‘พิธา’ หายจากโควิด ดีแล้ว 27 มิ.ย. นี้รายงานตัวสภา – เดินสาย 2 เมืองสมุทร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551990

25 มิ.ย. 2566

‘พิธา’ หายจากโควิด ดีแล้ว 27 มิ.ย. นี้รายงานตัวสภา - เดินสาย 2 เมืองสมุทร

‘พิธา’ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล หายป่วยจากโควิดดีแล้ว ชวนคนไทยมากินกุ้งช่วยเกษตรกร เผย 27 มิ.ย.นี้ รายงานตัวสภา เดินสายขอบคุณทุกคะแนนเสียง ที่สมุทรสาคร – สมุทรสงคราม

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ติดโควิดต้องพักรักษาตัวมานาน ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก นายพิธา แล้ว

โดยนายพิธา ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ มีข้อความดังนี้ว่า เพื่อนๆ ก้าวไกลเอากุ้งซอสมะขามและกุ้งอบวุ้นเส้นมาฝากจากร้านจรินทร์ บางแสน อร่อยมาก ขอบคุณครับ

ช่วงนี้ขอชวนทุกคนมากินกุ้ง ได้ช่วยเพิ่มอุปสงค์ในตลาดกุ้งไทย เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงกุ้งไทยกันครับ เพราะตอนนี้ราคากุ้งตกต่ำมาก แต่ต้นทุนในการเลี้ยงกุ้งราคาแพง

ทิม พิธา และ น้องพิพิม บุตรสาว ทิม พิธา และ น้องพิพิม บุตรสาว

ใครอยากกินกุ้งแบบจัดเต็มราคาถูกกว่าท้องตลาดตอนนี้ทราบมาว่ามีเทศกาลกินกุ้งที่ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร งานมีวันที่ 22-25 มิถุนายน 2566 ครับ

ส่วนทางผม หายจากโควิดแล้ว เดี๋ยวจะไปรายงานตัวที่สภา และไปขอบคุณพี่น้องประชาชน จ.สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม วันอังคารที่ 27 มิถุนายน 2566 แล้วเจอกันนะครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯคนที่ 30 ติดโควิดเมื่อครั้งเดินสายขอบคุณประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ที่จ.ลำพูน จ.ลำปาง และจ.เชียงใหม่ ติดต่อกันหลายวัน และหลังจากนั้น นายพิธา ไม่เดินทางเข้าที่ทำการพรรคก้าวไกลอีกเลย มีเพียงการประชุมทางออนไลน์เท่านั้น

ทั้งนี้ พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองอันดับ1 และพรรคการเมืองอันดับ 2 ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าตำแหน่ง ‘ประธานสภา’ จะเป็นโควตาของก้าวไกล หรือเพื่อไทย ซึ่งในส่วนของพรรคเพื่อไทยจะประชุมหารือในพรรค 28 มิ.ย.นี้ และ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าต้องได้ข้อยุติตำแหน่งประธานสภา ก่อนวันที่ 3 ก.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันเปิดประชุมสภานักแรก และคาดว่าจะมีการโหวตลับ เลือกประธานสภา ในวันที่ 4 ก.ค.2566 นี้

CR: Pita Limjaroenrat – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

‘กรณ์ จาติกวณิช’ ไขก๊อก ทิ้ง ตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551986

25 มิ.ย. 2566

‘กรณ์ จาติกวณิช’ ไขก๊อก ทิ้ง ตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า’

‘กรณ์’ เผย ยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่ง ‘หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า’ กับ ‘สุวัจน์’ ประธานพรรคแล้ว ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนแนวคิด ขอเป็นกำลังใจเพื่อนนักการเมืองทุกพรรค แก้ปัญหาบ้านเมือง

นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ‘กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij’  ระบุว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ผมได้เข้าพบและยื่นจดหมายถึงประธานพรรคคุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เพื่อขอบคุณในความไว้วางใจที่ท่านได้มอบให้ผมพร้อมกับแจ้งลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกคะแนนเสียงที่ได้สนับสนุนแนวคิดทางการเมืองของพวกเรา ผมจะสนับสนุนนโยบายทั้งหมดที่เราได้นำเสนอในสถานะประชาชนคนหนึ่งต่อไป

ตลอดช่วง 18 ปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสรับใช้ประชาชนและประเทศที่ผมรักในฐานะนักการเมืองคนหนึ่งที่มาจากการเลือกตั้ง

ผมขอขอบคุณทุกๆ คนที่ช่วยผมทำภารกิจนี้มานับแต่ปี 48

บ้านเมืองเรายังมีปัญหาอีกมากมายรอการแก้ไข ผมขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนนักการเมืองจากทุกพรรค และขอให้กำลังใจเป็นพิเศษแก่นักการเมืองที่กำลังจะเริ่มทำงานในสภาเป็นครั้งแรก

อย่าให้ความต้องการเอาชนะครอบงำจิตใจและการแสดงออกของท่านจนเกินไป ทำงานด้วยการสร้างพลังบวกร่วมกันในสังคมให้ได้ ผมจะคอยเป็นกำลังใจ

ช่วงนี้ผมขอพาครอบครัวไปพักผ่อน ติดหนี้ที่บ้านไว้เยอะครับ

ขอบคุณทุกๆ คนจากใจ

CR: กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij 

‘อดิศร’ จับมือ ก.ก.โชว์ลดกระแสทัวร์ลง ‘รังสิมันต์’ มั่นใจ ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551970

24 มิ.ย. 2566

'อดิศร' จับมือ ก.ก.โชว์ลดกระแสทัวร์ลง 'รังสิมันต์' มั่นใจ 'พิธา' นั่งนายกฯ

‘อดิศร’ จับมือ ‘พรรคก้าวไกล’ โชว์กลางเวทีเสวนาครบรอบ 91 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครองหวังลดกระแสทัวร์ลง หลังต่อรองเก้าอี้ประธานสภาฯ ‘รังสิมันต์ โรม’ มั่นใจเสียงสวรรค์จากประชาชนจะช่วยดัน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ ปูดขณะนี้มีกระบวนการบางอย่างพยายามเตะตัดขาเจตนารมณ์ของประชาชน

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลได้ขึ้นเวทีร่วมกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เพื่อร่วมอภิปรายในเสวนาหัวข้อ “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และรัฐธรรมนูญ” เนื่องในวันการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. 2475 ครบรอบ 91 ปี โดยนายอดิศร กล่าวบนเวทีตอนหนึ่งว่า ช่วงนี้ทัวร์ลงน้อยๆ หน่อยก็ได้ ความเห็นต่างจะได้เป็นจริง ขณะที่รังสิมันต์มั่นใจ “พิธา” นั่งนายกฯ

อดิศร เพียงเกษ สส.เพื่อไทย จับสือ รังสิมันต์ โรม สส.ก้าวไกล บนเวทีเสวนา 91 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. 2475 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2566 ภาพ-พิเชษฐ์ ชูรักษ์อดิศร เพียงเกษ สส.เพื่อไทย จับสือ รังสิมันต์ โรม สส.ก้าวไกล บนเวทีเสวนา 91 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. 2475 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2566 ภาพ-พิเชษฐ์ ชูรักษ์

ระหว่างการอภิปรายในช่วงท้ายของการเสวนานายอดิศร เพียงเกษ ยังได้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับยื่นมือไปจับกับนายรังสิมันต์ เพื่อเป็นการยืนยันว่า แม้จะมีความเห็นต่าง แต่พร้อมร่วมกับพรรคก้าวไกลในการจัดตั้งรัฐบาล “ให้ความมั่นใจว่า เราทั้งสองพรรคเรายังรักกัน จับมือเป็นพยาน (ลุกขึ้นยืนกลางเวทีและขอจับมือนายรังสิมันต์)

แกนนำรุ่นใหญ่จากพรรคเพื่อไทยรายนี้ได้ออกมาขอเก้าอี้ประธานสภาฯ จากพรรคก้าวไกลก่อนหน้านี้ โดย “อดิศร” เปิดเผยกับ “คมชัดลึก” ว่า การจับมือกับนายรังสิมันต์ในวันนี้ก็เพื่อยืนยันจะเป็นรัฐบาลด้วยกัน ไม่มีอะไรขัดแย้งกัน

“โรมเขาเป็นรุ่นน้องผม รักกัน แต่ว่าความเห็นของพรรคแต่ละพรรคมันไม่เหมือนกัน ผมเพื่อไทย เขาก้าวไกล จะให้ผมเห็นเหมือนก้าวไกลได้อย่างไร ก้าวไกลจะเห็นเหมือนผมได้อย่างไร ต่างคนต่างกันเอฟซี (แฟนคลับ) เพราะฉะนั้นเราไม่ตื่นเต้น”

อดิศร เพียงเกษ สส.เพื่อไทย จับมือ รังสิมัน โรม สส.ก้าวไกล งานเสวนา 91 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2566 ภาพ-พิเชษฐ์ ชูรักษ์อดิศร เพียงเกษ สส.เพื่อไทย จับมือ รังสิมัน โรม สส.ก้าวไกล งานเสวนา 91 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2566 ภาพ-พิเชษฐ์ ชูรักษ์

อดิศร เพียงเกษ สส.เพื่อไทย จับสือ รังสิมันต์ โรม สส.ก้าวไกล บนเวทีเสวนา 91 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. 2475 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2566 ภาพ-พิเชษฐ์ ชูรักษ์อดิศร เพียงเกษ สส.เพื่อไทย จับสือ รังสิมันต์ โรม สส.ก้าวไกล บนเวทีเสวนา 91 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. 2475 เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2566 ภาพ-พิเชษฐ์ ชูรักษ์

ถามต่อ วันเลือกประธานสภาฯ ล่ะ “ผมพูดไปหลายช่องทาง สภาเมื่อตกลงกันไม่ได้ก็โหวตกัน นี่คือเรื่องธรรมชาติ ธรรมชาติของสภาถ้าตกลงกันไม่ได้มันก็โหวตเท่านั้นเอง  

ถามอีกว่า ทำไมเพื่อไทยต้องได้ประธานสภาฯ นายอดิศรย้อนถามว่า ทำไมก้าวไกลต้องได้ (พร้อมหัวเราะ) ถามย้ำกับนายอดิศรว่า ก็เพราะเขาต้องได้นายกฯ นายอดิศรตอบ (เป็นภาษาอีสาน) ว่า “เอาแต่ผู้เดียวดิ กินเบิ่ดผู้เดียวตายบ่”…“ถ้าอย่างนั้นคุณเป็นรัฐบาลพรรคเดียวเอาไหมล่ะ มันเป็นไม่ได้” และจากนั้นก็เดินออกจากอาคารห้องประชุมศรีบูรพาไป

ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวตอนหนึ่งว่า เวลานี้เชื่อมั่นว่า “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” จะได้เป็นนายกฯ แน่นอน “ขอพูดอย่างตรงไปตรงมา ถ้ารอบนี้มีความพยายามเตะตัดขาด้วยวิธีการที่ไม่ชอบธรรม ผมมั่นใจว่ารอบหน้าพรรคก้าวไกลได้เกิน 20 ล้านแน่อน ดังนั้นการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงการวางอนาคต ข้อเสนอและนโยบายต่างๆ ของพรรคก้าวไกลเป็นข้อเสนอที่ต้องการทำให้สังคมเป็นปกติ 

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล

“เราบอกว่าคนรุ่นใหม่ออกไปชุมชนต้องไม่ติดคุก พรรคก้าวไกลต้องการคืนความปกติด้วยการนิรโทษกรรม ไม่ต้องการให้คนที่เห็นต่างต้องติดคุก ซึ่งข้อเสนอของพรรคก้าวไกลไม่สุดโต่ง แต่เป็นข้อเสนอขั้นต่ำที่ต้องการให้ประชาชนอยู่ร่วมกันได้ หรือจะพาสังคมเดินไปข้างหน้าได้ เป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดที่จะดึงประชาชนที่อาจเห็นไม่ตรงกันมาร่วมโต๊ะพูดคุยเพื่อจะบอกว่าประเทศควรเดินหน้าอย่างไร และเชื่อว่าเป็นข้อเสนอที่เป็นไปได้มากที่สุด

“แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่กลุ่มอำนาจใดก็ตามพยามใช้วิธีการที่ไม่ชอบธรรม คุณกำลังล้มโต๊ะเจรจา คุณกำลังทำให้ประเทศนี้ไม่สามารถยอมรับข้อเสนอขั้นต่ำได้ แล้วสุดท้ายข้อเสนอที่มากกว่า ที่บอกว่าต้องทำให้ประเทศไทยไปไกลกว่า มันไม่เกิดขึ้น จึงควรใช้โอกาสของการเลือกตั้งนี้ อย่าทำวิธีนอกรัฐธรรมนูญ

นอกจากนั้นนายรังสิมันต์ เชื่อว่าจะไม่มีใครสามารถหยุดสังคมที่เป็นอยู่ได้ ซึ่งพิสูจน์แล้วจากการยุบพรรคไทยรักไทยก็เกิดพรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทย โดยที่เสียงไม่ได้น้อยลง ไม่ว่าจะมีการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง จนมาถึงการชุมนุมของเพนกวิ้น หรือการยุบพรรคอนาคตใหม่ ที่เวลานั้นมี 6 ล้านเสียง แต่วันนี้มี 14 ล้านเสียง 

“มันพิสูจน์แล้ว การหยุดเจตจำนงของประชาชนมันไม่มีทางทำได้ เมื่อพลังประชาชนเกิดขึ้นแล้วประเทศนี้จะต้องเปลี่ยนแปลง รอบนี้พอได้แล้ว ถ้ามีความพยายามเตะตัดขาด้วยวิธีที่ไม่ชอบธรรม รอบหน้าก้าวไกลมี 20 ล้านอย่างแน่นอน” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในขณะนี้มีกระบวนการบางอย่างพยายามเตะตัดขาเจตนารมณ์ของประชาชน ที่จะโหวตเลือก “พิธา” เป็นนายกฯ ในวันที่ 14 ก.ค.นี้ แต่มั่นใจได้จัดตั้งรัฐบาล แน่นอน “เสียงโหวตคงไม่ใช่เพราะพวกเขารักพวกเราหรือ สว.ชอบนโยบายพรรคก้าวไกล แต่เกิดจากเสียงของประชาชนที่เป็นพิเศษ มันไม่มีทางเลือก และต้องปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของประชาชน เชื่อว่าเสียงของประชาชนจะสำคัญที่สุดและเป็นเสียงสวรรค์ที่จะทำให้พวกเราจัดตั้งรัฐบาลได้”

ข้อเสนอที่พรรคก้าวไกลต้องการผลักดันอีกก็คือการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการถามประชาชนอีกรอบและจัดตั้ง สสร. แต่อย่าให้มีการขัดขวางการทำประชามติอีก ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยออกจากรัฐธรรมนูญฉบับคณะรัฐประหารได้ นอกจากนั้นพรรคก้าวไกลเสนอก้าวแรกที่จะออกจากรัฐประหารคือ การปฏิรูปกองทัพ เพื่อไม่ให้เกิดการทำรัฐประหารอีก ถ้าทำสำเร็จเราจะมาเฉลิมฉลองวันที่ 24 มิ.ย. อย่างเต็มภาคภูมิ

อภิสิทธิ์ ออกตัวฟื้น ‘พรรคประชาธิปัตย์’ กระดูกชิ้นโต ความเป็นเอกภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551966

24 มิ.ย. 2566

อภิสิทธิ์  ออกตัวฟื้น  'พรรคประชาธิปัตย์'  กระดูกชิ้นโต ความเป็นเอกภาพ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนอย่างตรงไปตรงมา โอกาสที่จะฟื้น “พรรคประชาธิปัตย์” ปัญหาแรกที่ต้องทำให้ได้ก่อน คือสร้างความเป็นเอกภาพ ระบุภาระกิจจากนี้ฝากความหวังไว้กับเหล่าสส. ที่ได้รับเลือกเข้า ต้องแสดงบทบทบาทในสภาเพือเรียกความเชื่อมั่น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เปิดเผยว่า   สถานการณ์ของ “พรรคประชาธิปัตย์” หลังผ่านการเลือกตั้ง  คือการอยู่ในบรรยากาศที่ถดถอย  และไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฟื้นฟูพรรค  เชื่อว่าสมาชิกส่วนหนึ่งในขณะนี้   จะมองเห็นปัญหาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  การที่จะเดินหน้าได้ ต้องมีความเป็นเอกภาพ  และอยู่บนพื้นฐานของอุดมการณ์ดั้งเดิมของพรรค   ต้องสร้างจุดยืนทางการเมืองเพื่อที่จะฟื้นฟูพรรคขึ้นมา อยากให้บรรดาสส.ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามา รวมไปถึงคณะกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการณ์ต้องช่วยกันในเรื่องนี้  คือช่วยกันสร้างเอกภาพ 

การที่พรรคจะฟื้นได้  พรรคต้องชัดเจน จากการตกผลึกร่วมกัน เมื่อเลือกทิศทางใดก็ตาม ถึงจะมีคำตอบว่าบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นใคร หากเดินไปในทิศทางนี้ก็มีโอกาสที่จะฟื้นขึ้นมา ขณะนี้ภาระหนักตกอยู่ที่ บรรดา สส. เพราะถือเป็นองค์ประชุมที่สำคัญ บุคคลเหล่านี้จะขับเคลื่อนพรรคในบทบาทสภาต่อไป  ทำให้ทุกฝ่ายเชื่อมัน  “พรรคประชาธิปัตย์” จะต้องเดินอย่างมีเอกภาพ และตัดสินใจในการเลือกแนวทางที่จะเดิน ขณะนี้อยากให้ถอยออกมาจากเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ตัวบุคคล และการแข่งขัน เพราะสิ่งที่พรรคต้องการขณะนี้คือความเป็นเอกภาพ และความชัดเจนในการกำหนดแนวทางทางการเมืองต่อไป มองว่า เรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง เรื่องนี้คือเรื่องหลักในการฟื้นฟูพรรค

“ขอพูดตรง ๆ ว่าหากไม่มีเอกภาพ ใครก็ฟื้นพรรคไม่ได้ เพราะฉะนั้นสมควรที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องทำให้เกิดความรู้สึกร่วมกันว่าจะต้องเดินไปในทิศทางใด   ผมไม่เคยสนใจว่าใครจะอยู่ขั้วใคร ใครจะชิงอะไร  ไม่เคยสนใจไปคุยเรื่องนั้น สนใจเพียงแต่ทิศทางทางการเมือง ของพรรคที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจน  และชัดเจนได้ก็ต่อเมื่อมีความเป็นเอกภาพ” นายอภิสิทธิ์ ระบุ

โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา 3 ก.ค. เป็นต้นไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551951

24 มิ.ย. 2566

โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา 3 ก.ค. เป็นต้นไป

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป

 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ.2566 ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 แล้ว และตามความในมาตรา 121 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้ มีการเรียกประชุมรัฐสภาภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป โดยให้ถือเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง

โปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา 3 ก.ค. เป็นต้นไป

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 121 มาตรา 122 และมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ขวางกินรวบปชป. ‘เชาว์’ โต้เดือด ‘เฉลิมชัย’ ไม่เคยทำร้ายพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551917

23 มิ.ย. 2566

ขวางกินรวบปชป. 'เชาว์' โต้เดือด 'เฉลิมชัย' ไม่เคยทำร้ายพรรค

‘เชาว์’ โต้เดือด ‘เฉลิมชัย’ ไม่เคยทำร้ายพรรค ปลุกคน ประชาธิปัตย์ ร่วมกำหนดทิศทาง ขวางกินรวบ จนพรรคตกต่ำ ต้องไม่มีใครทรยศพรรค เพียงเพราะต้องการเป็นรัฐบาล สวน เดชอิศม์ ปฏิรูป 360 องศา คือ การกลับไปสู่จุดเดิม

นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง จากใจ ถึงใจ คน ปชป. ขอเสียงกำหนด อยากให้พรรคไปทิศทางไหน มีเนื้อหาระบุว่า หลังจากที่โพสต์ จดหมายเปิดผนึกถึงพรรคประชาธิปัตย์ไปเมื่อสองวันก่อน ปรากฎว่าเป็นที่สนใจของสังคม โดยเฉพาะสมาชิกพรรคเก่าใหม่ที่ห่วงใยอนาคตพรรคได้โทรมาให้กำลังใจและสนับสนุนแนวคิดของผมเป็นจำนวนมาก

แต่เมื่อได้อ่านข่าวที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว เตือนคนในพรรคหยุดปล่อยข่าวทำร้ายพรรคว่า “อยากฝากไปถึงคนภายในว่าหยุดทำร้ายพรรคเถอะ อย่าไปกลัวการเปลี่ยนแปลง วันนี้ถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะเดินไปข้างหน้า ไม่มีใครทรยศพรรค หลักการและอุดมการณ์ของพรรคยังอยู่ตรงนี้เหมือนเดิม ไม่มีเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นการทำอะไรที่ทำให้พรรคเสียหาย เป็นการทำร้ายพรรค อย่าทำเลย”

ถ้าหมายถึงเนื้อหา ในโพสต์จดหมายเปิดผนึกถึงพรรคประชาธิปัตย์ของตน ก็อยากให้นายเฉลิมชัยกลับไปอ่านทบทวนข้อคิดเห็นที่ผมเขียนให้ชัดอีกครั้ง

จะเข้าใจว่าสิ่งที่ผมสื่อออกไปก็เพื่อต้องการให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั่วประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของพรรค ในสถานการณ์ ที่เรากำลังขาดบุคลากรที่โดดเด่น

บวกกับสถานการณ์การเมืองที่เปลี่ยนไป จำเป็นต้องเฟ้นหาผู้นำทางที่มีประสบการณ์ มีความรู้ ความสามารถ ที่สำคัญต้องมากบารมี

บททดสอบนี้จึงไม่ใช่แค่ สส.เท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของพรรค เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ได้เป็นพรรคของใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือนายทุนคนใดคนหนึ่ง

นายเชาว์ ระบุด้วยว่า เราจะเห็นว่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา บรรดาบ้านใหญ่ตามจังหวัดต่างๆ ถูกโค่นจนล้มแบบระเนระนาด แต่ที่ผมกังวลคือบรรยากาศในพรรคกลับอยู่ในสภาพบ้านใหญ่ กดรีโมตสั่งการได้โดยคนๆเดียว แบบนี้น่ากลัว

ถึงขนาดมี สส.หลายคนพูดตรงกันว่า สส.จำนวน 20 คน ได้ยินยอมพร้อมใจยกอำนาจการตัดสินใจให้อดีตผู้บริหารท่านหนึ่งไปเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าตอนนี้ชะตากรรมพรรคประชาธิปัตย์กำลังตกอยู่ในมือคนๆเดียว คิดดี ทำดี ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ใช่ นั่นอาจหมายถึงพรรคเสี่ยงต่อการล่มสลาย ซึ่งเป็นภาพที่ผมไม่อยากเห็นเป็นที่สุด

เชื่อว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังไม่อยากเห็นพรรคอันเป็นที่รักของเราตกต่ำเพียงเพราะก้าวข้ามอำนาจไม่ได้ สี่ปีที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าสู่อำนาจ แต่พรรคกลับตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ความนิยมเสื่อมถอย

จากเดิมเรามีสส. 52 คน ลดเหลือลงเหลือ 25 คน เป็นเครื่องเตือนสติให้ต้องทบทวนถึงแนวทางการบริหารว่ามาถูกทางหรือไม่ ถ้าไม่ต้องรีบเปลี่ยนแปลง ก่อนไม่มีโอกาสให้เปลี่ยน

ผมไม่มีเจตนาโจมตีใครเป็นการส่วนตัว แต่พูดโดยหลักการในฐานะสมาชิกพรรคคนหนึ่งที่เป็นห่วงพรรค ทุกวิกฤต มีโอกาส แต่ทุกโอกาส ต้องมาจากการไขว่คว้า

“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สมาชิกพรรค จะเล็งเห็นถึงความตั้งใจที่ผมต้องการสื่อสาร ส่วนนายเฉลิมชัยจะมีอคติคิดเห็นอย่างไร ไม่ว่ากัน เพราะไปบังคับกันไม่ได้ สิ่งที่อยากฝากไปถึงก็มีแค่ว่า ผมเห็นด้วยว่าคนภายในต้องไม่ทำร้ายพรรค อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง” 

วันนี้ถ้าพรรคจะเดินไปข้างหน้า ต้องไม่มีใครทรยศพรรค เพียงเพราะต้องการเป็นรัฐบาล โดยใช้อุดมการณ์ และประชาชนมาเป็นข้ออ้าง เพราะนั่นคือพฤติกรรมที่จะทำให้พรรคเสียหาย เป็นการทำร้ายพรรค

“อย่าทำเลยครับ พรรคต้องเปลี่ยนแปลง และไม่ใช่เปลี่ยน 360 องศา เหมือนที่นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา ออกมาระบุ เพราะนั่นหมายถึงว่ากลับมาสู่จุดเดิม คือไม่ได้ปฏิรูปอะไรเลย” นายเชาว์ ระบุทิ้งท้าย

สรุป 4 วัน สส.รายตัว 257 คน – 4 ก.ค. นี้ จับตาศึกชิง ‘ประธานสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551911

23 มิ.ย. 2566

สรุป 4 วัน สส.รายตัว 257 คน - 4 ก.ค. นี้ จับตาศึกชิง ‘ประธานสภา’

สส.รายงานตัว 4 วัน 257 คน เหลือ 243 คน สำนักงานเลขาธิการสภาฯ แจ้งสส.เตรียมพร้อมรัฐพิธี 3 ก.ค. ก่อนประชุมนัดแรก 4 ก.ค.จับตา! ศึกชิง ‘ประธานสภา’

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากรัฐสภา เกียกกาย กรุงเทพฯ ถึงภาพรวมการรายงานตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.)ชุดที่ 26 เป็นวันที่ 4 ที่บริเวณห้องสัมมนาชั้น บี1 ตั้งแต่เวลา 08.30น. – 16.30 น.ของวันที่ 23 มิ.ย. 2566 

โดยตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่าย มี สส.ทั้ง สส.แบบแบ่งเขต และสส.ระบบบัญชีรายชื่อ หรือ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ทยอยเดินทางมารายงานตัวต่อเนื่อง

สำหรับ สส.ที่มารายงานตัวจาก พรรคเพื่อไทย 4 คน ประกอบด้วย

1.น.ส.ประวีณ์นุช เลิศจิตสุทธิ์ บัญชีรายชื่อ

2.น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล บัญชีรายชื่อ

3.นายนิกร โสมกลาง เขต 8 จ.นครราชสีมา

4.นายอภิชา เลิศพชรกมล เขต 10 จ.นครราชสีมา

พรรครวมไทยสร้างชาติ 6 คน ประกอบด้วย

1.นายสุชาติ ชมกลิ่น บัญชีรายชื่อ

2.นายชัชวาลล์ คงอุดม บัญชีรายชื่อ

3.นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง เขต 4 จังหวัดชลบุรี

4.นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ เขต 1 จังหวัดเพชรบุรี

5.นางสาวกุลวลี นพอมรบดี เขต 1 จังหวัดราชบุรี

6.จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล เขต 3 จังหวัดเพชรบุรี

พรรคพลังประชารัฐ 1 คน คือ นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ จังหวัดสิงห์บุรี

พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน คือ นายชวน หลีกภัย บัญชีรายชื่อ

พรรคภูมิใจไทย 1 คน คือ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ เขต 2 จังหวัดอุทัยธานี

พรรคเป็นธรรม 1 คน คือ นายกัณวีร์ สืบแสง บัญชีรายชื่อ

4 วัน สส.รายงานตัว 257 คน เหลือ 243 คน

สรุปยอดส.ส.มารายงานตัวตลอดทั้งวัน รวมทั้งสิ้นเพียง 14 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 4 คน พรรคภูมิใจไทย 1 คน พรรคพลังประชารัฐ 1 คน พรรครวมไทยสร้างชาติ 6 คน พรรคประชาธิปัตย์ 1 คน และพรรคเป็นธรรม 1 คน

รวม 4 วัน (20-23 มิ.ย.) มี สส.มารายงานตัวแล้ว รวมทั้งสิ้น 257 คน ยังคงเหลือ สส.ที่ยังไม่มารายงานตัวอีก 243 คน

ทั้งนี้ ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยังเปิดให้ สส.มารายงานตัวในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ (24-25 มิ.ย. 2566) ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-16.30 น. อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า บรรดา สส.ได้รับแจ้งในเบื้องต้น ให้เตรียมเข้าร่วมรัฐพิธีในวันที่ 3 ก.ค. และประชุมสภาฯ นัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาฯ วันที่ 4 ก.ค. 2566 นี้

ทั้งนี้  เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2566 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า โควตาประธานสภา ระหว่างพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทยจะได้ข้อยุติก่อนวันที่ 3 ก.ค. 2566 

สส.เข้ามารับหนังสือรับรองบางตา ‘ภูมิใจไทย’ จ่อเข้าเช็กอินพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551910

23 มิ.ย. 2566

สส.เข้ามารับหนังสือรับรองบางตา 'ภูมิใจไทย' จ่อเข้าเช็กอินพรุ่งนี้

ใกล้ครบจำนวน!! สส.เข้ารับหนังสือรับรองบางตา ด้าน ‘อนุทิน’ และ ‘ทีมภูมิใจไทย’ เตรียมเข้าเช็กอินปิดท้ายพรุ่งนี้

วันที่ 23 มิ.ย. สำหรับการเดินทางมารับหนังสือรับรองของ ส.ส. เพื่อไปรายงานตัวที่รัฐสภาซึ่งเป็นวันที่ 4 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)  ยังคงมี สส.ทยอยเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งเป็นการมารับหนังสือด้วยตัวเอง ไม่ได้มอบหมายให้พรรคส่งคนมารับให้ เช่น น.ส.จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, นายเอกราช ช่างเหลา สส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย และ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์สส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย, นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สส.สิงห์บุรี เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ขณะที่บางส่วนมอบหมายให้ตัวแทนมารับ เช่น ตัวแทน นายสุชาติ ชมกลิ่น สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ

โดยบรรยากาศไม่คึกคักเหมือนช่วง 3 วันที่ผ่านมา ประกอบกับมี สส.รับหนังสือรับรองไปแล้วทั้งสิ้น 444 คนแบ่งเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งสิ้น 92 คน สส.แบบแบ่งเขต 352 คน จากทั้งหมด 500 คน จึงยังเหลือ สส.ที่ไม่มารับหนังสือรับรองอีกเพียง 56 คนเท่านั้น ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และสส.ของพรรคจะมารับหนังสือรับรองในวันพรุ่งนี้

ทั้งนี้ มีรายงานว่า สส.ที่มารับหนังสือ วันแรก 20 มิ.ย. จำนวน 92 คน เป็น สส.แบ่งเขต 78 คน, สส.บัญชีรายชื่อ14 คน 

วันที่สอง 21 มิ.ย. จำนวน 170 คน เป็น ส.ส.แบ่งเขต 136 คน, สส.บัญชีรายชื่อ 34 คน 

วันที่สาม 22 มิ.ย. จำนวน 182 คน เป็น สส.แบ่งเขต 138 คน, สส.บัญชีรายชื่อ 44 คน

ไม่เปลี่ยนใจ ‘สว.พีระศักดิ์’ ยันหนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ เพราะเป็น พรรคอันดับ1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551903

23 มิ.ย. 2566

ไม่เปลี่ยนใจ ‘สว.พีระศักดิ์’ ยันหนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ เพราะเป็น พรรคอันดับ1

‘สว.พีระศักดิ์’ ยันหนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ เพราะเป็น พรรคอันดับ1 แต่ไม่การันตีแทน สว.คนอื่น เพราะยังเสียงแตก เชื่อทุกคนใช้ดุลยพินิจเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

นายพีระศักดิ์ พอจิต สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. กล่าวภายหลังร่วมกิจกรรมวุฒิสภาเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ ถึงกรณีพรรคก้าวไกลระบุมีสัญญาณดี จาก สว.ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า การเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ตนเชื่อว่าทุกคนมีวิจารณญาณ และส่วนตัวยืนยันชัดเจนว่าจะสนับสนุนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากพรรคที่ได้รับคะแนนเสียงเป็น พรรคอันดับ1 เป็นนายกรัฐมนตรี 

ซึ่งขณะนี้คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ส่วน สว.คนอื่น มีความเห็นที่หลากหลาย ซึ่งมีความเป็นอิสระในแต่ละบุคคล

สำหรับกรณีที่มี สว.บางคนกังวลเรื่องคุณสมบัติของนายพิธานั้น นายพีระศักดิ์ บอกว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำพิพากษาหรือคำตัดสินอะไรออกมา ก็ต้องสันนิษฐานว่า ทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์และมีคุณสมบัติครบก่อน

ส่วนที่มี สว.บางคนระบุว่าพรรคเสียงข้างมากอาจไม่ได้ตั้งรัฐบาล และเสียงข้างน้อยอาจจะได้เป็นรัฐบาลนั้น นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลาในวันเลือกนายกรัฐมนตรี จึงยังบอกอะไรไม่ได้ แต่เชื่อว่าทุกคนมีอิสระในการตัดสินใจ และใช้ดุลยพินิจที่มีประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม และคำนึงถึงความเป็นประชาธิปไตยให้เดินหน้าต่อไป และเป็นประโยชน์กับประเทศชาติโดยรวม

เมื่อถามว่า มองว่าพรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายพีระศักดิ์ กล่าวว่าเป็นคำถามที่ยาก แต่ส่วนตัวอยากให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปตามกติกา และเกิดประโยชน์กับส่วนรวม

เมื่อถามย้ำว่า สว.ขณะนี้มีความเห็นอย่างไร นายพีระศักดิ์ กล่าวว่า ความเห็นในเรื่องของการเลือกนายกรัฐมนตรีแบ่งออกเป็นหลายทาง แม้นั่งรับประทานอาหารด้วยกันยังคิดไม่ตรงกัน ซึ่งก็ต้องเคารพดุลยพินิจของ สว.แต่ละคน ทั้งนี้ไม่กล้าพูดแทนใครว่าเสียงส่วนใหญ่เป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะมีขึ้นต่อเมื่อมีการเลือกประธานสภาฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว 

เพื่อไทย กระทุ้ง พล.อ.ประยุทธ์ คืน ‘บ้านพักหลวง’ – ลุงตู่ แจงต้องแก้กฎกระทรวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551900

23 มิ.ย. 2566

เพื่อไทย กระทุ้ง  พล.อ.ประยุทธ์  คืน 'บ้านพักหลวง' -  ลุงตู่  แจงต้องแก้กฎกระทรวง

เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดประเด็น กดดันนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถึงเวลาแสดงสปิริต เมื่อพ้นจากตำแหน่งผู้นำ ควรคืน “บ้านพักหลวง” ชี้ด้วยบทบาทข้าราชการการเมืองไม่ควรนำเอาระเบียบกองทัพมาใช้ ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ เป็นเรื่องของกติกาเดิม ถ้าจะแก้ไขต้องไปแก้กฎกระทรวง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง  เลขาธิการพรรคเพื่อไทย  เปิดเผยว่า   การที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ยืนยันจะไม่ย้ายออกจากบ้านพักรับรอง  “บ้านพักหลวง ”   ตั้งอยู่ในกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ที่ 1  แขวงสามเสนใน เขตพญาไท​ กรุงเทพฯ  โดยอ้างถึงระเบียบของกองทัพบก  เนื่องจากตนเป็นคนอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์  ซึ่งในกรณีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการอยู่บ้านพักหลวงถูกต้อง โดยใช้ระเบียบบังคับ ว่าด้วยการพักอาศัย ข้าราชการกองทัพบก

ซึ่งครั้งที่ตนยื่นเรื่องต่อศาลไป ว่าพล.อ. ประยุทธ์ เป็นนักการเมือง เนื่องจากเป็นนายกรัฐมนตรี และมีพรรคการเมืองที่สนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ถือว่าเป็นข้าราชการการเมือง ต้องใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญบังคับ เนื่องจากประโยชน์ขัดกัน ไม่ควรเอาระเบียบกองทัพบกมาพิจารณา  และครั้งนี้ตนเห็นว่า พล.อ.
ประยุทธ์ พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว โดยวุฒิภาวะควรแสดงสปิริต ว่าไม่ควรอยู่ใน  “บ้านพักหลวง”  เพราะหากจะนับว่าเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก ต้องไปดูว่ามีข้าราชการที่เป็นผู้บัญชาการเกษียณอายุมีหลายคน ไม่เช่นนั้นก็ต้องมาอยู่เหมือนกัน   ดังนั้นควรแสดงสปิริต 

อนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่อง “บ้านพักหลวง”  ว่า  เป็นเรื่องของกติกาเดิม ถ้าวันหน้าจะแก้ไข ก็ต้องไปแก้กฎกระทรวง เป็นระเบียบของกองทัพบกอยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะดูแลผู้บังคับบัญชาเป็นกติกาเดิม แต่ถ้าอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยนไป ก็พร้อมออก   ผู้สื่อข่าวถามว่า   อยู่ได้ในฐานะ อดีตผบ.ทบ. ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์  กล่าวว่า  อดีตผบ.ทบ. และนายกรัฐมนตรี ซึ่งหลายประเทศก็ดูแลกันอยู่   “มีหลายประเทศเขาไล่คนเก่าไหมล่ะ เขาก็มีรปภ.ดูแลตลอด แต่ประเทศไทยไม่ได้เลย ต้องเท่าเทียม ผมก็เคารพกติกา วันนี้ผมอยู่เพราะคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหมเล่า บ้านผมก็มี แต่มันไม่ปลอดภัย “

ผู้สื่อข่าวถามว่า  ห่วงว่าใครจะมาทำอะไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า  “ไม่ใช่ห่วง โธ่ มันเป็นหน้าที่ มันเป็นสากลเข้าใจไหม ผมก็มีแรงดูแลตัวเองอยู่เหมือนกันแหละ ผมจะต้องไปอะไรกับคนอื่นเขาเล่า” เมื่อถามย้ำว่าทำไมคิดว่า ตัวเองจะไม่ปลอดภัย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า  “ไม่ เขาพูดถึงหลักการ ผู้นำ อดีตผู้นำ วันนี้ถ้าทุกคนเท่าเทียมกันหมด วันนี้ผมมาก็ไม่ต้องมีใครมากับผม  ทำได้ไหม ไปไหนคนเดียว เดินอยู่คนเดียวได้ไหม เขาก็ต้องให้เกียรติ คุ้มครอง ดูแล เป็นหน้าที่ของเขา  รัฐบาลหน้ามาเขาก็ได้รับการดูแลเหมือนกันแหละ แต่เขาไม่ใช่ทหารแบบผมเท่านั้นเอง”   พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ