เภสัชจุฬาฯ ‘Guruya’ (กูรูยา) ช่องทางแนะนำการใช้ยาอย่างถูกวิธี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680012

เภสัชจุฬาฯ ‘Guruya’ (กูรูยา)  ช่องทางแนะนำการใช้ยาอย่างถูกวิธี

เภสัชจุฬาฯ ‘Guruya’ (กูรูยา) ช่องทางแนะนำการใช้ยาอย่างถูกวิธี

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อ.ภญ.ดร.อลิศรา แสงวิรุณ สุจริต ภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ดูแลโครงการให้คำปรึกษาผ่าน Line Official :Guruya (กูรูยา) เปิดเผยว่า “Guruya”เป็นช่องทางให้บริการโดยเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่ต้องการขอคำปรึกษาสามารถส่งคำถามและข้อสงสัยมาได้ที่ Line Official ได้ทันทีซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้สะดวกและปลอดภัย ด้วยความร่วมมือจากคณาจารย์และนิสิตคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ที่พร้อมให้คำแนะนำในการใช้ยาอย่างถูกวิธีทั้งการใช้ยาในกรณีทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หรือเพื่อการรักษาในกรณีที่จำเพาะเจาะจงสำหรับกรณีเฉพาะ

สำหรับคำถามที่มักพบบ่อยจากการให้บริการมาในระยะหนึ่ง อ.ภญ.ดร.อลิศราให้ข้อมูลว่า ผู้ขอรับคำปรึกษามักสอบถามการใช้ยาในระหว่างการติดเชื้อโควิด-19 และการรักษาอาการเบื้องต้น และคนที่เข้ามาขอคำปรึกษามักจะพบปัญหาจากการได้รับยาแล้วไม่มั่นใจว่าการเลือกทานยามีข้อจำกัดอะไรบ้าง หรือมีผลข้างเคียงอะไรที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้เตรียมตัวให้พร้อม ดังนั้น Guruya จึงเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้ป่วยได้ความรู้และเกิดความมั่นใจในการใช้ยาได้อย่างถูกวิธี”

Guruya พร้อมให้คำตอบไขข้อสงสัยเรื่องการใช้ยาได้อย่างปลอดภัยโดยให้บริการด้านข้อมูลและตอบคำถามสุขภาพทางเภสัชกรรมเท่านั้นหากมีปัญหาเรื่องยา โปรดปรึกษาเภสัชกร แต่ถ้ามีปัญหาเรื่องโรคต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ ผู้สนใจสามารถเข้ารับคำปรึกษา กับ Guruya ได้ทาง Line @guruya หรือสแกนคิวอาร์โค้ดผ่านโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์โดยจะมีเภสัชกรให้บริการ วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น.

สพฐ. มอบหมาย สพม.สุโขทัย พัฒนา ผอ.รร. ก่อนดำรงตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680020

สพฐ. มอบหมาย สพม.สุโขทัย พัฒนา ผอ.รร. ก่อนดำรงตำแหน่ง

สพฐ. มอบหมาย สพม.สุโขทัย พัฒนา ผอ.รร. ก่อนดำรงตำแหน่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

(สพฐ.) มอบหมายให้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย (สพม.สุโขทัย) เป็นหน่วยพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา รูปแบบออนไลน์ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาได้เพิ่มพูนความรู้ ทักษะ เจตคติที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพที่เหมาะสม ให้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและประโยชน์ของทางราชการ และเป็นไปตามเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ.กำหนด โดย ดร.เทอดชาติ ชัยพงษ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานพิธีเปิดการอบรมพัฒนา และ ดร.ศิริวรรณ ขวัญมุข รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุโขทัย เป็นประธานหน่วยพัฒนา

การพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ในรูปแบบออนไลน์ครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการพัฒนาจำนวน 43 คน การพัฒนาแบ่งเป็น 3 ระยะคือ ระยะที่ 1 การเสริมสร้างสมรรถนะ ระหว่างวันที่ 10-16 กันยายน 2565 ณ หน่วยพัฒนาสพม.สุโขทัย ระยะที่ 2 การเรียนรู้ในสภาพจริง ระหว่างวันที่ 17-26 กันยายน 2565 ณ สถานศึกษาต้นแบบ ระยะที่ 3 การจัดทำและนำเสนอแผนกลยุทธ์พัฒนาการศึกษาในสถานศึกษา ระหว่างวันที่ 27-29 กันยายน 2565
ณ หน่วยพัฒนา สพม.สุโขทัย

ต้อนรับ ปชส. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680011

ต้อนรับ ปชส. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

ต้อนรับ ปชส. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม โดย ผศ.ดร.กมล จิราพงษ์ คณบดีคณะดิจิทัลมีเดีย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและคณาจารย์ ต้อนรับคณะบุคลากรจาก สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมและฟังการบรรยายถ่ายทอดความรู้นวัตกรรมดิจิทัลและการผลิตคอนเทนต์ เพื่อเสริมสร้างในการปฏิบัติงานด้านการประชาสัมพันธ์ ณ คณะดิจิทัลมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม กทม. (บางเขน) เมื่อเร็วๆ นี้

รับโล่รางวัลดีเด่น Coding ภาคเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680017

รับโล่รางวัลดีเด่น Coding ภาคเหนือ

รับโล่รางวัลดีเด่น Coding ภาคเหนือ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบโล่รางวัล และเกียรติบัตร ผลงานดีเด่นด้าน Coding ระดับภาคเหนือ ประเภท Unplugged coding และ ประเภท Plugged Coding ระดับประถมศึกษา ให้แก่ น.ส.สรชา มาเมือง ครูโรงเรียนชุมชน 12 ท่าตาลประชาสฤษฏ์ และ น.ส.ฐิติมา เสือเถื่อน ครูโรงเรียนพิณพลราษฎร์ ตั้งตรงจิตร 12  สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 ที่โรงเรียนวัดเวฬุวัน (สารภีชนานุกูล) จ.เชียงใหม่ เร็วๆ นี้

วธ. แจงผลขับเคลื่อน Soft Power วัฒนธรรม สร้างรายได้เพิ่ม เป็นที่รู้จักของนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680023

วธ. แจงผลขับเคลื่อน Soft Power วัฒนธรรม  สร้างรายได้เพิ่ม เป็นที่รู้จักของนานาชาติ

วธ. แจงผลขับเคลื่อน Soft Power วัฒนธรรม สร้างรายได้เพิ่ม เป็นที่รู้จักของนานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมสมาชิกวุฒิสภา (สว.)มีสมาชิกวุฒิสภา ได้ตั้งกระทู้ถามความคืบหน้ากระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เรื่อง นโยบายการส่งเสริมการใช้ Soft Powerเพื่อเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศนั้นในฐานะผู้กำกับดูแล วธ. ได้ชี้แจงต่อที่ประชุม สว. ว่า  ขณะนี้กระแส Soft Powerของไทยที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก เช่น วัฒนธรรมไทย เครื่องแต่งกายชุดไทย อาหารไทย ต้มยำกุ้ง มัสมั่น ข้าวเหนียวมะม่วง ศิลปะไทย โนราห์ มวยไทย ฯลฯ ทำให้ไทยเป็นที่รู้จักระดับนานาชาติ เสริมสร้างภาพลักษณที่ดี ทั้งยัง
เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น ทางรัฐบาล จึงให้ความสำคัญกับการใช้ Soft Power เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ ทั้งในมิติสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ความมั่นคง และการสร้างเกียรติภูมิ ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีโลก โดยมอบหมายกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมกำหนดแนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัฒนธรรมไทย ผลิตภัณฑ์ด้านวัฒนธรรมไปสู่ตลาดต่างประเทศ สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ชุมชนและประเทศชาติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่าการบูรณาการขับเคลื่อน Soft Power ด้วยมิติวัฒนธรรม วธ.ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายดำเนินงาน อาทิ โครงการเที่ยวชุมชนยลวิถี และคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ การพัฒนาแอปพลิเคชั่น “เที่ยวเท่ๆ เสน่ห์เมืองไทย” ที่ให้บริการสืบค้นข้อมูลเส้นทางท่องเที่ยวและชุมชนยลวิถี 76 จังหวัด การยกระดับเทศกาลประเพณีสู่ระดับชาติและนานาชาติ การขับเคลื่อนการเสนอแหล่งวัฒนธรรมเพื่อขึ้นทะเบียนมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก การจัดงานด้านวัฒนธรรมระหว่างประเทศ “งานมหกรรมศิลปะนานาชาติ ครั้งที่ 2 Thailand Biennale,Korat 2021” การส่งเสริมอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ภายใต้กรอบแนวคิด “5F” สร้างชื่อเสียงและสร้างรายได้ในระดับสากล ประกอบด้วยอาหาร (Food) แฟชั่น (Fashion) ภาพยนตร์ (Film) ศิลปะการต่อสู้/มวยไทย (Fighting) และเทศกาลประเพณี(Festival) งานภาพยนตร์ วีดิทัศน์ สื่อ และอุตสาหกรรมสารัตถะ (Content Industry)โดยจัดทำแผน นโยบาย และมาตรการส่งเสริม Soft Power ด้วยมิติวัฒนธรรม

ทั้งนี้ ในภาพรวมรัฐบาลได้ขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมจนสำเร็จเป็นรูปธรรม ดังนี้ 1.มิติเศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้ จากสินค้าและบริการทางวัฒนธรรม อาทิ สินค้าวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์กว่า 1.45 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.9 ของ GDP การส่งออกอาหารไทยกว่า 1.1 ล้านล้านบาท คิดเป็นอันดับ 13 ของโลก ผ้าไทยกว่า 8.5 พันล้านบาทผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมไทย (CPOT) และผลิตภัณฑ์ชุมชนไทย (CCPOT) ประมาณ 700 ล้านบาท อุตสาหกรรมสารัตถะ (Content) ของไทย สร้างรายได้ราว 200,000 ล้านบาทต่อปี เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” 786 ล้านบาท/ปี และการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย ในปี 2564 จำนวน 5,000 ล้านบาท

2.มิติการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ จากผลสำรวจของสื่อมวลชน นิตยสาร ผู้ให้บริการบัตรเครดิต ในปี 2564 อาทิ ประเทศไทยเป็นประเทศที่รุ่มรวยด้านมรดกวัฒนธรรมเป็นลำดับที่ 7ของโลกของ US News ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมเป็นลำดับที่ 5 ของโลก รายงานจากนิตยสาร CEO World ประเทศไทยเป็นอันดับ 1 สุดยอดจุดหมายปลายทางของโลกโดย Mastercard และประเทศไทยยังได้เป็นอันดับ 1 สุดยอดเมือง Workation ของโลก จาก Holidu รวมถึงการประกาศรับรองจังหวัดเพชรบุรีเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร อีกทั้งมรดกทางวัฒนธรรมของไทยได้รับการประกาศจากยูเนสโก และขึ้นทะเบียนรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติในปี 2561 2562 และ 2564 ตามลำดับได้แก่ โขน นวดไทย และโนราห์ สำหรับในปี 2565 ประเทศไทยเป็นอันดับ 2 เมืองที่ดีที่สุดในโลกที่เหมาะสำหรับดิจิทัลโนแมด จาก Instant Offices ประเทศไทยเป็นอันดับ 35 จากการจัดอันดับ Soft Power Index อีกด้วย

ธรรมศาสตร์ MOU แกร็บ ประเทศไทย พัฒนาความรู้ ทักษะเชิงธุรกิจนักศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680014

ธรรมศาสตร์ MOU แกร็บ ประเทศไทย พัฒนาความรู้ ทักษะเชิงธุรกิจนักศึกษา

ธรรมศาสตร์ MOU แกร็บ ประเทศไทย พัฒนาความรู้ ทักษะเชิงธุรกิจนักศึกษา

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ คณบดี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ นายวรฉัตร
ลักขณาโรจน์ กรรมการบริหาร แกร็บ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมความรู้ และยกระดับศักยภาพเชิงธุรกิจของนักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัธรรมศาสตร์ ผ่านการเรียนรู้ และร่วมปฏิบัติงานจริงโดยมีทีมผู้บริหารของแกร็บ ประเทศไทย คอยให้คำปรึกษา

ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ GrabCampusที่แกร็บมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะและความสามารถเชิงธุรกิจของคนรุ่นใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานในโลกยุคดิจิทัลผ่านกิจกรรมหลัก อาทิ การจัดประกวดแผนธุรกิจ GrabSpark ส่งเสริมการใช้องค์ความรู้ทางธุรกิจและเทคโนโลยีมาต่อยอดเป็นไอเดียใหม่ๆ ในการขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมการจัดโปรแกรมฝึกงาน GrabInternที่เปิดโอกาสให้นักศึกษามหาวิทยาลัยได้เข้ามาเรียนรู้การทำงานจริงอย่างใกล้ชิดกับผู้บริหารของแกร็บ และการจัดกิจกรรมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ พร้อมให้คำแนะนำในเรื่องของการทำงานโดยผู้บริหารแกร็บ เป็นต้น

SPU เปิดเส้นทางท่องเที่ยว พหุวัฒนธรรม ต.ประตูชัย จ.พระนครศรีอยุธยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680019

SPU เปิดเส้นทางท่องเที่ยว พหุวัฒนธรรม ต.ประตูชัย จ.พระนครศรีอยุธยา

SPU เปิดเส้นทางท่องเที่ยว พหุวัฒนธรรม ต.ประตูชัย จ.พระนครศรีอยุธยา

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.รวิภา อัครจินดานนท์ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม พร้อมด้วย SPU Team เข้าร่วมงานเปิดตัวโครงการ เส้นทางท่องเที่ยวพหุวัฒนธรรม ต.ประตูชัย จ.พระนครศรีอยุธยา (พหุวัฒนธรรม U2T For BCG @ PRATUCHA) โดยมี พ.อ.อ.สุวัฒน์ สรรพโกศลกุล รองนายกเทศมนตรีนครพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดโครงการ

ดร.ณัฐธยาน์ ตรีผลา ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในฐานะหัวหน้าโครงการพหุวัฒนธรรม U2T For BCG @ PRATUCHA เปิดเผยว่า SPU Teamได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการในชุมชนที่ร่วมกิจกรรมกับเราอีกกว่า 10 แห่ง อาทิ ก๋วยเตี๋ยวเรือคลองมะขามเรียง เชงฮวยน้ำสมุนไพร กลอยมะตะบะ โรตีสายไหมแม่ตั้ง ลำตัดหวังเล็ก บังร๊อตเครื่องเสียง ร้านบ้านไม้ริมน้ำ วังช้าง แล เพนียด

การดำเนินงานที่ผ่านมากว่า 2 เดือน ได้มี FB : Pratuchai Multi Cultural Tourism @Ayutthaya ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว ทั้งการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหารและที่พัก ได้ดำเนินการเก็บฐานข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการท่องเที่ยว พัฒนาทักษะการเป็นมัคคุเทศก์ให้กับน้องๆ นักเรียนชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนจีรศาสตร์ และกำลังทดสอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบน้ำหมักชีวภาพจากเปลือกกุ้งแม่น้ำ ที่ได้รับความร่วมมือจากศูนย์นวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนผู้เชี่ยวชาญนำเทคโนโลยี Fermentationมาใช้ในกระบวนทำน้ำหมักชีวภาพจากเปลือกกุ้งแม่น้ำ ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่ม อสม. โดยเราจะพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน และจะขยายผลไปยังการจัดการของเสียในชุมชนตัวอื่นต่อไป

สอวช.ร่วม 52 หน่วยงาน แสดงเจตนารมณ์พัฒนากำลังคนบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680040

สอวช.ร่วม 52 หน่วยงาน แสดงเจตนารมณ์พัฒนากำลังคนบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะ

สอวช.ร่วม 52 หน่วยงาน แสดงเจตนารมณ์พัฒนากำลังคนบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะ

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.35 น.

สอวช. ร่วมแสดงเจตนารมณ์พัฒนากำลังคนบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะร่วมกับ 52 หน่วยงาน “ดร.กิติพงค์” ตั้งเป้าผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงให้ได้ 200,000 คน ภายใน 5 ปี

14 กันยายน 2565 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดย ดร. กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. เข้าร่วมงาน “คุณวุฒิวิชาชีพ คุณวุฒิของคนทำมาหากิน” จัดโดย สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) และร่วมแสดงเจตนารมณ์ร่วมกับ 52 หน่วยงาน เพื่อพัฒนาและเชื่อมโยงข้อมูลด้านกำลังคนบนแพลตฟอร์มอัจฉริยะในการบริหารจัดการข้อมูลด้านกำลังคน และการพัฒนาสมรรถนะเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต (E-Workforce Ecosystem Platform) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม โดยสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการกำหนดนโยบาย ทิศทางการพัฒนาแรงงานของประเทศ และบริหารจัดการห่วงโซ่อุปสงค์ และอุปทาน ให้ไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งใช้ในการพัฒนาสมรรถนะกำลังของประเทศด้วย

ดร.กิติพงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันการศึกษา การจ้างงาน และการประกอบอาชีพ เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ดังนั้นจึงต้องมีแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้นักศึกษาหรือคนทำงาน มีโอกาสและความเท่าเทียมกันในการพัฒนาทางอาชีพ ในส่วนของ สอวช. เรามีแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ ทำหน้าที่ช่วยส่งเสริมการปรับทักษะ ยกระดับทักษะ (Reskill Upskill) และจับคู่กำลังคนไปสู่การทำงานและการประกอบอาชีพ คือ แพลตฟอร์ม STEMPlus (https://stemplus.or.th/) ที่มีบริการสำคัญให้ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการใน อุตสาหกรรมเป้าหมาย และมีการจ้างงานในตำแหน่งที่สอดคล้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้ทักษะสูงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ (สะเต็ม) ที่ได้จ้างพนักงานใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นมา สามารถนำค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินเดือนพนักงานไปขอยกเว้นภาษีเงินได้จากกรมสรรพากร ได้ 150% นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ส่งลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง ตามมาตรการ Thailand Plus Package ยังได้รับสิทธิประโยชน์ในการนำค่าใช้จ่ายในการอบรมไปหักภาษีได้ 250%

ดร.กิติพงค์ กล่าวว่า มีหลักสูตรที่ผ่านการอนุมัติตามมาตรการ Thailand Plus Package ไปแล้วกว่า 400 หลักสูตร มีผู้ผ่านการอบรมมากกว่า 15,000 คน และในจำนวนนั้น มีคนที่สามารถจับคู่ให้เข้าทำงานได้กว่า 700 คน ทำให้ทุกคนที่เข้ามาพัฒนาศักยภาพ มีโอกาสเข้าไปสู่อาชีพได้อย่างทั่วถึง ซึ่งอาชีพที่สำคัญติดอันดับ 1 ใน 10 เป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะการทำงานและความรู้ค่อนข้างสูง เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ฯลฯ ที่จะสามารถเข้าไปทำงานในองค์กรใหญ่ หรือบางคนมีความสามารถพัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม และผันตัวเป็นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพด้านต่าง ๆ  ทั้งด้านเกษตรอัจฉริยะ ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การทำเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมีการอบรมเพื่อให้นำไปประกอบอาชีพอิสระได้ด้วย โดยมีเป้าหมายจะผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงให้ได้ 200,000 คน ภายใน 5 ปี

-005

‘ครูอาวุโส’เฮ!ศธ.ลุยมอบเงินสมาชิก‘ช.พ.ค.-ช.พ.ส.’ จ่ายครบ 17,349 คนเดือนก.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/680009

‘ครูอาวุโส’เฮ!ศธ.ลุยมอบเงินสมาชิก‘ช.พ.ค.-ช.พ.ส.’ จ่ายครบ 17,349 คนเดือนก.ย.นี้

‘ครูอาวุโส’เฮ!ศธ.ลุยมอบเงินสมาชิก‘ช.พ.ค.-ช.พ.ส.’ จ่ายครบ 17,349 คนเดือนก.ย.นี้

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.33 น.

‘ครูอาวุโส’เฮ!ศธ.ลุยมอบเงินสมาชิก‘ช.พ.ค.-ช.พ.ส.’ จ่ายครบ 17,349 คนเดือนก.ย.นี้

14 กันยายน 2565 ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านและมอบเงินสวัสดิการและสวัสดิภาพ ในส่วนของกิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษากรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ให้แก่ครูอาวุโส รายละ 2,000 บาท จำนวน 4  ราย ได้แก่ นางวรรณดา ศรีกองคำ อายุ 91 ปี , นายประเชิญ อุ่นคำเมือง อายุ 86 ปี  , นายบุญมี ธนัญชัย อายุ 85 ปี ซึ่งทั้ง 3 คน มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อย่างดี และมอบเงินให้นางภาวิบูลย์ อุ่นคำเมือง คู่สมรส นายประเชิญ อุ่นคำเมือง อายุ 85 ปี ซึ่งสุขภาพร่างกายต้องนั่งรถเข็น มีผู้ดูแลประจำ

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า สมาชิก ช.พ.ค.- ช.พ.ส. อาวุโสเหล่านี้ เป็นกลุ่มเปราะบาง มีรายได้น้อย เกษียณอายุราชการมานาน เงินบำนาญที่ได้รับก็ไม่มาก ซึ่งในการมามอบเงินครั้งนี้ สิ่งสำคัญไม่ใช่เรื่องของเงินแต่เป็นเรื่องของจิตใจ และแสดงความระลึกถึง ทำให้ครูอาวุโสได้รับกำลังใจและความสุข อีกทั้งเป็นผู้ที่เคยสร้างคุณประโยชน์ให้กับวงการศึกษา และเป็นสมาชิก ช.พ.ค.-ช.พ.ส. ที่ชำระเงินช่วยเหลือเพื่อนครูทุกเดือน โดยเงินที่นำมามอบให้นี้ สืบเนื่องจากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ 2565 นี้ สำนักงาน สกสค. มีรายได้เพิ่มเติมจากการดำเนินกิจการฯ ประกอบกับวันที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบการเข้าสู่ปีที่ 20 ในการสถาปนาสำนักงาน สกสค. ทางคณะกรรมการ สกสค. จึงอนุมัติให้สำนักงาน สกสค. มอบเงินรายได้เพิ่มเติมในช่วงไตรมาสที่ 4 เพื่อเป็นสวัสดิการช่วยเหลือดูแลครูอาวุโสมีอายุ 85-104 ปี ที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค.- ช.พ.ส. คนละ 2,000 บาท

“ขณะนี้มีครูอาวุโสที่เป็นสมาชิก ช.พ.ค.- ช.พ.ส. จำนวน 17,349 คน กระจายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 34,698,000 บาท โดยที่จังหวัดเชียงใหม่มีครูอาวุโส ที่อายุระหว่าง 85-104 ปี อยู่จำนวน 466 คน สำนักงาน สกสค.จังหวัดจะดำเนินการจ่ายเงินให้ครูอาวุโสที่มีสิทธิ์ได้รับเงินจำนวน 2,000 บาท ให้ได้ครบทุกคนทั่วประเทศภายในเดือนกันยายนนี้” นางสาวตรีนุช กล่าว

-005

มรภ.นครศรีฯ รุกพัฒนาท้องถิ่น ชู9โครงการ53 กิจกรรมดันชุมชนเติบโตมั่นคงยั่งยืน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/679927

มรภ.นครศรีฯ รุกพัฒนาท้องถิ่น ชู9โครงการ53 กิจกรรมดันชุมชนเติบโตมั่นคงยั่งยืน”

มรภ.นครศรีฯ รุกพัฒนาท้องถิ่น ชู9โครงการ53 กิจกรรมดันชุมชนเติบโตมั่นคงยั่งยืน”

วันพุธ ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.22 น.

“มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช มีวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าเราเป็นมหาวิทยาลัย เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประทีปถิ่น ประเทืองไทย ก้าวไกลสู่สากล” โดยเราต้องการนำองค์ความรู้ที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัย อยู่ในคณะต่างๆ อยู่ในหลักสูตรต่างๆ  และอยู่ในตัวอาจารย์ นักศึกษา ต่างๆ ไปเป็นเครื่องมือ เพื่อไปใช้ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ร่วมกับภาคีเครือข่าย เพราะเราอยากจะให้มหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของท้องถิ่นอย่างแท้จริง”

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช (มรภ.นศ.) นับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ดำเนินการพัฒนาท้องถิ่นสามารถตอบโจทย์การพัฒนาตามเจตนารมณ์ พ.ร.บ. มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 มาตรา 7 และมาตรา 8 ระบุว่า “ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นที่เสริมสร้างปัญญาของท้องถิ่น ที่สร้างพลังปัญญาของแผ่นดิน…..” โดยเฉพาะนโยบายสภามหาวิทยาลัย และ Vision แผนพลิกโฉมมหาวิทยาลัย Reinventing สู่การเป็น Smart University ฯลฯ อันจะนำพาไปสู่แนวทางในการกำหนดจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)

รองศาสตราจารย์ดร.วิชัย แหวนเพชร  นายกสภามหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงให้ความสำคัญ มหาวิทยาลัยราชภัฎมานาน พระองค์ท่านพระราชทานปริญญาบัตรให้กับบัณฑิตไม่น้อยกว่า 30 ปี ด้วยพระมหากรุณาธิคุณและสายพระเนตรอันยาวไกลของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงให้ความสำคัญกับการศึกษา และทรงมุ่งหมายให้การศึกษาสร้างคนไทย ให้มีคุณลักษณะ 4 ประการ ได้แก่ มีทัศนคติที่ดี และถูกต้อง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคงเข้มแข็ง มีอาชีพ มีงานทำ และเป็นพลเมืองดีมีระเบียบวินัย อันเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ และก็ทรงมองว่าการที่จะพัฒนาประชาชนให้กินดีอยู่ดีนั้น มหาวิทยาลัยราชภัฏมีส่วนสำคัญเพราะเห็นเป็นมหาวิทยาลัยที่ใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด และพระองค์พระราชทานพระบรมราโชบาย ให้ท่านองคมนตรี โดยเฉพาะ ท่าน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ประสาน ตามตาม สนุน มหาวิทยาลัยราชภัฎมาโดยตลอด 

ดร.สมปอง รักษาธรรม รองอธิการบดี รักษาราชการแทนอธิการบดี กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช เรามีวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าเราเป็นมหาวิทยาลัย เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยหลักคิดของมหาวิทยาลัย คือ เราต้องการนำองค์ความรู้ที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัย อยู่ในคณะต่างๆ อยู่ในหลักสูตรต่างๆ  และอยู่ในตัวอาจารย์ต่างๆ ไปเป็นเครื่องมือ เพื่อไปใช้ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ร่วมกับภาคีเครือข่าย ซึ่งตรงนี้เรามีเป้าหมาย และทิศทางที่ชัดเจนที่อยากจะให้มหาวิทยาลัยเป็นที่พึ่งของท้องถิ่นอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ถือเป็นพันธกิจหลักในอันที่จะพัฒนาท้องถิ่นตามจุดเน้นของมหาวิทยาลัย ตามนโยบายสภามหาวิทยาลัย ตาม พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัย ราชภัฏ พ.ศ. 2547 สอดคล้องกับพระราชปณิธาน พระบรมราโชบายของ

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวในการส่งเสริม สนับสนุนและสนองงานตามพระราชดำริเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ครอบคลุมมิติ สังคม การศึกษา เศรษฐกิจ และทรัพยากรสิ่งแวดล้อม ให้คนในชุมชนท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นอย่างสมดุล ยั่งยืน 

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงเข้าพระทัยลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่เป็นแหล่งความรู้วิชาการ เป็นปราชญ์แห่งการพัฒนาท้องถิ่นอันเป็นกลไกสำคัญที่จะสามารถเข้าถึงต้นตอแห่งปัญหาของพสกนิกรของพระองค์ในแต่ละท้องที่ และสามารถดำเนินการแก้ไข และพัฒนาอย่างมุ่งเป้าเพื่อให้ประชาชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้าน ผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งเป็น “คนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน” จักมุ่งมั่นและตั้งใจปฏิบัติงานตามพระบรมราโชบายของพระองค์ท่านและตามข้อแนะนำของท่านองคมตรี ท่าน พล.อ. ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ที่พระองค์ทรงมอบหมาย โดยคำนึงถึงบริบทที่แท้จริงของพื้นที่บริการ โดย จัดทำแผนงานโครงการและกิจกรรม อย่างพินิจ พิเคราะห์ ประเมินผลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสื่อสาร บูรณาการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งภายใน ภายนอก มหาวิทยาลัย ร่วมกันขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายยกยกระดับคุณภาพการศึกษา และ พัฒนาท้องถิ่นด้วยองค์ความรู้อย่างเต็มภาคภูมิ”

ขณะที่ผศ.ดร.ดำรงค์พันธ์ ใจห้าววีระพงศ์  รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินการโครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ในปีงบประมาณ 2565 มีทั้งหมด 9 โครงการหลัก ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนท้องถิ่น 2.การพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับรายได้ให้กับคนในชุมชนฐานรากพัฒนา 3.โครงการส่งเสริมความรัก สามัคคี  4.โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลตำบลในจังหวัด (Big Data) 5.โครงการสนับสนุนสื่อวีดีทัศน์ประกอบการเรียนการสอน (DLTV)เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนครูให้กับโรงเรียนขนาดเล็ก  6.โครงการยกระดับการเรียนรู้ด้านการอ่านการเขียนและการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 7.โครงการเสริมสร้างสมรรถนะภาคีเครือข่ายการวางแผนพัฒนาเชิงพื้นที่ระดับตำบล  8.โครงการพัฒนาความรู้ทักษะด้านภาษาอังกฤษ และ  9.โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการโครงการยุทธศาสตร์ ด้วยงบประมาณ 23 ล้านบาทเศษ

ในปีงบประมาณ 2565  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ดำเนินการใน 9 โครงการหลัก 53 กิจกรรมย่อย ใน 11 อำเภอ 25 ตำบล 74 ชุมชน/หมู่บ้าน 29 โรงเรียน ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และตรัง ประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนาท้องถิ่นดังกล่าว จำนวน 1,200 คน ผู้ประกอบการชุมชน จำนวน 60  ราย สินค้าชุมชน จำนวนกว่า 80 รายการ นักเรียน 750  คน นักศึกษา จำนวนกว่า 5,700 คน โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ (อพ.สธ.) จำนวน 20 โครงการย่อย และโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานรากหลังโควิดด้วยเศรษฐกิจ BCG (U2T for BCG) ประกอบด้วย 93 ตำบล ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง และจังหวัดกระบี่ และเกิดการจ้างงานประชาชน และบัณฑิตจบใหม่ กว่า 875 อัตรา เป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ครบกระบวนการอันนำไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจฐานราก และคุณภาพชีวิตในพื้นที่จังหวัดที่รับผิดชอบ

นางจุไรวรรณ ศรีพุฒ ประธานวิสาหกิจกลุ่มสวนขันเกษตรยั่งยืน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฎเข้ามาหาชาวบ้านหลายคณะ มาสอนให้เรียนรู้ว่าจะต้องใช้สีธรรมชาติ ในการทำผ้าบาติก ซึ่งไม่เป็นอันตรายกับสิ่งแวดล้อมและไม่เป็นอันตรายกับผู้สวมใส่  รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเดิมเราใช้ถุงกระดาษหรือถุงพลาสติก เหมือนท้องตลาดทั่วไป มีการเพิ่มลวดลายในถุงกระดาษเป็นรูปเจดีย์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้เห็นว่ามาจากวิสาหกิจกลุ่มสวนขัน ซึ่งเราได้ความรู้มากมาย เราตั้งเป้าว่าจะทำให้วิสาหกิจกลุ่มสวนขันเกษตรยังยืนที่ได้ 4 ดาว จะทำอย่างไรให้ได้ 5 ดาว   

นายทักษิณ หมินหมัน ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์อำเภอท่าศาลาจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ถ้าถามว่ามหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราชช่วยอะไรเราบ้างตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ที่เราก่อตั้งกลุ่มวิสาหกิจขึ้นมา เราขับเคลื่อนมาส่วนหนึ่ง ได้จากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ที่มาบริการงานวิชาการในเรื่ององค์ความรู้ต่างๆ การท่องเที่ยว เรื่องการบริหารจัดการโฮมสเตย์ การตั้งปลุกผลิตภัณฑ์และการวิจัยผลิตภัณฑ์ในชุมชนที่ประสบความสำเร็จล้วนแล้วแต่ มาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ซึ่งสโลแกนของพวกเราก็คือคิดอะไรไม่ออก ให้บอกราชภัฏนครศรีธรรมราช เพราะที่นี่มีทุกอย่างที่ชุมชนอยากได้ และชุมชนจะเดินขับเคลื่อนกระบวนการไม่ได้หลักๆ คือ ชุมชนจะต้องตั้งขึ้นมาด้วยความเข้มแข็ง และได้องค์ความรู้จากนักวิชาการ รวมถึงงบประมาณจากหน่วยงานของภาครัฐมาส่งเสริมในสิ่งที่ชุมชนต้องการ และเข้าสู่กระบวนการต่อยอดไปเองโดยอัตโนมัติ 

นางปรารถนา กล้าอยู่ สมาชิกวิสาหกิจกลุ่มชุมชนท่องเที่ยวอนุรักษ์บ้านบางดี กล่าวว่า ตอนนี้ได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขึ้น ทำให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้นและได้นำผลิตภัณฑ์ในบ้านของเรามาแปรรูปเป็นสินค้าขายตามช่องทางออนไลน์ได้ ขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณพระองค์ท่านที่ส่งให้มหาวิทยาลัยราชภัฏให้มาดูและชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ แทนพระเนตรพระกรรณของพระองค์ท่าน น้อมนำลึกในพระบรมมหากรุณาธิคุณยิ่ง   

ด้านน.ส.ภัทรภร อินทรพฤกษา นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช กล่าวว่า “ขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏคนของพระราชา ทำให้เราได้เรียนรู้ ได้พัฒนา นำสิ่งที่ท่านถ่ายทอดจากนอกห้องเรียนนำไปสู่การปฏิบัติจริง แทนที่จะได้แค่องค์ความรู้ มันสามารถนำไปใช้ร่วมในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมนำ ร่วมประสาน ร่วมสร้างนวัตกรรม เพื่อสร้างความความแข้มแข็ง ให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะชุมชนที่หนูเองได้เกิดที่นี้ และต้องการทำที่นี้ให้ดี พี่น้องหนู มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม และ บัดนี้หนูได้ทำมันแล้ว พี่น้องหนูในชุมชน รู้สึกว่ามันดีขึ้น ขอบคุณมหาวิทยาลัย ขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอบคุณที่พระองค์ท่านไม่ทิ้งพวกเราชาวชุมชน เล็กๆ ที่ให้ราชภัฏมาดูแลชาวชุมชน มีรายได้ มีคุณภาพชีวิต มีการศึกษาที่ดีขึ้นมากๆค่ะ”

ทั้งหมดทั้งปวงนี้บอกได้คำเดียวว่า มรภ.นศ.มีเป้าประสงค์เพื่อให้คนท้องถิ่นในชุมชนยืนด้วยลำแข้งตัวเอง พึ่งพาตัวเองได้อย่างมั่นคง พอเพียง รวมทั้งให้เกิดความยั่งยืนทั้งในมิติรายได้ ภายใต้อัตลักษณ์ของท้องถิ่น สอดประสานความร่วมมือ และมิตรภาพของชุมชน เป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น” และยังก้าวดำเนินการต่อไป             เพื่อสร้างและผลิตบุคคล ควบคู่ไปกับการสร้างชุมชนท้องถิ่นให้แข้มแข็ง สมดุล ยั่งยืน ตามพระบรมราโชบาย อย่างแท้จริง เต็มภาคภูมิ.