Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ศูนย์วิจัยเหลื่อมล้ำ มธ.’ชวนย้อนมอง2ปีโควิดระบาด ‘คนรายได้น้อย’เจ็บหนัก‘เงินออมลด-หนี้พุ่ง’

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661963

‘ศูนย์วิจัยเหลื่อมล้ำ มธ.’ชวนย้อนมอง2ปีโควิดระบาด ‘คนรายได้น้อย’เจ็บหนัก‘เงินออมลด-หนี้พุ่ง’

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.39 น.

‘ศูนย์วิจัยเหลื่อมล้ำ มธ.’ชวนย้อนมอง2ปีโควิดระบาด ‘คนรายได้น้อย’เจ็บหนัก‘เงินออมลด-หนี้พุ่ง’

22 มิ.ย. 2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “Center for Research on Inequality and Social Policy – CRISP” ของศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เผยแพร่รายงานการสำรวจผลกระทบของโควิด-19 ต่อกลุ่มที่มีรายได้น้อยในประเทศไทยด้านเศรษฐกิจ เนื้อหาดังนี้

สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ได้สร้างผลกระทบต่อผู้คนในสังคมเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้ชัดคือสถานการณ์สุขภาพของคนไทยที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่ยิ่งไปกว่านั้น ยังส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้างอีกด้วย  

ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำ ฯ จึงได้สำรวจผลกระทบด้านเศรษฐกิจของโควิด-19 ต่อกลุ่มคนรายได้น้อยซึ่งเป็นสัดส่วนประชากรหลักของประเทศ ภายใต้โครงการ “Social Monitoring สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย” ซึ่งจะทำให้เราได้รับรู้ข้อมูลผลกระทบทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว (ระยะก่อนและหลังการปรับตัวของกลุ่มตัวอย่าง) ที่เกิดขึ้นจริงต่อกลุ่มคนรายได้น้อย(รายได้ต่ำกว่า 15,001 บาท/เดือน) มีข้อค้นพบที่น่าสนใจมากมายมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ เพื่อสำรวจการเปลี่ยนแปลงทางรายได้และรูปแบบการทำงาน โดยตอนนี้จะพูดถึงผลกระทบต่อมิติทางเศรษฐกิจ ประกอบด้วยรายได้ ค่าใช้จ่าย หนี้สิน และเงินออม

ที่มา: ศุภชัย สมผล, 2565, การสำรวจผลกระทบของโควิด-19 ต่อกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในประเทศไทย, ในโครงการ Social Monitoring สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาตร์ วิจัย และนวัตกรรม (สกสว.) 

จัดทำโดย : ภัคชัย อนันธนานฤภร ศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบายสังคม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เราสามารถสำรวจข้อมูลจากกลุ่มรายได้น้อยโดยอาศัยหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้ตอบแบบสำรวจจากระดับรายได้เฉลี่ยที่ต่ำกว่า 15,001 บาท/เดือน ซึ่งก่อนมีการแพร่ระบาดโควิด-19 กลุ่มคนรายได้น้อยจะมีรายได้เฉลี่ยที่ 10,290 บาท/เดือน แต่หลังจากมีการแพร่ระบาด รายได้ของคนกลุ่มนี้ลดลงถึง 23.66% เหลือ 7,855 บาท/เดือน ในปี 2563 และลดลง 28.11% เหลือ 7,397 บาท/เดือน ในปี 2564 เมื่อเทียบกับรายได้ช่วงก่อนการแพร่ระบาด ในขณะที่กลุ่มคนรายได้น้อยยังมีรายจ่ายที่ลดลงเช่นกัน ซึ่งก่อนมีการแพร่ระบาดโควิด-19 คนกลุ่มนี้มีรายจ่ายเฉลี่ยที่ 8,438 บาท/เดือน แต่หลังจากมีการแพร่ระบาดทำให้รายจ่ายลดลงถึง 3.85% เหลือ 8,113 บาท/เดือน ในปี 2563 และลดลง 3.58% เหลือ 8,136 บาท/เดือน ในปี 2564 เมื่อเทียบกับรายจ่ายช่วงก่อนการแพร่ระบาด

เมื่อพิจารณาการเปลี่ยนแปลงทางรายได้ในแต่ละอาชีพจะพบว่า หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 อาชีพที่รายได้ลดลงมากที่สุด คือ รับจ้าง ลดลง 37.9% รองลงมาคือ อาชีพค้าขาย ลดลง 36.8% และอาชีพก่อสร้าง ลดลง 30.1% ซึ่งสอดคล้องกับอาชีพที่มีรายจ่ายลดลงมากที่สุดคือ รับจ้าง ลดลง 7.3% รองลงมาคือ อาชีพค้าขาย ลดลง 6.8% และอาชีพก่อสร้าง ลดลง 4.4%

เมื่อสำรวจสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้รายได้ลดลงแล้วนั้น พบว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถจำแนกได้ตามอาชีพประกอบด้วยอาชีพค้าขาย รับจ้าง และเกษตรกร เกิดจากความต้องการของลูกค้าลดลง (25.22%) และอาชีพลูกจ้างในภาคบริการและอุตสาหกรรม และก่อสร้าง เกิดจากชั่วโมงการทำงานลดลง (22.75%)

ส่วนสาเหตุที่ค่าใช้จ่ายลดลงน้อย/ไม่ลดลงเลย เพราะเกิดจากไม่สามารถปรับลดค่าใช้จ่ายได้ (76.7%) มาตรการกักตัวอยู่บ้านทำให้ไม่สามารถเดินทาง (1.92%) ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจลดลง (3.36%) และได้รับการช่วยเหลือค่าครองชีพจากรัฐ (3.50%) ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้กลุ่มอาชีพลูกจ้างในภาคบริการและอุตสาหกรรม มีค่าใช้จ่ายที่ลดลงน้อยที่สุด/ไม่ลดลงเลย (ลดลงไม่ถึง 1% ในปี 2564) เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่สวนทางกับรายได้ที่ลดลงมากขึ้น แต่ค่าใช้จ่ายกลับไม่ลดลงตามไปด้วย เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงสำหรับกลุ่มอาชีพนี้

ในเรื่องของหนี้สินและเงินออมก็มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเช่นกัน โดยช่วงก่อนการแพร่ระบาดกลุ่มคนรายได้น้อยมีหนี้สินเฉลี่ยที่ 33,655 บาทและมีเงินออมเฉลี่ยที่ 3,735 บาท แต่หลังจากมีการแพร่ระบาดพบว่าหนี้สินในปี 2563 เพิ่มขึ้น 4.03% เป็น 34,197 บาท และในปี 2564 เพิ่มขึ้น 5.32% เป็น 34,304 บาท ในขณะที่เงินออมในปี 2563 ลดลง 0.64% เป็น 3,711 บาทและในปี 2564 ลดลง 0.67% เป็น 3,710 บาท เมื่อเทียบกับปีก่อนมีการแพร่ระบาด

นั่นทำให้ทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ได้รับผลกระทบตามไปด้วยแต่ยังเป็นระดับที่ต่ำอยู่ โดยผลการสำรวจข้อมูลพบว่ามีการจำนำหรือขายทรัพย์สินสองอันดับแรกมากที่สุดได้แก่ รถยนต์/รถจักรยานยนต์ มากที่สุด และรองลงมาคือ ของใช้ในบ้าน เพื่อให้มีสภาพคล่องในครัวเรือนเพิ่มขึ้นในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19

ขอบคุณเรื่องจาก
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0MPPHoa8uwMRE8oCtyXTbPBhqGnownZduhPBZDkPbWSjXzVvEUxajiqsi4cPVLbshl&id=546169232523319

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รถพุ่มพวงโอดได้รับผลกระทบน้ำมัน-ก๊าซหุงต้มแพง แต่ชาวบ้านชอบลดค่าใช้จ่ายขับรถไปตลาด

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661961

รถพุ่มพวงโอดได้รับผลกระทบน้ำมัน-ก๊าซหุงต้มแพง แต่ชาวบ้านชอบลดค่าใช้จ่ายขับรถไปตลาด

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.31 น.

น้ำมันแพง-ก๊าซหุงต้มแพงส่งผลกระทบรถพุ่มพวง แม่ค้าเผยขายของมากว่า 20 ปีไม่เคยเจอวิกฤติของแพงขนาดนี้ ขณะที่ชาวบ้านเผยรถพุ่มพวงผ่านหน้าบ้านถือว่าดี เพราะไม่ต้องเปลืองน้ำมันเข้าไปซื้อที่ตลาด

วันนี้ (22 มิ.ย.65) ที่บ้านโพนละออม ม.6 ต.หนองกุง อ.แกดำ จ.มหาสารคาม นางบัวเรือน ภูแช่มโชติ อายุ 62 ปี แม่ค้ารถพุ่มพวง บ้านหนองบัวหมู่ 4 ต.หนองกุง อ.แกดำ เปิดเผยว่า ตนและสามีออกรถพุ่มพวงขายอาหารสด อาหารแห้งมาตั้งแต่ปี 2542 รวมระยะเวลากว่า 20 ปี โดยจะวิ่งรถขายใน 2 ตำบล คือ ตำบลหนองกุง และตำบลโนนภิบาล วิ่งตามหมู่บ้านต่างๆ ทุกวันนี้ทั้งราคาน้ำมันที่สูงขึ้น สินค้าแพงขึ้น ทำให้ขายของได้ยากขึ้น ลูกค้าจะซื้อของสด ของแห้งเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ซื้อเผื่อเหมือนแต่ก่อนเพราะคนซื้อก็มีกำลังน้อยเช่นเดียวกัน ตั้งแต่ขายของมาไม่เคยเจอของแพงขนาดนี้ 

โดยในรถมีวัตถุดิบหลายอย่าง เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ไก่ ชิ้นส่วนไก่ และผักชนิดต่างๆ เมื่อรถพุ่งพวงเข้ามาในหมู่บ้านก็จะส่งสัญญาณด้วยการบีบแตรแจ้งให้ลูกค้าได้ทราบ  ลูกค้าก็จะออกจากบ้านมาจับจ่าย แต่ก็ขายของได้ยากขึ้น ของบางอย่างปรับขึ้นราคาตั้งแต่ต้นทางก็ทำให้ต้องขายแพงขึ้น ลงทุนวันเป็นกว่าหนึ่งหมื่นบาท แต่กำไรลดลง ไหนจะค่าน้ำมันที่ต้องเติมมากขึ้นจากเดิมเติม 2 วัน 300 บาท เดี๋ยวนี้ต้องเติมขั้นต่ำวันละ 500 บาท 

ส่วนผักตอนนี้ที่มีราคาสูงขึ้น เช่น ต้นหอม แต่ก่อนโลละ 50 บาท วันนี้ซื้อมาโลละ 120 บาท เนื้อไก่แต่ก่อน 80 บาท เดี๋ยวนี้ราคาขึ้นโลละ 120 บาท พริก แต่ก่อนโลละ 50-60 บาท ขึ้นมาเป็น 120 บาทแล้วเช่นกัน แล้วแต่ต้นทางจะขึ้นราคามา ขึ้นเท่าไหร่ก็ต้องซื้อ เพราะเป็นของต้องกินต้องใช้ทุกวัน หากแต่ละวันขายของไม่หมดก็ต้องรีบกลับบ้าน  เอาของที่เหลือจากการขายมาทำกับข้าวถุงขาย ถุงละ 10 บาทเพื่อให้พอเป็นรายได้อีกทางหนึ่งและไม่ให้ของเน่าเสีย 

ด้านลูกค้าที่มาซื้ออาหารรถพุ่มพวงก็บอกว่า ตอนนี้ของทุกอย่างแพงหมด ทั้งน้ำมันแพง ก๊าซหุงต้มปรับราคาขึ้นสูงทุกอย่าง ตนก็ไม่ได้ออกไปไหน รอซื้อจากรถพุ่มพวง ที่มาขายให้ถึงหน้าบ้าน ซึ่งทำให้ตนสะดวกในการจับจ่ายได้เหมือนในตลาดโดยไม่ต้องขับรถไปตลาดเป็นการประหยัดค่าน้ำมันได้อีกทาง ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายมากขึ้นนิดหน่อย แต่ก็คุ้มค่ากว่าเสียค่าน้ำมันรถไปตลาดที่ต้องเดินทางไปไกลกว่า 10 กิโล หากจะเปรียบเทียบค่าครองชีพตอนนี้ คาดว่าจะค่าครองชีพน่าจะพอๆ กับกรุงเทพฯ เลยทีเดียว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจอ’ครูอ้อย’ที่หายตัวลึกลับแล้ว! ผกก.น้ำเกลี้ยงเผยไปรับจ้างเก็บทุเรียนอยู่กับคนรักใหม่ที่ชุมพร

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661957

เจอ'ครูอ้อย'ที่หายตัวลึกลับแล้ว! ผกก.น้ำเกลี้ยงเผยไปรับจ้างเก็บทุเรียนอยู่กับคนรักใหม่ที่ชุมพร

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.51 น.

ความคืบหน้ากรณีนายรินทร์ณรงค์ คำศรีเมือง ชาวบ้านหนองสิม ต.เขิน อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.น้ำเกลี้ยงว่า นางวิไลลักษณ์ คำศรีเมือง หรือ ครูอ้อย อายุ 47 ปี ภรรยาหายตัวไปจากที่ทำงานคือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดบ้านโนนหนองสิม ต.เขิน อ.น้ำเกลี้ยง ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.65 โดยมีรถแท็กซี่มารับตัวไปนั้น

ล่าสุดวันนี้ (22 มิ.ย.65) พ.ต.อ.นพดล ช่วยบุญ ผกก.สภ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า จากที่นายรินทร์ณรงค์ ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่านางวิไลลักษณ์ หรือครูอ้อย ผู้เป็นภรรยาหายตัวไปซึ่งหลังจากที่ได้รับรายงานแล้วตนพร้อมด้วยพนักงานสอบสวน ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่สอบถามผู้แจ้งหารายละเอียดและขอเบอร์ของนางวิไลลักษณ์ หรือครูอ้อย และตนได้พยายามโทรหาหลายครั้งติดต่อไม่ได้ บางครั้งโทรติดแต่ปลายทางไม่รับสาย

จนกระทั่งวันนี้ เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ครูอ้อย ได้โทรติดต่อเข้ามาที่เบอร์ของ สภ.น้ำเกลี้ยง หลังจากที่รู้ว่าสามีได้มาแจ้งความคนหายไว้ เธอจึงโทรติดต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับสายจึงให้เบอร์ของตนไป ครูอ้อยก็โทรกลับมาเบอร์มือถือตน ก็ได้คุยกันนานอยู่พอสมควร โดยครูอ้อย บอกว่าเธออยู่สบายดี ไม่ถูกบังคับกักขัง หรือทำร้ายแต่อย่างใด ซึ่งเธอรับว่าเธอสมัครใจมากับเขาเองตอนนี้รับจ้างเก็บทุเรียนอยู่ที่จังหวัดชุมพร แต่ไม่ได้บอกพิกัดที่ชัดเจน

“เมื่อทราบดังนั้น ผมจึงพยายามพูดโน้มน้าวให้ครูอ้อยกลับมาบ้านก่อน ถ้าจะเลือกที่จะอยู่กับผู้ชายคนใหม่ก็ขอให้กลับมาพูดคุยกับสามีเก่าไปจัดการเอกสารต่างๆ คือจดทะเบียนหย่ากันให้เรียนร้อย จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง ซึ่งครูอ้อยก็บอกว่าได้คุยกับน้องสาวและให้บอกกับนายรินทร์ณรงค์ สามีแล้วว่าจะอยู่กับคนใหม่ ซึ่งผมก็ขอให้กลับมาคุยกันให้เรียบร้อยก่อนถ้าไม่อยากไปคุยที่บ้านก็มาคุยกันที่โรงพักได้ ผมจะเป็นคนกลางเจรจาให้จะมาคนเดียวหรือพาแฟนใหม่มาด้วยก็ได้ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอปลอดภัยดี” พ.ต.อ.นพดล กล่าว – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผอ.ตามไปดูสภาพ5ชีวิตซุกกระต๊อบ ครูวอนช่วยครอบครัวเด็กเรียนดี

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661950

ผอ.ตามไปดูสภาพ5ชีวิตซุกกระต๊อบ ครูวอนช่วยครอบครัวเด็กเรียนดี

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.15 น.

ครูอุดรฯ เห็นสภาพแล้วหดหู่ 5 ชีวิต หลังลงไปเยี่ยมบ้านนักเรียน พบครอบครัวยากจน นอนอยู่ในกระต๊อบแทบไม่ใช่บ้าน มีเพียงสังกะสีเก่า ห้องน้ำแทบไม่ใช่ เอาแค่กระเบื้องบังไว้ อาศัยอยู่ในป่าสักของชาวบ้าน ครูวอนช่วยเหลือ แม่เผยอยากมีบ้านหลังเล็กๆ และช่วยเหลือลูกๆ หากพ่อและแม่เป็นอะไรไป

22 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊กของครูท่านหนึ่งที่ จ.อุดรธานี ใช้ชื่อว่า Chatchawan pimpa ได้โพสต์เรื่องราวของครอบครัว 5 ชีวิตที่ไร้บ้าน โดยบอกว่า จากที่ได้ไปสำรวจออกเยี่ยมบ้านนักเรียน เจอสภาพความเป็นอยู่น้องแล้ว สงสารมาก ไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด ที่อยู่ก็มีคนให้มาอยู่ฟรี สร้างกระต๊อบเล็กๆอยู่ แม่น้องทำงานคนเดียว

จากการสอบถามทราบว่า พ่อเป็นโรคลมชัก จึงทำงานหนักไม่ได้ ไม่มียานพาหนะ อยู่ในป่ายุงเยอะมาก น้องเป็นเด็กเรียนดี ขยัน เชื่อฟังครูอาจารย์ กลับมาเลยได้พูดคุยกันในกลุ่มเพื่อนมีผู้มีจิตศรัทธาช่วย บริจาคข้าวสารและเสื้อผ้าให้น้อง A Wisukda Nahouse ต้องขอขอบพระคุณเพื่อนเอ ด้วยนะครับ วันนี้ได้นำไปมอบให้น้องช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว

ต่อมา ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบครอบครัวดังกล่าว พร้อมด้วย นายฉัตรชัย ทองเจริญ ผอ.โรงเรียนบ้านปากดงส่งเสริมธรรมและนายชัชวาล พิมพา ครูประจำชั้นน้องแพรวา พบว่า ทั้ง 5 ชีวิตอยู่ในกระต็อบแทบไม่ใช่บ้าน อาศัยอยู่ในป่าสักของชาวบ้านที่ใจดีให้อยู่ฟรี อาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน คือ พ่อ ,แม่ และลูกอีก 3 คน ประกอบด้วย นางอุดม พิมโพกลาง อายุ  41 ปี นายอนุสรณ์ ไชยพิเดช อายุ 45 ปี , ด.ญ.แพรวา อายุ 12 ขวบ,ด.ช.พรเทพ อายุ 4 ขวบและ ด.ช.พรชัย อายุ 2 ขวบ ส่วนสภาพบ้านสร้างเป็นกระต๊อบมุงด้วยสังกะสีเก่า แทบไม่ใช่บ้าน ห้องน้ำก็ใช้กระเบื้องล้อมเอาไว้ ไม่มีโถส้วม ไฟฟ้าก็ไม่มีและน้ำต้องใช้ถังน้ำไปขอน้ำใช้จากชาวบ้าน ส่วนชีวิตความเป็นอยู่ครอบครัวนี้ คนเป็นแม่ต้องทำงานคนเดียว ส่วนสามีเลี้ยงลูกและป่วยเป็นโรคลมชัก

นางอุดม เปิดเผยว่า สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวตนเองตอนนี้ถือว่าลำบากทุกอย่าง ตนเองมีลูก 5 คน ลูก 2 คน ให้อาช่วยเลี้ยงดูที่จังหวัดชัยภูมิ ส่วนอีก 3 คน ตนเองและสามีเป็นคนเลี้ยงดู โดยลูกคนที่ 1 เป็นทหารเกรณฑ์ คนที่ 2 เรียนที่ จ.ชัยภูมิ คนที่ 3,4 โรงเรียนบ้านปากดงส่งเสริมธรรม อ.เมือง จ.อุดรธานี  และคนที่ 5 ยังเล็กมีพ่อคอยดูแล เมื่อเห็นลูกคนอื่นมีความรู้พัฒนาก็อยากให้ลูกตัวเองมีความรู้พัฒนาเหมือนลูกคนอื่น “หากเป็นไปได้อยากให้มีคนใจบุญเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องการศึกษาของลูกๆ อยากให้ลูกมีการศึกษาที่ดีถ้าเป็นไปได้ก็อยากมีที่เป็นของตัวเอง เพราะหากตนเองและสามีเป็นอะไรไป ไม่รู้ลูกจะอยู่อย่างไร

เดิมทีแล้ว ตนเองเป็นคนอำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี มาทำงานในอำเภอเมือง มีสามีแล้วก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันกับสามีที่แห่งนี้ ช่วยสามีเฝ้าสวน หลังพ่อเสียชีวิต พี่สาวก็ขายบ้าน ขายที่ดิน จึงไม่ได้กลับไปที่วังสามหมออีก การเลี้ยงดูลูก วันเรียนเช้าก็เดินไปส่ง เย็นก็เดินไปรับ หลังโรงเรียนรู้ว่าเดินไปส่ง โรงเรียนก็ส่งรถมารับ เมื่อลูกเลิกเรียนมาจากโรงเรียนก็ให้ลูกรีบทำการบ้าน เนื่องจากไม่มีไฟฟ้าและที่นี่ยุงเยอะ 

สำหรับอาหารการกิน ก็อยู่กันแบบขัดสน บางวันก็ไม่ได้กินอาหารครบ 3 มื้อ บางวันลูกก็จะกินข้าวกับน้ำตาลและกะปิ เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบายก็เดินไปอนามัยซึ่งอยู่ไม่ห่างกัน ตัวเองมีอาชีพเป็นแม่บ้านที่คาเฟ่แห่งหนึ่ง ซึ่งเจ้าของคาเฟ่ก็เป็นเจ้าของที่ดินที่ให้อยู่อาศัย ได้เงินเดือน 8,000 บาท ส่วนสามีนั้นไม่สามารถทำงานได้ เนื่องจากป่วยเป็นโรคลมชัก ทำได้เพียงหาหน่อไม้ในสวนที่เฝ้าไปขาย

นายชัชวาลย์ ทองเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากดงส่งเสริมธรรม อ.เมือง จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากข้อมูลเบื้องต้นจากครูประจำชั้นหลังได้ออกมาเยี่ยมบ้านนักเรียนในปีการศึกษานี้ว่า ครอบครัวของนักเรียนชั้น ป.2 และ ชั้นอนุบาล 3 มีความลำบาก เบื้องต้นก็ได้มีการแจ้งไปยังกลุ่มเพื่อนๆ เพื่อขอรับการสนับสนุนในกลุ่มก่อนและมีการช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้แล้ว สำหรับสภาพครอบครัวนี้มีอยู่ด้วยกัน 5 คน มีเด็กอยู่ในวัยเรียน 3 คน เข้ารับบริการการศึกษาทางโรงเรียนบ้านปากดงส่งเสริมธรรม บ้านปากดง 2 คน อีก 1 คน อายุยังไม่ครบเกรณฑ์ สภาพการเป็นอยู่ของครอบครัวนี้ไม่มีไฟฟ้า เนื่องจากอาศัยพื้นที่ของเอกชนอยู่ ไม่มีห้องน้ำ การประกอบอาหารก็ยังใช้ฟืนใช้ถ่าน เครื่องอำนวยความสะดวกส่งเสริมการเรียนต่างๆก็ไม่มีรองรับ ส่วนของการช่วยเหลือทางโรงเรียนได้นำข้อมูลนี้นำเสนอขอทุนการศึกษาพิเศษแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือครอบครัวนี้สามารถประสานมาทางโรงเรียนได้โดยติดต่อมายังเบอร์ผู้อำนวยการโรงเรียน 080-763-5991

ด้าน นายชัชวาลย์ พิมพา ครูประจำชั้นนักเรียน บอกว่า สำหรับน้องแพรวา นักเรียนที่ตนเป็นครูประจำชั้นเป็นคนตั้งใจเรียน นิสัยดี เชื่อฟังครู ส่วนการเรียนนั้นยังถือว่าเรียนไม่เก่ง แต่ยังเป็นคนขยันพัฒนาตัวเอง ซึ่งสังเกตได้จากเวลาสั่งการบ้านจะทำงานเป็นระเบียบ ตอนที่ออกมาเยี่ยมบ้านนักเรียนครั้งแรกเห็นสภาพแล้วสภาพครอบครัวน่าจะดีกว่านี้เพราะที่อยู่อาศัยไม่เหมาะสมสำหรับเด็กกำลังพัฒนา เท่าที่สอบถามกับครอบครัวนี้รู้ว่าพื้นที่ที่ครอบครัวนี้อาศัยอยู่นั้นเป็นพื้นที่ของเอกชนซึ่งเป็นนายจ้างของแม่น้องแพรวา ให้มาอยู่ฟรีโดยให้ช่วยเฝ้าสวน

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มใหญ่ปทุมฯโวยสายเคเบิ้ลหล่นลงบนถนนขี่ จยย.ถูกเกี่ยวรถล้มกระดูกเข่าแตกเอ็นขาด

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661947

หนุ่มใหญ่ปทุมฯโวยสายเคเบิ้ลหล่นลงบนถนนขี่ จยย.ถูกเกี่ยวรถล้มกระดูกเข่าแตกเอ็นขาด

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 10.51 น.

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 22 มิ.ย.65 นายวราภัทร วินัยกิจ อายุ 47 ปีพักอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 1/7 ม.1 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พนักงานขับรถรับพนักโรงงานแห่งหนึ่งย่านลำลูกกาได้ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวพร้อมพาดูจุดเกิดเหตุบนถนนทางหลวงชนบท ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ที่สายเคเบิ้ลรับส่งสัญญาณสื่อสารได้ตกลงมาพาดผ่านถนนและได้เกี่ยวรถจักรยานยนต์ล้มลงเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บกระดูกหัวเข่าแตกเอ็นขาด

นายวราภัทร วินัยกิจ กล่าวว่า ตนได้ทำงานขับรถในบริษัทแห่งหนึ่งย่าน อ.ลำลูกกา สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.65 เวลาประมาณ 19.45 น.ตนขับรถจักรยายนต์บนถนนสายดังกล่าวมุ่งหน้าไปทาง อ.ธัญบุรี เพื่อซื้อน้ำดื่ม ซึ่งในเวลานั้นได้เกิดพายุฝนและลมแรงมากตนไม่ทราบว่ามีสายเคเบิ้ลจากเสาไฟฟ้าหล่นมาขวางบนถนน จากนั้นสายเคเบิ้ลก็มาเกี่ยวที่แขนซ้ายจึงทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักและล้มลง ทำให้แขนด้านขวาไถลไปกับพื้นถนนจึงทำให้เกิดแผลทลอกที่แขนขวาและกระดูกหัวเข่าขวาแตกจนทำให้เส้นเอ็นขาฉีกขาด ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าแพทย์จะให้พักฟื้นกี่วันเพราะต้องรอแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระดูกนัดตรวจอีกครั้ง  

จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ตนได้ไปแจ้งความและลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ลำลูกกา เพื่อให้ติดตามเจ้าของบริษัทฯสายเคเบิ้ลดังกว่ามารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตน  ประกอบกับตนเป็นหัวหน้าครอบครัวต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูลูกและภรรยา เมื่อยังไม่สามารถทำงานได้ความเดือดร้อนก็ต้องตามมาอย่างแน่นอนก็ฝากไปถึงท่านผู้กำกับ สภ.ลำลูกกา ช่วยเร่งติดตามผู้รับผิดชอบต่อสายเคเบิ้ลดังกล่าวบริษัทเจ้าของสายเคเบิ้ลคู่กรณีมาแสดงความรับผิดชอบด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เห็นประปาหัวแดงแล้วอึ้ง! หลังไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่ ใช้งานไม่ได้ เพราะความมักง่ายของคน

Posted on June 23, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661940

เห็นประปาหัวแดงแล้วอึ้ง! หลังไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่ ใช้งานไม่ได้ เพราะความมักง่ายของคน

วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 10.08 น.

วันที่ 22 มิถุนายน 2565 จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ภายในชุมชนบ่อนไก่ ซอยปลูกจิต ถนนพระราม4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. แต่เกิดปัญหาเนื่องจากเป็นชุมชนแออัด รวมทั้งการลำเลียงน้ำเข้าไปดับเพลิงค่อนข้างลำบาก โดยใช้เวลาควบคุมเพลิงเกือบ 2 ชั่วโมง ส่งผลให้บ้านถูกไฟไหม้เสียหายหลายครัวเรือน

ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ปิยพัทธ์ จุฬารัตน์” ได้โพสต์รูปประปาหัวแดง ซึ่งตั้งอยู่ภายในชุมชนดังกล่าว แต่กลับไม่สามารถใช้งานได้ และยังถูกเจ้าของบ้านโบกปูนทับเพื่อใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นชานทางขึ้นบ้าน 

โดยระบุข้อความว่า ไฟไหม้ชุมชนบ่อนไก่ ปัญหาแหล่งน้ำ มีหัวแดงแต่ใช้ไม่ได้ เพราะความมักง่ายของคน แต่ถ้าหัวนี้ยกเลิกไปแล้วควรยกออกไปนะครับ ไม่ควรไว้อย่างนี้ ยังไงฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจดูความพร้อมของประปาหัวแดง เพื่อให้เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุขึ้นมา

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ตลาดสตรีทฟู้ด’ริมหาดนาจอมเทียน ดึงนักท่องเที่ยว สร้างรายได้หลังโควิดซา

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661919

‘ตลาดสตรีทฟู้ด’ริมหาดนาจอมเทียน ดึงนักท่องเที่ยว สร้างรายได้หลังโควิดซา

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 22.02 น.

‘ตลาดสตรีทฟู้ด’ริมหาดนาจอมเทียน ดึงนักท่องเที่ยว สร้างรายได้หลังโควิดซา

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 21 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยวของ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่า มีนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายที่สตรีทฟู้ดริมหาดนาจอมเทียนอย่างคึกคัก ในด้านการท่องเที่ยวบริเวณหาดนาจอมเทียน ซึ่งเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ พบว่า มีผู้คนเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก บริเวณชายหาดมีประชาชน ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว มาจับจองพื้นที่พักผ่อนกันเต็มบริเวณหาด มีทั้งนำเสื่อมาปูนั่งกับแบบสบายๆ หรือใช้บริการร่มเตียงของผู้ประกอบการ ทำให้บรรยากาศดูคึกคักกว่าทุกๆวัน ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการ มีรายได้มากขึ้นหลายเท่าตัว 

จากการสอบถามผู้ประกอบการ เล่าว่า รู้สึกดีที่ทางเทศบาลได้ผ่อนปรนให้ประชาชนในพื้นที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวหลังจากเจอพิษโควิด เพิ่งจะลืมตาอ้าปากได้ สุดท้ายอยากให้เทศบาลจัดระเบียบเพื่อให้ถูกต้องเพราะที่ตรงนี้สามารถสร้างรายได้แก่ประชาชนในพื้นที่ และสามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่จำนวนมาก

สำหรับพื้นที่ชายหาดนาจอมเทียน เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ขายได้ในช่วงเวลาตั้งแต่ 18.00 น. จนถึง 24.00 น. เป็นการผ่อนผันให้มีการจำหน่ายค้าขายสินค้า อาหาร และเครื่องดื่มได้ ไปจนกว่าที่จะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมเจ้าท่า เทศบาลนาจอมเทียน ในการกำหนดพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าต่อไป

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อบต.ชุมแสง’แจงแล้วสาเหตุถนนลาดยางสร้างเสร็จไม่ถึงปี ทรุดพังเกือบทั้งสาย

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661918

‘อบต.ชุมแสง’แจงแล้วสาเหตุถนนลาดยางสร้างเสร็จไม่ถึงปี ทรุดพังเกือบทั้งสาย

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.50 น.

‘อบต.ชุมแสง’แจงแล้วสาเหตุถนนลาดยางสร้างเสร็จไม่ถึงปี ทรุดพังเกือบทั้งสาย

ความคืบหน้ากรณีเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน โพสต์ร้องเรียนถนนสายหนึ่งที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จได้ไม่นาน แต่มีสภาพชำรุดพื้นผิวถนนแตกเสียหายเกือบทั้งสาย มีภาพสภาพถนนที่ชำรุด ล่าสุดวันนี้ (21 มิ.ย.65)  ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังถนนสายบ้านจาน-หัวช้าง ต.ชุมแสง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ตามที่มีการโพสต์ร้องเรียน พบว่า ถนนสายดังกล่าวมีสภาพชำรุดเสียหายจริง ในลักษณะพื้นผิวถนนแตกหลุดร่อนและยุบตัวเกือบตลอดทั้งสาย ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ อบต.ชุมแสง

นายพิมล เอื้ออวยชัย ปลัด อบต.ชุมแสง ในฐานะประธานกรรมการตรวจรับพัสดุโครงการก่อสร้างถนนแอสฟัสติกคอนกรีต ชี้แจงว่า เดิมถนนสายดังกล่าวเป็นถนนดิน ที่ผ่านมาจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำเกือบทุกปี ทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนผ่านเส้นทางดังกล่าวสัญจรด้วยความลำบาก ทาง อบต.จึงได้เสนอของบประมาณจากกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อทำการก่อสร้างถนนลาดยางให้ประชาชนสัญจรด้วยความสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งได้รับงบอุดหนุนเฉพาะกิจมาดำเนินการก่อสร้างถนนลาดยางสายดังกล่าว 7,255,200 บาท  

ส่วนสาเหตุที่สภาพถนนชำรุดเสียหายหลายจุดนั้น เนื่องจากหลังสร้างเสร็จได้ไม่กี่เดือนมีรถบรรทุกสินค้าน้ำหนักเกินสัญจรผ่านถนนสายดังกล่าว ประกอบกับพื้นที่โดยรอบมีลำคลองไหลผ่าน ส่งผลให้ถนนที่เพิ่งก่อสร้างเสร็จได้ไม่กี่เดือนมีสภาพชำรุดเสียหาย แต่ทาง อบต.ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยถนนสายนี้ยังอยู่ในระยะประกันสัญญา จึงได้ประสานไปยังผู้รับจ้างมาดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนแล้ว คาดว่าจะเริ่มทำการซ่อมแซมได้ในวันที่ 22 มิ.ย.65 จะแล้วเสร็จภายใน 15 วัน ยืนยันว่าขณะผู้รับจ้างทำการก่อสร้างทาง อบต.ได้กำชับดูแลการก่อสร้างให้ได้ตามมาตรฐาน

ขณะที่ ป.ป.ช.ประจำจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพถนนและสอบถามรายละเอียดสาเหตุจากทาง อบต.แล้ว ชี้แจงเกิดจากรถน้ำหนักเกินวิ่งผ่าน แต่ยังอยู่ในระยะประกันสัญญา จึงได้กำชับให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้สัญจรได้ตามปกติโดยเร็ว แล้วรายงานให้ทาง ป.ป.ช.รับทราบด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วังรี รีสอร์ท’คึกคักเปิดให้กินฟรีงานฉลอง’มรดกมังสวิรัติ&ทุเรียนอินทรีย์วังรี’

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661913

'วังรี รีสอร์ท'คึกคักเปิดให้กินฟรีงานฉลอง'มรดกมังสวิรัติ&ทุเรียนอินทรีย์วังรี'

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.33 น.

คึกคักสุดๆ!! ที่วังรี รีสอร์ท นครนายก ในงาน”เฉลิมฉลองมรดกมังสวิรัติ&ทุเรียนอินทรีย์วังรี” เปิดให้กิน”ฟรี!!” ทั้งทุเรียนและบุฟเฟ่ต์มังสวิรัตินานาชาติต้นตำรับ

เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่วังรีรีสอร์ท หมู่ 12 ต.เขาพระ อ.เมือง จ.นครนายก นางกมลทิพ พยัฆวิเชียร กรรมการผู้จัดการวังรี รีสอร์ท เป็นประธานเปิดงาน “เฉลิมฉลองมรดกมังสวิรัติ&ทุเรียนอินทรีย์วังรี” ประจำปี 2565 ซึ่งจัดให้รับประทาน…ฟรี!!!!! ทั้งทุเรียนอินทรีย์และอาหารบุฟเฟ่ต์มังสวิรัตินานาชาติต้นตำรับ… โดยมี นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานรัฐสภา ดร.พีรพล ตริยะเกษม พล.อ.ท.วัชระ ฤคธานี นายไพโรจน์ สังวริบุตร ตัวแทนจังหวัดนครนายก แขกผู้มีเกียรติ ประชาชนทั้งในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร อ่างทอง นนทบุรีและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก สนุกสนาน อบอุ่นและอิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า

นางกมลทิพ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานนี้ว่า เพื่อบอกกล่าวให้ทุกคนรับทราบว่า “นครนายกก็มีทุเรียน” โดยเฉพาะ”ทุเรียนอินทรีย์ในพื้นที่วังรี” ที่พวกเราปลูกมาหลายปีและวันนี้เริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาด โดยที่สวนของวังรี รีสอร์ท ก็มีทุเรียนอินทรีย์ทั้งพันธุ์หมอนทองและพวงมณี ซึ่งนอกจากทุเรียนอินทรีย์แล้วเรายังมีผัก ผลไม้อินทรีย์อีกหลากหลายชนิด ทั้ง เงาะ มังคุด ลองกอง กระท้อน น้อยหน่า ส้มโอ กล้วย เมล่อน มะม่วงนาๆพันธุ์ รวมถึงพืช ผักอินทรีย์ชนิดอื่นๆกว่า20 ชนิด รวมถึงผักเมืองหนาวที่เราปลูกในเรือนเพาะชำ PlantFac. หรือโรงเรือนปลูกผักอัจฉริยะ​ ที่ลดการพึ่งพาแสงแดด​ สายลมตามธรรมชาติและใช้น้ำน้อย เราควบคุมทุกเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคปัญหา จนทำให้พืชผักอินทรีย์ของเราโตและอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร และสามารถออกผลผลิตตลอดปี​ ซึ่งผักที่เราปลูกจะมีจุดเด่นไม่เหมือนใคร คือ ปลูกผักรักษาผู้ป่วยหรือผักที่มีวิตามินสูงด้วย

นางกมลทิพ กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากปลูกผัก ผลไม้อินทรีย์ออกสู่ตลาดด้วยตัวเอง เรายังไปส่งเสริม สนับสนุน ถ่ายทอดความรู้ในการเพาะปลูก วางแผนและพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกให้มีสัดส่วนที่เหมาะสมกับพืช ผัก ผลไม้ หาช่องทางการจัดจำหน่าย รวมถึงการช่วยแก้ปัญหาผลผลิตที่ล้นตลาดด้วยการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การให้ความรู้ในการขนส่งเพื่อรักษาและคงความสดใหม่ของพืชผล ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีกินมีใช้ ซึ่งเราทำมาหลายปีแล้ว โดยมีเกษตรกรหลายจังหวัดทั้งในพื้นที่นครนายก ภาคอีสาน และภาคเหนือ ที่หันมาปลูกพืช ผัก ผลไม้อินทรีย์กับเรา 

ุนางกมลทิพ เปิดเผยต่อว่า เราเริ่มทำตั้งแต่เดือน พ.ย.2559 เมื่อในหลวง ร 9. ท่านเสด็จสวรรคต​ เราจึงอยากช่วยชาวเขาซึ่งทำเกษตรในแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่เราเรียวว่าเกษตรที่ราบสูงเปลี่ยนจากเกษตรเคมีเป็นเกษตรอินทรีย์​ ตามรอยพระยุคลบาท​ ซึ่งที่ในช่วงปี 2510 พระบาทสมเด็จฯในหลวง ร.9 ได้เปลี่ยนให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น​ มาปลูกกาแฟ​ และดอกไม้เมืองหนาว และเมื่อไม่มีพระองค์ท่าน​ เราจึงคิดทำเพื่อท่านโดยมีเป้าหมายเปลี่ยนจากเกษตรเคมี​ เป็นอินทรีย์ โดยทำโครงการแบบครบวงจร เริ่มจากปลูก​ ขายสด​ แปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ลดค่าใช้จ่ายการขนส่ง และเราเป็นผู้จำหน่ายผลผลิตของเกษตรกร สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การพัฒนาตัวเกษตรกรให้เป็นเกษตรกร 4.0 ให้ทุกคนมีรายได้​ เป็นเงินสดไว้ใช้จ่าย โดยเราจะเปิดช่องทางในการให้ความรู้เพิ่มเติมอีก 1 ช่องทาง การให้ความรู้ออนไลน์ ผ่าน http://www.โรงเรียนเกษตรพาณิชย์ครูแอ๋ว โดยจะเริ่มเปิดให้บริการในปลายปีนี้

“ที่แม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่ เราทำจนมีชนเผ่าหลายกลุ่มยอมรับ และเลิกทำเกษตรแบบเคมี แล้วมาทำการเกษตรอินทรีย์กับเรา ยกตัวอย่างที่แม่เกี๊ยะ เชียงใหม่ ปีแรกๆเราไปชักชวนเกษตรกรที่ปลูกกะหล่ำปลีให้มาปลูกแบบอินทรีย์กับเราแต่เขาไม่สนใจมองว่า ผลผลิตออกมาน้อยได้ไม่คุ้มทุน เราจึงไปการันตีราคาและรับซื้อผลผลิตทั้งหมดกับเกษตรกรที่มาปลูกแบบอินทรีย์ โดยช่วงที่เราไปส่งเสริมปลูกกล่ำปลีกำละ 10 บาท เราต้องการจูงใจให้เขาเปลี่ยนแบบอินทรีย์จึงการันตีไว้กิโลกรัมละ20บาท แต่เมื่ผลผลิตออกมาราคากะหล่ำปลีทั่วไปกิโลกรัมละ 3 บาท ก็ต้องจ่ายกิโลกรัมละ 20 บาทตามสัญญา แต่ผู้บริโภคไม่ยอมซื้อกระหล่ำปลีของเราเลยเพราะราคามันต่างจากผักทั่วไปมาก ทำให้เรามีผักที่ไม่ได้เน่าเหม็นฟุ้งอยู่ในบ้านถึง 2 ตัน เราสู้มาแบบนี้รวมไปแล้วเราขาดทุนไปเกือบ 2 ล้านบาท แต่เราก็สู้มาจนกลุ่มชนเผ่าเหล่านั้นหันมาทำเกษตรอินทรีย์กับเรามากขึ้นเรื่อยๆ โดยเรามีศูนย์บรรจุหีบห่อและกระจายสินค้าอยู่ที่นั่น แล้วลำเลียงมาขายที่กรุงเทพฯ” นางกมลทิพ กล่าว

กรรมการผู้จัดการวังรี รีสอร์ท กล่าวอีกว่า สำหรับงานนี้นอกจากแนะนำให้ทุกคนรู้จักทุเรียนอินทรีย์ของวังรีแล้ว งานนี้ยังส่งเสริมให้เราๆหันมาใส่ใจสุขภาพรับประทานพืช ผัก ผลไม้อินทรีย์ที่ปลอดสาร โดยเราจัดให้รับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์มังสวิรัตินานาชาติ..ฟรี!!! ซึ่งเราได้ร่วมมือกับ 2 ปรมาจารย์ด้านอาหารมังสวิรัติ คือ อาจารย์ใจฟ้า และป้ายุพาพรรณ ที่มาลงมือปรุงอาหารมังสวิรัติหลากหลายเมนูด้วยตัวเอง พร้อมสาธิตการทำอาหารหลายเมนูให้ชมและทานกันสดๆ เพื่อให้ทุกคนได้อิ่มอร่อยกับทุเรียนอินทรีย์ของวังรี และอิ่มอร่อยแบบอิ่มบุญกับอาหารมังสวิรัติ

“ที่ใช้ชื่องานว่า “เฉลิมฉลองมรดกมังสวิรัติ” เพราะพี่ได้รับโอกาสที่ไม่เคยคิดมาก่อน คือ การได้รับมรดกมังสวิรัติจากอาจารย์ใจฟ้า​​ และป้ายุพาพรรณ​ เจ้าของร้านหัวใจมังสวิรัติ ปรมาจารย์ผู้สอนอาหารมังสวิรัติที่มีชื่อเสียง​ของประเทศให้เป็นผู้ดำเนินการสืบทอดการสอนของสถาบันอาหารมังสวิรัติ และยังมอบร้านหัวใจมังสวิรัติให้สืบทอดการจำหน่าย​อาหารมังสวิรัติ​ เครื่องปรุง​ และวัตถุดิบทั้งหมด​เพื่อให้อาหารมังสวิรัติตาม​เมนูอาหารไทยที่แสนอร่อยอยู่คู่ประเทศไทยและคู่โลกของชาวมังสวิรัติตลอดไป” นางกมลทิพ กล่าว

นางกมลทิพ บอกอีกว่า การยกมรดกและเคล็ดลับในการปรุงอาหารให้กับคนที่ไม่ใช่ลูกหลานครั้งนี้​ นับเป็นปรากฎการณ์ในยุค New​ Normal​ ที่เจ้าของสูตรจะทิ้งวิชาความรู้ให้เติบโตไปในโลกกว้างเพื่อมวลมนุษยชาติจะมีสุขภาพที่ดีคู่กับความอร่อยจากประเทศไทย

สำหรับแนวทางการตลาดสำหรับผัก ผลไม้อินทรีย์จากสวนวังรี รีสอร์ทและเครือข่ายนั้นนางกมลทิพ ยังเปิดเผยว่า จัดจำหน่ายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยออนไลน์ขายผ่าน Facebook: Wangree Clean และหัวใจมังสวิรัติ ส่วนออฟไลน์มีหน้าร้านอยู่ที่ “ร้านหัวใจมังสวิรัติ” ศูนย์รวมวัตถุดิบปรุงอาหารมังสวิรัติจากทั่วประเทศและอาหารมังสวิรัติปรุงสำเร็จ ซึ่งตั้งอยู่บนถนนนวมินทร์ปากซอยนวมินทร์ 50 แขวงบึงกุ่ม เขตนวมินทร์ กรุงเทพฯ

กรรมการผู้จัดการวังรี รีสอร์ท กล่าวอีกว่า นอกเหนือวัตถุประสงค์กล่าวมาแล้ว งานนี้ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งหลังจากที่ทุกคนเจอกับวิกฤตโควิด 19 มากว่า 2 ปี เราจึงถือโอกาสชักชวนทุกท่านให้ขับรถออกจากบ้านมาสูดอากาศบริสุทธิ์ และทานอาหารมังสวิรัตที่อร่อยและปลอดภัย 

สำหรับบรรยากาศในงาน”เฉลิมฉลองมรดกมังสวิรัติ&ทุเรียนอินทรีย์วังรี” ประจำปี 2565 ไปอย่างคึกคักตั้งแต่ 09.00 น. โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 300 คน ซึ่งทุกคนได้มีโอกาสลิ้มลองความอร่อยของทุเรียนอินทรีย์จากสวนวังรี รีสอร์ทและทานอาหารมังสวิรัตินานาชาติ กว่า 30 เมนู และในภาคบ่ายทางวังรี รีสอร์ทได้เปิดให้เข้าชมสวนผลไม้และสวนผักด้วย โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัสกับบรรยากาศการเก็บผลไม้สดๆจากต้นมารับประทานเองแบบ เดินไป กินไป ทั้ง เเงาะโรงเรียนอินทรีย์ที่มีรสหวาน​ กรอบเนื้อแห้งและกำลังสุกเต็มต้น​ รวมทั้งลองกองรสหวานฉ่ำมีรสเปรี้ยวแทรกนิดๆเป็นที่พออกพอใจของทุกคน 

และก่อนจบงานโบกมือลาในวันนั้น นางกมลทิพ บอกกับทุกคนว่า “ขอแจ้งให้ทุกท่านใส่ปฏิทินกันลืมล่วงหน้าว่า ต้นเดือนมิถุนายนในปีหน้า 2566 เราจะมาทานทุเรียนฟรี!!!กันที่วังรี รีสอร์ทเหมือนเดิม”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มชาวสวนรดน้ำต้นทุเรียนผงะ! เจองูเหลือมยักษ์กกไข่พร้อมฟักนับสิบฟองในโพรงดิน

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661835

หนุ่มชาวสวนรดน้ำต้นทุเรียนผงะ! เจองูเหลือมยักษ์กกไข่พร้อมฟักนับสิบฟองในโพรงดิน

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.56 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 21 มิ.ย.65 เจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งสิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากนายสันติศักดิ์ ศรีสว่าง อายุ  45 ปีว่าพบงูเหลือมตัวใหญ่ทำรังโพรงดินภายในสวนทุเรียนหมู่ 15 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จึงเดินทางไปตรวจสอบช่วยเหลือพร้อมบ่วงอุปกรณ์จับงู เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นสวนทุเรียนหลายสิบไร่ พบงูเหลือมยาว 3.5 เมตร อยู่บริเวณโพรงดินใกล้ต้นทุเรียนปลูกใหม่ จึงใช้บ่วงอุปกรณ์คล้องจับโดยง่าย 

อย่างไรก็ตาม ผู้แจ้ง ได้ให้ข้อมูลอีกว่า ในโพรงดินดังกล่าวน่าจะเป็นรังของงูเหลือม เนื่องจากพบงูเหลือมตัวดังกล่าวเลื้อยออกมาจากช่องโหว่บริเวณโพรงดิน ซึ่งช่องโหว่มีขนาดเท่าลูกตะกร้อ เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องมือขุดเปิดปากโพรงจนพบไข่งูเหลือมพร้อมฟัก มีลักษณะเป็นก้อนนับรวม 15 ฟอง จึงนำออกจากโพรง ใส่กระสอบไปปล่อยป่าพร้อมกับงูเหลือม 

นายสันติศักดิ์ ผู้แจ้ง เล่าว่า ขณะกำลังเดินรถน้ำต้นทุเรียนในสวน เมื่อถึงต้นทุเรียนปลุกใหม่ พบว่ามีงูเหลือมตัวดังกล่าวเลื้อยออกจากโพรง จึงแจ้งขอความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่จับไปปล่อยป่า อย่างไรก็ตามหลังชาวบ้านทราบข่าว มีงูเหลือมขนาดใหญ่ทำรังฟักไข่ในสวนทุเรียน ไม่พลาดที่จะตีเลขเด็ดจากความยาวและจำนวนไข่ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,973,933 hits

Join 4,111 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ประกาศสำนักนายกฯ ข้าราชการไว้ทุกข์ 15 วัน ประชาชนพิจารณาตามความเหมาะสม
"สเปซเอ็กซ์" เคาะราคา IPO 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ระดมทุนแตะ 2.4 ล้านล้านบาท
อนุทิน แถลง คืนเงินเหยื่อโดนหลอกลวง พร้อมใช้ มติครม.-พ.ร.บ. อุดช่องคนทำผิด
แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์
‘Modern Thai Wisdom’ เชื่อมภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ตลาดสร้างสรรค์โลก
คุณแหน: 12 มิถุนายน 2569
จีนจับกุมนักวิชาการสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญเมียนมา ต้องสงสัยพัวพันคดีจารกรรมข้อมูล
ชัชชาติ ย้ำจุดยืนประชาธิปไตย ขอประชาชนเลือกคนที่รักที่ชอบ
‘สุริยะ’สั่งกรมฝนหลวงฯ วางแผนรับมือสภาพอากาศแปรปรวน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง
ยังไม่มีข้อร้องเรียน! ผอ.กกต.กทม.เผยบรรยากาศหาเสียง ผู้ว่าฯ กทม.-ส.ก. เรียบร้อยดี

Recent Posts

  • จีนจับกุมนักวิชาการสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญเมียนมา ต้องสงสัยพัวพันคดีจารกรรมข้อมูล
  • ชาวแอลเบเนียประท้วงเมกะโปรเจกต์ “ลูกเขยทรัมป์” 1.5 แสนล้าน หวั่นทำลายธรรมชาติ
  • จีนเตือนภัย หน่วยข่าวกรองต่างชาติส่ง “เต่า-ปลาสายลับ” ติดเซนเซอร์ เจาะข้อมูลทางทะเล
  • ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับประหารชีวิตด้วย “ก๊าซไนโตรเจน” ในรัฐอะลาบามา ชี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ
  • ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 30 ปี อดีต ปธน. “ยุน ซอกยอล” ส่งโดรนรุกรานเกาหลีเหนือ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d