ศธ.จัดงาน ‘วันครู’ ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯสมเด็จพระพันปีหลวง ‘พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน’

ศธ.จัดงาน ‘วันครู’ ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯสมเด็จพระพันปีหลวง ‘พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน’

ศธ.จัดงาน ‘วันครู’ ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯสมเด็จพระพันปีหลวง ‘พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน’

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดงานวันครู เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ.2569 โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. พร้อมด้วย ผศ.ดร.อมลวรรณวีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา เข้าร่วมงาน โดยก่อนเริ่มการแถลงข่าว ผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้ยืนสงบนิ่ง เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที

นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศธ. กล่าวว่า การจัดงานวันครู ประจำปี พ.ศ.2569 นี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ 70 กระทรวงศึกษาธิการ โดยคุรุสภา องค์กรหลัก และองค์กรในกำกับ ร่วมจัดในหัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” และส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี หรือทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม โดยจัดงานพร้อมกันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ ในรูปแบบผสมผสาน ทั้ง Onsite และ Online ซึ่งกิจกรรมในส่วนกลาง ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

รมช.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ศธ.มีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับครู เพื่อร่วมมือกันจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็น แก้ปัญหาหนี้สิน ปรับปรุงระบบสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ปรับปรุงสถานศึกษาให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน และสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างรอบด้าน พัฒนาระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา เช่น กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเรียนรู้

และจากนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ จะเห็นได้ว่า ผู้ที่มีส่วนสำคัญมากที่สุดก็คือ “ครู” ผู้ซึ่งจะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เป็นแนวหน้าที่ใกล้ชิดผู้เรียนมากที่สุด ดังนั้น ครู คือผู้ที่เป็นหัวใจของการพัฒนาการศึกษาไทยอย่างแท้จริง

“งานวันครู ครั้งที่ 70 นี้ ขอให้ศิษย์ทุกคน ร่วมกัน ‘น้อมจิตคารวะ และระลึกถึงพระคุณครู’ ร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ชุมชน และท้องถิ่น ที่จัดขึ้นโดยคุรุสภา และหน่วยจัดงานวันครูทั่วประเทศ เพื่อให้ ‘วันครู’ เป็นวันที่ครูทุกท่านภาคภูมิใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ครู ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเทกายใจ ในการสั่งสอนศิษย์ และเป็นการเชิดชูผู้เป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละ อุทิศตน เพื่อสร้างอนาคตของชาติ ให้มีขวัญและกำลังใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เข้มแข็ง สืบไป” รมช.ศธ. กล่าว

ด้าน นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. กล่าวว่า รูปแบบงานวันครู วันที่ 16 มกราคม 2569 ส่วนกลาง จัด ณ บริเวณหอประชุมคุรุสภา มีกิจกรรมทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตร พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ครูผู้วายชนม์ พิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พิธีคารวะครูอาวุโส พิธีมอบรางวัล และการปาฐกถาพิเศษ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 8 เป็นต้น

สำหรับส่วนภูมิภาค โดยมอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัดจัดงานวันครู ซึ่งนอกจากรูปแบบการจัดงานหลักแล้ว จะมีการจัดกิจกรรมสัปดาห์วันครู ระหว่างวันที่ 11-17 มกราคม 2569 เพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรม ระหว่างครูและความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน ดังนี้ 1.กิจกรรมสาธารณประโยชน์ หรือ จิตอาสา 2.การกำหนดคำขวัญวันครู เป็นคำขวัญประจำสถานศึกษา ตลอดปี 2569 “หนึ่งคำขวัญ หนึ่งสถานศึกษา” เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักในความสำคัญของวันครู และความภาคภูมิใจในความเป็นครู 3.จัดชุมนุมครู เพื่อให้ครูทุกคนได้มีโอกาสกล่าวคำปฏิญาณตนต่อผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อแสดงถึงการให้คำมั่นในการประกอบวิชาชีพ และการรับผิดชอบต่อเยาวชน และการศึกษาของชาติ และ 4.จัดกิจกรรมครูเยี่ยมบ้านเด็ก การเยี่ยมเยือนครูในสัปดาห์วันครู

ขณะที่ ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า วันครูปีนี้ในพิธีประกาศเกียรติคุณจะมีการมอบรางวัลโดยนายกรัฐมนตรี ในภาคเช้า และ รมช.ศธ. ในภาคบ่าย จำนวนรวมทั้งสิ้น 16 รางวัล มีผู้ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 1,198 คน และคุรุสภายังได้รับความร่วมมือในการจัดงานเพื่อระลึกถึงพระคุณครู และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมงานวันครู ทั้งการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ บริเวณสนามหญ้า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ระหว่างวันที่ 14 – 16 ม.ค.  จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กคศ.) และอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

นอกจากนี้ คุรุสภาได้เตรียมมอบของขวัญวันครู โดยเปิดอบรมการบริหารจัดการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาความลุ่มลึกทางวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้รับการส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ จำนวน 8,000 คน และสนับสนุนทุนอุดหนุนโครงการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 70 คนๆละ 28,500 บาท รวมจำนวนเงิน ทั้งสิ้น 1,995,500 บาท และพร้อมเปิดระบบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพโฉมใหม่ ที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกท่าน สามารถเข้าใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย ทุกที่ ทุกเวลา โดยมุ่งหวังให้ ผู้ใช้บริการทุกท่านได้รับความประทับใจมากที่สุด

“ขอเชิญชวน นักเรียน นิสิต นักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569 ณ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และหน่วยจัดงานวันครูทั่วประเทศ น้อมจิตคาราวะ และระลึกถึงพระคุณครู กลับไปคารวะครูของทุกท่านด้วยตนเอง หรือผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของคุรุสภา เพื่อให้วันครูปีนี้ เป็นวันที่มีคุณค่า เปี่ยมด้วยความหมาย อบอวลด้วยความกตัญญูกตเวทีและเป็นพลังใจสำคัญในการเชิดชูเกียรติคุณครู ผู้เป็นรากฐานแห่งการพัฒนาคนและพัฒนาชาติอย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการคุรุสภา กล่าว

เปิดหลักสูตรปั้นกำลังคนคุณภาพ ‘Management Consulting’ ยกระดับผู้นำองค์กรรับยุค Digital & AI Transformation

เปิดหลักสูตรปั้นกำลังคนคุณภาพ ‘Management Consulting’ ยกระดับผู้นำองค์กรรับยุค Digital & AI Transformation

เปิดหลักสูตรปั้นกำลังคนคุณภาพ ‘Management Consulting’ ยกระดับผู้นำองค์กรรับยุค Digital & AI Transformation

วันอังคาร ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK นำโดย นายสรณัญช์ ชูฉัตร ประธานเจ้าหน้าที่พัฒนาประสบการณ์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เดินหน้าพัฒนาหลักสูตรยกระดับศักยภาพนักศึกษาและผู้บริหารองค์กรธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ปรึกษาและโลกธุรกิจยุคดิจิทัล โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการปลุกปั้นบุคลากรไทยให้มีทักษะที่จำเป็นต่ออนาคต ครอบคลุม 2 มิติสำคัญ ประกอบด้วย 1.การพัฒนาหลักสูตรความเป็นเลิศด้านที่ปรึกษากลยุทธ์ (Curriculum Partnership in Strategic Management Consulting) บลูบิค มุ่งมั่นที่จะผสานความเชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ ดิจิทัล และเทคโนโลยี พร้อมประสบการณ์จริงจากการร่วมงานกับองค์กรชั้นนำเข้ากับองค์ความรู้ทางวิชาการ เพื่อพัฒนาหลักสูตรด้าน Management Consulting ที่เน้นทั้งภาคทฤษฎีและการลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงการเสริมสร้างทักษะสำคัญ อาทิ การกำหนดทิศทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ การบริหารจัดการทรัพยากรและความเสี่ยงธุรกิจ การออกแบบกลยุทธ์ด้าน ความยั่งยืน และการออกแบบกลยุทธ์การสร้างรายได้จากข้อมูลและการประยุกต์ใช้ AI โดยจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีทุกชั้นปีเข้าร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติ รวมถึงฝึกงานกับบลูบิคและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่พร้อมแข่งขันในระดับสากล และร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

2.การพัฒนาหลักสูตรผู้บริหารแห่งอนาคต (Future Leadership Program) ผ่านการถ่ายทอดมุมมองเชิงกลยุทธ์จากผู้บริหารและผู้นำความคิดในหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมยกระดับขีดความสามารถ วิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำของผู้บริหารไทยให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัลและความยั่งยืน โดยจะช่วยผลักดันให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบเวทีสนทนาส่วนตัวระดับผู้นำ (Private Leadership Forum) เพื่อเปิดพื้นที่ในการสร้างสรรค์บทสนทนาเชิงลึก การแลกเปลี่ยนมุมมอง และการตกผลึกความคิด

3.ความร่วมมือระดับกลยุทธ์ด้านการวิจัย (Strategy & Research Collaboration) บลูบิค เตรียมผสานความเชี่ยวชาญกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU-RAC) ซึ่งมีบทบาทสำคัญด้านการวิจัยและการให้คำปรึกษาแก่หน่วยงานต่าง ๆ โดยจะผสานข้อมูลเชิงลึก งานวิจัยคุณภาพสูง และแนวคิดเชิงกลยุทธ์เข้ากับประสบการณ์ด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีของบริษัทฯ เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติและกรอบการดำเนินงานที่ช่วยเสริมศักยภาพองค์กร รวมถึงสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน

ผศ.ดร.นพพร เรืองวานิช ผู้อำนวยการโครงการปริญญาตรีบริหารธุรกิจ หลักสูตรนานาชาติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ เผยว่า การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพหลักสูตรของคณะฯ ให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ ผ่านการบูรณาการประสบการณ์ทำงานจริง กรณีศึกษาที่ทันสมัย และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการเรียนการสอน ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับนักศึกษาที่ต้องการก้าวเข้าสู่สายงานที่ปรึกษาในอนาคต โดยนอกจาก 2 หลักสูตรข้างต้นที่จะนำร่องดำเนินการในปี 2569 อาจมีการพิจารณาต่อยอดไปสู่หลักสูตรด้านอื่นๆ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัลและ AI

“บลูบิค ไม่หยุดเพียงการทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาในประเทศไทย แต่ยังมีแผนขยายความร่วมมือไปสู่สถาบันการศึกษาระดับนานาชาติ รวมถึงพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและ AI ชั้นนำของโลก เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยได้เข้าถึงองค์ความรู้ที่ทันสมัย ตลอดจนสามารถสร้างบุคลากรยุคใหม่ให้พร้อมรับมือกับโลกธุรกิจที่หมุนเร็วและท้าทายยิ่งขึ้น” นายสรณัญช์ กล่าวทิ้งท้าย

ผนึกกำลังข้ามศาสตร์ จัดงาน ‘มหิดล – เกษตรแฟร์ 2569’ ชูโมเดลสุขภาพ นวัตกรรมกรีน

ผนึกกำลังข้ามศาสตร์ จัดงาน ‘มหิดล - เกษตรแฟร์ 2569’ ชูโมเดลสุขภาพ นวัตกรรมกรีน

ผนึกกำลังข้ามศาสตร์ จัดงาน ‘มหิดล – เกษตรแฟร์ 2569’ ชูโมเดลสุขภาพ นวัตกรรมกรีน

วันจันทร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หาวิทยาลัยมหิดล จับมือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สร้างประวัติศาสตร์ความร่วมมือข้ามศาสตร์ จัดงาน “มหิดล – เกษตรแฟร์ 2569” ระหว่างวันที่ 14-18 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา ภายใต้แนวคิด “ร่วมปลูก ร่วมเปลี่ยน” (Grow Together, Change Together)

ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธราอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย ดร.ดำรงค์ ศรีพระราม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ประกาศวิสัยทัศน์ผสานจุดแข็ง “การแพทย์” และ “เกษตรกรรม” มุ่งสร้าง Health Ecosystem เชื่อมโยงอาหารปลอดภัยสู่สุขภาพที่ยั่งยืน (Food is Medicine) พร้อมโชว์ Green Innovation เพื่อขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ Carbon Neutrality

ด้าน ร.ศ.ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ รองอธิการบดี ม.มหิดล ประธานจัดงาน เผย 5 ไฮไลท์ เปลี่ยนงานแฟร์ให้เป็น “ห้องเรียนไร้กำแพง” อาทิ วิชาการ (Academic) : เปิดสอบวัดระดับ ฟรี ทั้ง MU-ELT และ MUAP-Test (คณิต-วิทย์) ใช้ยื่นพอร์ตฯ และเทียบโอนหน่วยกิตได้จริง , สุขภาพ (Health) : บริการตรวจสุขภาพฟรีครบวงจร ทั้งกายภาพบำบัด โภชนาการ และการฝังเข็ม (ตั้งแต่เวลา 11.00 – 18.00 น.) , นันทนาการ (Recreation) : เอาใจ Pet Loverประกวดสุนัข แข่งเต่า ฉีดวัคซีนสัตว์เลี้ยง พร้อมคอนเสิร์ตศิลปินดังตลอด 5 คืน , เศรษฐกิจ (Economy) : ระดมทัพร้านค้ากว่า 400 ร้าน ทั้งสินค้าชุมชน ผลิตภัณฑ์งานวิจัย และสินค้านวัตกรรมจากนักศึกษา (Startup) และส่วนงานมากกว่า 30 ส่วนงานจากทั้งสองมหาวิทยาลัย , สิ่งแวดล้อม (Eco-Friendly) : รองรับผู้เข้าร่วมงานด้วยที่จอดรถกว่า 2,300 คัน และบริการ รถรับ-ส่งพลังงานไฟฟ้า (EV & Tram) พร้อมยกระดับงานสู่เป้าหมาย Zero Waste ด้วย “ระบบบริหารจัดการขยะ” โดยมี กลุ่มนักศึกษาจิตอาสา “พี่เลี้ยงแยกขยะ” คอยให้คำแนะนำ เพื่อคัดแยกและหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ตามหลัก Circular Economy

ขอเชิญชวนประชาชนรวมพลัง “ร่วมปลูก ร่วมเปลี่ยน” ไปด้วยกัน 14-18 ม.ค.2569 นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ที่ มหาวิทยาลัยนมหิดล ศาลายา

OKMD เปิด 3 พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนรับวันเด็ก2569 ‘ดร.ทวารัฐ’ปลื้มเด็กร่วมกิจกรรมคึกคัก

OKMD เปิด 3 พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนรับวันเด็ก2569 ‘ดร.ทวารัฐ’ปลื้มเด็กร่วมกิจกรรมคึกคัก

OKMD เปิด 3 พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนรับวันเด็ก2569 ‘ดร.ทวารัฐ’ปลื้มเด็กร่วมกิจกรรมคึกคัก

วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569, 20.25 น.

OKMD เปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนรับ‘วันเด็ก 2569’ 3 พื้นที่ ‘ดร.ทวารัฐ’ปลื้มเด็ก–ครอบครัวร่วมกิจกรรม‘เล่น–สนุก–เรียนรู้’คึกคัก

10 มกราคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD โดย ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ OKMD พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าร่วมจัดกิจกรรมเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 ซึ่ง OKMD ได้เปิดพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียน เชิญชวนเด็ก ๆ และครอบครัวออกมาร่วมกิจกรรม “เล่น–สนุก–เรียนรู้” ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ที่จัดขึ้นพร้อมกันใน 3 พื้นที่สำคัญ

สำหรับกิจกรรมหลัก ณ ทำเนียบรัฐบาล OKMD จัดกิจกรรม “Music : Move and Make – ร้อง เล่น เต้น สร้างสรรค์” เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้ขยับร่างกายไปกับเสียงดนตรี เสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ผ่านการประดิษฐ์เครื่องดนตรีอย่างง่าย พร้อมกิจกรรมสนุกสนานและการลุ้นรับของรางวัล สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผสมผสานการเล่นและการลงมือทำอย่างเป็นธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน หน่วยงานในสังกัด OKMD ได้จัดกิจกรรมวันเด็กพร้อมกันในพื้นที่อื่น ๆ โดย มิวเซียมสยาม จัดกิจกรรม “PLAYEUM 2026: Decoding Thainess x Kid Dee” ชวนเด็ก ๆ ร่วมถอดรหัสความเป็นไทย ผ่านการเรียนรู้ด้วยการเล่นในรูปแบบ Inclusive Learning ณ Museum Siam (MRT สนามไชย)

อีกหนึ่งพื้นที่คือ อุทยานการเรียนรู้ TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้า CentralWorld จัดกิจกรรม “Alpha Green Hero พลังเด็กรักษ์โลก” ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อดูแลโลก และการร่วมกันหยุดวงจรภัยพิบัติ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์และของรางวัลมากมาย

ดร.ทวารัฐ กล่าวว่า OKMD ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านการสร้างพื้นที่และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาทักษะ ความคิด และจินตนาการนอกกรอบห้องเรียน สอดคล้องกับแนวคิด “การเรียนรู้ที่สนุกและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน”  โดยกิจกรรมทั้ง 3 พื้นที่ได้รับความสนใจจากผู้ปกครองและเด็กเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ดร.ทวารัฐ  กล่าวด้วยว่า คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” สะท้อนทิศทางการพัฒนาคนของประเทศที่มุ่งสร้างพลเมืองให้มีทั้งอัตลักษณ์ ความรับผิดชอบต่อสังคม และความตระหนักต่อโลก ควบคู่กับหลักคิดเชิงนโยบายที่ว่า “เด็กฉลาด ชาติเจริญ” ซึ่งการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากการพัฒนาสติปัญญาของประชาชนผ่านกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้คิด ค้นคว้า สังเกต และเรียนรู้จากประสบการณ์จริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเปิดพื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียน การเล่น และการลงมือทำ เพื่อวางรากฐานทุนทางปัญญาที่เข้มแข็งและต่อเนื่องในระยะยาว

โพธิสารพิทยากรโชว์ล้ำ! ‘เปิดบ้านโชว์นวัตกรรม’ พัฒนาเด็กไทยสู่ระดับสากล

โพธิสารพิทยากรโชว์ล้ำ! ‘เปิดบ้านโชว์นวัตกรรม’ พัฒนาเด็กไทยสู่ระดับสากล

โพธิสารพิทยากรโชว์ล้ำ! ‘เปิดบ้านโชว์นวัตกรรม’ พัฒนาเด็กไทยสู่ระดับสากล

วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.58 น.

โรงเรียนโพธิสารพิทยากร-จัดยิ่งใหญ่! PS. Open House 2026 ‘NEW ERA’ ชูหลักสูตรเตรียมสู่อาชีพและนวัตกรรม AI พัฒนาเด็กไทยสู่ระดับสากล

วันที่ 10 ม.ค. 69 นายวสันต์ กิวัฒนา รองผู้อำนวยการ สพม.กรุงเทพมหานคร เขต 1 เป็นประธานเปิดงาน PS. Open House 2026 ‘NEW ERA’ ณ โรงเรียนโพธิสารพิทยากร เขตตลิ่งชัน เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าทางการจัดการศึกษา และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ โดยมีนายวุฒิชัย วรชิน ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิสารพิทยากร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ภูมิสิษฐ์ สุคนธวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

นายวุฒิชัย วรชิน ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิสารพิทยากร เปิดเผยว่า กิจกรรมครั้งนี้มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานนักเรียนตามหลักสูตรการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมสู่อาชีพ โดยเปิดบ้านให้ผู้ปกครองและนักเรียนชั้นประถมในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าเยี่ยมชม 4 หลักสูตร 11 แผนการเรียน เพื่อเป็นแนวทางในการเข้าศึกษาต่อชั้น ม.1 และ ม.4 ในปีการศึกษา 2569

ผลงานที่โดดเด่นและได้รับความสนใจอย่างมาก คือ ‘โต๊ะเขียนแบบอัจฉริยะ (Chameleon Table)’ ผลงานของนักเรียนชั้น ม.4 ภายใต้หลักสูตรนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีการศึกษาจากทีมงานบริษัท เอ็มม่า อลิส โดยนายเอกสิทธิ์ เกิดกฤษฎานนท์ ประธานกรรมการผู้จัดการ ซึ่งผลงานชิ้นนี้สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในเชิงธุรกิจและการศึกษาระดับสูงต่อไปได้

นอกจากนิทรรศการแล้ว ภายในงานยังมีการแข่งขันทักษะที่หลากหลาย อาทิ การแข่งขันหุ่นยนต์ Sumo, การแข่งขันอัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์, การประกวดวงดนตรีสากล และการแข่งขันทักษะการชงเครื่องดื่ม ซึ่งสะท้อนถึงการจัดการเรียนการสอนที่ครอบคลุมทั้งวิชาการและทักษะวิชาชีพยุคใหม่

/////////////-026

วช.จับมือ คณบดีรัฐประศาสนศาสตร์ DPU เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรเยาวชน ในงานวันนักประดิษฐ์ 2569

วช.จับมือ คณบดีรัฐประศาสนศาสตร์ DPU เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรเยาวชน ในงานวันนักประดิษฐ์ 2569

วช.จับมือ คณบดีรัฐประศาสนศาสตร์ DPU เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรเยาวชน ในงานวันนักประดิษฐ์ 2569

วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.05 น.

คณบดีรัฐประศาสนศาสตร์ DPU ร่วมตัดสินผลงานนวัตกรรมนักประดิษฐ์ระดับมัธยมศึกษา ในงานวันนักประดิษฐ์ 2569

เมื่อวันที่ 5–7 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร รัตนเศรษฐ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้รับเกียรติจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้ร่วมเป็นคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสินผลงานนวัตกรรมนักประดิษฐ์ระดับมัธยมศึกษา รอบตัดสิน ในกิจกรรมโครงการ “I New Gen Junior Award 2026”  ภายใต้งานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เพื่อเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมจากฝีมือเยาวชนไทย    

ในการนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร ได้ร่วมเดินชมผลงาน พูดคุย ซักถาม และให้กำลังใจแก่นักเรียนเจ้าของผลงานอย่างใกล้ชิด โดยมีผลงานเข้าร่วมการตัดสินกว่า 1,000 ผลงาน จากทั่วประเทศ ครอบคลุม 5 กลุ่มสาขา โดยในรอบนี้รับผิดชอบมากกว่า 300 ผลงาน ในการพิจารณา 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มพลังงาน และกลุ่มท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ( นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเกษตร  กลุ่มอาหาร กลุ่มการแพทย์  ) ซึ่งได้รับความสนใจจากเยาวชน ครู อาจารย์ และประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ยังได้ร่วมทำหน้าที่เป็นกรรมการบนเวทีการนำเสนอผลงาน (Pitching) ตลอดระยะเวลาการจัดงานทั้งสามวัน

ผลงานของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาที่เข้าร่วมแสดงในครั้งนี้ สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่นตั้งใจ และศักยภาพในการนำนวัตกรรมความคิดมาพัฒนาเป็นชิ้นงานประดิษฐ์ที่สามารถแก้ไขและป้องกันปัญหา ตอบโจทย์สังคมและเศรษฐกิจ ตลอดจนสอดรับกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) บนกรอบแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และโมเดลเศรษฐกิจ BCG  

ตลอดระยะเวลาการตัดสิน มีการสรุปผลคะแนนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคณะกรรมการอย่างรอบคอบ แม้ในช่วงเวลานอกการจัดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ เพื่อให้กระบวนการตัดสินเป็นไปตามมาตรฐาน โปร่งใส และน่าเชื่อถือ สะท้อนบทบาทของหน่วยงานระดับชาติอย่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช.) ได้อย่างเหมาะสม

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.วลัยพร ได้กล่าวขอบคุณสำนักงานการวิจัยแห่งชาติที่ให้เกียรติเชิญร่วมเป็นกรรมการ พร้อมทั้งขอบคุณมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ที่สนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้และติดตามพัฒนาการด้านนวัตกรรมของเยาวชนไทย ซึ่งนับเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดการออกแบบการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับบริบทสังคมและประเทศต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม

ไทยพีบีเอส เปิดรายการพิเศษ ‘สถานีประชาชน รีเซตชีวิตคนกรุงเทพฯ’ พรรคการเมืองชูนโยบายแก้ปัญหาคนเมือง

ไทยพีบีเอส เปิดรายการพิเศษ 'สถานีประชาชน รีเซตชีวิตคนกรุงเทพฯ'พรรคการเมืองชูนโยบายแก้ปัญหาคนเมือง

ไทยพีบีเอส เปิดรายการพิเศษ ‘สถานีประชาชน รีเซตชีวิตคนกรุงเทพฯ’พรรคการเมืองชูนโยบายแก้ปัญหาคนเมือง

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.24 น.

ไทยพีบีเอส เปิดรายการพิเศษ “สถานีประชาชน รีเซตชีวิตคนกรุงเทพฯ” ให้พรรคการเมืองร่วมสะท้อนปัญหาซ้ำซากของคนเมือง พร้อมนำเสนอนโยบายและแนวทางแก้ไขเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างเป็นรูปธรรม

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส จัดเวทีแสดงวิสัยทัศน์ของผู้สมัครรับเลือกตั้ง นโยบาย ผ่านรายการพิเศษ สถานีประชาชน : รีเซ็ตคนกรุงเทพฯ เลือกตั้ง 69 เพื่อเปิดพื้นที่สะท้อนปัญหา และหาทางออก รับฟังแนวคิดและนโยบายในการแก้ไขปัญหาของคนกรุงเทพฯ แบบตรงจุด ตรงประเด็น ทุกวันพุธตลอดเดือน ม.ค. 2569 รวม 4 ครั้ง ณ ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ

ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ในชื่อตอน “คนกรุงเทพฯ ไม่ทน! ปัญหาซ้ำซากที่คนกรุงเทพฯ ต้องเจอ” ดำเนินรายการโดย ธีรเดช งามเหลือ และธิดารัตน์ อนันตรกิตติ และมีผู้แทนจาก 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคไทยก้าวใหม่, พรรคภูมิใจไทย, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ หาทางออกของปัญหาให้คนกรุงเทพฯ

วราวิช กำภู ณ อยุธยา รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ผู้สมัครพรรคเบอร์ 49 นำเสนอนโยบายภายใต้แนวคิด “เลิกทน เลิกจน เลิกจม” โดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยการปลูกสาหร่ายแนวตั้งทั่วกรุงเทพฯ รวมถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมผ่านระบบระบายน้ำใต้ดิน และการใช้เทคโนโลยีสร้างคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัย

ด้าน ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัครเบอร์ 4 เขต 5 ห้วยขวาง–วังทองหลาง พรรคภูมิใจไทย ระบุถึงการสานต่อนโยบายคนละครึ่งพลัส ควบคู่กับงานด้านความมั่นคงเพื่อป้องกันภัยต่าง ๆ ทั้งปัญหายาเสพติด สินค้าเกษตรผิดกฎหมาย การสร้างแนวกำแพงป้องกันประเทศด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการแก้ไขกฎหมายผังเมืองเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง และการกระจายรายได้สู่ภูมิภาค

ขณะที่ บุณยกร ดำรงรัตน์ ผู้สมัครเบอร์ 4 เขต 4 คลองเตย พรรคเพื่อไทย เสนอนโยบายด้านการยกระดับคุณภาพชีวิตในเมือง เช่น การพัฒนา Universal Design เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และการปรับพื้นที่รกร้างให้เป็น Shared Space สำหรับการใช้ประโยชน์ของประชาชน

ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ ผู้สมัครเบอร์ 8 เขต 21 ประเวศ–สะพานสูง พรรคประชาชน นำเสนอนโยบายด้านการเสริมสุขภาพชีวิตผู้สูงอายุ โดยเสนอเพิ่มเบี้ยยังชีพเป็น 1,500 บาท พร้อมยกระดับการทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) ในบทบาท Care Giver เพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วน กิตพล เชิดชูกิจกุล ผู้สมัครเบอร์ 14 เขต 21 ประเวศ–สะพานสูง พรรคประชาธิปัตย์ เสนอนโยบายแก้ไขปัญหาน้ำท่วมด้วยแนวทางฝายชะลอน้ำในภาคเหนือ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง และการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด ด้วยการเพิ่มสะพานข้ามแม่น้ำและสะพานลอยในจุดสำคัญ

ทั้งนี้ ผู้ชมสามารถติดตามรายการพิเศษ “สถานีประชาชน รีเซตชีวิตคนกรุงเทพฯ” ได้ทุกวันพุธตลอดเดือน ม.ค. 2569 โดยวันที่ 14 ม.ค. เป็นตอน “Scammer – ทุนเทา ภัยไซเบอร์, วันที่ 21 ม.ค. ตอน “เศรษฐกิจ ปากท้อง กระตุ้นชีวิต กทม.” และวันที่ 28 ม.ค. ตอน “ประชันนโยบายดาวเด่น ผู้สมัคร ส.ส. กทม.” ในเวลา 14.05–15.30 น. ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และทุกช่องทางออนไลน์ของไทยพีบีเอส และมีส่วนร่วมในการตั้งคำถามผ่าน LINE ID : @RongTookThaiPBS

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Website : www.thaipbs.or.th   
▪ Application : Thai PBS
▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

ศธ.จัดงานวันครู 16ม.ค.69 ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ‘พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน’

ศธ.จัดงานวันครู 16ม.ค.69 ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯ 'สมเด็จพระพันปีหลวง'  'พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน'

ศธ.จัดงานวันครู 16ม.ค.69 ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ ‘พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน’

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.41 น.

ศธ.จัดงานวันครู 16 ม.ค.69 ครั้งที่ 70 เทิดพระเกียรติฯ ”สมเด็จพระพันปีหลวง“  “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน”

9 มกราคม 2569 ที่หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ  จัดแถลงข่าวการจัดงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569 โดย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการจัดงานวันครู เป็นประธานแถลงข่าว โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. พร้อมด้วย ผศ.ดร.อมลวรรณวีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา  ร่วมแถลงข่าว และมีผู้บริหารหน่วยงานหลักขของกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการจัดงานวันครู ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครูและนักเรียน เข้าร่วมงาน โดยก่อนเริ่มการแถลงข่าว ผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้ยืนสงบนิ่ง เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นเวลา 93 วินาที

นายองอาจ วงษ์ประยูร  รมช.ศธ. กล่าวว่า รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญต่อครูและวิชาชีพครูเสมอมา การจัดงานวันครู ประจำปี พ.ศ.2569 นี้ เป็นการจัดงานครั้งที่ 70 กระทรวงศึกษาธิการ โดยคุรุสภา องค์กรหลัก และองค์กรในกำกับ ร่วมจัดในหัวข้อ “พระผู้ทรงเป็นแม่และครูแห่งแผ่นดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” และส่งเสริมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ประกอบคุณงามความดี หรือทำคุณประโยชน์ต่อวงการศึกษา ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และเป็นแบบอย่างให้เยาวชนรุ่นหลังได้ยึดถือปฏิบัติตาม โดยจัดงานพร้อมกันทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ  ในรูปแบบผสมผสาน ทั้ง Onsite และ Online ซึ่งกิจกรรมในส่วนกลาง ได้กราบเรียนเชิญนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ 

รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า กระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับครู เพื่อร่วมมือกันจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม”  โดยมุ่งพัฒนาคุณภาพครูและการยกระดับคุณภาพชีวิตของครู ปรับลดภาระงานที่ไม่จำเป็น แก้ปัญหาหนี้สิน ปรับปรุงระบบสวัสดิการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ปรับปรุงสถานศึกษาให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอน และสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างรอบด้าน พัฒนาระบบหรือแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา เช่น กฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมการเรียนรู้

และจากนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ จะเห็นได้ว่า ผู้ที่มีส่วนสำคัญมากที่สุดก็คือ “ครู” ผู้ซึ่งจะนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เป็นแนวหน้าที่ใกล้ชิดผู้เรียนมากที่สุด ดังนั้น ครู คือผู้ที่เป็นหัวใจของการพัฒนาการศึกษาไทยอย่างแท้จริง

“งานวันครู ครั้งที่ 70 นี้ ขอให้ศิษย์ทุกคน ร่วมกัน ‘น้อมจิตคารวะ และระลึกถึงพระคุณครู’ ร่วมทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษา ชุมชน และท้องถิ่น ที่จัดขึ้นโดยคุรุสภา และหน่วยจัดงานวันครูทั่วประเทศ เพื่อให้ ‘วันครู’ เป็นวันที่ครูทุกท่านภาคภูมิใจ ในการปฏิบัติหน้าที่ครู ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเทกายใจ ในการสั่งสอนศิษย์ และเป็นการเชิดชูผู้เป็นแบบอย่างแห่งความเสียสละ อุทิศตน เพื่อสร้างอนาคตของชาติ ให้มีขวัญและกำลังใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น เข้มแข็ง สืบไป”  รมช.ศธ. กล่าว

ด้านนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดศธ. กล่าวว่า รูปแบบงานวันครู วันที่ 16 มกราคม 2569 ส่วนกลาง จัด ณ บริเวณหอประชุมคุรุสภา มีกิจกรรมทั้งภาคเช้าและภาคบ่าย ประกอบด้วย พิธีทำบุญตักบาตร พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ครูผู้วายชนม์ พิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พิธีบูชาบูรพาจารย์และระลึกถึงพระคุณบูรพาจารย์ พิธีคารวะครูอาวุโส พิธีมอบรางวัล และการปาฐกถาพิเศษ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ครั้งที่ 8 เป็นต้น

สำหรับส่วนภูมิภาค โดยมอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัดจัดงานวันครู  ซึ่งนอกจากรูปแบบการจัดงานหลักแล้ว จะมีการจัดกิจกรรมสัปดาห์วันครู ระหว่างวันที่ 11-17 มกราคม 2569 เพื่อส่งเสริมสามัคคีธรรม ระหว่างครูและความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน  ดังนี้ 1. กิจกรรมสาธารณประโยชน์ หรือ จิตอาสา 2. การกำหนดคำขวัญวันครู เป็นคำขวัญประจำสถานศึกษา ตลอดปี 2569 “หนึ่งคำขวัญ หนึ่งสถานศึกษา” เพื่อกระตุ้น ให้เกิดความตระหนักในความสำคัญของวันครู และความภาคภูมิใจในความเป็นครู 3. จัดชุมนุมครู เพื่อให้ครูทุกคนได้มีโอกาสกล่าวคำปฏิญาณตนต่อผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อแสดงถึงการให้คำมั่นในการประกอบวิชาชีพ และการรับผิดชอบต่อเยาวชน และการศึกษาของชาติ  และ 4.จัดกิจกรรมครูเยี่ยมบ้านเด็ก การเยี่ยมเยือนครูในสัปดาห์วันครู

ขณะที่ ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า วันครูปีนี้ในพิธีประกาศเกียรติคุณจะมีการมอบรางวัลโดยนายกรัฐมนตรี ในภาคเช้า และ รมช.ศธ ในภาคบ่าย จำนวนรวมทั้งสิ้น 16 รางวัล มีผู้ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 1,198 คน และคุรุสภายังได้รับความร่วมมือในการจัดงานเพื่อระลึกถึงพระคุณครู และส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมงานวันครู ทั้งการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ บริเวณสนามหญ้า สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ระหว่างวันที่ 14 – 16 ม.ค.  จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (กคศ.) และอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน

นอกจากนี้ คุรุสภาได้เตรียมมอบของขวัญวันครู โดยเปิดอบรมการบริหารจัดการองค์ความรู้เพื่อพัฒนาความลุ่มลึกทางวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาได้รับการส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้องค์ความรู้ในรูปแบบต่าง ๆจำนวน 8,000 คน และสนับสนุนทุนอุดหนุนโครงการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา จำนวน 70 คน ๆละ 28,500 บาท รวมจำนวนเงิน ทั้งสิ้น 1,995,500 บาท และพร้อมเปิดระบบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพโฉมใหม่ ที่ได้พัฒนาขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูทุกท่าน สามารถเข้าใช้บริการได้อย่างสะดวกสบาย ทุกที่ ทุกเวลา โดยมุ่งหวังให้ ผู้ใช้บริการทุกท่านได้รับความประทับใจมากที่สุด

เลขาธิการคุรุสภา กล่าวอีกว่า นอกจากกิจกรรมที่กล่าวมานั้น คุรุสภาได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในงานวันครู เช่น จัดกิจกรรมประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู การเขียนการ์ดคาราวะครู การส่งบัตรคาราวะครูออนไลน์ การนำคณะนักเรียน คณะครูและผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ เข้ามอบดอกกล้วยไม้แก่ นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์งานวันครู

“ขอเชิญชวน นักเรียน นิสิต นักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมงานวันครู ครั้งที่ 70 พ.ศ. 2569 ณ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และหน่วยจัดงานวันครูทั่วประเทศ น้อมจิตคาราวะ และระลึกถึงพระคุณครู กลับไปคารวะครูของทุกท่านด้วยตนเอง หรือผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของคุรุสภา เพื่อให้วันครูปีนี้ เป็นวันที่มีคุณค่า เปี่ยมด้วยความหมาย อบอวลด้วยความกตัญญูกตเวทีและเป็นพลังใจสำคัญในการเชิดชูเกียรติคุณครู ผู้เป็นรากฐานแห่งการพัฒนาคนและพัฒนาชาติอย่างยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการคุรุสภา กล่าว

ทั้งนี้ ภายในงานแถลงข่าวฯ รมช.ศธ. ได้มอบรางวัลการประกวดสปอตโทรทัศน์วันครู ประจำปี 2569 จำนวน 6 รางวัล ดังนี้  รางวัลชนะเลิศ รับเงินรางวัล 60,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ ผลงาน “พระผู้ทรงถักทอชีวิต” ของทีม มิดมี่โปรดักชั่น ,  รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 รับเงินรางวัล 40,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ ผลงาน “โขนของแม่…ลมหายใจของแผ่นดิน” ของทีม NMR.S.W Studio, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ ผลงาน “แสงแรก” ของทีม โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม  และรางวัลชมเชย 3 รางวัล รับเงินรางวัลละ 10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร ได้แก่ ผลงาน “โอกาสเล็ก ๆ จากหัวใจครู” ของทีม มุจลินทาราม Film  ผลงาน “ครูผู้ดูแลด้วยหัวใจ” ของทีม BTJ STUDIO โรงเรียนอนุบาลบ้านท่าพระยาจักร และผลงาน “แม่ ในวันที่ฉันเป็นครู” ของทีม กล้วยไข่เอ็นเทอร์เทนเมนท์
 

‘ในหลวง’โปรดเกล้าผู้ว่าฯเชียงราย เชิญผ้าไตรถวายแด่’ครูบาบุญชุม’

'ในหลวง'โปรดเกล้าผู้ว่าฯเชียงราย เชิญผ้าไตรถวายแด่'ครูบาบุญชุม'

‘ในหลวง’โปรดเกล้าผู้ว่าฯเชียงราย เชิญผ้าไตรถวายแด่’ครูบาบุญชุม’

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.18 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญผ้าไตร น้ำสรง พุ่มบัว พร้อมเครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน ไปถวายแด่ ครูบาบุญชุม ญาณสํวโร วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

9 มกราคม 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว พร้อมเครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทานถวายแด่ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสฺวโร อรัญวาสีภิกขุ ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวง อายุวัฒนมงคลครบรอบ 62 ปี 42 พรรษา ณ วัดพระธาตุดอยเวียงแก้ว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย โดยมี นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานอัญเชิญผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว เครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน โดยได้มีการจัดขบวนเชิญน้ำสรงพระราชทาน อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางประชาชนจาก 4 ประเทศ ไทย-พม่า-ลาว-จีน โดยเฉพาะศรัทธากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ มาร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น

ครูบาบุญชุ่ม เกิดเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2508 ที่บ้านแม่คำหนองบัว ต.แม่คำ อ.แม่จัน จ.เชียงราย มีชื่อเดิมว่า บุญชุ่ม ทาแกง เป็นบุตรของพ่อคำหล้า แม่แสงหล้า ทาแกง เมื่ออายุได้ 11 ปี ก็บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดศรีบุญยืน ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีพระครูหิรัญเขตคณารักษ์ วัดศรีบุญเรือง เจ้าคณะอำเภอเชียงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์ ตลอดช่วงเวลาที่เป็นสามเณร ได้สร้างธรรมนุสรณ์ที่เกิดจากจิตศรัทธาของพุทธศาสนิกชนหลายแห่ง ทั้งพระธาตุดอยเวียงแก้ว พระธาตุงำ พระธาตุดอยดอกคำ พระธาตุจอมสวรรค์บ้านโปร่ง ประเทศพม่า พระธาตุจอมยอง ประเทศพม่า และอีกหลายๆ แห่ง เคยธุดงค์ไปอยู่ที่ถ้ำผาไทย อ.งาว จ.ลำปาง โดยมีศรัทธาชาวบ้านแวะเวียนมากราบไหว้ท่านมาก มีชาวบ้านเคยเรียนท่านว่ามีอีกถ้ำหนึ่งมีน้ำไหลผ่าน ท่านจึงเสาะหาจนเจอถ้ำราชคฤห์และได้บำเพ็ญเพียร

ปี 2529 ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ และได้จาริกไปตามที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือของไทย พม่า เนปาล อินเดีย ภูฏาน โดยเฉพาะตอนท่านเดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศเนปาล ท่านได้พบพุทธศาสนิกชนในต่างแดนท่านก็ได้แผ่เมตตาและแนะนำให้ปฏิบัติธรรมเพื่อให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ นั่นจึงทำให้ท่านเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนหลายแผ่นดิน รวมไปถึงสมาชิกพระราชวงศ์ภูฏาน ในปี 2560 ท่านเดินทางไปที่เมืองสาด รัฐฉาน เพื่อปฏิบัติธรรมกรรมฐานที่ถ้ำเมืองแกส ห่างจากเมืองสาดไปประมาณ 5 กิโลเมตร ตลอดช่วงพรรษา โดยก่อนเข้าถ้ำก็มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมารอกราบไหว้เป็นจำนวนมาก โดยตลอดระยะเวลาที่ท่านปฏิบัติธรรมกรรมฐานนั้นท่านจะไม่พูด ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอนเรือง เมืองพง จ.ท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ทั้งนี้ หลังจากได้รับผ้าไตร น้ำสรงพุ่มบัว เครื่องสักการะ และเครื่องไทยธรรมพระราชทาน พระครูบาบุญชุ่ม ได้กล่าวเจริญพรขออนุโมทนา ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประชาชนชาวไทยไปตลอดกาลยิ่งนานเท่านาน

ทำเนียบเปิดโปสการ์ดวันเด็ก สิ่งที่อยากบอกประเทศไทย

ทำเนียบเปิดโปสการ์ดวันเด็ก สิ่งที่อยากบอกประเทศไทย

ทำเนียบเปิดโปสการ์ดวันเด็ก สิ่งที่อยากบอกประเทศไทย

วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.36 น.

สำนักโฆษกฯ ทำเนียบ เผยข้อความจากโปสการ์ด สิ่งที่น้องๆ “อยากบอกประเทศไทย” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ทึ่ง เด็กอยากเห็นประเทศสงบ ไม่มีสงคราม ขอทุนเทา ยาเสพติด การพนัน หมดประเทศ พร้อมขอทุกคนเคารพกฎหมาย

เมื่อ 9 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสำนักโฆษกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้มีการเผยแพร่โปสการ์ดข้อความและคลิป ที่บรรดาเด็กๆ น้องๆจากโรงเรียนทั่วประเทศส่งถึงรัฐบาล ภายหลังจากทางสำนักโฆษกฯ ได้เชิญชวนให้น้องๆ ส่ง “เรื่องที่อยากบอกประเทศไทย” เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 รวมกว่า 100 ข้อความทั้งการ์ดและคลิป 

โดยมีข้อความที่น่าสนใจที่น้องๆ ส่งมาถึงรัฐบาล เช่น อยากให้ประเทศไทย มีความสงบ ไม่ทะเลาะกัน, อยากให้ประเทศไทยมีความยุติธรรม , อยากให้ถนนปลอดภัยไม่เกิดอุบัติเหตุ, อยากให้ทุกคนเคารพกฎหมาย, อยากให้ประเทศไทย อยู่ดีมีสุข ขอให้ธุรกิจสีเทา ยาเสพติด การพนันออนไลน์ บุหรี่ไฟฟ้า หายไปจากประเทศไทย, อยากให้ผู้ใหญ่รับฟังเสียงเด็ก, อยากให้ประเทศไทยพัฒนาแต่ไม่ทำลายธรรมชาติ, อยากให้อากาศดี ไม่มีฝุ่น ควัน ฯลฯ

ทั้งนี้ ข้อความเหล่านี้ทางสำนักโฆษกจะนำไปเผยแพร่ ในช่องทางโซเชียลมีเดียผ่านเพจไทยคู่ฟ้า ซึ่งจะมีกระเป๋าไทยคู่ฟ้าแจกให้น้องๆที่ข้อความที่ส่งมาได้รับการพิจารณาด้วย