ดร.ณัฏฐ์ รับว่าคดีบัตรเลือกตั้ง แนะ สมชัย อดีต กกต.กับพวก หยุดปั่นป่วนสังคมได้แล้ว

ดร.ณัฏฐ์ รับว่าคดีบัตรเลือกตั้ง แนะ สมชัย อดีต กกต.กับพวก หยุดปั่นป่วนสังคมได้แล้ว

ดร.ณัฏฐ์ รับว่าคดีบัตรเลือกตั้ง แนะ สมชัย อดีต กกต.กับพวก หยุดปั่นป่วนสังคมได้แล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.46 น.

“ดร.ณัฏฐ์” รับว่า  คดีบัตรเลือกตั้ง กกต.ทาบทามให้เป็นพยานจริง เพื่อประโยชน์สาธารณะ  แนะ “สมชัย” อดีต กกต.กับพวก หยุดปั่นป่วนสังคมได้แล้ว

วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ สนง.กกต. มีรายงานว่า กกต.ได้ทาบทามพยานในคดีเลือกตั้งหลายปาก โดยพยานสำคัญได้ทาบเชิญก่อนหน้านี้  ศ.ดร.ไชยยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  โดยมีรายงานกระแสข่าวว่า ฝ่าย กกต.ได้ทาบเชิญมือกฎหมายมหาชนระดับพญาครุฑรายหนึ่ง มาเป็นพยานฝ่าย กกต.ด้วยนั้น

ล่าสุด วันนี้ (13.00 น.) มีความเคลื่อนไหวที่ กกต.  ได้มีพยานอีกปากหนึ่งฝ่ายของ กกต. คือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฎฐ์” นักกฎหมายมหาชน ได้เดินทางมาที่ กกต.เพื่อเข้าพบร้อยตำรวจเอกชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.ตามกระแสข่าวจริง ได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า เดินมาให้ถ้อยคำเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเลือกตั้งในคดีเลือกตั้งที่กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคดีนี้เป็นคดีสำคัญ และเป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผลคดีมีผลต่อทิศทางการเมืองของประเทศ

ผู้สื่อข่าวจึงได้สัมภาษณ์ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” ว่า ได้รับเชิญเป็นพยานจริงหรือไม่ อย่างไร จะให้ข้อมูลต่อ กกต.ในประเด็นใดบ้างนั้น 

ดร.ณัฏฐ์  กล่าวว่า  ก่อนหน้านี้ ตนได้รับประสานจากร้อยตำรวจเอกชนินทร์  น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เพื่อขอให้ข้อมูลและเป็นพยานเพิ่มเติมในคดีบัตรเลือกตั้งให้แก่ฝ่าย กกต.จริง โดยกำหนดนัดให้ข้อมูลสำคัญในวันนี้ โดยตนเห็นว่า ประเด็นที่ขอให้ถ้อยคำเป็นพยานเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ  เป็นแง่มุมกฎหมายเลือกตั้ง ตนไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใด เพราะเป็น “พยานคนกลาง” ไม่ได้เป็น พยานประเภทที่เรียกว่า “พยานสั่งการ” เอนเอียงไปฝ่ายใคร ยึดหลักกฎหมายและยึดหลักความถูกต้อง เป็นหลัก เพื่อประโยชน์สาธารณะและเพื่อประโยชน์แก่บ้านเมือง

แม้ตนเอง เคยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อหลายช่องก่อนหน้านี้ ไม่ได้เอนเอียงฝ่ายใดและไม่ได้ชี้นำประชาชน  แต่เป็นการให้ความรู้แง่มุมกฎหมายมหาชน อีกแง่มุมหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อประโยชน์สาธารณะ

ส่วนวันนี้ ตนจะให้ข้อมูลแก่ร้อยตำรวจเอกชนินทร์  น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.อย่างไรนั้น ตนไม่อาจเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้ เพราะถือเป็นความลับในสำนวนคดี เพราะฝ่าย กกต.จะต้องนำถ้อยคำพยานไปยื่นในบัญชีฝ่ายผู้ถูกร้องทั้งสอง โดยข้อมูลที่ตนได้ให้ไปกับ กกต.นั้น ไปเพิ่มน้ำหนักสนับสนุนพยานหลักฐานอื่นของฝ่าย กกต. พลิกเกมต่อสู้คดีได้ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ

ส่วนการเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นข้อสำคัญแห่งคดี เมื่อคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พี่น้องประชาชนต้องอดใจรอ เพราะมีกระบวนการและขั้นตอนไต่สวนของศาล หากข้อมูลที่ตนให้ถ้อยคำไป และยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ  หากข้อเท็จจริงยังไม่ชัดแจ้ง  ศาลอาจเรียกตนไปไต่สวนเพิ่มเติมได้  เป็นไปตาม พรป.วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561

ส่วนที่ถามว่า รหัสบาร์โค้ดหรือรหัสคิวอาร์โค้ด ในเชิงระบบเทคโนโลยี สามารถล้วงข้อมูลประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ได้หรือไม่  ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า กรณีบัตรเลือกตั้งสองรูปแบบที่มีรหัสบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด สามารถพิสูจน์ได้ โดยใช้พยานนิติวิทยาศาสตร์โดยใช้เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยสูงมาตรวจสอบได้  โดยจุดชี้ขาดของคดี อยู่ที่ “บัตรเลือกตั้ง”  “ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง” และ “บัญชีรายชื่อของประชาชนผู้ใช้สิทธิ” ประกอบกันเท่านั้น โดยระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง ข้อ 132 ให้อำนาจ กกต.ในการจัดพิมพ์โดยใช้รหัสพิเศษโดยกำหนดให้มี เล่มที่… เลขที่.. ลำดับที่…ด้านบนของต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และมีที่ลงลายมือชื่อของ กปน.  หากตรวจสอบเฉพาะบัตรเลือกตั้ง ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งขณะหย่อนบัตร ยืนยันว่า ไม่อาจตรวจสอบได้ว่า เลือกพรรคการเมืองใด หรือผู้สมัครรายใด ถือเป็นความลับ ไม่ชัดรัฐธรรมนูญมาตรา 83 วรรคสอง ประกอบมาตรา 85 วรรคหนึ่ง

ส่วนประเด็นที่ตรวจสอบวันเลือกตั้งซ่อมแห่งหนึ่ง โดยกลุ่มบุคคล ใช้วิธีบันทึกภาพวีดีโอของประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้ง ทุกคนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นการละเมิดสิทธิตามกฎหมาย PDPA โดยเทคนิคที่ใช้ ให้คนแรก จำรหัส 3 ตัวท้าย และถ่ายซูม

รหัสบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เป็นวิธีที่ผิดกฎหมาย ซึ่งทราบว่า กกต.ได้มอบให้ฝ่ายกฎหมาย กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินีคดีอาญากับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.กับพวก ในหลายข้อหา

ทั้งวิธีแก้เกม โดย การจัดจำลองการเลือกตั้ง ของนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร กมธ.พัฒนาการเมือง วุฒิสภา โดยมีนายสมชัย  ศรีสุทธิยากร เป็นวิทยากร หากเป็นเชิงวิชาการ สามารถทำได้ หากนำมาหักล้างว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ไม่มีกฎหมายรองรับ และพยานหลักฐานที่จัดจำลองขึ้น ไม่สามารถนำมาเป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้  เป็นเพียงสภาโจ๊ก ตลก บริโภค เป็นเพียง “ละครลิง”ฉากหนึ่ง เท่านั้น ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ

ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.กับพวก ถูก อธิบดีกรมการปกครอง มอบอำนาจให้ฝ่ายกฎหมายไปกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาและ พรบ.คอมพิวเตอร์ ในปมปั่นกระแสรายชื่อหลุดในตลาดมืดนั้น ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า การปล่อยกระแสว่ารายชื่อประชาชน หลุดถึง 52 ล้านราย ในตลาดมืด เพื่อให้เป็นประเด็นชี้นำการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ แต่เมื่อปั่นกระแสและกรมการปกครองตรวจสอบแล้วว่า เป็นข้อมูลเท็จ นายสมชัยฯกับพวก ต้องรับผิดชอบในผลกรรม เพราะทำตนเอง ไม่มีใครไปกลั่นแกล้ง นายสมชัยฯ จะปั่นจักรยานไปเลี้ยงหลานหรือจะปั่นไปเที่ยวพักผ่อนที่ไหน ก็ไม่มีใครว่า แต่อย่าหาทำอีก ทำให้ตนเองเดือดร้อนเพราะถูกดำเนินคดีอาญา ทั้งยังให้พี่น้องประชาชนตื่นตระหนกตกใจและสับสนอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากเจาะลึกความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเลือกตั้ง พบว่า ดร.ณัฐวุมิ วงศ์เนียม สำเร็จการศึกษาในระดับเนติบัณฑิตไทย (นบท.) สมัยที่ 57 สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา โดยพบว่า สำเร็จปริญญาเอกหลายสาขา โดยพบฐานข้อมูลดุษฎีนิพนธ์ด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ เชิงประจักษ์ ดังนี้

ปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาการเมือง คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เขียนวิจัยดุษฎีนิพนธ์เรื่อง “บทบาทคณะกรรมการการเลือกตั้งในการสร้างความเป็นธรรมต่อกระบวนการเลือกตั้งในประเทศไทย” (2556)  โดยมี ศ.ดร.ชัยอนันท์ สมุทวาณิช,รศ.ดร.ชัยชนะ อิงควัต และ รศ.ดร.สุรพล ราชภัณฑารักษ์ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก/ร่วม โดยมี ศ.พิเศษ นรนิติ เศรฐบุตร ประธานกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ ศ.ดร.สมบูรณ์ สุขสำราญ เป็นกรรมการ

ปริญญาเอกทางด้านกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนวิจัยดุษฎีนิพนธ์เรื่อง “บทบาทคณะกรรมการการเลือกตั้งในการอำนวยความยุติธรรมกระบวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” (2564)  โดยมี ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต , ศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก/ร่วม โดยมี ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธานกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ ศ.ณรงค์ ใจหาญ และ ดร.เชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ(ขณะนั้น) เป็นกรรมการ

ปริญญาเอกรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตสาขารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย เขียนวิจัยดุษฎีนิพนธ์เรื่อง “การพัฒนาการตรวจสอบพยานหลักฐานการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามหลักอริยสัจ 4 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง”(2566) โดยมี รศ.ดร.ธัชชนันท์ อิศรเดช ,ผศ.ดร.เกษฎา ผาทอง อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก/ร่วม โดยมี ศ.ดร.พระมหาบุญเลิศ อินทปัญโญ (ขณะนั้น) ประธานกรรมการสอบดุษฎีนิพนธ์ รศ.ดร.สุกิจ ชัยมุกสิก ผศ.ดร.สมภพ  ระงับทุกข์ เป็นกรรมการ เหล่านี้เป็นต้น

ทั้งพบข้อมูลระหว่างศึกษาปริญญาเอกด้านกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาดูงานพื้นที่จริงและเก็บตัวอย่างงานวิจัย รวมถึงได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายเลือกตั้งในต่างประเทศ ภาคพื้นยุโรป อาทิ อังกฤษ สกอตแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เบลเยี่ยม และเยอรมัน เป็นต้น  

ด้านวิชาการ เป็น อาจารย์พิเศษ บรรยายพิเศษด้านกฎหมายมหาชนและรัฐศาสตร์การเมืองการปกครอง โดยเฉพาะวิชากฎหมายมหาชนระดับสูง อาทิ รัฐธรรมนูญ ปกครอง พรรคการเมือง และกฎหมายเลือกตั้ง เป็นต้น รวมถึงภาควิชารัฐศาสตร์สาขาการเมืองการปกครอง ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอก สถาบันของรัฐและเอกชน นับตั้งแต่ปี 2545 เป็นต้นมา อย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ส่วนในหลักสูตรนักบริหารระดับสูง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาวิจัยส่วนบุคคล หลักสูตรพัฒนาการเลือกตั้งระดับสูง(พตส.) นับตั้งแต่รุ่น 5 ถึงรุ่น 9 รวมถึงหลักสูตรของสถานันอื่นด้วย

ด้านภาคปฏิบัติ เป็นมือกฎหมายระดับพญาครุฑ ที่มีประสบการณ์สูงในชั้นศาลทำหน้าที่ทั้งว่าต่างและแก้ต่างในคดีสำคัญระดับประเทศจำนวนมาก อย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยพบว่า มีประสบการณ์ทำงานมานาน ไม่น้อยกว่า 30 ปี  รวมถึงผ่านประสบการณ์เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้ระดับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการหลายกระทรวง ทั้งยังเคยทำหน้าที่กลั่นกรองคดีเลือกตั้ง เป็นคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดฯ ชุดที่ 12  ระหว่าง 2562-2564 ของ กกต.อีกด้วย

#รัฐธรรมนูญ #กฎหมายมหาชน #คดีรัฐธรรมนูญ #คดีเลือกตั้ง สส.69  #พยานคนกลาง #พยานสั่งการ  #พยานผู้เชี่ยวชาญในคดีเลือกตั้ง #พยานฝ่าย กกต. #ผู้ตรวจการแผ่นดิน #กกต. #ศาลรัฐธรรมนูญ #ดร.ณัฎฐ์ #ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม #ชนินทร์ น้อยเล็ก #แสวงบุญมี #สมชัย ศรีสุทธิยากร

ศุภมาส ลาออกสส.ปาร์ตี้ลิสต์ เปิดทาง พงศกร อรรณนพพร ขึ้นมาเป็นแทน

ศุภมาส ลาออกสส.ปาร์ตี้ลิสต์ เปิดทาง พงศกร อรรณนพพร ขึ้นมาเป็นแทน

ศุภมาส ลาออกสส.ปาร์ตี้ลิสต์ เปิดทาง พงศกร อรรณนพพร ขึ้นมาเป็นแทน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.25 น.

“ศุภมาส” แจ้งลาออกสส.บัญชีรายชื่อ ต่อประธานสภาฯแล้ว “พงศกร อรรณนพพร” เลื่อนขึ้นแทน

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร (ผ่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร) เพื่อขอลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน2569 เป็นต้นไป

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยมี นายพงศกร อรรณนพพร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับ 23 เลื่อนขึ้นมาทำหน้าที่แทน

เปิดโฉม พิบูลย์ รัชกิจประการ น้องชายพิพัฒน์ ขยับเป็น สส.แทนวราวุธ

เปิดโฉม พิบูลย์ รัชกิจประการ น้องชายพิพัฒน์ ขยับเป็น สส.แทนวราวุธ

เปิดโฉม พิบูลย์ รัชกิจประการ น้องชายพิพัฒน์ ขยับเป็น สส.แทนวราวุธ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.13 น.

16 เมษายน 2569 หลัง นายวราวุธ ศิลปอาชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลำดับที่ 3 ลาออกจากตำแหน่ง สส.เพื่อไปทำหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างเต็มที่ ในส่วนของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง สส.แทน ได้แก่ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 22

สำหรับนายพิบูลย์ เป็นน้องชาย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม และเป็นบิดาของ นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ สส.สตูล เขต1 พรรคภูมิใจไทย

ทั้งนี้ การเป็น สส.ของนายพิบูลย์ ครั้งนี้ ถือเป็นสมัยที่ 3 โดยหลังจากขยับจากการเมืองท้องถิ่น นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองสตูล มาลงสมัคร สส. นายพิบูลย์ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สตูล มาแล้ว 2 ครั้ง คือ ปี 2562 และปี 2566 ก่อนที่จะลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อในครั้งนี้ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : วราวุธ ยื่นไขก๊อกปาร์ตี้ลิสต์ เลื่อน พิบูลย์ รัชกิจประการ เป็นแทน)

วราวุธ ยื่นไขก๊อกปาร์ตี้ลิสต์ เลื่อน พิบูลย์ รัชกิจประการ เป็นแทน

วราวุธ ยื่นไขก๊อกปาร์ตี้ลิสต์ เลื่อน พิบูลย์ รัชกิจประการ เป็นแทน

วราวุธ ยื่นไขก๊อกปาร์ตี้ลิสต์ เลื่อน พิบูลย์ รัชกิจประการ เป็นแทน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.50 น.

16 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (16 เม.ย.) ตนได้ยื่นลาออกจากการเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เนื่องจากดูจากสถานการณ์รัฐบาล เมื่อรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วเสร็จครบถ้วนกระบวนความ รวมถึงจะได้ทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้อย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายวราวุธ ลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ ทำให้ต้องมีการเลื่อนผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในลำดับที่ 22 เข้ามาเป็น สส.แทน คือ นายพิบูลย์ รัชกิจประการ น้องชายของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงยังเป็นบิดาของ นายพีรพัฒน์ รัชกิจประการ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย

ผบ.ทร.ลั่น!ปิดก็คือปิด ย้ำคำ นายกฯ ไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาเด็ดขาด

ผบ.ทร.ลั่น!ปิดก็คือปิด ย้ำคำ นายกฯ ไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาเด็ดขาด

ผบ.ทร.ลั่น!ปิดก็คือปิด ย้ำคำ นายกฯ ไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาเด็ดขาด

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.10 น.

“ผบ.ทร.”ย้ำคำ”นายกฯ” ไม่เปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาเด็ดขาด ลั่น!ปิดก็คือปิด ไม่มีเปิดเฉพาะกิจ และจะไม่ยอมโอนอ่อนผ่อนตามต่อฝ่ายตรงข้าม

16 เมษายน 2569 พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีออกมายืนยันว่า จะไม่มีการเปิดด่าน หลังมีกระแสข่าวที่ สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ส่งคนสนิทมาเจรจาฝ่ายไทย เพื่อขอเปิดด่านที่ จ.ตราด ว่า กองทัพเรือยึดมั่นตามนโยบายของรัฐบาลอย่างชัดเจน ซึ่งจะไม่เปิดด่านเด็ดขาด โดยได้ปฏิบัติการตามที่รัฐบาลได้สั่งการมา ซึ่งตนได้สั่งการเด็ดขาด เพราะว่า เราไม่เคย และจะไม่ยอมที่จะโอนอ่อนผ่อนตามต่อฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่าจะมีผลประโยชน์อะไร จะไม่ยอมให้เกิดการเหตุการณ์แบบนั้นกับกองทัพเรือเด็ดขาด

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า มีการพยายามขอเจรจา และมีการรายงานผู้บังคับบัญชาแล้วนั้น ผบ.ทร.กล่าวว่า น่าจะเป็นกระแสข่าว แต่ยืนยันว่า ตนเองไม่เคยได้รับรายงานเรื่องนี้มาก่อน เมื่อถามย้ำว่า รวมไปถึงการไม่เปิดด่านเฉพาะกิจด้วยใช่หรือไม่ ผบ.ทร.ย้ำว่า “เราปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลชัดเจน ปิดก็คือปิด”

รัชดา โต้ อภิสิทธิ์ ยันรัฐบาลเร่งแก้เงินเฟ้อ แจง ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์เชื่อมโยงงาน

รัชดา โต้ อภิสิทธิ์ ยันรัฐบาลเร่งแก้เงินเฟ้อ แจง ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์เชื่อมโยงงาน

รัชดา โต้ อภิสิทธิ์ ยันรัฐบาลเร่งแก้เงินเฟ้อ แจง ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์เชื่อมโยงงาน

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.37 น.

รัชดา ตอบ อภิสิทธิ์ หลังวิจารณ์ รบ. บอกมีหลายงานต่อคิวเข้าครม. ซัดไม่รู้ลึกนโยบาย รัฐ แจง.ศุภจี ไม่คุม ก.เกษตร เป็นเรื่องคลัสเตอร์ เชื่อมโยงงาน 

เมื่อวันที่ 16 เมาายน 2569 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ว่า เข้าใจในความปราถนาดี แต่เชื่อว่า มีหลายเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ยังไม่ทราบว่ารัฐบาลกำลังทำอยู่ หรือได้ทำไปแล้ว และอีกมากที่กำลังต่อคิวเข้าครม.พิจารณา

ยกตัวอย่าง เช่น ที่นายอภิสิทธิ์บอกว่ารัฐบาลควรเร่งผลักดัน พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย เพื่อดึงงบจากโครงการที่มีความจำเป็นน้อยมาจัดระบบช่วยเหลือประชาชน นางสาวรัชดาอธิบายว่า ฟังผิวเผินอาจเหมือนทำได้ทันที แต่ในทางกระบวนการงบประมาณ มีความจำเป็นที่จะต้องให้ครม.พิจารณางบประมาณแผ่นดินประจำปี 2570 เสียก่อน จึงจะนำเรื่องการโอนงบประมาณเข้าสู่การพิจารณาของครม.ได้ รัฐบาลได้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ อีกทั้งยังตั้งเป้าให้สามารถใช้งบประมาณใหม่ได้ทัน 1 ต.ค. 

เรื่องแก้ปัญหาเงินเฟ้อจากต้นทุน จากนี้รัฐบาลจะทยอยออกมาตรการออกมา ขอให้ติดตาม อย่างวันนี้ ก็เริ่มแล้วผลจากการประชุม ครม.ครั้งที่1 ในเรื่องของการเข้าพยุงภาคการขนส่งสาธารณะและรถบันทุกขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน ในเบื้องต้นใช้งบกลาง สองพันกว่าล้านบาท ให้ผู้ประกอบการลงทะเบียนวันนี้วันแรก ดูแลทั้งรถมินิบัส แท๊กซี่ ไรเดอร์ รถบรรทุก เป็นต้น

ในภาพรวม เรามีมาตรการเฉพาะหน้า เฉพาะกลุ่ม และระยะยาว แต่หากนายอภิสิทธิ์จะไม่ชอบ โครงการคนละครึ่ง ก็จะถือว่าเป็นอีกหนึ่งความเห็น

ต่อประเด็นการแบ่งงานแก่รองนายกรัฐมนตรีศุภจี ที่ไม่ได้คุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามที่นายกฯอนุทินพูดไว้ตอนหาเสียง นางสาวรัชดา กล่าวว่า นายกฯได้มอบหมายให้นางศุภจีรับผิดชอบกลุ่มภารกิจส่งเสริมการค้า พาณิชยกรรม สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยกลุ่มภารกิจนี้รับผิดชอบการสร้างเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านการค้าและพาณิชยกรรม ส่งเสริมSME พัฒนาคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ก็เป็นไปตามที่เคยพูดไว้ทุกอย่าง และมีนัยมากกว่าการคุมงานหนึ่งกระทรวงแต่เป็นเรื่องของคลัสเตอร์ที่งานกระทรวงเชื่อมโยงกัน ตนจึงขอแจ้งมติครม. ให้ทราบ ณ ตรงนี้ และคิดว่าเรื่องนี้ควรจบได้แล้ว มาโฟกัสที่การทำงานดีกว่า

“อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่เห็นพ้อง และขอขอบคุณในความหวังดีของทุกฝ่าย รัฐบาลจะเดินหน้าพิจารณามาตรการต่างๆให้ตรงกลุ่มเป้าหมายและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงประชาชนอย่างเต็มที่” โฆษกรัฐบาลกล่าว

สีหศักดิ์ เยือนโอมาน รุกดีลพลังงาน ย้ำเสรีภาพการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

สีหศักดิ์ เยือนโอมาน รุกดีลพลังงาน ย้ำเสรีภาพการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

สีหศักดิ์ เยือนโอมาน รุกดีลพลังงาน ย้ำเสรีภาพการเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.39 น.

“สีหศักดิ์ รองนย. และ รมว.กต.” พบหารือ รมต.กระทรวงพลังงานและแร่ธาตุโอมาน 

16 เมษายน 2569 เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับนาย ซาลิม บิน นัสเซอร์ บิน ซะอีด อัล อูฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและแร่ธาตุแห่งรัฐสุลต่านโอมาน ณ กรุงมัสกัต ในโอกาสการเยือนโอมานอย่างเป็นทางการ

ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์พลังงานในภูมิภาค รวมถึงความปลอดภัยและเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของห่วงโซ่อุปทานพลังงานของโลก โดยฝ่ายไทยชื่นชมบทบาทของโอมานในการดำเนินนโยบายที่เป็นกลางและสร้างสรรค์เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค

ในโอกาสนี้ ไทยได้เน้นย้ำความสนใจในการจัดหาพลังงานเพิ่มเติมจากโอมาน โดยไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากโอมานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2541 ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ภายใต้แผน Oman Vision 2040

ลุ้นระทึก! 24 เม.ย. ศาลฎีกานัดประชุมพิจารณารับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล

ลุ้นระทึก! 24 เม.ย. ศาลฎีกานัดประชุมพิจารณารับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล

ลุ้นระทึก! 24 เม.ย. ศาลฎีกานัดประชุมพิจารณารับคำร้องคดี 44 สส.ก้าวไกล

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.11 น.

16 เมษายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าหลัง ป.ป.ช.ยื่นสำนวนคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล เสนอชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ไปให้ศาลฎีกา เมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่าน ว่า “เบื้องต้นได้รับการประสานจากศาลฎีกานัดประชุมพิจารณารับคำร้องคดี ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ เดี๋ยวศาลท่านจะสั่งเอง”

ศุภจี สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลั่นทำงานให้ดีที่สุดเพื่อประเทศ-แจงปมตั้งทีมที่ปรึกษาฯ

ศุภจี สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลั่นทำงานให้ดีที่สุดเพื่อประเทศ-แจงปมตั้งทีมที่ปรึกษาฯ

ศุภจี สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลั่นทำงานให้ดีที่สุดเพื่อประเทศ-แจงปมตั้งทีมที่ปรึกษาฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.00 น.

“ศุภจี”สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ หลังรับตำแหน่งรองนายกฯ ตั้งสัจจะอธิษฐานทำงานให้ดีที่สุดเพื่อประเทศ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์อำนวยพร รับปรับรูปแบบทำงานใหม่ช่วงวิกฤตซ้อนวิกฤต เดินหน้าอุ้มสินค้าอุปโภค-บริโภค แจงตั้งทีมที่ปรึกษาฯ ทำงานหลากหลายมิติ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญทุกด้าน

16 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ และศาลตายายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้น นางศุภจี ให้สัมภาษณ์ภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่า ไม่ได้ขอพร แต่ตั้งสัจจะอธิษฐานว่าจะปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุดให้กับประเทศชาติและประชาชน เมื่อทำเต็มที่อย่างนั้นแล้ว ก็ขอให้ช่วยอํานวยพรให้ทำได้ตามที่ตั้งจิตอธิษฐานไว้

เมื่อถามว่า ทำงานรอบนี้จะมีความกดดันมากกว่าการทำงานรอบแรกหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ก็เป็นธรรมดา เพราะช่วงนี้กำลังเผชิญหลายวิกฤตสอนวิกฤต ก็คงจะต้องตั้งใจทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยจะมีการปรับรูปแบบการทำงาน ซึ่งได้ทราบกันแล้วตอนที่แถลงนโยบายรัฐบาล ว่าจะมีการทำงานเป็นคลัสเตอร์บูรณาการร่วมกันกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดการปัญหาแต่ละเรื่องให้มีประสิทธิภาพ ทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ไปพร้อมกันให้ได้

เมื่อถามว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 เม.ย.นี้ จะมีมาตรการเด่นอะไรจากกระทรวงพาณิชย์ ออกมาหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า มาตรการของกระทรวงพาณิชย์ เรื่องแรกคือ การดูแลค่าครองชีพประชาชน ซึ่งสิ่งที่เราพยายามอยู่คือเรื่องของสินค้าควบคุม สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ถ้ามีการขยับตัวของราคาก็ต้องเข้าไปควบคุมดูแล ให้เป็นไปตามกลไกที่เป็น กับประชาชนและผู้ประกอบการ รวมถึงโครงการไทยช่วยไทยที่นำสินค้าราคาประหยัดมาขายให้กับประชาชน ขณะเดียวกันได้มีการขยับนำเอสเอ็มอีเข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเป็นการส่งเสริมศักยภาพ ขนาดที่เรื่องการส่งออกไปยังตะวันออกกลางเรามีการส่งออกไป 20 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้มีการชะงัก เพราะเราส่งไปยากในบางพื้นที่ก็ต้องหาตลาดเพิ่มเติม แต่ยังคงพยายามอย่างยิ่ง เพื่อยังคงรายได้ของประเทศในช่วงวิกฤตแบบนี้

นางศุภจี กล่าวต่อว่า ในช่วงเวลา 13.00 น.วันเดียวกันนี้ ตนมีการประชุม 1 วง ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยวงประชุมแรกเชิญกระทรวงอุตสาหกรรม พูดคุยต่อเนื่องในเรื่องสถานการณ์เม็ดพลาสติก โดยจะเชิญผู้ประกอบการที่มีความรู้เรื่องการทำรีไซเคิลมาพูดคุยด้วย เพราะเราไม่ใช่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่จะมาทำโครงสร้างไว้สำหรับสถานการณ์ระยะยาว จากนั้นวงประชุมที่ 2 จะเชิญ นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.มหาดไทย มาประชุมหารือ ในเรื่องของการดูแลสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะสิ่งสำคัญต้องกระจายสินค้าให้ทั่วถึง จึงต้องอาศัยในเรื่องของท้องถิ่นทั้งอำเภอและตำบลในการช่วยผลักดันเอสเอ็มอี

เมื่อถามถึงการตั้งทีมที่ปรึกษาฯ จะสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไรบ้าง นางศุภจี กล่าวว่า ในมุมของมิติการทำงาน มันมีหลากหลายมิติ ในเรื่องของการส่งออกต้องเน้นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเราได้มีการทำงานร่วมกันกับกระทรวงการต่างประเทศ เพราะภูมิรัฐศาสตร์กับภูมิเศรษฐศาสตร์ ต้องประสานกันไป เราต้องเข้าใจว่าตลาดไหนมีโอกาส ตลาดไหนควรระวังและ ต้องปรับตัวอย่างไร ฉะนั้นการที่เรามีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญเฉพาะตรงนี้ ทั้งสหรัฐอเมริกาจีน ยุโรปและอินเดีย เราต้องมีที่ปรึกษาที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหลากหลายเพื่อดูแลตรงนั้น ขณะที่อีกส่วนคือที่ปรึกษาของรองนายกฯ จะดูแลเรื่องสินค้าเกษตรภายในประเทศเพื่อมาช่วยเติมนโยบาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นางศุภจี ได้เดินมาเยี่ยมห้องทำงานสื่อมวลชน (รังนกกระจอก 2 และ 3) โดยพูดคุยถึงการทำงานของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล พร้อมทั้งระบุว่า “ตนยินดีรับฟังคำชี้แนะ และสื่อมวลชนสามารถเสนอคำแนะนำมาได้ หรือว่าถ้าอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานก็สามารถส่งข้อความไปได้”

ทำงานตรงไปตรงมา! ทีมโฆษกรัฐบาล นำพวงมาลัยขอโอวาทนายกฯ ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่

ทำงานตรงไปตรงมา! ทีมโฆษกรัฐบาล นำพวงมาลัยขอโอวาทนายกฯ ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่

ทำงานตรงไปตรงมา! ทีมโฆษกรัฐบาล นำพวงมาลัยขอโอวาทนายกฯ ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่

วันพฤหัสบดี ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.49 น.

ทีมโฆษกรัฐบาล นำพวงมาลัยขอโอวาทนายกฯ ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ ยึดหลักทำงานตรงไปตรงมา ครบถ้วน สร้างความเข้าใจประชาชน ไม่หวั่นเฟคนิวส์-IO บอกไม่หวังดอกไม้-ยอดไลค์ แต่ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

16 เมษายน 2569 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล ทีมโฆษกรัฐบาล นำโดย น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และ น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ว่าที่รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นำพวงมาลัยเข้ารับพรจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อปฏิบัติงานในฐานะทีมโฆษกรัฐบาล

น.ส.รัชดา ได้พา น.ส.ลลิดา และ น.ส.พลอยทะเล นำพวงมาลัยมากราบขอพรนายกฯ เนื่องในเทศกาลปีใหม่ไทย วันสงกรานต์ โดยนายกฯ อวยพร แลมอบโอวาท รวมถึงแนวทางการทำงานให้กับทั้งสามคน

จากนั้น ทีมโฆษกรัฐบาล นำโดย น.ส.รัชดา เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้โอวาทว่าให้เต็มที่กับการทำงาน โดยการทำงานในเรื่องหลักคือการสื่อสารข้อมูลให้ครบถ้วน และรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน เพื่อที่จะได้ชี้แจง สื่อสาร และทำความเข้าใจให้ครบถ้วน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าให้เอาความรู้สึก และความคาดหวังของประชาชนเป็นที่ตั้ง รวมถึงพูดในสิ่งที่เป็นความจริง เพื่อที่จะเป็นการสื่อสารระหว่างรัฐบาลถึงประชาชน

ส่วนในประเด็นการเมืองก็จะต้องดูทุกอย่าง แต่ในประเด็นการเมืองเราจะไม่ได้ทำในมิติตอบโต้แบบสวนไปสวนมา และอยากให้ทุกคนเข้าใจว่ายุคโซเชียลมีเดีย มีข้อมูลหลายมิติ ซึ่งทีมโฆษกรัฐบาลจะออกมาชี้แจงให้เกิดความชัดเจน จึงขออย่ามองว่าพวกเราออกมาสวน แต่เราต้องอยู่บนโลกแห่งความจริง คือ ความถูกต้อง เราถึงจะอยู่แบบเข้าใจซึ่งกันและกัน

น.ส.รัชดา ยืนยันว่าว่า จะใช้ทุกช่องทางของแพลตฟอร์มไทยคู่ฟ้าในการสื่อสารกับประชาชน และนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงการใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่ใช่ใช้รูปแบบทางการเพียงอย่างเดียว รวมถึงต้องโพสต์รวดเร็วให้ทันต่อสถานการณ์ และมีกราฟฟิคเพื่อสร้างความเข้าใจให้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะต้องทลายความเป็นทางการที่เรายึดถือมาหลายสิบปี โดยวันนี้การทำงานของสำนักโฆษกต้องเปลี่ยนไปแล้ว และทำให้เพจไทยคู่ฟ้าเป็นที่รู้จัก เป็นแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะวันนี้มีข่าวลือต่างๆ มากมาย

สำหรับธีม และหลักการทำงานในขณะนี้ เราจะต้องทำงานแบบตรงไปตรงมา ครบถ้วน เพื่อความเข้าใจของพี่น้องประชาชน ซึ่งเราก็ไม่กลัวการใช้ IO เข้ามาโจมตี เพราะเรามาอยู่จุดนี้ “ไม่ได้คาดหวังดอกไม้หรือยอดไลค์ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แต่เราขอทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด”

อย่างไรก็ตาม น.ส.ลลิดา ก็จะมาดูแลในเรื่องทั่วไปตามภารกิจสำนักโฆษกรัฐบาล และยังช่วยสื่อสารภาษาจีน เช่นเดียวกับ น.ส.พลอยทะเล ที่จะมาช่วยสื่อสารในเรื่องภาษาอังกฤษอีกด้วย

ด้าน น.ส.ลลิดา ระบุว่า การทำงารในรอบที่ 2 ในฐานะรองโฆษกนั้น การทำงานจะเข้มข้นขึ้น และเอาประสบการณ์จากการเป็นรองโฆษกในครั้งที่แล้ว มาทำงานในครั้งนี้ให้ดียิ่งขึ้น

ขณะที่ น.ส.พลอยทะเล ว่าที่รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ในฐานะคนรุ่นใหม่ต้องการสื่อสารงานของราชการ และงานของรัฐบาลให้เข้าถึงประชาชนได้ง่าย รวมถึงการแก้ไขปัญหาข่าวปลอม โดยมีเป้าหมายคือการให้คนรุ่นใหม่เข้าใจการทำงานของรัฐบาลแม่นยำ ที่ถูกต้อง เข้าใจได้ง่าย

– 006