 อันดับที่สามคือ การสรงน้ำพระ ร้อยละ 33.7 อันดับที่สี่คือ การเล่นน้ำ ร้อยละ 23.8 และอันดับที่ห้าคือ การนำทรายเข้าวัด ร้อยละ 15.9

คิดว่าอยากอยู่ด้วยกับใครในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อันดับที่หนึ่งคือ คนในครอบครัว ร้อยละ 59.2 อันดับที่สองคือ เพื่อน ร้อยละ 17.1 และอันดับที่สามคือ คนรัก/แฟน ร้อยละ 16.4

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะเดินทางออกไปท่องเที่ยวหรือกลับบ้านในต่างจังหวัด ร้อยละ 63.3 และจะเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ด้วยวิธีใด อันดับที่หนึ่งคือ รถยนต์ส่วนตัว ร้อยละ 51.7 อันดับที่สองคือ รถโดยสารสาธารณะ ร้อยละ 22.7 อันดับที่สามคือ เครื่องบิน ร้อยละ 11.7 อันดับที่สี่คือ รถไฟ ร้อยละ 7.6 และอันดับที่ห้าคือ รถไฟฟ้า ร้อยละ 6.3

ศิลปินเชียงรายรวมตัวจัดกิจกรรมวาดรูปแสดงสัญลักษณ์ะนำรูปออกประมูลนำเงินช่วยอาสาดับไฟป่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723128

ศิลปินเชียงรายรวมตัวจัดกิจกรรมวาดรูปแสดงสัญลักษณ์ะนำรูปออกประมูลนำเงินช่วยอาสาดับไฟป่า

ศิลปินเชียงรายรวมตัวจัดกิจกรรมวาดรูปแสดงสัญลักษณ์ะนำรูปออกประมูลนำเงินช่วยอาสาดับไฟป่า

วันเสาร์ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.07 น.

ศิลปินเชียงราย รวมตัวจัดกิจกรรม “Save Chiang Rai, 2023 I love this town but PM 2.5 Is killing me!” จากหมอกควันพิษปกคลุม วาดรูปแสดงสัญลักษณ์ และนำรูปออกประมูลนำเงินช่วยอาสาดับไฟป่า 

วันที่ 8 เมษายน 2566 ที่สมาคมขัวศิลปะ ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย นายสุวิทย์ ใจป้อม นายกสมาคมขัวศิลปะ พร้อมคณะกรรมการ และศิลปินเชียงราย ร่วมสร้างสรรค์ Wall Art ขนาด 2.50 x 13 เมตร เล่าเรื่อง ปัญหามลภาวะหมอกควัน PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงราย ภายใต้โครงการ  “Save Chiang Rai, 2023 I  love this town but PM 2.5 Is killing me!”  เพื่อเป็นการสื่อทุกคนให้ตระหนักถึงพิษของมลภาวะทางอากาศกับปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ผ่านงานด้านศิลปะและศิลปิน โดยโครงการดังกล่าวเป็นการ สานต่อจากโครงการ Art for Air ที่ศิลปินภาคเหนือได้สะท้อนงานศิลปะในหลายมุมมองเกี่ยวกับปัญหาหมอกควันที่กระทบกับประชาชนในพื้นที่ อันส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสังคม

ในช่วงการแสดงออกของศิลปินเชียงราย ยังได้มีการบรรเลงจากปี่น้ำเต้า จากอาจารย์ฉลอง พินิจสุวรรณและ อาจารย์เชิด สันดุษิต อ่านบทกวี หมอกควันไฟห่ม

ทั้งนี้ ภาพวาด ขนาด 2.50 x 13 เมตร เป็นการเล่าเรื่องราวความโหดร้ายของปัญหาหมอกควัน PM 2.5 บนกำแพงศิลปะโดยศิลปินเชียงราย “Butterfly Effect” (บัตเตอร์ฟลาย เอ๊ฟเฟ๊ก ทฤษฏีผีเสื้อขยับปีก) ความมืดครึ้มมัวหมองของอากาศ เป็นภาพสะท้อน “การกระทำของคนไม่กี่คน ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงให้กับผู้คนจำนวนมาก” จากปัญหาหมอกควัน PM 2.5 ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อให้เกิดปัญหาทั้งสุขภาพ และการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนทั่วทุกพื้นที่ในจังหวัดเชียงราย 

นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมประมูลภาพวาดศิลปะจากศิลปินเชียงราย เพื่อเป็นกองทุนตั้งต้นในการนำมาจัดกิจกรรมรณรงค์ สร้างการรับรู้  โดยจัดให้มีการนำผลงานของศิลปินทั่วประเทศส่งมาเพื่อประมูลในเพจขัวศิลปะ เพื่อนำรายการร่วมโครงการฯ และเพื่อแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศในปีต่อไป และยังนำเงินที่ได้ส่วนหนึ่งมอบให้อาสาดับไฟป่า และยังมีกิจกรรมรับบริจาคสิ่งของที่จำเป็น เพื่อนำไปสนับสนุนเจ้าหน้าที่ จิตอาสา ในการดับไฟป่า ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายในขณะนี้

สสกสว.แลกเปลี่ยนงานวิจัย ม.การกีฬาแห่งชาติ ยกระดับด้านการกีฬาของประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/723011

สสกสว.แลกเปลี่ยนงานวิจัย ม.การกีฬาแห่งชาติ ยกระดับด้านการกีฬาของประเทศ

สสกสว.แลกเปลี่ยนงานวิจัย ม.การกีฬาแห่งชาติ ยกระดับด้านการกีฬาของประเทศ

วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566, 22.50 น.

สกสว. ร่วมกับ ม.การกีฬาแห่งชาติ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เสริมสร้างความเข้มแข็ง ด้านการบริหารจัดการแผนงานและโครงการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนการวิจัยด้านกีฬา สู่การยกระดับความสามารถทางด้านกีฬาของประเทศ  

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2566 มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ (มกช.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการตามแผนงานเสริมสร้างความเข้มแข็งการบริหารจัดการแผนงานและโครงการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 “กิจกรรมที่ 1 สัมมนายกระดับขีดความสามารถบุคลากรในการดำเนินงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ” แก่คณาจารย์ นักวิจัย ของ มกช. ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund-FF) จาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ผ่าน กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ทั้ง 29 โครงการ โดยมี นายวิษณุ ไล่ชะพิษ อธิการบดี มกช. นายบรรณากิจบรรจง ทองจำปา รองอธิการบดี ฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพการศึกษา ผศ.ดร.นิกร สีแล รองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ และ ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจการพัฒนา ววน. ด้านสังคม สิ่งแวดล้อม เชิงพื้นที่ และลดความเหลื่อมล้ำ สกสว.เข้าร่วมการอบรมดังกล่าว

โอกาสนี้ อธิการบดี มกช. กล่าวว่า การจัดอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ และ วิทยากร ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนโยบาย เทคนิคการนำผลผลิตจากงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ เทคนิคการตีพิมพ์ บทความวิจัยระดับชาติและนานาชาติ โดย มกช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า คณาจารย์และนักวิจัย ทั้ง 29 โครง จะได้องค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการพัฒนาการวิจัยและนวัตกรรม ให้มีความเชี่ยวชาญยิ่งขึ้น อีกทั้งสามารถนำผลผลิตจากการวิจัยไปใช้ประโยชน์ และตอบพันธกิจ ของ มกช. ทั้งในส่วนของการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านศาสตร์การกีฬา การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม ด้านศาสตร์การกีฬา การบริการวิชาการแก่สังคม และทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม การละเล่นพื้นบ้านและกีฬาไทย รวมถึงส่งเสริมและพัฒนานักเรียนและนักศึกษาให้มีศักยภาพด้านกีฬาสูงสุดของแต่ละบุคคล 

สำหรับการใช้ประโยชน์จากการวิจัย ส่วนตัวมองว่า การเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ประโยชน์ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมวิจัย จะช่วยให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ได้อย่างแท้จริง ทั้งในส่วนที่เป็นนักกีฬา นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป 

ด้าน ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง กล่าวว่า สกสว. มีพันธกิจในการจัดทำนโยบาย แผนยุทธศาสตร์ และกรอบงบประมาณด้าน ววน. ของประเทศ รวมถึงบริหารระบบงบประมาณด้าน ววน. ผ่านการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนส่งเสริม ววน. ให้กับหน่วยงานในระบบ ววน. ซึ่งแบ่งออกงบประมาณเป็น 2 ส่วน ได้แก่ งบประมาณเพื่อสนับสนุนงานเชิงกลยุทธ์ (Strategic Fund-SF) ตามแนวนโยบายระดับชาติ ยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ แผนด้าน ววน. หรือ ประเด็นเร่งด่วนตามนโยบายรัฐบาล รวมทั้งประเด็นที่เกิดจากความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์โดยตรงซึ่งสร้างผลกระทบในวงกว้าง ให้กับหน่วยบริหารจัดการทุน (PMU) ทั้ง 9 แห่ง และ งบประมาณสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund-FF) โดยจัดสรรในรูปแบบงบประมาณแบบวงเงินรวม (Block Grant) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานตามพันธกิจการพัฒนาประเทศให้แก่ กระทรวง กรม มหาวิทยาลัย ทั้งในและนอกกระทรวง อว. กว่า 170 หน่วยงาน ซึ่ง มกช. เป็นหนึ่งในจำนวนนี้

นอกจากงบประมาณ FF เพื่อดำเนินการตามพันธกิจแล้ว นักวิจัย ยังสามารถเสนอของบประมาณ SF และการนำผลการวิจัยเป็นโยชน์ ทั้งในส่วนของการต่อยอดจากโครงการวิจัยเดิม และการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ โดยอ้างอิงตามแผนด้าน ววน. ปี 2566-70 ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์ ตามจุดมุ่งเน้นของนโยบายของแผนงานสำคัญ และ 25 แผนงานหลัก อาทิ การพัฒนาการเป็นศูนย์กลางกำลังคนระดับสูง (Hub of Talent) และศูนย์กลางการเรียนรู้ (Hub of Knowledge) ของอาเซียน เพื่อยกระดับกำลังคนทางด้านกีฬา การพัฒนาสังคมสูงวัยด้วย ววน. โดยการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สภาพแวดล้อมและสังคม ด้วยการกีฬา การพัฒนาเมืองน่าอยู่ที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาชุมชน/ท้องถิ่น และกระจายความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมสู่ทุกภูมิภาค เป็นต้น

สุดท้ายนี้ สกสว. หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดสรรงบประมาณสำหรับแผนงาน โครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรือ โครงการวิจัยและนวัตกรรม แก่ มกช. จะตอบโจทย์พันธกิจของหน่วยงาน ให้สามารถนำองค์ความรู้จากการวิจัยไปประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน และการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ เพื่อสร้างผลกระทบด้านการกีฬาและสุขภาพที่ดีของคนไทย อีกทั้งยกระดับความสามารถของนักกีฬาไทยอีกทางหนึ่ง

เสวนา การเลือกตั้ง ปี 66 ส่วนร่วมของประชาชนกับอนาคตประเทศไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722897

เสวนา การเลือกตั้ง ปี 66 ส่วนร่วมของประชาชนกับอนาคตประเทศไทย

เสวนา การเลือกตั้ง ปี 66 ส่วนร่วมของประชาชนกับอนาคตประเทศไทย

วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.08 น.

คณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต ร่วมกับ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนจัดเสวนาเรื่อง “การเลือกตั้ง ปี 66 :ส่วนร่วมของประชาชนกับอนาคตประเทศไทย”       

อ.ดร.นิดาวรรณ เพราะสุนทร รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ม.รังสิต ผู้ดูแลหลักสูตรนิติศาสตร์ออนไลน์ กล่าวว่า”ในวันที่ 20 เม.ย.66 นี้ คณะนิติศาสตร์ ม.รังสิตโดย ศ.(พิเศษ)วิชา  มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.รังสิต ร่วมกับนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา จัดเสวนาเรื่อง “การเลือกตั้ง ปี 66 :ส่วนร่วมของประชาชนกับอนาคตประเทศไทย” 

ในการเสวนาครั้งนี้ ได้เชิญวิทยากร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี / นพ.พลเดช  ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภาและโฆษกคณะกรรมาธิการฯ / รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ผอ.ศูนย์วิจัยและการพัฒนาการเมืองม.รังสิต มาบรรยายเกี่ยวกับการเลือกตั้งในปีนี้ ซึ่งจะทำให้นักศึกษานิติศาสตร์ และบุคคลภายนอกได้รับความรู้ที่เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วย” 

“นอกจากนั้นยังได้เชิญ คุณสมชาย  พหุลรัตน์ ประธานสถาบันเครือข่ายไทยสร้างสรรค์(สคทส.) มาเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมกับดิฉัน โดยมี อ.เชฎฐ์  คำวรรณ รองคณบดีฝ่ายบริหาร กล่าวรายงานก่อนที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกล่าวเปิดงาน และศ.(พิเศษ)วิชา มหาคุณ กล่าวปาฐกถาพิเศษก่อนการบรรยายของวิทยากร โดยงานจะเริ่มตั้งแต่ 08.30-12.30 น. (20เม.ย.) ณ ห้องประชุม B1-3 วุฒิสภา”

ด้านนายสมชาย พหุลรัตน์ ประธานสถาบันฯ ในฐานะผู้ดำเนินรายการร่วมกับ อ.ดร.นิดาวรรณฯ กล่าวว่า”การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นถือว่าเป็นวาระของประชาชนทุกคนที่จะได้ไปลงคะแนนเลือกผู้แทนที่เข้าไปทำหน้าที่สภาฯ และวิทยากรที่นำโดยอดีตนายกรัฐมนตรี   ทั้ง3ท่านล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างมากมาย

จบดราม่า คลิปนร.ก้มกราบครูในงานปัจฉิม ชี้เป็นแนวคิดเด็ก เลขาฯกพฐ.ย้ำอย่าบังคับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722806

จบดราม่า คลิปนร.ก้มกราบครูในงานปัจฉิม ชี้เป็นแนวคิดเด็ก เลขาฯกพฐ.ย้ำอย่าบังคับ

จบดราม่า คลิปนร.ก้มกราบครูในงานปัจฉิม ชี้เป็นแนวคิดเด็ก เลขาฯกพฐ.ย้ำอย่าบังคับ

วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.58 น.

จบดราม่า คลิปนร.ก้มกราบครูในงานปัจฉิม ชี้เป็นแนวคิดเด็ก เลขาฯกพฐ.ย้ำอย่าบังคับ

7 เมษายน 2566 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อกโพสต์วิดีโอนักเรียน โรงเรียนแห่งหนึ่งในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) สุพรรณบุรี เขต 1 นั่งก้มกราบครูทุกคน จนกว่าครูจะเดินผ่านทั้งหมด ว่า ตนทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยทางโรงเรียนรายงานว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมปัจฉิมนิเทศของนักเรียนชั้น ม.3 และ ม.6  ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศทุกปี ในปีนี้นักเรียนไปร่วมกันคิดและออกแบบกิจกรรมขึ้นเองเพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาระหว่างลูกศิษย์กับคุณครู ซึ่งถือเป็นต้นแบบของการแสดงความกตัญญูและเป็นแบบอย่างที่ดี

“เรื่องดังกล่าวนี้อยู่ที่มุมมองของแต่ละคนว่านักเรียนก้มกราบครูในวันปัจฉิมนิเทศ มองได้ 2 มิติ คือ 1.ถ้าเป็นการแสดงออกด้วยจิตวิญญาณของความกตัญญู ผมว่ากิจกรรมนี้ควรจะคงกิจกรรมนี้ไว้ และ 2. ถ้าเป็นการบังคับให้เด็กทำ โดยเด็กไม่เต็มใจ หรือไม่เกิดจากความภาคภูมิใจ ไม่มีแรงบันดาลใจก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  ดังนั้นการจะให้คน คนหนึ่ง มาก้มกราบใคร หรือมาทำกิจกรรมอะไร ต้องดูความสมัครใจ และความต้องการของเด็กด้วย แต่อย่าไปบังคับให้เด็กทำ ในขณะเดียวกันถ้าเด็กมีความผูกพันกับคุณครูและกราบครูก่อนจะจบไปจึงทำด้วยความภาคภูมิใจในมิติของเด็ก ดังนั้นเรื่องนี้จึงอยู่ที่มุมมองและวิธีคิด” นายอัมพร กล่าว

ศธ.จับมือ กกต.จัดกิจกรรม‘6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722775

ศธ.จับมือ กกต.จัดกิจกรรม‘6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.’

ศธ.จับมือ กกต.จัดกิจกรรม‘6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.’

วันศุกร์ ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.11 น.

เมื่อวันที่ ​7 เมษายน 2566 นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการแถลงข่าว การจัดกิจกรรม “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.” โดยมี นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และผู้บริหารระดับสูงของศธ.ร่วมด้วย ว่า ศธ.จัดทำโครงการกิจกรรม “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ในช่วงเวลาระหว่างเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2566 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ครู นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสามารถถ่ายทอดความรู้แก่คนในครอบครัวเพื่อเกิดการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติให้ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกตั้ง และออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งมากขึ้น

นายอรรถพล กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินโครงการระดับกระทรวง สัปดาห์ที่ 1 วันที่ 1 – 7 เมษายน ได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินโครงการกิจกรรมระดับกระทรวง และระดับจังหวัด จัดพิมพ์คู่มือและเอกสารประชาสัมพันธ์ความรู้การเลือกตั้ง ส.ส.จำนวนรวม 80,000 เล่ม ประกอบด้วยคู่มือครูและคู่มือนักเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย และอาชีวศึกษา และจัดพิมพ์เอกสารรณรงค์เผยแพร่การเลือกตั้ง ส.ส.สำหรับเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และสถานศึกษา จำนวน 200,000 เล่ม กระจายไป ศธจ. 77 จังหวัด เพื่อเผยแพร่ต่อไป ในสัปดาห์ที่ 2 วันที่ 8 – 14 เมษายน จัดประชุมชี้แจงการดำเนินงานร่วมกับผู้บริหารองค์กรหลัก และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) 77 แห่ง เพื่อให้แนวทางการปฏิบัติงานถูกต้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งจัดสรรงบประมาณให้กับ ศธจ.และสัปดาห์ที่ 3 – 6 วันที่ 15 เมษายน – 12 พฤษภาคม เป็นช่วงเวลาของการลงพื้นที่ติดตามประเมินผลการดำเนินงานในพื้นที่ และสร้างเครื่องมือติดตามในระดับกระทรวง

“ขณะเดียวกันคณะกรรมการดำเนินโครงการระดับจังหวัด จะทำงานคู่ขนานไปพร้อมกันด้วย โดยช่วงสัปดาห์ที่ 1 – 2 จะประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจกรรมฯ ร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานระดับจังหวัด เช่น ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ประธานอาชีวศึกษาจังหวัด (อศจ.) ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษาเอกชน เป็นต้น ส่วนสัปดาห์ที่ 3 – 4 ดำเนินการสร้างการรับรู้ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ให้ครูนำคู่มือ สื่อ แอพพลิเคชั่นของ กกต.ภาพยนตร์สั้น กิจกรรมการประกวดคลิป TikTok รณรงค์การเลือกตั้งสู่ผู้เรียนและผู้ปกครอง จากนั้นจะเป็นการติดตามประเมินผลการดำเนินกิจกรรมโดยการลงพื้นที่และสร้างเครื่องมือติดตามในระดับพื้นที่ ในสัปดาห์ที่ 5 – 6” นายอรรถพล กล่าว

ปลัด ศธ.กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม จะมีลูกเสืออาสา กกต.เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย มาให้บริการและช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ บริเวณหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศอีกด้วย “6 สัปดาห์ประชาธิปไตย รณรงค์เลือกตั้ง ส.ส.” เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียน ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และชุมชน ได้มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้เกิดประสบการณ์ตรงจากการที่ได้เรียนรู้วิถีทางแห่งประชาธิปไตยภาคปฏิบัติ และซึมซับจิตวิญญาณของความเป็นนักประชาธิปไตย โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 6 สัปดาห์ เพื่อสอดคล้องเหมาะกับห้วงเวลาของการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งแบ่งรูปแบบกิจกรรมเป็น 4 ระดับชั้น เพื่อความเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน

นายวีระ กล่าวว่า กกต.พร้อมดันแฮชแท็ก #ไทยโหวตคนไทยพร้อมใช้สิทธิ และจัดทำแอปพลิเคชันเพื่ออำนวยความสะดวกและให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้ง SMART ECT สะดวกครบ จบทุกเรื่องเลือกตั้ง ได้แก่ แอปพลิเคชัน “ตาสับปะรด” ร่วมต่อต้านทุจริตการเลือกตั้ง, แอปพลิเคชัน Smart Vote รอบรู้ทุกเรื่องเลือกตั้ง และแอปพลิเคชัน CIVIC Education รวมพลังสร้างพลเมืองคุณภาพ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ Android และ iOS หรือดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ กกต.

“ทั้งนี้ กกต.ขอสื่อสารไปยังข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐในการวางตัวเป็นกลางทางการเมือง เพราะถ้าวางตัวไม่เป็นกลาง ก็เท่ากับว่าเป็นการช่วยนักการเมืองหาเสียง ซึ่งจะเสี่ยงต่อการถูกกลุ่มการเมืองอื่นร้องเรียนได้ ตลอดจนระมัดระวังการใช้ตำแหน่งหน้าที่กระทำการใดๆ อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งหากมีคำถาม หรือข้อคิดเห็นอื่นใดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน 1444 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกคำถาม มีคำตอบ ทุกคำตอบ เราติดตามด้วยความใส่ใจ” นายวีระ กล่าว