ไทยหวั่นน้ำมันแพง ผลโพลชี้คนกรุง-ตจว.จับตาศึก อิหร่าน-อิสราเอล บานปลาย

ไทยหวั่นน้ำมันแพง ผลโพลชี้คนกรุง-ตจว.จับตาศึก อิหร่าน-อิสราเอล บานปลาย

ไทยหวั่นน้ำมันแพง ผลโพลชี้คนกรุง-ตจว.จับตาศึก อิหร่าน-อิสราเอล บานปลาย

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.05 น.

8 มีนาคม 2569 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง“สถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,394 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 3-6มีนาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า จากการสู้รบระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐ กลุ่มตัวอย่างติดตามข่าวบ้าง ร้อยละ 52.65โดยกังวลว่าการสู้รบจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น ร้อยละ 78.91และคิดว่าสถานการณ์สู้รบจะบานปลาย ร้อยละ 78.57 ข้อคิดที่ได้ คือผลกระทบจากสงครามไม่ได้จำกัดแค่ในพื้นที่แต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งโลก ร้อยละ 70.16ในภาพรวมเชื่อมั่นต่อการเตรียมพร้อมและมาตรการรับมือของรัฐบาลไทย ร้อยละ 39.10 และไม่ค่อยเชื่อมั่น ร้อยละ 37.56

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลโพลประชาชนกังวลสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกที่อาจกระทบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ทำให้ประเทศอาจเผชิญภาวะ“วิกฤตซ้อนวิกฤต” ทั้งจากปัจจัยต่างประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง และสถานการณ์ไทย–กัมพูชาประชาชนจึงคาดหวังให้รัฐบาลเร่งสื่อสารสร้างความเข้าใจและมีมาตรการรับมือที่ชัดเจน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมืองมหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจสะท้อนว่าแม้สมรภูมิความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะอยู่ห่างไกลจากประเทศไทยแต่ประชาชนไทยยังคงติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ในมิติด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของระบบพลังงานโลก โดยเฉพาะ Strait of Hormuzซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลกความตึงเครียดในพื้นที่นี้จึงกระทบต่อการปรับขึ้นของราคาพลังงานและสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ความกังวลของประชาชนต่อประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เพียงความรู้สึกเชิงเศรษฐกิจ หากยังสะท้อนความเข้าใจว่าระบบเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ในอีกด้านหนึ่ง

การที่ประชาชนจำนวนมากมองว่าสถานการณ์มีแนวโน้มบานปลายนั้นสอดคล้องกับลักษณะการแข่งขันเชิงอำนาจของรัฐและเครือข่ายประเทศพันธมิตรที่มักปรากฏในรูปแบบสงครามตัวแทนหรือ proxy war บทเรียนสำคัญที่ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกันคือ ความขัดแย้งในศตวรรษที่ 21 ไม่ได้ส่งผลเฉพาะในสนามรบแต่แผ่ขยายไปถึงเศรษฐกิจโลก ความมั่นคงของมนุษย์ และความสูญเสียของผู้บริสุทธิ์อีกด้วย ขณะเดียวกันผลสำรวจที่พบว่าความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการของรัฐบาลไทยแบ่งออกเป็นสองฝ่ายใกล้เคียงกันได้สะท้อนความคาดหวังของประชาชนต่อศักยภาพของรัฐในการบริหารความเสี่ยงจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์และเป็นบททดสอบสำคัญของความสามารถเชิงยุทธศาสตร์ และความยืดหยุ่นของรัฐไทยในโลกที่ความมั่นคง เศรษฐกิจและพลังงานเชื่อมโยงถึงกันอย่างแนบแน่น

เทพไท ฟาดแรง! เอกสิทธิ์ สส.ไม่ใช่เกราะกำบังคดีส่วนตัว จี้โชว์สปิริตวัดจิตสำนึก

เทพไท ฟาดแรง! เอกสิทธิ์ สส.ไม่ใช่เกราะกำบังคดีส่วนตัว จี้โชว์สปิริตวัดจิตสำนึก

เทพไท ฟาดแรง! เอกสิทธิ์ สส.ไม่ใช่เกราะกำบังคดีส่วนตัว จี้โชว์สปิริตวัดจิตสำนึก

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.58 น.

8 มีนาคม 2569 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เอกสิทธิ์ ส.ส. ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของส.ส.

ทุกครั้งที่ผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือส.ส.มีคดีความ มีหมายเรียก มีหมายจับ หรือต้องไปสู้คดีในศาล ก็จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเอกสิทธิ์ของส.ส.ว่า ควรจะมีต่อไป หรือจะยกเลิกหรือไม่ มีหลายคนมองว่า เอกสิทธิ์ส.ส.เป็นอภิสิทธิ์ของส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งความจริงนั้น เจตนารมณ์ของการคุ้มครองผู้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน คือ ส.ส.เกิดมาจากในยุคสมัยอดีตที่มีการกลั่นแกล้ง มีการปิดปาก มีการเล่นงานผู้มีตำแหน่งส.ส.จากผู้ปกครอง มี2เรื่องที่เป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ที่สืบทอดกันมา ตั้งแต่ยุคที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือ

1.เอกสิทธิ์ส.ส.ในการอภิปราย ซึ่งเดิมมีเอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส.เต็มที่ จะอภิปรายพาดพิงถึงใคร ก็ไม่สามารถฟ้องร้องได้ จนมาถึงยุคปี 2518 และปี 2519 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย ทำให้คำอภิปรายของส.ส.อาจพาดพิงไปยังบุคคลภายนอก อาจได้รับความเสียหายได้ แต่ไม่สามารถฟ้องร้องได้ จึงมีการแก้ไขกฎหมาย คือถ้ามีการถ่ายทอดสด บุคคลภายนอกสามารถฟ้องร้องได้ ถ้าหากได้รับความเสียหาย แต่เจตนารมณ์ของเอกสิทธิ์ข้อนี้ คือต้องการให้ส.ส.ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อภิปรายอย่างตรงไปตรงมา และอภิปรายได้อย่างเปิดเผย ไม่ต้องกลัวการฟ้องดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท สามารถซักฟอกฝ่ายบริหาร หรือรัฐมนตรีที่มีพฤติกรรมไปเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก เจตนารมณ์ คือไม่ต้องการให้มีการฟ้องปิดปาก จึงให้สิทธิ์ผู้ทำหน้าที่ส.ส.ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที แต่ในยุคปัจจุบัน การอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรมีการนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียล และผ่านสื่อต่างๆอย่างแพร่หลาย ซึ่งอาจทำให้บุคคลภายนอก ที่ไม่มีโอกาสมาชี้แจงข้อเท็จจริงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เกิดความเสียหาย กฎหมายจึงเปิดให้มีสิทธิ์ฟ้องร้องได้ จึงทำให้การทำหน้าที่ส.ส.ในการอภิปราย ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

2.เอกสิทธิ์ในการดำเนินคดีในระหว่างสมัยประชุม เจตนารมณ์ของกฎหมายข้อนี้ เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา มีการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายบริหารที่มาจากอำนาจเผด็จการ กับฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งในยุคนั้นถ้าหากจะมีการกลั่นแกล้งกันในประเด็นที่ต้องการที่จะเอาชนะมติในสภาผู้แทนราษฎร ก็อาจจะถูกกลั่นแกล้ง โดยการจับกุม หรือคุมขังผู้ทำหน้าที่ส.ส. เพื่อไม่ให้อภิปราย เพื่อไม่ให้โหวตลงมติ หรือเพื่อไม่ให้ทำหน้าที่ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขัดขวางกฎหมาย จึงออกกฎหมายคุ้มครองผู้ทำหน้าที่ส.ส.ในสมัยประชุมว่า ไม่สามารถที่จะจับกุม คุมขัง หรือดำเนินคดีได้ ต่อมามีส.ส.ถูกดำเนินคดีถูกฟ้องร้อง ออกหมายเรียก ออกหมายจับหลายครั้ง ซึ่งต้องขออนุญาตต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอมติส่งตัวส.ส.ไปดำเนินคดีหรือไปสู้คดี แต่ที่ผ่านมา ประเพณีปฏิบัติ คือที่ประชุมไม่อนุญาตให้ส.ส.คนใดไปสู้คดีในศาล หรือถูกจับกุมเลย เว้นแต่ส.ส.ผู้นั้นขอสงวนสิทธิ์ หรือขออนุญาตจากที่ประชุมให้อนุมัติไปสู้คดี ซึ่งเป็นความสมัครใจ

ในตอนนี้ได้มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับส.ส.บางคนถูกดำเนินคดี ถูกหมายเรียก ซึ่งมีการอาศัยเอกสิทธิ์ส.ส.คุ้มครอง จึงมีการบ่ายเบี่ยง โดยความเป็นจริงและเจตนารมณ์ของกฎหมายข้อนี้ การมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง เพื่อไม่ให้มีการกลั่นแกล้งผู้ทำหน้าที่ส.ส. ในประเด็นปัญหาทางการเมือง หรือถูกคดีความทางการเมือง แต่คดีความทั่วไป คดีส่วนตัว เป็นสิทธิ์ของส.ส.ผู้นั้น จะมีสามัญสำนึกหรือจิตสำนึก จะใช้เอกสิทธิ์ของส.ส.คุ้มครองหรือไม่ หรือจะมีสปิริต ไม่ใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง พร้อมขออนุญาตต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อไปสู้คดีด้วยตัวเอง ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม

ในฐานะที่เคยเป็นนักการเมืองมาก่อน เห็นว่าเอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส.ทั้ง2เรื่องนี้ ควรจะดำรงอยู่ต่อไป ไม่ควรจะยกเลิก เพราะจะไปกระทบต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือส.ส. ที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และทำหน้าที่โดยสุจริต ส.ส.คนใด ที่ถูกคดีความที่ไม่เกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องเรียกร้องจิตสำนึกให้สละเอกสิทธิ์ ซึ่งเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลที่สามารถทำได้ สังคมไม่ควรเรียกร้องให้ยกเลิกเอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส. เพราะจะทำให้เจตนารมณ์ที่แท้จริงของการมีกฎหมาย2ข้อนี้เสียไป และจะทำให้การปฎิบัติหน้าที่ของส.ส.ที่สุจริต อาจได้รับผลกระทบไปด้วย

บุณย์ธิดา สวนแรง อ.พิชาย ท้าถอดหัวโขนลงเลือกตั้ง หลังโดนแซะ รมต.ภูมิใจไทย ทำอะไรเป็นบ้าง!

บุณย์ธิดา สวนแรง อ.พิชาย ท้าถอดหัวโขนลงเลือกตั้ง หลังโดนแซะ รมต.ภูมิใจไทย ทำอะไรเป็นบ้าง!

บุณย์ธิดา สวนแรง อ.พิชาย ท้าถอดหัวโขนลงเลือกตั้ง หลังโดนแซะ รมต.ภูมิใจไทย ทำอะไรเป็นบ้าง!

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 07.23 น.

8 มีนาคม 2569 น.ส.บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ผิดหวัง? อกหัก?

ขอคำแนะนำที่เป็นประโยชน์กว่านี้ก็จะดีมาก ๆ ค่ะ แต่คาดว่าคงไม่มีให้ ไม่เป็นไรค่ะ ทุกคนของพรรคภูมิใจไทยจะตั้งใจทำงาน

ก็ได้แต่หวังและเชิญชวนอาจารย์ ถอดหัวโขนนักวิชาการ มาลงเล่นการเมือง เพื่อที่จะได้เพิ่มบุคลากรที่มีความสามารถในวงการการเมืองแบบที่ใจท่านต้องการ บ้านเมืองต้องการคนเก่ง คนกล้า มาช่วยกันทำงานอีกเยอะ สำหรับคนรุ่นใหม่ภูมิใจไทยความผิดเดียวคือ ไม่ได้อยู่สี อยู่พรรคที่ท่านชื่นชอบ”

นอกจากนี้ น.ส.บุณย์ธิดา ยังโพสต์ภาพ รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต พร้อมข้อความในภาพระบุว่า อกหัก? ผิดหวัง? “ไม่หวัง! จะไปหวังได้ไง ลูกเทพทำอะไรเป็นบ้างอะ มานั่งเป็นรัฐมนตรี อย่างลูกเนวิน ถามจริงทำอะไรเป็น หรือซาบีดา ก็โชว์เป็นภาพลักษณ์ได้ แต่ทำอย่างอื่นก็ไม่แน่ใจ”

รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต กล่าวถึง ความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ในการรับมือวิกฤตจากตะวันออกกลาง ในรายการ The Politics 6 มีนาคม 2569

ลอตแรก69คน กต.รับคนไทยกลับบ้าน จัดไฟลท์บินเริ่มอาทิตย์นี้ เปิดศูนย์พักพิงที่‘ตุรกี’

ลอตแรก69คน กต.รับคนไทยกลับบ้าน จัดไฟลท์บินเริ่มอาทิตย์นี้ เปิดศูนย์พักพิงที่‘ตุรกี’

ลอตแรก69คน กต.รับคนไทยกลับบ้าน จัดไฟลท์บินเริ่มอาทิตย์นี้ เปิดศูนย์พักพิงที่‘ตุรกี’

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ลอตแรก69คน กต.รับคนไทยกลับบ้าน จัดไฟลท์บินเริ่มอาทิตย์นี้ เปิดศูนย์พักพิงที่‘ตุรกี’

กต.พร้อมรับคนไทย ลอตแรก 69 คน อพยพออกจากอิหร่าน ผ่านพรมแดนตุรกี ก่อนเดินทางต่อไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อพักรอเที่ยวบินกลับประเทศไทย 8-9 มีนาคมนี้

นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุลและคณะผู้แทนกรมการกงสุล ได้เดินทางถึงเมืองวาน (Van) สาธารณรัฐตุรกี เพื่อร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา นำโดย น.ส. พัณณ์ชิตา รมยานนท์ อุปทูต ปฏิบัติภารกิจการอพยพคนไทยจากอิหร่าน กลับประเทศไทย โดยได้ร่วมประชุมซักซ้อมแผนปฏิบัติการ ตรวจเยี่ยมความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการอพยพคนไทยจากอิหร่านที่จัดเป็นสถานที่พักพิงคนไทยและที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานตั้งอยู่ที่โรงแรม Elite World เมืองวาน

โดยได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่ด่าน Kapikoy ของสาธารณรัฐตุรกี เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับคนไทยที่จะอพยพออกจากอิหร่านผ่านพรมแดนตุรกีรอบแรก ในวันที่ 7 มีนาคม 2569 ประมาณ 69 คน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อพักรอระหว่างรอเที่ยวบินเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยในวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2569 และวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 ต่อไป

ทั้งนี้ กรมการกงสุลขอให้คนไทยที่พำนักอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ติดตามข่าวสารและประกาศจากสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด สำหรับคนไทยในประเทศไทยโปรดติดตามคำแนะนำต่างๆ ได้ที่เพจ Facebook ของกรมการกงสุล ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อ Call Center กรมการกงสุล 0-2572-8442 สายด่วนกองคุ้มครองฯ (Hotlines) 096-216-1837 096-183-6736 064-564-7573

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความพร้อมในของกระทรวงแรงงานในการสนับสนุนแผนการอพยพของแรงงานไทย ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งได้ประสานงานติดต่อกับแรงงานทุกคน ที่อยู่ในประเทศต่างๆ ผ่านทูตแรงงาน ตามข้อมูลทราบว่าขณะนี้มีส่วนของแรงงานไทยที่ประสงค์จะเดินทางจากประเทศอิหร่าน ซึ่งจะมีการอพยพออกเป็นการเดินทางในช่วง 7-11 มีนาคม จำนวน 50 คน แรงงานซาอุดีอาระเบีย การเดินทางจะมีในห้วง 6-11 มีนาคม จำนวนประมาณ 10 คน ส่วนประเทศอิสราเอลที่ได้รับแจ้งขณะนี้มีจำนวน 23 คน

ซึ่งเป็นจำนวนลอตแรกตามที่กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งอัพเดตสถานการณ์ไว้ โดยกระทรวงแรงงานเป็นฝ่ายสนับสนุนข้อมูลของจำนวนแรงงาน และมีการมอนิเตอร์ ประสานงานกับแรงงาน และติดตามสถานการณ์ผ่านทางทูตแรงงานอยู่ตลอด ส่วนในไทยได้ประสานติดต่อญาติแรงงานผ่านหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงแรงงาน

ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียน และมีข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับคนไทยลักลอบไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ส่วนนี้ทางกรมการจัดหางาน ได้จัดชุดทีมลงไปตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก และสกัดกั้นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักลอบเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ รวมถึงบริษัทจัดหางานเถื่อนที่ลักลอบพาคนงานไปทำงาน หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีในจำนวนเท่าใดบ้าง

วางตัวปธ.สภา/ร่างนโยบาย ‘หนู’ถก192สส. เคาะพรรคการเมืองร่วมรบ. จัดเวทีใหญ่บุรีรัมย์ 8 มี.ค.

วางตัวปธ.สภา/ร่างนโยบาย ‘หนู’ถก192สส. เคาะพรรคการเมืองร่วมรบ. จัดเวทีใหญ่บุรีรัมย์8มี.ค.

วางตัวปธ.สภา/ร่างนโยบาย ‘หนู’ถก192สส. เคาะพรรคการเมืองร่วมรบ. จัดเวทีใหญ่บุรีรัมย์8มี.ค.

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วางตัวปธ.สภา/ร่างนโยบาย ‘หนู’ถก192สส. เคาะพรรคการเมืองร่วมรบ. จัดเวทีใหญ่บุรีรัมย์ 8มี.ค. พรรคเล็กรออานิสงส์อื้อ

“อนุทิน” ยกทัพ 192 สส.-ผู้บริหาร-สมาชิกพรรคภูมิใจไทย สัมมนาใหญ่บุรีรัมย์อาทิตย์นี้ พร้อมวางตัวประธานสภาฯ จิ้มพรรคการเมืองต่างๆร่วมรัฐบาล วางโครงสร้างนโยบาย ด้าน’ พปชร.ประชุมใหญ่สามัญ“ตรีนุช”นั่งหน. ลั่นพาพรรคเดินหน้าต่อ ขณะที่‘กังฟู วสวรรธน์‘หน.ไทรวมพลัง หนุนตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ลั่นยินดีอยู่แล้ว หากถูกทาบร่วมรบ.เราไม่มีเงื่อนไข

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 8 มีนาคม 2569 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้มีการจัดสัมมนา 192 สส. ผู้บริหารพรรค และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย“พูดแล้วทำ พลัส”เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการดำเนินงานก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร อย่างเป็นทางการ รวมถึงพบปะพูดคุยละลายพฤติกรรม และทำความรู้จัก สส.ใหม่ของพรรค ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานและกล่าวเปิดงานสัมมนาในหัวข้อ “ถอดรหัส192เสียง :โอกาสและความท้าทาย”ในเวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

นอกจากนี้ไฮไลท์สำคัญ ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ ความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล ที่มีพรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำ ภายหลังรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ถึง 292 เสียง และจะดึงพรรคใดมาเสียบบ้างและบรรดา สส.ส่วนใหญ่ต่างเข้ารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแล้ว จะมีความชัดเจนไปในทิศทางใด รวมถึงความคืบหน้าในการวางตัวประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ล่าสุดปรากฎชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เป็นแคนดิเดต รวมทั้งการวางโครงร่างนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อสภา

พปชร.เลือก‘ตรีนุช’นั่งหน.

เมื่อเวลา10.30น.ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีนางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) ชุดรักษาการ และสมาชิกพรรค

โดยที่ประชุมมีติ ดังนี้ นางสาวตรีนุช เป็นหัวหน้าพรรคฯนายยุทธนา ศรีตะบุตร เป็นเลขาธิการ นางสาวอรนุช ไวนุสิทธิ์ เป็น เหรัญญิกและนายชาตรี ผดุงพงษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค ส่วนรองหัวหน้าพรรค 5 คน ได้แก่ นายภัครธรณ์ เทียนไชย นายกระแสร์ ตระกูลพรพงศ์ พลเอก กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ พลตำรวจโท ปิยะ ต๊ะวิชัย หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี สำหรับกก.บห.7คน ประกอบด้วย นายบดี เทียนทอง นางสาวปภาสิริ ศรีตะบุตร นายกรทัพ ตระกูลพรพงศ์ นายพิษณุ คล้ายเจตน์ดี นายประจักร ประสงค์สุข นายอนันต์ แพทยานนท์และนางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น

ลั่นพาพรรคเดินหน้าต่อไป

จากนั้นเวลา 11.45น.นางสาวตรีนุช ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมกก.บห.ว่าวันนี้เป็นการประชุมเพื่อเลือก กก.บห. หลังจากพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ปรึกษาพรรคได้ลาออกจากหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นไปตามหลักการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะต้องมีการแต่งตั้ง กก.บห.ภายใน 60 วัน เพื่อให้โครงสร้างของพรรคถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อให้พรรคสามารถขับเคลื่อนงานต่างๆได้ ซึ่งองค์ประกอบของกก.บห.ชุดนี้มีทั้งคนใหม่ คนเก่าและสมาขิกพรรคที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ๆในการขับเคลื่อนความตั้งใจของพรรคและการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน วันนี้เรามี สส. 5 คน มีสมาชิกพรรค มีสาขาพรรค เพื่อที่จะดูแลและขับเคลื่อนพรรคต่อไปได้

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรได้ฝากฝังงานอะไรไว้บ้างหรือไม่ นางสาวตรีนุช กล่าวว่า พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปกราบท่าน ซึ่งท่านให้โอกาสให้พวกเราทำงาน เพื่อให้พรรคเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้หากมีเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนหรือเรื่องใหญ่ๆ พวกเราก็อาจจะต้องเข้าไปขอคำปรึกษาจากพลเอกประวิตร

เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคจะสามารถนำพาพรรคไปสู่เป้าหมายได้หรือไม่ นางสาวตรีนุช กล่าวว่า วันนี้พยายามทำให้ดีที่สุดซึ่งเราได้มีโอกาสได้รับคำเชิญไปร่วมรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนงาน ทั้งนี้หากมีความชัดเจนมากกว่านี้เราจะมีการกำหนดทิศทางการทำงานของพรรคอีกครั้ง

เมื่อถามว่ามีการพูดคุยกับแกนนำรัฐบาลเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีแล้วหรือยัง นางสาวตรีนุช กล่าวว่า ตอนนี้ต้องเป็นไปตามขั้นตอน เพราะยังต้องรอกลไกของการเปิดสภา และเลือกนายกรัฐมนตรีให้จบก่อน แล้วหลังจากนี้ก็จะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

‘กังฟู’รายงานตัวสภาฯแล้ว

ช่วงเช้า ที่รัฐสภา นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หรือ กังฟู สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทรวมพลัง กล่าวภายหลังเดินทางเข้ารายงานตัวในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนว่าขอบคุณประชาชนที่ให้ความเมตตาและความไว้วางใจทั้งสส. แบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อของพรรคไทรวมพลัง โดยตนแม้จะเป็น 1 เสียงจากบัญชีรายชื่อ ที่อยู่ในจังหวัดชายแดน เพื่อผู้แทนเสียงของคนชายแดน และขอบคุณคนที่ไม่ได้เลือก เราก็พร้อมที่จะทำงานให้กับคนในภาพรวมคนที่เลือกและคนที่ไม่เลือกเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพรรคการเมืองที่จะช่วยประสานงาน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน เราไม่ต้องการความขัดแย้งเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน เรายินดีที่จะทำแทน

หนุนสิ่งที่เป็นประโยชน์กับปชช.

พรรคไทรวมพลังได้มีการวางรูปแบบการทำงานในสภาผู้แทนราษฎรจะมีการหารือในแต่ละสัปดาห์ ต้องวางแผนล่วงหน้าเพราะผู้แทนของพรรคไทรวมพลังเป็นสส.ที่มาจากต่างจังหวัด เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกันในการนำปัญหาของแต่ละพื้นที่มาสะท้อนให้กับสภาฯได้รับรับทราบเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป รวมถึงสานงานต่อเกี่ยวกับกฎหมายที่ยังค้างอยู่ในสภาชุดที่ผ่านมาทั้งพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)อ้อยน้ำตาล และร่างพ.ร.บ.กฎหมายที่เกี่ยวกับหนี้สินซึ่งกฎหมายใดที่เป็นประโยชน์กับประชาชนก็จะสนับสนุน

ยินดีร่วมรบ.หากภท.ติดต่อมา

นายวสวรรธน์กล่าวย้ำถึงจุดยืนการร่วมรัฐบาลว่าเราจะไม่วิ่งเข้าไปขอตำแหน่งหรือขอร่วมรัฐบาลเพราะมารยาททางการเมืองคือต้องให้พรรคอันดับ1คือพรรคภูมิใจไทยเชิญมาเข้าร่วมรัฐบาล ถ้าถามตนเองหรือประชาชนทั้งประเทศว่าประเทศไทย ควรมีรัฐบาลที่เข้มแข็งหรือไม่ คำตอบ คือ พรรคไทรวมพลัง ที่มาจากประชาชนชายแดน ที่เขาผ่านสงครามมา ผ่านความยากลำบาก เสียงของเราแม้จะเป็นเสียงเล็กๆ แต่หากไปช่วยเติมพลังให้กับรัฐบาลให้เดินหน้าแก้ไขปัญหาได้ ตนเชื่อว่าประโยชน์ก็จะตกกับประชาชน

“ขอให้ติดต่อมาอย่างเป็นทางการ ยินดีอยู่แล้ว เราไม่มีเงื่อนไขและพร้อมที่สนับสนุนในหลักการ เสียงข้างมากในสภาฯ6เสียงของเราจะเติมพลังให้รัฐบาล เรายินดี เพื่อต้องการทำให้เสียงของประชาชนชายแดน ดังขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแก้มาตรการเกี่ยวกับสงคราม และการดูแลพี่น้องประชาชนชายแดน เราไม่ได้ต่อรองผลประโยชน์ย้ำว่าต้องให้เกียรติพรรคอันดับหนึ่ง ในการเข้าร่วมรัฐบาลถ้าติดต่อเรามา เราไม่เล่นตัวแน่นอน”นายวสวรรธน์ กล่าวและว่า นโยบายของพรรคไทรวมพลังและของพรรคภูมิใจไทยตรงกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนถ้าเราให้ความช่วยเหลือ เขาได้เราก็พร้อมที่จะเดินหน้าจับมือไปด้วยกัน

ตั้งรบ.ชัดก่อนสงกรานต์

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยเชื่อว่าการตั้งรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย และ ยังไม่มีอะไรการันตีว่า พรรคกล้าธรรมเป็นฝ่ายค้านแล้ว และเห็นว่า คงไม่ง่ายเช่นกันที่พรรคกล้าธรรมจะแตกย่อยยับ โดยมีสส.งูเขียวแยกไปหนุนพรรคภูมิใจไทย เพราะกลุ่มนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน กับนายเดชอิศม์ ขาวทอง นั้น เคยมีสถานะแยกตัวออกจากพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน ดังนั้น ถ้ายังทำตัวเป็นพวกงูเขียวในพรรคกล้าธรรมอีก คงไม่เหลืออะไรทางการเมืองเลย

“ถ้าปิดจ๊อบกันได้ง่ายๆ คงปิดไปนานแล้ว เรื่องกล้าธรรมนั้นคนวงการสื่อคิดว่าเป็นฝ่ายค้าน 100% แต่ผมเชื่อว่าขณะนี้เขายังไม่ได้เป็นพรรคฝ่ายค้าน เพราะยังมีหลายหมากทางการเมือง ซึ่งบางหมากคนทั่วไปอาจมองไม่เห็น และในแต่ละเรื่องต้องดูความเป็นมา พิจารณาสายสัมพันธ์ ที่มั่น รวมทั้งผลประโยชน์เกี่ยวข้องกันตั้งแต่ต้น ดังนั้น เชื่อว่าก่อนสงกรานต์การตั้งรัฐบาลจะรู้แน่ชัดมีพรรคใดบ้าง”นายจตุพร ระบุ

‘พรรคส้ม’เดินหน้างานในสภา

ขณะที่ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ พรรคประชาชนพร้อมเดินหน้าทำงานในสภา ผลักดัน “กฎหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลง” ทันที โดยระบุว่า พรรคประชาชนพร้อมเดินหน้าทำงานในสภา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นพื้นที่แห่งความหวังในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้า แม้การตรวจสอบข้อครหาเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง 2569 ยังคงต้องดำเนินการต่อ แต่ในเมื่อ กกต. ได้มีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งซึ่งจะนำมาสู่การเปิดประชุมสภา ในเร็วๆ นี้ ทางพรรคประชาชนเราพร้อมตอบแทนความไว้วางใจของประชาชน โดยการทำงานเต็มที่เพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงผ่านกลไกนิติบัญญัติ

หนึ่งภารกิจด้านนิติบัญญัติที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งและที่พรรคประชาชนเริ่มเดินหน้าได้ทันทีตั้งแต่วันนี้ คือการผลักดันร่างกฎหมายที่สอดคล้องกับนโยบายที่พรรคได้นำเสนอในช่วงการรณรงค์เลือกตั้ง ในเบื้องต้น กฎหมายที่เราจะผลักดันทันทีจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก 1.กฎหมายที่เราจะเสนอเข้าใหม่ทันทีที่สภาเปิด มีทั้งหมด 9 ชุด อาทิ ปรับสูตรปรับสูตรคำนวณค่าแรงขั้นต่ำให้เป็นธรรม ปรับโครงสร้างกทม. ป้องสิ่งแวดล้อม-ปฏิรูปการศึกษา ลุยแก้รัฐธรรมนูญ รวมไปทั้งปฎิรูปองค์กรอิสระ

ทางพรรคประชาชน เราจะทำเต็มที่ในการแสวงหาความร่วมมือกับพรรคการเมืองอื่นในสภา รวมถึงรณรงค์และทำความเข้าใจกับสังคมนอกสภา เพื่อผลักดัน “กฎหมายเพื่อการเปลี่ยนแปลง” ต่างๆ ให้ผ่านความเห็นชอบของสภาชุดที่ 27 ให้ได้สำเร็จ

โดยในเช้าวันจันทร์ (9 มี.ค.) ที่จะมาถึง สส. พรรคประชาชนทุกคน จะเดินทางไปรายงานตัวพร้อมกันที่อาคารรัฐสภา เพื่อเดินหน้าสู่การใช้พื้นที่สภาผู้แทนราษฎรในการสร้างการเปลี่ยนแปลง

สส.รายงาน10วัน377 คน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางเข้ามาเพื่อรายงานตัวของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 10 โดยในวันนี้ (7 มี.ค.) มีเพียง 4 คน ได้แก่ นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทรวมพลัง นายเกรียงยศ สุดลาภา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สส.พิจิตร เขต 3 พรรคภูมิใจไทย และนายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส. ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 พรรคกล้าธรรม จึงทำให้ปัจจุบันมีสส.รายงานตัวแล้วทั้งหมด 377 คน จากจำนวนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง 499 คน

ขณะที่ยังคงเหลือสส.ที่ยังไม่มารายงานตัวจำนวน 122 คน จากพรรคประชาชน 119 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 1 คน และพรรคไทยภักดี 1 คน

วาทะเด็ด

วาทะเด็ด

วาทะเด็ด

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กระทรวงพลังงานจะดำเนินทุกมาตรการ เพื่อให้ประเทศไทย มีพลังงานอย่างเพียงพอ มีการจัดการทุกกลไกอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ครั้งนี้น้อยที่สุด”

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู

รองปลัดและโฆษกกระทรวงพลังงาน

เอกชน/นักวิชาการแนะรัฐ ลดภาษีน้ำมัน เสริมแผนรับมือผลกระทบ วิกฤตร้ายตะวันออกกลาง

เอกชน/นักวิชาการแนะรัฐ ลดภาษีน้ำมัน เสริมแผนรับมือผลกระทบ วิกฤตร้ายตะวันออกกลาง

เอกชน/นักวิชาการแนะรัฐ ลดภาษีน้ำมัน เสริมแผนรับมือผลกระทบ วิกฤตร้ายตะวันออกกลาง

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เอกชน/นักวิชาการแนะรัฐ ลดภาษีน้ำมัน เสริมแผนรับมือผลกระทบ วิกฤตร้ายตะวันออกกลาง

ผู้ประกอบการเรือโดยสารตราด, รถโดยสารยอมรับกระทบหากน้ำมัน ขึ้นราคา ระบุพิษสงครามทำต้นทุนพุ่ง-น้ำมันกักตุน จี้รัฐช่วยพยุงราคา ก่อนแบกไม่ไหว กฟผ.ตั้งศูนย์เฉพาะกิจติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เตรียมจัดหา LNG จากแหล่งอื่น พร้อมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง เต็มกำลัง “พิชัย“ เห็นด้วย นายกฯ คงราคาน้ำมันดีเซล ชี้หากยืดเยื้อ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลได้ลิตรละ 6.92 บาท จี้ คุมเข้มราคาสินค้า ห้ามขาดห้ามแพง พร้อมแนะ 3 โอกาสในวิกฤต

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งประเทศไทยด้วย นายอรรถพล กลิ่นทับ ผู้บริหาร บริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด ผู้ประกอบการเดินเรือเกาะกูด และเกาะหมาก จังหวัดตราด เปิดเผยว่า บริษัทบุญศิริเรือเร็ว จำกัดซึ่งเป็นผู้ประกอบการเดินเรือและรถโดยสารรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดตราด ที่ปัจจุบันบริษัทมีปริมาณการใช้น้ำมันรวมทั้งรถและเรือสูงถึง 4,000-5,000 ลิตรต่อวัน โดยเฉพาะเรือโดยสารที่ใช้พิกัดน้ำมันสูงถึง 600 ลิตรต่อเที่ยว หรือประมาณ 1,200 ลิตรในการเดินทางไป-กลับ หากราคาน้ำมันขยับขึ้นเพียง 1 บาท ก็จะสร้างภาระต้นทุนมหาศาลทันที ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทซื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นราคา 37 บาท/ลิตร ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ชดเชยราคาน้ำมัน แต่ราคาหน้าปั๊มราคา 30-31 บาท/ลิตร ทางบริษัทจึงจัดการด้วยให้รถยนต์ และรถโดยสาร(บัส)ซื้อน้ำมันจากหน้าปั๊มแทนเพิ่อลดค่าใช้จ่าย เพราะหากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1 เดือน ทางบริษัทฯอาจจะต้องตัดสินใจทางธุรกิจใหม่ว่าจะขึ้นค่าโดยสารหรือไม่

ขอตรึงราคาให้นานที่สุด

“หากถึงจุดที่ราคาน้ำมันราคาสูงขึ้นทางบริษัทฯจะตรึงราคาค่าโดยสารไว้ให้นานที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season)ของภาคตะวันออก โดยจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นนี้ได้ประมาณ 1 เดือน แม้จะทำให้ผลกำไรลดลงแต่ก็เพื่อรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยวไว้ แต่หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อเกินกว่านี้ การปรับขึ้นค่าโดยสารอาจเป็นทางเลือกสุดท้ายที่จำเป็นต้องทำ เพราะส่งผลกระทบต่อผู้เดินทางโดยตรง จึงอยากฝากไปถึงรัฐบาลให้พิจารณามาตรการช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการอุดหนุนราคาน้ำมันโดยตรง การลดหย่อนภาษี หรือมาตรการด้านดอกเบี้ย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประคองราคาค่าโดยสารต่อไปได้” นายอรรถพลกล่าว

สงครามทำยอดนักท่องเที่ยวลด

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องต้นทุนแล้ว สถานการณ์สงครามยังเริ่มส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังจังหวัดตราด โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้บริการสายการบินที่ต้องต่อเครื่องในตะวันออกกลาง(ดูไบ)ซึ่งมีการยกเลิกเที่ยวบินไปบางส่วน ทำให้นักท่องเที่ยวต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ส่งผลให้การตัดสินใจมาเที่ยวไทยลดลงหรือมีระยะเวลาการพักผ่อนที่สั้นลง

ทั้งนี้ นายอรรถพลยังระบุว่าความแตกต่างระหว่างวิกฤตครั้งนี้กับช่วงโควิด-19 คือ ในอดีตนักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทางทำให้รายได้หายไป แต่ปัจจุบันยังมีนักท่องเที่ยวยังเดินทางมาท่องเที่ยว แต่ทว่าครั้งนี้ ต้นทุนต่อเที่ยวกลับสูงขึ้นมาก ถือเป็นแรงกดดันต่อเนื่องที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนต้องเผชิญและพยายามปรับตัวให้อยู่รอดในขณะนี้

รถโดยสารรับโดนผลกระทบหนัก

ส่วน น.ส.รินทร์ลพัส ศักดิ์สมบูรณ์ เจ้าของบริษัท เดินรถกรุงเทพ-ตราด จำกัด (รถมินิบัส) สายตราด-กรุงเทพ(เอกมัย)และตราด-กรุงเทพ(หมอชิต) เปิดเผยว่า ในแต่ละวัน บริษัทมีเที่ยวรถยนต์โดยสารไปกรุงเทพวันละ 12 เที่ยว ไปกลับ 24 เที่ยว ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าน้ำมัน 70,000 ลิตร/เดือน หรือ 2,300 ลิตร/วัน และต้องซื้อน้ำมันหน้าปั๊มอย่างเดียว ซึ่งสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นครั้งนี้ย่อมกระทบต่อราคาน้ำมัน ซึ่งวันนี้ราคาน้ำมันดีเซลราคา 30-31 บาท/ลิตร หากราคาน้ำมันสูงขึ้น เกิน 35 บาท/ลิตรทางบริษัท ก็ไม่สามารถรับได้ เนื่องจากราคาค่าโดยสารกำหนดไว้ตายตัวคือ 290 บาท/เที่ยว/คน ทางเดียวที่จะลดภาระได้ก็คือ การลดเที่ยวเดินรถยนต์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ทราบว่า ในวันที่ 17 มีนาคม 2569 รัฐบบาลจะมีการพิจารณาเรื่องน้ำมัน เพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง หากราคาน้ำมันสูงขึ้นรัฐบาลอาจจะชดเชยราคาน้ำมันให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่จะได้รับเพียงพอกับสถานการณ์หรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไป

กฟผ.ตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์

นายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง กฟผ.ได้จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจ (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากประเทศกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เบื้องต้นยังไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม กฟผ.ได้เตรียมจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง LNG จากแหล่งอื่นเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมเตรียมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงปรับเพิ่มปริมาณการผลิตและรับซื้อพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งในและต่างประเทศ ทดแทนการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน

กฟผ.เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อให้การบริหารจัดการเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทันท่วงที และส่งผลกระทบกับต้นทุนค่าไฟฟ้าน้อยที่สุด ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดด้วยมาตรการ 5 ป. “ปิด ปรับ ปลด เปลี่ยน ปลูก” เพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิงต่างประเทศอีกทางหนึ่งด้วย

‘พิชัย’เห็นด้วย คงราคาน้ำมันดีเซล

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พาณิชย์ และ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า จากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่สหรัฐร่วมมือกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน และ สถานการณ์ยังคงรุนแรงและหนักหน่วง มีผลกระทบต่อทั้งโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุชของประเทศอิหร่านเพื่อตอบโต้ โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบได้พุ่งสูงไปถึงประมาณบาเรลละ 100 เหรียญสหร๊ฐแล้ว ดังนั้นรัฐบาลจะต้องติดตามและรับมือกับสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหวังว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ตนเห็นด้วยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศควบคุมราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 29.94 บาท เพราะจะช่วยเหลือ ประชาชนให้ผ่านพ้นภาวะวิกฤตินี้ไปได้ เพราะน้ำมันดีเซลเป็นต้นทุนหลักของการขนส่งของสินค้าแทบทุกชนิด หากปล่อยให้ราคาน้ำมันดีเซลขึ้น ราคาสินค้าต่างๆจะขึ้นราคาตาม ประชาชนจะเดือดร้อนกันอย่างมาก และเมื่อสถานการณ์ผ่านพ้นไป แม้ราคาน้ำมันดีเซลจะลดลงแล้ว แต่ราคาสินค้าที่ราคาขึ้นแล้วมักจะไม่ยอมลดราคาลงตาม ดังนั้นหลังจากที่ประกาศควบคุมราคาดีเซลแล้ว รัฐบาลต้องให้กระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบอย่าให้สินค้าขาดและอย่าได้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า หรือสินค้าต้องไม่ขาดและต้องไม่แพง เพื่อไม่ให้กระทบความเป็นอยู่ของประชาชน

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ รัฐบาลสามารถลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่เก็บอยู่ถึงลิตรละ 6.92 บาท ให้ลดลงมาได้ แม้รัฐจะขาดรายได้บ้างแต่ประชาชนจะได้ประโยชน์ และเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ปกติแล้ว รัฐค่อยกลับมาเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลใหม่ ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อสถานการณ์โลกผันผวน ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้น รัฐบาลสมัยนั้นจะใช้วิธีการลดการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลนี้ในการช่วยเหลือประชาชน จึงอยากให้ข้อมูลไว้เพื่อพิจารณา

ชูโครงการความมั่นคงทางอาหาร

ทั้งนี้ ในภาวะวิกฤตินี้ ประเทศไทยสามารถหาโอกาสที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยให้ประเทศไทยได้ประโยชน์จากสถานการณ์ของโลกได้ 3 เรื่องใหญ่คือ

1. โครงการ ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ที่ตนได้คิดขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤติในแบบนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากประทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก และสามารถผลิตอาหารสำรองให้เพียงพอและสามารถจำหน่ายให้กับกลุ่มประเทศเหล่านี้ได้ ซึ่งตนได้ขายแนวคิดนี้ตั้งแต่ อดีต นายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ไปประชุมนานาชาติหลายแห่ง โดยเฉพาะการประชุมนานาชาติที่ประเทศ การ์ตาร์ปลายปี 2024 และแนวคิดนี้ได้รับการตอบรับอย่างดี และการที่ประเทศสิงคโปร์ซื้อข้าว 100,000 ตัน จากประเทศไทย ก็เพราะมาจากแนวทางความมั่นคงทางอาหารนี้ที่อดีตนายกฯ แพทองธารได้พบกับนายลอเรนซ์ หว่อง นายกสิงคโปร์ที่ประเทศลาว

อีกทั้งประเทศในตะวันออกกลางหลายประเทศเช่น UAE, ซาอุดิอาราเบีย, การ์ตาร์, โอมาน, บาร์เรน ฯลฯ แม้กระทั่งประเทศอิสราเอล ก็ได้ให้ความสนใจ ขนาด รัฐมนตรี Thani ของ UAE ได้บินมาเพื่อแสดงความจำนงที่จะขอร่วมทุนทำเรื่องนี้กับประเทศไทย และอยากให้ทำไปพร้อมกับการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย-ยูเออี ซึ่งการเจรจา FTA ยังคงติดในเรื่องสินค้าบางชนิดจึงยังสรุปกันไม่ได้ แต่ในสภานการณ์เช่นนี้เชื่อว่าจะเป็นตัวเร่งให้โครงการ Food Security นี้สำเร็จโดยเร็ว และไทยควรเร่งดำเนินการโครงการนี้โดยด่วน

หนุนสร้าง Data Center ในไทย

2. โครงการ Data Center รองรับการเก็บข้อมูลของประเทศในตะวันออกกลาง ในภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น ได้มีการโจมตีอาคารราชการและศูนย์กลางการเก็บข้อมูล (Data Center) หลายแห่ง ดังนั้นแนวคิดในการสร้าง Data Center ในประเทศไทย ที่เป็นมิตรกับทุกประเทศและมีทำเลที่เหมาะสม และมีสาธารณูปโภคเพียบพร้อม เพื่อเก็บข้อมูลให้กับประเทศในตะวันออกกลางและประเทศที่มีความเสี่ยงกับสงคราม น่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถพัฒนาธุรกิจในด้าน Ai ให้เกิดขึ้นได้ด้วย ทั้งนี้การลงทุนทางด้าน Data Center และ Ai นี้จะมีมูลค่าเป็นหมื่นๆล้านถึงหลายแสนล้านบาทได้

‘แลนด์บริดจ์’สร้างประโยชน์มหาศาล

3. โครงการแลนด์บริดจ์พร้อมการเก็บสำรองน้ำมันขนาดใหญ่ ในภาวะสงครามที่มีการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุชนี้ จะทำให้เห็นชัดว่าความต้องการที่จะต้องมีการขนส่งน้ำมันพร้อมการเก็บสำรองน้ำมันขนาดใหญ่มีความจำเป็นอย่างมาก ดังนั้น แนวคิดเรื่องแลนบริดจ์ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศน่าจะเป็นประโยชน์และจะสร้างรายได้มหาศาล และเพิ่มการพัฒนาในพื้นภาคใต้ได้อย่างมาก

ในภาวะผันผวนของโลก จะมีทั้งวิกฤติและโอกาสที่จะเกิดขึ้นมาพร้อมๆกัน และนี่จะเป็นโอกาสของประเทศไทย 3 เรื่องที่ได้เคยมีการคิดกันล่วงหน้าเพื่อรองรับไว้แล้ว ซึ่งจะสามารถช่วยพัฒนาประเทศไทยในภาวะวิกฤติที่ผันผวนของโลก และอาจจะมีโอกาสในด้านอื่นๆอีกเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งผู้บริหารของประเทศจะต้องช่วยกันคิดและช่วยกันทำเพื่อให้ไทยสามารถพัฒนาและแข่งขันกับประเทศต่างๆในภูมิภาคได้

‘พร้อมพงศ์’แนะรบ.เร่งแก้ปัญหา

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุช กำลังสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก ทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบ ซึ่งประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นสัดส่วนจำนวนมาก จึงหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ยาก ราคาน้ำมันไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่คือค่าครองชีพของคนทั้งประเทศ หากราคาน้ำมันขยับขึ้นเมื่อใด ต้นทุนค่าขนส่งก็จะขยับขึ้นทันที และสุดท้ายราคาสินค้าอุปโภคบริโภคก็จะปรับตัวตามไปด้วย ภาระทั้งหมดจะตกอยู่กับประชาชน

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณความกังวลของประชาชนในหลายพื้นที่ เกิดการแห่เติมน้ำมันและกักตุนน้ำมัน หลายสถานีบริการน้ำมันในต่างจังหวัดมีการขึ้นป้ายแจ้งน้ำมันหมด สะท้อนความตื่นตระหนกของประชาชนต่อสถานการณ์พลังงาน หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ค่าขนส่งอาจปรับเพิ่มขึ้นและส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคทยอยปรับตัวตาม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อได้ ในทางปฏิบัตินายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้ลงนามตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) พร้อมมีคำสั่งห้ามส่งออกเชื้อเพลิงและเพิ่มกำลังสำรองน้ำมัน ซึ่งถือเป็นมาตรการเบื้องต้นที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม แม้ยังไม่มีรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เต็มรูปแบบ แต่ในเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน สิ่งใดที่รัฐบาลสามารถดำเนินการได้โดยไม่ขัดกฎหมาย ควรเร่งดำเนินการทันที

ชี้ควรวางแผนรับมือเป็น3ระยะ

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า รัฐบาลควรวางแผนรับมือวิกฤตด้านพลังงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ กรณีสถานการณ์คลี่คลายเร็ว กรณีสถานการณ์อยู่ในระดับปานกลาง และกรณีการสู้รบยืดเยื้อ เพื่อให้ประเทศมีแผนรองรับที่ชัดเจนในแต่ละช่วงเวลา และสามารถลดผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้รัฐบาลควรเร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาน้ำมันจากพื้นที่ความขัดแย้ง พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์พลังงานโลกอย่างใกล้ชิด เมื่อราคาพลังงานขยับ สิ่งแรกที่จะได้รับผลกระทบคือมนุษย์เงินเดือน ผู้ใช้แรงงาน เกษตรกร และคนหาเช้ากินค่ำ รัฐบาลจึงต้องมีมาตรการที่ชัดเจนและเด็ดขาด ป้องกันไม่ให้ราคาสินค้าต่างๆ ปรับขึ้นเกินความจำเป็น รัฐบาลควรออกมาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเข้มงวด ป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาในช่วงสถานการณ์วิกฤต รวมทั้งเตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชนในมิติต่างๆ เท่าที่รัฐบาลจะสามารถดำเนินการได้

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

(ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

(2) กรณีคู่สมรสของผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นผู้ประกันตนตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ไม่ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม เพราะแพทย์ให้ความเห็นว่าอาจไม่ทันช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ เช่นนี้ ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลของคู่สมรสได้หรือไม่ และจากที่ใด

เรื่องนี้ ผู้ฟ้องคดีเป็นข้าราชการกลาโหมกองทัพบก คู่กรณีนางสาว ท. คู่สมรสของผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ประกันตนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ได้เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันที่โรงพยาบาลจ. และได้เสียค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลรวม 260,000 บาทเศษ ต่อมานางสาว ท. ได้ยื่นเรื่องขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเจ็บป่วยต่อสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครราชสีมา แต่ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากค่ารักษาพยาบาลในช่วงที่เกิดขึ้นไม่ฉุกเฉินตามประกาศสำนักงานประกันสังคม

หลังจากนั้น ผู้ฟ้องคดีจึงได้ยื่นเรื่องขอเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลของนางสาว ท. ซึ่งเป็นคู่สมรสของผู้ฟ้องคดีตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล พ.ศ.2553 ต่อผู้บังคับกองพันทหารช่าง(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2ได้หารือไปยังกรมบัญชีกลาง(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) แล้วผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ได้แจ้งผู้ฟ้องคดีว่า ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินดังกล่าวมาเบิกจากส่วนราชการต้นสังกัดได้

ผู้ฟ้องคดีได้คำสั่งดังกล่าวและนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ที่ไม่อนุมัติให้จ่ายค่ารักษาพยาบาลของคู่สมรสของผู้ฟ้องคดีให้แก่ผู้ฟ้องคดี

ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่นางสาว ท. คู่สมรสของผู้ฟ้องคดีเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันที่โรงพยาบาล จ. ซึ่งไม่มีโรงพยาบาลตามที่ระบุในบัตรรับรองสิทธินั้น เกิดจากเหตุที่นางสาว ท. ได้ผ่าตัดคลอดบุตรที่โรงพยาบาลทหารและแพทย์ผู้ผ่าตัดแจ้งว่า เม็ดเลือดขาวสูงผิดปกติ จึงได้ส่งตัวไปตรวจที่โรงพยาบาลของทางราชการโดยแพทย์แจ้งว่าป่วยเป็น AIHA (ภาวะโลหิตจาง) และแพทย์ได้สั่งให้รักษาโดยการกินยาเพรดนิโซโลน

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

ยิ่งรบยิ่งโดดเดี่ยว! อดีตบิ๊ก ศรภ. มองเกมสหรัฐฯ เดินตามอิสราเอลจนเสียมิตร

ยิ่งรบยิ่งโดดเดี่ยว! อดีตบิ๊ก ศรภ. มองเกมสหรัฐฯ เดินตามอิสราเอลจนเสียมิตร

ยิ่งรบยิ่งโดดเดี่ยว! อดีตบิ๊ก ศรภ. มองเกมสหรัฐฯ เดินตามอิสราเอลจนเสียมิตร

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.18 น.

วันที่ 7 มีนาคม 2569 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ยิ่งรบ ศัตรูยิ่งแยะ 

ทำไมยิ่งรบนานไป สหรัฐฯ กับ อิสราเอล ยิ่งเสียสหายร่วมรบในอดีตไปเรื่อยๆ รวมถึงประเทศในกลุ่ม ตะวันออกกลาง ที่เกิดความคิดที่จะผลักดันฐานทัพ สหรัฐฯ ออกจากตะวันออกกลาง และ ยังทำให้การรวมตัวของกลุ่ม BRICS เริ่มมีประเทศยุโรป สนใจเตรียมเข้ามาร่วมด้วย 

1.“โหด” การลอบสังหาร คามาเนอี ผู้นำสูงสุดพร้อมครอบครัวนั้น 

ถือว่าโหด เพราะเป็นการลอบสังหารขณะที่กำลังมีการเจรจาสันติภาพกันอยู่ ซึ่งควรจะรอให้การเจรจาเสร็จสิ้น มีข้อยุติเรียบร้อยเสียก่อน สักวันสองวัน และก็ไม่ควรยุ่งกับเด็กๆในครอบครัวเขาด้วย ผิดมาตราฐานสหรัฐฯที่ปรากฏอยู่ในภาพยนต์ฮอล์ลิวู้ด โดยสิ้นเชิง 

2.“ โหดกว่า ” การยิงอาวุธนำวิถีเข้าใส่ ร.ร.เด็กหญิง เสียชีวิตทันที 

ประมาณ 160 คน นี่ซิโหดของจริง ทั้งๆที่สหรัฐฯมีดาวเทียมทั้งระดับต่ำ และระดับสูงนับ 100 ดวง  ที่สามารถมองเห็นภาคพื้นดินอย่างชัดเจน มีดาวเทียมจับความร้อน พอที่จะรู้ว่าตรงตึกที่ยิงนั้น ใครอยู่ ใครทำอะไรบ้าง แต่ก็ยังกล้าทำ 

3.“ โหดที่สุด ” เมื่อ 4 มี.ค.‘69 เรือดำน้ำสหรัฐฯ ยิงตอปิโด MK 48  จมเรือรบ“ไร้อาวุธ” ของอิหร่านกลางมหาสมุทรอินเดีย แบบไร้การต่อสู้ แต่สหรัฐ ยังออกมายืนยันความสำเร็จในปฏิบัติการอย่างภาคภูมิใจ ว่า “ความตายอันเงียบเชียบ” (Quiet Death) นี่ซิโหดที่สุด ครับ 

( อนึ่ง เรือ IRIS Dena ของอิหร่าน ต้องอยู่ในสภาพ “ไร้อาวุธ” ขณะถูกโจมตี เนื่องจากเพิ่งเสร็จสิ้นการซ้อมรบนานาชาติ MILAN 2026 ที่อินเดีย ซึ่งมีกฎห้ามนำพา เครื่องกระสุนบนเรือเพื่อความปลอดภัย ทำให้เรือลำนี้ตกเป็นเป้าที่ไม่มีทางสู้ และไม่มีทางไปลอบทำร้ายใคร ซึ่งสหรัฐฯก็รู้ เพราะได้รับเชิญไปร่วมซ่อมรบด้วย) 

พฤติการณ์ร่วมแบบนี้ ทำให้ประเทศมุสลิมริมอ่าวอาหรับ ต่าง

ก็หันมาทบทวนว่า จะยอมให้สหรัฐฯตั้งฐานทัพอยู่ต่อไปอีกไหม! เพราะสหรัฐฯ เดินตามน้องชาย “อิสราเอล” อย่างเข็มงวดเลย เพราะถ้าอิหร่านจบบทบาทไปแล้ว  ก็ไม่รู้ว่าอิสราเอลจะเกิดไม่ชอบหน้าประเทศอิสลามประเทศไหนขึ้นมาอีก 

ส่วนอินเดียนั้น ไม่สามารถให้ความคุ้มครองเรือไม่มีอาวุธ ของอิหร่านได้ 

ย่อมโกรธสหรัฐฯมากทีเดียว เพราะเสียหน้ายับเยิน ดังนั้น อินเดีย รัสเซีย และจีน จึงจับมือกันแน่นขึ้นครับ ดังนั้น  กลุ่ม BRICS จะเข็มแข็งขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งจะทำให้อิหร่านก็ไม่น่าจะแพ้ง่ายๆตามไปด้วย ใช่ไหมครับ 

พลโท นันทเดช / 7 มีนาคม69

ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง

ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง

ศบก.แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เร่งอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยง

วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569, 19.37 น.

ศบก. แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางรุนแรงขึ้น เข้าข่ายเป็นวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม  เผยกลุ่มคนไทยออกจากอิหร่านเมื่อเช้าแล้ว 62 คน ยอดช่วยเหลือคนไทยติดค้างในตะวันออกกลางรวม 215 คน กำชับอำนวยความสะดวกคมนาคมทุกช่องทาง 

เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 7 มีนาคม ที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงประจำวันถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ว่า พัฒนาการของสถานการณ์ในวันนี้สถานการณ์โดยรวมยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่องจากการโจมตีด้วยเป็นขีปนาวุธและโดรน พื้นที่ยังต้องติดตามเฝ้าระวังใกล้ชิดได้แก่ อิรัก ซึ่งความรุนแรงเพิ่มขึ้นและเลบานอน ซึ่งถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้ทำให้เกิดการอพยพของพลเรือน ซึ่งเข้าข่ายเป็นวิกฤตการณ์ทางด้านมนุษยธรรม นอกจากนี้ยังมีการโจมตีไปพื้นที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกา เช่น ฐานทัพและที่พักคนอเมริกัน ในรัฐอ่าวอาหรับอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่สามารถสกัดกั้นได้ 

นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์การเปิดปิดน่านฟ้าในปัจจุบันมีดังนี้ ประเทศที่ยังปิดน่านฟ้าอยู่สำหรับการบินพาณิชย์ ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล ซีเรีย อิรัก บาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์ ในส่วนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เริ่มเปิดเที่ยวบินอย่างจำกัดเพื่อระบายผู้โดยสารตกค้าง ส่วนคนไทยยังไม่มีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดีกระทรวงการต่างประเทศขอเรียกร้องให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่ดังกล่าวโดยเร็วที่สุด รวมทั้งขอให้ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในความรับผิดชอบ

นายปาณิดล กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทย เริ่มที่อิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานได้เดินทางออกแล้วเมื่อเช้าตู่รวม 62 คน คาดว่าจะถึงตุรกีในวันเดียวกันนี้ และจะมีอีกกลุ่มหนึ่งออกเดินทางในวันที่ 10 มีนาคม ในฝั่งตุรกีคณะจากกรมการกงสุลนำโดยนายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล ได้เดินทางถึงเมืองวานแล้วเมื่อวันที่ 6 มีนาคม เพื่อร่วมกับทีมของสถานเอกอัครราชทูตกรุงอังการา เพื่อปฏิบัติภารกิจในการรับคนไทยที่อพยพมาจากอิหร่าน โดยทีมงานทั้งหมดได้เดินทางไปยังด่านชายแดนคัปปิกอย ของตุรกี เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คนไทยที่จะเดินทางมาจากอีหร่าน ทั้งนี้ในการนำคนไทยออกจากอิหร่าน ฝ่ายไทยได้ประสานงานกับฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งรัฐบาลอิหร่าน ฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล เพื่อให้มั่นใจว่าการอพยพจะเป็นไปอย่างราบรื่นปลอดภัย ซึ่งล่าสุดเมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้วทางกระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากอุปทูต ณ กรุงเตหะราน ว่าขบวนอพยพใกล้ถึงจุดหมายชายแดนระหว่างอิหร่านและตุรกีแล้ว ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะย้ายไปปฏิบัติภารกิจที่ทำการชั่วคราวเมืองวาน ตุรกี ตั้งแต่ 10 มีนาคม ตนขอย้ำว่าสถานเอกอัคราชทูต กรุงเตหะราน ยังพร้อมติดต่อให้ความช่วยเหลือคนไทยที่พำนักอยู่อิหร่านอย่างใกล้ชิด 

นายปาณิดล กล่าวว่า นอกจากนี้สถานเอกอัครทูต กรุงอังการา ตุรกี ต้องปฎิบัติภารกิจที่ชายแดนอีกด้าน เพื่อรอรับคนไทยที่อพยพออกจากอิรัก 10 คน ซึ่งจะเดินข้ามข้ามด่านจากอิรักเข้าตุรกี ที่เมืองมาร์ดิน เพื่อช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยต่อไป ถัดมาคือซาอุดิอาระเบียเป็นอีกที่ยังสามารถบินกลับไทยได้ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่เมืองจิดดาห์ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียง ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน สถานเอกอัครราชทูตกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และสถานเอกอัครราชทูต ณ คูเวต ที่น่านฟ้ายังปิดอยู่ในการรับคนไทยเดินทางข้ามแดนหรือรับไปยังปลายทางอื่นทางอากาศ

นายปาณิดล กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการหารือแนวทางการนำคนไทยกลับประเทศโดยเที่ยวบินเอกชน โดยเที่ยวบินริยาด -กรุงเทพฯ ยังคงให้บริการพร้อมพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินอพยพคนไทยในประเทศต่างๆตามต้องการ  ถัดมาในกรณีของยูเออี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่เมืองดูไบได้ประสานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด ล่าสุดมีสายการบินเอมิเรตส์และแอร์อาราเบีย เปิดเส้นทางบินตั้งแต่ 6 มีนาคม โดยสายการบินเอมิเรตส์เริ่มทำการบินไปยังกรุงเทพฯ ภูเก็ต และแอร์อาราเบียเริ่มทำสายการบินมากรุงเทพฯแล้ว โดยรวมขณะนี้มีคนไทยที่ติดค้างในตะวันออกกลางที่ได้รับการช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 215 คน ส่วนของประเทศอื่นๆสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำพี่น้องคนไทยที่ประสงค์กับประเทศ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสารต่อไป ประเทศ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสารต่อไป

ด้าน นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กล่าวถึงผลกระทบต่อการบิน การขนส่ง และมาตรการของกระทรวงคมนาคม ว่า ภาพรวมของกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้ทุกหน่วยงานเตรียมรองรับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และสั่งการให้กระทรวงคมนาคมจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยให้หน่วยงานในสังกัดที่ทำหน้าที่กำกับดูแลทั้งทางอากาศ ทางน้ำ ทางบกและทางราง ได้ติดตามกำกับควบคุมใน 3 มิติ ได้แก่ 1. การรักษาคุณภาพของการให้บริการ 2.ราคาค่าโดยสารที่เป็นธรรม และ3.ความพร้อมการให้บริการ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชน และต้องรายงานเป็นประจำทุกวันโดยมีข้อสั่งการดังนี้

นายจิรโรจน์ กล่าวว่า โดยทางอากาศได้กำชับให้หน่วยงานที่ให้บริการผู้โดยสาร ได้แก่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และกรมท่าอากาศยาน รวมทั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลการขนส่งทางอากาศหรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ดำเนินการตรวจสอบกวดขันให้สายการบินคิดค่าโดยสารและค่าภาระการขนส่งสินค้าทางอากาศให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง และช่วยเหลือสายการบินที่จำเป็นต้องจอดอากาศยานค้างในประเทศไทย ในกรณีที่ไม่สามารถทำการบินได้

นายจิรโรจน์ กล่าวว่า ในส่วนของทางน้ำให้กรมเจ้าท่าและการท่าเรือแห่งประเทศไทย ตรวจสอบและกวดขันผู้ประกอบการเดินเรือภายในประเทศ โดยคิดค่าโดยสารในอัตราที่กำหนด ส่วนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ราคาเป็นไปตามกลไกตลาดร่วมระหว่างประเทศให้กำกับในการติดตามค่าระวาง ในกรณีค่าระวางสูงจนมีผลกระทบต่อผู้บริโภค 

ส่วนการเดินทางทางบก มอบให้กรมการขนส่งทางบกตรวจสอบผู้ประกอบการถโดยสารประจำทาง และรถรับจ้างสาธารณะทุกประเภท ให้คิดค่าโดยสารตามอัตราที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยให้ราคาค่าโดยสารสอดคล้องกับราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลมีมาตรการควบคุมอยู่ ขณะเดียวกันให้ประเมินอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นข้อมูลในการจัดทำมาตรการร่วมกับกระทรวงพลังงานในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอสำหรับการให้บริการสาธารณะ ในส่วนการขนส่งทางราง มอบหมายให้กรมการขนส่งทางรางประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะต้นทุนของรถจักรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงเพื่อจะเตรียมบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า

นายจิรโรจน์ กล่าวว่า ขอสรุปสถานการณ์การบินในส่วนของผลกระทบผู้โดยสารที่เดินทางทาง ทางการบินตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 7 มีนาคม มีจำนวนเที่ยวบินที่ยกเลิกและล่าช้า รวม 584 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบ 78,564 คน โดยรองนายกฯสั่งให้กำกับการช่วยเหลือผู้โดยสารอย่างครบถ้วน และให้ท่าอากาศยานไทยจำกัดและกรมท่าอากาศยานให้การอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ และให้จัดเจ้าหน้าที่ประจำพื้นที่ให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิดประสานงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อดำเนินความสะดวก รวมถึงประสานสายการบินและจัดที่พักคอย และติดตามสถานการณ์สายการบินแบบเรียลไทม์เพื่อส่งผู้โดยสารกลับอย่างปลอดภัย

นายจิรโรจน์ กล่าวว่า ส่วนการขนส่งสินค้าทางน้ำ ซึ่งมีผลกระทบจากการขนส่งสินค้า ไปเส้นทางประเทศในทวีปยุโรปที่จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนเส้นทาง จากผ่านเส้นทางตะวันออกกลางจำเป็นต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮป แอฟริกา ซึ่งจะทำให้การเดินเรือใช้ระยะเวลามากขึ้น 15 วัน จากระยะเวลาปกติ ซึ่งจะมีผลต่อค่าระวางขนส่งสินค้า และการหมุนเวียนตู้คอนเทนเนอร์ในอนาคต รวมถึงประเด็นเรื่องความแออัดของท่าเรือต่างๆ ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยติดตามข้อมูลเป็นรายวัน เพื่อเตรียมพร้อมในการบริหารจัดการให้มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการน้อยที่สุด ทั้งนี้ รองนายกฯได้กำชับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมดูแลอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวกหรือมีข้อร้องเรียนให้แจ้งมาที่กระทรวงคมนาคม ที่สายด่วน 1356 นอกจากนี้หากได้รับผลกระทบค่าโดยสารและการบริการขนส่งสาธารณะ สามารถติดต่อสายด่วนกรมการขนส่งทางบก 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง