นางศารณีย์ บุญฤทธิ์ธงไชย Country Marketing Manager, Google ประเทศไทย กล่าวว่า “Google ยังคงมุ่งมั่นสานต่อพันธกิจในการจัดระเบียบข้อมูล เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลเหล่านั้น และเพื่อตอกย้ำหนึ่งในพ้นธกิจหลัก Leave no Thai Behind ในด้านการศึกษา ว้นนี้ ดิฉันรู้สึกยินดีมากที่ Google for Education ได้มีบทบาทในการช่วยสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นในสถานศึกษา การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คน ที่ทุกคนต่างต้องปรับเปลี่ยนมาเป็นการเรียนรู้แบบผสมผสานเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จผ่านทางเครื่องมือต่างๆ ของ Google สำหร้บการเรียนรู้ของนักเรียนนั้นจะประสบความสำเร็จได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าโรงเรียนจะปรับตัวตามสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดได้ดีแค่ไหน ผ่านทางปัจจัยหลัก 5 ประการ ได้แก่ การเชื่อมต่อออนไลน์, อุปกรณ์, แพลตฟอร์ม, รูปแบบการสอนของครู และทักษะรองรับของทั้งผู้สอนและผู้เรียน จากรายงานมีนักเรียนและนักการศึกษากว่า 50 ล้านคนทั่วโลกเลือกใช้อุปกรณ์ Chromebook เพื่อทำงานและสื่อสารกัน และเป็นอุปกรณ์อันดับ 1 ยอดนิยมทั่วโลกสำหรับโรงเรียนอนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลายในปีที่ผ่านมา ส่วนในด้านของแพลตฟอร์มปัจจุบันมีผู้ใช้ Google Workspace for Education กว่า 170 ล้านคน โดยมี 150 ล้านคนที่เลือกใช้ Google Classroom ที่เป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ นอกจากนี้ Google ยังมีทักษะรองรับเพื่อฝึกอบรมทักษะดิจิทัลที่จำเป็นด้วยตนเองและสามารถนำไปปรับใช้ได้ดียิ่งขึ้น เช่น โครงการสะพานดิจิทัล, Be Internet Awesome และ Google Certificates สำหรับครูผู้สอนที่ต้องการพัฒนาด้านวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เราจะมีการเปิดตัวคลังบทเรียน (Lesson Library) เพื่อให้นักการศึกษาไทยสามารถแชร์ไอเดียและเคล็ดลับต่างๅ กับชุมชนครูภายในปีนี้”
ด้าน นายปรัชญากร ฮดมาลี รองผู้อำนวยการ โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จ. เลย กล่าวว่า “โรงเรียนของเราได้นำ Google Workspace for Education มาใช้ในการเรียนการสอนซึ่งสามารถช่วยในการจัดทำข้อสอบร่วมกันผ่าน Google ไดรฟ์, Google ฟอร์ม และ Google ชีต แล้วอัปโหลดเอกสารไปยัง Google Classroom ซึ่งวิธีนี้ทำให้กระบวนการวางหลักสูตรเป็นไปอย่างราบรื่นและช่วยประหยัดเวลาให้กับครูได้มากขึ้น”