สพป.พิษณุโลก เขต 2 อบรม เสริมสมรรถนะครูผู้ช่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656980

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เปิดเผยว่า สพป.พิษณุโลก เขต 2 ได้รับบรรจุและแต่งตั้งผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วยจำนวน 175 ราย จึงได้เตรียมการจัดอบรมปฏิบัติการเสริมสร้างสมรรถนะครูผู้ช่วยสู่การเป็นครูมืออาชีพ ในวันที่ 3-5 มิถุนายน 2565ที่โรงเรียนวัดบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

หลักสูตรในการอบรม ได้แก่ เส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพครู การเขียนแผนการจัดการเรียนรู้สู่การจัดการเรียนในชั้นเรียน วินัย คุณธรรม จริยธรรม ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน DLTV สู่ความสำเร็จ ทักษะการใช้สื่อ ภาษาในการจัดการเรียนการสอน การดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการเรียนรู้นอกห้องเรียน จิตวิญญาณความเป็นครู การติดตามและประเมินผลการจัดการเรียนการสอน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ PLC กิจกรรมจิตอาสา

ม.วลัยลักษณ์ คว้า 3 รางวัล สหกิจศึกษาดีเด่นระดับชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656974

ม.วลัยลักษณ์ คว้า 3 รางวัล สหกิจศึกษาดีเด่นระดับชาติ

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

อาจารย์ ดร.อัตนันท์ เตโชพิศาลวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์สหกิจศึกษาและพัฒนาอาชีพ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ผลงานทางด้านสหกิจศึกษาของมหาวิทยาลัย จำนวน 8 ผลงาน ได้รับการคัดเลือกจากเครือข่ายสหกิจภาคใต้ตอนบน เข้าร่วมประกวดผลงานสหกิจศึกษาในระดับประเทศ ซึ่งจัดโดยสำนักปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) และได้ดำเนินการคัดเลือกและตัดสินการประกวดรางวัลผลงานสหกิจศึกษาฯ ดีเด่นระดับชาติ ไปแล้วนั้น ม.วลัยลักษณ์สามารถคว้ารางวัลสหกิจศึกษาฯในเวทีระดับชาติ มาได้จำนวน 3 รางวัล

“รางวัลที่ได้รับ ได้แก่ รางวัลสถานศึกษาดำเนินการนวัตกรรมสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานดีเด่น รางวัลนักศึกษาสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานที่มีโครงงานและผลการปฏิบัติงาน และด้านนวัตกรรมดีเด่น รางวัลดีเด่นระดับชาติ ได้แก่ นายธันวา ทองเกลี้ยง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เชิงคำนวณ ไปปฏิบัติสหกิจศึกษาณ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และรางวัลสถานประกอบการขนาดใหญ่ดำเนินการสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน ดีเด่น ได้แก่ เครือโรงแรมอนันตรา ภูเก็ต รีสอร์ท เสนอโดยมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์”

อาจารย์ ดร.อัตนันท์ กล่าวว่า จากการปรับรูปแบบสหกิจศึกษาเป็น 8 เดือน ทำให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นมหาวิทยาลัยที่ทุกหลักสูตรมีการใช้ CWIE(Cooperative and Work IntegratedEducation) เพื่อพัฒนาคุณภาพบัณฑิตตามนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการผลักดัน CWIE Platform และผลจากการปรับเปลี่ยนดังกล่าวยังส่งผลให้ช่วงที่ผ่านมาบัณฑิตที่เข้ากระบวนการสหกิจศึกษา8 เดือน มีโอกาสได้งานทำในสถานประกอบการที่ไปปฏิบัติสหกิจศึกษาเพิ่มมากขึ้น

“กระบวนการดังกล่าวมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีการเตรียมความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนานักศึกษาและคณาจารย์ การปรับหลักสูตรเพื่อให้สอดคล้องกับสหกิจศึกษา และการสร้างความร่วมมือกับสถานประกอบการ ทำให้ทุกกระบวนการส่งเสริมให้นักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กลายเป็นบัณฑิตที่มีทักษะวิชาการและวิชาชีพตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน” อาจารย์ ดร.อัตนันท์กล่าวทิ้งท้าย

อาจารย์จุฬาฯ แนะป้องกัน‘โรคฝีดาษลิง’ ใช้สุขอนามัยที่เราป้องกันโควิด-19 ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656973

อาจารย์จุฬาฯ แนะป้องกัน‘โรคฝีดาษลิง’ ใช้สุขอนามัยที่เราป้องกันโควิด-19 ได้

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.น.สพ.ดร.สว่าง เกษแดงสกลวุฒิ ภาควิชาพยาธิวิทยาและหน่วยชันสูตรโรคสัตว์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคฝีดาษลิงว่า พาหะของโรคคือสัตว์ฟันแทะ เช่น กระรอก หนู แพรีด็อก ฯลฯ โดยติดเชื้อได้จากการโดนสารคัดหลั่งจากสัตว์ป่วยที่มีเชื้ออยู่ ส่วนการแพร่เชื้อจากคนสู่คนพบในประเทศอังกฤษ เป็นการติดจากสารคัดหลั่งเนื่องจากมีการใกล้ชิดกัน แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าติดจากการมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ ส่วนการแพร่กระจายเชื้อผ่านอากาศ (Airborne) เกิดขึ้นได้แต่น้อยมาก

สำหรับอาการและความรุนแรงของโรคฝีดาษลิง ผศ.น.สพ.ดร.สว่าง กล่าวว่า ระยะ 3-4 วันแรก ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการเหมือนการติดเชื้อไวรัสคือมีไข้ ปวดหัว ปวดตัวไม่มีแรง บางคนอาจเจ็บคอ หลังจากนั้นที่ผิวหนังจะมีลักษณะเป็นผื่น ตุ่มหนองขึ้นเหมือนอีสุกอีใส แล้วก็จะค่อยๆ แห้งกลายเป็นสะเก็ด และสามารถหายเองได้ในระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ และโรคนี้ไม่ได้รุนแรงมาก เมื่อติดเชื้อแล้วมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่1-10% เท่านั้น ถึงแม้อัตราการเสียชีวิตจะต่ำ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือเราไม่รู้ว่าใครติดแล้วจะรุนแรงแค่ไหน ดังนั้นควรป้องกันตนเองและไม่ไปสัมผัสเชื้อจะดีที่สุด

“เนื่องจากโรคฝีดาษลิงเป็นเชื้อไวรัสจึงไม่มีวิธีการรักษาแต่มีการศึกษาเกี่ยวกับโรคฝีดาษสำหรับคนที่มีการปลูกฝีพบว่าสามารถป้องกันได้ 85% ซึ่งปัจจุบันไม่มีการปลูกฝีแล้ว การทดลองให้ยาต้านไวรัสสำหรับผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี 100% กำลังอยู่ในขั้นการทดลอง และต้องศึกษาอย่างละเอียดเนื่องจากยาต้านไวรัสอาจมีผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ สำหรับเรื่องวัคซีนในอดีตมีวัคซีนฝีดาษในคน แต่ประเทศไทยหยุดการฉีดวัคซีนฝีดาษเนื่องจากอุบัติการณ์ของโรคน้อยลง ทั้งนี้ วัคซีนฝีดาษสามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ 80% เนื่องจากเป็นเชื้อไวรัสในกลุ่มเดียวกัน” ผศ.น.สพ.ดร.สว่าง กล่าว

ผศ.น.สพ.ดร.สว่าง เผยว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดของโรคฝีดาษลิงในประเทศไทย คือการเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศที่มีผู้ติดเชื้อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะที่ด่าน สนามบินต้องเฝ้าระวัง และมีระบบตรวจสอบอย่างเคร่งครัดซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลในส่วนนี้แล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ต้องระวังคือสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะเลี้ยงสัตว์ฟันแทะ การนำสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสัตว์ต่างถิ่นเข้ามาโดยไม่รู้ที่มาเป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะถึงแม้สัตว์จะเป็นพาหะนำโรคแต่อาการของสัตว์จะไม่แสดงออกชัดเจน จึงต้องเฝ้าระวังสัตว์ที่นำเข้ามา และควรให้ความรู้กับคนที่เลี้ยงสัตว์ต่างถิ่นในเรื่องความเสี่ยงและวิธีการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล

“สำหรับการป้องกันโรคฝีดาษลิง สุขอนามัยที่เราป้องกันโควิด-19 ในขณะนี้สามารถป้องกันโรคฝีดาษลิงได้เช่นกัน เพราะโรคฝีดาษลิงจะติดได้จากสารคัดหลั่ง การเว้นระยะห่างกัน 1-2 เมตร ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และแอลกอฮอล์เจลหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ที่มีประวัติมาจากพื้นที่เสี่ยงและมีอาการ ก็จะสามารถช่วยป้องกันโรคนี้ได้” อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวทิ้งท้าย

อาจารย์ ม.ศรีปทุม ได้รับรองคุณภาพ มาตรฐานอาจารย์มืออาชีพจากอังกฤษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656976

อาจารย์ ม.ศรีปทุม ได้รับรองคุณภาพ มาตรฐานอาจารย์มืออาชีพจากอังกฤษ

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยศรีปทุม เห็นความสำคัญของการปฏิรูปการเรียนการสอนผลักดันให้อาจารย์ให้ได้รับรองสมรรถนะวิชาชีพอาจารย์ตามกรอบมาตรฐานของสหราชอาณาจักร UKPSF ประเทศอังกฤษ ประสบผลสำเร็จ

ม.ศรีปทุม มีอาจารย์ที่ผ่านการรับรองคุณภาพด้านการเรียนการสอนตามกรอบมาตรฐานอาจารย์มืออาชีพ ของประเทศอังกฤษ UK Professional Standards Framework ในระดับ Senior Fellowรวมจำนวน 5 ราย ได้แก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิรินธรสินจินดาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนและพัฒนาการเรียนการสอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไพบูลย์สุขวิจิตร บาร์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะศิลปศาสตร์ดร.มุกดาฉาย แสนเมือง หัวหน้าสาขาวิชาบริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัฐสภา แก่นแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์มีเดีย ด้านวิชาการ และ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชลธิศ เอี่ยมวรวุฒิกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยศรีปทุม นับเป็นอันดับ 1ของมหาวิทยาลัยเอกชนในประเทศไทย ที่มีคณาจารย์คุณภาพ ระดับ Senior Fellow ตามกรอบมาตรฐาน ของ UKPSF 

กอ.รมน.-วช.ส่งมอบผลสำเร็จงานวิจัยและนวัตกรรม แก้ปัญหาภัยแล้งให้กับชุมชนมุกดาหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657042

กอ.รมน.-วช.ส่งมอบผลสำเร็จงานวิจัยและนวัตกรรม แก้ปัญหาภัยแล้งให้กับชุมชนมุกดาหาร

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.48 น.

วันที่ 30 พฤษภาคม 2565 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร​ (กอ.รมน.)​ ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)และ​ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จัดพิธีส่งมอบนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและยกระดับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ​โดย พล.ท.อุดม 
โกษากุล ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน.​ และ​ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประธานกล่าวเปิดงานพิธีส่งมอบนวัตกรรมให้แก่พื้นที่​ ตำบลเหล่าหมี จังหวัดมุกดาหาร และ ศ.ดร.ทศวรรษ สีตะวัน หัวหน้าโครงการวิจัย นายวลัยพรรณ น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และ นายทักษิณ สุวรรณไตรย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสยามกลการ 4 ให้การต้อนรับ โดยมีหัวหน้ากลุ่มตัวแทนวิสาหกิจทั้ง 8 กลุ่ม พร้อมด้วยสื่อมวลชน ให้เกียรติเข้าร่วมงาน ณ โรงเรียนสยามกลการ 4 ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร กิจกรรมดังกล่าวเป็นผลสำเร็จของการดำเนินงานในโครงการวิจัย เรื่อง “การแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อการเกษตรที่เหมาะสมของชุมชนสังคมจังหวัดมุกดาหารด้วยนวัตกรรม” ซึ่งมี ศ.ดร.ทศวรรษ สีตะวัน สาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย

พล.ท.อุดม โกษากุล ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กอ.รมน. กล่าวว่า​ โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1​กอ.รมน. เป็นหน่วยงานที่พิจารณาคัดเลือกพื้นที่ ต.เหล่าหมี​ อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร แห่งนี้เพื่อดำเนินโครงการนี้ และได้ส่งให้ทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติได้พิจารณาสนับสนุนงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ด้วยวิจัยและนวัตกรรม มีการติดตามการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มโครงการ จากสนับสนุนของส่วนราชการต่าง​ ๆ ในจังหวัดมุกดาหาร กิจกรรมการส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมในโครงการเรื่อง “การแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อการเกษตรที่เหมาะสมของชุมชนสังคมจังหวัดมุกดาหารด้วยนวัตกรรม” นี้ เป็นกิจกรรมในรูปแบบขยายผลองค์ความรู้จากผลงานงานวิจัยและนวัตกรรม​ โดย วช. ให้การสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี รถเข็นสูบน้ำพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ ระบบอบลมร้อนแบบพาราโบลาโดมพลังงานเซลล์ไปถ่ายทอดขยายผลเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สูงขึ้นสนับสนุนผลผลิตการวิจัย เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป 

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช.  เป็นหน่วยงานภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  มีภารกิจหลักในการให้ทุนวิจัยและนวัตกรรมแก่นักวิจัย หน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรม ในประเด็นสำคัญของประเทศ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ รวมทั้งสหสาขาวิชาการ โดยมุ่งเน้นผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และแก้ไขปัญหาได้จริงอย่างทันท่วงที ทั้งเชิงวิชาการ เชิงเศรษฐกิจ เชิงสังคมชุมชน และเชิงนโยบาย เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาและแก้ปัญหาเร่งด่วนที่สำคัญปัญหา​ภัยแล้ง​เป็นปัญหา​เร่งด่วน​ที่จะต้องได้รับการแก้ไข ในการบูรณาการขับเคลื่อนภายใต้ความร่วมมือระหว่าง วช. และ กอ.รมน . โดยมี​ ม.​ราชภัฏ​สกลนคร​ ในการลงพื้นที่​ การนำประโยชน์องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ชุมชนต้นแบบด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมผ่านกลไกการดำเนินงานของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ความมั่นคง​ มีความมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมในการสนับสนุนงานเสริมสร้าง ความมั่นคงของรัฐ ความมั่นคงทางสังคม ความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และอาหาร รวมถึงความมั่นคงเชิงพื้นที่ ตลอดจนเพื่อนำการวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงในการปฏิบัติและการถ่ายทอดสู่ศูนย์เรียนรู้ของเครือข่ายปราชญ์เพื่อความมั่นคง เครือข่ายพื้นที่ชุมชนนำไปสู่ชุมชนที่มีศักยภาพ ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยรูปแบบการขยายผลองค์ความรู้จากผลงานงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตจากผลสำเร็จนำไปสู่การส่งมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมในโครงการวิจัย เรื่อง “การแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อการเกษตรที่เหมาะสมของชุมชนสังคมจังหวัดมุกดาหารด้วยนวัตกรรม” วช. ให้การสนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี รถเข็นสูบน้ำพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ ระบบอบลมร้อนแบบพาราโบลาโดมพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์เคลื่อนที่ได้ โรงเรือนแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน อย. และสถานีสูบน้ำพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์จากความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานในการขยายผลองค์ความรู้จากผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมร่วมผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การพัฒนาโดยผสานความรู้ร่วมผนึกกำลังสู่การพัฒนาเศรษฐกิจทั้งในพื้นที่และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ วช. หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนและเป็นต้นแบบการทำงานวิจัยแบบบูรณาการให้กับนักวิจัยเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ศ.ดร.ทศวรรษ สีตะวัน หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า วช. ได้สนับสนุนทุนในการวิจัยในการดำเนินงานในเรื่องของ การแก้ปัญหาภัยแล้งเพื่อการเกษตรที่เหมาะสมของชุมชนสังคมจังหวัดมุกดาหารด้วยนวัตกรรม และ การพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อการเกษตรโดยใช้เครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับชุมชนสังคม ซึ่งเป็นการสนับสนุนสถาบันการศึกษาที่มีองค์ความรู้จากงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมถ่ายทอดขยายผลเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สูงขึ้นโดยกลไกบูรณาการเชิงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานพัฒนาหน่วยงานภาคปฏิบัติในพื้นที่ และหน่วยงานร่วมขยายผลสนับสนุนผลผลิตการวิจัย วช. ร่วมกับ กอ.รมน.และ​ม.ราชภัฏสกลนคร ได้ดำเนินการถ่ายทอดเทคโนโลยีองค์ความรู้การใช้พลังงานทดแทนในการสูบน้ำเพื่อการเกษตรโดยใช้เซลล์แสงอาทิตย์ แก่กลุ่มเป้าหมายมาแล้วมากกว่า 50 ชุมชน ดังนั้น ทางคณะผู้วิจัยร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงเสนอโครงการ “การแก้ปัญหาภัยแล้งและยกระดับผลผลิตทางการเกษตรที่เหมาะสมของชุมชนสังคมจังหวัดมุกดาหารด้วยนวัตกรรม” การแก้ปัญหาภัยแล้งและการบริหารจัดการน้ำศักยภาพผลผลิตทางการเกษตร ที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนในการถ่ายทอดและส่งมอบนวัตกรรมโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่าย ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสู่การสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างมีส่วนร่วมสู่ความเข้มแข็งของชุมชน ในพื้นที่ บ้านเหล่าหมี บ้านนาซิง และบ้านนายอ ตำบลเหล่าหมี อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยการนำนวัตกรรม รถเข็นสูบน้ำพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบสมาร์ท ระบบอบลมร้อนแบบพาราโบลาโดมพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ สถานีสูบน้ำด้วยพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ การถ่ายทอดองค์ความรู้รูปแบบแปรรูปผลิตภัณฑ์จากการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาตราสินค้า และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ของชุมชนกลุ่มเป้าหมาย นำไปสู่การแก้ปัญหาภัยแล้งและผลผลิตทางการเกษตรสู่ชุมชนโดยการจัดทำเป็นเอกสารตีพิมพ์ เผยแพร่ สื่อมัลติมิเดีย และคู่มือเผยแพร่กับชุมชนในพื้นที่ด้วยการนำองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยแก้ปัญหาในพื้นที่เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และเป็นการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ของวิสาหกิจแปรรูปผลิตภัณฑ์จากการเกษตรในจังหวัดมุกดาหารเกิดกระบวนการพัฒนาและต่อยอดกลุ่มวิสาหกิจอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความมั่นคง สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ได้อย่างยั่งยืน

ภายในงานมีการนำเสนอผลผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของโครงการ จำนวน 8 กลุ่มวิสาหกิจ ได้แก่ 1.) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอาหารปลอดภัยไทท่าห้วยคำ 2.) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงสัตว์บ้านเหล่าแขมทอง 3.)วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ไทนาซิง 4.) กลุ่มแปรรูปกล้วยน้ำว้า บ้านเหล่าหมี 5.) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์และปลูกไม้ผลบ้านนายอ 6.) กลุ่มอาชีพเศรษฐกิจพอเพียงบ้านนาซิงแปรรูปอ้อย 7.) กลุ่มปลูกมัลเบอรรี่บ้านนา​ ซิงแปรรูปจากหม่อน และ 8.) กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลอดภัยไทนาซิง และมีการสาธิตนวัตกรรม ประกอบด้วย รถเข็นสูบน้ำพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์แบบมัลติฟังก์ชัน เครื่องอบลมร้อนแบบพาราโบลาโดมพลังงานเซลล์แสงอาทิตย์เคลื่อนที่ได้ ทั้งนี้ ผู้บริหาร วช. ผู้ร่วมงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยสื่อมวลชน ได้เดินทางไปเยี่ยมชมจุดติดตั้งสถานีสูบน้ำ ณ อ่างเก็บน้ำร่องสิม และเยี่ยมชมสถานที่ผลิตอาหารมาตรฐานหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตอาหาร ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์และปลูกไม้ผลบ้านนายอ ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมก้าวสู่ประเทศไทยที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

นักกฎหมายฝีมือดีหอบประสบการณ์30ปี ตั้งบริษัทที่ปรึกษาหนุนนักลงทุนไทย-เทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656763

นักกฎหมายฝีมือดีหอบประสบการณ์30ปี  ตั้งบริษัทที่ปรึกษาหนุนนักลงทุนไทย-เทศ

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักกฎหมายฝีมือดี นำโดยดร.นิ่มนวล ผิวทองงาม กรรมการกฎหมายธุรกิจ และกฎระเบียบ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ทีมนักกฎหมาย ประกอบด้วย นายสุชาติ ชมกุล อดีตประธานสภาทนายความจังหวัดนนทบุรี,นายวราพันธ์ กนกวงศ์เสถียร น.ส.มณี
ตันติเวชกุล, นายขรรค์ไชย ศิริคุณพงศ์และน.ส.ศศิพัชร์ อัครกุลศานต์ ร่วมกับนักธุรกิจชื่อดัง น.ส.ภิญญ์ชยุตม์อัครกุลศานต์ มองเห็นว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายการลงทุนจะกลับมาคึกคักอีกครั้งจึงร่วมกันก่อตั้ง บริษัทเอเชีย ลีกัลฟรอนเทียร์ ลอว์ ออฟฟิศ ขึ้นมา

น.ส.ภิญญ์ชยุตม์ ในฐานะ ประธานกรรมการบริษัทเอเซีย ลีกัล ฟรอนเทียร์ ลอว์ ออฟฟิศ กล่าวว่า บริษัทเกิดจากการรวมตัวกันระหว่างนักกฎหมาย และนักธุรกิจ ที่มองเห็นถึงความสำคัญทางด้านการลงทุน ทั้งในและต่างประเทศ ที่ต้องมีตัวบทกฎหมาย เป็นตัวชี้นำ ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทนี้จึงเป็นแหล่งรวมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจโดยเฉพาะ เพื่ออำนวยความสะดวก ให้คำปรึกษาแก่นักลงทุนไทยที่สนใจที่จะไปลงทุนในกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ตลอดจนทวีปยุโรปซึ่งรวมถึงประเทศรัสเซีย ในทางกลับกัน ยังพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนต่างชาติที่สนใจที่จะมาลงทุนในไทย

ขณะที่ น.ส.ศศิพัชร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและกฎหมายภาษียกตัวอย่างเจ้าของบริษัทส่วนใหญ่ มักประสบปัญหาเมื่อธุรกิจเติบโตแล้วเจอกรณีสรรพากรเข้าตรวจสอบภาษีอากรและต้องจ่ายเบี้ยปรับ เงินเพิ่มเป็นจำนวนเงินสูงถึงร้อยละ 20 ต่อเดือนแม้ที่บริษัทจะมีพนักงานบัญชีอยู่แล้ว แต่พนักงานบัญชีส่วนใหญ่ล้วนยังไม่เข้าใจกฎหมายภาษีอากรที่ยุ่งยากและซับซ้อน กับทั้งคำศัพท์ทางกฎหมายก็เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก ดังนั้นเมื่อเกิดข้อพิพาทหรือเป็นประเด็นทางภาษีเกิดขึ้น พนักงานบัญชีจึงยากที่จะแก้ไขหรือเจรจาเพื่อให้เกิดผลดีแก่บริษัทหรือผู้ประกอบการ

ด้าน ดร.นิ่มนวล กล่าวว่า การจัดตั้งบริษัทในครั้งนี้ ได้รวบรวมผู้มากประสบการณ์ด้านกฎหมายธุรกิจ ที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน ทั้งการว่าความ การให้คำปรึกษากฎหมายธุรกิจภาษี การลงทุนในต่างประเทศ และการให้คำปรึกษานักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แบบครบทุกองศา ด้วยเล็งเห็นว่า ในโลกที่เชื่อมต่อกัน การที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างมั่นคงได้ จะต้องมีการวางแผนธุรกิจและการลงทุนให้อยู่บนพื้นฐานและกรอบของกฎหมาย

ซึ่งการไปลุยเอาดาบหน้าแบบลูกทุ่งๆ ที่คุ้นเคยและทำเป็นประจำจะเป็นความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการควรหลีกเลี่ยง ดังนั้นความตั้งใจของผู้ก่อตั้งบริษัท คือประสบการณ์กว่า 30 ปีของหุ้นส่วนแต่ละท่าน มาเป็นส่วนหนึ่ง ที่ร่วมกันทำให้นักธุรกิจและนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ได้มีที่ปรึกษาทางกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจคอยเดินไปพร้อมกัน อันจะทำให้ธุรกิจเติบโตและประสบผลสำเร็จได้โดยไม่ต้องเสี่ยงเรื่องการดำเนินธุรกิจที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดกฎหมาย เพราะสูตรแห่งความสำเร็จที่เหมือนกันทั้งโลก คือ ธุรกิจต้องควบคู่ไปกับกฎหมาย เปรียบเสมือนการวางรากฐานที่ดี ย่อมจะไม่มีปัญหาในภายหลัง

‘ม.หอการค้าไทย’จับมือ‘ชีวาศรมอคาเดมี่’ ชูหลักสูตร ‘บูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656762

‘ม.หอการค้าไทย’จับมือ‘ชีวาศรมอคาเดมี่’  ชูหลักสูตร ‘บูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม’

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สถาบันการศึกษาในระดับอุดมศึกษาชั้นแนวหน้าด้านธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ ร่วมกับ โรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปาชีวาศรม ยกระดับคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พัฒนาหลักสูตร “บูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม (Integrated Wellness and Beauty)”มุ่งสร้างบัณฑิตพร้อมเติบโตในตลาดแรงงานธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงาม

ทั้งในฐานะผู้ประกอบการ และนักวิชาชีพด้านการบำบัด (Therapist) ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ที่แข็งแกร่งครอบคลุม 360 องศา ให้บัณฑิตก้าวสู่การเป็นผู้ขับเคลื่อนธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการที่เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม พร้อมคาดการณ์สถานการณ์อุตสาหกรรมสปาทั่วโลกจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว สวนกระแสภาวะวิกฤตโควิด-19 ภายในปี 2568

รศ.ดร.พิชญอร ไหมสุทธิสกุล อาจารย์ประจำหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงความเป็นมาของการร่วมมือพัฒนาหลักสูตรระหว่างสองสถาบันว่า ด้วยศักยภาพดั้งเดิมของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เราเชื่อมั่นว่าหลักสูตรนี้สามารถเติมเต็มองค์ความรู้แก่ผู้เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ เวชศาสตร์เพื่อสุขภาพและความงามที่ยั่งยืน ตลอดจนวิทยาศาสตร์การผลิตผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอางเพื่อสุขภาพและความงาม

ซึ่งผู้เรียนจะได้รับประสบการณ์เสมือนประกอบอาชีพหรือธุรกิจจริง อย่างเช่นการฝึกงานกับภาคธุรกิจซึ่งเป็นเครือข่ายสมาชิกของหอการค้าไทย ตลอดจนการทดลองพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งประกอบด้วยองค์ความรู้ด้านเคมีภัณฑ์ และธุรกิจ การตลาดโดยผู้เรียนสามารถนำไปประกอบอาชีพและสร้างธุรกิจได้จริง ประกอบกับทางส่วนของโรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปาชีวาศรมนั้น มีหลักสูตรและบุคลากรที่พร้อมถ่ายทอดศาสตร์ด้านสุขภาพและความงามเพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่วิชาชีพผู้ให้บริการด้านสุขภาพและความงาม

และด้วยทางมหาวิทยาลัยฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาวิชาชีพทางwellness ที่สร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล และมีโอกาสเติบโตได้ก้าวไกลถึงระดับสากล จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่มีชื่อเสียงในด้านการสร้างผู้ประกอบการ และโรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปาชีวาศรม หรือชีวาศรมอคาเดมี่ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการด้านการดูแลสุขภาพองค์รวม ที่ได้รับการยอมรับ และการันตีคุณภาพจากหลากหลายสถาบันด้วยรางวัลระดับ World Class ในการร่วมกันพัฒนาหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม (Integrated Wellness and Beauty)”

ด้าน ผศ.ดร.เสาวนีย์ เอี้ยวสกุลรัตน์อาจารย์ประจำหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวเสริมว่า หลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม (Integrated Wellness and Beauty) เป็นหลักสูตรปริญญาตรีประเภทวิชาชีพ ซึ่งสามารถใช้เวลาสำเร็จการศึกษาได้ภายใน 3 ปีครึ่ง

โดยผู้เรียนจะได้รับองค์ความรู้ทั้งจากคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และโรงเรียนสอนวิชาชีพและสุขภาพสปาชีวาศรม ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านวิชาชีพบริการในธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงามเทียบเท่าระดับสากล เมื่อสำเร็จการศึกษา ผู้เรียนจะได้รับประกาศนียบัตรเพื่อประกอบอาชีพ ดังนี้1.ใบประกาศนียบัตรหลักสูตรการนวดสวีดิช 150 ชั่วโมง จากกระทรวงสาธารณสุข

2.ใบประกาศนียบัตรหลักสูตรนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ 60 ชั่วโมง จากกระทรวงสาธารณสุข 3.สิทธิ์ยื่นสอบประเมินความรู้ผู้ดำเนินการสปา (Spa Manager) และ 4.สิทธิ์ยื่นสอบประเมินความรู้และทักษะทางวิชาชีพระดับสากล Confederation of International Beauty Therapy and Cosmetology (CIBTAC) : Anatomy and Physiology, Body massage, Diet and Nutrition

อย่างไรก็ดี แม้ภาวะวิกฤตโควิด-19จะส่งผลกระทบกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมทั่วโลก ซึ่งอุตสาหกรรมสปาก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน จากปี 2560 ถึง 2562 อุตสาหกรรมสปาเติบโตอย่างรวดเร็วในอัตรา 8.7% ต่อปี และมีรายได้ถึง 111 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากสปา 165,714 แห่ง โดยเพิ่มขึ้นอย่างมากในธุรกิจโรงแรม และรีสอร์ทสปา (จาก 48,248 แห่ง เป็น 60,873 แห่ง)

จนกระทั่งเข้าสู่ปี 2563 สปาซึ่งนับเป็นบริการที่มีการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ จึงได้รับผลกระทบอย่างหนัก และมีรายได้ลดลง 39%คิดเป็นตัวเลข 69 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและสถานประกอบการสปาลดลงเหลือ 160,1000 แห่ง โดยมีธุรกิจสปาที่ปิดตัวเลงกว่า 4,000 แห่ง แต่จากการคาดการณ์ของ Global Wellness Institute (GWI) พบว่าอุตสาหกรรมสปามีโอกาสพื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยตลาดเติบโตขึ้น 17% ต่อปี จนถึงปี 2568 และมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวถึง 150.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

อาจารย์สิริรัตน์ ไชคำพา หัวหน้าผู้สอนโรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพชีวาศรม กล่าวเสริมว่าในสถานการณ์ที่ทั่วโลกเริ่มมีการปรับตัวด้วยมาตรการการรับมือกับวิกฤตโควิด-19ที่แข็งแกร่ง ทำให้อุตสาหกรรมสปาที่เคยได้รับผลกระทบกลับมาฟื้นตัว บุคลากรที่หันไปประกอบอาชีพอื่นหลังจากได้รับผลกระทบก็กำลังกลับเข้ามาในอุตสาหกรรมสปาใหม่อีกครั้ง เพื่อเตรียมตัวต้อนรับนักท่องเที่ยวที่กำลังจะเดินทางกลับเข้ามาใช้บริการอย่างมั่นใจ เวลานี้คือเวลาสำคัญที่เราต้องเริ่มพิจารณาว่าหากอุปสงค์ในฝั่งผู้ใช้บริการกลับมามีปริมาณที่มากขึ้น

จากนี้ไปอุตสาหกรรมสปาก็มีความต้องการบุคลากรที่จะเข้ามารองรับความต้องการของผู้ใช้บริการ และเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ สำหรับหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม (Integrated Wellness and Beauty)โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และชีวาศรมอคาเดมี่ เป็นหลักสูตรที่พร้อมสร้างและพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ที่จะเสริมกำลังของบุคลากรในตลาดแรงงานของอุตสาหกรรมเพื่อความงาม และสุขภาพ ในอนาคต

เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ชื่นชอบเรื่องการดูแลความงาม และพัฒนาบุคลิกภาพ ตลอดจนเป็นผู้ที่ใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพอยู่เสมอ และพร้อมที่จะแบ่งปันหรือดูแลผู้อื่นให้สุขภาพดี และมีความสุขเช่นเดียวกัน สามารถสื่อสารได้ดีและมีทักษะทางภาษาต่างประเทศรักการเรียนรู้ มีความสนใจที่จะประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสปาและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรืออยากประกอบธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ในขณะที่ตัวหลักสูตรฯนั้นมีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ

โดยผู้เรียนสามารถมีรายได้ระหว่างเข้ารับการศึกษา พร้อมปฏิบัติงานจริงกับชีวาศรม ซึ่งเป็นมืออาชีพด้านธุรกิจสปา เป็นที่ยอมรับในระดับ World Class และจะได้รับใบประกาศนียบัตรซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันด้านคุณวุฒิทางวิชาชีพ ซึ่งออกโดยกระทรวงสาธารณสุข สามารถทำงานในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพได้อย่างถูกต้อง และสามารถยื่นคุณวุฒิเพื่อสอบ CIBTAC Certificate เพื่อไปประกอบอาชีพในต่างประเทศ

มีโอกาสประสบความสำเร็จในอาชีพด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างรวดเร็วตามความนิยมของผู้ใช้บริการในแต่ละภูมิภาค และด้วยคุณลักษณะประการหนึ่งซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคนไทยคือ ลักษณะนิสัยที่มีความโอบอ้อมอารี อ่อนน้อมถ่อมตน มีความใส่ใจในรายละเอียด ซึ่งเป็นคุณสมบัติอันพึงมีของผู้ที่จะทำงานด้านบริการ จึงสามารถกล่าวได้ว่า คนไทยเป็นชนชาติที่มีโอกาส และข้อได้เปรียบกว่ากลุ่มผู้ประกอบอาชีพเดียวกันในชนชาติอื่นๆ อย่างแน่นอน

สำหรับข้อมูลหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม (Integrated Wellness and Beauty) นั้นเป็นหลักสูตรบูรณาการส่งเสริมสุขภาพและความงาม โดยความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และโรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปาชีวาศรม ประกอบด้วยกลุ่มวิชาที่น่าสนใจได้แก่ กลุ่มวิชาสุขภาพและความงาม อาทิ กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา, การนวดน้ำมันแบบสวีดิช, การนวดกล้ามเนื้อระดับลึก, การนวดกระชับสัดส่วน, การทำทรีทเมนต์ปรนนิบัติผิวหน้าและผิวกาย,

การนวดยกกระชับใบหน้า, การทำทรีตเมนต์อายุรเวทเบื้องต้น, การทำทรีตเมนต์ระบายน้ำเหลืองเบื้องต้น, โภชนาการและการประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ การพัฒนาและการบริหารธุรกิจสปา และกลุ่มวิชาผลิตภัณฑ์ อาทิ การผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อสุขภาพและความงาม, การผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพและความงาม, การตลาดดิจิทัลสำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม,

การพัฒนาและการออกแบบผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม, คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อธุรกิจสุขภาพและความงาม, กฎหมายและมาตรฐานผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม โดยผู้สนใจสมัครเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรฯ ต้องสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 6 หรือเทียบเท่า และต้องไม่มีปัญหาด้านสุขภาพอันจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียน ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร 374,000 บาท (ผ่อนจ่าย 10 งวด)

โอกาสพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อโรงเรียนสอนวิชาชีพความงามและสุขภาพสปาชีวาศรม พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาเต็มจำนวน โดยสามารถยื่นสมัครขอรับทุนได้ภายในวันที่ 30 พฤษภาคม2565 สามารถติดตามสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์รับสมัครนักศึกษา มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาคาร 24 ชั้น 2 โทร. 02-6976767 ในเวลาทำการ 09.00-16.00 น .https://www.utcc.ac.th Facebook page : มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย UTCC (https://www.facebook.com/utccsmart/) หรือ LINE @UTCC

‘ThaiVI’จัดสัมมนาเพิ่มโอกาสความสำเร็จในหุ้น มอบรายได้เป็นทุนให้เยาวชน‘ร้อยพลังการศึกษา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656764

‘ThaiVI’จัดสัมมนาเพิ่มโอกาสความสำเร็จในหุ้น  มอบรายได้เป็นทุนให้เยาวชน‘ร้อยพลังการศึกษา’

วันจันทร์ ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เพราะความรู้ คือพื้นฐานความสำเร็จในทุกๆ ช่วงของชีวิต สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) หรือ Thai VI ซึ่งก่อตั้งโดยนักลงทุนไทยจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยเป้าหมายเพื่อส่งเสริม สนับสนุนการลงทุนความรู้ในแนวทางการลงทุนที่เน้นคุณค่า จึงได้มีการจัดงานสัมมนาการกุศลทางออนไลน์ เพื่อเผยเคล็ดลับของชีวิตการลงทุนให้ประสบความสำเร็จจากนักลงทุนผู้มีชื่อเสียง

โดยจะนำรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายส่งมอบให้กับ “โครงการร้อยพลังการศึกษา” เพื่อนำไปเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ จนสามารถก่อร่างสร้างความสำเร็จได้ในแบบฉบับของตัวเอง พร้อมกับลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นปัญหาหลักในไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งงานสัมมนาการกุศลออนไลน์ครั้งนี้ชื่อ “SOS : SECRET OF SUCCESS อัจฉริยะคนบ้า ความโชคดี และความลับของความสำเร็จ”จะเป็นการเปิดเผยความลับการลงทุนของ 2 นักลงทุน VI ต้นแบบ คือ

คุณตู้-มานะชัย ตันติกาญจนากุล กรรมการสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย)ผู้ประสบความสำเร็จจากประสบการณ์โชกโชนในทุกสถานการณ์ของตลาดหุ้น และคุณจิม-ศรุติโชติเสรีวิทย์ เจ้าของเพจ Stock Vitaminsผู้วิเคราะห์เจาะลึกได้ถึงแก่นความรู้หุ้นด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายและเฉียบคม ทั้งคู่จะมาช่วยกันเติมสมอง ปรับ Mindset และแลกเปลี่ยนความรู้การลงทุนกับการใช้ชีวิตในแบบเป็นกันเอง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเห็นแนวทางที่จะสร้างความสำเร็จแบบมั่งคั่งและมั่นคงในหุ้นได้ด้วยตัวเอง

งานนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 18 มิ.ย. 2565 เวลา 08.30-12.30 น. ผ่านทางโปรแกรม ZOOM ท่านผู้สนใจสามารถลงทะเบียนซื้อบัตรได้ที่ https://forms.gle/n8jeFw9qZEMEhJix6ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.-7 มิ.ย. 2565 นี้เท่านั้นบัตรราคา 550 บาท สำหรับสมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย) หรือ Thai VIและ 650 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป ท่านที่ต้องการช่วยเหลือเด็กๆ ที่ขาดโอกาสเพิ่มเติม สามารถบริจาคเพิ่มสมทบเข้าไปในราคาบัตรได้เลย และทาง “โครงการร้อยพลังการศึกษา”มูลนิธิยุวพัฒน์ จะเป็นผู้ออกใบเสร็จให้แก่ท่าน ซึ่งสามารถลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่า

สำหรับ “โครงการร้อยพลังการศึกษา” คือโครงการที่ร้อยพลังความร่วมมือของคนในสังคมไทยที่มองเห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและต้องการลงมือช่วยเหลือพัฒนาการศึกษาในด้านที่แตกต่างกันเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ขาดโอกาสให้ได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมอย่างครบวงจรใน 3 ด้านหลัก ทั้งเรื่องการเข้าถึงการศึกษา การได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ และการพัฒนาทักษะชีวิตด้านต่างๆ

โดยทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาการศึกษาและพัฒนาเยาวชนทั้งหมด 5 ภาคี ผ่าน 6 เครื่องมือหลัก ซึ่งมีตัวอย่างความสำเร็จตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน คือการได้ช่วยเหลือเด็กกลุ่มเป้าหมายมาแล้วกว่า 37,000 คน จาก 102 โรงเรียน ใน 36 จังหวัดทั่วประเทศ เป็นการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องระยะยาว ซึ่งแม้ว่าโครงการฯ จะแก้ปัญหาไปได้บ้างแล้ว แต่ในปัจจุบัน ประเทศไทยยังคงติดอันดับต้นๆ ของโลกด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

เห็นได้จากมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษามากนับแสนคนในแต่ละปี ด้วยสาเหตุความยากจน และยังมีเด็กกลุ่มเสี่ยงที่ใกล้จะหลุดออกจากระบบตามมาอีกมากถึง 4.8 ล้านคน จึงนับเป็นความสูญเสียใหญ่ของประเทศ เพราะเด็กๆ เหล่านี้คืออนาคตของชาติ หากต้องสูญเสียโอกาส ไร้การศึกษา และไม่ได้รับความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ย่อมส่งผลต่อการพัฒนาประเทศในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น การเข้าร่วมสัมมนาเพิ่มพูนความรู้การลงทุนในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นแค่การเพิ่มขึ้นของความรู้แต่เพียงด้านเดียว ในอีกด้านที่ห่างไกลออกไป เด็กๆ ก็จะได้เพิ่มพูนความรู้ เพิ่มทักษะชีวิตด้านต่างๆ ไปพร้อมกับเพิ่มโอกาสใหม่ๆ ที่ผู้เข้าสัมมนาได้มอบให้ในคราวเดียว มาร่วมฟังและสร้างสิ่งดีๆ ที่เห็นผลได้ผ่านงานสัมมนาการกุศลออนไลน์ในครั้งนี้กัน…เพราะการศึกษาไม่ควรเป็นของลิมิเต็ด

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดงานสัมมนาได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ “สมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า (ประเทศไทย)” และดูรายละเอียดโครงการร้อยพลังการศึกษา ได้ที่เว็บไซต์ https://www.tcfe.or.th/

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ยันเด็กนักเรียนต้องได้ดื่มนม 260 วัน ตามโครงการอย่างแน่นอน ​

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656737

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ยันเด็กนักเรียนต้องได้ดื่มนม 260 วัน ตามโครงการอย่างแน่นอน      ​

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 11.02 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ยันเด็กนักเรียนต้องได้ดื่มนม 260 วัน ตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน อย่างแน่นอน
     ​
29 พฤษภาคม 2565 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ยืนยันว่าเด็กนักเรียนจะต้องได้ดื่มนมโรงเรียนครบ 260 วัน ต่อปีการศึกษา ตามโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน อย่างแน่นอน ทั้งนี้ จากประกาศคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2565 มีการยกระดับหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานโครงการในหลายประเด็น เช่น การนำปริมาณน้ำนมดิบจากการทำสัญญาระหว่างผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมกับศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบมาใช้ในการจัดสรรสิทธิให้แก่ผู้ประกอบการ 

พร้อมทั้ง ได้มีการตรวจสอบศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบที่จำหน่ายน้ำนมดิบให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่มีผลผลิตน้ำนมดิบอยู่จริงสามารถจำหน่ายน้ำนมดิบได้ และสอดคล้องกับปริมาณน้ำนมที่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมได้ทำสัญญาไว้อีกด้วย เพื่อความโปร่งใส เป็นธรรม กับผู้ประกอบการทุกราย และรายได้ตกถึงมือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างแท้จริง อีกทั้งมีการเพิ่มหลักเกณฑ์ในการพิจารณาการคุ้มครองสิทธิผู้ประกอบการที่ยื่นสมัครไม่เกิน 5 ตัน/วัน ให้ละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น ป้องกันผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมเพิ่มสาขา อาศัยประโยชน์จากการคุ้มครองสิทธิผู้ประกอบการที่ยื่นสมัครไม่เกิน 5 ตัน/วัน ไม่ให้ได้รับการจัดสรรสิทธิในปริมาณมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบแก่ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมรายย่อยและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมขนาดกลางจากกรณีดังกล่าว ดังนั้น การติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้องจึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2565 เป็นไปตามเจตนารมณ์ของโครงการฯ คือเด็กนักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ เกษตรกรสามารถจำหน่ายน้ำนมดิบได้ และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมได้รับการจัดสรรสิทธิอย่างเป็นธรรม 

​อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนระดับกลุ่มพื้นที่ 5 กลุ่ม ที่มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ได้จัดสรรสิทธิและพื้นที่การจำหน่ายนมโรงเรียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยเด็กนักเรียนจะได้ดื่มนมโรงเรียนตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2565 และคาดว่า

เด็กนักเรียนจะได้ดื่มนมโรงเรียนครบถ้วนภายในสัปดาห์หน้า อีกทั้งคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนได้มีมติเห็นชอบและได้แจ้งให้หน่วยจัดซื้อ/โรงเรียน ดำเนินการซื้อนมโรงเรียนชดเชย เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมโรงเรียนครบ 260 วันต่อปีการศึกษา

ผอ.พศ.ย้ำปราบอลัชชี ไม่ใช่หน้าที่ฆราวาส ห้าวโดยพลการเสี่ยงผิดกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656718

ผอ.พศ.ย้ำปราบอลัชชี ไม่ใช่หน้าที่ฆราวาส ห้าวโดยพลการเสี่ยงผิดกฎหมาย

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 08.09 น.

ผอ.พศ.ย้ำปราบอลัชชี ไม่ใช่หน้าที่ฆราวาส ห้าวโดยพลการเสี่ยงผิดกฎหมาย

29 พฤษภาคม 2565 นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า พุทธศาสนิกชนต้องให้ความเคารพพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของพุทธศาสนา และส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้เจริญมั่นคง ต้องร่วมกันปกป้องพระพุทธศาสนา อย่าถือวิสาสะหรือเอาความคิดของตนเป็นที่ตั้ง เข้าไปก้าวล่วงอำนาจของคณะปกครองสงฆ์ ตั้งตนอยู่เหนือกฎหมาย ทำให้ประชาชนสับสน ความผิดของสงฆ์ต้องพิจารณาโดยคณะสงฆ์ ซึ่งได้กำหนดไว้ในกฎมหาเถรสมาคม (มส.) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม ออกตามความในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะสงฆ์ อย่างชัดเจน มิใช่หน้าที่ของฆราวาสในการตัดสินหรือชี้ผิดชี้ถูกพระภิกษุ ทุกอย่างมีกระบวนการ และวิธีการ ซึ่งต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ

“ยืนยันว่าที่ผ่านมาเมื่อเกิดเหตุการณ์พระภิกษุสงฆ์ประพฤติไม่เหมาะสม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ดำเนินการร่วมกับเจ้าคณะปกครองสงฆ์ ตามกระบวนการขั้นตอนอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด  เรื่องพุทธศาสนาเรื่องของพระภิกษุสงฆ์ เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรอบคอบความละเอียดอ่อน เนื่องจากกระทบต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน จึงไม่ปรากฏเป็นข่าวเหมือนกับข่าวของประชาชนทั่วๆไป” นายสิปป์บวร กล่าว

นายสิปป์บวร กล่าวอีกว่า มาตรการและกลไกต่างๆในการปกป้องพระพุทธศาสนามีประสิทธิภาพ ประชาชนเชื่อมั่นได้ ขออย่าได้กังวล หากพบเห็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมส่งผลกระทบต่อพระพุทธศาสนาของพระภิกษุ บุคคล กลุ่มบุคคล ขอให้แจ้งมายังสำนักงานพระพุทธศาสนา สายด่วน 1374 อย่าดำเนินการเองโดยพลการ เพราะอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมายบ้านเมืองได้ ระเบียบ กฎหมายกำหนดชัดเจน มิใช่หน้าที่ของประชาชนในการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวพุทธศาสนิกชน ควรให้ความเคารพต่อพระภิกษุสงฆ์