Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘รพ.ราชวิถี’แนะวิธีรับมือ’การสำลัก’อย่างถูกต้อง

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661908

'รพ.ราชวิถี'แนะวิธีรับมือ'การสำลัก'อย่างถูกต้อง

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.12 น.

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ แนะนำแนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีอาการสำลัก หรือมีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น เพื่อประคับประคองไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่มากขึ้น ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การสำลัก คืออาการที่เกิดขึ้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในช่องคอหรือหลอดลม และกีดขวางช่องทางการหายใจ ทำให้ไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ ซึ่งปัญหาการสำลักหรือการที่สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในทางเดินหายใจเป็นปัญหาที่มีความสำคัญและอาจมีอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โดยมักพบในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 3 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีความอยากรู้อยากเห็น ชอบค้นคว้า ทดลองด้วยตนเอง จึงมักเอาสิ่งแปลกปลอมใส่ไปในช่องต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะช่องทางเดินหายใจ ได้แก่ รูจมูกและปาก ประกอบกับฟันกรามที่ยังขึ้นไม่ครบสมบูรณ์ทำให้ไม่สามารถบดเคี้ยวอาหารชิ้นใหญ่ให้ละเอียดเพียงพอ จึงอาจเกิดการสำลักในระหว่างรับประทานอาหารและวิ่งเล่นไปด้วย ส่วนสาเหตุของการสำลักในวัยผู้ใหญ่นั้นมักเกิดจากเศษอาหาร การดื่มน้ำเร็วเกินไป หรือการทำกิจกรรมหลายๆ อย่างในขณะรับประทานอาหาร เช่น พูด หัวเราะ เป็นต้น บางครั้งฟันปลอมที่ยึดติดไม่แน่นพอ อาจเลื่อนหลุดเข้าไปในช่องคอหรือหลอดลม และกีดขวางช่องทางการหายใจ หรือทางเดินอาหารโดยไม่ได้ตั้งใจ ทั้งนี้ การป้องกันการเกิดภาวะฉุกเฉินทางเดินหายใจอุดกั้นในเด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากอาการที่เกิดขึ้นจะสังเกตได้ยากและไม่ชัดเจน

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า สำหรับอาการของคนสำลักที่สังเกตเห็นได้โดยทั่วไปนั้น มักจะใช้มือจับที่คอของตนเอง แต่หากผู้ที่สำลักไม่ได้ส่งสัญญาณดังกล่าว ให้สังเกตอาการดังต่อไปนี้ เช่น หายใจไม่สะดวก หรือมีอาการหายใจแรงและเสียงดังผิดปกติ , ไม่สามารถกลืนได้หรือใช้เวลานานกว่าปกติ , พูดคุยตอบสนองไม่ได้ , ไอแรงๆ ไม่ได้ , ผิวหนัง ริมฝีปาก และเล็บเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เนื่องจากขาดออกซิเจน และขาดสติ ไม่รู้สึกตัว โดยผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการสำลัก ได้แก่ เด็กเล็ก , ผู้สูงอายุ , ผู้ที่มีประวัติผ่าตัดบริเวณคอหอย เช่น ผ่าตัดโคนลิ้น ผ่าตัดมะเร็งคอหอย ผ่าตัดมะเร็งกล่องเสียง , ผู้ที่มีความผิดปกติระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น ภาวะกลืนลำบาก , ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดบริเวณใบหน้าและลำคอ ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายแสง ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ , ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรคอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน ปลอกประสาทอักเสบ บาดเจ็บไขสันหลัง ผู้ป่วยที่ได้รับยาระงับความรู้สึก และผู้ที่มีความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงจากการดื่มแอลกอฮอล์หรือการได้รับยาคลายเครียด เป็นต้น ทั้งนี้ เราสามารถป้องกันเด็กจากการสำลักได้ด้วยการเลือกชนิดและขนาดของของเล่นให้เหมาะสมแก่เด็กในวัยต่างๆ หั่นอาหารให้มีขนาดเล็กลงเพื่อให้ง่ายต่อการกลืน และไม่ควรป้อนอาหารเด็กในขณะที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ สำหรับผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพเหงือกและฟันให้ดี หลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้สำลักง่าย ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการกลืนควรปรึกษาแพทย์เพื่อฝึกการกลืน และรีบรักษาเมื่อมีปัญหาเรื่องไอหรือเสมหะ นอกจากนี้ เรายังสามารถป้องกันตัวเราเองจากการสำลักได้ด้วยการเคี้ยวอาหารให้ละเอียด และหลีกเลี่ยงการคุยหรือหัวเราะขณะรับประทานอาหาร

แพทย์หญิงสมจินต์ จินดาวิจักษณ์ หัวหน้ากลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้าน โสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับเด็กเล็ก หากสังเกตเห็นว่าเด็กมีอาการแปลกไป คือ ดูเจ็บปวดและหายใจเสียงดัง ร้องไห้หรือไอไม่ได้ บางครั้งไม่สามารถส่งเสียงร้องหรือหายใจได้ อาจหมายความว่าเด็กกำลังมีอาการสำลัก สิ่งที่ต้องทำเมื่อเด็กสำลัก คือ 1.เด็กทุกกลุ่มอายุที่มีการอุดกั้นทางเดินหายใจไม่เต็มที่ ยังหายใจได้เอง พูดได้ แนะนำให้ไอแรงๆ เพื่อให้วัตถุแปลกปลอมหลุดออกมา 2.ในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ให้จับเด็กนอนคว่ำหน้าขนานกับต้นขาและประคองหัวเด็กไว้ จากนั้นใช้สันมือตบเข้าไปแรงๆ 5 ครั้ง ระหว่างสะบักทั้ง 2 ข้าง 3.ตรวจดูในปากว่ามีอะไรอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้รีบใช้ปลายนิ้วหยิบออก ไม่แนะนำให้ใช้นิ้วมือกวาดไปในลำคอเด็ก เนื่องจากอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมเคลื่อนตัวไปสู่ตำแหน่งที่มีการอุดกั้นมากขึ้น

4.หากการช่วยเหลือด้วยการตบหลังยังไม่สามารถนำเอาสิ่งแปลกปลอมที่ขวางทางเดินหายใจออกได้ ให้ใช้วิธีกดที่หน้าอกของเด็ก ด้วยการจับให้เด็กนอนหงายหน้าขึ้นขนานกับต้นขา จากนั้นใช้นิ้ว 2 นิ้วกดลงไปตรงกลางใต้ราวนมของเด็ก 5 ครั้ง ตรวจดูภายในปากว่ามีอะไรหลุดออกมาหรือไม่ แล้วหยิบออกอย่างระมัดระวัง 5.หากช่วยเหลือด้วยวิธีข้างต้นแล้วยังไม่ได้ผล ให้รีบโทรเรียกรถพยาบาล โดยระหว่างที่รอรถพยาบาลมาถึงนั้นให้ช่วยเหลือด้วยการตบหลังและกดหน้าอกสลับกัน จนกว่าสิ่งที่เข้าไปอุดตันทางเดินหายใจจะหลุดออกมาหรือรถพยาบาลมาถึง หากเด็กไม่หายใจให้เริ่มทำการกดหน้าอกหรือปั๊มหัวใจด้วยวิธีสำหรับเด็ก ซึ่งอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในคอหลุดออกมาได้

สำหรับวิธีการช่วยเหลือเบื้องต้นในเด็กโตที่มีอายุมากกว่า 1 ปี และผู้ใหญ่ เมื่อสังเกตเห็นคนที่มีอาการสำลักให้พยายามกระตุ้นให้ผู้สำลักไอเพื่อให้สิ่งที่เข้าไปอุดตันทางเดินหายใจหลุดออกมาด้วยตัวเอง หากผู้สำลักไม่สามารถพูดคุย ร้อง หรือไอด้วยตัวเองได้ สามารถให้ความช่วยเหลือด้วยวิธีการดังนี้ 1.แจ้งให้ผู้สำลักทราบว่าจะทำการช่วยเหลือ 2.ยืนซ้อนด้านหลังผู้สำลัก ประคองโน้มตัวไปด้านหน้า แล้วกดกระแทกที่ท้อง 5 ครั้ง โดยใช้แขนทั้ง 2 ข้าง โอบแนบกับผู้ที่สำลักเหนือสะดือ แต่ให้ต่ำกว่าระดับหน้าอก แล้วกำมือเป็นกำปั้น จากนั้นให้ดึงกระแทกกำปั้นเข้าหาตัวและขึ้นทางด้านบนอย่างเร็วและแรง ห้ามใช้วิธีการกระแทกที่ท้องกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ปี และหญิงที่กำลังตั้งครรภ์ 3.หากยังมีอาการสำลักอยู่ให้รีบโทรเรียกรถพยาบาล ระหว่างที่รอรถพยาบาลให้กระแทกที่ท้องซ้ำจนกว่าสิ่งที่แปลกปลอมที่ติดอยู่จะหลุดออกมา หรือจนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง กรณีที่ผู้ที่สำลักหมดสติไป ให้ตรวจดูว่ายังหายใจอยู่หรือไม่ หากไม่หายใจ ให้ประคองผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นราบและเริ่มทำการกดหน้าอกหรือปั๊มหัวใจ ซึ่งการปั๊มหัวใจนั้นอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมที่ติดอยู่ในคอหลุดออกมาได้เช่นกัน ทั้งนี้ การสำลักอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น กรณีที่สำลักเพียงเล็กน้อยอาจเกิดการบาดเจ็บที่คอ หรืออาการระคายเคือง แต่หากสำลักวัตถุขนาดใหญ่ และเกิดการอุดกั้นหลอดลม อาจเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สมเด็จพระญาณวชิโรดม’ (วิริยังค์ สิรินฺธโร) สถิตในดวงใจชาวพุทธทั่วโลกตราบนิรันดร์ 

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661883

'สมเด็จพระญาณวชิโรดม' (วิริยังค์ สิรินฺธโร) สถิตในดวงใจชาวพุทธทั่วโลกตราบนิรันดร์ 

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 19.30 น.

“22 ธันวาคม พ.ศ.2564” ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณวชิโรดม (พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร) อดีตเจ้าอาวาส “วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร”, ประธานกรรมการคณะสงฆ์ธรรมยุตในประเทศแคนาดา และผู้ก่อตั้งสถาบันพลังจิตตานุภาพ (Willpower Institute) กรุงเทพมหานคร ได้ละสังขารอย่างสงบที่โรงพยาบาลกรุงเทพ 

องค์ท่านละสังขารหลังจากได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เพียง 1 ปี กับอีก 50 วัน โดยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯสถาปนาสมณศักดิ์ พระพรหมมงคลญาณ (วิริยังค์ สิรินฺธโร) ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ มีพระราชทินนามที่จารึกในสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระญาณวชิโรดม พุทธาคมวิศิษฐ์ จิตตานุภาพ พัฒนดิลก สาธกธรรมวิจิตร วิเทศศาสนกิจไพศาล วิปัสสนาญาณธุราทร ธรรมยุตติกคณิสสรบวรสังฆาราม คามวาสี อรัญวาสี สถิต ณ วัดธรรมมงคลเถาบุญญนนท์วิหาร กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2563 

ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณวชิโรดม หรือที่ศิษยานุศิษย์เรียกกันว่า พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ฯนั้น ในวัยเด็กช่วงอายุ 13 ปีได้ประสบกับจุดวิกฤตของชีวิตคือ ล้มป่วยเป็นอัมพาตและในระหว่างที่นอนป่วยนั้นได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า หากใครก็ตามสามารถดลบันดาลให้หายป่วยได้จะอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาตลอดชีวิต เมื่ออธิษฐานเสร็จ ทันใดนั้นเด็กชาย

วิริยังค์ บุญฑีย์กุล ได้พบกับ “ชีปะขาว” ท่านได้มาถามเด็กชายวิริยังค์ว่า หนูๆ อยากหายป่วยจริงๆเหรอ เด็กชายวิริยังค์ฯก็ตอบว่า จริง ทาง “ชีปะขาว” ก็ถามอีกว่าแล้วเมื่อหายป่วยจะอุทิศตัวเพื่อพระพุทธศาสนาจริงๆน่ะ เด็กชายวิริยังค์ฯก็ตอบว่า จริง

หลังจากนั้น เด็กชายวิริยังค์ฯก็หายป่วยจากโรคอัมพาต และ เข้าบรรพชาเป็นสามเณรวิริยังค์ และต่อมาเมื่อถึงอายุได้อุปสมบทเป็นพระวิริยังค์ และอยู่อุปัฎฐากหลวงปู่กงมา จิรปุญฺโญ รวมเวลาที่ได้อุปฐากหลวงปู่กงมาทั้งหมด 8 ปี ต่อมาหลวงปู่กงมาได้ออกเดินทางไปพบหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่จังหวัดสกลนคร โดยมีพระวิริยังค์ติดตามไปด้วย และเมื่อถึงหน้ากุฎิของหลวงปู่มั่น ทางหลวงปู่มั่นได้ออกมายืนรอหน้ากุฎิ โดยท่านเมตตาบอกว่า เราทราบอยู่แล้วว่าเธอทั้งสองคนจะมา 

ในช่วงเวลานั้น พระวิริยังค์ หรือ ต่อมาคือ พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ฯ ได้อยู่อุปัฎฐากหลวงปู่มั่นเป็นเวลา 4 ปี จนได้ตำแหน่ง ทส.หลวงปู่มั่น หรือทหารคนสนิทผู้ติดตามหลวงปู่มั่นนั่นเอง และ ช่วงเวลา 4 ปีนี้ พระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ฯได้แอบบันทึกเนื้อหาหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่นอย่างละเอียด โดยตั้งชื่อว่า “มุตโตทัย” และนำสิ่งที่บันทึกมาให้หลวงปู่มั่นอ่านก่อน และหลวงปู่มั่นก็บอกว่า ใช้ได้

เพจธรรมะเผยแพร่ว่า ท่านเจ้าคุณ พระราชปัญญาวชิโรดม เจ้าอาวาส วัดเทพเจติยาจารย์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ (ท่านเจ้าคุณพระอาจารย์ ดร.สุพล ขนฺติพโล) เมตตาบรรยายธรรมในรายการ “ธรรมะบรรยาย” ณ วัดเทพเจติยาจารย์ เมื่อคืนวันที่ 27 เมษายน พ.ศ.2565 ว่า “ครั้งหนึ่ง หลวงปู่มั่นเคยพูดว่า หลวงพ่อวิริยังค์ฯนี่เป็นไก่ป่า ไก่ป่าถ้าไปอยู่ในบ้าน ไก่ป่ามาอยู่บ้านก็จะขันจ้านไปทั่วเมือง ไก่ป่าปกติจะมีหัวหน้าขัน ส่วนลูกน้องไม่ได้ขัน มีแต่หัวหน้าขัน หลวงปู่มั่นก็บอกว่า วิริยังค์ถ้าไปอยู่ในเมืองหรือในบ้านก็จะขันจ้านทั่วเมือง ทำเมืองเท่าจักรวาลทั้ง 4 หมายความว่า ท่านจะเผยแพร่การทำสมาธิ หรือ คำสอนของพระพุทธเจ้าให้ขจรขจายไปทั่วทิศทั้ง 4 นั่นคือความหมายของ ขันจ้านไปทั่วเมือง มาบัดนี้ก็เป็นจริงแล้ว ท่านไปเปิดสาขาพลังจิตตานุภาพทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย นี่คือ ขันจ้านไปทั่วเมือง จังหวัดไหนไม่มีสถาบันพลังจิตตานุภาพจะถือว่าเชยมากๆ บัดนี้มีทุกจังหวัด ท่านได้ขยายไปที่ประเทศแคนาดา, อเมริกา, ออสเตรเลีย และ ก็จะไปยังประเทศจีน ประเทศออสเตรีย ประเทศอิตาลี ประเทศฝรั่งเศส เพราะว่าท่านได้ให้คนแปลแต่ละภาษา ภาษาสเปนก็มี ภาษาอิตาลีก็มี ภาษาญี่ปุ่นก็มี ภาษาอินโดนีเซียก็มี ภาษาเยอรมันก็มี เรียกว่า เตรียมพร้อมที่จะไปเปิดสถาบันพลังจิตตานุภาพให้กระจายไปทั่วโลก” พระราชปัญญาวชิโรดมเมตตาเล่าให้สาธุชนฟัง 

พระราชปัญญาวชิโรดมเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นพระอุปัฎฐากสมเด็จพระญาณวชิโรดม และใกล้ชิดกับองค์ท่านตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นสามเณร เรียกว่า สมเด็จพระญาณวชิโรดมท่านเปรียบเสมือนพ่อและแม่ เลี้ยงดูพระราชปัญญาวชิโรดมมาในวัยเป็นสามเณรจนกระทั่งเป็นพระอาจารย์ ดร. และได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นท่านพระครูปลัดมงคลวัฒน์ จนกระทั่งได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชปัญญาวชิโรดม รวมไปถึงพระราชปัญญาวชิโรดมยังร่วมถวายงานด้านหนังสือวิชาการครูสมาธิให้ออกมาเป็นหนังสือ 3 เล่มในมาตรฐานหลักสูตรครูสมาธิของสถาบันพลังจิตตานุภาพ 

ท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณวชิโรดม ยังมีโยมอุปัฎฐากที่สำคัญหลายท่าน หนึ่งในโยมอุปัฎฐากที่รู้ใจองค์ท่าน คือ ดร.ศิริธัช โรจนพฤกษ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการอุปัฎฐากเป็นการส่วนตัว และการขยายงานด้าน “สมาธิ” ของ “สถาบันพลังจิตตานุภาพ” ให้เกิดขึ้นทั่วโลก จนปัจจุบันมีสถาบันพลังจิตตานุภาพทั่วโลกร่วม 310 สาขา 

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2565 มีพิธีเก็บอัฐิธาตุ ณ เมรุหลวง หน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ (ในพระบรมราชานุเคราะห์) โดยสมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) เจ้าอาวาส วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร, ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 1-2-3 และภาค 12-13 (ธรรมยุต) กรรมการมหาเถรสมาคม ประกอบพิธีพระราชทานผ้าไตร และภัตตาหารสามหาบในการเก็บอัฐิ และ มีการเชิญอัฐิของท่านเจ้าประคุณ สมเด็จพระญาณวชิโรดม มายังวัดธรรมมงคลฯ เพื่อเปิดโอกาสให้สาธุชนเข้ากราบสักการะอัฐิธาตุขององค์ท่าน ระหว่างวันที่ 21-30 มิถุนายน 2565 เวลา 07.00-20.00 น. ณ อาคารบุญญาวาส วัดธรรมมงคลฯ กรุงเทพมหานคร

(ขอบคุณ :- ภาพและข้อมูลโดยเฟสบุ๊คของ ผศ.นพ.พรหมพิศิษฐ์ โจทย์กิ่ง ผู้ดูแลสถาบันพลังจิตตานุภาพ สาขา 78 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น , เพจ วัดป่าร้อยปีหลวงพ่อวิริยังค์ จังหวัดราชบุรี และเพจ ธรรมะ)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แม่จ๋า’ เศรษฐีนีใจบุญเมืองคอน ช่วยเหลือยายวัย 72 ปี ป่วยอัมพฤกษ์ติดเตียง

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661852

'แม่จ๋า' เศรษฐีนีใจบุญเมืองคอน ช่วยเหลือยายวัย 72 ปี ป่วยอัมพฤกษ์ติดเตียง

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.21 น.

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 21 มิ.ย.65 นางอัมภาพันธ์ นิลประภา หรือ “แม่จ๋า” อายุ 68 ปี  เศรษฐินีใจบุญ เจ้าของกิจการห้างผ้าโชคดี อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นำคณะแพทย์แผนไทยประยุกต์  “คลินิก 3033” พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค เดินทางไปช่วยเหลือครอบครัวของนางโชติ  โกมล อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ฐานะยากจน อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 136/14 หมู่ 6 บ้านคลองขุดตำบล ซอยรวมใจพัฒนา 7 ต.ปากนคร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีนายสุนทร บรรจุสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่  6 พร้อมพนักงานเจ้าหน้าที่ รพ.สต. และ อสม.ในพื้นที่ให้การต้อนรับ

 โดยบ้านที่นางโชติ โกมล อาศัยเป็นไม้เก่า หลังคามุงกระเบื้อง พื้นบ้านปูด้วยแผ่นกระดานที่เก่า และชำรุดทรุดโทรม มีช่องโหว่เต็มไปหมด นางอัมภาพันธ์ หรือ “ แม่จ๋า ” พร้อมกับคณะแพทย์แผนไทยประยุกต์  “คลินิก 3033” เจ้าหน้าที่ รพ.สต.และ อสม.ขึ้นบนบ้าน พบว่า นางโชติ นอนบนเสื่อที่มุมบ้าน มีนายณรงค์ พรหมแก้ว อายุ 52 ปี บุตรชาย และ น.ส.สายสมร พรหมแก้ว หลานสาว คอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยนางโชติ ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ซีกด้านขวา และเป็นโรคเบาหวาน ไม่สามารถเดินเหินหรือช่วยเหลือตัวเองได้ ปัจจุบันครอบครัวของนางโชติ อาศัยรวม 5 คน ประกอบด้วย ลูก 2 คน หลานสาว 1 คน หลานเขย 1 คน และเหลนอีก 1 คน  ส่วนสาเหตุก่อนหน้านี้ตนเดินเสียหลักล้มบาดเจ็บ ต้องนำส่งโรงพยาบาลมหาราช จนกลายเป็นผุ้ป่วยอัมพฤกษ์ ร่างกายซีกซ้ายขยับเขยื้อนไม่ได้ เป็นแผลกดทับ

โดยนางอัมภาพันธ์ หรือ “ แม่จ๋า ” มอบเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะที่แพทย์คณะแพทย์แผนไทยประยุกต์ “คลินิก 3033 ” ให้คำแนะนำให้ช่วยเหลือในการทำกายภาพบำบัด และดูแลเรื่องแผลกดทับ ก่อนมอบยาฆ่าเชื้อ และยาบำรุงร่างกาย หลังจากนี้นางอัมภาพันธ์ และคณะแพทย์แผนไทยประยุกต์ “ คลินิก 3033 “ จะประสานกับ รพ.สต. อสม.เพื่อติดตามอาการ และให้การช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง คาดว่าหากได้รับการปรนนิบัติดูแล ทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง นางโชติ จะหายเป็นปกติได้. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ก๋วยเตี๋ยวเรือชามยักษ์’ น้ำหนักกว่า 5กิโล อิ่มอร่อยโคตรคุ้ม

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661844

'ก๋วยเตี๋ยวเรือชามยักษ์' น้ำหนักกว่า 5กิโล อิ่มอร่อยโคตรคุ้ม

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.05 น.

“เตี๋ยวเรือชามยักษ์” ของร้านเรือทอง ตั้งอยู่ริมถนนราษฎร์บำรุง ซอย 5 ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ราคาเริ่มต้นที่ ชามละ 25 บาท ไปจนถึง 199 และ 259 บาท มีทั้งหมูและเนื้อ

ร้านเรือทองก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ของนางผกามาศ ไชยมงคล อายุ 40 ปี เล่าให้ฟังว่า เปิดขายก๋วยเตี๋ยวเรือชามยักษ์มา 4 ปี แล้ว เปิดได้ไม่นานก็เจอพิษโควิด รอบแรกปิดร้านไป 7 เดือน พอโควิดมารอบ 2 ต้องปิดร้านไป 1 ปี เพิ่งจะมาเปิดได้เมื่อต้นปีนี้

ก๋วยเตี๋ยวของที่ร้านขายทั้งหมู และเนื้อ มีราคาให้เลือกตั้งแต่ราคาปกติชามละ 25 บาท 50 บาท 60 บาท ชามสีเขียวจะราคาชามละ 90 บาทกินได้ 2 คน ชามสีขาวราคา 139 บาท กินได้ 2-3 คน ส่วนชามยักษ์ก๋วยเตี๋ยวหมูราคา 199 บาท ถ้าเป็นเนื้อจะราคา 259 บาท กินได้ 5-6 คน  

ชามยักษ์จะใส่เส้น 2 เส้นให้เลือกเอา มีเส้นบะหมี่ เส้นหมี่ขาว เส้นเล็กมาม่า  และ วุ้นเส้น ที่ร้านไม่มีก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ เพราะไม่ค่อยมีคนสั่งกิน  ส่วนน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวของที่ร้านเป็นสูตรจากอยุธยาแท้ ๆ เพราะบ้านเดิมอยู่ที่อยุธยา พริกก็คั่วเอง ถ้าไม่ชอบรสจัดต้องแจ้งทางร้านก่อนจะได้ไม่ใส่น้ำปรุงเพราะรสชาดจัดจ้านมาก

ก๋วยเตี๋ยวหมู เราจะใส่เนื้อหมูสด ตับ หมูตุ๋น ลูกชื้นหมู ลูกชิ้นเอ็น ส่วนคนชอบทานเนื้อ ก็มีเนื้อสด ตับ ลูกชิ้นเนื้อ ลูกชิ้นเอ็น และเนื้อตุ๋น เนื้อตุ๋นเราไม่ใช้เศษเนื้อ จะใช้เนื้อบริเวณแก้มของวัวเพราะมีมันแทรกอยู่ในเนื้อ ใช้เวลาตุ๋นประมาณ 4 ชั่วโมง  ถ้าลูกค้าที่มาทานแล้วเช็คอินที่ร้านจะมีเกี๊ยวทอดแถมให้ฟรี

ชามยักษ์ของเราตัวชามจะหนักประมาณ 5 กิโลกรัม เส้นผ่าศูนย์กลาง 45 ซ.ม.ที่เปิดขายก๋วยเตี๋ยวเรือชามยักษ์เพราะจะมีลูกค้าพาครอบครัวมากินกัน จึงคิดว่าถ้าสั่งคนละชามจะได้น้อยกว่าชามยักษ์ เพราะเราใส่ให้เยอะ กินได้ 5-6 คน จะคุ้มกว่า ช่วงวันเสาร์อาทิตย์จะมีลูกค้าพาครอบครัวมากินชามยักษ์กันมาก ลูกค้าบอกว่าคุ้มกว่า

มีลูกค้าบางรายจะมาลองกินชามยักษ์ ว่ามันใหญ่แค่ไหน พอมาลองกินแล้วบอกว่าใหญ่จริง รสชาติก็อร่อย เนื้อนุ่ม แต่มา 2 คนกินไม่หมดแน่ ที่ร้านจะใช้เส้นเล็กวันละ 10 กก.เส้นหมี่ 10 ถุง คะน้า 10 กก.เปิดขายตั้งแต่ 09.00-17.00 น. หยุดทุกวันพุธ  ถ้าลูกค้าจะสั่งล่วงหน้ามาก่อนก็ได้ ที่เบอร์ 096-8017399

.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เห็นแล้วจุกอก! ลุงยืนกราบศาลพระภูมิ ขอของไหว้มากินเพราะความหิว

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661795

เห็นแล้วจุกอก! ลุงยืนกราบศาลพระภูมิ ขอของไหว้มากินเพราะความหิว

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.52 น.

มาถึงจุดนี้ได้ยังไง! สาวแอบบันทึกภาพนาทีสะเทือนใจ คุณลุงคนหนึ่งยืนยกมือกราบไหว้ศาลพระภูมิ เพื่อนำอาหารไหว้มากินเพราะความหิว

เป็นคลิปบีบหัวใจของใครหลายๆคน เมื่อผู้ใช้ติ๊กต๊อก ton..789 เล่าว่า เห็นคุณลุงท่านนี้กำลังยืนก้มกราบศาลพระภูมิซ้ำๆ แล้วหยิบน้ำ หยิบขนมที่ไหว้ศาลพระภูมิมากิน แล้วก็ก้มกราบซ้ำๆ หลังจากที่เธอเห็นภาพนี้ต่อหน้า เธอจึงรีบเรียกคุณลุงคนนี้พร้อมยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้เพื่อให้คุณลุงไปซื้ออาหารประทังชีวิต 

คลิปนี้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นใจคุณลุงจำนวนมาก ทั้งยังชื่นชมเข้าของคลิป “คุณคือคนที่ทำให้ 1 ชีวิตมีความหวังและรอยยิ้ม” , “คนถ่ายก็ช่างสังเกต แสดงว่าเป็นคนมีจิตใจดีมีเมตตา ขอบคุณแทนคุณลุงขอให้ได้พบเจอแต่สิ่งดีๆนะคะ” , “ศาลเจ้าไม่ลงโทษลุงแน่นอน และเชื่อว่าท่านเมตตาอย่างมาก” , เราจุกอกเลย เราขอยกบุญที่เราสั่งสมมาให้ลุงมีความสุขปราศจากทุกข์ มีกินมีใช้ทุกวัน มีสุขภาพแข็งแรง เป็นคนดี สาธุ

009

https://www.tiktok.com/embed/v2/7111311086061767962?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F661795

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เบรกตัวโก่ง! รถไหลวิ่งลงกลางถนน โชคดีไม่เกิดอุบัติเหตุ

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661775

เบรกตัวโก่ง! รถไหลวิ่งลงกลางถนน โชคดีไม่เกิดอุบัติเหตุ

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.00 น.

21 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนถนนสาย 201 เลย-เชียงคาน ทางไป มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท บ้านกำเนิดเพชร จู่จู่ก็มีรถคันสีขาวเป็นรถกระบะ ขับออกมาจากหน้าปั๊มผ่านเลนซ้ายเข้ามาเลนขวา อย่างช้าๆ ทำให้ผู้ที่สัญจรบนถนนต้องเบรกกระทันหัน เพราะรถวิ่งข้ามเลนมาเลนขวา และรถคันดังกล่าวหยุดชะงัก เมื่อมองไปที่พวงมาลัยก็ไม่พบคนขับ ทำเอาคนขับตามหลังตกใจอย่างมาก 

จากนั้นมีคนใส่เสื้อสีลายวิ่งลงมาจากด้านซ้ายมือมาหาที่รถ ทำการเปิดประตูแล้วเข้าไปขับรถ เพื่อสตาร์ทรถออกไป ทำให้งงมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงว่ารถนั้น ไหลออกมาโดยไม่มีคนขับ ถือว่าเป็นอุทาหรณ์อย่างดีในเรื่องของการใช้รถ หากมีการจอดรถคนขับก็ให้ดึงเบรคมือไว้ไม่งั้นรถจะไหลไปชนใครได้ และอาจจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ และไม่มีการชนหรือเกิดอะไรเกิดขึ้นกับตัวผู้ขับรถมาเองหรือไปชนกับรถคันอื่นๆ ที่อาจจะเกิดความเสียหายขึ้นมากกว่านี้ ให้ควรและมัดระวังในการใช้รถ. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ครม.เห็นชอบ‘เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4’ขยายจำนวนสิทธิ 1.5 ล้านสิทธิ-สิ้นสุดต.ค.65

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661760

ครม.เห็นชอบ‘เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4’ขยายจำนวนสิทธิ 1.5 ล้านสิทธิ-สิ้นสุดต.ค.65

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.39 น.

ครม.เห็นชอบ‘เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4’ขยายจำนวนสิทธิ 1.5 ล้านสิทธิ-สิ้นสุดต.ค.65

21 มิถุนายน 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปลี่ยนแปลงรายละเอียดสาระสำคัญของโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 4” ขยายจำนวนสิทธิเพิ่มอีก 1.5 ล้านสิทธิ รวมเป็น 3.5 ล้านสิทธิ และขยายระยะเวลาสิ้นสุดการดำเนินโครงการฯ จากเดิมเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนตุลาคม 65 โดยกำชับให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ และเน้นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองให้มากขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวภายในประเทศด้วย

ทั้งนี้ ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 24 มกราคม 2565 อนุมัติโครงการเราเที่ยวด้วยกัน กรอบวงเงิน 9,000 ล้านบาท ข้อมูล ททท.  ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 65 มียอดการใช้จ่ายผ่านโครงการรวม 9,346.60 ล้านบาท  โดยเป็นส่วนที่รัฐสนับสนุนประมาณ 3,496.03 ล้านบาท  และประชาชนใช้จ่ายรวมประมาณ 5,850.05 ล้านบาท ทำให้กรอบวงเงินโครงการฯ ยังคงเหลือ ประมาณ 5,500 ล้านบาท  ซึ่งจากการประมาณการมูลค่าการใช้สิทธิของประชาชนทั้งในส่วนของโรงแรมที่พัก  คูปอง และบัตรโดยสารเครื่องบินจากการขยายสิทธิ 1.5 ล้านสิทธิ คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนที่รัฐสนับสนุนรวม 5,105 ล้านบาท  ซึ่งยังต่ำกว่ากรอบวงเงินคงเหลือของโครงการฯ

สำหรับรายละเอียดของโครงการตามเดิม เช่น ส่วนลดค่าโรงแรมที่พัก 40% ของราคาห้องพัก/ห้อง/คืน แต่ไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน จำกัดสิทธิคนละไม่เกิน 10 ห้อง หรือ 10 คืน รวมตลอดโครงการ ส่วนลดค่าอาหารและค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว สูงสุด 600 บาท/ห้อง/คืน โดยประชาชนจะชำระ 60% และรัฐบาลช่วยจ่าย 40% ผ่านการตัดเงินจากคูปอง  เป็นต้น

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กลุ่มแปรรูปทำปลาส้มบ้านดอนตาสนปรับสูตรใหม่ทำปล้าส้ม’ใส่กัญชา’ ช่วยเพิ่มรสชาติให้นักชิม

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661756

กลุ่มแปรรูปทำปลาส้มบ้านดอนตาสนปรับสูตรใหม่ทำปล้าส้ม'ใส่กัญชา' ช่วยเพิ่มรสชาติให้นักชิม

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.34 น.

กลุ่มแปรรูปทำปลาส้มดอนตาสน อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี ปรับสูตรใหม่ทำ”ปลาส้ม” ใส่ “กัญชา” ช่วยเพิ่มชูรสชาติให้กลมกล่อม โครงการของ U2T จากคณะอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี ต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้ชุมชนมีรายได้

หลังจากที่มีการปลดล็อกกัญชาไปเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.65 ที่ผ่านมาทำให้ประชาชนรวมทั้งธุรกิจต่างๆ เกิดความตื่นตัวในเรื่องการปลูกและการแปรรูปกัญชากันอย่างคึกคัก ซึ่งหากบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะก็จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพทำให้โครงการ U2T มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี โดย ดร.รัชนิดา รอดอิ้ว อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ สาขานิเทศศาสตร์และนวัตกรรม และนางวันทนา นาคีสินธ์ นักวิทยาศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มองเห็นประโยชน์และความสำคัญของกัญชา จึงได้นำกัญชามาทดลองแปรรูปใส่ในปลาส้มของกลุ่มทำปลาส้มบ้านดอนตาสน หมู่ 8 ต.จอมประทัด อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี ที่ทำปลาส้มกันมานานแล้ว

ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่แถบนี้ส่วนใหญ่มีสภาพเป็นร่องสวนปลูกมะพร้าวน้ำหอม พืชผักต่างๆ ในร่องสวนก็ยังเลี้ยงปลาตะเพียน ซึ่งเป็นปลากินพืช เมื่อโตได้ขนาดประมาณ 4-5 เดือนก็จับนำมาแปรรูปทำปลาส้มจำหน่ายขายเป็นตัวราคากิโลกรัมละ 180 บาททำให้โครงการ U2T มองเห็นประโยชน์ของกัญชาในการต่อยอดผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น โดยสูตรนี้อยู่ระหว่างการทดลองของมหาวิทยาลัยฯ เนื่องจากจะต้องคำนวณสูตรที่เหมาะสม ในการนำกัญชามาผสมใส่ลงไปในปลาส้ม สำหรับผู้ที่นิยมชื่นชอบบริโภคแบบใส่กัญชา ในส่วนของไม่ใส่กัญชาก็มีจำหน่ายเช่นเดิม

นายสนอง ทองจาด ประธานกลุ่มปลาส้มดอนตาสน เปิดเผยว่า กลุ่มทำปลาส้มมีประมาณ 10 คนบ้านดอนตาสนเลี้ยงปลาในร่องสวนแทบทุกบ้าน เพราะมีสาหร่ายเยอะมาก หากเลี้ยงปลาก็จะช่วยกินตระไคร้น้ำในร่องสวน เมื่อหลายคนหันมาเลี้ยงมากขึ้น จึงมีแนวคิดหันมาแปรรูปทำปลาส้มกินกัน เหลือก็ขาย ร่องสวนจะปล่อยปลาตะเพียนไว้กว่า 2,000 ตัวให้กินตะไคร่น้ำและพืชผักที่ปลูก จนโตได้ขนาดจึงจับ มาทำปลาส้มได้ความรู้จากคณะอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงมาช่วยแนะนำ ส่งเสริมการทำปลาส้มให้ในชุมชน ขายได้เรื่อยๆ เพราะวัตถุดิบเป็นปลาที่เลี้ยงเองจากธรรมชาติ

นอกจากปลูกมะพร้าว พืชผักแล้วก็ยังมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายปลาส้มแปรรูป  อนาคตมองว่าจะใช้วิธีจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ คนในชุมชนไหนสนใจสามารถมาสั่งซื้อที่นี่ได้ ส่วนเรื่องการนำกัญชามาผสมปรุงรสในปลาส้มนั้นมองว่าเป็นเรื่องดีกว่าเก่า  ชิมแล้วรสชาติดีกว่าการทำปลาส้มทั่วไป

ดร.รัชนิดา รอดอิ้ว อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ สาขานิเทศศาสตร์และนวัตกรรมสื่อ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เปิดเผยว่า กัญชามีคุณสมบัติที่ดีหลายอย่าง ทั้งเรื่องช่วยผ่อนคลาย ลดการอักเสบ นอกจากนี้ยังชูรสของอาหารได้อีก ปลาส้มเป็นองค์ความรู้พื้นฐานของชุมชนที่นี่ ซึ่งโครงการ U2T ปีที่ผ่านมาได้ดำเนินการส่งเสริมและฟื้นฟูความรู้การทำปลาส้มขึ้นมาใหม่หลังจากที่ถูกลืมไปแล้ว ตัวปลาส้มเดิมมีรสชาติอร่อยอยู่แล้ว

แต่การวิจัยจะพบว่าคนส่วนใหญ่ไม่อยากซื้อปลาส้มเพราะขี้เกียจทอดกิน กลัวน้ำมันกระเด็นใส่ จึงได้โจทย์ตรงนี้พัฒนาตัวปลาส้มให้เกิดความพร้อมรับประทานมากยิ่งขึ้น คือ ทอดให้รับประทานได้เลย แต่เมื่อทอดแล้วการตลาดนั้นจะต้องมีจุดเด่น ซึ่งกระแสของกัญชากำลังได้รับความสนใจ 

โดยกัญชาจะออกฤทธิ์ได้ดีเมื่อยู่ในน้ำมันสอดคล้องกับปลาส้มพอดี ก็เลยเอาองค์ความรู้ 2 อย่างมารวมกันเมื่อกินปลาส้มซึ่งเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านอยู่แล้ว ปลาส้มดอนตาสนเป็นปลาที่มาจากธรรมชาติ ปลอดภัยต่อผู้บริโภค กินแล้วยังช่วยส่งเสริมระบบลำไส้ของร่างกายเป็นโพรไบโอติกรูปแบบหนึ่ง เมื่อนำมารวมกับกัญชาช่วยให้รสชาติดียิ่งขึ้น มีประโยชน์ต่อคนกินไม่ต้องกลัวอ้วนด้วย  

ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการวิจัยคิดว่าจะทำการส่งเสริมให้ชุมชนดอนตาสนได้ผลิตขึ้นมาเป็นสินค้าเฉพาะของชุมชน เป็นสินค้าอัตลักษณ์ของชุมชนดอนตาสนจึงคิดส่งเสริมให้ผลิตโดยกลุ่มแม่บ้านดอนตาสนให้มีอาชีพ มีรายได้เพิ่ม ส่งขายทางออนไลน์ เพจของชุมชน และกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย 

ขั้นตอนการทำนำปลาตะเพียนมาขอดเกล็ดผ่าพุงล้างให้สะอาด นำข้าวสุก กระเทียม เกลือ ตัวปลาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 15 วันเมื่อได้ที่ก็นำมาทอดขูดเอาเฉพาะเนื้อ ส่วนก้างทิ้งไป พอสุดได้ที่ผสมกับแป้งจนเกิดความเหลืองพอเหมาะ มีเครื่องเคียง พริก ใบมะกรูด หัวหอมเจียว กระเทียมเจียว ใบกัญชาที่ทอดเรียบร้อยแล้ว เทใส่คลุกเคล้าให้เข้ากันก็จะได้ปลาส้มกัญชาที่มีรสชาติกลมกล่อม เนื่องจากตัวกัญชา จะไปช่วยลดความเปรี้ยวของเนื้อปลาส้มและชูรสชาติของเนื้อปลาให้อร่อยน่ากินมากยิ่งขึ้น
                 
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรืออยากสั่งซื้อมาลองรับประทานสามารถติดต่อไปได้ที่ประธานกลุ่มปลาส้มบ้านดอนตาสน หมายเลข 081-5711747

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แก๊งพ่นสีตามบ้านประชาชนอาละวาดคาดเป็นกลุ่มเดียวกับที่พ่นสีอ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661747

แก๊งพ่นสีตามบ้านประชาชนอาละวาดคาดเป็นกลุ่มเดียวกับที่พ่นสีอ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.15 น.

วันที่ 21 มิ.ย.65 เกิดเหตุแก๊งพ่นสีอาละวาดพ่นสีตามบ้านเรือนประชาชน เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 132 บ้านสันกำแพง หมู่ที่ 12 ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ในที่เกิดเหตุพบบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้สองชั้น ด้านล่างเป็นปูน ด้านบนเป็นไม้ส่วนบริเวณด้านล่างที่เป็นพื้นปูนสีขาวมีภาษาอังกฤษ เขียนติดถนนใหญ่มีภาษาอังกฤษคำว่า ATS คำที่ 2 เป็นภาษาอังกฤษ Smile ตัวที่ 3 อ่านไม่ออก และตัวที่ 4  RMC

จากการสอบถามนางพรสวรรค์ ศรีคันทา อายุ 56 ปี ภรรยาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12 ซึ่งบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกล่าวว่า ในช่วงกลางดึกประมาณ 01.00 น.ได้ยินเสียงรถยนต์มาจอดบริเวณหน้าบ้าน โดยไม่ดับเครื่องยนต์จอดอยู่ประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นรถคันดังกล่าวก็ขับไปทางเขาใหญ่ ตอนเช้ามาดูจึงรู้ว่า มีกลุ่มบุคคลมาพ่นสีใส่บ้านเรือนประชาชนโดยบ้านหลังดังกล่าวเจ้าของบ้านไปอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง นานๆ จะกลับมาสักครั้งก็ไม่รู้วัตถุประสงค์ของกลุ่มที่มาพ่นสีว่ามีวัตถุประสงค์อะไร จึงมาเป็นพ่นสีใส่บ้านประชาชนและไม่ทราบว่าจะเป็นกลุ่มบุคคลกลุ่มเดียวกันกับที่พ่นสีบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมาหรือไม่ ดูจากลักษณะแล้วคล้ายๆ กันก็อยากฝากให้ประชาชนดูแลบ้านเรือนของตนเองด้วยในยามค่ำคืน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สารวัตรทหาร เลี้ยง ‘กบอารมณ์ดี’ เปิดเพลงให้ฟัง ส่งขายรายได้งาม

Posted on June 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/661744

สารวัตรทหาร เลี้ยง 'กบอารมณ์ดี' เปิดเพลงให้ฟัง ส่งขายรายได้งาม

วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.57 น.

สารวัตรทหาร มณฑลทหารบกที่ 39 พิษณุโลก นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 มาใช้ เลี้ยงกบพันธุ์บลูฟร็อก ผสมจาน มาเลี้ยงในพื้นที่ว่างเปล่าในค่ายทหาร พร้อมเปิดเพลงให้ฟัง เพื่อให้กบอารมณ์ดี กินอาหารมากขึ้น ตัวโต  ส่งขายให้ร้านค้าและประชาชนทั่ว สร้างรายได้ดีให้กับครัวเรือน ประกอบพื้นที่รอบๆบ่อกบ ปลูกผักสวนครัว เพื่อไว้บริโภคในครัวเรือน ลดค่าใช้จ่ายในยุคข้าวของแพงอีกด้วย

21 มิ.ย.65 ที่ฟาร์มกบ ภายในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ กองทัพภาคที่  3 ซึ่งเป็นฟาร์มของร้อยโทสุรศักดิ์  พลธรรม  อายุ 59 ปี สารวัตรทหาร มณฑลทหารบกที่ 39 พิษณุโลก  กองทัพภาคที่ 3  ร้อยโทสุรศักดิ์  พลธรรม  ถือว่าเป็นทหารแบบอย่างที่เป็นต้นแบบ ของการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 มาใช้  โดย ร้อยโทสุรศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนและครอบครัวพักอยู่ในบ้านพักทหารมณฑลทหารบกที่ 39 พิษณุโลก ในค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อ.เมืองพิษณุโลก โดยเลี้ยงกบมากว่า 15 ปี แล้วจุดเริ่มต้นการเลี้ยงกบข้างบ้านจนเป็นรายได้เสริมเลี้ยงครอบครัว  โดยใช้พื้นที่ข้างบ้านพักขุดเป็นบ่อน้ำชำ และเป็นแหล่งทิ้งขยะ อยู่ จึงปรึกษาขอนายทหารของใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว หลังจากได้รับอนุญาต จึงเก็บขยะกองมหึมาข้างบ้านออกไปทิ้ง   แล้วปรับพื้นที่ ถมทรายทำเป็นบ่อไว้เลี้ยงกบ ช่วงแรก ๆ ทดลองเลี้ยงก่อน 2,000 ตัวปรากฏว่ากบขยายพันธุ์เร็วมากไป จึงขายไม่ทัน ทำให้ขาดทุนไป 1 รอบ 

จากนั้นจึงได้ปรับแผนการเลี้ยงใหม่ด้วยการนำกบพันธุ์บลูฟร็อก ผสมจาน ซึ่งเป็นพันธุ์ลูกผสม มาเลี้ยงไว้ ลักษณะตัวกบจะใหญ่และยาว ส่วนใหญ่จะขายดี มีคนรับประทานเยอะ จึงได้นำมาเลี้ยงไว้บ่อจำนวน 4 บ่อ โดยใช้อาหาร 2 เวลา คือ เช้าเย็น และจะเปิดเพลง ให้กบฟังในช่วงกินอาหารด้วยทุกครั้ง เพราะให้กบอารมณ์ดี และให้เกิดความรู้สึกเจ้าของมาอยู่ใกล้ๆ บางตัวก็หันหน้าที่เสียงเพลง ทำให้กินอาหารได้มาก ตัวโตเร็ว

ร้อยโทสุรศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ กบที่เลี้ยงไว้ อายุประมาณ 6 เดือน เกือบแสนตัว และขนาด 2 เดือนครึ่ง เกือบ 7 หมื่นตัว มีน้ำหนักเฉลี่ยตัวละ 3 ขีด ถึงครึ่งกิโลกรัม   เวลานี้มีร้านอาหาร ทหารในค่าย และพ่อค้าแม่ค้าทั่วไป ติดต่อมาขอซื้อกบไปขายและทำอาหารให้ลูกค้า และที่ผ่านมากบขาดตลาด ประกอบกับหัวอาหารกบแพง ทำให้กบมีราคาแพงขึ้นตาม กิโลกรัมละ 150 บาท แต่ทางทางฟาร์มของตนเอง ส่งแค่เพียง 80 บาทเท่านั้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้า มารับถึง พ่อค้าบางราย มาขอซื้อเป็นตันก็มี โดยคิดตันละ 65,000 บาท ซึ่งการเลี้ยงกบของตนเองนั้นถือว่าดีมาก สร้างรายได้ให้กับครอบครัวของตนเอง วันละ 2-3 พันบาท อย่างไม่ได้อะไร ก็ไม่ต่ำกว่า  500 บาท ประกอบพื้นที่รอบๆบ่อกบ ก็ปลูกผักสวนครัว เพื่อไว้บริโภคในครัวเรือน ลดค่าใช้จ่ายในยุคข้าวของแพงอีกด้วย

อนาคตอีก 4-5 เดือนตนเองก็จะเกษียณอายุราชการ ก็จะย้ายไปอยู่จังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นบ้านเกิด ก็จะไปยึดอาชีพเลี้ยงกบเช่นเดียว และจะปรับให้เป็นฟาร์มเลี้ยงกบให้ใหญ่และมีลักษณะคอนโดกบเต็มรูปแบบ ซึ่งหากใครที่สนใจต้องการศึกษาเกี่ยวกับกับเลี้ยงกบ ก็ยินให้คำแนะนำ หรือ ต้องการซื้อกบนำไปรับประทาน ก็สามารถติดต่อได้ที่ 099-2979515 หรือ 093-6515992

.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,973,947 hits

Join 4,111 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ประกาศสำนักนายกฯ ข้าราชการไว้ทุกข์ 15 วัน ประชาชนพิจารณาตามความเหมาะสม
"สเปซเอ็กซ์" เคาะราคา IPO 135 ดอลลาร์ต่อหุ้น ระดมทุนแตะ 2.4 ล้านล้านบาท
อนุทิน แถลง คืนเงินเหยื่อโดนหลอกลวง พร้อมใช้ มติครม.-พ.ร.บ. อุดช่องคนทำผิด
แถลงการณ์นายกรัฐมนตรี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สิ้นพระชนม์
ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับประหารชีวิตด้วย "ก๊าซไนโตรเจน" ในรัฐอะลาบามา ชี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ
‘Modern Thai Wisdom’ เชื่อมภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ตลาดสร้างสรรค์โลก
คุณแหน: 12 มิถุนายน 2569
จีนจับกุมนักวิชาการสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญเมียนมา ต้องสงสัยพัวพันคดีจารกรรมข้อมูล
ชัชชาติ ย้ำจุดยืนประชาธิปไตย ขอประชาชนเลือกคนที่รักที่ชอบ
‘สุริยะ’สั่งกรมฝนหลวงฯ วางแผนรับมือสภาพอากาศแปรปรวน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง

Recent Posts

  • จีนจับกุมนักวิชาการสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญเมียนมา ต้องสงสัยพัวพันคดีจารกรรมข้อมูล
  • ชาวแอลเบเนียประท้วงเมกะโปรเจกต์ “ลูกเขยทรัมป์” 1.5 แสนล้าน หวั่นทำลายธรรมชาติ
  • จีนเตือนภัย หน่วยข่าวกรองต่างชาติส่ง “เต่า-ปลาสายลับ” ติดเซนเซอร์ เจาะข้อมูลทางทะเล
  • ศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งระงับประหารชีวิตด้วย “ก๊าซไนโตรเจน” ในรัฐอะลาบามา ชี้อาจขัดรัฐธรรมนูญ
  • ศาลเกาหลีใต้สั่งจำคุก 30 ปี อดีต ปธน. “ยุน ซอกยอล” ส่งโดรนรุกรานเกาหลีเหนือ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d