มมส ส่งมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือ ผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ จ.มหาสารคาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638913

มมส ส่งมอบสิ่งของและเงินช่วยเหลือ  ผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ จ.มหาสารคาม

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นางสิริพร ศิระบูชา ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) พร้อมด้วยบุคลากรและนิสิตจิตอาสา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ลงพื้นที่ให้กำลังใจพร้อมส่งมอบเครื่องอุปโภค-บริโภคและเงินช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้นให้กับครอบครัวผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ ณ บ้านภูดิน ตำบลโคกก่ออำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมีบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 7 หลัง ได้รับความเสียหายบางส่วน 3 หลัง ยุ้งข้าว 2 หลัง รถยนต์ 1 คัน และรถไถนาเดินตาม 1 คัน สาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบ้านต้นเพลิงแล้วลุกลามไปติดบ้านข้างเคียง จากนั้นได้เดินทางไปยังบ้าน นายบรรจงและนางเจียมจิต โพนแก้ว บ้านมะกอก ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม นำสิ่งของและเงินช่วยเหลือ หลังประสบเหตุเพลิงไหม้

งานพิธีการและกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้เปิดรับบริจาคเงินและสิ่งของจำเป็นต่างๆ เช่น น้ำดื่ม ข้าวสาร อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม และได้เดินทางมาส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย ซึ่งได้รับความ
ช่วยเหลือและสนับสนุนจากคนทั่วไปและนักศึกษาเป็นอย่างดี

พีไอเอ็มร่วมกับ ‘สมุนไพรวังพรม’ เปิดสอนการผลิตสมุนไพรเพื่อสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638915

พีไอเอ็มร่วมกับ ‘สมุนไพรวังพรม’  เปิดสอนการผลิตสมุนไพรเพื่อสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

คุณปาริชาต บัวขาว รองอธิการบดี ฝ่ายสื่อสารองค์กรและการตลาด สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) (ที่ 4 จากซ้าย) คุณวัชรีภรณ์ วังพรม ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน (ที่ 4 จากขวา) คุณกณพ สุทธะพินทุ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด (ที่ 3 จากขวา) บริษัท สมุนไพรวังพรม จำกัด ผู้ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะยาสามัญประจำบ้าน ด้วยการนำสมุนไพรไทยมาประยุกต์ใช้เป็นวัตถุดิบหลักและส่งเสริมวงการสมุนไพรไทยให้ก้าวไกลไปในระดับสากล ร่วมกันเปิดห้องเรียน“สมุนไพรวังพรม”

นักศึกษาที่เข้าเรียนในห้องเรียนดังกล่าว ได้รับมอบทุนการศึกษาผ่าน “กองทุนเพื่อชีวิตแห่งการเรียนรู้ (PIM SMART)” ที่มุ่งสนับสนุนการศึกษาซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างนักจัดการรุ่นใหม่ มีห้องเรียนที่เอื้อประโยชน์ต่อการเรียนรู้และพัฒนาความสามารถให้กับนักศึกษาในกองทุนฯ

บริติช เคานซิล จัดประกวดออกแบบสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638908

บริติช เคานซิล จัดประกวดออกแบบสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิก

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริติช เคานซิล ขอเชิญชวนเยาวชน อายุระหว่าง 14-17 ปี ร่วมส่งผลงานการออกแบบสื่อโปสเตอร์อินโฟกราฟิกอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และการศึกษาของเด็กผู้หญิง ในหัวข้อ “Climate Change and Girls’ Education” เพื่อเสริมสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของผู้หญิงและปัญหาด้านสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

ผู้ชนะจะได้รับประกาศนียบัตรจากบริติชเคานซิล พร้อมโอกาสในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีสนทนาทางนโยบายระดับอาเซียน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-20 มีนาคม 2565 ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.britishcouncil.or.th/en/programmes/climate-connections/girls-education

นศ.วิศวกรรมไฟฟ้า ม.ศรีปทุม ได้รับเหรียญรางวัลเรียนดีพระราชทาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638916

นศ.วิศวกรรมไฟฟ้า ม.ศรีปทุม  ได้รับเหรียญรางวัลเรียนดีพระราชทาน

วันพฤหัสบดี ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายประพัฒน์พงค์ ศรีนวล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ที่มี ผลการเรียนดี สอบได้ที่ 1 ด้วยคะแนนเฉลี่ยสะสม 3.97 เข้ารับพระราชทานเหรียญรางวัลเรียนดี ประจำปี 2564 จาก คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา และวิจัยด้านวิศวกรรมศาสตร์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปี พ.ศ.2564 โดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จากนักศึกษาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ทั่วประเทศ ที่มีผลการเรียนดี และสอบได้เป็นที่ 1 เข้ารับพระราชทานเหรียญรางวัลเรียนดี ประจำปี 2564

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์เกษมวัฒนชัย องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในพิธีมอบเหรียญรางวัลเรียนดี และโล่ประกาศเกียรติคุณของกองทุนเพื่อการศึกษาและวิจัยทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำปี 2564 ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

‘สมเด็จพระสังฆราช’ ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลอุทิศ ถวายเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/639039

'สมเด็จพระสังฆราช' ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลอุทิศ ถวายเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 20.33 น.

สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ เนื่องในวาระ 125 ปีนับแต่วันประสูติ 

2 มีนาคม 2565 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายเจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ เนื่องในวาระ 125 ปีนับแต่วันประสูติ 

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ประสูติเมื่อวันพุธ ที่ 2 มีนาคม 2440 ทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และองค์อุปถัมภ์โรงเรียนวัดราชบพิธ ยุคที่ 4 เป็นพระราชอุปัธยาจารย์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระอุปัชฌายะของสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ปัจจุบัน เสด็จสถิตที่สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกพระองค์ที่ 18 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อพุทธศักราช 2517 สิ้นพระชนม์เมื่อวันเสาร์ ที่ 27 สิงหาคม 2531 

ตลอดพระชนมชีพ ได้ทรงประกอบพระกรณียกิจเพื่อการพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์ และประเทศชาติ เป็นอเนกประการ ทรงพระปรีชาสามารถพิเศษด้านการประพันธ์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง มีผลงานพระนิพนธ์มากมายหลายสิบหัวเรื่อง ทั้งยังโปรดทรงบำเพ็ญพระกุศลสาธารณสงเคราะห์ ทรงสร้างและทรงอุปถัมภ์กิจการของวัด สำนักเรียนพระปริยัติธรรม มหาวิทยาลัย โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์ เป็นจำนวนมาก ทั้งยังโปรดประทานกำเนิดมูลนิธิสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) ให้เป็นองค์กรซึ่งทำหน้าที่สืบสานพระกรณียกิจด้านการสังคมสงเคราะห์แทนพระองค์ แม้เมื่อสิ้นพระชนม์ไปแล้วก็ตาม

โอกาสนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช โปรดประทานทุนมูลนิธิสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) จำนวน 50 ทุน แก่วัด สำนักเรียนพระปริยัติธรรม มหาวิทยาลัย โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานสงเคราะห์ ดุจเดียวกับที่เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ ทรงบำเพ็ญเป็นประจำทุกปีเนื่องในวันคล้ายวันประสูติ

จากนั้น เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระสัมโมทนียกถา ความตอนหนึ่งว่า

“เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สมเด็จพระอุปัชฌายะของอาตมภาพ มีพระกุศลฉันทะอันแน่วแน่และมั่นคง ในการบำเพ็ญสาธารณสงเคราะห์ ทรงเปี่ยมด้วยพรหมวิหารธรรมต่อผู้คนทั่วหน้า การอันใดจะเป็นประโยชน์แก่พระศาสนา ประเทศชาติ และประชาชน การอันนั้นจะทรงยินดีบำเพ็ญด้วยความเบิกบานพระหฤทัย แม้พระองค์เสด็จสิ้นพระชนม์ไป แต่มูลนิธิสมเด็จพระสังฆราช (วาสนมหาเถระ) ที่ได้โปรดประทานกำเนิดไว้ก็ยังคงดำรงอยู่ เสมือนว่าพระองค์ยังประทับเป็นมิ่งขวัญอยู่กับเราทั้งหลายตลอดเวลา พระเมตตาบารมีที่เคยแผ่ประทานมา อำนวยความร่มเย็นอย่างไร ทุกวันนี้เราท่านทั้งหลาย ย่อมยังคงสัมผัสได้ ยังรู้สึกได้ ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง 

ท่านทั้งหลายมารับทุนมูลนิธิ ต่อเบื้องหน้าพระอัฐิในวันนี้ ก็เป็นการปฏิบัติประหนึ่งสมัยยังทรงดำรงพระชนม์ ในวันคล้ายวันประสูติของทุกปี จึงขอทุกท่านร่วมกันน้อมจิตน้อมใจรำลึกถึงพระเดชพระคุณ แล้วมุ่งมั่นบำเพ็ญกรณียกิจ ตามหน้าที่ของตนๆ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ วิริยะ และกตัญญู เป็นปฏิบัติบูชาสนองพระเดชพระคุณ เพื่อความสุขสวัสดีของสาธารณชนทั้งหลายสืบไป

หากท่านทำได้เช่นนี้ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า แม้สิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว แต่ยังทรงดำรงอยู่ด้วยพระคุณ คงจักทรงพระโสมนัสอนุโมทนา และประทานพรให้ทุกท่านได้ประสบแต่ความสุขความเจริญทุกประการ”. 012

‘สาธิต ม.รังสิต’ลดค่าเทอมช่วยผู้ปกครองช่วงโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/639006

‘สาธิต ม.รังสิต’ลดค่าเทอมช่วยผู้ปกครองช่วงโควิด

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 19.31 น.

‘สาธิต ม.รังสิต’ลดค่าเทอมช่วยผู้ปกครองช่วงโควิด

ข่าวดีของผู้ปกครองในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคืองจากโรคระบาดโควิด เมื่อโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต และโรงเรียนนานาชาติทวิภาษาแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เชียงใหม่ ประกาศลดค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าเทอมสูงสุด 65,000 บาท เพื่อพยุงภาระพ่อแม่ที่อยากส่งบุตรหลานเข้าเรียนหลักสูตรนานาชาติทวิภาษาในประเทศไทย เพียงสมัครและลงทะเบียนเข้าร่วมงาน OPEN HOUSE เสาร์ที่ 5 มีนาคมนี้ตั้งแต่ 08:30-14:30 น. โทร 02-792-7504

ด้าน ดร.อภิรมณ อุไรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่า “ทาง SBS เราทราบดีถึงความรักที่ผู้ปกครองมีให้บุตรหลาน บางท่านอยากส่งน้องๆไปเรียนต่างประเทศ แต่ด้วยโรคระบาดที่ยังไม่หมดไปก็อาจเกิดความเสี่ยงได้ ขณะที่ผู้ปกครองบางคนก็ได้รับผลกระทบต่ออาชีพการงาน แต่ยังอยากให้ลูกหลานได้เรียนภาษาต่างประเทศจากเจ้าของภาษา เมื่อเราหารือกันแล้วจึงได้ประกาศลดราคาค่าแรกเข้าทั้ง 2 สาขา คือรังสิต (เมืองเอก) และเชียงใหม่ เพื่อบรรเทาภาระให้กับทุกท่าน ก็ขอให้ลองลงทะเบียนมาก่อนทั้งทางออนไลน์ และออนกราวน์ที่แคมปัส”

ส่วน มร.เฮนริก ฟูรี่ ทีมผู้บริหารโรงเรียนฝ่ายครูต่างประเทศ เล่าว่า “อยากให้คนไทยได้ลองหลักสูตรนานาชาติทวิภาษาของเรา คือนานาชาติกับ 2 ภาษาในเวลาเดียวกัน มันจะมีประโยชน์หากว่าบุตรหลานท่านมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีแล้วอยากไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ขณะที่หากเรียนกับ SBS ซึ่งเป็นหลักสูตรนานาชาติจาก เคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ แล้วสุดท้ายอยากศึกษาต่อในประเทศไทย เราก็สามารถออกใบจบการศึกษาในไทยให้ได้เช่นกัน”

ขณะที่ คุณ เกริก ชิลเลอร์ นักแสดงชื่อดังได้ยืนยันการส่งลูกเรียนที่ สาธิต ม.รังสิต ว่า “การศึกษาที่ผมมอบให้ลูกทั้ง 3 คน เน้นย้ำไปที่ภาษาอังกฤษและจีนเป็นหลัก คือผมยอมจ่ายแพงกว่าคนอื่นเพื่อให้ลูกเรียนที่ สาธิต ม.รังสิต หรือ SBS ก็เพราะอยากให้ลูกได้ภาษาอังกฤษ ซึ่งเอาจริงๆ ตอนนี้แค่ 2 ภาษามันคือพื้นฐานแล้ว ดังนั้นภาษาจีนเป็นเรื่องของอนาคต เราจำเป็นต้องเรียนแมนดารินเพิ่มเข้าไปเพื่อจะได้ค้าขายกับคนจีนได้”

โรงเรียนสาธิตม.รังสิต หรือ SBS เป็นโรงเรียนในเครือมหาวิทยาลัยรังสิตที่มี ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ เป็นอธิการบดี และมีลูกหลานคนมีชื่อเสียงกำลังศึกษาอยู่มากมายทั้ง ธีรศิลป์ แดงดา นักฟุตบอลทีมชาติไทย ปัญญา นิรันดร์กุล เจ้าของและพิธีกรช่องเวิร์คพ้อยท์ วีระพล เต็มโชติโกศล พิธีกรกีฬาช่อง พีพีทีวี เอชดี 36

อว.เปิด 58 หลักสูตร STEM พัฒนาทักษะสอดคล้องอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638981

อว.เปิด 58 หลักสูตร STEM พัฒนาทักษะสอดคล้องอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.52 น.

อว.เปิด 58 หลักสูตรสะเต็ม(STEM) พัฒนาโดย 12 หน่วยฝึกอบรมชั้นนำ ทั้งมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคเอกชน สอดคล้องอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เผยผู้ประกอบการที่ส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมใน 58 หลักสูตรสามารถนำไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ถึง 250%

2 มีนาคม 2565 ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า อว. ได้จัดทำหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือสะเต็ม (STEM) กว่า 58 หลักสูตร ซึ่งเป็นทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย (Future Skills Set) โดยทั้ง 58 หลักสูตรนี้มาจาก 12 หน่วยฝึกอบรมชั้นนำที่มีความน่าเชื่อถือ ทั้งมหาวิทยาลัย ภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ผ่านการรับรองตามมาตรการ Thailand Plus Package โดยผู้ประกอบการที่ส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรเหล่านี้ สามารถนำไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ถึง 250% ของค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมลูกจ้าง และหากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมเป้าหมายจ้างงานบุคลากรที่มีทักษะสูงในด้านดังกล่าว สามารถนำค่าใช้จ่าย “เงินเดือน” ของพนักงานไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ได้อีก 150% จากกรมสรรพากร

“ขอเชิญชวนหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น สถาบันอุดมศึกษา พัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตร หรือ Non Degree เพื่อพัฒนากำลังคนด้านสะเต็มมายื่นขอรับการรับรองหลักสูตร และขอเชิญชวนบริษัทต่างๆ ส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งนอกจากจะได้รับความรู้และพัฒนาทักษะแล้ว ยังช่วยลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย” ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก

ด้าน ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผอ.สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีหลักสูตรที่ได้รับการอนุมัติแล้ว 58 หลักสูตร และยังมีอีกกว่า 222 หลักสูตรที่ยังรอการพิจารณา ซึ่งทุกหลักสูตรต้องสอดคล้องกับความต้องการทักษะบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับคุณภาพ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมอาหารเพื่ออนาคต อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ อุตสาหกรรมที่สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการวิจัยพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าดูหลักสูตรฝึกอบรมที่ผ่านการรับรองหรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.stemplus.or.th

สถาปนา ‘คุรุสภา’ครบรอบ 77 ปี ‘ตรีนุช’หวังให้มีส่วนสร้างหลักประกันด้านคุณภาพการศึกษาแก่สังคม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638959

สถาปนา 'คุรุสภา'ครบรอบ 77 ปี 'ตรีนุช'หวังให้มีส่วนสร้างหลักประกันด้านคุณภาพการศึกษาแก่สังคม

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.03 น.

วันที่ 2 มีนาคม 2565 นางสาวตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการคุรุสภา เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพระพฤหัสบดี และพิธีสงฆ์ เนื่องในงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ครบรอบ 77 ปี พร้อมมอบโล่ให้แก่ผู้มีคุณูปการต่อสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จำนวน 18 คน โดยมี นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ., รศ.ดร.ประวิต  เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) รักษาการเลขาธิการคุรุสภา ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา คณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ผู้มีคุณูปการต่อสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา อดีตผู้บริหาร ผู้สนับสนุนกิจการสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เข้าร่วมในพิธี ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ โดยงานจัดในรูปแบบออนไลน์ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) 

น.ส.ตรีนุช  และกล่าวแสดงความยินดีในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ว่า  ตลอดระยะเวลา 77 ปี ของการก่อตั้ง เป็นหลักประกันในการควบคุมและรักษามาตรฐานวิชาชีพของเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา ในนามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งและขอชื่นชมที่มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าในการพัฒนาคุณภาพ และประสิทธิภาพ เพื่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา ผ่านการผลิตครู เพื่อให้ได้ครูมืออาชีพในการสร้างสรรค์เยาวชน  ซึ่งเป็นอนาคตของประเทศไทยต่อไป

“ศธ. โดยรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู  เพื่อยกระดับครูให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการทำงาน รวมถึงการปรับระบบการประเมินผล ประกันคุณภาพ การทดสอบวัดความรู้และทักษะที่จำเป็น ล้วนมีความสอดคล้องกับแนวทางในการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ประจำปี 2565 ที่ “มุ่งสร้างคุรุสภาสู่องค์กรดิจิทัล เร่งรัดวางระบบ เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับวิชาชีพครูให้มีมาตรฐาน และจรรยาบรรณเป็นที่ยอมรับ” อันเป็นเป้าหมายสำคัญ ที่จะพัฒนางานด้านการศึกษา ให้สามารถตอบสนองและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในสถานการณ์ปัจจุบัน วันนี้ ทั้งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และกระทรวงศึกษาธิการ ต้องเป็นองค์กรที่มีความทันสมัย สามารถปรับตัวให้เท่าทันต่อโลกที่มีความผันผวน มีความซับซ้อน และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราต้องร่วมมือกันทำพันธกิจด้านการศึกษานี้ให้สัมฤทธิ์ผลได้อย่างเป็นรูปธรรม” น.ส.ตรีนุช  กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า  ภารกิจของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา คือ การควบคุมและกำกับมาตรฐาน จรรยาบรรณของวิชาชีพ ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงมีความจำเป็นที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องใช้ความรู้ความสามารถในการดำเนินงานด้วยความมุ่งมั่น ยึดถือประโยชน์สมาชิกคุรุสภาที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาอยู่ทั่วประเทศเป็นสำคัญ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ไว้วางใจ (TRUST) ในการสร้างมาตรฐานวิชาชีพ และการดูแลจรรยาบรรณวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา อันจะเป็นการสร้างหลักประกันด้านคุณภาพการศึกษาแก่สังคม และจะนำมาสู่ความศรัทธาต่อองค์กรวิชาชีพครู ซึ่งเป็นวิชาชีพชั้นสูงต่อไป

‘ตรีนุช’เร่งขับเคลื่อน‘พาน้องกลับมาเรียน-แก้หนี้ครู’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638878

‘ตรีนุช’เร่งขับเคลื่อน‘พาน้องกลับมาเรียน-แก้หนี้ครู’

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 14.34 น.

‘ตรีนุช’มอบนโยบายเร่งด่วนหน่วยงานในกำกับศธ.ขับเคลื่อน -สถานศึกษาปลอดภัย -โรงเรียนคุณภาพ -พาน้องกลับมาเรียน -แก้ปัญหาหนี้ครูฯ

2 มีนาคม 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษา 245 เขตทั่วประเทศ  สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 18 ภาค สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด 77 จังหวัด กลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชน  สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด 77 จังหวัด  สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด 77 จังหวัด  สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัด 5 จังหวัด (สงขลา ยะลา ปัตตานี สตูล นราธิวาส) และมีผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Video Conference ที่ห้องประชุม สพฐ. 1 กระทรวงศึกษาธิการ

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ได้เน้นย้ำนโยบายเร่งด่วนของกระทรวงศึกษาธิการ เช่น เรื่อง สถานศึกษาปลอดภัย (MOE Safety Center) โรงเรียนคุณภาพ และโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” โรงเรียนคุณภาพ โดยตนได้ให้แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนกับหน่วยงานในกำกับของศธ.และการบูรณาการในการทำงานร่วมกันทุกระดับ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งศธ.มีโครงการรองรับ เช่น  “พาน้องกลับมาเรียน”  ซึ่งโรงเรียนทุกสังกัดร่วมโครงการ มีโครงการ อาชีวะสร้างโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชน เพื่อผลิตกำลังคนของประเทศ หรือ “อาชีวะ อยู่ประจำ เรียนฟรี มีอาชีพ”  และการแก้ปัญหาหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาตนยังไม่ได้มีโอกาสหารือกับส่วนภูมิภาค วันนี้จึงมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานเพื่อให้การทำงานเกิดการบูรณาการ เพราะบางแห่งการรับรู้อาจไม่เท่ากัน จึงอยากให้พื้นที่เกิดการรับรู้นโยบายและการบูรณาการในการทำงานร่วมกัน

“ถือเป็นมิติใหม่ครั้งแรกที่หน่วยปฏิบัติในระดับจังหวัดได้ร่วมรับฟังนโยบาย เพื่อขับเคลื่อนงาน เรื่อง สถานศึกษาปลอดภัย โรงเรียนคุณภาพ  โครงการ  “พาน้องกลับมาเรียน”  และการแก้ปัญหาหนี้ครูฯ ซึ่งล้วนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกแท่งของศธ.และทุกหน่วยงาน วันนี้ ก็ได้เน้นย้ำและให้กำลังใจกับส่วนภูมิภาคด้วย ที่ทำงานกันอย่างหนักในช่วงเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19  และได้ให้นโยบายเรื่องการเร่งฟื้นฟูเสริมสร้างการเรียนเพื่อแก้ปัญหาภาวะการเรียนรู้ถดถอย(Leaning loss)ในช่วงปิดเทอมนี้  ซึ่งศธ.เรามีการศึกษาหลายระบบและหลายรูปแบบ จึงต้องมีหลากหลายวิธีการในการส่งเสริม โดยเฉพาะเด็กเล็กต้องส่งเสริมเรื่องการอ่านออกเขียนได้และคิดเลขเป็นเพื่อเป็นพื้นฐาน ส่วนวิธีการเรียนก็อาจจะแตกต่างกันไป เช่น เรียนผ่านระบบออนไลน์ หรือเรียนผ่านใบงาน ดังนั้น แต่ละหน่วยงานจะต้องไปหาวิธีซ่อมสร้างให้เด็กมีคุณภาพการศึกษาให้กลับคืนมาในช่วงเปิดเทอมเดือน พ.ค.นี้ เพราะเรายังจะอยู่กับสถานการณ์โควิดไปอีก” รมว.ศธ. กล่าว

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า ช่วงที่มีสถานการณ์โควิด เราเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก คุณภาพการศึกษาเด็กอาจจะไม่ได้เท่าที่ควร  ดังนั้น ในปีการศึกษา 2565 นี้ ศธ.เร่งทำเรื่อง สถานศึกษาปลอดภัย โรงเรียนคุณภาพ  โครงการ  “พาน้องกลับมาเรียน”  และการแก้ปัญหาหนี้ครูฯ ก็ถือเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร เช่น เรื่องโรงเรียนคุณภาพซึ่งก็มีหลายมิติมาก การให้โรงเรียนที่อยู่ใกล้กันนำเด็กมาเรียนในโรงเรียนหลักที่ได้รับการสนับสนุนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงต่อคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง มีความพร้อมมากขึ้น มีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ตรงนี้จะเป็นการช่วยให้เด็กได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพได้มากขึ้น และจะต้องพัฒนาครูให้เห็นรูปธรรมให้เร็วที่สุดเราต้องขับเคลื่อนไปทั้งองคาพยพ

เลขาธิการ กพฐ. เตรียมติวเข้ม ผอ.สพท.นำนโยบาย ‘ตรีนุช’สู่การปฏิบัติในโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/638828

เลขาธิการ กพฐ. เตรียมติวเข้ม ผอ.สพท.นำนโยบาย 'ตรีนุช'สู่การปฏิบัติในโรงเรียน

วันพุธ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565, 09.34 น.

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวถึงการประชุมหัวหน้าส่วนราชการในการดำเนินโครงการ “พาน้องกลับมาเรียน” โรงเรียนเครือข่ายคุณภาพ  ซึ่งจัดประชุมขึ้นที่โรงเรียนโพธิ์บัลลังก์ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน เมื่อเร็ว ๆนี้  ว่าเป็นการมาให้การบ้านกับส่วนราชการ ซึ่ง รมว.ศธ.อยากเห็นคุณภาพของเด็กด้อยโอกาสที่สถานศึกษาจะใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสให้เด็กเหล่านี้อย่างไรที่นอกจากเขาได้รับโอกาสทางการศึกษาแล้วให้มีงานทำ โดย รมว.ศธ.ยังได้เน้นย้ำนโยบายเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาของนักเรียนว่าเป็นเรื่องสำคัญ  และอยากให้มีการสร้างการรับรู้ไปถึงผู้ปกครอง ตัวนักเรียน และชุมชน ให้เห็นว่าเด็กมาโรงเรียนแล้วปลอดภัย หากไม่ปลอดภัยก็ขอให้แจ้งข้อมูลไปที่แอปพลิเคชัน MOE Safety Center ได้ทันที เพื่อให้ทางราชการเข้าไปดูแลนักเรียนให้มีความปลอดภัยและมีความสุขในการมาโรงเรียน

นายอัมพร กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีเขตพื้นที่ฯอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจนโยบายดังกล่าวเพียงพอนั้นก็ถือเป็นเรื่องปกติเพราะเป็นรื่องใหม่อาจจะมีความไม่เข้าใจ แต่เมื่อปัญหาเกิดก็ต้องเรียนรู้พัฒนาและแก้ไขต่อไป และถือเป็นการดีที่วันนี้เราได้มาเห็นปัญหา ตนในฐานะเลขาธิการ กพฐ. ก็จะศึกษาหาวิธีสื่อสารกับ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนเพื่อให้การดำเนินงานมีความเร็วมากขึ้นกว่าเดิม

“วันนี้ลงพื้นที่ได้มารับรู้ปัญหา ก็ดีกว่าเราไม่รู้ปัญหาอะไรเลย  หลังจากนี้ผมก็จะไปศึกษากลไกว่าจะสื่อสารนโยบายของ รมว.ศธ. ให้ ผอ.สพท. เข้าใจชัดเจนได้อย่างไร  เพราะถ้า ผอ.สพท.ไม่เข้าใจก็จะไม่สามารถไปสื่อสารให้กับโรงเรียนเข้าใจได้  จึงต้องติวเข้มสร้างการเรียนรู้ให้กับ ผอ.สพท.ก่อน หลังจากนั้นอาจจะสุ่มลงไปบางพื้นที่โดยที่เราไม่ต้องลงไปทุกพื้นที่” นายอัมพร กล่าว 

ส่วนที่มีบางพื้นที่สะท้อนว่าเด็กเล็กที่เรียนผ่านระบบออนไลน์ ทำให้เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้นั้น นายอัมพร กล่าวว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าไม่มีใครอยากให้เกิดปัญหานี้ แต่เพราะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19  ที่มีการระบาดทั่วโลก แต่เราก็ช่วยกันแก้ปัญหานี้และหาวิธีเติมเต็มให้กับเด็ก  ซึ่งในปี 2565 นี้ รมว.ศธ. ก็ให้การบ้านไว้ว่า “ในปีการศึกษา 2565 ไม่ใช่เป็นปีต่อยอดสู่ความเป็นเลิศ แต่เป็นปีซ่อมสร้างให้เด็กมีคุณภาพการศึกษากลับคืนมาเหมือนเดิม”