‘มหิดล’ร่วมวางแผนเปิดรับนักท่องเที่ยว ‘นครสวรรค์’เมืองรองที่มีมากกว่า‘บึงบอระเพ็ด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670653

‘มหิดล’ร่วมวางแผนเปิดรับนักท่องเที่ยว  ‘นครสวรรค์’เมืองรองที่มีมากกว่า‘บึงบอระเพ็ด’

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หลังจากที่ทั่วโลกต้องประสบวิกฤต COVID-19 จนได้มีการรณรงค์ให้คนไทยทุกคนฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ในอัตราที่ควบคุมได้ เริ่มมีการใช้ “ชีวิตวิถีใหม่” และเดินทางภายในประเทศกันมากขึ้น จนมาถึงวันที่ทั่วโลกต้องประสบกับวิกฤตอาหารและพลังงานเช่นปัจจุบัน แม้การท่องเที่ยวไทยจะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ “จังหวัดนครสวรรค์”ซึ่งเปรียบเหมือน “ประตูสู่ภาคเหนือ”พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้ได้รับความอบอุ่นและประทับใจกลับไปเสมอ

ดร.พรพิรัตน์ คันธธาศิริ ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิตสาขาการประกอบการเชิงนิเวศวัฒนธรรมโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ตามโครงสร้างการท่องเที่ยวของประเทศไทย ได้กำหนดให้ “เมืองหลัก” ของการท่องเที่ยวไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 22 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา สงขลา และ ภูเก็ต

“แม้จังหวัดนครสวรรค์ จะอยู่ในกลุ่ม 55 จังหวัดที่เป็นเมืองรองแต่ก็ยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กลับมาฟื้นคืนเศรษฐกิจของชุมชน โดยโครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ร่วมกับทุกภาคส่วนของจังหวัดนครสวรรค์ จัดทำแผนเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวสู้วิกฤตอาหารและพลังงานโลก โดยเน้นการท่องเที่ยวแบบรวมกลุ่มในเส้นทางท่องเที่ยวที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวอย่างครบวงจร” ดร.พรพิรัตน์ กล่าว

แม้ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มเป้าหมายหลัก แต่เมืองรองก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่าง โดยผู้มาเยือนจังหวัดนครสวรรค์ส่วนใหญ่จะมุ่งสัมผัสวิถีธรรมชาติ ชื่นชม “บึงบอระเพ็ด” ซึ่งเป็นบึงธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และด้วยโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ออกแบบขึ้นใหม่นี้ นอกจากการได้ชื่นชมกับวิถีธรรมชาติบึงบอระเพ็ดแล้ว ยังจะได้สัมผัสกับวิถีชุมชน ผลิตภัณฑ์อาหารขึ้นชื่อต่างๆ รวมทั้งของที่ระลึกจากชุมชนนครสวรรค์ให้เลือกสรรกลับบ้านไปด้วยความประทับใจ ภายใต้งบประมาณที่ประหยัดและคุ้มค่า

ในเบื้องต้น…แผนการจัดการท่องเที่ยวจังหวัดนครสวรรค์สู้วิกฤตดังกล่าวกำลังอยู่ในช่วงทดลอง ทั้งนี้ได้มีการน้อมนำ “ศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียง” มาเพื่อพัฒนาชุมชนโดยหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาการประกอบการเชิงนิเวศวัฒนธรรม โครงการจัดตั้งวิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยมหิดลพร้อมทำหน้าที่ “ปัญญาของแผ่นดิน”ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล นำองค์ความรู้เรื่อง “นิเวศพื้นถิ่น” ซึ่งเป็นการประยุกต์เอาภูมิปัญญา และวิถีวัฒนธรรม มาสร้างเป็นรายได้ช่วยเหลือชาวชุมชนนครสวรรค์ให้รอดพ้นจากวิกฤตไปได้อย่างยั่งยืน!!!

มหาวิทยาลัยมหิดล

มท.ชวนประชาชนร่วมประดิษฐ์ผีเสื้อแห่งความจงรักภักดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670655

มท.ชวนประชาชนร่วมประดิษฐ์ผีเสื้อแห่งความจงรักภักดี

วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.43 น.

‘มท.’ ชวนพี่น้องประชาชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมการสาธิตประดิษฐ์ผีเสื้อแห่งความจงรักภักดี – ร่วมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าไทย 4 ภูมิภาคน้อมนำแนวพระราชดำริฯ ระหว่างวันที่ 1-15ส.ค. นี้

2 สิงหาคม 2565 ที่บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตรวจเยี่ยมการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โซนที่ 2 การสาธิตการออกร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์และผลผลิตจากการน้อมนำแนวพระราชดำริ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล กำหนดจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 “ด้วยรักแห่งแผ่นดิน : With Love for the Nation” ระหว่างวันที่ 1- 15 สิงหาคม 2565 ณ บริเวณถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รับโอกาสให้เป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียติฯ โดยการประดิษฐ์ผีเสื้อจากผ้าประจำถิ่นของจังหวัด เพื่อนำมาประดับตกแต่งนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ ซึ่งได้ร่วมกับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนทั้ง 76 จังหวัด ร่วมประดิษฐ์ผีเสื้อแห่งความจงรักภักดีจากผ้าประจำถิ่นของแต่ละจังหวัด เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าบาติก ผ้ามัดหมี่ ผ้ามัดย้อม จังหวัดละ 90 ตัว โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ ทุกคนทำด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

ทั้งนี้ เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความจงรักภักดีของประชาชนในทุกจังหวัด นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ร่วมกับสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ประดิษฐ์ผีเสื้อในนามประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความจงรักภักดี จำนวน 90 ตัว รวมจำนวนทั้งสิ้น 10,545 ตัว ซึ่งได้ทำการส่งมอบให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ เพื่อนำไปประดับตกแต่งและประกอบการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้รับมอบหมายให้มีส่วนร่วมในการจัดนิทรรศการฯ ในโซนที่ 2 กิจกรรมการสาธิตและการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์และผลผลิตจากการน้อมนำแนวพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ บริเวณลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ ประกอบด้วย นิทรรศการเกี่ยวกับผ้าไทย ผ้าพื้นเมือง และการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์และผลผลิตจากการน้อมนำพระราชดำริฯ และการสาธิตประดิษฐ์ผีเสื้อจากผ้าประจำถิ่นของจังหวัด แบ่งเป็น 2 จุด ได้แก่

ศาลาที่ 1 สาธิตการประดิษฐ์ผีเสื้อจากผ้าประจำถิ่นของจังหวัด เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการประดิษฐ์ผีเสื้อเพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดี และใช้ผีเสื้อประกอบการจัดนิทรรศการและประดับตกแต่งต้นไม้โดยรอบบริเวณหอนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ พร้อมทั้งจัดจุดเช็คอินถ่ายภาพและที่ติดประดับผีเสื้อผ้าไทย โดยระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2565 เป็นการสาธิตโดยกลุ่มศิลปะประดิษฐ์ดอกไม้จากรังไหม แม่หนูจีน ศรีนัมมัง วันที่ 5-8 สิงหาคม 2565 สาธิตโดยจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา วันที่ 9-12 สิงหาคม 2565 สาธิตโดยจังหวัดอุทัยธานีและจังหวัดลำพูน และวันที่ 13-15 สิงหาคม 2565 สาธิตโดยจังหวัดราชบุรีและจังหวัดชัยนาท

ศาลาที่ 2 เป็นการจัดแสดงนิทรรศการผ้าไทยและออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไทย 4 ภูมิภาค โดย 1) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2565 เป็นการจัดแสดงฯ และออกร้านฯ ของศูนย์หัตถกรรมและจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านวัดธาตุประสิทธิ์และบ้านท่าเรือ จังหวัดนครพนม กลุ่มทอผ้าไหมหมี่ขิดบ้านสีชื่นชม จังหวัดอุดรธานี กลุ่มผ้าตุ้มทอง จังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มสตรีทอผ้าแพรวา จังหวัดกาฬสินธุ์ และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านแม่คึมมะอุสวนหม่อน จังหวัดนครราชสีมา 2) ภาคใต้ ระหว่างวันที่ 5-8 สิงหาคม 2565 โดยกลุ่มศิวนาฏ จังหวัดสงขลา และกลุ่มผ้าทอเกาะยอ จังหวัดพัทลุง 3) ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 9-12 สิงหาคม 2565 โดยกลุ่มผ้าซิ่นตีนจก จังหวัดอุทัยธานี และกลุ่มทอผ้ายกดอกลำพูน จังหวัดลำพูน และ 4) ภาคกลาง ระหว่างวันที่ 13-15 สิงหาคม โดยกลุ่มทอผ้าบ้านเนินขาม จังหวัดชัยนาท และกลุ่มผ้าจกทอมือ จังหวัดราชบุรี

“สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่พี่น้องประชาชนได้ค้นพบจากการริเริ่มประดิษฐ์ผีเสื้อจากผืนผ้าอัตลักษณ์ของชุมชนเพื่อถวายความจงรักภักดีในครั้งนี้ นั่นคือ เกิดการสร้างอาชีพใหม่ ด้วยการประยุกต์จัดทำ “เข็มกลัดผีเสื้อ” สร้างอาชีพ สร้างรายได้เสริม ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งนับเป็นสายธารแห่งน้ำพระราชหฤทัยที่ไหลหลั่งผสานกับพลังแห่งความจงรักภักดีที่พวกเรามีต่อพระองค์ท่าน ทำให้เกิดนวัตกรรมจากภูมิปัญญามาต่อยอดประดิษฐ์ผ้าไทยเป็นเข็มกลัดผีเสื้อ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า สวยงาม สร้างรายได้ที่ยั่งยืน ให้กับประชาชนอีกด้วย” นายสุทธิพงษ์ กล่าว

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวด้วยว่า กระทรวงมหาดไทย ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 “ด้วยรักแห่งแผ่นดิน : With Love for the Nation” ระหว่างวันที่ 1- 15 สิงหาคม 2565 ณ บริเวณถนนราชดำเนินกลางตั้งแต่สะพานผ่านฟ้าลีลาศถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทย รวมถึงภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ พระผู้นำศาสนา ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และภาคสื่อมวลชน ได้ร่วมกันริเริ่มโครงการ/กิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคมไทย ทั้งการสวมใส่ผ้าไทย การช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกิจกรรมด้านอื่น ๆ เพื่อเป็นการปฏิบัติบูชาน้อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลดังกล่าว เพื่อที่จะร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยด้วยความจงรักภักดี โดยพร้อมเพียงกัน

-005

‘ตรีนุช’ฮึ่ม!ขู่งัด‘ไม้แข็ง’ฟาดวิทยาลัย เกียร์ว่างปล่อย‘นักเรียนนักเลง’ตีกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670640

‘ตรีนุช’ฮึ่ม!ขู่งัด‘ไม้แข็ง’ฟาดวิทยาลัย เกียร์ว่างปล่อย‘นักเรียนนักเลง’ตีกัน

วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.05 น.

‘ตรีนุช’ฮึ่ม!ขู่งัด‘ไม้แข็ง’ฟาดวิทยาลัย เกียร์ว่างปล่อย‘นักเรียนนักเลง’ตีกัน

2 สิงหาคม 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีมีกลุ่มนักศึกษาอาชีวะ 2 แห่งยกพวกทำร้ายร่างกายกันได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บริเวณสี่แยกราชวัตร ถนนพระราม 5 แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต กทม. ห่างจาก สน.ดุสิต เพียง 300 เมตร ว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากนายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาตนได้ให้นโยบายกับเลขาธิการ สอศ.และวิทยาลัยอาชีวศึกษา ให้มีมาตรการป้องกันและประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เพื่อป้องกันการก่อเหตุมาโดยตลอด

ทั้งนี้ เรื่องความปลอดภัยกับสถานศึกษา และในการประชุมสัมมนาผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทั้งรัฐและเอกชนเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้กำชับย้ำไปอีก เพราะเรื่องความปลอดภัยเป็นเรื่องที่ ศธ.มุ่งเน้นอยู่แล้วและถือเป็นเรื่องสำคัญ ก็คงต้องไปเจาะลึกเป็นรายวิทยาลัยเพราะมีไม่กี่วิทยาลัยที่ก่อเกิดเหตุรุนแรง

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการทบทวนใช้ไม้แข็งปิดวิทยาลัยที่มีนักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทหรือไม่ นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ตนขอดูรายละเอียดมาตรการนี้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามขอให้ผู้อำนวยการวิทยาลัยทุกคน อย่าปล่อยปละละเลยต้องเข้มมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหานักศึกษาก่อเหตุทะเลาะวิวาทด้วย

“เปิดเรียนแล้วก็กำชับให้วิทยาลัยแต่ละแห่งมีมาตรการป้องกันความรุนแรงต่างๆ ทั้งเรื่องการทะเลาะวิวาท และให้ประสานกับตำรวจในพื้นที่และเครือข่ายในการเฝ้าระวังการก่อเหตุ” รมว.ศธ.กล่าว             

มอ.ผลักดันศูนย์ ICE-SSI เป็นศูนย์วิจัยอาหารทะเลระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670427

มอ.ผลักดันศูนย์ ICE-SSI เป็นศูนย์วิจัยอาหารทะเลระดับโลก

วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศ.ดร.สุทธวัฒน์ เบญจกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารทะเล (ICE-SSI) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า ศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารทะเล (ICE-SSI) คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นศูนย์วิจัยชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ด้วยการดำเนินการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ทันสมัย ผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างประเทศ สู่การนำไปประยุกต์ใช้ในทางวิชาการและอุตสาหกรรม พร้อมทั้งผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพป้อนสู่วงการวิทยาศาสตร์อาหารทะเลและนวัตกรรม

สำหรับพันธกิจของทางศูนย์ฯ ศ.ดร.สุทธวัฒน์ กล่าวว่า มุ่งเน้นสร้างงานวิจัยเกี่ยวกับคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารทะเลที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมในประเทศไทย เพราะอาหารทะเลมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารทะเลเป็นอันดับต้นๆ ของโลก โดยมีการส่งออกทั้งรูปแบบสดและแปรรูปจำนวน 1.5 ล้านตันมีมูลค่า 195,000 ล้านบาทต่อปี โดยจะร่วมกันสร้างเครือข่ายนานาชาติ ผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยต่างประเทศ ในรูปแบบการสร้างงานวิจัยและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานต่างๆ และร่วมมือกับอุทยานวิทยาศาสตร์ในการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสร้างงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการวิชาการซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจของมหาวิทยาลัย เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการในด้านงานวิจัยด้านอาหารทะเล โดยมีภาคเอกชนให้ความสนใจงานวิจัยเรื่องไบโอแคลเซียม เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถขยายสู่ตลาดหลากหลายและตอบโจทย์ตลาดฮาลาล และมุ่งสนับสนุนการนำวัสดุเศษเหลือจากการแปรรูปอาหารทะเลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศที่มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาประเทศ โดยใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ภายใต้โมเดล BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) คือ โมเดลเศรษฐกิจสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

มอ. ได้ตั้งเป้าหมายของศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารทะเล (ICE-SSI) ก้าวสู่การเป็นศูนย์วิจัยระดับโลก หรือ World Class Research Center โดยผลิตองค์ความรู้ที่ทันสมัย สามารถแข่งขันในระดับโลก จากการมีบุคลากรและนักวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ แบบครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนการสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมกับการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารทะเล ซึ่งปัจจุบันมีนักศึกษาทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจและคาดว่าจะมีนักศึกษาทยอยสมัครเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าทางศูนย์ฯ จะสามารถผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพป้อนสู่ตลาดแรงงานอย่างแน่นอน

สวนดุสิต สุพรรณบุรี หนุนชุมชน พัฒนาสร้างมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670430

สวนดุสิต สุพรรณบุรี หนุนชุมชน  พัฒนาสร้างมูลค่าให้สินค้าท้องถิ่น

วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี จัดโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ อพสธ.-มสด. โดยมี ผศ.ดร.กนกกานต์ วีระกุล ผู้ช่วยอธิการบดี (อาจารย์สาขาวิชาเทคโนโลยีอาหาร โรงเรียนการเรือน ผู้จัดการโครงการปฏิบัติการอาหารแปรรูป (วิทยาเขตสุพรรณบุรี) กล่าวเปิดโครงการ และมีกิจกรรม ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรท้องถิ่นเพื่อสุขภาพน้ำมะนาวผสมน้ำส้มยูซุเพื่อการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ การพัฒนานวัตกรรมอาหารสุขภาพ (Functional food) โดยถ่ายทอดองค์ความรู้ และได้ถ่ายทอดนวัตกรรมให้แก่ประชาชนกลุ่มแม่บ้านตำบลวังยาว และวิสาหกิจชุมชน จังหวัดสุพรรณบุรี และในพื้นที่ใกล้เคียง

ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรท้องถิ่น และการพัฒนานวัตกรรมอาหารสุขภาพ ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาเป็นสินค้าเพื่อจำหน่ายในชุมชน ส่งเสริมความรู้ไปประยุกต์ใช้และต่อยอดความรู้เดิมให้เกิดการพัฒนาทักษะอาชีพ ในการทำกิจกรรมเครื่องดื่มสมุนไพรท้องถิ่นและพัฒนานวัตกรรมอาหารสุขภาพ เพื่อพัฒนาสินค้าและสร้างมูลค่าสินค้าให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ วิสาหกิจชุมชนพืชผักและผลไม้ปลอดภัย ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

‘A money บัดดี้ส่งมอบอุปกรณ์กีฬาให้น้อง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670431

‘A money บัดดี้ส่งมอบอุปกรณ์กีฬาให้น้อง’

วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายซูสุมุ อิโตะ ผู้บริหารสายงานการขายและศูนย์ปฏิบัติการบริษัท ไอร่า แอนด์ ไอฟุล จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการบัตรกดเงินสด“เอมันนี่” (A money) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A money บัดดี้เรื่องเงิน”  จับมือโรงเรียนวัดธรรมประสิทธิ์ จังหวัดสมุทรสงคราม จัดกิจกรรม “A money บัดดี้ส่งมอบอุปกรณ์กีฬาให้น้อง” โดยสนับสนุนอุปกรณ์กีฬา อาทิ ฮูลาฮูป เชือกกระโดด จักรยาน แบดมินตัน ฯลฯ พร้อมจัดกิจกรรมเรียกเหงื่อต้อนรับน้องๆ

จัดกิจกรรมวันสุนทรภู่และวันภาษาไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670432

จัดกิจกรรมวันสุนทรภู่และวันภาษาไทย

วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายปฐพี พิพัฒน์พงศ์ภวิน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดปากแคว สพป.สุโขทัย เขต 1 นำคณะครูและนักเรียนจัดกิจกรรมวันสุนทรภู่และวันภาษาไทย ประจำปี 2565 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง โดยมีกิจกรรมการแต่งกายตามวรรณคดีไทย การแสดงละครตามวรรณคดี ตอบปัญหาภาษาไทย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานให้กับนักเรียน รวมทั้งได้รับความรู้จากการสอดแทรกความรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ อีกด้วย

DPU จัดประชุม ที่ใหญ่สุดในอาเซียน ด้าน Wellness และเวชศาสตร์ชะลอวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670426

DPU จัดประชุม ที่ใหญ่สุดในอาเซียน ด้าน Wellness และเวชศาสตร์ชะลอวัย

วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.นพ.พัฒนา เต็งอำนวย คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ (CIM) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า CIM จะจัดงานประชุมวิชาการที่ใหญ่สุดในอาเซียน “H.E.A.T. Anti-aging Congress 2022” ระดมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก ร่วมแชร์ความรู้และเทรนด์แห่งอนาคต Wellness Management ที่ครอบคลุมในด้านของ Tourism Technology and Communityพร้อมชี้โอกาสเติบโตในอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม การประชุมดังกล่าวคาดมีผู้เข้าร่วมประมาณ 600 คน เพราะปีนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ Anti-Aging และ Aesthetic Medicine เท่านั้น แต่ยังมีการขยายกลุ่มให้ครอบคลุมในด้าน  Wellness Industry จึงเพิ่มหัวข้อที่โลกกำลังให้ความสนใจอย่าง Wellness Management และ Wellness Tourism ซึ่งจะไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อแพทย์และนักวิชาการ แต่ยังรวมถึงผู้ที่รักสุขภาพ นักกีฬา และทุกคนที่เกี่ยวข้องในแง่ธุรกิจด้วย

ตลอดการจัดงาน 3 วัน จะมีการบรรยายภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศและในประเทศ ได้แก่ Oiga Vita บรรยายหัวข้อ Vitality Project, 3×3 System of Natural Healing ดร.นรินทร สุรสินธร บรรยายหัวข้อ Trend in Medical Wellness Equipment และ ดร.ไบรอัน คุณาคม บรรยายหัวข้อ When Fitness Meets Cancer Survivors เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีสาระความรู้ด้าน Wellness อย่างเข้มข้นที่สามารถนำไปต่อยอดธุรกิจได้ด้วย เช่น การเปลี่ยนธุรกิจสปาให้เป็นศูนย์สุขภาพ แนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ การต่อต้านวัยสุนทรียศาสตร์ การบำบัดด้วยเซลล์ โภชนาการ ไอโอแฮกกิ้ง การจัดการสุขภาพ เป็นต้น และการจัดงานในครั้งนี้เรามุ่งมั่นในการสร้างองค์ความรู้ด้าน Wellness ในระดับโลกเพราะได้มีการขยายฐานกลุ่มผู้เข้าร่วมงานซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะแพทย์ แต่ยังมีกลุ่มนักวิจัย กลุ่มนักธุรกิจที่ต้องการความรู้ไปต่อยอดธุรกิจ รวมถึงบุคคลทั่วไปที่รักและห่วงใยสุขภาพด้วย

ผศ.ดร.นพ.พัฒนา ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับทิศทางตลาด Wellness เพิ่มเติมว่า ความต้องการตลาดอาหารเสริมจะได้รับการตอบรับจากคนส่วนใหญ่มากขึ้น เพราะทุกคนเริ่มตระหนักและให้ความสำคัญในการดูแลตัวเอง รวมทั้งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายสะดวกต่อการดูแลสุขภาพ   ธุรกิจที่จะได้รับความสนใจเป็นลำดับต่อมา คือ ธุรกิจออกกำลังกาย ส่วนธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพนั้นคาดว่าจะได้รับความสนใจน้อยกว่า ปัจจัยหลักมาจากทัศนคติของคนในสังคมที่ยังเข้าใจว่า อาหารเพื่อสุขภาพไม่อร่อย

งาน H.E.A.T. Anti-aging Congress 2022 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2565 ณ The Athenee Hotel, A Luxury Collection Hotel ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://congress.heatantiaging.com/

“จินตลีลาพัสตราภรณ์ : มโนราห์บัลเลต์” การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670425

“จินตลีลาพัสตราภรณ์ : มโนราห์บัลเลต์” การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมที่หาชมได้ยาก

วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ภูษาศิลป์จากท้องถิ่นสู่สากล” งานที่ยิ่งใหญ่อีกงานหนึ่งที่กระทรวงวัฒนธรรม จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 และเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีพระราชวิริยอุตสาหะปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ในการส่งเสริมเรื่อง “ผ้าไทย” โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 สิงหาคม 2565 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอนมีกิจกรรมที่น่าสนใจเกี่ยวกับผ้าไทยหลากหลายจากทั่วประเทศไทย

การแสดงจินตลีลาพัสตราภรณ์ : มโนราห์บัลเลต์ ภายใต้งาน “ภูษาศิลป์จากท้องถิ่นสู่สากล”เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่อยากเชิญชวนคนไทยทุกคนได้ไปสัมผัสสักครั้ง เพราะเป็นการแสดงที่ทรงคุณค่าที่หาดูชมได้ยาก การแสดงดังกล่าวเป็นการแสดงนาฏศิลป์ไทยร่วมสมัย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก “ผ้าไทย” อันเนื่องมาจากพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไทยเพื่อให้ประชาชนมีรายได้ และรักษาภูมิปัญญาอันล้ำค่าไม่ให้สูญหาย ผสมผสานกับการแสดงบัลเลต์ ซึ่งการแสดงนี้ได้ถือกำเนิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 9 ประกอบเพลงพระราชนิพนธ์ รวมทั้งได้นำเอาการขับร้องดนตรีประสานเสียง การแสดงโดยศาลาเฉลิมกรุง บรรเลงโดย “วงเฉลิมราชย์” เป็นการรวบรวมบทเพลงโปรดมาถ่ายทอดเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับชม และซึมซับมรดกอันล้ำค่า ผ่านการแสดงแนวร่วมสมัย

“จินตลีลาพัสตราภรณ์ : มโนราห์บัลเลต์” ประกอบด้วยการแสดง 3 ชุดชุดแรก คือชุด “เฉลิมราชพัสตรา” เป็นการแสดงนาฏศิลป์ไทยร่วมสมัย มาจากเรื่องราวของผ้าไทย ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี ในการอนุรักษ์และส่งเสริมการใช้ผ้าไทยเพื่อให้ประชาชนมีรายได้และรักษาภูมิปัญญาอันล้ำค่าไม่ให้สูญหาย การแสดงจะเป็นกระบวนการผลิตไหมไทยของชาวบ้านตั้งแต่เริ่มจับตัวไหมจนกระทั่งเป็นผืนผ้าไหมไทยสู่สายตาประชาชน และชาวโลก การแสดง “บัลเลต์มโนราห์” การนำเสนอความเป็นไทยที่ผสมผสานได้อย่างลงตัวสู่ความเป็นสากล เป็นการแสดงโครงเรื่องเดิมครั้งเมื่อแสดงครั้งแรกในวันที่21 ตุลาคม 2525 ที่ตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร การแสดงขณะนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากพระกระแสรับสั่งที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้แสดงให้ข้าราชบริพารชาวบ้าน และเหล่าศิลปาชีพได้ชม และในการแสดงครั้งที่ได้มีการนำมาออกแบบท่าเต้นใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย และการแสดงดนตรีและขับร้อง ชุด “บทเพลงในความทรงจำ” เป็นการรวบรวมบทเพลงทรงโปรดของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาแสดง บรรเลงดนตรีโดยวงดนตรีเฉลิมราชย์

การจัดการ แสดงจินตลีลาพัสตราภรณ์ : มโนราห์บัลเลต์ ภายใต้งาน “ภูษาศิลป์จากท้องถิ่นสู่สากล” จัดแสดงที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ จำนวน 2 รอบ ในวันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม เวลา 14.30-16.00 น. และวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม 2565 เวลา 17.00-18.30 น.

การเข้าชม การแสดงจินตลีลาพัสตราภรณ์ : มโนราห์บัลเลต์ การแสดงอันทรงคุณค่านี้ นอกจากจะได้ดื่มด่ำกับความงดงามของนาฏศิลป์ไทยร่วมสมัยแล้วผู้ชมจะได้ตระหนักถึงความสำคัญของผ้าไทยที่กว่าจะอนุรักษ์ส่งเสริมให้ผ้าไทยสู่สากลได้เหมือนทุกวันนี้ ได้ต่อสู้ฝ่าฟันกันมาขนาดไหน และในฐานะคนรุ่นใหม่เราควรทำหน้าที่ในการรักษา ต่อยอด ร่วมสืบสานภูมิปัญญาไทยอันมีคุณค่าสืบไป

ชนิตร ภู่กาญจน์

สุดสะเทือนใจ!คนใจบาปบุกทำลายพระพุทธรูปโบราณ อายุกว่า 800 ปี เสียหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/670519

สุดสะเทือนใจ!คนใจบาปบุกทำลายพระพุทธรูปโบราณ อายุกว่า 800 ปี เสียหาย

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 21.12 น.

สุดสะเทือนใจ!คนใจบาปบุกทำลายพระพุทธรูปโบราณ อายุกว่า 800 ปี เสียหาย แม้กระทั่งผ้าอาสนะก็ถูกเผาทำลายทิ้งความเสียหายไว้ให้ดูต่างหน้า ส่วนธงชาติไทยที่ติดตั้งอยู่บนยอดเขาถูกทำลายเสียหายเช่นกัน

วันที่ 1 ส.ค.65 นายสิทธิชัย สุวรรณนุกูล อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 2 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เผยว่า เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 15 ก.ค.65 ที่ผ่านมา มีคนร้ายไม่ทราบชื่อจำนวน ก่อเหตุทำลายพระพุทธรูปโบราณอายุกว่า 800 ปี ที่ประดิษฐานที่วัดเขาลำปะ หมู่ 2 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด ได้รับความเสียหายจำนวน 4 องค์ นอกจากนี้ยังทำลายข้าวของเครื่องใช้ ทั้งกระถางธูป แท่นปักเทียน รวมทั้งโต๊ะหมู่บูชาหน้าพระพุทธรูปได้รับความเสียหาย

นายสิทธิชัย กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่า พระพุทธรูปทั้ง 4 องค์ ถูกคนร้ายทำลายจนได้รับความเสียหายหลายส่วน ทั้งเศียร ใบหู ปาก นิ้วมือ นิ้วเท้าหักเป็นท่อนวางเกลื่อนบริเวณที่ประดิษฐาน นอกจากนี้คนร้ายยังนำผ้าอาสนะ สำหรับรองนั่งของพระสงฆ์ เวลาประกอบกิจของสงฆ์ ไปเผาไฟทำลายทิ้งความเสียหายไว้ให้ดูต่างหน้า ส่วนธงชาติไทยที่ติดตั้งอยู่บนยอดเขาถูกคนร้ายทำลายเสียหายเช่นกัน

สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์ที่ถูกทำลาย มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี เป็นที่กราบไหว้ของชาวบ้านเขาลำปะ อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุตนพร้อมด้วยนายสุชาติ มีเสน กำนันตำบลเขาพระทอง แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอวด เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

-001