ประชุม TNChE 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657480

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สมาคมวิศวกรรมเคมีและเคมีประยุกต์แห่งประเทศไทย หรือ ทีเช่ (TIChE) ร่วมกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) เชิญชวนบุคลากรในภาคอุตสาหกรรม นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจร่วมงานประชุมวิชาการด้านวิศวกรรมเคมีและเทคโนโลยีเคมี TNChE 2022 พบกับคอร์สเทรนนิ่ง อาทิ การออกแบบปริมาณน้ำดับเพลิง การออกแบบเครื่องปฏิกรณ์แบบถังกวน รวมถึงเวิร์กช็อปการออกแบบ และวางผังโรงงานผู้เข้าอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรสำหรับนำไปใช้ในการปรับระดับวิชาชีพวิศวกรรม พร้อมพบกับการจัดแสดงเทคโนโลยีในด้านพลังงานและปิโตรเคมีจาก PSE forSPEED, IHI Corporation และ SINTEF และภาคอุตสาหกรรมไทย วันที่ 7-10 มิถุนายน 2565ณ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมผ่านทางเว็บไซต์ TiChe.org

นักวิจัย ม.ทักษิณ ต่อยอดงานวิจัย พัฒนาและฟื้นฟูการทำกะปิดั้งเดิม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657486

นักวิจัย ม.ทักษิณ ต่อยอดงานวิจัย  พัฒนาและฟื้นฟูการทำกะปิดั้งเดิม

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.เตือนตา ร่าหมาน อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลทางชีวภาพของกุ้งเคยในประเทศไทยพบว่า งานครั้งวิจัยล่าสุดนั้นเมื่อประมาณเมื่อเกือบ 10 ปีมาแล้ว ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อสัตว์ประเภทนี้ทำให้มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงนำมาสู่การวิจัยเพื่อดูความหลากหลายทางชีวภาพต่างๆ ในน่านน้ำไทย พร้อมกันนี้ยังได้วิจัยด้วยว่ากุ้งเคยสามารถนำมาทำประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจได้อย่างไรบ้าง ซึ่งก็พบว่า สามารถนำมาทำ “กะปิ” ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ในทางกลับกันพบว่าสวนทางกับปริมาณกุ้งเคยที่ลดลงและวิสาหกิจชุมชนบางแห่งนำเข้ากุ้งเคยจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อมาทำเป็นกะปิ ดังนั้น จึงได้เริ่มต้นวิจัยเพื่อปรับกระบวนการผลิตให้โดยใช้ภูมิปัญญาของท้องถิ่นเข้ามาช่วย ซึ่งจะเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น และทำให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่เหล่านั้นด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ลงพื้นที่หลายแหล่ง จึงได้ตัดสินใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่เป็นกะปิ ที่บ้านนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งผลิตกะปิที่มีชื่อเสียง และชาวบ้านต้องการฟื้นฟูวิถีชีวิตภูมิปัญญาการทำกะปิแบบเดิมกลับคืนมา ผสมผสานวิธีการผลิตให้มีความสะอาดถูกสุขลักษณะมากขึ้น เช่น การยกพื้นตากแห้งกุ้งเคยสูงขึ้นมาจากเดิมประมาณ 1 เมตรใช้ถุงมือและสวมใส่เสื้อผ้าที่มีความมิดชิดสะอาดระหว่างผลิต สิ่งสำคัญคือการหันมาใช้ครกไม้แทนเครื่องบด เพื่อให้เนื้อสัมผัสของกะปิบ้านทับมีความแตกต่างจากที่อื่น และเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์กะปิได้มากขึ้น ซึ่งก็ได้มีส่วนช่วยเหลือในการหาตลาดใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์นี้และสามารถขายได้ มีรายได้ที่สูงมากขึ้น

ผศ.ดร.เตือนตากล่าวด้วยว่าเมื่อได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในการนำครกไม้มาใช้เพื่อบดทำเป็นกะปิกุ้งเคย ซึ่งชาวบ้านเองก็ได้เห็นถึงประโยชน์นี้ แม้ว่าจะใช้เวลากับแรงงานที่มากขึ้น แต่หากสามารถสร้างรายได้ที่มากกว่าเดิมก็ถือว่าคุ้มค่า และหลังจากที่ได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตกะปิ หลายคนไม่ได้ปรับตัวมาก เพราะกระบวนการทำกะปิถือเป็นวิถีชีวิตดั้งเดิมที่มีมาก่อนอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ได้รับคือรายได้ที่สูงขึ้นจากการขายกะปิมีอาชีพ ประกอบกับสร้างเสริมให้เกิดกิจกรรมใหม่ในชุมชนคือ “การประมงอย่างมีความรับผิดชอบ” มากขึ้น ช่วยสร้างความยั่งยืนทางระบบนิเวศและชุมชนได้ สามารถต่อยอดกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้านอื่นๆ ได้เยอะขึ้น เช่น เรื่องของขยะในทะเล การจัดสภาพแวดล้อมในทะเลให้มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับกุ้งเคยได้

“งานวิจัยนี้ถือเป็นจุดเล็กๆ ที่ได้เริ่มศึกษาตัวสัตว์น้ำอย่างกุ้งเคย แล้วเราก็ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการของงาน เราจะได้ประโยชน์สองทาง ทางหนึ่งคือการให้ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ อีกทางหนึ่งคือการทำงานร่วมกันกับชาวบ้านในท้องถิ่น คนกลุ่มนี้ต่อไปก็จะเป็นฟันเฟืองที่จะช่วยอนุรักษ์ หรือใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลไทยให้เกิดความยั่งยืนมากขึ้น เราเป็นนักวิชาการนานๆ ที จะเข้าไปครั้งหนึ่ง แต่ชาวบ้านต้องใช้ทรัพยากรอยู่เป็นประจำ ถ้าเมื่อไหร่ ทำให้ชาวบ้านให้เห็นถึงความสำคัญของการกระทำของเขาที่มีต่อทะเลเขาก็จะมองเห็นถึงจุดที่ดีของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และจะทำให้มีความยั่งยืนมากขึ้นตามไปด้วย” ผศ.เตือนตากล่าวทิ้งท้าย

อาจารย์จุฬาฯพัฒนา‘บ้านตุ๊กตา’ ปลูกฝังเด็กอยู่ร่วมผู้พิการและผู้ชรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657485

อาจารย์จุฬาฯพัฒนา‘บ้านตุ๊กตา’  ปลูกฝังเด็กอยู่ร่วมผู้พิการและผู้ชรา

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.พรเทพ เลิศเทวศิริ สาขาวิชาศิลปศึกษา ภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่าได้พัฒนา Doll House คือ บ้านตุ๊กตาที่มีความพิเศษที่ตุ๊กตาแสดงออกถึงความพิการและผู้สูงอายุ โดยตุ๊กตาผู้พิการนั้นมีได้แก่ ผู้พิการทางสายตา ผู้พิการทางการได้ยิน หรือผู้พิการทางสมอง เป็นต้น และส่วนของตัวบ้านนั้นจะมีอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่ตรงกับสิ่งของที่ใช้ในชีวิตจริงพร้อมกับมีกลไกการทำงานที่เหมือนจริง ส่วนตุ๊กตาผู้สูงอายุก็มีอุปกรณ์ต่างๆ ที่เหมาะกับผู้สูงอายุทำออกมาในรูปแบบของเล่นด้วยทั้งวอล์กเกอร์ ไม้เท้า เตียงสำหรับผู้สูงอายุเสาน้ำเกลือ หรือแม้กระทั่งแพมเพิส (ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุ) เรียกได้ว่าของเล่นชุดนี้มีทุกอย่างที่เกี่ยวกับการปลูกฝังเรื่องการใช้ชีวิต ความเท่าเทียมในสังคมกับตัวเด็ก ผู้พิการ และผู้สูงอายุ

“การปลูกฝังให้เด็กเป็นคนมีจิตใจโอบอ้อมอารีและเข้าอกเข้าใจ (empathy) เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและมีชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างมีความสุข ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือช่วงก่อนวัยเรียนอายุ 3-6 ขวบ(อนุบาล) ที่เด็กๆ เปิดรับการเรียนรู้และจดจำสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ง่าย” ผศ.ดร.พรเทพ กล่าว

ในชุดของเล่นจะมีคู่มือพื้นฐานในการอยู่ร่วมกันกับผู้พิการและคนชรา รวมถึงแนะนำอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับผู้พิการ สำหรับผู้ที่สนใจ Doll House ติดต่อได้ที่ ผศ.ดร.พรเทพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.02-2182565 ต่อ 5601

สอศ.นำทีม ‘Fix it-จิตอาสา’จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ‘สมเด็จพระราชินี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657573

สอศ.นำทีม 'Fix it-จิตอาสา'จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ 'สมเด็จพระราชินี'

วันพุธ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.40 น.

วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่เทศบาลเมืองวังน้ำเย็น อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2565  ภายใต้โครงการบูรณาการการพัฒนาทักษะวิชาชีพกับการเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนอาชีวศึกษา (Fix it – จิตอาสา) พร้อมมอบผลงานวิจัยและนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ จำนวน 13 ชิ้น ให้แก่วิสาหกิจชุมชน เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชุมชน โดยมี นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว หัวหน้าส่วนราชการ ครู นักเรียน นักศึกษา และผู้นำชุมชน ร่วมกิจกรรม 

โดย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(เลขาธิการ กอศ.) กล่าวว่า กิจกรรมศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 100 ศูนย์ทั่วประเทศ นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาได้แสดงฝีมือ และความสามารถทางสายอาชีพ รวมถึงเป็นการฝึกฝนเพื่อสะสมประสบการณ์ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงให้เกิดความเชี่ยวชาญแล้ว ยังเป็นกิจกรรมจิตอาสา เพื่อสังคมที่นักเรียน นักศึกษาอาชีวะให้ความช่วยเหลือกับชุมชนต่างๆ และจากการดำเนินงานที่ผ่านมา กิจกรรมของ Fix it Center ได้รับเสียงตอบรับ และได้รับคำชื่นชมที่ดีจากประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน 

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมวันนี้ ทางศูนย์ฯ ได้เน้นการให้บริการซ่อมซ่อมบำรุงเครื่องมืออุปกรณ์ ที่ใช้ในการประกอบอาชีพ เครื่องใช้ในครัวเรือน และอุปกรณ์เครื่องใช้ของผู้สูงอายุเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุได้มาฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นใช้ทักษะง่ายๆ เพื่อได้มาพบพูดคุยกับผู้สูงอายุด้วยกัน เพื่อคลายความเหงา แก้ปัญหาโรคซึมเศร้า และป้องกันอัลไซเมอร์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุ ภายใต้โครงการอาชีวะบำบัด  เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถสร้างอาชีพใหม่ หรือ ต่อยอดอาชีพให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการสนับสนุนให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ 

“โครงงานหลากหลายที่จัดแสดงยังแสดงทำให้เห็นถึงความร่วมมือกับชุมชนในการนำองค์ความรู้ และการวิจัยด้านอาชีวศึกษา มาถ่ายทอดเพื่อพัฒนานวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ เข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมแก่วิสาหกิจชุมชน มาจัดแสดงรวมทั้งสิ้น 13 ผลงาน จาก 3 สถานศึกษา เช่น โครงงาน ฯ เครื่องหั่นมะระขี้นกแบบแยกเม็ดระบบกึ่งอัตโนมัติ เพื่อยกระดับวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ต.ลาดตะเคียน  อ.กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ผลงานของ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก  เครื่องบดหยาบมะระขี้นก เพื่อสร้างแต้มต่อให้วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ตำบลวังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จังหวัดประจีนบุรี  ผลงานวิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี และการพัฒนาเครื่องหั่นฟ้าทะลายโจรเพื่อเพิ่มมูลค่า  วิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรบ้านคลองหว้าใหม่ ต. ทับพริก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผลงานของวิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว เป็นต้น” เลขาธิการ กอศ. กล่าว 

จะเกิดอะไรขึ้นหลังปลดกัญชา จากการเป็นยาเสพติด 9 มิ.ย. 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657246

จะเกิดอะไรขึ้นหลังปลดกัญชา จากการเป็นยาเสพติด 9 มิ.ย. 2565

วันพุธ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.10 น.

คณะแพทย์ นักวิจัย และนักวิชาการด้านยาเสพติด เยาวชน และสุขภาพจิตระดับประเทศ 20 คน ในฐานะ “เครือข่ายนักวิชาการและภาคประชาชนต้านภัยยาเสพติด” อาทิ นพ.ชาตรี บานชื่น อดีตกรรมการแพทยสภา อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต และอดีตอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ดร.วิโรจน์ สุ่มใหญ่ ที่ปรึกษาคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ สหประชาชาติ นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก

ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล นักวิทยาศาสตร์ Centre for Addictionand Mental Health, Canadaรศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์วัยรุ่น และผู้จัดการโครงการต้นทุนชีวิต ประเทศไทย ฯลฯ ออกประกาศข้อเท็จจริงที่ควรทราบ “สังคมไทยจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติด ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป” โดยเนื้อหาระบุว่า

1.กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ฉบับลงนามวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565) จะมีผลบังคับใช้หลังพ้น120 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาคือ ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป ประกาศฉบับนี้กำหนดให้เฉพาะ “สารสกัด” ที่มี THC มากกว่าร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก เท่านั้น ที่เป็นยาเสพติด ส่งผลให้ “พืชกัญชา (เช่น ช่อดอก ซึ่งไม่ใช่สารสกัด แต่มี THC สูงถึงร้อยละ 10-20)” จะไม่เป็นยาเสพติดอีกต่อไป (ดูภาคผนวก 1 สำหรับคำอธิบายละเอียด)

ซึ่งเท่ากับเป็นนโยบายกัญชาเสรีไปไกลเกินกว่านโยบายกัญชาทางการแพทย์มาก ทุกคนสามารถสูบช่อดอกกัญชาได้โดยไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งรวมถึงเด็กและเยาวชนด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีมาตรการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิดที่เพียงพอ (หมายเหตุ : พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 ห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ แต่ไม่มีการห้ามเสพกัญชา เนื่องจากในสมัยนั้นกัญชายังเป็นยาเสพติด)

2.ขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. … ซึ่งเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่มีมาตรการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิดในระดับหนึ่ง ได้ถูกบรรจุในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาวาระ 1 ในวันที่ 8 มิถุนายน 2565 ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการต่างๆ ในสภาผู้แทนราษฎรตามระเบียบมาตรฐานและจะต้องเสนอต่อวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป กระบวนการทั้งหมดนี้จึงต้องใช้เวลา และไม่มีทางเสร็จสิ้นทันก่อนวันที่ 9 มิถุนายนนี้ จึงจะส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางนโยบาย

คือ กัญชาจะเป็นพืชที่ไม่เป็นยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 นี้เป็นต้นไป และจะไม่มีมาตรการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิดที่เพียงพอ ประชาชนทุกครัวเรือนจะสามารถปลูกและใช้กัญชาได้เหมือนการปลูกพริก ปลูกผัก ทั่วไป หากไม่นำกัญชาไปสกัด แม้กระทรวงสาธารณสุขจะออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดให้กลิ่นและควันกัญชา กัญชง หรือพืชอื่นใดในทำนองเดียวกันเป็นเหตุรำคาญ พ.ศ. …

ภาพประกอบภาคผนวก 1 : โครงสร้างประเภทของพืชและสารสกัดที่เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด

ก็จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนรำคาญที่ผู้สูบกัญชามีต่อผู้อื่นในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุแต่ไม่ได้เป็นการแก้ต้นเหตุ คือ ไม่สามารถควบคุมการปลูกและการนำช่อดอกกัญชาไปสูบโดยเยาวชนหรือประชาชนแต่ประการใด ทำให้สามารถคาดคะเนได้ว่าจะมีการนำช่อดอกกัญชาที่ปลูกในครัวเรือน(ซึ่งสามารถปลูกได้โดยไม่จำกัดจำนวน) ไปสูบโดยเด็กและเยาวชน และแม้แต่ผู้ใหญ่ มากเพียงใด

ดังที่เริ่มมีเยาวชนไทยเริ่มทดลองสูบกัญชาที่ปลูกในบ้านเพื่อน ด้วยอุปกรณ์ที่ทำขึ้นเองจากการดู YouTubeหลังจากที่มีการประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ (ดูภาคผนวก 2 สำหรับภาพการสูบกัญชาโดยเยาวชนไทย) อีกทั้งมีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่ามีการสูบกัญชามากขึ้นในกลุ่มเยาวชนในประเทศแคนาดา และบางรัฐในประเทศสหรัฐอเมริกาหลังจากที่มีนโยบายกัญชาเพื่อนันทนาการ

3.แม้ประเทศที่ให้ใช้กัญชาอย่างเสรีที่สุด คือ ให้ใช้กัญชาเพื่อนันทนาการได้ ยังมีมาตรการควบคุมที่เข้มข้น เช่น ประเทศอุรุกวัย รัฐผูกขาดการค้าส่งในประเทศ ผลิตภัณฑ์กัญชาที่ซื้อขายในตลาดจะต้องบรรจุในถุงที่ไม่มีลวดลายใดๆ ถุงบรรจุนี้ระบุได้เพียงร้อยละของ THC และข้อความคำเตือนเกี่ยวกับการใช้กัญชา มีมาตรการห้ามโฆษณา ห้ามให้ทุนอุปถัมภ์ และห้ามส่งเสริมการขาย โดยสิ้นเชิง และมีมาตรการกำหนดไม่ให้เสพกัญชาแล้วขับขี่ยานพาหนะและมีมาตรการภาษีกัญชา

ส่วนประเทศแคนาดา รัฐผูกขาดการค้าส่ง มีการควบคุมการครอบครองกัญชาในที่สาธารณะ (เช่น ห้ามครอบครองเกินหนึ่งต้นกัญชาที่มีช่อดอกในที่สาธารณะ)ห้ามแสดงผลิตภัณฑ์กัญชา หรือบรรจุภัณฑ์หรือสลาก ให้เยาวชนเห็น ส่งผลให้มีแต่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาในร้านที่จำหน่ายกัญชาโดยเฉพาะ ซึ่งห้ามเยาวชนเข้า(คือไม่มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาให้เห็นได้ทั่วไป) ห้ามการโฆษณาโดยรูปแบบ/วิธีการ/เนื้อหาที่เยาวชนสนใจ

มีการอนุญาตให้ปลูกกัญชาในครัวเรือนได้ แต่ต้องไม่เกินครัวเรือนละสี่ต้น และห้ามปลูกให้เห็นได้จากที่สาธารณะนอกบ้าน และบริเวณที่ปลูกในบ้านต้องไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงได้(เช่น เด็กๆ ในบ้านต้องไม่สามารถเข้าถึงได้)และมีมาตรการภาษีกัญชา เป็นต้น จึงสรุปได้ว่า แม้ประเทศที่ปล่อยให้มีการใช้กัญชาอย่างเสรีที่สุด คือ สามารถใช้เพื่อนันทนาการได้ ยังมีมาตรการควบคุมที่เข้มข้น เพราะเล็งเห็นโทษที่จะตามมาหากปล่อยให้มีการใช้กัญชาในทางที่ผิดมากๆ จึงไม่มีประเทศใดในโลกที่กำหนดให้มีนโยบายกัญชาเสรีโดยไม่มีการควบคุมใดๆ

4.เงื่อนไขสำคัญที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ที่มีรองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุเครืองาม เป็นประธาน มีมติเห็นชอบในวันที่ 25 มกราคม 2565 ต่อประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ แต่ให้มีผลบังคับใช้ใน 120 วัน คือ เพื่อให้มีการกำหนดมาตรการควบคุมการใช้ในทางที่ผิด (เช่น สูบดอกกัญชาเพื่อการนันทนาการ) อย่างเพียงพอ ก่อนที่ประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้จริงๆ และยังได้อภิปรายในที่ประชุมว่าสามารถที่จะขยายเวลาออกไปได้อีกหากยังไม่มีมาตรการควบคุมการใช้ในทางที่ผิด

จึงมีความชอบธรรมอย่างยิ่งที่คณะกรรมการ ป.ป.ส. จะพิจารณาชะลอการบังคับใช้ประกาศฉบับนี้ไปก่อน และจะยิ่งเป็นความสง่างามของกระทรวงสาธารณสุข หากกระทรวงสาธารณสุขจะพิจารณาเสนอให้ชะลอการบังคับใช้ประกาศฉบับนี้ด้วยตนเอง เพื่อปกป้องสุขภาพของเยาวชนและประชาชน เนื่องจากยังไม่มีมาตรการควบคุมการใช้ในทางที่ผิดอย่างเพียงพอ

สำหรับรายนามบุคคลที่ร่วมลงชื่อในบทความนี้ ประกอบด้วย1.นพ.ชาตรี บานชื่น อดีตกรรมการแพทยสภา อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต และอดีตอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 2.ดร.วิโรจน์ สุ่มใหญ่ ที่ปรึกษาคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศ สหประชาชาติ 3.นางทิชาณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก

ภาพประกอบภาคผนวก 2 : ภาพการสูบกัญชาในกลุ่มเยาวชน และภาพบ้องกัญชาที่ผลิตขึ้นเองจากการดู YouTube หลังจากการประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับปลดกัญชาจากการเป็นยาเสพติด

4.ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาลนักวิทยาศาสตร์ Centre for Addiction and Mental Health, Canada5.รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์วัยรุ่น และผู้จัดการโครงการต้นทุนชีวิต ประเทศไทย6.ศ.นพ.มานิต ศรีสุรภานนท์ ศาสตราจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 7.ศ.นพ.ชวนันท์ชาญศิลป์ ศาสตราจารย์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

8.รศ.ดร.ภญ.จุฑามณี สุทธิสีสังข์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ อาจารย์ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 9.รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด 10.ผศ.นพ.สหภูมิศรีสุมะ อายุรแพทย์พิษวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล 11.ศ.ดร.พญ.สาวิตรีอัษณางค์กรชัย ศาสตราจารย์ สาขาระบาดวิทยาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

12.ผศ.ดร.นพ.อภินันท์ อร่ามรัตน์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัว คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 13.ผศ.ดร.อุษณีย์ พึ่งปานที่ปรึกษา ศูนย์วิจัยยาเสพติด วิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 14.ดร.วศิน พิพัฒนฉัตรอาจารย์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 15.นายพงศธรจันทรัศมี มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ

16.นายไฟซ้อน บุญรอด ประธานเครือข่ายภาคประชาชนป้องกันภัยยาเสพติด 17.นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่นนักพัฒนางานวิชาการ ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ 18.นายวันชัย บุญประชา มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว 19.นพ.ไพศาล ปัณฑุกำพล สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทร์บรมราชชนนี และ 20.รศ.นพ.วัชรพงศ์ พุทธิสวัสดิ์ สาขาวิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น อดีตประธานราชวิทยาลัยศัลยศาสตร์

ภาคผนวก 1 : การวิเคราะห์โครงสร้างการกำหนดสิ่งที่เป็นยาเสพติดในประเภท 5 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ฉบับประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ระบุว่า “ข้อ 1 ให้ยาเสพติดให้โทษที่ระบุชื่อดังต่อไปนี้ เป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด (1) พืชฝิ่น (2) เห็ดขี้ควายหรือพืชเห็ดขี้ควาย

(3) สารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชง ยกเว้นสารสกัดดังต่อไปนี้ (ก) สารสกัดที่มีปริมาณสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) ไม่เกินร้อยละ 0.2 โดยน้ำหนัก เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้สกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชงที่ปลูกภายในประเทศ (ข) สารสกัดจากเมล็ดของพืชกัญชาหรือกัญชง ที่ได้จากการปลูกภายในประเทศ” ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับล่าสุดนี้กำหนดให้ พืชฝิ่น (วงเล็บ 1) เห็ดขี้ควายหรือพืชเห็ดขี้ควาย (วงเล็บ 2) และสารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชาหรือกัญชง (วงเล็บ 3) เป็นยาเสพติด

แต่ยกเว้นให้กับ สารสกัดที่มี THC ไม่เกินร้อยละ 0.2 และสารสกัดจากเมล็ด เฉพาะที่ได้รับอนุญาตให้สกัดจากพืชกัญชาหรือกัญชงที่ปลูกภายในประเทศ (วงเล็บ 3.ก และ 3.ข) ซึ่งหากดูจากภาพ บริเวณสีเทาเข้มจะเป็นยาเสพติด บริเวณสีเทาอ่อนจะได้รับการยกเว้น ไม่เป็นยาเสพติด แต่บริเวณสีขาว คือ พืชกัญชา (เช่น ดอกกัญชา) ไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นยาเสพติดในประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับล่าสุดนี้ เพราะพืชกัญชาไม่ใช่สารสกัด

จึงมีคำถามสำคัญ คือ พืชกัญชา เช่น ช่อดอก ซึ่งไม่ใช่สารสกัด ยังเป็นยาเสพติดประเภท 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดอยู่หรือไม่?หากไม่เป็นยาเสพติดแล้ว ไม่ว่าผู้ใดซึ่งรวมถึงเด็กและเยาวชนก็สามารถสูบช่อดอก (ซึ่งมี THC > 10% หรือถึง >20%โดยน้ำหนักได้) ได้ใช่หรือไม่? หากสูบแล้วจะมีบทลงโทษใดหรือไม่?!!!

บพท.ผนึกกำลังธนาคารโลก รุกสร้างเมืองต้นแบบ 5 แห่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657247

บพท.ผนึกกำลังธนาคารโลก  รุกสร้างเมืองต้นแบบ 5 แห่ง

วันพุธ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เปิดเผยว่า การวิจัยเพื่อพัฒนาเมือง เป็นบทบาทหนึ่งที่ บพท. ให้ความสำคัญที่นอกเหนือจากการแก้ไขความยากจนครัวเรือนและการสร้างธุรกิจชุมชน ดังนั้นจึงได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาและภาคีทั่วประเทศดำเนินการวิจัยจนสามารถจัดตั้งบริษัทพัฒนาเมืองขึ้นมาแล้วกว่า 19 แห่ง ในเมืองหลักทั่วประเทศ

บริษัทพัฒนาเมือง จึงถือเป็นกลไกใหม่ของการขับเคลื่อนและพัฒนาเมือง มีการพัฒนากลไกการประสานความร่วมมือทางสังคมอย่างมีทิศทาง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปธรรม โดยเน้นวิธีการแก้ปัญหาและตอบโจทย์เมือง (City Solution) ที่ใช้ชุดข้อมูลและความรู้ (Data & Knowledge) โดยมีหลักการสำคัญในการกระตุ้นให้ภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่ร่วมกันศึกษาและวางแผนพัฒนาอย่างตรงความต้องการของประชาชนในหลากหลายมิติ เช่น ขอนแก่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ภูเก็ตเมืองสุขภาพ และนครราชสีมาเมืองคาร์บอนต่ำ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมืองต้นแบบเหล่านี้ยังพบข้อจำกัดในด้านงบประมาณที่จะพัฒนา และต้องหาแนวทางแก้ไขให้ก้าวต่อไปได้ ซึ่งการพัฒนาเมืองและท้องถิ่นจะรองบประมาณจากรัฐอย่างเดียวไม่ได้ จึงต้องการการเสริมพลังให้ท้องถิ่นและกลไกพัฒนาเมือง โดยข้อมูลจากรายงานด้านประชากรของไทย แสดงว่าประชากรในเขตเมืองเพิ่มขึ้นจนเกินร้อยละ 50 ของประชากรทั้งหมด และยังจะเพิ่มต่อไปตามการศึกษาของธนาคารโลกที่ว่าในปี 2593 ทวีปเอเชียจะมีประชากรในเมืองร้อยละ 61 ซึ่งหากประเทศแก้จุดนี้ได้ จะเกิดระบบทุนเพื่อพัฒนาเมือง

ช่วยให้เมืองต่างๆ ขยายตัวอย่างมีประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพ แทนที่จะเป็นการสะสมปัญหา การวิจัยในครั้งนี้อาจจะเป็นต้นแบบไปสู่ประเทศอื่นๆ ต่อไป
บพท. จึงร่วมมือกับธนาคารโลก และมหาวิทยาลัยในพื้นที่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตลอดจนมหาวิทยาลัยเครือข่ายได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อแสวงหานวัตกรรมและกลไกด้านทุน พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับเมืองของประเทศไทย5 เมือง คือ ขอนแก่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ระยอง และนครสวรรค์

ด้าน รศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร บพท. กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาข้อจำกัดด้านงบประมาณและศักยภาพ ปิดกั้นโอกาสในการลงทุนทางโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้เมืองต่างๆ ขยายตัวแบบไร้ทิศทาง ซึ่งจากนี้ไป บพท.จะผลักดันให้เกิดความสามารถในการลงทุนในระดับพื้นที่ ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ที่สำคัญ ที่จะต้องเติมเต็มในภาพของกลไกใหม่ของการขับเคลื่อนเมือง เพื่อสร้างเมืองน่าอยู่ เกิดการกระจายศูนย์กลางความเจริญ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น โดย บพท. คาดหวังว่า งานวิจัยนี้จะช่วยปลดล็อกการพัฒนาในพื้นที่ต่างๆ ให้ประเทศเติบโตทั่วถึงไปพร้อมกัน แล้วความเหลื่อมล้ำจะลดลง

‘ตรีนุช’สั่งสพฐ.วางมาตรการสร้างความปลอดภัยให้นักเรียน หลังเด็ก ม.2 โดดตึกเสียชีวิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657271

‘ตรีนุช’สั่งสพฐ.วางมาตรการสร้างความปลอดภัยให้นักเรียน หลังเด็ก ม.2 โดดตึกเสียชีวิต

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 16.41 น.

วันที่ 31 พฤษภาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ) เปิดเผยกรณีมีนักเรียนหญิงชั้น ม.2 โรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ตกลงมาจากอาคารเรียนชั้น 8 เสียชีวิต  ว่า  ได้รับรายงานจากนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) แล้ว รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก  จึงมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาสาเหตุและรายงานข้อเท็จจริง ว่า สาเหตุอะไรที่ทำให้เด็กตกตึกเสียชีวิต ซึ่งจากรายงานเบื่องต้น อาจจะเกิดจากปัญหาครอบครัว ปัญหาเพื่อน หรือปัญหาเรื่องเรียน นอกจากนี้ ตนได้กำชับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)สำนักงานเขตพื้นที่ฯ และผอ.โรงเรียนไปหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและรายงานให้ตนทราบ รวมถึงหามาตรการความปลอดภัยให้กับนักเรียน โดยมาตรการนั้นต้องสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ด้วย  ดังนั้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และโรงเรียนทุกแห่ง ต้องมีมาตรการความปลอดภัยของนักเรียนให้ชัดเจน  เพราะความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นนโยบายที่รัฐบาล และศธ.เน้นย้ำอย่างมากและเน้นย้ำมาตลอด

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ตนมีความเป็นห่องอย่างมาก และปัจจุบัน ศธ.เปิดเรียนแบบออนไซต์หลังจากที่เด็กไม่ได้เรียนในโรงเรียนมาเป็นเวลานาน เมื่อเด็กเข้ามาเรียนในโรงเรียนก็อาจจะมีความเครียด ประสบปัญหาการอยู่ร่วมกัน จึงเห็นเคสเด็กชกต่อย เด็กบูลลี่กันจำนวนมาก จึงมอบนโยบายกับ สพฐ.ไปว่า  โรงเรียนทุกแห่งต้องเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง และเฝ้าระวังพฤติกรรมของเด็กๆ เพื่อจับตามอง และหาทางดูแลเด็กเหล่านี้เป็นพิเศษ 

“ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนต้องเข้มแข็งมากกว่าเดิม ดิฉันได้เน้นย้ำไปว่า สพฐ. ผู้อำนวยการ สพท.  และผู้อำนวยการโรงเรียนทุกแห่ง จะต้องมีมาตรการอย่างไรให้สอดคล้องกับบริบทในพื้นที่ของตน  เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอีก” น.ส.ตรีนุช กล่าว 

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า  เบื้องต้นได้รับรายงานจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) นครราชสีมา ว่าเด็กที่เสียชีวิตไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม จึงมีแนวโน้มว่าเด็กอาจจะอยู่โรงเรียนทั้งคืน หรืออาจจะมาโรงเรียนแต่เช้า จากการที่ครูและโรงเรียนตรวจสอบในอาคารเรียนพบว่าบริเวณหน้าลิฟท์โดยสาร ชั้น 8 มีกระเป๋าใส่หนังสือของเรียนและสิ่งของสัมภาระจำนวน 2 ใบ และถุงเท้า รองเท้าวางอยู่บนระเบียงทางเดิน จึงสันนิษฐานว่าเด็กอาจจะตกลงมาจากชั้น 8 

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ขณะนี้อยู่ระหว่าง ตรวจสอบหามูลเหตุ แรงจูงใจของนักเรียนคนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษามาตลอด เช่น ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยของนักเรียนและสถานศึกษา แต่ยังเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอยู่ตลอด แสดงว่ามาตรการในการควบคุมกำกับดูแลอาจจะยังไม่เข้มข้นพอ 

“วันนี้ โรงเรียนและผู้ปกครอง ต้องร่วมกันดูแลช่วยเหลือ ติดตามนักเรียน เช่น ถ้าผู้ปกครองพบว่าเด็กไม่กลับบ้าน และติดต่อครู เพื่อให้ครูช่วยติดตามเด็กอีกทางหนึ่ง พร้อมกับติดต่อกับเพื่อนของนักเรียน เพื่อช่วยกันดูแล ตามหาอีกทางด้วย เป็นต้น ดังนั้น ถ้าระบบถูกออกแบบ และดูแลด้วยความห่วงใย จะเข้าถึงปัญหาของเด็กได้ง่ายขึ้น โดยครูจะต้องดูแลนักเรียนเป็นรายบุคคล อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 7 มิถุนายน นี้ ผมจะประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นการศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ เพื่อย้ำให้โรงเรียนเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยของนักเรียน” นายอัมพร กล่าว

‘คุณหญิงกัลยา’ชูCoding ขยายผลโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตสู่ 346 รร.ทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/657219

'คุณหญิงกัลยา'ชูCoding ขยายผลโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตสู่ 346 รร.ทั่วประเทศ

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 14.48 น.

คุณหญิงกัลยา ชู Coding ขยายผลโครงการอัจฉริยะเกษตรประณีตสู่ 346 โรงเรียนทั่วประเทศ

31 พ.ค.65 ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนห้วยสักวิทยาคม และโรงเรียนบ้านดอยช้าง จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการอัจฉริยะเกษตรปราณีตในโรงเรียน เมื่อวันที่ 26-27 พฤษภาคม 2565 โครงการนี้เน้นให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษารู้จักการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ตามหลัก Coding ตามแนวทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (STI) โดยบูรณาการให้เกิดสัมฤทธิผลทางการเกษตร ซึ่งคือ Coding for Farm โดยผ่านการวางแผนผลิตสินค้าเกษตร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอาชีพหลักของประเทศไทย และเพื่อให้ไทยดำเนินสู่การเป็นครัวโลก

เมื่อปีการศึกษา 2564 กระทรวงศึกษาธิการเปิดโครงการนำร่องในโรงเรียน 6 แห่งคือ โรงเรียนห้วยสักวิทยาคม และโรงเรียนบ้านทุ่งช้าง จังหวัดเชียงราย ส่วนที่เชียงใหม่มี 3 แห่งคือ โรงเรียนศรีสังวาลย์ โรงเรียนเชียงดาววิทยาคม และโรงเรียนอมก๋อยวิทยาคม ส่วนที่ลำพูนคือโรงเรียนเวียงมอกวิทยาคม โครงการนี้ประสบผลสำเร็จดีมากจึงขยายโครงการไปยังโรงเรียนอื่น ๆ อีก 346 แห่ง แบ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา 237 แห่ง มัธยมศึกษา 109 แห่ง โครงการนี้ใช้เวลาเพียง 5-6 เดือนก็ประสบความสำเร็จอย่างสูง สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม จึงมีโรงเรียนกว่า 600 แห่งสนใจสมัครร่วมโครงการ แต่ผ่านการคัดเลือกเพียง 346 แห่งเท่านั้น ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะขยายโครงการนี้ต่อไปให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพราะมั่นใจว่าจะสามารถขยายความรู้ไปยังชุมนุมรอบ ๆ โรงเรียนได้ และจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนได้ในที่สุด

และในโอกาสนี้ ดร. คุณหญิงกัลยาได้ทำพิธีเปิดร้านกาแฟเด็กดอยช้างคอฟฟี่ ในบริเวณโรงเรียนชุมชนดอยช้าง ร้านกาแฟแห่งนี้บริหารจัดการโดยครู นักเรียน และชาวชุมชนดอยช้าง ใช้วัตถุดิบ คือ เมล็ดกาแฟ และผลผลิตทางการเกษตรจากชุมชน ถือเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ สร้างประสบการณ์ สร้างรายได้ให้เด็กนักเรียนและโรงเรียน

ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656983

ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.รวิดา วิริยกิจจา (คนกลาง) คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (UTCC)  ผู้แทนมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับ คุณอภิชาติ์ หงษ์หิรัญเรือง (คนที่สองจากขวา) กรรมการผู้อำนวยการ สายธุรกิจ บีอีซีสตูดิโอ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้แทนจากสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน จำนวน 11 สถาบัน เพื่อให้การสนับสนุนการรับสมัครงานและการฝึกงานของนักศึกษาและศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยรวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ ในการสรรหาคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานกับบริษัท และความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ ณ ห้องประชุมชั้น 31 อาคารมาลีนนท์ 1 บริษัท บีอีซีเวิลด์จำกัด (มหาชน) เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

มมส เปิดรับนิสิต 3 รอบ ผู้สมัครทะลุ 10,000 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/656978

มมส เปิดรับนิสิต 3 รอบ  ผู้สมัครทะลุ 10,000 คน

วันอังคาร ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า หลังจากที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ได้เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษา ในระดับปริญญาตรี รอบที่ 1 Portfolio รอบที่ 2 โควตาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และรอบที่ 3 Admission ประจำปีการศึกษา 2565 ที่ผ่านมา มีนักเรียนจากทั่วประเทศสมัครเข้าศึกษา ผ่านการคัดเลือก และยืนยันสิทธิ์ทั้ง 3 รอบแล้ว มากกว่า 10,000 คน   

“นับเป็นความนิยมอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ที่นักเรียนให้ความสนใจสมัครเข้ามาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ด้วยคุณภาพ และมาตรฐานในการจัดการเรียนการสอน มีบรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่ดี รวมถึงบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาแล้วประสบความสำเร็จบอกต่อเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่น อีกทั้งมีการันตีคุณภาพ ที่ได้รับการจัดอันดับจากTimes Higher Education University Impact Rankings2022 อย่างก้าวกระโดดในปีนี้ โดยไต่อันดับจากเดิม 801 – 1000ขยับอันดับดีขึ้นเป็น 301 – 400 และเป็นที่ 5 ร่วมระดับประเทศนั่นหมายถึง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม กำลังจะก้าวเข้าสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเชีย”

สำหรับนักเรียนที่สนใจเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สามารถสมัครได้ในรอบที่ 4 ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย  ในปีการศึกษา 2565 โดยเปิดรับสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรี  ประจำปีการศึกษา 2565 รอบที่ 4 Direct Admission  รับสมัครและคัดเลือกครั้งที่ 1 วันที่ 25 พฤษภาคม-2 มิถุนายน 2565 ครั้งที่ 2วันที่ 3- 14 มิถุนายน 2565 สมัครได้ที่เว็บไซต์ของคณะ/วิทยาลัยโดยตรง