‘ตรีนุช’เสียใจ 3 นักเรียน ม.6 ถูกคนร้ายคลั่งยาบ้ายิงดับ สั่งสอบข้อเท็จจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678467

‘ตรีนุช’เสียใจ 3 นักเรียน ม.6 ถูกคนร้ายคลั่งยาบ้ายิงดับ สั่งสอบข้อเท็จจริง

‘ตรีนุช’เสียใจ 3 นักเรียน ม.6 ถูกคนร้ายคลั่งยาบ้ายิงดับ สั่งสอบข้อเท็จจริง

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.45 น.

“ตรีนุช” เสียใจเหตุคนร้ายคลั่งยาบ้ายิง นร.ชั้น ม.6 ดับ 3 ศพ ด้าน “ปลัด ศธ.” ย้ำโรงเรียน ผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานช่วงยาเสพติดระบาด

วันที่ 7 กันยายน 2565 เฟสบุ๊ก ตรีนุช เทียนทอง Treenuch Thienthong ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนชั้น ม.6 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่  ที่ถูกคนร้ายเมายาบ้าใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต 3 ราย ว่า

“ดิฉันขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ น้องนนทภัทร อุดมศรี น้องภัณธิรา ชูทอง และ น้องณัชนิชา พันเซ่ง นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนพนมเบญจา อําเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายคลั่งยาเสพติด ก่อเหตุยิงน้องทั้งสามจนเสียชีวิต กลางดึกเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา

นับว่าเป็นความสูญเสียทรัพยากรคนดี และคนเก่งของประเทศ เป็นลูกหลานที่เป็นความภาคภูมิใจของพ่อแม่ และผู้ปกครอง เบื้องต้นดิฉันได้สั่งการไปยังสํานักงานศึกษาธิการจังหวัดกระบี่ ให้ประสานทางโรงเรียน เพื่อร่วมแสดงความเสียใจกับทางครอบครัวของน้อง และประสานการให้การช่วยเหลือในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง ทราบว่า น้องนักเรียนที่เสียชีวิตทั้ง 3 คน เป็นนักเรียนที่ทำกิจกรรม และได้สร้างผลงานให้กับทางโรงเรียนไว้มากมาย

โดย นางสาวณัฐณิชา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2 ปี 2563 ชนะเลิศ กีฬาเปตอง ประเภทหญิงคู่กีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกตัวแทนเขตการแข่งขันที่ 8 ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬานักเรียนฯ ระดับประเทศที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ถูกยกเลิกการแข่งขันเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19  ปี2565 ชนะเลิศ กีฬาเปตอง ประเภทหญิงคู่ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 37 รอบคัดเลือกภาค 4 ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 37 และได้รับรางวัลชนะเลิศ กีฬาเปตอง ประเภทคู่ผสมกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 รอบคัดเลือกตัวแทนเขตการแข่งขันที่ 8 ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขัน กีฬานักเรียนฯ ระดับประเทศที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมกราคม 2566 ที่จังหวัดเชียงใหม่

นางสาวภัณธิรา  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2  มีความสามารถด้านนาฏศิลป์ มโนราห์

นายนนทภัทร ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/4  เป็นนักกีฬาแฮนด์บอลในร่ม ตัวแทนจังหวัดกระบี่เข้าร่วมแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 42 รอบคัดเลือกเขตการแข่งขันกีฬาที่ 8 ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นตัวแทนเขตการแข่งขันกีฬาที่ 8 เข้าร่วมแข่งขันกีฬานักเรียนนักศึกษาแห่งชาติครั้งที่ 42  เป็นนักกีฬาฟุตบอล, ฟุตซอลตัวแทนโรงเรียนพนมเบญจาเข้าแข่งขันมหกรรมกีฬาจังหวัดกระบี่ ประจำปี 2565 

จากเหตุการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นความสูญเสียที่ไม่สามารถวัดหรือประเมินค่าได้ แต่เป็นเครื่องตอกย้ำให้พวกเราทุกคนต้องร่วมกันทุกวิถีทางในปกป้อง และดูแลลูกหลานของเราให้มีความปลอดภัยสูงสุด ขอบคุณเพื่อนครูและผู้บริหารทุกท่านรวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ดูแลช่วยเหลือ และให้กำลังใจครอบครัวของน้อง ๆ ทั้งสามคนเป็นอย่างดีค่ะ”

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือกับครอบครัวนักเรียนที่เสียชีวิตแล้ว โดยในวันที่ 9 กันยนยน นี้ ตนจะลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ และจะเข้าไปให้กำลังใจครอบครัวของนักเรียนทั้ง 3 รายด้วย

ด้านนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิกาา (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางสถานศึกษาได้เข้าไปดูแลช่วยเหลือครอบครัวของนักเรียนที่เสียชีวิตที่ง 3 คนแล้ว แต่เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ยาเสพติดมีการแพร่ระบาดมากขึ้น ทางสถานศึกษาก็ต้องดูแลเด็กอย่างเข้มงวด และทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ก็ต้องปราบปรามทั้งการผลิตการจัดส่งและการเสพอย่างเข้มงวด

“การเข้มงวดของสถานศึกษา ผมมองว่าในการกำกับดูแลเด็ก จะต้องสร้างให้เด็กเชื่อมั่นว่าเด็กควรจะเดินไปในทางที่ถูกอย่างไร และไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเด็กที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อก็สามารถดูแลให้คำแนะนำได้ รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลานด้วย ซึ่งสมัยผม 3-4 ทุ่มก็จะเข้าบ้านแล้ว ทุกสังคมก็ต้องมีกติกาที่เหมาะสมกับคนแต่ละประเภท แต่ละช่วงวัย เรียนพิเศษเสร็จก็ต้องรีบกลับบ้าน ดังนั้น ผู้ปกครองก็ต้องช่วยกันดูแลสอดส่องบุตรหลาน ครูก็ต้องช่วยดูแลลูกศิษย์” ปลัด ศธ. กล่าว 

โรงเรียน 232 แห่ง จมบาดาล ‘นร.-ครู-บุคลากร’ กระทบ 3,693 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678440

โรงเรียน 232 แห่ง จมบาดาล 'นร.-ครู-บุคลากร' กระทบ 3,693 ราย

โรงเรียน 232 แห่ง จมบาดาล ‘นร.-ครู-บุคลากร’ กระทบ 3,693 ราย

วันพุธ ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.44 น.

“สพฐ.” สั่งผู้บริหาร ครู โรงเรียนพื้นที่เคยถูกน้ำท่วมวางแผนเฝ้าระวังเก็บอุปกรณ์หนีน้ำ เผย 88 เขตพื้นที่ฯ 232 โรงเรียนถูกน้ำท่วม  มี นร. ครู บุคาลกรฯ กระทบ 3,693 ราย โรงเรียนสั่งหยุดการเรียน 1 แห่ง 

7 ก.ย.65 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ตนได้ส่งสัญญาณไปยังโรงเรียนหรือพื้นที่ที่เคยมีความเสี่ยง หรือมีโอกาสเผชิญกับภัยน้ำท่วมให้เฝ้าระวัง ซึ่งได้ทราบว่าโรงเรียนในพื้นที่ปริมณฑล และพื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีน้ำท่วมอย่างหนัก โดยขอให้ผู้บริหารโรงเรียนและครูประเมินสถานการณ์และวางแผนเก็บอุปกรณ์ไว้ในที่สูง รวมถึงออกแบบป้องกันระบบไฟฟ้าไม่ให้ได้รับความเสียหาย

นายอัมพร กล่าวต่อว่า นอกจากการดูแลอาคารสถานที่โรงเรียนแล้ว และขอให้ดูแลความเป็นอยู่ของนักเรียน ซึ่งเมื่อน้ำท่วม จะกระทบกับการจัดการเรียนการสอน เด็กไม่สามารถเดินทางมาเรียนได้ ดังนั้นผู้อำนวยการโรงเรียนต้องดูในเรื่องการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม ทั้งนี้ หากโรงเรียนใดได้รับผลกระทบจนเกิดความเสียหาย จำเป็นต้นซ่อมแซมอาคารเรียน เพื่อให้เกิดการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ก็พร้อมจะเข้าไปดูแลเพื่อให้เกิดการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า ได้รับรายงานข้อมูลสถานศึกษาและนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม 88 เขตพื้นที่การศึกษา ใน 232 โรงเรียน มีนักเรียน ครู และบุคาลกรทางการศึกษาได้รับผลกระทบรวม 3,693 รายมีโรงเรียนสั่งหยุดการเรียนการสอน 1 แห่ง ทั้งนี้ สพฐ. ได้ย้ำให้ผู้บริหารสถานศึกษาเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์เป็นระยะ.-008 

ม.ศรีปทุม MOU เกียรตินาคินภัทรร่วมมือจัดประชุมผู้นำเยาวชน APEC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677951

ม.ศรีปทุม MOU เกียรตินาคินภัทรร่วมมือจัดประชุมผู้นำเยาวชน APEC

ม.ศรีปทุม MOU เกียรตินาคินภัทรร่วมมือจัดประชุมผู้นำเยาวชน APEC

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับ กลุ่มธุรกิจการเงิน เกียรตินาคินภัทร ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัย กับ นางกุลนันท์ ซานไทโว กรรมการผู้จัดการ ประธานกลุ่มงานลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และ นายชัชวาลย์ ธันวารชร คณะทำงาน VOTF ของไทย APEC ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมผู้นำเยาวชนเอเปก APEC Voices of the Future, THAILAND 2022 (APEC VOTF 2022)

ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า ศรีปทุมพร้อมให้การสนับสนุน ส่งเสริมให้นักศึกษาได้แสดงศักยภาพและความพร้อมในการเป็นผู้นำเยาวชนบนเวทีโลก เพราะการที่ตัวแทนนักศึกษาที่ได้มีส่วนร่วมกับโครงการ APEC Voices of the Future นี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทำกิจกรรมนอกหลักสูตร นอกห้องเรียน และคาดว่าจะสามารถต่อยอดเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามากยิ่งในอนาคต และภายหลังหากจบการศึกษา พลังของเยาวชนกลุ่มนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อโลก ด้วยแนวคิดหลัก คือ เปิดใจรับความแตกต่าง (Open) เชื่อมโยงความแตกต่างเหล่านั้นเข้าเป็นพลังร่วมที่เข้มแข็ง (Connect) ร้อยเรียงความแตกต่างที่จะสร้างความสมดุล ของโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืน (Balance)

ด้าน นางกุลนันท์ ซานไทโว กรรมการผู้จัดการ ประธานกลุ่มงานลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จากัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ ผ่านมากลุ่มธุรกิจเกียรตินาคินภัทร ได้รับมอบหมายจากองค์กรผู้ดูแลโครงการ APEC Voices of the Future ให้ทำหน้าที่คัดเลือกผู้แทนเยาวชนไทยเข้าร่วมโครงการที่เวียนกันจัดในประเทศสมาชิกเอเปกทุกๆ ปี รวมทั้งยังได้จัดสรรบุคลากรของ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จากัด (มหาชน) ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจมาเป็น “Educator” หรือผู้ให้ความรู้แก่เยาวชนที่เป็นตัวแทนของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมเอเปกครั้งนี้ กลุ่มธุรกิจฯมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่มีบทบาทเรื่องการศึกษาและพัฒนาเยาวชนอย่างมหาวิทยาลัยศรีปทุม ถือเป็นการยกระดับโครงการให้เป็นที่เข้าถึงในวงกว้างยิ่งขึ้น

งาน APEC Voices of the Future, THAILAND 2022 จะจัดขึ้นคู่ขนานกับการประชุมสุดยอดผู้นำAPEC CEO Summit 2022 ระหว่างวันที่ 13-19 พฤศจิกายน 2565 มีเยาวชนที่มีศักยภาพจาก21 เขตเศรษฐกิจสมาชิกเอเปกมาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อนำเสนอมุมมองและแนวทางออกเกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่ส่งผลต่ออนาคตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก รวมถึงเข้ารับฟังวิสัยทัศน์ของผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของโลกที่มาร่วมการประชุม APEC

การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อสังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677954

การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม  สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อสังคม

การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อสังคม

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สังคมไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม การเมือง ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผลักดันให้คนไทยมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทุกวันนี้ คนไทยถูกครอบงำจากอิทธิพลของวัตถุ และปัญหาสังคมทั้งจากโรคระบาด ทั้งสงคราม และเศรษฐกิจ ทำให้คนแก่งแย่งแข่งขันเพื่อความอยู่รอด จึงทำให้เห็นเรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี ศีลธรรม และจริยธรรมเป็นเรื่องรองและถึงขั้นละเลยกันเลยทีเดียว การขาดคุณธรรมจริยธรรมในคนไทยทำให้เกิดปัญหาสำคัญที่พบเห็นทั่วไป อาทิ การใช้จ่ายเกินตัว การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหามีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ขาดการสำรวม ไม่มีความเคารพผู้ใหญ่ ไม่สนใจศาสนา ฯลฯ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวนี้ เป็นปัญหาที่สังคมกำลังเผชิญอยู่ และจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสังคมดังกล่าว

จากการพิจารณาธรรมชาติของเด็กระดับประถมศึกษา พวกเขาจะมีความอยากรู้อยากเห็นและเรียนรู้จากเรื่องราวและสิ่งแวดล้อมตัว ดังนั้น การสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมที่เหมาะสมกับเด็กวัยนี้จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสม พวกเขาสามารถเรียนรู้สิ่งที่ดีงามนี้ได้เป็นอย่างดี และสามารถใช้เป็นพื้นฐานของจิตใจนำไปสู่การมีพฤติกรรมที่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้จะอยู่ในระดับจิตสำนึก ทำให้สามารถควบคุมตัวเองได้ และประพฤติปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสม ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ทุกสถาบันการศึกษาจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโดย สอดแทรกการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมไว้ในจุดมุ่งหมายของหลักสูตร โดยการเร่งปลูกฝังคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการแก่เด็กไทย

คุณธรรม 8 ประการ ประกอบด้วยขยัน คือ ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ อดทนไม่ท้อเมื่อพบอุปสรรค ความขยันต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญา แก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย ประหยัด คือ รู้จักเก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สิน หรือใช้สิ่งของแต่พอควรพอประมาณ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ฟุ้งเฟ้อ ความซื่อสัตย์ คือ ประพฤติตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรืออคติ มีวินัย คือ การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับและข้อปฏิบัติ ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อสังคม สุภาพ คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ สะอาด คือ ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม มีความผ่องใสเป็นที่เจริญตา ทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น สามัคคี คือ ความพร้อมเพียงกันความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามที่ต้องการ และ มีน้ำใจ คือ เห็นอกเห็นใจเห็นคุณค่าในเพื่อนมนุษย์ มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่ ให้ความสนใจในความต้องการ ความจำเป็น ความทุกข์สุขของผู้อื่น และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน

ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรมได้มีบทบาทการขับเคลื่อนการสร้างจริยธรรมและคุณธรรมอย่างต่อเนื่องเสมอมา โดยได้มีโครงการที่สำคัญคือ ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร สนับสนุนทุกๆ กิจกรรม ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมปลูกฝังคุณธรรม สร้างคนดี สังคมดี ให้ “คุณธรรมนำการพัฒนา” ที่มีความโดดเด่น 3 ประการ คือคนในชุมชนปฏิบัติตามหลักธรรมทางศาสนา ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม โดยใช้มิติทางวัฒนธรรมในการสร้างความเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา ร่วมบูรณาการการทำงานกับทุกพื้นที่ โดยใช้กลไกพลังบวรและกลไก ประชารัฐส่งเสริมและพัฒนาชุมชน

ปัจจุบันนี้เกิดเป็นชุมชนคุณธรรมกว่า 22,000 ชุมชนทั่วประเทศ“ในจำนวนนี้เป็นชุมชนคุณธรรมต้นแบบ ชุมชนที่มีความพอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กว่า 3,000 แห่ง คนในชุมชนเคารพเทิดทูน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีความ เป็นเครือญาติ เอื้ออาทรแบ่งปัน ไม่มีการทะเลาะวิวาท ไม่มีการลักขโมยลด ละ เลิกอบายมุข ปลอดยาเสพติด และอาชญากรรม มีกลุ่มจิตอาสาทำความดีชีวิตเรียบง่าย รู้จักใช้ รู้จักออม รวมกลุ่มอาชีพสร้างรายได้ เพิ่มให้กับครอบครัว เป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้และศึกษาดูงานได้ และคนในชุมชนเป็นเจ้าบ้านที่ดีพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและ ผู้มาเยือน

ชนิตร ภู่กาญจน์

‘เอยูเอ’ ปี 70 เน้นการเรียนรู้ภาษา ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผสมผสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677950

‘เอยูเอ’ ปี 70 เน้นการเรียนรู้ภาษา  ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผสมผสาน

‘เอยูเอ’ ปี 70 เน้นการเรียนรู้ภาษา ผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผสมผสาน

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประกิต ประทีปะเสน ประธานกรรมการ โรงเรียนสถานสอนภาษาสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา (เอยูเอ) กล่าวถึง การดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 70 ว่าเอยูเอเป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษแห่งแรกของประเทศไทย มีรูปแบบการสอนมุ่งเน้นพัฒนาทักษะการสื่อสารของผู้เรียน โดยมีครูผู้สอนเป็นเจ้าของภาษา (Native Speaker) ดำเนินการสอนด้วยหลักสูตรที่มีคุณภาพ

นายเอกพงษ์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการบริหาร เอยูเอ กล่าวถึงจุดเด่นของหลักสูตรของเอยูเอว่า มีแพลตฟอร์มการสอนที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้แบบผสมผสาน(Blended Learning) จากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสอนควบคู่กับแบบฝึกหัดออนไลน์ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถฝึกฝนตนเองเพิ่มเติมได้แม้อยู่นอกห้องเรียน โดยครูผู้สอนจะคอยติดตามผลและนำจุดที่ผู้เรียนควรพัฒนามาเน้นย้ำในห้องเรียน (Monitored Online Self-Practice) ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถนำภาษาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง และบรรลุเป้าหมายในการเรียนภาษาของตนเอง นอกจากนี้ ด้วยชั้นเรียนกลุ่มเล็ก ผู้เรียนจึงมีโอกาสที่จะฝึกฝนกับครูผู้สอนและเพื่อนร่วมชั้นได้อย่างเต็มที่และทั่วถึง ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ซึ่งช่วยให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

ปัจจุบันเอยูเอ มีทั้งหลักสูตร สอนภาษาอังกฤษ หลักสูตรภาษาไทยสำหรับนักเรียนชาวต่างชาติ และยังมีหลักสูตร Junior English for Communication สำหรับผู้เรียนระดับมัธยมต้น ซึ่งหลักสูตรนี้นอกเหนือจากการพัฒนาทักษะภาษาทั่วไปแล้ว ยังเน้นการเสริมสร้างทักษะของ Global Citizenship หรือ การเป็นพลเมืองโลก ให้มีความสามารถในการสื่อสาร การคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ ความรู้ด้านดิจิทัล และความเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม และเชื้อชาติ เป็นต้น

นอกเหนือจากหลักสูตรภาษาสำหรับผู้เรียนทั่วไปแล้ว เอยูเอยังมีบริการสอนภาษาแบบครบวงจรสำหรับองค์กรภาครัฐ ธุรกิจเอกชน และสถานศึกษา ที่ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินทักษะภาษาก่อนเรียน การออกแบบหลักสูตรและจัดอบรม ที่ตรงกับความต้องการในการใช้งานขององค์กรนั้นๆ รวมไปจนถึงการประเมินผลหลังการอบรม ในส่วนของสถานศึกษา
เช่น โรงเรียน และมหาวิทยาลัย เอยูเอมีบริการออกแบบหลักสูตรภาษาอังกฤษ อบรมครูผู้สอนภาษาอังกฤษ และสามารถให้บริการเรื่องการจัดการเรียนการสอนได้อีกด้วย

ผู้สนใจพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ หรือต้องการติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมต่างๆ ของ AUA สามารถเข้าชมได้ที่ http://www.auathailand.org หรือ www.facebook.com/AUALC หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-1147625

แพทย์จุฬาฯ วิจัยพบ ‘ไซโตไคน์’ บ่งชี้ ‘ข้อเสื่อม’ หวังช่วยวางแผนรักษาและชะลอความรุนแรงโรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677952

แพทย์จุฬาฯ วิจัยพบ ‘ไซโตไคน์’ บ่งชี้ ‘ข้อเสื่อม’  หวังช่วยวางแผนรักษาและชะลอความรุนแรงโรค

แพทย์จุฬาฯ วิจัยพบ ‘ไซโตไคน์’ บ่งชี้ ‘ข้อเสื่อม’ หวังช่วยวางแผนรักษาและชะลอความรุนแรงโรค

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิทธิศักดิ์ หรรษาเวก ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงโครงการวิจัยว่า “ไซโตไคน์และสารชีวเคมีเพื่อเป็นตัวบ่งชี้และเป้าหมายในการรักษาโรคข้อเสื่อม” ซึ่งได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นของบุคลากรจุฬาฯ สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ประจำปี 2564 ว่ามีที่มาจากโรคข้อเสื่อมเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขในประเทศไทยและทั่วโลก ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยซึ่งมักป่วยเป็นโรคนี้ ยิ่งปัจจุบันคนไทยอายุยืนขึ้น ก็ยิ่งจะมีผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มขึ้นด้วย โรคนี้รักษาไม่หายขาด แต่ถ้าหากสามารถทำนายแนวโน้มความรุนแรงของโรคได้ ก็จะทำให้เราหาทางลดหรือชะลอความรุนแรงของโรคได้

ศ.นพ.สิทธิศักดิ์ กล่าวอีกว่า จากการ ศึกษากลไกการเกิดโรคข้อเสื่อมพบว่าสารไซโตไคน์บางตัวมีส่วนทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมและการดำเนินโรครุนแรงขึ้นไซโตไคน์เป็นสารในกลุ่มโปรตีนที่หลั่งออกมาจากเซลล์ที่อักเสบภายในข้อ ไซโตไคน์และสารชีวเคมีจะกระตุ้นให้เซลล์กระดูกอ่อนหลั่งสารอื่นๆ ออกมา เช่น สารช่วยในการสร้างและสลายกระดูกอ่อน การมีสารไซโตไคน์ที่ไม่สมดุลจะกระตุ้นให้เกิดการสลายตัวของกระดูกอ่อนให้เสื่อมสภาพเร็วทำให้ข้อเสื่อมได้มากขึ้น

สำหรับความรู้ที่ได้ค้นพบนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้พัฒนาตรวจติดตามผู้ป่วยได้ว่าในอนาคตมีโอกาสเป็นโรคข้อเสื่อมที่รุนแรงมากขึ้นหรือไม่ ตลอดจนหาวิธีการลดหรือยับยั้งสารไซโตไคน์ที่เป็นสาเหตุของโรคข้อเสื่อมปัจจุบัน และการตรวจวัดระดับสารไซโตไคน์จะทำภายหลังผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดข้อเสื่อมแล้ว การตรวจวัดดังกล่าวจะช่วยบ่งชี้ว่าอาจเกิดผลแทรกซ้อนติดเชื้ออักเสบหรือไม่ ถ้าระดับไซโตไคน์สูงมาก บ่งชี้ได้ว่าอาจมีการติดเชื้อหลังผ่าตัด ดังนั้นจำเป็นต้องให้ยาปฏิชีวนะจนกว่าระดับไซโตไคน์จะลดลงมาเป็นปกติ

ศ.นพ.สิทธิศักดิ์ แนะนำให้ผู้สูงวัยที่เป็นโรคข้อเสื่อมหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เป็นโรคข้อเสื่อมเร็วขึ้น เช่น การนั่ง
คุกเข่า นั่งขัดสมาธิ นั่งยองๆ การขึ้นลงบันไดบ่อยๆ และเสริมด้วยการฝึกกายบริหารให้กล้ามเนื้อรอบข้อแข็งแรงและการออกกำลังกาย เช่น การว่ายน้ำ เดินและปั่นจักรยานเบาๆ ที่สำคัญ ต้องควบคุมน้ำหนักตัวให้ดีจะช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อเข่าและชะลอโรคข้อเสื่อม

ผู้ที่มีปัญหาโรคข้อเสื่อม ติดต่อฝ่ายออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ชั้น 5 อาคาร ภปร โทร. 0-2256-5351 เพื่อนัดหมายแพทย์ในเวลาราชการและนอกเวลาราชการ (คลินิกโรคกระดูกและข้อ) หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ภาควิชา http://ortho.md.chula.ac.th

สมศ. เปิดสถิติ 5 ข้อค้นพบที่เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของสถานศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677949

สมศ. เปิดสถิติ 5 ข้อค้นพบที่เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของสถานศึกษา

สมศ. เปิดสถิติ 5 ข้อค้นพบที่เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จของสถานศึกษา

วันอังคาร ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.นันทา หงวนตัด รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ดร.วินัย คำวิเศษ ผู้อำนวยการโรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดาร่วมแถลงข่าว สมศ.ชี้สถิติ 5 ข้อค้นพบสู่ความสำเร็จของสถานศึกษาที่ใช้ยกระดับคุณภาพของผู้เรียน ได้แก่ 1)สถานศึกษามีการระบุเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนแล้วนำไปสู่การปฏิบัติ 2) สถานศึกษามีการระบุเป้าหมายเกี่ยวกับกระบวนการบริหารจัดการ 3) สถานศึกษามีการนำเสนอให้เห็นกระบวนการบริหารตามจุดเน้นและเป้าหมาย 4) สถานศึกษามีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และ 5) สถานศึกษามีการกำหนดจุดเน้นในแต่ละมาตรฐานให้มีความชัดเจน โดยจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงเรียนดอนเมืองจาตุรจินดา

จุฬา เปิดรถป๊อปโฉมใหม่ ให้บริการ 5 เส้นทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678039

จุฬา เปิดรถป๊อปโฉมใหม่ ให้บริการ 5 เส้นทาง

จุฬา เปิดรถป๊อปโฉมใหม่ ให้บริการ 5 เส้นทาง

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.07 น.

จุฬา เปิดรถป๊อปโฉมใหม่ ให้บริการ 5 เส้นทาง

จากที่มีการเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ กรณีรถโดยสารภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU Shuttle Bus) หรือ รถป๊อปจุฬาฯ จะยกเลิกการให้บริการนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำรถบัสไฟฟ้า NEX (Golden Dragon) XML6805JEV ซึ่งเป็นรถ EV Bus สีชมพูมาวิ่งให้บริการเต็มรูปแบบเป็นวันแรก ถือเป็น “รถป๊อปจุฬา” โฉมใหม่ ที่นำมาให้บริการแทนที่รถแก๊สสีขาว Kinglong XMQ6106CNG ซึ่งหมดหน้าที่ในการวิ่งรับ-ส่ง ภายในรั้วจุฬาฯ 

โดยตัวรถป๊อปจุฬาโฉมใหม่ดังกล่าว เป็นรถบัสพลังงานไฟฟ้าที่ต่อขึ้นใหม่ มีขนาดความยาว 8 เมตร ที่บริษัท สมาร์ทบัส จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานจ้างเดินรถภายในจุฬาฯ ได้นำมาให้บริการสำหรับนิสิต คณาจารย์ และบุคลากรของจุฬาฯ ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ได้รับสัมปทานไปจนถึงปี 2568

สำหรับเส้นทางเดินรถในจุฬาฯ ที่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้าจะวิ่งให้บริการ มีทั้งหมด 5 เส้นทาง ได้แก่ สาย 1 วงกลมศาลาพระเกี้ยวไป BTS สยาม  สาย 2 วงกลมศาลาพระเกี้ยว ไป BTS สนามกีฬาแห่งชาติ  สาย 3 วงกลมศาลาพระเกี้ยว ไปคณะแพทยศาสตร์ มาบุญครอง  สาย 4 วงกลมศาลาพระเกี้ยว ไปสามย่านมิตรทาวน์ และสาย 5 วงกลมศาลาพระเกี้ยว ไประเบียงจามจุรี โดยเริ่มเดินรถตั้งแต่เวลา  06.30 น. และจะเพิ่มรอบวิ่งถี่ขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน รวมทั้งจำนวนรถที่มากขึ้น คาดว่าจะเพียงพอต่อการให้บริการ ซึ่งหลังออกมาให้บริการก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้โดยสาร โดยเฉพาะนิสิตเพราะสีชมพูสดใส ซึ่งเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย ทั้งยังเป็นรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าที่ไม่สร้างมลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

วช.หนุนนวัตกรรมเลเซอร์สำหรับใช้ส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ผู้สูงอายุในระดับปฐมภูมิ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/678011

วช.หนุนนวัตกรรมเลเซอร์สำหรับใช้ส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ผู้สูงอายุในระดับปฐมภูมิ

วช.หนุนนวัตกรรมเลเซอร์สำหรับใช้ส่งเสริมสุขภาพช่องปาก ผู้สูงอายุในระดับปฐมภูมิ

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.30 น.

จากสภาพสังคมไทยในทุกวันนี้มีจำนวนตัวเลขผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งที่ตามมาก็คือการเยียวรักษาด้านสุขภาพไม่ว่าจะเป็นโรคประจำตัวหรือโรคที่เป็นไปตามวัย เช่นเดียวกับปัญหาสุขภาพในช่องปากที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะเจอ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องหรือถูกวิธี จากแผลอักเสบในช่องปากที่เรื้อรังอาจกลับกลายเป็นโรคร้ายอย่างมะเร็งได้ ด้วยเหตุนี้ทางกลุ่มวิจัยเลเซอร์วิทยาทางทันตแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมเลเซอร์เพื่อรักษาแผลอักเสบหรือรอยโรคในช่องปากสำหรับผู้สูงอายุ ในท้องที่ห่างไกลโดยเฉพาะในระดับตำบลให้สามารถเข้าถึงบริการการรักษาทางทันตกรรมอย่างมีคุณภาพ โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช. )ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง  ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้นและนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นองค์ความรู้ที่เสริมศักยภาพในด้านคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม สามารถขยายผลต่อยอดในเชิงพาณิชย์ สนับสนุนในภาคการผลิตต่าง ๆ  ที่ผ่านมาทาง วช.ได้ให้การสนับสนุนนวัตกรรมด้านอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ในการรักษาวินิจฉัยโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง อย่างปัญหาสุขภาพในช่องปากเป็นภัยคุกคามที่ไม่ควรมองข้ามเพราะบางอาการอาจนำไปสู่โรคร้ายตามมาได้ นวัตกรรมงานวิจัยด้านเลเซอร์เพื่อรักษาโรคในช่องปากผู้สูงอายุนับว่าเป็นอุปกรณ์ทางทันตกรรมที่ทันสมัยลดความเสี่ยงสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งทาง วช.ได้ให้การสนับสนุน เพื่อขยายโอกาสในการรักษาให้ผู้สูงอายุที่อยู่ห่างไกลสามารถใช้บริการได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล

ศาสตราจารย์ ดร.ศจี สัตยุตม์ หัวหน้ากลุ่มวิจัยเลเซอร์วิทยาทางทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะมีปัญหาสุขภาพในช่องปากและอาจเกี่ยวโยงถึงโรคทางระบบที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ และหลอดเลือดหากใช้วิธีการรักษาด้วยการถอนฟัน หรือ ขูดหินน้ำลายจะห้ามเลือดในช่องปากได้ยาก มีรอยโรคก่อนเป็นมะเร็งในช่องปาก มีแผลอักเสบเรื้อรัง และมีอาการแสบร้อนบริเวณเยื่อบุในช่องปาก สำหรับกลไกในการรักษาด้วยเลเซอร์ทางทีมวิจัยได้ใช้เวลาในการค้นคว้าทดลองมากว่า 10 ปี ผลออกมาพบว่ามีประสิทธิภาพในการรักษา ซึ่งการใช้เลเซอร์นี้มีหลายกลุ่ม เช่น เลเซอร์ความเข้มข้นสูงใช้ผ่าตัดเนื้อเยื่ออ่อนช่องปาก และตัดฟันหรือผ่าตัดกระดูกได้ เลเซอร์แบบเฉพาะเจาะจงใช้เพื่อทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นโรค และเลเซอร์ความเข้มต่ำซึ่งเป็นชนิดที่ใช้ในโครงการนี้คือ ใช้ความยาวคลื่น 8.30 นาโนเมตร ปรับตั้งเพื่อเป็นกลไกที่จะช่วยห้ามเลือดจากแผลในปากหรือแผลถอนฟัน  และลดอาการอักเสบ

จากผลสำเร็จทางคลินิกของนวัตกรรมเลเซอร์ในช่องปากที่ว่านี้ สามารถห้ามเลือดจากการถอนฟันหรือการขูดหินน้ำลายได้ดี ลดความเจ็บปวดแสบร้อนหรือลดการอักเสบของแผลในปาก ส่งเสริมการหายของแผลโดยไม่ต้องใช้ยา เนื่องจากยาทาที่มีสเตียรอยด์อาจทำให้ผู้สูงอายุติดเชื้อราในช่องปากได้ นอกจากนี้จากผลศึกษาวิจัยก็คือผู้สูงอายุให้การยอมรับเลเซอร์เพื่อช่วยห้ามเลือดและบรรเทาความเจ็บปวดแสบร้อนในช่องปาก เนื่องจากไม่เจ็บ ใช้เวลาน้อย ไม่เป็นภาระในการดูแลรักษา สามารถเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลใกล้บ้านอย่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ให้บริการในพื้นที่นำร่องเพื่อการศึกษาวิจัยทั้งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการเยียวยารักษาผู้ป่วยในสถานบริการสุขภาพ ทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล โรงพยาบาลชุมชนระดับอำเภอ และโรงพยาบาลทั่วไปในระดับจังหวัด ทั้งนี้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่เป็นผู้ใช้นวัตกรรมเลเซอร์นี้ในการดูแลผู้สูงอายุได้เอง

สำหรับในอนาคตการขยายผลองค์ความรู้ด้วยนวัตกรรมเลเซอร์รักษาโรคช่องปาก ให้แพร่หลายอย่างกว้างขวางมากขึ้นมีความเป็นไปได้หลายรูปแบบ อาทิ ภาคเอกชนที่สนใจในการผลิต หรือสถานบริการสุขภาพที่มีความต้องการใช้เลเซอร์นี้ เพื่อใช้ในการรักษา สามารถติดต่อมาได้ โดยทางทีมวิจัยพร้อมให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีและให้คำปรึกษาแก่ทันตแพทย์หรือบุคคลากรผู้นำไปใช้งาน และปัจจุบันได้มีการเผยแพร่องค์ความรู้นี้ทั้งในประเทศและขยายไปสู่เครือข่ายที่ต่างประเทศ ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาเครื่องเลเซอร์และกระบวนการ telehealth เพื่อสะดวกต่อการใช้งานในพื้นที่ห่างไกล และเพื่อเปิดโอกาสสำหรับหน่วยงานที่มีศักยภาพและมีความสนใจที่จะร่วมทำการวิจัยพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุไทย 
 

‘ตรีนุช’คาดเสนอครม.เดือนก.ย. แต่งตั้ง 3 ซี10ศธ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/677937

‘ตรีนุช’คาดเสนอครม.เดือนก.ย. แต่งตั้ง 3 ซี10ศธ.

‘ตรีนุช’คาดเสนอครม.เดือนก.ย. แต่งตั้ง 3 ซี10ศธ.

วันจันทร์ ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.59 น.

‘ตรีนุช’คาดเสนอครม.เดือนก.ย. แต่งตั้ง 3 ซี10ศธ.

5 กันยายน 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับ 10 ศธ. ว่า ขณะนี้ว่างอยู่ 3 ตำแหน่ง ได้แก่ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) 1 ตำแหน่ง รองเลขาธิการสำนักงานสภาการศึกษา (สกศ.) 1 ตำแหน่ง และผู้ตรวจราชการ ศธ. 1 ตำแหน่งนั้น ตนอยู่ระหว่างพิจารณาหาคนที่เหมาะสม โดยเฉพาะตำแหน่งรองเลขาธิการ กพฐ.ที่ต้องเข้ามาช่วยดูแลสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งถือเป็นองค์กรใหญ่ ดังนั้นต้องหาคนที่สามารถเข้ามาทำงานสอดรับ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. โดยตนจะพยายามเสนอให้ ครม.พิจารณาภายในเดือนกันยายนนี้