Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

นิมนต์ไปสึก! หลวงพี่บวชมา 3 พรรษาขับเก๋งมาหามารดาที่สัตหีบแอบซดเหล้าขาวจนเมา

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662057

นิมนต์ไปสึก! หลวงพี่บวชมา 3 พรรษาขับเก๋งมาหามารดาที่สัตหีบแอบซดเหล้าขาวจนเมา

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.45 น.

เมื่อเวลา 12.00 น.วันนี้ (22 มิ.ย.65) ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า มีประชาชนร้องเรียนไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรีว่า มีพระภิกษุสงฆ์มีอาการมึนเมาเสียกิริยาภายใน เพิงพักไม่มีเลขที่ ม.8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบพระอารักษ์ อายุ 44 ปี พระลูกวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว หลังได้ดื่มสุราจนมีอาการมึนเมาเสียกิริยา พร้อมของกลางขวดเหล้าขาว จึงได้นิมนต์พระอารักษ์ ส่งมอบให้กับพระครูปิยะกิจวิบูล หรืออาจารย์แก้ว เจ้าคณะตำบลนาจอมเทียนและเจ้าอาวาสวัดอัมพารามทำการสึกพ้นจากความเป็นสงฆ์ เนื่องจากประพฤติตนผิดศีลข้อห้ามและไม่เหมาะสมกับสมณะสร้างความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนาและไม่เป็นที่ยอมรับแก่คนทั่วไป

พระอารักษ์ กล่าวว่า ตนพึงบวชได้ 3 พรรษาที่จังหวัดสระแก้วก่อนจะขับรถเก๋งมาหามารดาและญาติๆ ที่ อ.สัตหีบ ก่อนจะแอบไปซื้อสุราเหล้าขาว มาดื่มจนมีอาการมึนเมาเสียกิริยา จนมีประชาชนมาพบเห็นก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและจับสึกดังกล่าว 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทึ่ง! หมู่บ้านสุดแปลกหา ‘ปลิงควาย’ ส่งขายจีน เชื่อเป็นยาชูกำลังปึ๋งปั๋ง

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662049

ทึ่ง! หมู่บ้านสุดแปลกหา 'ปลิงควาย' ส่งขายจีน เชื่อเป็นยาชูกำลังปึ๋งปั๋ง

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.24 น.

ทึ่ง! หมู่บ้านสุดแปลกหา ‘ปลิงควาย’ ส่งขายจีน เชื่อเป็นยาชูกำลังปึ๋งปั๋ง เงินหมุนเวียนปีละหลายล้านบาท

22 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังฝนตกชุกต่อเนื่องในพื้นที่ จ.นครพนม กลายเป็นฤดูกาลสำคัญของชาวบ้านดอนแดง หมู่ 5 ต.บ้านเสียว อ.นาหว้า จ.นครพนม จำนวนกว่า 200 ครัวเรือน ที่ยึดอาชีพสร้างรายได้จากการล่าปลิงควายมาแปรรูปส่งนายทุน และส่งออกไปยังประเทศจีน โดยทำกันมานานกว่า 20 ปี ถือเป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพแปลกอีกแห่ง นอกเหนือจากแปรรูปตุ๊กแกอบแห้งและไส้เดือนตากแห้งบ้านตาล ต.นาหว้า โดยทั้งสองหมู่บ้านนี้มีพื้นที่ติดกัน

โดยในช่วงฤดูฝนถือเป็นโอกาสทอง กลุ่มชาวบ้านจะออกไปล่าปลิงควายตามแหล่งน้ำ อาทิ ห้วย หนอง คลองบึง ที่เป็นน้ำนิ่งถึงจะมีปลิงชุกชุม นำมาแปรรูปปลิงตากแห้งส่งขาย ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนจะผันตัวเป็นพ่อค้าคนกลางรับซื้อส่งขายให้นายทุน มีทั้งปลิงสดและปลิงแปรรูป จึงนักล่าปลิงจากหมู่บ้านดอนแดง ออกไปล่าปลิงทั่วภาคอีสานมาส่งขายสร้างรายได้สู้ภัยโควิด ส่วนราคาปลิงสดจะรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 500-600 บาท แต่ปลิงแปรรูปตากแห้ง จะส่งขายในราคา ประมาณกิโลกรัมละ 1,000-1,200 บาท โดยจะมีนายทุนพ่อค้าชาวจีนรับซื้อไม่อั้น สร้างรายได้หมุนเวียนทั้งหมู่บ้าน ช่วงนี้เงินสะพัดวันละนับแสนบาท และมีเงินหมุนเวียนปีละหลาย 10 ล้านบาท

นายไพฑูรย์ ท้าวนาง อายุ 45 ปี นักล่าปลิงตัวยงรวมถึงพ่อค้ารับซื้อปลิงควายบ้านดอนแดง ต.บ้านเสียว เปิดเผยว่าอาชีพล่าปลิงควายเป็นอาชีพที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษในหมู่บ้านมานานกว่า 20 ปี เนื่องจากมีชาวบ้านไปรู้จักกับนายทุนรับซื้อปลิงส่งออกไปขายประเทศจีน จึงมาแนะนำชาวบ้านให้ทดลองทำดู ด้วยการออกไปล่าปลิงตามแหล่งน้ำมาขาย ทั้งตัวสดและแปรรูปปลิงตากแห้งแล้วแต่ความถนัด จนสามารถสร้างรายได้จริง จึงสืบทอดเป็นอาชีพมาถึงปัจจุบัน โดยมีการรับซื้อตลอดปี แต่ฤดูกาลที่มีปลิงมากที่สุดคือช่วงหน้าฝน เป็นโอกาสทองออกล่าปลิง สำหรับหนองน้ำที่มีปลิงชุม จะเป็นหนองน้ำนิ่ง เช่น หนองหาร หนองบึง ที่มีผักตบหรือมีควายลงไปเล่นน้ำเพราะปลิงจะหาเกาะดูดเลือดควายเป็นหลัก

ส่วนการหาจะใช้วิธีการนำสวิงลงไปควานหาตักตามหนองน้ำที่คาดว่ามีปลิงชุกชุม ทุกวันนี้ไม่ได้รับซื้อเฉพาะในพื้นที่ จ.นครพนม แต่รับซื้อทั่วอีสาน มีลูกค้านำมาส่งขาย โดยจะแยกการขายออกเป็นสองแบบ คือ ขายตัวสด ห่อบรรจุกล่องโฟมส่งให้นายทุนทางขนส่งเอกชน ราคากิโลกรัมละประมาณ 500 -600 บาท หากแปรรูปตากแห้งจะขายได้ราคาแพงเท่าตัวประมาณกิโลกรัมละ 1,000–1,200 บาท แต่จะต้องเพิ่มขั้นตอนมากขึ้น คือต้องนำปลิงไปน็อกด้วยยาเส้น เพื่อให้ปลิงตาย ก่อนนำไปต้มน้ำร้อนพอประมาณ และนำไปตากแดดให้แห้งประมาณ 1 วัน หรือรมควันก่อนส่งขาย  ในช่วงนี้ฝนตกชุกถือว่ารายได้ดี ยิ่งปีนี้ถือว่าปริมาณปลิงมากกว่าปีที่ผ่านมา บางครอบครัวขยันสร้างรายได้ วันละไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท มีเงินหมุนเวียนสะพัดในหมู่บ้านวันละนับแสน ซึ่งในแต่ละปีอาชีพค้าปลิงมีเงินหมุนเวียนปีละหลายล้านบาท ยิ่งช่วงวิกฤตโควิดมีคนตกงานเยอะ จึงหันมาจับปลิงขายกัน ถือว่าสร้างรายได้ให้ดีพอสมควร โดยปลายทางส่งออกไปประเทศจีน ซึ่งผู้บริโภคเชื่อว่านำไปปรุงเป็นยาสมุนไพรชูกำลังปึ๋งปั๋งตลอดเวลา สำคัญมีออเดอร์รับไม่อั้น สำหรับครอบครัวตนจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 5,000-10,000 บาท.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ระทึก! พายุงวงช้างก่อตัวกลางทะเล ชาวประมงหลบเอาชีวิตรอด

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662044

ระทึก! พายุงวงช้างก่อตัวกลางทะเล ชาวประมงหลบเอาชีวิตรอด

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.16 น.

อะไรไม่เคยเห็นก็ได้เห็น!! ชาวประมงบันทึกนาที พายุงวงช้างกลางทะเล ขณะที่ตัวเองกำลังหลบพายุอยู่บนขนำ สักพักพายุเข้าใกล้ตัวจนเกิดนาทีระทึก คลิปนี้มีผู้เข้าชมกว่า 1.5 ล้านครั้ง

กลายเป็นคลิปสุดระทึก เมื่อผู้ใช้ติ๊กต๊อกชื่อ seksun111 เผยแพร่คลิปขณะที่ชาวประมงบันทึกภาพพายุงวงช้างกลางทะเลระหว่างที่เจ้าตัวหลบอยู่บนขนำ ท่ามกลางบรรยากาศลมพัดรุนแรง โดยชาวประมงรายนี้ ยังระบุแคปชั่นด้วยว่า ” ขอให้พ่อตาเกาะปราปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพี่น้องชาวเลชาวบ้านทุกคนอย่าให้มีอันตรายใดๆเลย ” โดยคลิปนี้มีผู้เข้าชมกว่า 1.5 ล้านครั้งและแสดงความเป็นห่วงชาวประมง จนล่าสุดเจ้าตัวเข้ามาอัพเดทว่าปลอดภัยดี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าอาวาสวัดดังในอ่างทองแจ้งกู้ภัยช่วยจับงูเหลือมยาว 4 เมตรเขมือบน้องแมวเกือบหมดวัด

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662026

เจ้าอาวาสวัดดังในอ่างทองแจ้งกู้ภัยช่วยจับงูเหลือมยาว 4 เมตรเขมือบน้องแมวเกือบหมดวัด

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.41 น.

วันที่ 22 มิ.ย.65 นางสาวรฐา ตะเพียนทอง ทีมอสรพิษวิทยา/กู้ภัยอ่างทอง ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือให้ไปช่วยจับงูเหลือมกินแมวอยู่ภายในวัดอ่างแก้ว ตำบลอ่างแก้ว อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง เมื่อเดินทางไปถึงพบพระอาจารย์สุชาติ เจ้าอาวาสวัดอ่างแก้ว เล่าให้ฟังว่าได้เดินมาพบงูเหลือมตัวใหญ่เข้ามากินแมววัดอยู่บริเวณโคนต้นเฟื่องฟ้า โดยพบงูกำลังกลืนแมวเข้าไปในท้องเหลือเพียงส่วนขาที่ยื่นออกมาจากปากงูเหลือม จึงโทรตามนายเล็ก สมาชิก อบต.อ่างทองให้มาช่วยแมวที่กำลังโดนงูเหลือมเขมือบเข้าท้อง สุดท้ายเจ้างูเหลือมยอมคายแมวออกมา พบว่าแมวตายแล้ว

ส่วนงูเหลือมได้เลื้อยหนีขึ้นต้นเฟื่องฟ้าไปแอบซุกตัวบนหลังคาที่เป็นโครงเหล็กและคลุมแสลม ทางนายเล็ก จึงโทรตามกู้ภัยและชาวบ้านเพื่อมาจับเจ้างูเหลือมออกไปจากวัด เนื่องจากพบว่างูเหลือมเข้ามากินแมวจนเกือบหมดทั้งวัดแล้วหนีรอดออกไปทุกที ครั้งนี้จึงได้ตามคนมาช่วยเพื่อจับงูเหลือมออกไปปล่อยนอกเพื่อที่เพื่อความปลอดภัยของแมวและสุนัขวัด

ขณะที่ชาวบ้านอาวุธครบมือพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มาช่วยกันจับงู โดยเจ้าอาวาสได้ใช้บันไดไม้ไผ่พาดที่บริเวณหลังคาโครงเหล็กแล้วปีนขึ้นหลังคาโครงเหล็กที่สูงประมาณ 4 เมตรเพื่อค้นหาเจ้างูเหลือมด้วยตนเอง พร้อมกับทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย ส่วนคนที่อยู่ด้านล่างได้ใช้มีดตัดผ้าแสลมออกแล้วดึงลงจากหลังคาโครงเหล็กเพื่อค้นหางูเหลือม ใช้เวลาค้นหาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงพบงูเหลือมเลื้อยลงจากหลังคามายังพื้นด้านล่าง

เจ้าอาวาสจึงรีบนำคลาดไปทำการกดหัวงูเหลือมไว้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รีบลงจากหลังคาเข้ามาจับงูเหลือมไว้ได้พบเป็นตัวใหญ่ยาวประมาณ 4 เมตรและที่บริเวณหางงูเหลือมมีบาดแผลจากการโดนมีดฟันได้รับบาดเจ็บ ทางนางสาวรฐา จึงได้นำงูใส่ถุงผ้าที่เตรียมมาและบอกกับทางเจ้าอาวาสว่าจะนำงูเหลือมได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในการค้นหามีบาดแผลโดนมีดที่บริเวณหางมีเลือดไหล โดยจะนำงูเหลือมไปทำการรักษาบาดแผลด้วยการทายาม่วงหากแผลหายดีก็จะนำงูเหลือมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บุกโรงงานผลิตเตาอั้งโล่ ออเดอร์รัวๆ ยันประหยัดพลังงานจริง

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662015

บุกโรงงานผลิตเตาอั้งโล่ ออเดอร์รัวๆ ยันประหยัดพลังงานจริง

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.12 น.

โรงงานผลิตเตาอั้งโล่ที่ราชบุรี เผย “เตามหาเศรษฐี หรือ เตาประหยัดพลังงาน” ยังเป็นที่นิยมของประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะตามชนบท เนื่องจากเป็นเตาที่ประหยัดถ่าน แถมขณะหุงต้มไม่มีควันและก๊าซพิษเกิดขึ้น และเป็นการประหยัดพลังงานในยุคน้ำมัน-ก๊าซแพง ซื้อครั้งเดียวใช้ได้ยาวนานกว่า 2 ปี

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหันมาใช้เตามหาเศรษฐี หรือ เตาซูเปอร์อั้งโล่ แทนเตาอั้งโล่ธรรมดา ด้วยคุณสมบัติที่ให้ความร้อนสูงกว่า ใช้ถ่านน้อยกว่าและมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่า ซึ่งจะทำให้ช่วยประหยัดพลังงานและเงินที่ใช้ซื้อถ่านหุงต้ม ซึ่งเริ่มมีราคาแพงขึ้นมาตามเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ อย่างน้ำมันและก๊าซหุงต้ม โดยโพสต์ดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์จำนวนมาก

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังโรงงานที่ผลิตเตาอั้งโล่รายใหญ่ในจังหวัดราชบุรี เป็นโรงงานที่ผลิตเตาถ่าน หรือ เตาอั้งโล่มายาวนานของเมืองราชบุรี ชื่อโรงงาน “เตาอั้งโล่ราชบุรี – ตั้งเตา” หรือ ที่รู้จักกัน “เจดีย์ทอง” ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี พบกับ น.ส.พิชญดา พุ่มเลิศ อายุ 30 ปี เจ้าของโรงงาน ซึ่งได้พาไปชมการผลิตเตาประหยัดพลังงาน หรือ เตามหาเศรษฐี ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างช้านานและได้ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ที่ปัจจุบันตนเองก็มาช่วยงานคุณพ่อ คุณแม่ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโรงงานและเป็นของขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งนอกจากโอ่งมังกรราชบุรี ยังมีเตาอั้งโล่ราชบุรี เนื่องจากที่จังหวัดราชบุรีมีดินเหนียวคุณภาพดีที่ใช้สำหรับใช้ปั้นโอ่งและปั้นเตาอั้งโล่ หรือ เตาถ่านที่ใช้กันมายาวนาน

คุณพิชญดา เจ้าของโรงงาน เล่าว่า ที่โรงงานมีการผลิตเตาถ่าน หลายประเภท อาทิ เตาประหยัดพลังงาน มีทั้ง ทรงแหลม และ ทรงตรง, เตาอั้งโล่ หรือ เตาดำ, เตาปิ้งย่าง, เตาหมูกระทะ, เตาขนมครก มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยเปิดจำหน่ายทั้งปลีก-ส่ง และ ยังส่งไปขายทั่วประเทศ ราคาจำหน่ายออกจากโรงงานจะเริ่มต้นที่ 80–270 บาท

สำหรับประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจจากโลกออนไลน์ ที่เพจเฟซบุ๊กของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหันมาใช้เตามหาเศรษฐีหรือเตาซูเปอร์อั้งโล่ แทนเตาอั้งโล่ธรรมดานั้น ตนมองว่า ปกติที่โรงงานจะผลิตเตาประหยัดพลังงานอยู่แล้ว มีทั้งรูปแบบ เตารูปทรงตัววี และ ทรงตั้งตรง ซึ่งจะมีความแตกต่างกันตรงที่การเก็บความร้อน ในขณะเผาไหม้ของถ่าน และ การรับน้ำหนักของหม้อต้ม

เตาประหยัดพลังงานเป็นภูมิปัญญาในอดีตของคนไทยมาประยุกต์สร้างเตาถ่านให้พลังงานสูงและใช้เชื้อเพลิงน้อย การปั้นรูปตรงของเตาและวัสดุที่นำมาปั้นเตาที่มีความทนทานและสามารถเก็บความร้อนได้ดี การปั้นจะเน้นปากของเตาที่จะค่อนข้างกว้าง และรังผึ้งจะหน้ากว่าเตาทั่วไป และรูระบายอากาศเป็นรูปกรวย ช่วยไม่ให้ถ่านชิ้นเล็กหลุดร่วงลงบนขี้เถ้าและช่วยเรื่องการดูดอากาศ ทำให้ทำความร้อนได้สูงกว่า เวลาใส่ถ่านไปจะเผาได้ช้ากว่า ประหยัดถ่านกว่าเตาอั้งโล่ท้องตลาด 30-40% ให้ความร้อนสูงกว่าเตาทั่วไป อุณหภูมิกลางเตาประมาณ 1,000 – 1,200 องศาเซลเซียส มีลักษณะเพรียวและน้ำหนักเบา วางภาชนะหุงต้ม (หม้อ) ได้ 9 ขนาด ตั้งแต่เบอร์ 16-32 ขณะหุงต้มไม่มีควันและก๊าซพิษเกิดขึ้น และ อายุการใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 2 ปี อีกทั้งยังมีความแข็งแรงกว่าเตาทั่วไป สำหรับราคาขายที่โรงงานจะอยู่ที่ 260-270 บาท ส่วนตามร้านค้าปลีกทั่วๆไปที่รับไปขายก็จะค่อนข้างสูงอยู่ที่ 290-300 บาท

สำหรับกระแสที่ให้มีการหันมาใช้เตาประหยัดพลังงาน ตนมองว่า ถือว่าเป็นการดีเพราะเตาประหยัดพลังงาน ใช้ถ่านในปริมาณที่น้อยต่อครั้งในการประกอบอาหาร ไม่สิ้นเปลืองถ่าน และยังถูกกว่าการใช้แก๊สหุงต้ม แต่อาจจะเสียเวลาในขณะที่ติดเตาถ่าน แต่เมื่อเตาได้ความร้อนที่พร้อม จะสามารถประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งผัดในกระทะ หรือ ประเภทต้มโดยใช้หม้อ ส่วนหลังจากนี้หากมีกระแสหันมาใช้เตาทางโรงงานก็ยืนยันว่าไม่ขึ้นราคา ยังคงผลิตและจำหน่ายในราคาเดิม แต่ทั้งนี้หากวัสดุไม่ปรับราคาสูงจนเกินไป ก็ไม่ขึ้นราคาแน่นอน เพราะไม่อยากซ้ำเติมประชาชนในยุคที่ข้าวของกำลังแพง

นายประเชิญ นันยา อายุ 49 ปี แผนกจัดส่งในโรงงาน กล่าวว่า เตาอั้งโล่ เตาถ่าน หรือ เตาประหยัดพลังงานยังคงได้รับความนิยมสูง โดยตามร้านอาหาร ร้านหมูกระทะ หรือ ตามบ้านเรือนแถวชนบท โดยเฉพาะยุคที่เชื้อเพลิงมีราคาสูงคนหันมาใช้เตากันมากขึ้น อย่างวันนี้ตนนำเตาขึ้นรถยนต์กระบะเพื่อนำไปส่งให้กับร้านค้าและลูกค้าที่สั่งในจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดพิจิต มีทั้งเตาหุงต้มทั่วไป เตาถ่านขนาดใหญ่ และ เตาประหยัดพลังงาน แต่โดยปกติก็จะวิ่งส่งไปยังทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และ ภาคกลาง โดยเฉลี่ยเดือนหนึ่งจะส่งประมาณ 5-6 เที่ยว อนาคตตนมองว่าคนจะหันมาใช้เตาถ่านกันเพิ่มมากขึ้นโดยเพราะตามร้านค้าที่ต้องมีการปรุงอาหาร เพราะแบกรับค่าใช้จ่ายของแก๊สหุงต้มไม่ไหว ส่วนเตาเราซื้อครั้งเดียวสามารถอยู่ได้ยาวนานกว่า 1 – 2 ปี ส่วนเชื้อเพลิงได้ทั้งถ่านสำเร็จ หรือ กิ่งไม้ทั่วไปสามารถนำมาเป็นเชื้อเพลิงได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กรมศิลปากร’ ขุดค้นพบวัดร้างโบราณ สมัยเป็นเมืองมรุกขนคร คาดใหญ่สุดในจังหวัด

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/662005

'กรมศิลปากร' ขุดค้นพบวัดร้างโบราณ สมัยเป็นเมืองมรุกขนคร คาดใหญ่สุดในจังหวัด

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.56 น.

กรมศิลปากรขุดค้นวัดร้างโบราณบ้านหนองจันทร์ สมัยเป็นเมืองมรุกขนคร พบร่องรอยความยิ่งใหญ่ทางพระพุทธศาสนา มีศาสนสถานคาดใหญ่สุดในจังหวัด

สืบเนื่องจากสํานักศิลปากรที่ 10 ร้อยเอ็ด ได้สํารวจทางโบราณคดีในพื้นที่อําเภอเมืองนครพนมในปี พ.ศ.2552 และปี พ.ศ.2560 ได้พบโบราณสถานรวมทั้งสิ้น จํานวน 30 แห่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นซากวัดร้าง จึงทําให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า กลุ่มโบราณสถานดังกล่าวน่าจะส่วนหนึ่งของหลักฐานทางโบราณคดีที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเมืองมรุกขนครในอดีต

ต่อมาต้นปี 2565 สำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี โดยนายสมเดช ลีลามโนธรรม ผู้อำนวยการกลุ่มโบราณคดี พร้อมด้วย นางสาวเมริกา สงวนวงษ์ นักโบราณคดีปฏิบัติการ และนางสาวณิชกุล วัฒนกุล ผู้ปฏิบัติงานด้านบันทึกข้อมูลทางโบราณคดี ได้ดำเนินการติดตามผลการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณสถานมรุกขนคร ได้แก่ วัดร้างศรีจันทร์,วัดธาตุเมืองเก่า (วัดแต้มร้าง),วัดร้างนาป่ง (วัดก้อนเส้า) ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นหนึ่งในสามวัดของโครงการขุดค้นและขุดแต่งเมืองเก่ามรุกขนคร โดยเคยเป็นพื้นที่ตั้งของเมืองนครพนมเดิม

โดยวัดร้างศรีจันทร์ตั้งอยู่บ้านหนองจันทร์ หมู่ 1 ต.ท่าค้อ อยู่ติดฝั่งแม่น้ำโขง ก่อนหนาที่จะมีการขุดค้นมีเพียงเจดีย์อยู่เพียงองค์เดียวเท่านั้น ใกล้กับองค์เจดีย์มีพระพุทธรูป 2 องค์ประดิษฐานอยู่ในศาลาที่ชาวบ้านร่วมใจกันสร้างขึ้นอย่างง่ายๆ เมื่อกลุ่มโบราณคดีเข้ามาแผ้วถางป่าที่รกครึ้มบริเวณนั้น ก็พบเนินดินไม่น้อยกว่า 4 แห่ง เชื่อว่าใต้พื้นดินแห่งนี้จะมีซากปรักหักพังให้สืบค้นร่องรอยประวัติศาสตร์ของเมืองมรุกขนคร

ผลการขุดสำรวจพบร่องรอยของแนวอิฐของเจดีย์โดยเรียงตัวยาวในแนวระนาบเหนือ-ใต้ เบื้องต้นพบร่องรอยที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น ตัวเจดีย์ที่มีองค์ประกอบของฐานเขียงผังสี่เหลี่ยมซ้อนกันสองชั้นเพื่อรองรับฐานปัทม์ผังแปดเหลี่ยมที่ซ้อนกันลดหลั่นขึ้นไปสามชั้น โดยมีองค์ระฆังตั้งอยู่ด้านบนและส่วนปลายยอดพัง ทั้งนี้บริเวณตรงกลางฐานเจดีย์ถูกขโมยเจาะเป็นโพรงเพื่อหาสมบัติ

นอกจากนี้ยังพบเศียรพระพุทธรูปขนาดเล็กทำด้วยหินทรายปรากฏอยู่ในหอพระ เศษกระเบื้องหลังคาดินเผา/ดินขอจำนวนมาก ทั้งยังพบแผ่นกระเบื้องหลังคาดินเผาที่มีสภาพสมบูรณ์ และโลหะสำหรับยึดกระเบื้องหลังคา ที่น่าสนใจคือพบโลหะลักษณะคล้ายดาบสองชิ้น ฝังอยู่บริเวณใกล้กับองค์เจดีย์ ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ในการประกอบพิธีกรรมบางอย่าง มีผู้รู้เสนอว่าน่าจะเป็นตุง(ทุง)/ธงกระด้าง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ล้านนารับมาจากพม่า และดินแดนล้านช้างอาจรับมาอย่างแพร่หลายในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาฯ สำหรับถวายบูชาแด่พระรัตนตรัย โดยส่วนปลายทั้งสองด้านมักจะทำให้แหลมใช้แขวนติดกับเสา นิยมถวายเป็นคู่ไว้หน้าพระประธานหรือหน้าอุโบสถ วิหาร บางแห่งทำไว้กลางลานวัดหรือใกล้พระเจดีย์

ทั้งนี้ บริเวณฝั่งตรงข้ามของเจดีย์ ซึ่งปัจจุบันสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก พบฐานของวิหารขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีวิหารเล็กอยู่เหนือขึ้นมาทางทิศตะวันออก ส่วนเนินดินที่อยู่อีก 2 จุดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ยังไม่ได้ลงมือขุดประกอบกับเข้าสู่ฤดูฝนจึงชะลอการค้นหาก่อน คาดว่าวัดร้างศรีจันทร์แห่งนี้ในอดีตเป็นวัดขนาดใหญ่ และสมบูรณ์ที่สุดในนครพนมเท่าที่ขุดค้นมา

ล่าสุด วันที่ 22 มิ.ย.65 นายพิชญา โพชราษฎร นายก อบต.ท่าค้อ ได้รับการเปิดเผยว่าทาง อบต.ฯหากได้รับการมอบพื้นที่จากกรมศิลปากรก็จะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ให้เยาวชนศึกษา แต่ทุกวันพุธก็นำเจ้าหน้าที่เข้าไปทำความสะอาดอยู่ประจำ

ด้าน นายวิทนะ กรุงเกตุ นักพัฒนาการท่องเที่ยว อบต.ท่าค้อ เผยว่าการขุดค้นร่องรอยยังไม่จบ วัดร้างศรีจันทร์มีเนื้อที่กว้างประมาณ 5 ไร่กรมศิลปากรต้องเดินหน้าขุดค้นต่อไป เท่าที่ทราบขณะนี้กรมศิลปากรส่งตัวอย่างอิฐให้ต่างประเทศพิสูจน์ว่าวัดแห่งนี้มีอายุกี่ปี

ส่วน น.ส.ญาณณ์ณิศา พรหมวิศาสตร์ ผอ.กองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ท่าค้อ กล่าวว่ารู้สึกตื่นเต้นจากการขุดค้นประวัติศาสตร์ของเมืองมรุกขนคร ถือว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์มากที่ค้นพบร่องรอยศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ เหนือความคาดหมายของคนในพื้นที่มาก ขณะที่วัดโบราณอีกสองแห่งก็ค้นพบวัตถุโบราณ รวมข้าวของเครื่องใช้ของบรรพบุรุษจำนวนมาก แต่ผู้ที่จะเล่าถึงประวัติได้ดีที่สุดต้องให้กรมศิลปากรเป็นผู้นำเสนอ เพราะเขามีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ

ชื่อเมืองมรุกขนครมีชื่อปรากฏตามอุรังคนิทานหรือตำนานพระธาตุพนม (พิสดาร) ของพระธรรมราชานุวัตร อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารได้เรียบเรียงไว้ตอนหนึ่งว่า สมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรดสัตว์ที่แคว้นศรีโคตรบูรณ์ มีพุทธทำนายว่าเมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้วเมืองศรีโคตรบูรณ์จักย้ายไปตั้งที่ป่าไม้รวก มีนามว่าเมืองมรุกขนคร ซึ่งสันนิษฐานกันว่าหมายถึงเมืองที่อยู่ในดงไม้รวก ตามสภาพภูมิประเทศที่สร้างบ้านแปงเมืองนั้นเอง

ประมาณ พ.ศ.500 สมัยพญาสุมิตรธรรม ผู้ครองเมืองมรุกขนคร เป็นกษัตริย์ผู้มีจิตศัรทธาต่อพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า มีการบูรณะพระธาตุพนมขึ้นเป็นครั้งแรก โดยก่อพระลานอูบมุงชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 แล้วสร้างกำแพงล้อมรอบมีงานฉลองสมโภชอย่างมโหฬาร ซึ่งพระอุรังคธาตุได้แสดงปาฏิหาริย์อัศจรรย์ยิ่ง ทำให้พญาสุมิตรธรรมบังเกิดความปิติโสมนัสมาก นอกจากถวายทรัพย์สินมีค่ามากมายเป็นพุทธบูชาแล้ว ยังมอบหมายให้หมู่บ้านทั้ง 7 แห่งในเขตแดนนั้นเป็นผู้ดูแลรักษาองค์พระธาตุ

หลังจากสิ้นพญาสุมิตรธรรม ได้มีผู้ครองนครต่อมาอีก 2 พระองค์ ก็เกิดเหตุอาเพศแก่อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์จนกลายเป็นเมืองร้าง กระทั่งถึง พ.ศ.1800 เจ้าศรีโคตรบูรณ์ได้สร้างเมืองมรุกขนครขึ้นใหม่ใต้เมืองท่าแขกบนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ใน พ.ศ. 2057 สมัยพระเจ้านครหลวงพิชิตทศพิศราชธานีศรีโคตรบูรณ์ได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่กลายเป็นเมืองศรีโคตรบูรณ์ตรงตามชื่ออาณาจักรเดิม ในสมัยนี้ยังมีการบูรณปฎิสังขรณ์พระธาตุพนมเรื่อยมาจนถึง พ.ศ.2280 พระธรรมราชาเจ้าเมืองศรีโคตรบูรณ์องค์สุดท้าย ได้ย้ายเมืองมาตั้งบนฝั่งขวา (ฝั่งไทย) เยื้องเมืองเก่าไปทางเหนือแล้วขนานนามเมืองใหม่ว่า เมืองนคร จากนั้นมีการโยกย้ายชุมชนเมืองอีกหลายครั้ง

พ.ศ.2321 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้มีการย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านหนองจันทร์ ห่างขึ้นไปทางเหนือ 52 กิโลเมตร และในปี พ.ศ. 2333 รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองนครก็ได้ขอขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร โดยพระองค์ทรงพระราชทานนามใหม่ขึ้นว่านครพนม ส่วนชื่อนครพนมนั้นมีข้อสันนิษฐานประการหนึ่งว่า เมืองนครเคยเป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จึงได้ใช้ชื่อว่า นคร ส่วนคำว่า พนม ก็มาจากพระธาตุพนม ปูชนียสถานที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน หรืออีกนัยหนึ่งคือ เดิมเมืองมรุกขนครตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงในบริเวณที่มีภูเขาสลับซับซ้อน จึงนำคำว่า พนม ซึ่งแปลว่าภูเขามาใช้ นครพนม จึงหมายความถึง เมืองแห่งภูเขา.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โพลชี้ปชช.ค้านรัฐนำระบบวิน จยย.ให้บริการผ่านแอฟ เชื่อสร้างปัญหาบานปลายไม่จบสิ้น

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661999

โพลชี้ปชช.ค้านรัฐนำระบบวิน จยย.ให้บริการผ่านแอฟ เชื่อสร้างปัญหาบานปลายไม่จบสิ้น

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.40 น.

ปชช.พร้อมหนุน เรียกวินจยย.ผ่านแอพ เชื่อ โปร่งใส-สะดวก ค้านรัฐดึงระบบ ให้บริการเอง ชี้ข้อจำกัดห้ามข้ามเขต ไม่ตอบโจทย์ชาวกรุง หวั่นจัดระเบียบสร้างปัญหาบานปลาย มาเฟียวินโผล่โก่งราคา โผลระบุ ปชช 94% ผวาหน่วยงานรัฐ เล็งสั่งปิดแอพพริเคชั่น โวยปิดทางทำกิน

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.65 ผศ.ดร.สุทธิกร กิ่งเเก้ว ผู้บริหารโครงการวิจัย สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจวิจัยการบริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์ผ่านแอปพลิเคชัน ผ่านผู้ใช้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีต่อประเด็นประโยชน์ของบริการ ผลกระทบ ตลอดจนนโยบายของภาครัฐในการกำกับดูแลบริการดังกล่าว ผ่านการทำแบบสอบถามออนไลน์จากกลุ่มตัวอย่าง 411 คน รวมถึงการจัดสนทนากลุ่มย่อยกับกลุ่มผู้ให้บริการรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ทั้งวินมอเตอร์ไซค์ (ป้ายเหลือง) และบุคคลทั่วไปที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน (ป้ายดำ) พร้อมนำเสนอแนวทางที่ภาครัฐควรนำมาพิจารณา ในการกำกับดูแลบริการดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการสร้างประโยชน์สูงสุดให้เกิดกับทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ ผลการสำรวจดังกล่าวระบุว่า 60.83% ของกลุ่มตัวอย่าง เคยใช้บริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์ผ่านแอปพลิเคชัน โดยให้เหตุผลว่า บริการดังกล่าวมีประโยชน์ในหลายด้าน อาทิ  94.4% เห็นว่าบริการดังกล่าวช่วยสร้างความสะดวกสบายในการเดินทาง เพราะสามารถเรียกจากที่ไหนหรือเวลาไหนก็ได้ 84.8 % ระบุว่าแอปเรียกรถมีความโปร่งใสในด้านราคา เพราะทราบค่าบริการล่วงหน้า ก่อนเรียกใช้บริการ, 73.2% บอกว่าบริการนี้สะดวกในแง่ระบบการชำระค่าบริการ เพราะสามารถจ่ายแบบ ออนไลน์ ไม่ต้องใช้เงินสด, 67.6%คิดว่าเป็นบริการที่ปลอดภัย เพราะแอปเรียกมีการคัดกรองที่เข้มงวด มีฐานข้อมูล คนขับ-ทะเบียนรถ สามารถตรวจสอบได้ และมีเทคโนโลยีติดตามการเดินทาง, 62% เห็นว่าสามารถเดินทางข้ามเขตหรือพื้นที่ได้ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องจุดรับเหมือนกับวิน ที่ต้องอยู่ในพื้นที่ที่กำหนด 54.8% มองว่าบริการนี้ช่วยสร้างอาชีพเสริมให้กับบุคคลทั่วไปที่มีรถมอเตอร์ไซค์, 46.4% เห็นว่าบริการนี้ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะมีส่วนลดจากโปรโมชัน และรีวอร์ดให้กับผู้ใช้

เมื่อถามถึงกรณีหน่วยงานรัฐจะนำระบบวินมอเตอร์ไซค์มาใช้ในการกำกับดูแลบริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านแอป เช่น ให้รับ-ส่งได้เฉพาะในพื้นที่เท่านั้น คนขับมีใบขับขี่สาธารณะ หรือใช้ป้ายเหลืองเท่านั้น และมีระบบโควต้าจำกัดจำนวนผู้ให้บริการ พบว่า 69% ของผู้ที่เคย ใช้บริการไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว  โดย 75% มองว่า ระบบวินมอเตอร์ไซค์มีข้อจำกัดในการให้บริการ ทั้งในเรื่องจุดรับ-ส่ง การไม่สามารถให้บริการข้ามเขตได้ ซึ่งไม่สะดวกและไม่ตอบโจทย์การเดินทางของคนกรุงเทพฯ

ขณะที่ 72% ระบุว่า การใช้ระบบโควต้าส่งผลให้มีการจำกัดจำนวนคนขับหรือรถ อาจทำให้มีรถมอเตอร์ไซค์ที่ให้บริการไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะใน ช่วงเวลาเร่งด่วน นอกจากนี้ 88% ยังบอกว่าการใช้ระบบโควต้าอาจนำพาไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมา เช่น มาเฟียเสื้อวิน การโก่งราคา หรือการปิดกั้นโอกาสคนขับทั่วไปที่ต้องการจะเข้าสู่ระบบ ทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม เป็นต้น ส่วนผู้ที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวมีเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น โดย 91% ของคนกลุ่มนี้ เชื่อว่าระบบวินมีความปลอดภัยมากกว่าเพราะภาครัฐมีฐานข้อมูลของคนขับทุกคน ขณะที่ 75% คิดว่าระบบวินช่วยสร้างความมั่นใจเพราะเป็นระบบที่ถูกกฎหมาย

ส่วนกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าหน่วยงานรัฐจะมีคำสั่งปิดแอปพลิเคชั่นเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ให้บริการโดยบุคคลทั่วไปนั้น 94% ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว โดย 90% มองว่าเป็นการจำกัดทางเลือกของผู้ใช้บริการ ขณะที่ 81% เห็นว่าการดำเนิน การเช่นนั้นสะท้อนถึงความล้าหลังของกฎหมายไทยที่ไม่สอดรับกับพฤติกรรมของ  ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน และ 74% เชื่อว่าเป็นการปิดกั้นโอกาสทำกินและขัดต่อการ ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล

ทั้งนี้ นอกจากประชาชนผู้ใช้บริการแล้ว สถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังได้ สำรวจความคิดเห็นเพิ่มเติมกับกลุ่มผู้ให้บริการรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ (ป้ายเหลือง) และบุคคลทั่วไปที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน (ป้ายดำ) ผ่านการทำสนทนากลุ่มย่อย (โฟกัสกรุ๊ป) โดยสรุปดังนี้ กลุ่มผู้ให้บริการวินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างระบุว่า การมีทั้งระบบวินและระบบเเอปเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ตอนนี้คนขับวินในหลายพื้นที่เริ่มยอมรับรถป้ายดำที่วิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารมากขึ้น เพียงแต่ต้อง ไม่มาทับพื้นที่กัน ขณะที่กลุ่มบุคคลทั่วไปที่ให้บริการผ่านแอปให้ความเห็นว่า การมีระบบเเอปเรียกมอเตอร์ไซค์ รับจ้างช่วยสร้างรายได้ให้กับตัวเองเเละครอบครัว และสร้างความสะดวกอย่างมากให้กับ ผู้โดยสารและตอบโจทย์คนยุคนี้ ทำให้มีจำนวนผู้เรียกใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งส่งผลให้มี คนขับเข้ามาในระบบเรียกรถผ่านเเอปมากขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ อยากให้ภาครัฐให้ความสำคัญ กับคนทุกกลุ่ม ไม่เฉพาะกลุ่มวิน โดยมองไปที่ประโยชน์ในภาพรวม หากจะมีการบังคับใช้ กฎระเบียบใดๆ เพื่อควบคุมบริการ อยากให้คำนึงถึงผลกระทบและให้มีเวลาได้ปรับตัว เพราะไม่อยากสูญเสียรายได้ โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจที่ข้าวยากหมากแพงแบบนี้ หากมีการสั่งปิดแอปอย่างที่มีการรายงานข่าวจริง ย่อมส่งผลกระทบและสร้างความลำบาก ให้กับคนจำนวนมาก

“ในกรณีของการบริการเรียกรถมอเตอร์ไซค์ผ่านแอปพลิเคชันนั้น ส่วนตัวมองว่าภาครัฐไม่ควรที่จะเดินถอยหลังเข้าไปเปลี่ยนเเปลงในสิ่งที่ดีอยู่เเล้ว โดยนำกฎหมายที่ถูกร่างขึ้นในยุคสมัยเดิมบังคับใช้กับเรื่องในปัจจุบัน โดยไม่ได้พิจารณาถึงสภาพเเวดล้อมทางเศรษฐกิจเเละสังคมที่เปลี่ยนเเปลงไป เช่น ภาครัฐไม่ควรเข้าไปกำหนดหรือบังคับห้ามไม่ให้คนขับป้ายดำต้องหยุดการให้บริการ ในทางกลับกัน ภาครัฐควรที่จะช่วยให้คนขับเหล่านี้สามารถให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยมีแผนหรือกระบวนการ ต่างๆ รองรับ ซึ่งอาจจะทำในรูปแบบที่ค่อยเป็นค่อยไป โดยทยอยปรับกฎระเบียบให้เป็นที่ยอมรับ ของทุกฝ่าย และอนุโลมให้รถป้ายดำสามารถวิ่งรับ-ส่งในระบบเเอปได้ไปก่อนจนกว่าทุกฝ่ายจะตกลง หาทางออกกันได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ก็ควรหาทางส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้กลุ่มคนขับวิน โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือกลุ่มที่ตามไม่ทันเทคโนโลยี สามารถปรับตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชัน เหล่านี้ได้ จะได้มีรายได้เสริมและก้าวทันเศรษฐกิจดิจิทัล”ผศ.ดร.สุทธิกร กล่าว

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับโป๊ะคาไลฟ์ตักละ500 ทีมงาน’พิมรี่พาย’ใช้มือปัดไอโฟนออก

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661982

จับโป๊ะคาไลฟ์ตักละ500 ทีมงาน'พิมรี่พาย'ใช้มือปัดไอโฟนออก

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.31 น.

จับโป๊ะทีมงานพิมรี่พายใช้มือปัดไอโฟนออกจากกล่องสุ่มตัก 500 บาท ทัวร์ลงหนักมาก โร่ชี้แจงอยากให้ลูกค้าได้ของเท่าๆกัน

22 มิถุนายน 2565 กลายเป็นดราม่าอีกแล้ว สำหรับแม่ค้าคนดัง พิมรี่พาย ที่ล่าสุดกับประเด็นที่ถูกชาวเน็ตฉะทีมงานของเธอ ที่หยิบมือถือไอโฟนออกจากกล่องสุ่ม

ซึ่ง’สุ่มตัก’กลับมาเป็นไวรัลที่ร้านออนไลน์ต่างๆใช้เป็นจุดขาย และพิมรี่พาย ก็จัดสินค้า อาทิ แหวนทอง , โทรศัพท์ไอโฟน , ลำโพง Marshall,ของใช้ต่างๆ มาจัดให้ลูกค้า CF ในราคา 500 บาท ส่งฟรี!!!

แต่ล่าสุด ระหว่างที่ พิมรี่พาย และทีมงาน กำลังไลฟ์ตักสิ่งของในอ่างโฟมอยู่นั้น ก็เกิดดราม่าจับโป๊ะทีมงานใช้มือปัดโทรศัพท์ไอโฟนออกจากกล่อง จึงทำให้ลูกค้าผู้โชคดีรายหนึ่งอดได้รางวัลใหญ่ จนเรื่องนี้กลายเป็นกระแสจนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรวดเร็ว 

พิมรี่พาย ได้พาทีมงานคนดังกล่าวออกมาชี้แจงทันที ก็ยอมรับว่ากระทำการเช่นนั้นจริง พร้อมให้เหตุผลว่า “ที่ทำไปเพราะผมอยากให้เฉลี่ย ๆ กันครับ ให้ได้ของรางวัลเท่า ๆ กัน ถ้าได้ทุกอันเลย แล้วลูกค้าบางคนแกะแล้วไม่ได้อ่ะ ผมกลัวโดนดราม่าครับ” โดยเป็นการกระทำเองโดยพลการที่พิมรี่พายไม่รู้เห็นด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รากต้นพญารากหอม’ สมุนไพรหายาก สรรพคุณเพิ่มพลังฟิตปั๋งให้คุณผู้ชาย

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661975

'รากต้นพญารากหอม' สมุนไพรหายาก สรรพคุณเพิ่มพลังฟิตปั๋งให้คุณผู้ชาย

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.04 น.

22 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าบ้านของ นายบุญธรรม หาลือ อายุ 70 ปี ชาวบ้านบ้านจำบอน หมู่ 11 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ได้มีกลุ่มชาวบ้านพากันมาขุดหาต้นพญารากหอม ที่ออกไปทั่วลานดินหน้าบ้าน ซึ่งต้นพญารากหอม หรือ(อบเชยเถา) เป็นสมุนไพรที่หายาก และมีราคาแพงกว่าโสมเกาหลี โดยกลุ่มชาวบ้านพากันมาขุดเพิ่อรากต้นของพญารากหอมนำไป กินสด ต้ม หรือดองเป็นยาใช้บำรุงร่างกาย (ยาโดปสำหรับผู้ชาย) และยังเป็นสมุนไพรที่หายาก เป็นที่ต้องการของผู้คนทั่วไปโดยเฉพาะผู้ชาย 

สำหรับ ต้นพญารากหอม จะเป็นไม้เถาวัลย์ขนาดเล็ก ออกตามพื้นดินมีความยาว 5-10 เมตร มีลำต้น หรือเถาวัลย์ออกชูไหลไปทั่วพื้นที่ดินมีขนสั้น และมีน้ำยางสีขาว เปลือกมีรูระบาย ใบสีเขียวมีลายขาวเรียวยาว เถามีลักษณะกลมเรียวสีน้ำตาลเทา อมม่วง ขนาดเถากว้างประมาณ 1.3-2 มม. ยาว 10-30 นิ้ว และรากมีความกลิ่นหอมเหมือนอบเชยหรือโสมเกาหลี มีรสชาด หวานอมขม มีสรรพคุณช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศและบำรุงร่างกาย

นายพิพัฒน์ คูชลธารา เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ขุดนำมาล้างแล้วต้ม น้ำจะมีกลิ่นหอมเหมือนโสมเกาหลีหรือกระชาย ซึ่งสรรพคุณมีหลายอย่างเช่นเสริมสร้างพลังเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ พญารากหอมสมุนไพร หายาก กำลังมาแรงและราคาแพงที่สุด สรรพคุณยิ่งกว่าโสมเกาหลีหายากจะขึ้นตามธรรมชาติ และจะมีเป็นบางพื้นที่ราคาซื้อขายกิโลกรัมละ 10,000-100,000 บาท ซึ่งเมื่อขุดขึ้นมารากจะมีกลิ่นหอมเหมือนอบเชยหรือโสม หากนำไปต้มน้ำแล้วน้ำต้มจะหอม หวาน อร่อย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สั่งปิดจุดชมวิว ‘โอเวอร์แลปสโตน’ บนเกาะสมุยจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661967

สั่งปิดจุดชมวิว 'โอเวอร์แลปสโตน' บนเกาะสมุยจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยว

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.08 น.

วันที่ 22 มิ.ย.65 ร.อ.อดุลย์ พรหมบุตร หัวหน้าชุดปฏิบัติการ กอ.รมน.ภาค 4 พื้นที่เกาะสมุย นำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเกาะสมุย เข้าตรวจสอบเรื่องร้องเรียนสถานที่ท่องเที่ยวจุดชมวิว “โอเวอร์แลปสโตน” ของเอกชนรายหนึ่งอยู่ในพื้นที่บนเขาละไม ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

สำหรับสถานที่ดังกล่าวเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวเข้ามาชมหินก้อนใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนหน้าผาวิวสวยงามจะเก็บเงินค่าเข้าชมคนละ 50 บาท แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเข้ามาแวะชมกันตลอด ซึ่งทางผู้ประกอบการได้ทำสะพานทางเดินข้ามไปยังก้อนหินเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินเข้าไปสัมผัสกับก้อนหินและถ่ายรูปคู่กับก้อนหินดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนําเที่ยวและไม่มีใบอนุญาตการก่อสร้างสะพานจากเทศบาลนครเกาะสมุย อีกทั้งตัวสะพานอยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย ไม่มีความมั่นคงแข็งแรงและไม่มีมาตรการในการดูแลนักท่องเที่ยวหากเกิดอุบัติเหตุ จึงได้สั่งให้ปิดสถานที่ดังกล่าวจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตจากเทศบาลนครสมุย

สำหรับสถานที่ดังกล่าวก่อนหน้านี้เมื่อต้นปี 2565 เคยตกเป็นข่าวใหญ่ที่มีเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวสาวรัสเซียแจ้งความถูกคนดูแลสถานที่ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บจากปมเรียกเก็บเงินค่าเข้าชม 50 บาท – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,973,925 hits

Join 4,111 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ประกาศสำนักนายกฯ ข้าราชการไว้ทุกข์ 15 วัน ประชาชนพิจารณาตามความเหมาะสม
"สเปซเอ็กซ์" เคาะราคา IPO 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ระดมทุนแตะ 2.4 ล้านล้านบาท
อนุทิน แถลง คืนเงินเหยื่อโดนหลอกลวง พร้อมใช้ มติครม.-พ.ร.บ. อุดช่องคนทำผิด
แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์
ชัชชาติ ย้ำจุดยืนประชาธิปไตย ขอประชาชนเลือกคนที่รักที่ชอบ
‘สุริยะ’สั่งกรมฝนหลวงฯ วางแผนรับมือสภาพอากาศแปรปรวน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
ยังไม่มีข้อร้องเรียน! ผอ.กกต.กทม.เผยบรรยากาศหาเสียง ผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. เรียบร้อยดี
ทรัมป์ยอมรับ ชาวอเมริกันอาจไม่อยากยึดเกาะคาร์กของอิหร่าน
ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับประหารชีวิตด้วย "ก๊าซไนโตรเจน" ในรัฐอะลาบามา ชี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ
‘Modern Thai Wisdom’ เชื่อมภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ตลาดสร้างสรรค์โลก

Recent Posts

  • จีนจับกุมนักวิชาการสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญเมียนมา ต้องสงสัยพัวพันคดีจารกรรมข้อมูล
  • ชาวแอลเบเนียประท้วงเมกะโปรเจกต์ “ลูกเขยทรัมป์” 1.5 แสนล้าน หวั่นทำลายธรรมชาติ
  • จีนเตือนภัย หน่วยข่าวกรองต่างชาติส่ง “เต่า-ปลาสายลับ” ติดเซนเซอร์ เจาะข้อมูลทางทะเล
  • ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับประหารชีวิตด้วย “ก๊าซไนโตรเจน” ในรัฐอะลาบามา ชี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ
  • ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 30 ปี อดีต ปธน. “ยุน ซอกยอล” ส่งโดรนรุกรานเกาหลีเหนือ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d