‘ม.มหิดล’ทำสื่อแนะวิธีลดเสี่ยง โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690874

‘ม.มหิดล’ทำสื่อแนะวิธีลดเสี่ยง  โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์

‘ม.มหิดล’ทำสื่อแนะวิธีลดเสี่ยง โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหิดล จัดทำสื่อแนะวิธีลดเสี่ยงโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์เข้าถึงง่าย เพื่อประชาชน และเยาวชนไทย ซึ่งสืบเนื่องจากปัจจุบันผู้คนมักเลือกสื่อโลกออนไลน์ในการเข้าไปค้นหาข้อมูล ซึ่งอาจได้มาทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง โดยมี รศ.พญ.เจนจิต ฉายะจินดา ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ สถานเทคโนโลยีการศึกษาแพทยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล ผลิตผลงานซีดีที่ได้รับการจดทรัพย์สินทางปัญญาในเรื่องดังกล่าวถึง 14 เรื่อง

เกือบร้อยละ 80 ของผลงานลิขสิทธิ์ทั้งหมด ประกอบด้วยโรคที่สามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ได้มากที่สุดนอกจากนี้เป็นผลงานซีดีให้ความรู้เรื่องโรคสตรีที่ไม่ติดต่อและการใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นที่สุดเพื่อการป้องกันโรคที่สามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรสำหรับเยาวชนไทย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสได้รับความเสี่ยงจากการขาดประสบการณ์ และความรู้เรื่องการป้องกันได้มากที่สุด

“โรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับทุกกลุ่มประชากร โดยเฉพาะที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ นอกจากนี้แม้ที่ผ่านมาจะมีการรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันโรคที่สามารถติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์กันอย่างกว้างขวาง แต่ยังมีประชาชนบางส่วนไม่ทราบว่ามีโรคบางโรคสามารถติดต่อได้ทั้งๆ ที่มีการใช้ถุงยางอนามัย ได้แก่ โรคเริม และหูดหงอนไก่ โดยรอยโรคอาจเกิดขึ้นภายนอกบริเวณที่ใส่ถุงยาง หากสัมผัสโดยตรงอาจติดเชื้อได้” รศ.พญ.เจนจิต กล่าว

การเข้าถึงความรู้เรื่องโรคติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์จากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด จึงนำมาสู่ผลิตสื่อสอนเพศสัมพันธ์ศึกษาเพื่อประชาชน ที่เข้าใจง่ายโดยการตั้งคำถาม และตอบคำถามที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการรู้ จากประสบการณ์ตรงทางคลินิก ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนทั่วไป ตลอดจนเยาวชนไทยเพื่อการดูแลตัวเองในเบื้องต้น รวมทั้งการใช้ชีวิตอยู่กับผู้ป่วยโรคติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยผู้ป่วยโรคติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับครอบครัว และบุคคลทั่วไป

สามารถใช้ห้องน้ำเดียวกันได้และใช้เครื่องซักผ้าเครื่องเดียวกันได้ แต่อาจถ่ายทอดเชื้อได้หากมีการสัมผัสโดยตรงกับเยื่อบุผิวในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ใช้ผ้าเช็ดตัว และชุดชั้นในร่วมกัน ตลอดจนการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้ป้องกัน ฯลฯ นอกจากนี้ การเรียนรู้วิธีที่จะปฏิเสธการมีเพศสัมพันธ์เมื่อยังไม่พร้อมก็เป็นเรื่องที่สำคัญ โดย รศ.พญ.เจนจิต ได้แนะให้วัยรุ่นใช้หลักการมองถึงคุณค่าของตัวเอง และอนาคตในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรหากต้องตั้งครรภ์ขณะไม่พร้อม โดยรู้จักที่จะต่อรองด้วยเหตุผล และมีการป้องกันอย่างเหมาะสม

“ไม่ควรลืมว่า โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นโรคที่ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อตัวเอง ยังส่งผลกระทบต่อผู้อื่นเสมอไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ดังนั้น จึงควรใช้สติและมีการป้องกันทุกครั้งซึ่งวิธีการป้องกันที่ดีที่สุด คือ การมีความรู้ความเข้าใจจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง” รศ.พญ.เจนจิต ฝากทิ้งท้าย

มหาวิทยาลัยมหิดล

‘สสส.’สานพลัง‘มูลนิธิหมู่บ้านพลัม’ จัดกิจกรรม‘ThaiHealth Watch 2022 The Series’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690876

‘สสส.’สานพลัง‘มูลนิธิหมู่บ้านพลัม’  จัดกิจกรรม‘ThaiHealth Watch 2022 The Series’

‘สสส.’สานพลัง‘มูลนิธิหมู่บ้านพลัม’ จัดกิจกรรม‘ThaiHealth Watch 2022 The Series’

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวว่า รายงานการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ระบบและบริการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคม สำหรับเด็กและวัยรุ่นในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ปี 2565 โดยกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย พบ 1 ใน 7 ของวัยรุ่นไทย มีความผิดปกติทางจิตประสาทอารมณ์ เสี่ยงเกิดความเครียดสะสมนำไปสู่การฆ่าตัวตาย สาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 3 ของวัยรุ่น

ซึ่ง สสส. เห็นความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้น เร่งสานพลัง มูลนิธิหมู่บ้านพลัม ประเทศไทย จัดกิจกรรม ThaiHealth Watch 2022 The Series : The Wake Up Tour in Bangkok ในหัวข้อ Happiness in Your Pocket ความสุขในกระเป๋า เปิดพื้นที่ให้วัยรุ่นเข้าร่วมฟื้นฟูปัญหาสุขภาพจิต กว่า 60 คน โดยความสุขในกระเป๋า คือ ความสุข ความพอใจ ในชีวิตความเป็นอยู่ที่สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยตัวเอง หยิบมาใช้ได้ตลอดเวลาโดยกิจกรรมครั้งนี้ มีคณะนักบวชวัยหนุ่ม-สาวชาวไทย ต่างชาติ 16 รูป เข้าร่วมแบ่งปันประสบการณ์

ถ่ายทอดแรงบันดาลใจเพิ่มความสามารถรับมือกับความเครียดหรือความไม่แน่นอนในชีวิตประจำวัน แนะนำการค้นหาความสุขผ่านการฝึก “กลับบ้านที่แท้จริง” ภายใน สู่ความสงบสันติ เช่น ภาวนาด้วยบทเพลงแห่งสติ รับประทานอาหารอย่างมีสติ ผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ ตระหนักรู้เรื่องราวภายในตนเอง แบ่งปันเรื่องราวแก่กันและกัน ฟังอย่างมีสติ เดินในวิถีแห่งสติ ถือเป็นการฝึกเจริญสติเพื่อหาความสุขแบบง่ายๆ ผ่านเทคนิคที่คณะนักบวชวัยเดียวกัน นำมาสอนผู้เข้าร่วมกิจกรรม เน้นสร้างความรู้ความเข้าใจด้านอารมณ์ แนะแนวทางป้องกันและดูแลตัวเอง เพิ่มภูมิคุ้มใจ ฟื้นฟูภาวะเครียดสะสมให้ดีขึ้น

ทั้งนี้ สสส. มุ่งสร้างความตระหนักรู้เพื่อให้คนไทยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาดูแลสุขภาพ โดยจัดทำประเด็นทิศทางสุขภาพคนไทย ThaiHealth Watch ครอบคลุมสุขภาวะ 4 มิติ กาย จิต ปัญญา สังคม เป็นประจำทุกปี สอดคล้องกับสถานการณ์สุขภาพที่ทันท่วงที โดยงานแถลงข่าว Thaihealth Watch 2023 จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2566 จะจัดขึ้นในวันที่ 20 ธ.ค. 2565 เวลา 13.30-16.00 น. ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ กรุงเทพฯ ติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ https://resourcecenter.thaihealth.or.th/thaihealth-watch

ประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครั้งที่ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690873

ประชุมวิชาการนานาชาติ  เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครั้งที่ 2

ประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครั้งที่ 2

วันพุธ ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ “การประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครั้งที่ 2 : ก้าวสู่ความเสมอภาคไปด้วยกัน” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้โดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ร่วมกับองค์การเพื่อการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติสำนักงานเพื่อการศึกษาส่วนภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ยูเนสโก กรุงเทพฯ), สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของยูนิเซฟ (UNICEF EAPRO), ยูนิเซฟ ประเทศไทย, องค์การรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(SEAMEO), มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย),มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี และกระทรวงศึกษาธิการ

ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า การเร่งฟื้นฟูเด็กและเยาวชนกลับสู่ภาวะปกติ จนสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียม ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ด้วยแนวทาง All for Education ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 2022 ความรู้และประสบการณ์จากการประชุมจะช่วยให้แต่ละประเทศเกิดแผนฟื้นฟูและพัฒนาเด็กที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

เกิดการลงทุนเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืนในระยะยาว และเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยลดภาวะ “Lost Generation” ซึ่งจะเป็นความสูญเสียที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมไทย และสังคมโลกอย่างมหาศาล โดยการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ช่องว่างความเสมอภาคทางการศึกษาชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคด้านทักษะทางดิจิทัลและความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล สภาวะเศรษฐกิจของครอบครัว และการดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านการศึกษา

“วิกฤตการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มเด็กเปราะบางเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ขณะที่เด็กทั่วไปก็เผชิญกับความเสี่ยงของภาวะสูญเสียการเรียนรู้(Learning Loss) ดังนั้น การมีแผนเพื่อฟื้นฟูการเรียนการสอนภายหลังการระบาดและการสรุปบทเรียนเพื่อเรียนรู้จากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อลดวิกฤต Lost Generation (รุ่นแห่งความสูญเสีย) ที่กำลังเกิดขึ้น” ดร.ไกรยส กล่าว

ในงานครั้งนี้ ตัวแทนจากองค์กรต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน และการแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยให้บรรดาพันธมิตร
ได้นำไปปรับใช้เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในพื้นที่ของตนเอง โดยรวมเห็นตรงกันว่าให้มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพ เรื่องที่ทุกประเทศต้องดำเนินการเร่งด่วนในเวลานี้คือการเปิดโรงเรียน การฟื้นฟูการศึกษาสร้างการศึกษาที่ต่อเนื่องเพื่อทุกคน

และการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรและระบบการศึกษา เพื่อป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา และพัฒนาระบบการศึกษา
บนพื้นฐานที่ต้องไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง นอกจากนั้น ยังสนับสนุนการศึกษาในวัยผู้ใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเน้นย้ำว่ากลุ่มการศึกษานอกโรงเรียนเป็นกลุ่มใหญ่มีประชากรจำนวนมากจึงต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กลุ่มการศึกษาในระบบ

Rika Yorozu (ริกะ โยโรซุ) หัวหน้าสำนักงานบริหารและผู้ประสานงานโครงการระดับภูมิภาค ยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าวว่า ในระดับภูมิภาค ยูเนสโก กรุงเทพฯ จะสนับสนุนการปฏิบัติงานตามถ้อยแถลงความมุ่งมั่นในระดับประเทศหลัง APREMC II และ TES ยูเนสโก กรุงเทพฯ จะยังคงทำโครงการความคิดริเริ่มต่างๆ เพื่อเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในภูมิภาค รวมถึงในไทย เรามีความมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่เป็นสำนักเลขาธิการของเครือข่ายพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Equitable Education Alliance) ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ปฏิบัติงานด้านความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมกับ กสศ. และภาคีสมาชิกใหม่ที่อาจมาเข้าร่วมหลังการประชุมครั้งนี้

ดร.เอเทล แอ็กเนส ปาสกวา-วาเลนซุเอลา ผู้อำนวยการ SEAMEO ซึ่งได้เข้าร่วม TES ได้แบ่งปันประเด็นหารือต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมครั้งนี้ว่า ปฏิญญาของเยาวชน ถ้อยแถลงวิสัยทัศน์ และความคิดริเริ่มในระดับโลกที่นำเสนอกันที่ TES สามารถนำมาใช้ต่อยอดในการประชุมของเราในครั้งนี้ได้ซึ่งมุ่งสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมจากหลากประสบการณ์และบริบท ด้วยความหวังว่าสิ่งเหล่านี้และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนจะทำให้เราสามารถพลิกโฉมการศึกษาได้และทำให้ระบบการศึกษาครอบคลุมและเสมอภาคมากกว่าที่เป็นมา

Kyungsun Kim (คยองซอน คิม) ผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟประเทศไทย (UNICEF Thailand) กล่าวว่า เราจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูการเรียนรู้ที่หายไปตั้งแต่ก่อนและระหว่างการระบาดของโควิด-19 การทำงานและประสานงานร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นของช่วงเวลานี้ ทั่วโลกเพิ่งเริ่มเข้าใจถึงผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 และข้อจำกัดต่างๆ ที่มีต่อเด็ก และการเรียนรู้ของพวกเขา

ซึ่งเด็กอายุ 10 ปี จากประเทศยากจนและรายได้ปานกลางไม่สามารถอ่านหนังสือหรือเข้าใจเรื่องราวง่ายๆ ได้ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 53 เป็นร้อยละ 70 ซึ่งเป็นทักษะขั้นพื้นฐานจำเป็นจึงบั่นทอนโอกาสที่เด็กคนนั้นจะได้รับการพัฒนาจนเต็มศักยภาพ ทำให้ไม่มีทางเลือกมากนัก และบีบให้ต้องจำยอมตกเป็นเบี้ยล่างและการเอารัดเอาเปรียบของสังคม เช่น หากเป็นเด็กหญิงก็ต้องถูกบีบบังคับให้แต่งงานก่อนวัยอันควร กลายเป็นคุณแม่วัยใสที่ยังไม่พร้อม หรือหากเป็นเด็กชายก็กลายเป็นแรงงานเด็กราคาถูก

ผลการศึกษาล่าสุดที่เปิดเผยที่ทางธนาคารโลกจัดทำร่วมกับยูเนสโก, ยูนิเซฟ, กระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร (UK government Foreign Commonwealth and Development Office -FCDO), USAID และ มูลนิธิบิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน 2564 พบว่า อัตราความอ่อนด้อยทางการเรียนรู้ของเด็กเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแม้ในประเทศที่มีการเรียนออนไลน์มาใช้ ส่งผลให้เด็กนักเรียนรุ่นนี้ มีแนวโน้มสูญเสียรายได้ที่ควรจะหาได้จากช่วงชีวิตของตอนถึง 21 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่าร้อยละ 17 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โลกในปัจจุบัน

กองทุนเพื่อความเสมอภาคทาง
การศึกษา (กสศ.) และยูเนสโก กรุงเทพฯ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครั้งที่ 5 ภายใต้การหาแนวทางส่งเสริมกิจกรรมเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (The 5th Meeting of Equitable Education Alliance : Identify Opportunities for EEA Activities) ซึ่งมีผู้แทนจาก 10 องค์กร ใน 12 ประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาไปพร้อมๆ กัน กสศ. ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้การศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมเข้าถึงได้สำหรับทุกคน!!!

บพท.ผนึกกำลัง26มหา’ลัย นำความรู้-งานวิจัยพร้อมใช้สู่ชุมชน สร้าง‘นวัตกร’เคลื่อนศก.ฐานราก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690954

บพท.ผนึกกำลัง26มหา’ลัย นำความรู้-งานวิจัยพร้อมใช้สู่ชุมชน สร้าง‘นวัตกร’เคลื่อนศก.ฐานราก

บพท.ผนึกกำลัง26มหา’ลัย นำความรู้-งานวิจัยพร้อมใช้สู่ชุมชน สร้าง‘นวัตกร’เคลื่อนศก.ฐานราก

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 21.28 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ชี้แจงผลลัพธ์การดำเนินการแผนงานวิจัย “ชุมชนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ในห้วงปีงบประมาณ 2563ต่อเนื่องถึงปีงบประมาณ 2565 ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่ประเทศไทยเผชิญกับมรสุมเศรษฐกิจ และสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของโควิด-19 ว่า แผนงานวิจัยดังกล่าวบรรลุเป้าหมายเป็นอย่างดีในการนำนวัตกรรม องค์ความรู้ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ไปสร้างความเข้มแข็งและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

ตลอดจนคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ ทำให้ประชาชนสามารถนำองค์ความรู้และนวัตกรรมจากงานวิจัยไปใช้ในการบริหารจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง สามารถพึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งความสำเร็จของแผนงานวิจัยชุมชนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันอย่างดีระหว่าง บพท.กับคณาจารย์ คณะนักวิจัยจากสถาบันอุดมศึกษา 26 แห่ง โดยมีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เป็นแกนหลัก ซึ่งส่งผลให้เกิดชุมชนนวัตกรรมขึ้นใน 753 ตำบล ครอบคลุมพื้นที่ 35 จังหวัดทั่วประเทศ

เกิดการสร้างนวัตกรชุมชน 3,476 คน และเทคโนโลยีตลอดจนนวัตกรรมพร้อมใช้ รวมทั้งนวัตกรรมกระบวนการ สำหรับการแก้ปัญหาระดับชุมชนมากกว่า 860 นวัตกรรม ทั้งนี้ นวัตกรชุมชนกว่า 3,476 คน ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการดำเนินการตามแผนงานวิจัยชุมชนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน คือกลไกที่มีบทบาทอย่างสูงต่อความยั่งยืนของการพัฒนาชุมชน ในฐานะสื่อกลางในการนำองค์ความรู้ และนวัตกรรมไปใช้สร้างการเปลี่ยนแปลง และจัดการปัญหาในชุมชน ขณะเดียวกันแผนงานวิจัยชุมชนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“ในช่วงปีงบประมาณ 2563-2565 ยังมีส่วนอย่างสำคัญในการพลิกฟื้นมูลค่าเศรษฐกิจฐานราก และมูลค่าสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ถึงร้อยละ 10-20 อีกทั้งยังเกิดการนำนวัตกรรมเข้าสู่การทำแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายระดับ ผ่านกลไกกระบวนการเรียนรู้ (Learning and Innovation Platform-LIP) และเกิดการสร้างระบบข้อมูลด้านเทคโนโลยีรวมทั้งข้อมูลด้านนวัตกรรมระดับประเทศด้วย” นายกิตติ กล่าว

ผศ.ดร.วารุณี อริยวิริยะนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในฐานะหัวหน้าโครงการประสานงานและบริหารจัดการเพื่อการสร้างแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพสูงสำหรับขับเคลื่อนโครงการชุมชนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวเสริมว่า ผลงานความสำเร็จของการดำเนินการแผนงานวิจัยชุมชนนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ของปีงบประมาณ 2563-2565 ได้ถูกประมวลมาจัดแสดงในงาน“ชุมชนนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ (Learning and Innovation Community)”

โดยงานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “สร้างชุมชนดี นวัตกรเด่น เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ณ ห้องแกรนด์บอลรูม 1-2 ชั้น 5 โรงแรมเอส 31 ถ.สุขุมวิท กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 8-9 พ.ย. 2565 ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก บพท.จำนวน 15 ชุดโครงการ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วทุกภาคของประเทศ เช่น โครงการพัฒนาชุมชนนวัตกรรมด้วยการยกระดับศักยภาพด้านการท่องเที่ยวนโยบายสาธารณะ วิสาหกิจชุมชน และผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยมหาวิทยาลัยพะเยา

การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีภายใต้บริบทชุมชน “เขา ป่า นา เล” ในพื้นที่จังหวัดตรังและจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย-การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและต้นแบบแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรมพร้อมใช้และนวัตกรชุมชน โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน นวัตกรรมการพัฒนาระบบและกลไกการจัดการตนเองของชุมชนเพื่อรองรับสังคมสูงวัย โดยความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาควิชาการและภาคีเครือข่ายจังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ การยกระดับเศรษฐกิจและการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในพื้นที่เมืองเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อสร้างเป็นต้นแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้/ นวัตกรรมด้วยการจัดการชุมชนสร้างการเรียนรู้บนฐานทรัพยากร โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

– 006

‘ตรีนุช’เผย ครม.ไฟเขียวตั้ง‘ธีร์’นั่งรอง กพฐ.ดูแลความปลอดภัยเด็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690857

‘ตรีนุช’เผย ครม.ไฟเขียวตั้ง‘ธีร์’นั่งรอง กพฐ.ดูแลความปลอดภัยเด็ก

‘ตรีนุช’เผย ครม.ไฟเขียวตั้ง‘ธีร์’นั่งรอง กพฐ.ดูแลความปลอดภัยเด็ก

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.48 น.

เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบแต่ตั้งโยกย้าย ผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.จำนวน 2 ตำแหน่ง ดังนี้ นายธีร์ ภวังคนันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) และ นายวีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ

ทั้งนี้ ตั้งใจให้นายธีร์ ไปช่วยดูแลงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของเด็ก ซึ่งถือว่ามีความสำคัญ และอยากให้ทำงานในเชิงรุก และจะต้องมีหน่วยงานเข้าไปกำกับดูแลให้เร็วกว่าเดิม คิดว่า นายธีร์น่าจะมีความเหมาะสม ที่จะเข้าไปช่วยดูแลงานในส่วนนี้ เพราะเป็นผู้ที่เคยทำงานเรื่องการดูแลความปลอดภัยของนักเรียนมาตลอด โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

“ส่วนนายวีระ เป็นผู้ที่มีบทบาทการทำงานในส่วนภูมิภาค และการทำงานในหลายเรื่อง จากนี้ไปมีหลายเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. และร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ตามอัธยาศัย ซึ่งใกล้จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ในวาระ 2 และ 3 ซึ่งในส่วนของสำนักงานปลัด ศธ.จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเข้ามาช่วยทำกฎหมายลูกต่างๆ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องขยับนายวีระ เพื่อหาคนที่เหมาะสมมาทำงานในส่วนนี้ให้ตรงตามเป้าหมาย ซึ่งเดิมทุกคนก็ทำงานได้ดี แต่ส่วนตัวมีความกังวล เรื่องของบริบทการทำงานของ ศธ.รวมถึง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 19/2560 เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ ศธ.ซึ่งได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเลกษาแล้ว จึงจำเป็นต้องเตรียมคนเพื่อรองรับในส่วนนี้” น.ส.ตรีนุช กล่าว

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และรองปลัด ศธ.ที่ว่างลงนั้น ก็จะเร่งดำเนินการสรรหาผู้เหมาะสมต่อไป

อธิการบดี ม.ศรีปทุม ให้โอวาท นักศึกษาปฏิบัติหน้าที่ในงาน VOTF2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690597

อธิการบดี ม.ศรีปทุม ให้โอวาท นักศึกษาปฏิบัติหน้าที่ในงาน VOTF2022

อธิการบดี ม.ศรีปทุม ให้โอวาท นักศึกษาปฏิบัติหน้าที่ในงาน VOTF2022

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม ให้โอวาทนักศึกษา ผู้แทนเยาวชนจากประเทศไทย (VOTF2022 Thailand Delegates) และนักศึกษาอาสาสมัคร Liaison Officers ที่ปฏิบัติหน้าที่ในงานประชุมผู้นำเยาวชน APEC 21 เขตเศรษฐกิจ Voices of the Future 2022 (VOTF2022) ในการประชุม APEC 2022

โดยมี อาจารย์เปรมจิต เสาวคนธ์ รองอธิการบดีพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าร่วมในพิธี ณ Exhibition Hall โซน Aอาคาร 11 มหาวิทยาลัยศรีปทุม เมื่อเร็วๆ นี้

มจธ. จัดอบรม และฝึกคนพิการ ทำงานในองค์กรและทำอาชีพอิสระ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690595

มจธ. จัดอบรม และฝึกคนพิการ  ทำงานในองค์กรและทำอาชีพอิสระ

มจธ. จัดอบรม และฝึกคนพิการ ทำงานในองค์กรและทำอาชีพอิสระ

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า มจธ. นอกจากเป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้กับประเทศแล้ว อีกหน้าที่หนึ่งคือการสร้าง

วัฒนธรรมการมีจิตสาธารณะให้เกิดขึ้นกับบุคลากรและนักศึกษาได้เห็นถึงความเสียสละ การนำความรู้ความสามารถและศักยภาพที่มีช่วยเหลือสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ประเทศเติบโตและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน การอบรมนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับบริษัท องค์กรภาครัฐ และต่อคนพิการเองในการนำความรู้ และทักษะที่ได้รับการฝึกฝนนำไปประกอบอาชีพหรือทำงานในบริษัทและการใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมีคุณค่าต่อไปในสังคม

อาจารย์สุเมธ ท่านเจริญ ประธานโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนพิการ มจธ.กล่าวว่า การจัดทำโครงการฝึกอบรม-ฝึกงานคนพิการเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าทำงานในสถานประกอบการและประกอบอาชีพอิสระ ในปีนี้เป็นรุ่นที่ 9จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม-31 ตุลาคม 2565รวม 6 เดือน มีคนพิการเข้าร่วมอบรมรวมทั้งสิ้น 33 คนใน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตร เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงาน 13 คน หลักสูตรการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล 8 คน และหลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมท้องถิ่น 12 คน แบ่งเป็นการอบรมพื้นฐานทั่วไปด้านสังคม อบรมด้านวิชาชีพ และฝึกงานในสถานประกอบการจริง หรือ ทำโครงงานด้านอาชีพอิสระ ซึ่งความท้าทายของโครงการ คือ การคัดกรองคนพิการเข้าร่วมโครงการ และการเรียนรู้ร่วมกันของคนพิการที่มีพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกันตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงระดับปริญญาตรี การอบรมจึงเป็นการออกแบบเนื้อหาให้เป็นไปในรูปแบบการใช้กิจกรรมร่วมเพื่อการเรียนรู้ (Activities Based Learning) และการดำเนินโครงการเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของ มจธ. และเครือข่ายพันธมิตร โดยการฝึกอบรมเป็นแบบผสมผสานมีทั้งแบบออนไลน์และแบบออนไซต์

หลังจากอบรม หลักสูตรการผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล ได้สร้างสรรค์ผลงานออกแบบ เพื่อนำไปจัดวางบนผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สมุดบันทึกสติ๊กเกอร์ ถุงหุ้มกระเป๋าเดินทาง เป็นต้นเพื่อทำการผลิตและจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ “ทำ” และพร้อมจัดจำหน่ายในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ต่อไป สำหรับหลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมท้องถิ่นได้ฝึก ณ ศูนย์การเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนบ้านนางอย-โพนปลาโหล อ.เต่างอยจ.สกลนคร ส่วนใหญ่เป็นคนพิการสูงอายุในชุมชน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ผลิตและจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ “เฮ็ดดิ” เป็นการนำความรู้ภูมิปัญญาของชาวบ้านมาผสมผสานกับความรู้เชิงวิชาการต่อยอดสร้างสรรค์ผลงานผ้าย้อมคราม และได้ร่วมออกร้านในการแสดงสินค้าของจังหวัดสกลนครและขายออนไลน์ สามารถสร้างรายได้แล้วกว่า 60,000 บาท

ประธานโครงการ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผลดำเนินโครงการที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2557-2565 มีสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ 10 แห่ง มีคนพิการเข้าร่วม 359 คน คนพิการที่ได้รับการจ้างงานคิดเป็นร้อยละ 50 ของผู้เข้าร่วมอบรมทั้งหมด และในปี 2566 ซึ่งจะครบ 10 ปี ของโครงการฯ มจธ. มีแผนในการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการจ้างงานและการใช้ชีวิตในวิถีปกติของคนพิการ อาทิ การเสวนาด้านอาชีพคนพิการ และการประกวดนวัตกรรมเพื่อคนพิการ เป็นต้น นอกจากนี้จะมีการถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา “1 ทศวรรษมจธ. เพื่อพี่น้องคนพิการ” พร้อมกับการทำวิจัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในคุณภาพชีวิตของคนพิการทั้ง 10 รุ่นเพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายต่อไป

ดร.คุณหญิงกัลยา เพิ่มพื้นที่สีเขียว หนุนเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690599

ดร.คุณหญิงกัลยา เพิ่มพื้นที่สีเขียว  หนุนเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม

ดร.คุณหญิงกัลยา เพิ่มพื้นที่สีเขียว หนุนเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และประธานมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อร่วมกันสร้างค่านิยมทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้ สร้างป่าระหว่างมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยโดยมี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และมูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ โดยพลเรือเอกประพฤติพร อักษรมัต รองประธานกรรมการมูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะที่กระทรวงศึกษาธิการ

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและเพิ่มพื้นที่สีเขียวในโรงเรียนเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ได้ขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เพื่อปลูกฝังให้เด็กนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาเห็นคุณค่าและตระหนักถึงความสำคัญ ที่ผ่านมาในฐานะที่กำกับดูแลวิทยาลัยเกษตร เทคโนโลยี และประมง และวิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ ได้เชิญชวนให้ทุกวิทยาลัย ให้ปลูกต้นไม้แห่งละ 50 ไร่ ถึง 100 ไร่ รวมถึงปลูกต้นไม้มีค่าเพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงให้ลูกหลานในอนาคต ทั้งยังขับเคลื่อนโครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองในพื้นที่โรงเรียนและวิทยาลัย Green School & Green College โครงการที่ดำเนินการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยจะใช้พื้นที่ในวิทยาลัย (Green College) และพื้นที่โรงเรียน (Green School) พัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวในเมือง ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และในฐานะประธานมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ตลอด 36 ปีที่ผ่านมา ก็ได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการพลิกฟื้นป่าไปไม่ต่ำกว่า 87,000 ไร่ จัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนและบุคคลทั่วไปมานับครั้งไม่ถ้วน จนมูลนิธิฯได้รับเลือกให้เป็นองค์กรดีเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพียงประการเดียว คือการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับแผ่นดินไทย โดยดำเนินตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของในหลวง รัชกาลที่ 9และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) กล่าวว่าความร่วมมือในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้มีส่วนร่วมช่วยกันปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวจนเป็นป่าเพื่อให้ต้นไม้และป่าได้ช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสนับสนุนนโยบายการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งกำหนดเป้าหมายเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศภายในปี 2580 ทั้งพื้นที่อนุรักษ์เดิมที่ต้องรักษา ปลูกเสริมในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม เพิ่มพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ และป่าในเมือง รวมทั้งโอกาสในการซื้อขายคาร์บอนในอนาคตได้อีกทางหนึ่งด้วย

พลเรือเอกประพฤติพร อักษรมัตรองประธานกรรมการมูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ กล่าวว่า มูลนิธิได้เริ่มส่งเสริมให้มีการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้มาตั้งแต่ปี 2560 โดยให้ปลูกต้นไม้เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการร่วมสนับสนุนสร้างค่านิยมทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้ สร้างป่า เพื่อร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้ สร้างป่า เพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งในที่ดินของตนเอง ที่สาธารณประโยชน์ เป็นการสร้างพื้นที่สีเขียวให้เพิ่มขึ้นกระจายทั่วประเทศ

นร.สุโขทัยวิทยาคม คว้าเหรียญทองแดง คาราเต้โด เยาวชนชิงแชมป์โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690596

นร.สุโขทัยวิทยาคม คว้าเหรียญทองแดง  คาราเต้โด เยาวชนชิงแชมป์โลก

นร.สุโขทัยวิทยาคม คว้าเหรียญทองแดง คาราเต้โด เยาวชนชิงแชมป์โลก

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายณัฏฐกฤต อินกลอย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย)สร้างผลงานด้วยการคว้าเหรียญทองแดง ประเภทต่อสู้ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 57 กิโลกรัม ชาย ในการแข่งขันกีฬาคาราเต้โดเยาวชนชิงแชมป์โลก รายการ World Junior Cadet and U21 karate championships KONYA 2022 ณ เมืองคอนย่า ประเทศตุรเคีย เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2565

การแข่งขันในครั้งนี้ นอกจากนายณัฏฐกฤต อินกลอยแล้ว ยังมีตัวแทนนักเรียนได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมแข่งขันอีก 1 คน คือ นายธนกร เต่าเล็ก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสุโขทัยวิทยาคม โดยมีครูผู้ควบคุมทีมผู้ฝึกสอนและโค้ช คือ นายอมรพันธ์ อุตสาหกิจ และนายพิชัยยุทธ กนกวิไลกุล นับว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกของกีฬาคาราเต้โดในประเทศไทย ที่ทำให้เด็กได้ค้นพบความสามารถของตนเอง และพัฒนาตนเองสู่ความสำเร็จประดับโลก

ผู้ปกครองเช็คด่วน! สพฐ.ออกปฏิทินรับนักเรียนปีการศึกษา 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/690563

ผู้ปกครองเช็คด่วน! สพฐ.ออกปฏิทินรับนักเรียนปีการศึกษา 2566

ผู้ปกครองเช็คด่วน! สพฐ.ออกปฏิทินรับนักเรียนปีการศึกษา 2566

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.09 น.

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ออกปฏิทินการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2566 ดังนี้

ระดับชั้นก่อนประถมศึกษา รับสมัครวันที่ 12 – 16 ก.พ.2566 จับฉลาก และประกาศผล วันที่ 19 ก.พ.2566 มอบตัว วันที่ 26 ก.พ.2566 – เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี) รับสมัคร วันที่ 12 – 16 ก.พ.2566 ประกาศผล และรายงานตัว 19 ก.พ.2566 มอบตัว 26 ก.พ.2566

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1) รับสมัคร 21 – 25 ก.พ.2566 จับฉลาก ประกาศผล และรายงานตัว 5 มี.ค.2566 มอบตัว 11 มี.ค.2566 – เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี) รับสมัคร 21 – 25 ก.พ.2566 ประกาศผลและรายงานตัว 5 มี.ค.2566 มอบตัว 11 มี.ค.2566

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.1) ยื่นความจำนง 29 มี.ค. – 4 เม.ย.2566 ประกาศผล 7 เม.ย.2566 มอบตัว 8 เม.ย.2566 – สอบคัดเลือก (ถ้ามี) รับสมัคร 11 -15 มี.ค.2566 สอบ/คัดเลือก 25 มี.ค.2566 ประกาศผลและรายงานตัว 29 มี.ค.2566 มอบตัว 1 เม.ย.2566 – ความสามารถพิเศษ (ถ้ามี) รับสมัคร 11 – 12 มี.ค.2566 สอบ/คัดเลือก 15 มี.ค.2566 ประกาศผลและรายงานตัว 16 มี.ค.2566 มอบตัว 1 เม.ย.2566 – เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี) รับสมัคร 11 – 15 มี.ค.2566 สอบ/คัดเลือก 25 มี.ค.2566 ประกาศผลและรายงานตัว 29 มี.ค.2566 มอบตัว 1 เม.ย.2566 – จับฉลาก (ถ้ามี) รับสมัคร 11 – 15 มี.ค.2566 จับฉลาก 31 มี.ค.2566 ประกาศผลและรายงานตัว 31 มี.ค.2566 มอบตัว 1 เม.ย.2566

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) ที่เปิดสอน ม.ต้น และ ม.ปลาย นักเรียนที่จบ ม.3 เดิม รับสมัครตามที่โรงเรียนกำหนด ประกาศผลและรายงานตัวตามที่โรงเรียนเดิมกำหนด มอบตัว 2 เม.ย.2566 – สอบคัดเลือก (นักเรียนที่จบ ม.3 จากโรงเรียนอื่น และโรงเรียนเดิม) รับสมัคร 11 – 15 มี.ค.2566 สอบ/คัดเลือก 26 มี.ค.2566 ประกาศผลและรายงานตัว 30 มี.ค.2566 มอบตัว 2 เม.ย.2566 – ความสามารถพิเศษ (ถ้ามี) รับสมัคร 11 – 12 มี.ค.2566 สอบ/คัดเลือก 16 มี.ค.2566 ประกาศผลและรายงานตัว 17 มี.ค.2566 มอบตัว 2 เม.ย.2566 – เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี) รับสมัคร 11 – 15 มี.ค.2566 สอบคัดเลือก 26 มี.ค.2566 ประกาศผลและรายงานตัว 30 มี.ค.2566 มอบตัว 2 เม.ย.2566

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) ที่เปิดสอนเฉพาะ ม.ปลาย (ยกเว้นโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา) รับสมัคร 11 – 15 มี.ค.2566 สอบ/คัดเลือก 26 มี.ค.2566 ประกาศผลและรายงานตัว 30 มี.ค.2566 มอบตัว 2 เม.ย.2566 – ความสามารถพิเศษ (ถ้ามี) รับสมัคร 11 – 12 มี.ค.2566 สอบ/คัดเลือก 16 มี.ค.2566 ประกาศผลและรายงานตัว 17 มี.ค.2566 มอบตัว 2 เม.ย.2566 – เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี) รับสมัคร 11-15 มี.ค.2566 สอบ/คัดเลือก 26 มี.ค.2566 ประกาศผลและรายงานตัว 30 มี.ค.2566 มอบตัว 2 เม.ย.2566

โรงเรียนที่มีลักษณะพิเศษ – โรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการ รับสมัคร 9 ก.พ. – 2 มี.ค.2566 ประกาศผล 3 เม.ย.2566 รายงานตัวและมอบตัวภายใน 8 เม.ย.2566 – โรงเรียนที่จัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส รับสมัคร 9 ก.พ. – 2 มี.ค.2566 สอบ/คัดเลือก 7 – 29 มี.ค.2566 ประกาศผล 3 เม.ย.2566 รายงานตัวและมอบตัว ภายใน 8 เม.ย.2566

โรงเรียนวัตถุประสงค์พิเศษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.1) รับสมัคร 21 – 25 ก.พ.2566 สอบ/คัดเลือก 5 มี.ค.2566 ประกาศผล รายงานตัว และมอบตัว ภายใน 23 มี.ค.2566 – ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) รับสมัคร 21 – 25 ก.พ.2566 สอบ/คัดเลือก 6 มี.ค.2566 ประกาศผล รายงานตัว และมอบตัว ภายใน 24 มี.ค.2566 – ภปร.ราชวิทยาลัย/ป.5 รับสมัคร 21 – 25 ก.พ.2566 สอบ/คัดเลือก 5 มี.ค.2566 ประกาศผล รายงานตัว และมอบตัว ภายใน 23 มี.ค.2566 – ภปร.ราชวิทยาลัย/ม.1 รับสมัคร 21 – 25 ก.พ.2566 สอบ/คัดเลือก 5 มี.ค.2566 ประกาศผล รายงานตัว และมอบตัว ภายใน 23 มี.ค.2566

โรงเรียนที่จัดห้องเรียนพิเศษก่อนประถมศึกษา/ป.1 รับสมัคร 4 – 8 ก.พ.2566 สอบ/คัดเลือก 12 ก.พ.2566 ประกาศผล รายงานตัว 15 ก.พ.2566 มอบตัวภายใน 18 ก.พ.2566 – ม.1 รับสมัคร 14-18 ก.พ.2566 สอบ/คัดเลือก 4 มี.ค.2566 ประกาศผล รายงานตัว และมอบตัว ภายใน 11 มี.ค.2566 – ม.4 รับสมัคร 14 – 18 ก.พ.2566 สอบ/คัดเลือก 5 มี.ค.2566 ประกาศผล รายงานตัว และมอบตัว ภายใน 11 มี.ค.2566

โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภูมิภาค ม.4 รับสมัคร 14 – 18 ก.พ.2566 สอบ/คัดเลือก 4 มี.ค.2566 ประกาศผลภายใน 10 มี.ค.2566 รายงานตัวภายใน 13 มี.ค.2566 และมอบตัวภายใน 22 มี.ค.2566