อนุทิน ขับเครื่องบินส่วนตัวลุยจันทบุรี ตรวจด่านสงกรานต์ สุ่มเช็กสต๊อกปั๊มน้ำมัน

อนุทิน ขับเครื่องบินส่วนตัวลุยจันทบุรี ตรวจด่านสงกรานต์ สุ่มเช็กสต๊อกปั๊มน้ำมัน

อนุทิน ขับเครื่องบินส่วนตัวลุยจันทบุรี ตรวจด่านสงกรานต์ สุ่มเช็กสต๊อกปั๊มน้ำมัน

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.36 น.

“อนุทิน” ขับเครื่องบินตรวจด่าน 7 วันอันตรายเมืองจันท์ บอกอยากได้อะไรให้บอกผู้แทนมาเพราะทีมเดียวกัน ชี้ราคาน้ำมันต้องสอดคล้องตลาดโลก พร้อมไหว้สิ่งศักสิทธิ์ก่อนเดินทางกลับ 

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 เมษายน 2569 ที่จ.จันทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ขับเครื่องบินส่วนตัว พร้อมด้วย นางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา มายังสนามบินท่าใหม่ อ.ท่าใหม่จ.จันทบุรี เพื่อลงพื้นที่ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยนายอนุทิน พร้อมด้วยนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผวจ.จันทบุรี และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด สส.จันทบุรีและตราด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจด่าน 7 วันอันตราย บริเวณเทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ โดยนายอนุทิน ได้มอบอาหารแห้งและเครื่องดื่มเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานประจำจุดตรวจ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงมาตรการด้านความปลอดภัยบนท้องถนน “ดื่มไม่ขับ เมาไม่ขับ” ซึ่งผลการตรวจเยี่ยมภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยังสถานีบริการน้ำมันเชลล์ บริเวณหน้าตลาดเจริญสุข เพื่อสุ่มตรวจผู้ประกอบการค้าน้ำมันถึงความพร้อมในการให้บริการ โดยผลการตรวจสอบพบว่าทางสถานีบริการมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แม้จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีปริมาณการเดินทางสัญจรหนาแน่นกว่าปกติก็ตาม

จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า ฝ่ายปกครอง  กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย ได้จัดจุดให้บริการประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดูแลผู้เดินทางสัญจรในถนนสายหลัก ให้ข้อมูลและรับแจ้งข้อมูล รวมถึงเป็นที่พักผ่อนอิริยาบถจากการขับรถเป็นเวลานาน ลดความง่วง และป้องกันอุบัติเหตุทางถนน จ.จันทบุรี ถือว่าเป็นจ.เศรษฐกิจ สร้างรายได้จากธุรกิจอัญมณี เป็นอย่างมาก และมีรายได้จากผลไม้ รวมถึงมีการท่องเที่ยวที่ติดชายทะเล และหากไม่มีเหตุพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา จ.จันทบุรี ก็จะมีการค้าขายชายแดนสร้างรายได้ให้กับประเทศ จึงถือเป็นจังหวัดสำคัญและยังเชื่อมต่อไปจ.ตราด ที่สามารถบูรณาการการท่องเที่ยว คมนาคม ขนส่ง อุตสาหกรรม ที่เป็นส่วนหนึ่งของอีสเทิร์นซีบอร์ด รวมถึงพื้นที่อีอีซี ก็จะขยายออกมาจากจ.จันทบุรี อีกทั้งผู้บริหารและผู้นำท้องถิ่น มีความเข้มแข็งและเข้าใจบริบทของพื้นที่ที่จะทำให้จ.จันทบุรี และจ.ภาคตะวันออก ขยายตัวและสร้างความเข้มแข็งได้ โดยรัฐบาลต้องให้การสนับสนุนทุกทางที่จะเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งพรรคภูมิใจไทย มีสส.จันทบุรี ยกจังหวัด รวมถึงจ.ตราดและจ.ระยอง จึงมีความสะดวกในการสะท้อนปัญหาของประชาชนมาถึงรัฐบาล ถ้าต้องการให้รัฐบาลทำสิ่งใดเพื่อตอบสนองคุณภาพชีวิตของท่านก็ต้องบอกผู้แทนและผู้นำท้องถิ่น เพราะถือว่าเป็นทีมเดียวกันเรื่องจะมาถึงรัฐบาลและเราจะทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์

เมื่อถามถึงความคืบหน้าเรื่องการลดราคาน้ำมัน นายกฯ กล่าวว่า การลดราคาน้ำมันนั้นจำเป็นต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกลไกของราคาตลาดโลก รัฐบาลได้เข้ามาใช้มาตรการควบคุมค่าการกลั่นและค่าการตลาดให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อช่วยกดราคาให้ลดลงได้มากกว่าปกติ ประกอบกับในช่วงนี้ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกมีการปรับตัวลดลง จึงเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้รัฐบาลสามารถสะท้อนต้นทุนและปรับลดราคาขายปลีกภายในประเทศลงตามความเป็นจริงได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการลงพื้นที่ นายอนุทิน และคณะได้เดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อความเป็นสิริมงคล ได้แก่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจันทบุรี และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนจะเดินทางไปสักการะหลวงพ่อทอง ณ โบสถ์เก่าวัดทองทั่ว ในการนี้ พระครูจารุเขมากร วิ. ดร. เจ้าคณะตำบลคลองนารายณ์ และเจ้าอาวาสวัดทองทั่ว ได้เมตตามอบวัตถุมงคลพระยอดธง ให้แก่นายอนุทิน เพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับเทศกาลปีใหม่ไทยด้วย

ชวน กรีดรัฐบาล! ซัดปมน้ำมันแพง ตั้งคำถาม ถอนทุนคืน หรือไม่?

ชวน กรีดรัฐบาล! ซัดปมน้ำมันแพง ตั้งคำถาม ถอนทุนคืน หรือไม่?

ชวน กรีดรัฐบาล! ซัดปมน้ำมันแพง ตั้งคำถาม ถอนทุนคืน หรือไม่?

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.22 น.

‘ชวน’ เปิดบ้านสงกรานต์คึกคัก ส่งสารอวยพรปีใหม่ถึงคนไทย ก่อนขึ้นเวทีรดน้ำผู้สูงอายุ สะท้อนปมการเมือง ซัดรัฐบาลปมราคาน้ำมัน-กักตุน ถอนทุนซื้อเสียง ย้ำจุดยืนการเมืองสุจริต พร้อมภาคภูมิใจนั่งเก้าอี้ผู้แทน 18 สมัยยาวนานที่สุดในโลก

วันที่ 13 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านวิเศษกุล เลขที่ 183 ถนนวิเศษกุล ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านพักของนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 สมัย ตั้งแต่ช่วงเช้ามีข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนจาก จ.ตรัง และจังหวัดใกล้เคียง เดินทางนำพวงมาลัยและกระเช้ามามอบ พร้อมอวยพรและขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง

นายชวนออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส สวมเสื้อลายอย่างเป็นกันเอง โดยมีนายกิจ หลีกภัย อดีตนายก อบจ.ตรัง พี่ชาย และนายระลึก หลีกภัย น้องชาย ร่วมให้การต้อนรับ

จากการสังเกตพบว่า ในปีนี้จำนวนผู้ที่เดินทางมาอวยพรและขอพรภายในบ้านวิเศษกุลลดลง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งอาจเป็นผลจากหลายปัจจัย ทั้งภาระค่าครองชีพโดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจส่งผลคือการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมืองของ จ.ตรัง ซึ่งปรากฏชัดเจนและมีนัยสำคัญ หลังจากตระกูลโล่สถาพรพิพิธย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย อย่างไรก็ตาม บรรยากาศโดยรวมยังคงมีความคึกคักอยู่

ต่อมานายชวน หลีกภัย ได้เดินทางไปที่โรงเรียนน้ำผุด อ.เมืองตรัง จ.ตรัง เพื่อไปร่วมกิจกรรมวันสงกรานต์และรดน้ำผู้สูงอายุ โดยได้ร่วมน้ำน้ำผู้สูงอายุจำนวนกว่า 120 คน ซึ่งในระหว่างนั้นทางนายทรงกรด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการ จ.ตรัง ได้เดินทางเข้าไปมอบกระเช้าอวยพรปีใหม่ด้วยเช่นกัน

ซึ่งในช่วงพิธีกล่าวเปิดกิจกรรม นายชวน ได้พูดเป็นภาษาใต้บางช่วงบางตอนไว้ว่า “ภายหลังจัดตั้งรัฐบาล พี่น้องก็ได้เห็นว่าอะไรเกิดขึ้น น้ำมันขึ้นราคา และน้ำมันขาดแคลน ชาวบ้านก็ไม่ไว้ใจเพราะเจ้าของปั้มน้ำมัน ก็เป็นรองนายกฯ และชาวบ้านไม่เชื่อว่าไม่กักตุน ชาวบ้านก็ไม่เชื่อว่าคนที่รู้ว่าจะขึ้นราคาเมื่อไหร่ ขึ้นกี่บาท คนอื่นไม่รู้ พวกเราไม่รู้ ไอ้หนูนุ้ย ไอ้เท่ง ไอ้แก้ว ไอ้ทอง (ตัวละครในหนังตะลุง) ไม่มีใครรู้ คนที่รู้ว่าขึ้นเมื่อไหร่ ขึ้นกี่บาท คือรัฐบาล รัฐมนตรีฯ เชื่อหรือว่าไม่กักตุน เชื่อหรือว่าไม่หาผลประโยชน์ พูดง่ายๆ คือเรียกทุนคืน หลักจากใช้เงินซื้อเสียงมาจำนวนมาก ก็ต้องเอาทุนคืน นี้เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความสงสัยพฤติกรรม ผมถึงบอกว่าถ้าการเมืองใช้เงิน เราก็จะได้รัฐบาลแบบนี้ ซึ่งก็ต้องพยายามให้สุจริต ผมภูมิใจผมเป็นผู้แทนสมัยที่ 18 นานที่สุดในประเทศไทย นานที่สุดในโลกเป็นเวลา 57 ปี

ทั้งนี้ นายชวน หลีกภัย ได้เดินทางกลับมาที่บ้านพักวิเศษกุล ก่อนจะกล่าวอวยพรผ่านสื่อมวลชนให้กับคนไทยทั่วประเทศว่า “ขอสวัสดีพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ในโอกาสปีใหม่วันสงกรานต์ปีนี้ ผมขอส่งความเคารพรัก ความปรารถนาดีมายังพี่น้องทุกคน สถานการณ์บ้านเมืองโดยเฉพาะผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกประเทศเรา มีผลกระทบต่อเรื่องของการครองชีพ โดยเฉพาะเรื่องของราคาน้ำมัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิธีชีวิตของเรามาก ก็อยากจะให้กำลังใจ ทั้งผู้ที่แก้ปัญหา และพี่น้องประชาชนทั่วไป สถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าความปรารถนาดี ความจริงใจที่มีต่อกัน จะช่วยทำให้เรามีภูมิคุ้มกันไม่มากก็น้อย เพื่อที่จะทำให้เรามีความมั่นใจว่าในฐานะประชาชนคนหนึ่ง เราก็เหมือนกับประชาชนส่วนใหญ่ทั่วไป คือเราต่างพบปัญหาร่วมกัน ตั้งใจที่รับสถถานการณ์และแก้ปัญหาด้วยความเฉลียวฉลาด ด้วยความมีสติตลอดเวลา ขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศในโอกาสวันสงกรานต์ วันขึ้นปีใหม่”

เดินหน้าความร่วมมือไทย-รัสเซีย มุ่งเป้าขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรผ่านกลไกทวิภาคี

เดินหน้าความร่วมมือไทย-รัสเซีย มุ่งเป้าขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรผ่านกลไกทวิภาคี

เดินหน้าความร่วมมือไทย-รัสเซีย มุ่งเป้าขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรผ่านกลไกทวิภาคี

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.43 น.

เดินหน้าความร่วมมือไทย-รัสเซีย! มุ่งเป้าขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรผ่านกลไกทวิภาคี

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้โพสต์อัปเดตความคืบหน้าเรื่องการหารือด้านการเกษตรระหว่างรัสเซียและไทย ดังนี้

“เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย นายเยฟกินี โทมิคิน (Evgeny Tomikhin) ได้หารือกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงสถานการณ์ปัจจุบันและความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างประเทศรัสเซียและไทย รวมถึงการขยายการค้าสินค้าเกษตรระหว่างกัน การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และความร่วมมือกันระหว่างสองประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกันในภาคการเกษตรระหว่างรัสเซียและไทยให้แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น พัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศ ทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสนใจในการพัฒนาการทำงานทวิภาคีร่วมกันและจะหารืออย่างสม่ำเสมอมากขึ้นต่อไป เดินหน้าความร่วมมือไทย-รัสเซีย! มุ่งเป้าขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรผ่านกลไกทวิภาคี”

รัสเซีย,การเกษตร,ทวิภาคี
ไทย-รัสเซีย,ทวิภาคี

หลังจากที่สถานทูตรัสเซียได้ลงโพสต์ดังกล่าว พบว่ามีกระแสตอบรับที่ดีจากชาวเน็ต โดยคอมเมนต์ส่วนใหญ่ออกมาในเชิงบวกและให้การสนับสนุนอย่างเห็นได้ชัด

“อยากเห็นประเทศไทยเข้าBRICSโดยเร็วครับ #อยากเห็นท่อน้ำมันจากรัสเซียผ่านจีน, สปป.ลาว,มาไทยครับ”

“ท่านทูต ชวนนักลงทุนด้านน้ำมัน มาเปิดปั๊ม/โรงกลั่น/ขาย LPG ในไทยด้วยนะครับ คนไทยพร้อม อุดหนุน วางท่อดรงมาจากรัสเซียเลยครับ”

“ซื้อ UREA จากรัสเซีย เยอะๆ แบบ G2G แก้ปัญหาเรื่อง ปุ๋ยแพง”

“เยี่ยมครับ สนับสนุนให้ไทยกับรัสเซียมีความร่วมมือกันให้มากขึ้นในทุกๆด้าน”

ไทย-รัสเซีย,ทวิภาคี

ขอขอบคุณข้อมูลเเละรูปภาพจากทางเพจเฟสบุ๊ค สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย

ดร.กอบศักดิ์ เปิดสาเหตุหลัก เจรจาสันติภาพ สหรัฐฯ-อิหร่าน ถึงล้มเหลว

ดร.กอบศักดิ์ เปิดสาเหตุหลัก เจรจาสันติภาพ สหรัฐฯ-อิหร่าน ถึงล้มเหลว

ดร.กอบศักดิ์ เปิดสาเหตุหลัก เจรจาสันติภาพ สหรัฐฯ-อิหร่าน ถึงล้มเหลว

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.26 น.

วันที่ 13 เมษายน 2569 ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สาเหตุหลักที่ทำให้การเจรจาล้มเหลว … นิวเคลียร์ !!!

จากมุมของท่าน President Trump อิหร่านไม่ยอมเลิกที่จะมีอาวุธนิวเคลียร์ !!! ท่านประธานาธิบดีเล่าถึงการประชุมว่า

The meeting with Iran began early in the morning, and lasted throughout the night — Close to 20 hours. I could go into great detail, and talk about much that has been gotten but, there is only one thing that matters — IRAN IS UNWILLING TO GIVE UP ITS NUCLEAR AMBITIONS! 

In many ways, the points that were agreed to are better than us continuing our Military Operations to conclusion, but all of those points don’t matter compared to allowing Nuclear Power to be in the hands of such volatile, difficult, unpredictable people. 

My three Representatives, as all of this time went by, became, not surprisingly, very friendly and respectful of Iran’s Representatives, Mohammad-Bagher Ghalibaf, Abbas Araghchi, and Ali Bagheri, but that doesn’t matter because they were very unyielding as to the single most important issue and, as I have always said, right from the beginning, and many years ago, IRAN WILL NEVER HAVE A NUCLEAR WEAPON!

การเจรจากับอิหร่านเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ และยาวไปตลอดทั้งคืน — เกือบ 20 ชั่วโมงเต็ม! ผมสามารถเล่ารายละเอียดได้มากมาย ข้อตกลงหลายอย่างก็ดีมาก — ดีพอๆ กับการที่เราจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อ แต่มีเรื่องเดียวที่สำคัญที่สุด — เรื่องเดียวเท่านั้น อิหร่าน “ไม่ยอม” ล้มเลิกความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์! ไม่ว่าข้อตกลงอื่นจะดีแค่ไหน ก็ “ไม่มีความหมาย” หากพลังนิวเคลียร์ตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่เสถียร ยากจะคาดเดา และอันตรายแบบนี้ ตัวแทนของผมทั้งสามคน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็มีความสัมพันธ์ที่ดี ให้เกียรติฝ่ายอิหร่าน — ทั้ง Mohammad-Bagher Ghalibaf Abbas Araghchi และ Ali Bagheri

แต่สุดท้าย “มันไม่สำคัญ” เพราะในประเด็นที่สำคัญที่สุด — พวกเขา “ไม่ยอมขยับเลย” และผมพูดมาตลอด ตั้งแต่แรก — หลายปีมาแล้ว: อิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ — ไม่มีวัน! หากเป็นเช่นนี้ หากอิหร่านไม่ขยับเรื่องนี้ ก็ยากจะเจรจากันได้ และไม่จำเป็นที่จะกลับมาเจรจาอีก เพราะระหว่างที่ท่าน JD Vance ประชุมกับอิหร่าน

นักข่าวถามท่านประธานาธิบดีว่า อยากได้อะไรจากการเจรจา อะไรคือเป้าหมายในการเจรจา ท่าน President Trump ตอบทันที อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ 99% ของสิ่งที่สหรัฐไปเจรจา คือเรื่องนี้ !!!

ส่วนเรื่องอื่นๆ คุยกันได้หมด ซึ่งจากที่เล่ามาได้มีการหารือหลายเรื่องสหรัฐได้หลายอย่างที่เป็นข้อตกลงที่ดีมากจากอิหร่านแต่ไม่ได้เรื่องนิวเคลียร์ !!!จึงไม่น่าแปลกใจ

สุดท้าย ทีมต้องกลับบ้านมือเปล่าหลังประชุมมาราธอน 21 ชม.ไม่มีประโยชน์ที่จะยื้อต่อก็เพราะอิหร่านเลือกที่จะไม่ยอม ไม่ถอยในเรื่องเดียว ที่สำคัญสุดกับท่าน Trump ส่วนโลก ก็จะเดินเข้าสู่ทางของการเผชิญหน้า หลังจากนี้ !!!

มทภ.4 เดือดโต้ ทวี นั่งทุกตำแหน่ง แก้ไฟใต้ไม่จบ แนะ รมว.ศธ. ลงมาดูหลักสูตร รร.ปอเนาะ

มทภ.4 เดือดโต้ ทวี นั่งทุกตำแหน่ง แก้ไฟใต้ไม่จบ แนะ รมว.ศธ. ลงมาดูหลักสูตร รร.ปอเนาะ

มทภ.4 เดือดโต้ ทวี นั่งทุกตำแหน่ง แก้ไฟใต้ไม่จบ แนะ รมว.ศธ. ลงมาดูหลักสูตร รร.ปอเนาะ

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.39 น.

มทภ.4 เดือดโต้ ทวี สอดส่อง นั่งเก้าอี้ทุกตำแหน่ง แก้ไฟใต้ไม่จบ ลั่น มีคนอยากป่วน แนะ รมว.ศธ. มาดูหลักสูตร รร.ปอเนาะ-รร.สอนศาสนา ลั่น ไม่สนใจ นักการเมือง-สส.ชี้นำอะไร แต่ทุกอย่างอยู่ที่การสอบสวนของตำรวจ ปม ใช้รถหลวงยิง สส.ประชาชาติ

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2569 ที่ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี พลโท นราธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4  พร้อม ชี้แจง กรณีนำรถยนต์ กอ.รมน.นราธิวาส รถกระบะโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน ญจ 6847 กรุงเทพฯ โดย นาวาเอก มนตรี โตประเสริฐ อนุญาตให้ อดีตทหารเรือ  เรือเอก วิโรจน์ เกตุมณี  ยืม ไปใช้ก่อเหตุ ยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มีค. 2569 ที่ผ่านมาว่า หลังเกิดเหตุได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วน ได้ประสานกับ ผบ.ตำรวจภาค9 ให้ดำเนินคดีเต็มที่ พร้อมยืนยันว่า ไม่ปกป้องผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม 

ในส่วนของ กอ.รมน นราธิวาส  ที่มีผู้ว่าฯ เป็น ผอ.รมน.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง  รายงานมาแล้ว จึงได้แจ้ง สำนักงาน ประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับ กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ ปรมน. กองทัพเรือ จึงมีการย้าย นาวาเอก มนตรี  โตประเสริฐ ออกจากพื้นที่ไปประจำ ปรมน.ทร. ตนได้บอกกองทัพเรือว่า ให้ลงโทษเต็มอำนาจที่กองทัพเรือมีอยู่ 

ที่ผ่านมาได้มีการสอบสวนไปแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ไปบอกสื่อเท่านั้นแต่ สส.ไปพูดเองว่าไม่ใช้อำนาจอัยการศึก แต่จริงๆ เขาก็ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้น ผมไม่สนใจว่านักการเมืองหรือสส.ไปชี้นำอะไร  แต่การจะชี้ว่าใครผิด ต้องอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ท่านเป็นมาทุกตำแหน่ง ท่านอยู่มากี่ปี เป็นทั้งเลขาฯ ศอ.บต. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จนเป็น รมว.ยุติธรรม ยังแก้ปัญหาชายแดนใต้ไม่จบเลยเพราะเราแก้ที่ปลายเหตุ” มทภ.4 กล่าวและว่า 

อยากให้ รมว.ศึกษาธิการ มาดู รร.ปอเนาะ รร.สอนศาสนา เอกชน ว่าเป็นไปตามหลักสูตรที่กำหนด ให้งบประมาณสนับสนุนหรือไม่ มันมีคนที่ที่ไปปลูกฝังความคิดไม่ดีมีแน่นอน ให้ไปดูว่าเขาเรียนภาษาไทยควบคู่กับภาษามลายู หรือไม่ เพราะเหตุการณ์ยังเกิดขึ้น  ก็เพราะมีคนอยากให้เกิด ตนเป็นคนตรงไปตรงมา ผู้บังคับบัญชาให้ลงมาดูแลพื้นที่ให้เกิดความสงบให้ได้ ตนก็ทำตามภาระหน้าที่ คนทำผิดตนไม่เอาไว้จะไม่เอาส่วนราชการไปปกป้อง เป็น เรื่องส่วนบุคคล เพราะ กอ.รมน. ก็มีทั้งตำรวจ  ทหาร  ฝ่ายปกครอง และส่วนราชการอื่น ขึ้นกับ กอ.รมน. ทุกคนก็ล้วนอยากให้บ้านเมืองสงบ 

“แม้ผมทำหน้าที่ มทภ.4 มา6เดือนแล้ว แต่ผมเคยลงมาทำงานที่นี่มาก่อนแล้ว  ก็ต้องทำหน้าที่เพื่อให้เกิดความสงบ  และให้ความเป็นธรรมกับทุกภาคส่วน ผมไม่มีอคติกับใครทั้งสิ้นแต่ขออย่าปรักปรำส่วนราชการและขอให้ให้กำลังใจ  ในทุกองค์กรก็ย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดี แต่ถ้ามีเป็นเนื้อร้ายก็ต้องตัดออก เราได้พยายามในการแก้ไขปัญหาในทุกทาง  แม้แต่การต้องคุยกับโจร  ก็ต้องเอาคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับทางราชการ ไปคุยแต่บางเรื่องบอกสื่อก็ไม่ได้

กอ.รมน. แถลงผลสอบ ใช้รถหลวง ลอบยิง สส.ประชาชาติ ย้ำโทษหนัก ไล่ออก-ฟันอาญา

กอ.รมน. แถลงผลสอบ ใช้รถหลวง ลอบยิง สส.ประชาชาติ ย้ำโทษหนัก ไล่ออก-ฟันอาญา

กอ.รมน. แถลงผลสอบ ใช้รถหลวง ลอบยิง สส.ประชาชาติ ย้ำโทษหนัก ไล่ออก-ฟันอาญา

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.20 น.

กอ.รมน. แถลงผลสอบ ใช้รถหลวง ลอบยิง สส.ประชาชาติ เร่งสอบวินัย น.อ.มนตรี หากเอี่ยว ไล่ออกราชการ ฟันซ้ำอาญา ม.151-157  ด้าน มทภ.4 ย้ำ เป็นการกระทำส่วนบุคคล ไม่เกี่ยว นโยบาย-คำสั่ง ของหน่วยงานใด

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2569 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ขอชี้แจงกรณีเหตุลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต 5 เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2569 ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการนำรถยนต์ของทางราชการไปใช้ในการก่อเหตุดังกล่าว

ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า รถยนต์คันที่เกี่ยวข้องเป็นรถกระบะของทางราชการ สังกัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน จังหวัดนราธิวาส ส่วนหน้า ซึ่งกำหนดให้ใช้ในภารกิจธุรการภายในหน่วย และอยู่ภายใต้การควบคุมตาม ระเบียบ กอ.รมน. ว่าด้วยรถราชการ พ.ศ. 2553 อย่างเคร่งครัด โดยระเบียบดังกล่าวกำหนดให้การใช้รถราชการต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น ต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามลำดับชั้น และต้องมีการบันทึกการใช้รถอย่างเป็นระบบเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนพบว่า นาวาเอกมนตรี โตประเสริฐ ผู้รับผิดชอบดูแลยานพาหนะของหน่วย ได้อนุญาตให้เรือเอกวิโรจน์ เกตุมณี ยืมรถยนต์ราชการไปใช้ในลักษณะส่วนตัว โดยไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำเอกสารขออนุญาต การระบุภารกิจ เวลา และสถานที่ใช้งาน ตลอดจนไม่ได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามสายการบังคับบัญชา อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบและคำสั่งของทางราชการอย่างร้ายแรง โดยมีการยืมรถรวม 3 ครั้ง ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจึงมีมติว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดในหลายมิติ โดยในส่วนของความผิดทางแพ่ง เป็นการกระทำโดยจงใจฝ่าฝืนระเบียบของทางราชการ อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของรัฐ ผู้กระทำต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 

ในส่วนของความผิดทางวินัย การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดวินัยร้ายแรง ฐานละเลยต่อหน้าที่ราชการ และกระทำการโดยมิชอบจนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทางราชการ ซึ่งขณะนี้หน่วยได้ดำเนินการส่งตัวกลับต้นสังกัด และเสนอให้ดำเนินการสอบสวนทางวินัยตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2457 โดยมีโทษสูงสุดถึงขั้นปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ

สำหรับความผิดทางอาญา แบ่งออกเป็นสองประเด็นสำคัญ ได้แก่ ประเด็นแรก คือ การมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุลอบยิง ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบสวน และประเด็นที่สอง คือ ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนราธิวาส จะดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ ตามกฎหมาย โดยเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ในกรณีเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และมาตรา 157 ในกรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต

ทั้งนี้ การดำเนินการในทุกมิติเป็นไปตามหลักความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ และหลักนิติธรรมที่ กอ.รมน. ยึดถืออย่างเคร่งครัด โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนอย่างเต็มที่ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้

ด้าน พลโท นรธิป โพยนอก ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการกระทำในลักษณะส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ที่ฝ่าฝืนระเบียบและกฎหมายอย่างชัดเจน มิได้เป็นนโยบาย คำสั่ง หรือการดำเนินการใด ๆ ของหน่วยงาน และไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจของ กอ.รมน. แต่อย่างใด พร้อมทั้งได้กำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลทรัพย์สินของทางราชการ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก

กอ.รมน. ขอยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ละเว้นต่อผู้กระทำความผิดทุกกรณี เพื่อรักษาวินัย มาตรฐานของหน่วยงาน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

ทวี ส่งสาร สงกรานต์ ย้ำชัด ความสุขประชาชน ต้องเป็นเรื่องเดียวกับ ความมั่นคงของรัฐ

ทวี ส่งสาร สงกรานต์ ย้ำชัด ความสุขประชาชน ต้องเป็นเรื่องเดียวกับ ความมั่นคงของรัฐ

ทวี ส่งสาร สงกรานต์ ย้ำชัด ความสุขประชาชน ต้องเป็นเรื่องเดียวกับ ความมั่นคงของรัฐ

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.11 น.

วันนี้ 13 เมษายน 2569  พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อส่งความสุขและข้อความกินใจถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “สุขสันต์วันสงกรานต์ ๒๕๖๙ ขอให้ทุกท่านมีความสุขใจ สุขกาย สมหวังและโชคดี บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมที่เข็มแข็ง ก้าวสู่ยุคความมั่นคงของรัฐ กับความสุขของประชาชนเป็นเรื่องเดียวกัน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ”

ทวี สอดส่อง

ทำเอาชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก กับโพสต์ของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ที่เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ เช่น

“สุขสันต์วันปีใหม่ไทยครับ”

“สุขสันต์วันสงกรานนะค่ะ”

“สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ”

“สุขสันต์วันสงกรานต์ ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง สุขกายและใจตลอดไปค่ะท่าน”

“สวัสดีครับท่าน”

“สุขสันต์วันสงกรานต์ครับท่าน”

“สุขสันต์วันสงกรานต์ ขอส่งความสุข มีแต่ความฉุ่มฉ้ำ สุขกายสบายใจครับ”

ทวี สอดส่อง
ทวี สอดส่อง
ทวี สอดส่อง
ทวี สอดส่อง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Tawee Sodsong – พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง

ภูมิธรรม สวมเสื้อแดง อวยพรสงกรานต์ ขอมีพลังกายใจฝ่าฟันอุปสรรคปัญหา​ พบเจอแต่สิ่งที่ดีงาม

ภูมิธรรม สวมเสื้อแดง อวยพรสงกรานต์ ขอมีพลังกายใจฝ่าฟันอุปสรรคปัญหา​ พบเจอแต่สิ่งที่ดีงาม

ภูมิธรรม สวมเสื้อแดง อวยพรสงกรานต์ ขอมีพลังกายใจฝ่าฟันอุปสรรคปัญหา​ พบเจอแต่สิ่งที่ดีงาม

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.05 น.

ภูมิธรรม สวมเสื้อแดง อวยพรสงกรานต์ ขอมีความสุข มีพลังกายใจฝ่าฟันอุปสรรคปัญหา​ พบเจอแต่สิ่งที่ดีงาม

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2569 นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “สุขสันต์​วันสงกรานต์ 2569 ขอส่งกำลังใจและความปรารถนาดี ไปยังท่านและครอบครัว ขอให้มีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากทุกข์ภัย มีพลังกายใจฝ่าฟันอุปสรรคปัญหา​ และ​ พบเจอแต่สิ่งที่ดีงาม”

สงกรานต์ 3 วันผ่าน! เสียชีวิตบนท้องถนน 95 ราย เกิดอุบัติเหตุ 515 ครั้ง บาดเจ็บ 486 คน

สงกรานต์ 3 วันผ่าน! เสียชีวิตบนท้องถนน 95 ราย เกิดอุบัติเหตุ 515 ครั้ง บาดเจ็บ 486 คน

สงกรานต์ 3 วันผ่าน! เสียชีวิตบนท้องถนน 95 ราย เกิดอุบัติเหตุ 515 ครั้ง บาดเจ็บ 486 คน

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.54 น.

สงกรานต์ 3 วันผ่าน! เสียชีวิตบนท้องถนน95ราย เกิดอุบัติเหตุ 515 ครั้ง บาดเจ็บ 486 คน ’กทม.-ลำปาง‘ ขึ้นแชมป์สูญเสียสะสม ขณะที่ 30 จังหวัดตายเป็นศูนย์ ด้าน ’ศปถ.‘ กำชับจังหวัดบังคับใช้กฎหมายเข้ม เน้นควบคุมจำหน่ายเแอลกอฮอล์ให้กับผู้อายุต่ำกว่า 20 ปี ใช้กลไกพื้นที่ป้องพฤติกรรมเสี่ยง สาดน้ำสงกรานต์ไม่ปลอดภัย เตรียมพร้อมช่วยเหลือรวดเร็ว ทันท่วงที

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2569 ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 (ศปถ.) เปิดเผยว่า ศปถ. ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 12เม.ย.69 ซึ่งเป็นวันที่3ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 171 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 169 คน ผู้เสียชีวิต 24 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 46.20   ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 24.56 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 77.17 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 81.29 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 39.77 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 34.50 

ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 15.01 –18.00 น. ร้อยละ 24.56 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20 – 29 ปี ร้อยละ 22.80 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สุพรรณบุรี (10 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ แพร่ (9 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (3 ราย) 

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ (10 – 12 เม.ย. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 515 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 486 คน ผู้เสียชีวิต รวม 95 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ลำปาง (25 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (25 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (6 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 30 จังหวัด 

นายผดุงศักดิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ประชาชนจะออกมาเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะบนท้องถนนเพื่อเล่นน้ำสงกรานต์และสัญจรท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงมักมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสังสรรค์ ศปถ. จึงได้ประสานให้จังหวัดและ กทม. บังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 ข้อหาหลักอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนและอุบัติภัยต่าง ๆ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ และสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงห้ามปรามพฤติกรรมการเล่นน้ำที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุทางถนน อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของประชาชนระหว่างเดินทางกลับบ้าน พร้อมดูแลการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามกฎหมาย โดยไม่จำหน่ายให้เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเด็ดขาด หากผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ดื่มแล้วขับทำให้เกิดเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ให้สืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับร้านค้า ผู้สนับสนุนให้เด็กดื่มแอลกอฮอล์ และผู้ปกครองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ควบคุมให้สถานบริการเปิด – ปิดตามเวลาที่กำหนด และเพิ่มความเข้มข้นของด่านชุมชน ด่านครอบครัว ในการเฝ้าระวัง ตรวจตรา ป้องปรามผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ เน้นตักเตือนก่อนเกิดเหตุอันตราย เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุทางถนน นอกจากนี้ ให้จังหวัดเตรียมพร้อมระบบสื่อสารและการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ เพื่อประสานการปฏิบัติงานให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้รถพยาบาลและรถฉุกเฉินเข้าถึงจุดดเกิดเหตุและส่งตัวผู้ประสบเหตุไปยังโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว

ด้าน นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ศปถ. กล่าวว่า จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงสามวันที่ผ่านมา พบว่า อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการพฤติกรรมเสี่ยงทั้งของผู้ขับขี่และผู้ร่วมใช้เส้นทาง ศปถ. จึงให้จังหวัดประชาสัมพันธ์การประเมินความพร้อมสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ก่อนขับรถ หากไม่พร้อมให้หยุดพักหรือเลี่ยงการขับขี่ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้เล่นน้ำสงกรานต์ด้วยความระมัดระวัง ไม่สาดน้ำใส่รถจักรยานยนต์โดยตรงเนื่องจากอาจทำให้รถเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุ ไม่เล่นน้ำกลางถนนเนื่องจากอาจถูกรถเฉี่ยวชนได้ หากเป็นไปได้ให้หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนท้ายกระบะเล่นน้ำสงกรานต์ เนื่องจากอาจเกิดอุบัติเหตุจากการพลัดตกขณะรถเคลื่อนที่ 

ขอให้ทุกท่านมีความสุข เนเน่ รัดเกล้า สลัดลุคการเมือง ใส่ชุดไทยอวยพรสงกรานต์

ขอให้ทุกท่านมีความสุข เนเน่ รัดเกล้า สลัดลุคการเมือง ใส่ชุดไทยอวยพรสงกรานต์

ขอให้ทุกท่านมีความสุข เนเน่ รัดเกล้า สลัดลุคการเมือง ใส่ชุดไทยอวยพรสงกรานต์

วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.43 น.

วันนี้ 13 เมษายน 2569 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ภาพสุดสง่างามในชุดไทยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อส่งความสุขและคำอวยพรให้พี่น้องประชาชนชาวไทยในเทศกาลสงกรานต์ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า “#สุขสันต์วันสงกรานต์ ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จงประทานพรให้ทุกท่านให้มีความสุข มีปีที่ดี หวังสิ่งใดได้ดั่งใจหวัง ขอให้ท่านและครอบครัวมีความสุขสดชื่น รื่นเริง เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ สุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บค่ะ #เนเน่ #เนเน่รัดเกล้า #สุวรรณคีรี #รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์”

เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี

ชาวโซเชียลหลายคนที่เห็นโพสต์ของ นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี ต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก เช่น

“มีความสุข สำเร็จ เจริญก้าวหน้าในวันปีใหม่ไทย น่ะครับ”

“สาธุ”

“สาธุๆเช่นกันนะคับ”

“ขอให้คุณเนเน่ และครอบครัวมีความสุขเช่นกันครับ”

“สาธุ ครับ ขออวยพรให้ เนเน่ประสพแต่ความสุขความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน นะครับ สาธุ”

“สาธุ”

“ลุคนางเอกไทยแท้แต่โบราณเลยค่ะ”

“สุขสันต์วันสงกรานต์ค่ะ ท่านส.ส เนเน่”

เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี
เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี
เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี