‘อนุชา’เปิดผลสอบ’หมอปลา-พวก’ สั่ง พศ.เดินหน้าเอาผิดตามกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656600

'อนุชา'เปิดผลสอบ'หมอปลา-พวก' สั่ง พศ.เดินหน้าเอาผิดตามกฎหมาย

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 13.20 น.

กรรมไวกว่าแสง!!! “อนุชา”เปิดผลสอบ”หมอปลา”พร้อมคณะมีความผิดเพียบ สั่งการ พศ. เดินหน้าเอาผิดตามกฎหมาย

วันที่ 28 พ.ค. นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีนายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ “หมอปลา” กับพวกนําคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่วัดต่าง ๆ อ้างว่าเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของพระภิกษุ โดยนำคณะเข้าบุกรุกวัด ที่พักสงฆ์ และกุฏิที่อยู่อาศัยหลายพื้นที่ ว่า จากการหารือของคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม พบว่าการกระทำดังกล่าวละเมิดข้อกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง และมติที่เกี่ยวข้องหลายข้อ ดังนี้  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.2560 ประมวลกฎหมายอาญา พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 และข้อบังคับสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ พ.ศ.2553

ในส่วนของการดำเนินการของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ การลงโทษพระภิกษุสงฆ์กรณีที่ละเมิดพระธรรมวินัย เป็นไปตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 หลักเกณฑ์การลงนิคหกรรมนั้นต้องเป็นไปตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 ออกตามความมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ซึ่งตามกฎมหาเถรสมาคม ผู้มีอำนาจ คือ ผู้พิจารณากับคณะผู้พิจารณาชั้นต้น คณะผู้พิจารณาชั้นอุทธรณ์และคณะผู้พิจารณาชั้นฎีกา ซึ่งเป็นตำแหน่งพระสังฆาธิการทั้งหมด ผู้ที่ไม่ใช่บุคคลดังกล่าวไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบพระภิกษุได้ การกระทำของหมอปลาและพวกจึงไม่เหมาะสม และส่งผลให้พระภิกษุไม่ได้รับความเป็นธรรม

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กำชับและสั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบและติดตามอย่างใกล้ชิด โดยย้ำให้ประสานความร่วมมือกับพระสังฆาธิการในพื้นที่ปกครอง สอดส่อง ดูแลผู้ที่มีความประพฤติไม่เหมาะสมดังเช่นกรณีดังกล่าว เพื่อป้องกันกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีที่คิดร้ายต่อพระพุทธศาสนา ในส่วนของพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของคณะสงฆ์ เป็นอำนาจตามกฎมหาเถรสมาคมที่จะพิจารณาความผิดและบทลงโทษ การที่ฆราวาสจะเข้าไปก้าวก่ายและเอาผิดเรื่องของสงฆ์ไม่สามารถทำได้ ซึ่งสิ่งนี้ถือปฏิบัติมากว่า 2,500 ปีแล้ว การกระทำของหมอปลาและพวกจึงถือเป็นการทำให้พระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาหลักของชาติเสื่อมเสีย และไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง หากพุทธศาสนิกชนท่านใดพบเห็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ขอให้รีบแจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป

นายกฯชื่นชม’โนราไทย’โชว์ไกลถึง’เวนิส’ ผลักดันซอฟเพาเวอร์ไทยสู่สายตาชาวโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656582

นายกฯชื่นชม'โนราไทย'โชว์ไกลถึง'เวนิส' ผลักดันซอฟเพาเวอร์ไทยสู่สายตาชาวโลก

วันเสาร์ ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 10.31 น.

“นายกฯ” ยินดี ชื่นชม โนราไทย โชว์ไกล ถึง “เวนิส” ขอบคุณทุกฝ่ายผลักดัน ซอฟเพาเวอร์ไทย สู่สายตาชาวโลก

28 พฤษภาคม 2565  น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แสดงความยินดีและชื่นชมการเเสดงโนราของ ผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ ศิลปินแห่งชาติประจำปี 2564 ผู้มุ่งมั่นสืบสาน “มโนราห์” ในโครงการโนราไทยไปเวนิส นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยและกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม ปี 2022 “มรดก โนรา : Spirit of NORA” ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 พ.ค. – 3 ก.ค. 2565 ณ Palazzo Pisani Santa Marina นครเวนิส สาธารณรัฐอิตาลี ในรูปแบบเทศกาลศิลปะร่วมสมัยเบียนนาเล่ (Biennale) ผ่านนิทรรศการ Spirit of NORA: Intangible Culture Heritage Of Thailand 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การแสดงดังกล่าวเกิดขึ้นจากการผลักดันของสงขลาพาวิเลียน ร่วมด้วยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมไทยในสาธารณรัฐอิตาลี ฝ่ายศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยศิลปากรและมูลนิธิสงขลาเมืองเก่า นอกจากการแสดงรำโนราบนเรือกอนโดลา ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่สำคัญของนครเวนิสแล้ว ยังมีนิทรรศการมรดกโนรา จัดแสดงศิลปะหลากหลายรูปแบบเพื่อนำเสนอเกี่ยวกับโนรา  โดยได้รับความสนใจจากชาวนครเวนิส นักท่องเที่ยว รวมถึงคนไทยในนครเวนิส เป็นอย่างมาก 

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ช่วยกันผลักดันศิลปวัฒนธรรมไทย ให้ได้เผยแพร่สู่สายตาชาวโลก อันเป็นการส่งเสริมซอฟเพาเวอร์ไทย ให้ชาวต่างชาติได้เห็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่ทรงคุณค่าและมีเอกลักษณ์โดดเด่น โดยย้ำว่ารัฐบาลมุ่งต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม พร้อมส่งเสริมเครือข่ายผู้สร้างงานศิลปะให้เข้มแข็ง  เพื่อพัฒนางานด้านศิลปวัฒนธรรมของไทยสู่สากล สร้างการยอมรับ ต่อยอดสู่การท่องเที่ยว นำพาสังคมไปสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยทุนทางวัฒนธรรมของคนไทย

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับโนราได้รับการยกให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากองค์การยูเนสโก มีคุณค่าและความสำคัญ ในฐานะศิลปะการแสดงที่สืบทอดทางการบูชาบรรพบุรุษและการบูชาทางศาสนาของคนในพื้นที่ภาคใต้ โดยนำเสนอนิทานชาดก วรรณกรรมท้องถิ่น ปัจจุบันมีการสืบทอดโนราทั้งการแสดง งานฝีมือ ดนตรี และพิธีกรรมจากรุ่นสู่รุ่น ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนโนราโดยองค์การยูเนสโก ถือเป็นการช่วยส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี ที่จะเป็นผลดีทั้งทางด้านการสืบสาน พัฒนา และมูลค่าทางเศรษฐกิจ

บอร์ดคุรุสภาไฟเขียวรื้อใหม่ระบบขอ‘ตั๋วครู’แบ่ง3ระดับ มุ่งยืดหยุ่น-เทียบนานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656206

บอร์ดคุรุสภาไฟเขียวรื้อใหม่ระบบขอ‘ตั๋วครู’แบ่ง3ระดับ มุ่งยืดหยุ่น-เทียบนานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.08 น.

บอร์ดคุรุสภาไฟเขียวรื้อใหม่ระบบขอ‘ตั๋วครู’แบ่ง3ระดับ มุ่งยืดหยุ่น-เทียบนานาชาติ

26 พฤษภาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการคุรุสภา ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับปรุงระบบการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูใหม่ เนื่องจากที่ประชุมเห็นว่าเมื่อผู้เรียนที่จบจากคณะครุศาสตร์ ซึ่งเป็นสาขาวิชาชีพครูมาแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมาขอสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอีก จนทำให้เกิดขั้นตอนการขอที่ยุ่งยาก เมื่อจบหลักสูตรครูแล้วก็ต้องมาสอบขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูอีก และเมื่อสอบบรรจุข้าราชการแล้วก็ต้องมาสอบขอใบดังกล่าวด้วยเช่นกัน อีกทั้งผู้เรียนจากคณะครุศาสตร์ก็ถือว่าได้เรียนหลักสูตรวิชาชีพครูครอบคลุมทุกด้านอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อนักศึกษาที่จบจากคณะครุศาสตร์จากนี้ไปจะได้รับใบรับรองการปฏิบัติการสอน (Provisional Teaching Certificate) อัตโนมัติทันทีเมื่อจบการศึกษาตามหลักสูตรดังกล่าว จากนั้นเมื่อสอบบรรจุข้าราชการครูคุรุสภาจะดำเนินการเชื่อมโยงระบบกับสำนักงาน ก.ค.ศ. เพื่อนำไปสู่การขอและเลื่อนวิทยฐานะได้ ดังนั้นเมื่อผ่านการสอบครูผู้ช่วยแล้วจะต้องผ่านเบสิคไลเซนส์ ได้แล้วก็จะไล่ลำดับต่อไป

สำหรับแนวทางการปรับปรุงระบบการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูใหม่นั้น ได้กำหนดให้มีใบรับรองการปฏิบัติการสอน (Provisional Teaching Certificate) ซึ่งจำแนกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ 1.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (Basic Professional Teaching License: B-license) ได้ตอนสอบบรรจุข้าราชการ ตำแหน่ง ครูผู้ช่วย 2.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นกลาง (Intermediate Professional Teaching License :I-license) ได้เมื่อได้รับการเลื่อนตำแหน่งจากครูผู้ช่วยเป็นข้าราชการครู และ 3.ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นสูง (Advanced Professional Teaching License : A-license) จะได้ต่อเมื่อเสนอเรื่องขอและเลื่อนวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

โดยมีระบบการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (Basic Professional Teaching License: B-icense) กำหนดให้มีการทดสอบความรู้และประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด ประกอบด้วย วิชาครู (PCK และทักษะวิชาชีพครู) 6 วิชาที่สอน (Content พื้นฐาน) แบ่งเป็น 5 ประเภท ดังนี้ ปฐมวัย การศึกษาพิเศษวิชาบูรณาการวิชาเฉพาะ (ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน) อาชีวศึกษา ตามหลักสูตรการอาชีวศึกษา แยกตามสาขา/แขนง

ทั้งนี้ ความรู้ในวิชาการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร วิซาการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และวิชาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นสาระความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู จะถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งในหลักเกณฑ์บังคับของการรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรทางการศึกษา เพื่อการประกอบวิชาชีพครู และการรับรองความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพครู อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงเรื่องดังกล่าวคุรุสภาได้มีการประชาพิจารณ์ในกลุ่มผู้ผลิตครูเห็นด้วยในหลักการนี้ร้อยละ 90 และกลุ่มผู้ใช้ครูเห็นด้วยร้อยละ 95 และยังต้องผ่านอีกหลายขั้นตอนในการดำเนินการ

“การปรับครั้งนี้ถือเป็นการรื้อระบบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพใหม่ โดยมี 3 หลักการ คือ 1.ยืดหยุ่น ให้คนที่จบสายครูทุกคนมีโอกาสสอบบรรจุเข้ารับราชการครูได้ 2.ต้องการปรับระบบให้เทียบเคียงกับนานาชาติ และ 3.เชื่อมโยงระบบการออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ของคุรุสภา กับระบบวิทยฐานะ ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้เป็นระบบเดียวกัน และเป็นการพัฒนาระบบวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่องและราบรื่นที่สุด ทั้งนี้ จะมีการนำร่างดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ก่อนกลับเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาพิจารณาอีกครั้ง” น.ส.ตรีนุช กล่าว

‘ครูบนดอย’เฮ!ไฟเขียวลดเวลาขอวิทยาฐานะในพื้นที่พิเศษ มีผล ต.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656154

‘ครูบนดอย’เฮ!ไฟเขียวลดเวลาขอวิทยาฐานะในพื้นที่พิเศษ มีผล ต.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 15.02 น.

ครูพื้นที่ยากลำบากเฮ!‘บอร์ด ก.ค.ศ.’ไฟเขียวลดระยะเวลาผู้ขอมีวิทยฐานะทุกสายงานในพื้นที่พิเศษ จาก 4 ปี เหลือ 3 ปี พร้อมประกาศใช้หลักเกณฑ์ ต.ค.2565

26 พฤษภาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ในหลักการการกำหนดสถานศึกษาในพื้นที่พิเศษ เพื่อนำมาใช้ในการลดระยะเวลาตามเงื่อนไขคุณสมบัติเฉพาะสำหรับวิทยฐานะของผู้ขอมีวิทยฐานะ หรือเลื่อนวิทยฐานะ (ว 4/2564)

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการกำหนดสถานศึกษาในพื้นที่พิเศษ ควรจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดสถานศึกษาในพื้นที่พิเศษเพื่อให้ครอบคลุมกับบริบทของสถานศึกษา สังกัด ศธ. จึงมอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าว โดยให้นำประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการกำหนดสำนักงานในพื้นที่พิเศษ มาประกอบการพิจารณาการกำหนดหลักเกณฑ์ด้วย เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด ศธ.ที่อยู่ในพื้นที่พิเศษ โดยจะประกาศใช้หลักเกณฑ์ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 นี้ เป็นต้นไป

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ตามที่ ก.ค.ศ. ได้กำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ทุกสายงาน (ว 3/2564) โดยในคุณสมบัติเฉพาะสำหรับวิทยฐานะ ได้กำหนดการลดระยะเวลาดำรงตำแหน่ง จาก 4 ปี เหลือ 3 ปี ตามเงื่อนไขที่ ก.ค.ศ. กำหนด พร้อมทั้งได้กำหนดการลดระยะเวลาตามเงื่อนไขคุณสมบัติเฉพาะสำหรับวิทยฐานะของผู้ขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ สายงานการสอน สายงานบริหารสถานศึกษา และสายงานนิเทศการศึกษา (ว 4/2564)

โดยในสายงานการสอน และสายงานบริหาสถานศึกษา กำหนดผู้มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขข้อ 1.2 ว่า “เป็นผู้ปฏิบัติงานในสถานศึกษาในพื้นที่พิเศษ ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ที่มีความยากลำบาก โดยเป็นพื้นที่ที่เป็นเกาะ หรือบนภูเขาสูง หรือหุบเขา หรือเชิงเขา ที่ไม่สามารถเดินทางด้วยพาหนะใด ๆได้สะดวกตลอดปี หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ หรือเหตุอื่น ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด โดยต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่พิเศษ ไม่น้อยกว่า 3 ปี นับถึงวันที่ยื่นคำขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ ทั้งนี้ หากได้รับการแต่งตั้งให้มีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะตามเงื่อนไขข้อนี้ไปแล้ว และได้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่พิเศษต่อเนื่องไปอีก ไม่น้อยกว่า 3 ปี ก็สามารถใช้เงื่อนไขข้อนี้ขอลดระยะเวลาในการขอเลื่อนวิทยฐานะในวิทยฐานะถัดไปได้”

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมเห็นชอบ แนวทางการบังคับใช้ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ครอบคลุมถึงคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนคณะกรรมการที่กฎหมายกำหนด โดยสรุปสาระสำคัญของแนวปฏิบัติดังกล่าว ดังนี้

1. ให้ใช้บังคับครอบคลุมถึงคณะกรรมการ ซึ่งใช้อำนาจหรือได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางการปกครองของรัฐ ในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย

2. กรรมการต้องยึดถือปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐของหน่วยงานที่ตนเองสังกัดด้วย ในกรณีกรรมการที่กำหนดในลักษณะที่เป็นชื่อตำแหน่งผู้แทนของตำแหน่ง ผู้แทนของหน่วยงานของรัฐ และผู้แทน ของคณะกรรมการ ให้ยึดถือและปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมสาหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐของหน่วยงานที่ตนเองสังกัดเป็นพื้นฐาน รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐประเภทนั้น ๆ ที่คณะกรรมการต้องถือปฏิบัติเพิ่มเติมด้วย

3. มาตรการในกรณีที่กรรมการมีพฤติกรรมที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม กรณีที่มีบทลงโทษ (Sanction) ผู้พิจารณาดำเนินการตามกระบวนการรักษาจริยธรรมให้คณะกรรมการ ที่มอบหมายผู้แทนเป็นผู้พิจารณาตามกระบวนการรักษาจริยธรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4. ให้นำประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐไปใช้บังคับกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่หน่วยงานของรัฐว่าจ้างมาเพื่อปฏิบัติงาน ทั้งในกรณีของการจ้างบุคคลเพื่อเป็นที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ปฏิบัติงานในสาขาวิชาที่มีลักษณะเฉพาะ รวมถึงการจ้างบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจของหน่วยงาน หรือเป็นการจ้างเพื่อปฏิบัติงานสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน หรือการตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาล หรือการบริหารงานขององค์กร รวมถึงมีผลกระทบต่อภาคส่วนต่าง ๆ การเชิญบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อเป็นที่ปรึกษาของหน่วยงานในภารกิจสำคัญดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ โดยให้นำการประพฤติปฏิบัติตนตามประมวลจริยธรรมหรือข้อกำหนดจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐ ไปกำหนดไว้ในข้อตกลงการจ้างหรือสัญญาจ้างด้วย

5. ให้มีการปฐมนิเทศ หรือจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมเกี่ยวกับประมวลจริยธรรม เพื่อเป็นการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนสร้างการตระหนักรู้ให้แก่คณะกรรมการ เพื่อเป็นการส่งเสริมและป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมที่เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม หรือไม่ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรม

คุรุสภามอบรางวัลครูถิรคุณให้‘ครูต่าย’ เป็นคนแรก เพื่อยกย่องเป็นแบบอย่างที่ดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656101

คุรุสภามอบรางวัลครูถิรคุณให้‘ครูต่าย’ เป็นคนแรก เพื่อยกย่องเป็นแบบอย่างที่ดี

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 12.56 น.

“ตรีนุช” มอบ“รางวัลครูถิรคุณ” ให้ “ครูต่าย” เป็นคนแรก เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติ พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกชาย-น้องชายเป็นครู

วันที่ 26 พฤษภาคม 2565 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จัดพิธีประกาศเกียรติคุณยกย่องครูผู้เสียสละ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพเพื่อมอบ “รางวัลครูถิรคุณ” ให้แก่นางสาวกาญจณี ใจชื้น หรือ ครูต่าย ซึ่งเป็นครูอัตราจ้างของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดตาก สาขาแม่สอด ที่ได้เข้าช่วยเหลือนักเรียนที่กำลังวิ่งข้ามถนน จนเป็นเหตุให้ถูกรถจักรยานยนต์พุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2565 โดยมี นายสำเริง ใจชื้น คุณพ่อ, นายสุจริต ใจชื้น น้องชาย และเด็กชายวิสุทธิ์ ใจชื้น ลูกครูต่าย เป็นตัวแทนรับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ จาก นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) โดย นางสาวตรีนุช ได้เชิญชวนผู้ร่วมพิธีฯลุกขึ้นยืน เพื่อร่วมตั้งจิตอธิษฐาน อุทิศส่วนกุศลส่งดวงวิญญาณของครูต่าย ให้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ ด้วยการยืนไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที โดยมีนางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการคุรุสภา ร่วมพิธี

นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นว่าครอบครัวของครูต่าย มีความรู้สึกภาคภูมิใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของครูต่าย ทั้งในฐานะที่เป็นบุตรของคุณพ่อ คุณแม่ ในฐานะคุณแม่ของลูก และในฐานะคุณครู ซึ่งเป็นวิชาชีพที่ครูต่ายรักและได้ทำบทบาทหน้าที่ของตนเองได้อย่างดีที่สุด เป็นที่น่าชื่นชม กล่าวได้ว่าครูต่ายเป็นครูที่มี จิตวิญญาณของความเป็นครูอย่างแท้จริง มีความรักและห่วงใยผู้เรียนเสมือนลูกของตนเอง เมื่อเห็นผู้เรียนที่เป็นลูกศิษย์อยู่ในความเสี่ยงก็ได้เข้าให้การช่วยเหลือและปกป้องโดยไม่คิดถึงชีวิตตนเอง นับว่าเป็นการเสียสละ สะท้อนถึงจิตวิญญาณครูที่เต็มเปี่ยมและยิ่งใหญ่มาก เป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้เรียน บุคคลในวิชาชีพครู และผู้คนในสังคมได้อย่างดียิ่ง

“รางวัลครูถิรคุณ ที่คุรุสภา ในฐานะสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลที่ปฏิบัติตน และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ มีอุดมการณ์ และมีจิตวิญญาณความเป็นครู ดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพแบบองค์รวม  ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีวิถีชีวิตที่เป็นสุข จนเป็นที่ประจักษ์ชัด และเป็นที่ยอมรับของสังคม นั้น จึงมีความเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่ได้มอบให้กับครูกาญจณี หรือครูต่าย เป็นคุณครูท่านแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่าและมีความหมายนี้  และ ศธ.ให้ความสำคัญถึงแม้จะเป็นครูอัตราจ้าง ก็ให้เกียรติและยกย่องชมเชย และทราบว่าลูกชายครูต่าย อยากเป็นครูเหมือนคุณแม่ ซึ่งทาง ศธ.ก็เปิดช่องไว้ให้หากอนาคตอยากเข้ารับราชการครู” รมว.ศธ. กล่าว

ด้าน รศ.ประวิต เอราวรรณ์  เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) รักษาการเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า “รางวัลครูถิรคุณ” มีความหมายว่า “ครูผู้ยึดมั่นในคุณธรรมอย่างมั่นคง”  ซึ่งเมื่อวันที่ 24 พ.ค.2565 ที่ผ่านมา นางสาวตรีนุช ได้ลงนามในประกาศคุรุสภา เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการประกาศเกียรติคุณยกย่องครูผู้เสียสละ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ เพื่อรับรางวัลครูถิรคุณ โดยมีหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกดังนี้ คณะกรรมการคุรุสภาจะพิจารณาคัดเลือกฯ จาก

1.เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ มีอุดมการณ์ มีจิตวิญญาณ รักและศรัทธาในวิชาชีพ จนเป็นที่ประจักษ์

2. เป็นผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน

3. เป็นผู้ที่ประพฤติและปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีงาม ทั้งกาย วาจา ใจแก่เพื่อนครู และผู้เรียน

4. เป็นผู้ได้รับความเชื่อถือศรัทธา ยกย่อง ยอมรับของผู้เรียน เพื่อนครูและสังคม ว่าเป็นต้นแบบของผู้มีจิตวิญญาณความเป็นครู เป็นแบบอย่างที่ดี และสร้างค่านิยมให้สังคมยอมรับ

5. เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ หรือประกอบวิชาชีพในพื้นที่ที่มีชุมชนและสังคมที่มีความแตกต่างทั้งทางภาษาและวัฒนธรรม หรือในพื้นที่เสี่ยงภัย หรือทุรกันดาร รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาภัยสังคมหรือความมั่นคงของชาติ หรือมีความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงานอย่างสูงด้วยความเสียสละ และอุตสาหะ เป็นเวลานาน และปรากฏผลงานเป็นแบบอย่างที่ดีด้วยความสม่ำเสมอต่อเนื่อง 

6. เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือประกอบวิชาชีพจนได้รับบาดเจ็บหรือเป็นอันตรายหรือสูญเสียอวัยวะ หรือถึงแก่ชีวิต โดยเหตุเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่หรือในการประกอบวิชาชีพ หรือเพราะเหตุกระทำการ ตามหน้าที่เป็นกรณีพิเศษจนเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติงานในหน้าที่ประจำ หรือเพราะเหตุปฏิบัติตามหน้าที่ หรือได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นกรณีพิเศษ เว้นแต่การประสบเหตุนั้นเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือจากความผิดของตน หรือจากเหตุที่ตนมีส่วนร่วมในการกระทำนั้นด้วย ทั้งนี้ ผู้ได้รับรางวัลครูถิรคุณ จะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติและรับโล่ประกาศเกียรติคุณจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า สำนนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ดูแลสวัสดิการครอบครัวของ นางสาวกาญจณี ใจชื้น หรือ ครูต่าย โดยการระดมทรัพยากรณ์ไปช่วยเหลือเป็นเงินจำนวน 4 แสนบาทแล้ว และดูแลเด็กชายวิสุทธิ์ ใจชื้น ลูกชายครูต่าย ทางด้านการศึกษา และดูแลทายาทของครูต่ายให้มีโอกาสประกอบวิชาชีพครูได้

เยี่ยมนักเรียนยากจน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655906

เยี่ยมนักเรียนยากจน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 พร้อมด้วยทีม ฉก.ชน.สพป.พิษณุโลก เขต 2 ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ด.ญ.ธิตินันท์ทองมั่น นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนบ้านแก่งสฤษดิ์เสนาอุปถัมภ์ ซึ่งมีฐานะยากจนบ้านพักอาศัยไม่มั่นคงและไม่ปลอดภัยเบื้องต้นได้มอบเครื่องอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นช่วยเหลือ พร้อมประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อหารือแนวทางในการสร้างบ้านพักให้กับนักเรียน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปวันที่ 19 พฤษภาคม 2565

ทูตเกาหลีเข้าเยี่ยมคารวะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655912

ทูตเกาหลีเข้าเยี่ยมคารวะ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายมุน ซึง-ฮย็อน (H.E.Mr.Moon Seoung-hyun) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในโอกาสเข้ารับหน้าที่และหารือความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ โดยมี นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมนายพนมบุตร จันทรโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร นางสาวอุรุษยาอินทรสุขศรี ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กระทรวงวัฒนธรรม

รณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655910

รณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา ร่วมกับศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดนครราชสีมา จัดกิจกรรมรณรงค์ลดอุบัติเหตุบริเวณทางข้าม เพื่อเป็นการสร้างกระแสการรับรู้ สร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยทางถนน โดยเฉพาะผู้ขับขี่ให้มีจิตสำนึก และตระหนักถึงความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นจากการขับรถที่ไม่มีวินัย และไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกภาคส่วน ประมาณ 50 คน ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา อ.เมือง จังหวัดนครราชสีมา ในการนี้ นายภูมิสิทธิ์  วังคีรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธี

วธ.ไฟเขียว ตั้งคณะทำงานจัดงาน ‘ไทยแลนด์เบียนนาเล่ เชียงราย 2023’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655915

วธ.ไฟเขียว ตั้งคณะทำงานจัดงาน ‘ไทยแลนด์เบียนนาเล่ เชียงราย 2023’

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการการจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 ครั้งที่ 1/2565 ที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) บูรณาการความร่วมมือกับจังหวัดเชียงราย เครือข่ายศิลปิน เครือข่ายวัฒนธรรมและสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย หน่วยงานรัฐเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนเตรียมการจัดงานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 ถึงเดือนเมษายน 2567

ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการการจัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale Chiang Rai 2023 โดยมีที่ปรึกษาประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2554 สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) และศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินแห่งชาติ พ.ศ.2564 สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) และมีผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (ผอ.สศร.) เป็นประธานกรรมการดำเนินงานโครงการฯ และกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนสถาบันการศึกษาและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีอำนาจหน้าที่ อาทิ กำหนดนโยบาย รูปแบบการจัดแสดง พิจารณาศิลปินผลงานศิลปะที่ร่วมจัดแสดง งบประมาณในการสร้างสรรค์ผลงานวางแผนการดำเนินงานโครงการ ให้คำปรึกษา และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องกับโครงการ 

อีกทั้งที่ประชุมได้เห็นชอบแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินงานโครงการฯ 2 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ มี ผอ.สศร. เป็นประธาน และคณะอนุกรรมการสิทธิประโยชน์มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเพื่อจัดทำแผนงานและขับเคลื่อนงานทั้งสองด้านให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวอีกว่าขณะเดียวกันที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง นายฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิชและนางสาวกฤติยา กาวีวงศ์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์(Artistic Director) นายอังกฤษ อัจฉริยโสภณ และนางสาวมนุพรเหลืองอร่าม เป็นภัณฑารักษ์ (Curator) ของโครงการฯ มีอำนาจหน้าที่ อาทิ ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลของศิลปิน รายละเอียดผลงาน คัดเลือกศิลปินและนำเสนอรายชื่อศิลปินที่จะเข้าร่วมโครงการ รูปแบบสร้างสรรค์ผลงาน แนวคิดและงบประมาณดำเนินงานบริหารจัดการงานภัณฑารักษ์และวิชาการที่เกี่ยวข้องกับโครงการฯ วางแผนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับงานภัณฑารักษ์ให้ข้อเสนอแนะและปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานของสศร.สนับสนุนงานวิชาการและบริหารจัดการ พร้อมทั้งกำกับดูแลแก้ไขปัญหาอุปสรรค และติดตามการปฏิบัติงานต่างๆของโครงการฯ

ประชุม‘รวมพลฅนพรรค์นอกกะลา’ โรงเรียนพัฒนาตนเอง TSQP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/655914

ประชุม‘รวมพลฅนพรรค์นอกกะลา’  โรงเรียนพัฒนาตนเอง TSQP

วันพฤหัสบดี ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ปรึกษา สพฐ. อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะตัวแทนท่านเลขาธิการ กพฐ. เปิดการประชุมวิชาการ “รวมพลฅนพรรค์นอกกะลา โรงเรียนพัฒนาตนเอง TSQP ครั้งที่ 4

พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการของโรงเรียน TSQPและ Workshop คลินิกตามกลุ่มสนใจ ณ โรงเรียนบ้านแก่งจูงนาง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 กล่าวว่ารวมพลฅนพรรค์นอกกะลา โรงเรียนพัฒนาตนเอง TSQPครั้งที่ 4 มีบุคลากรโรงเรียนในเครือข่าย และผู้สนใจจากหลายจังหวัดทั่วประเทศเข้าร่วมงานกว่า 400 คน นับเป็นการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของโรงเรียน โครงการการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teacher & School Quality Program : TSQP) หรือที่เรียกว่า “โรงเรียนพัฒนาตนเอง” ที่เข้มแข็ง

โครงการ TSQP เป็นการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ หรือ Whole School Approach ที่เป็นการพัฒนาตัวเอง พัฒนาเครือข่าย พัฒนาระบบ มีการจัดระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีทีมโค้ช ทีมสนับสนุน โดยหัวใจสำคัญคือการพัฒนาเป็นทีม เพื่อให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ในโครงการครูจะได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็น ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ของแต่ละโรงเรียนว่ามีสภาพปัญหาอย่างไร ครูต้องมีทักษะอย่างไรที่สอดรับกับทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 พร้อมนำไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และสนับสนุนการศึกษาวิจัยประเมินผลเพื่อเป็นต้นแบบและขยายผลต่อไป