‘จเด็จ อินสว่าง’ ผู้จุดพลุตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แต่ไม่หนุน ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550142

01 มิ.ย. 2566

‘จเด็จ อินสว่าง’ ผู้จุดพลุตั้งรัฐบาลแห่งชาติ แต่ไม่หนุน 'พิธา' นั่งนายกฯ

เปิดประวัติ ‘นายจเด็จ อินสว่าง’ สมาชิกวุฒิสภา ผู้จุดประเด็น ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ แต่มีจุดยืนไม่โหวตหนุน ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ นั่งนายกฯ 

คมชัดลึก พาไปรู้จักประวัติคร่าวๆของ “นายจเด็จ อินสว่าง” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ผู้ที่สังคมโซเชียลกล่าวถึงอย่างมาก หลังจากออกมาให้สัมภาษณ์สนับสนุนแนวทาง “การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

และยังประกาศจุดยืนชัดเจนว่า จะไม่ลงมติให้พรรคก้าวไกลและนายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล เพราะยังเดินหน้าแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  โดยอ้างว่าสว.ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย 

‘จเด็จ อินสว่าง’ สว.ที่หนุน ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ แต่ไม่หนุนพิธานั่งนายกฯ ‘จเด็จ อินสว่าง’ สว.ที่หนุน ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ แต่ไม่หนุนพิธานั่งนายกฯ

สำหรับประวัติของนายจเด็จ มีดังนี้ 

นายจเด็จ อินสว่าง เกิดวันที่ 17 มีนาคม 2490 ปัจจุบันอายุ 76 ปี เป็นข้าราชการบำนาญที่อดีตเป็นถึงปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ภูเก็ต กาญจนบุรี และชลบุรี  และอดีตอธิบดีกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย เคยนั่งเป็นคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) และคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น (กกถ.) 

ประวัติการศึกษา 

จบรัฐศาสตรบัณฑิต(เกียรตินิยมดี) การปกคครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นิติศาสตรบัณฑิต นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รัฐศาสตรมหาบัณฑิต รัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

การอบรมและสัมมนา

  • วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 41 สถาบันปัองกันประเทศ
  • หลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพื่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย รุ่น 5 ศาลปกครองสูงสุด
  • หลักสูตรหลักนิติธรรมเพื่อการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตย รุ่น 3 ศาลรัฐธรรมนูญ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

  • เหรียญรัตนาภรณ์ 
  • เหรียญราชการชายแดน ( ช.ด.)
  • เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 1 ( ส.ช.)
  • มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก ( ม.ป.ช.)
  • มหาวชิรมงกุฎ ( ม.ว.ม.)
  • เหรียญกาชาดสมนาคุณ ชั้นที่ 1 

ส่องไอเดียการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติและไม่หนุนพิธา 

นายจเด็จ อินสว่าง สว. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 31 พ.ค.66 ที่อาคารรัฐสภา โดยแสดงยืนยันจุดยืนชัดเจนว่า “จะไม่ลงมติให้พรรคก้าวไกลและนายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เพราะยังเดินหน้าแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  ซึ่งสว.ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย” 

“ผมมีแนวคิดที่อยากเสนอในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา ว่า สิ่งที่ตอบโจทย์การเมืองได้ตอนนี้ คือ รัฐบาลแห่งชาติ แต่ละพรรคนำข้อดีมาร่วมทำงานเพื่อบ้านเมือง สร้างความแข็งแกร่งของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยโมเดลของทุกพรรคมาทำงานร่วมกัน ประสานประโยชน์ พุ่งเป้าไปที่ความมั่นคงของชาติ”

เมื่อถามว่าขั้นตอนจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะตามกติกามีเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้โหวตนายกฯ นายจเด็จ กล่าวว่า  สามารถงดเว้นการใช้รัฐธรรมนูญบางมาตราที่มีปัญหาได้ เพื่อเป็นทางออก มองว่าการเมืองไทยไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ ทุกอย่างเป็นไปได้เพื่อประโยชน์ชาติ

เมื่อถามว่าที่ผ่านมารัฐบาลแห่งชาติจะถูกพูดถึงเมื่อมีความขัดแย้ง หรือปัญหา แต่ขณะนี้ไม่มีสัญญาณขัดแย้งใดๆ นายจเด็จ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องให้เกิดความขัดแย้ง หรือรอให้เกิด การตั้งรัฐบาลแห่งชาติรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม หากห้ามก็งดใช้ เชื่อว่ามีหนทางทำได้ อยู่ที่จะทำหรือไม่

เมื่อถามย้ำกว่ารัฐบาลแห่งชาติ คือ การรวมทุกพรรค ทั้ง รวมไทยสร้างชาติ พลังประชารัฐ เป็นรัฐบาลทั้งหมด ไม่มีฝ่ายค้านใช่หรือไม่ นายจเด็จ กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ ให้นำส่วนที่ดีมารวมกันเพื่อรักษาประโยชน์ ประสานความคิด ไม่เบียดเบียน จะทำให้ประเทศไทยแข็งแกร่ง เจริญรุ่งเรือง

เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลมีจุดยืนและนโยบายมีลุง ไม่มีเรา จะทำให้โมเดลรัฐบาลแห่งชาติเกิดได้หรือ นายจเด็จ กล่าวว่า “คิดแบบนั้น จะไม่มีคุณ ไม่มีผม และไม่มีเรา ทางที่ดีต้องรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทางการเมือง”  ซึ่งรัฐบาลแห่งชาติเป็นข้อเสนอ ที่จะเสนอในกมธ. หากสังคมมีมุมมองอย่างไรพร้อมรับฟังและขณะนี้ยังมีเวลาจนกว่าจะตั้งรัฐบาลได้ช่วงเดือนส.ค.
 

ที่มาข้อมูล : บล็อกสมาชิกวุฒิสภา

‘จุรินทร์’ ชี้ ‘ประธานสภาฯ’ ต้องเป็นกลาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550139

01 มิ.ย. 2566

'จุรินทร์' ชี้ 'ประธานสภาฯ' ต้องเป็นกลาง

‘จุรินทร์’ ยันประชาธิปัตย์จะไม่เป็นอุปสรรคตั้งรัฐบาลก้าวไกล ชี้ ‘ประธานสภาฯ’ ต้องเป็นกลางช่วยขับเคลื่อนนโยบายพรรคการเมืองไม่ได้

ที่อาคารเนชั่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รักษาการ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำหน้าที่ ‘ประธานสภาฯ’ ในที่ประชุม ว่าประธานสภาฯต้องเลือกในที่ประชุมสภา ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนที่กังวลว่าจะต้องเป็นของพรรคนั้นพรรคนี้ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายพรรคได้ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเพราะประธานสภาฯ ต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นกลางจะไปช่วยขับเคลื่อนนโยบายพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งไม่ได้ 

และรัฐธรรมนูญรวมถึงข้อบังคับก็มีการกำหนด อำนาจหน้าที่ของประธานสภาไว้ชัดเจน  เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะสามารถทำอะไรนอกเหนือกฎเกณฑ์ได้

'จุรินทร์' ชี้ 'ประธานสภาฯ' ต้องเป็นกลาง

ส่วนกรณีมีผู้เสนอพรรคเพื่อไทยให้มีตำแหน่งประธานสภาฯนั้น นายจุรินทร์กล่าวว่า นี่คือความไม่ลงตัวของคณะที่ไปจัดตั้งรัฐบาลในขณะนี้ และคาดว่าไม่น่าจะมีผลต่อไปถึงการได้มาซึ่งตัวนายกรัฐมนตรี เพราะทุกอย่างต้องเป็นไปตามระเบียบกฎเกณฑ์ และกำหนด การเลือกนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน ก็จะต้องโหวตในที่ประชุม

สำหรับคุณสมบัติของประธานสภาฯ จะต้องเป็นผู้แทนราษฎร ถ้าไม่เป็นสส.ก็เป็นประธานสภาฯไม่ได้ ส่วนคุณสมบัติ กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้วแต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับการปฏิบัติหน้าที่มากกว่า แล้วต้องขึ้นอยู่กับว่าที่ประชุมเลือกใครไม่มีเงื่อนไขอะไรพิเศษเพราะระเบียบบังคับไว้ชัดเจนอยู่แล้ว

“ถ้าปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลางเมื่อไหร่สมาชิกก็จะมีการทักท้วงและสังคมก็จะมีการกดดันเองว่าประธานสภาฯ คนนี้ทำไมถึงไม่ทำหน้าที่เป็นกลาง และอาจจะเป็นการร้องต่อไปในอนาคตได้ด้วย 
เพราะขณะนี้ประเทศมีการตรวจสอบก็เข้มข้นขึ้น” รักษาการ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลขณะนี้ตนไม่ขอตอบล่วงหน้า แต่ขณะนี้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำในการรวมศูนย์ในการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ก็ต้องให้โอกาสกับก้าวไกลสำหรับตนเองยืนยันว่า ประชาธิปัตย์จะไม่เป็นอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลก็ให้ทำหน้าที่ไปอย่างเต็มที่ส่วนอนาคตตนตอบไม่ได้ และในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคก็ยังไม่เคยมอบหมายใครไปเจรจาจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองใด

พิธา ตบปาก เนติบริกร ตีตนก่อนไข้ ถือหุ้นไอทีวี ชนวนเลือกตั้งซ่อมทั่วประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550109

31 พ.ค. 2566

พิธา ตบปาก เนติบริกร  ตีตนก่อนไข้ ถือหุ้นไอทีวี  ชนวนเลือกตั้งซ่อมทั่วประเทศ

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ออกอาการคิดไม่ตก ตรรกะมือกฏหมายรัฐบาล วิษณุ เครืองาม เจ้าของฉายา “เนติบริกร” ที่มองว่าปม “ถือหุ้นไอทีวี” จะเป็นชนวนนำไปสู่การเลือกตั้งซ่อมทั่วประเทศ เหน็บออกอาการ “ตีตนไปก่อนไข้”

 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า  การที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ระบุว่า  หากตนขาดคุณสมบัติตามกฏหมาย  จากปมถือหุ้นไอทีวี ก็อาจจะส่งผลให้ต้องมีการเลือกตั้งซ่อมทั้งประเทศ  เรื่องนี้ยังไม่ได้ดูรายละเอียดถึงตรรกะ ที่นายวิษณุ ได้นำมากล่าวถึงหรือคาดหมายถึงความน่าจะเป็น    โดยพรรคก้าวไกลได้เตรียมการรองรับสถานการณ์ ไว้หลายรูปแบบ และพร้อมที่จะชี้แจงในทุกรูปแบบที่จะออกมา แต่ตอนนี้เห็นว่าอย่าตีตนไปก่อนไข้ ยังมีเวลาในการชี้แจง และคำร้องก็ยังไม่ได้เห็นในรายละเอียด 


นายพิธา กล่าวด้วยว่า  ข้อสังเกตการตั้งคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ว่าเป็น “ครม.เงา”    โดยความจริงการตั้งคณะทำงาน   จะต้องมีการตั้งตามกระทรวง แต่คณะที่ตั้งขึ้นไม่ได้เป็นเช่นนั้น เป็นการตั้งตามเอ็มโอยู เป็นการนำปัญหาของประชาชนมาเป็นตัวตั้ง แสดงถึงความตั้งใจที่จะทำงาน ไม่ได้มีการตั้งคณะทำงานตามกระทรวงที่มีอยู่  แต่เป็นการตั้งตามปัญหาของประชาชน  ซึ่งในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จะต้องบูรณาการหลายกระทรวง อย่างเช่นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาภัยแล้งก็ต้องร่วมงานกัน 4 – 5 กระทรวง  

.

อนึ่งฉายา” เนติบริกร”  หมายถึงบุคคลองค์กรหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง ซึ่งสามารถเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองได้ โดยมีหน้าที่ให้บริการทางกฎหมายแก่บุคคลผู้มีอำนาจ โดยฉายานี้ สื่อมวลชนตั้งให้กับ นายวิษณุ เครืองาม ที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายกฎหมายให้รัฐบาล  

พิธา ตบปาก เนติบริกร  ตีตนก่อนไข้ ถือหุ้นไอทีวี  ชนวนเลือกตั้งซ่อมทั่วประเทศ

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ( แฟ้มภาพ)

.

ภาพโดย  NATION PHOTO

เพื่อไทย ฟัดสว. ตั้ง ‘รัฐบาลแห่งชาติ’ เพื่อ – สับใช้สูตรนี้จะเลือกตั้งทำไม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550102

31 พ.ค. 2566

เพื่อไทย ฟัดสว. ตั้ง 'รัฐบาลแห่งชาติ' เพื่อ - สับใช้สูตรนี้จะเลือกตั้งทำไม

สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย  อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน สุทิน คลังแสง รับบทสิบล้อไล่บี้จักรยาน หลัง “จเด็จ อินสว่าง” สว.เสนอแนวคิด จัดตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ” ย้อนคนส่วนใหญ่เลือกแล้วว่าจะเอาแบบไหน สว.ควรจะเคารพเสียงประชาชน เคารพผลการเลือกตั้ง

นายสุทิน คลังแสง  ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย  อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ( วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยว่า ข้อเสนอของนายจเด็จ อินสว่าง สมาชิกวุฒิสภา ( สว. ) ซึ่งมีแนวคิด
เสนอตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ”  ด้วยการดึงข้อดีของแต่ละพรรคการเมืองมาทำงานเพื่อประเทศ รวมถึงยืนยันจะไม่ลงมติให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากจุดยืนในการแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล

กรณีดังกล่าว  เป็นสิทธิส่วนตัวของนายจเด็จ อย่างไรก็ตามพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุด ก็มาจากการยอมรับของประชาชนส่วนใหญ่  ทั้งนี้ทุกคนรักชาติบ้านเมืองเหมือนกันทั้งนั้น  หากทุกคนเคารพเสียงของประชาชนก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่จะเอาตัวเองเป็นที่ตั้งอย่างเดียวคงไม่ได้ วันนี้ประชาชนส่วนใหญ่เลือกแล้วว่าจะเอาแบบไหน สว.ควรจะเคารพเสียงประชาชน เคารพการเลือกตั้ง เรื่องการเสนอตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ”   มองว่าบ้านเมืองตอนนี้ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องทำแบบนั้น เพราะเพิ่งจะผ่านการเลือกตั้งไปไม่นาน แล้วเสียงประชาชนก็ชัดเจนว่าอยากให้ใครเข้ามาบริหารประเทศ

นายสุทิน กล่าวว่า  การตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ควรทำเมื่อประเทศเกิดทางตัน หาทางออกไม่ได้ หากวันนี้ทำได้ วันหน้าก็ทำได้ คำถามคือแล้วจะมีการเลือกตั้งทำไม ขณะเดียวกันหากรัฐบาลแห่งชาติ คือการทำงานร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพรรคพลังประชารัฐ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย เหมือนเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน  ซึ่งวันนี้ชัดเจนแล้วว่าประชาชนต้องการใคร และไม่ต้องการใคร

เพื่อไทย ฟัดสว. ตั้ง 'รัฐบาลแห่งชาติ' เพื่อ - สับใช้สูตรนี้จะเลือกตั้งทำไม

สุทิน คลังแสง  ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย  อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ( วิปฝ่ายค้าน) : แฟ้มภาพ 

หยุดส่วยราชการสีเทา ต้องหยุดวิ่งเต้นขอตำแหน่งให้ได้ก่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550097

ขวัญเรียม​ แก้ว​สุวรรณ​

31 พ.ค. 2566

หยุดส่วยราชการสีเทา ต้องหยุดวิ่งเต้นขอตำแหน่งให้ได้ก่อน

“รังสิมันต์ โรม” ตีแผ่ต้นตอ “สติ๊กเกอร์ส่วย” แลกเป็นใหญ่เป็นโตในสายงาน หยุดส่วยทางหลวง ต้องเริ่มจากหยุดระบบตั๋ว หยุดเส้นสายทางราชการ วิ่งเต้นตำแหน่งให้ได้ก่อน จุดยืนรัฐบาลก้าวไกล “มีเรา ไม่มีส่วย”

“นายรังสิมันต์ โรม” ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อธิบายถึงรากฐานของ “สติกเกอร์ส่วยทางหลวง” ว่า สุดท้ายแล้วสิ่งที่เป็นรากฐาน เป็นต้นตอสำคัญของการมี “ส่วยทางหลวง” ไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม นั่นคือการมีอยู่ของระบบเส้นสาย ระบบตั๋ว และการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในหมู่ข้าราชการ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ หรือข้าราชการอื่นๆ ก็ตาม 

สติ๊กเกอร์ส่วยที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เผยแพร่ทางโซเชียลก่อนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง สติ๊กเกอร์ส่วยที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เผยแพร่ทางโซเชียลก่อนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง

ภายใต้ระบบเช่นนี้ ผู้ที่จะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ได้เลื่อนขั้นขึ้นไปเป็นใหญ่เป็นโตในอนาคตได้ ไม่ได้วัดกันที่ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ตามขอบข่ายความรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นๆ แต่กลับวัดกันที่ความสามารถในการหาเงินหรือผลประโยชน์อื่นๆ มาตอบแทนให้กับ “นาย” ที่คอยขายตั๋วให้ หามาให้ได้โดยไม่ต้องสนใจว่ามันจะถูกหรือผิดอย่างไร ไม่ต้องสนใจว่าวิธีการที่ทำมันจะไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใครบ้าง 

สติ๊กเกอร์ส่วยที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เผยแพร่ทางโซเชียลก่อนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง สติ๊กเกอร์ส่วยที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เผยแพร่ทางโซเชียลก่อนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง

สุดท้ายแล้วช่องทางหาเงินและผลประโยชน์ที่ข้าราชการเหล่านี้สามารถอ้างใช้อำนาจของตัวเองกอบโกยมาได้ง่ายที่สุดก็หนีไม่พ้นธุรกิจมืดนั่นเอง 


“ถ้าระบบแบบนี้ยังมีอยู่ การเก็บส่วยก็ไม่มีวันที่จะหมดไป ดังนั้น นี่จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้งที่กำลังจัดตั้งขึ้นจะต้องจัดการให้ได้โดยเด็ดขาด” “นายรังสิมันต์ “ ระบุ

“นายรังสิมันต์  บอกต่อว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่จะมีนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุด ชื่อว่า “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ด้วยหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร ที่จะต้องควบคุมการปฏิบัติงานของข้าราชการในทุกกระทรวง ทุกกรม รวมถึงเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการตำรวจทั้งประเทศ นี่คือภารกิจสำคัญในการปฏิรูประบบราชการที่ทั้ง “นายพิธา” และ “พรรคก้าวไกล” จะต้องบรรลุผลให้ได้ภายในอายุการทำงานครั้งนี้ 

นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์รูปภาพผ่านโซเชียล แสดงจุดยืนเรื่องจัดการปัญหาส่วย เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2566นายรังสิมันต์ โรม ว่าที่ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์รูปภาพผ่านโซเชียล แสดงจุดยืนเรื่องจัดการปัญหาส่วย เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2566

“ถึงเวลาลอกสติกเกอร์ที่ติดประจานความโสมมของประเทศนี้ แล้วชำระล้างเสียใหม่ให้กลายเป็นประเทศที่ทั้งข้าราชการและประชาชนสามารถได้ดิบได้ดีไปด้วยกันผ่านการปฏิบัติต่อกันอย่างสุจริตซื่อตรง มิใช่เป็นนาบนหลังคนให้ใครมาเก็บเกี่ยวกินโดยเบียดเบียนคนอื่นๆ ในสังคมอีกต่อไป” “นายรังสิมันต์ “ กล่าวในที่สุด

‘พิธา’ การันตี ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรมว.คลังที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550090

31 พ.ค. 2566

‘พิธา’ การันตี ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรมว.คลังที่สุด

อ่านชัดๆ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยืนยัน ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่สุดในตอนนี้ 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณี นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ว่ามีความเหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือไม่

เนื่องจากเสียงวิจารณ์เหล่านั้นระบุว่าหลายเวทีนางสาวศิริกัญญาตอบคำถามด้านเศรษฐกิจไม่เป็นที่พอใจสำหรับนักลงทุน

นายพิธา ตอบว่า มั่นใจในตัวนางสาวศิริกัญญาเกินร้อย บางคนอาจจะมีโอกาสได้คุยกับนางสาวศิริกัญญาไม่นานมาก แต่ตนเองทำงานด้วยกันมา 4 ปี  “เขาคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ดีที่สุดในช่วงนี้”

เมื่อถามว่าสามารถพูดได้เลยหรือไม่ว่าเป็นนางสาวศิริกัญญา นายพิธา กล่าวว่า แน่นอน

‘พิธา’ การันตี ‘ศิริกัญญา ตันสกุล’ เหมาะนั่งรมว.คลังที่สุด

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ให้สัมภาษณ์ว่า พอมีคำวิพากษ์วิจารณ์ เราจำเป็นที่จะต้องรับฟังนำมาปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาด สิ่งที่ไม่สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน ซึ่งคิดว่าการที่เรามาทำการเมืองในรูปแบบใหม่ๆ ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นจริงได้

แน่นอนว่าจะต้องมีคนที่ได้รับผลกระทบ มีคนที่จะต้องเสียผลประโยชน์บ้าง แต่ก็เข้าใจดี และจะพยายามสร้างสมดุลให้เกิดขึ้น ในเรื่องของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการเยียวยา ที่จะทำให้ทุกฝ่ายไม่รู้สึกว่าถูกเอารัดเอาเปรียบจากมาตรการต่างๆ 
 

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่าเราก็พยายามที่จะแสดงความชัดเจนในฐานะพรรคการเมือง สุดท้ายแล้วนโยบายของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ยังคงมีหลายขั้นตอน ขอให้รอการจัดตั้งรัฐบาลให้แล้วเสร็จ และการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ชัดเจนว่านโยบายของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร

ณ วันนี้ เราจะแสดงความชัดเจนในนโยบายของพรรคก้าวไกลก่อน เพื่อทำให้ความไม่ชัดเจนต่างๆ หายไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีคนไหนในโควต้าของพรรคก้าวไกล คงหนีไม่พ้นว่าต้องเป็นคนหน้าใหม่ ประสบการณ์ อายุ ประมาณนี้ ดังนั้น ขอให้ดูเนื้อหาผลงานของเรา อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องของประสบการณ์ ว่าเคยทำอะไรมาก่อน 

“อยากให้ดูในสิ่งที่เราได้สื่อสารกับประชาชน หรือดูย้อนหลังในการอภิปรายก็ได้ ว่าเรามีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางจริงหรือไม่ เมื่อเทียบกับ ส.ส. อื่นๆ ที่เคยมีมาหรือไม่ ซึ่งคิดว่าจะเป็นการแสดงจุดยืน และตัวตนของพวกเราได้ดีกว่า การที่ตัดสินด้วยอายุหรือประสบการณ์” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว 

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีข้อกังวล หรือติดขัดอะไรในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฯ อื่นๆ หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ยังไม่มี ขณะนี้ มีการตั้งคณะกรรมการประสานงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล โดยในการลงนามข้อตกลง เรามีวาระและนโยบายร่วมกันแล้ว แต่ในกระบวนการทำงานอาจจะยังต่างกัน นี่จะเป็นเวทีที่จะได้พูดคุยและตกผลึกระหว่างกัน ที่จะนำไปสู่การแถลงต่อรัฐสภา

รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในนัดแรกๆ ซึ่งอาจจะเจอเรื่องยาก และจำเป็นที่จะต้องมีการตัดสินใจเร่งด่วน เราก็ไม่อยากให้เวลาที่เราจะต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลส.ส. และขั้นตอนต่างๆหลังจากนั้น ไม่อยากทิ้งเวลาไปอย่างสูญเปล่า อยากเตรียมความพร้อมให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ออกมาสนับสนุน น.ส.ศิริกัญญา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่า ขอบคุณทุกคน ไม่ใช่แค่นายธนาธร และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล ที่มีความมั่นใจ แต่ยังมีกำลังใจจากอีกหลายๆ ท่าน ที่พยายามช่วยอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ในความเห็นและความเชื่อที่ไม่ตรงกัน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบในเรื่องอื่นด้วย

ศิริกัญญา เครื่องร้อนพร้อมเดินหน้า ‘รมว.คลัง’ ซึ้งใจ ธนาธร -พิธา เชื่อมั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550089

31 พ.ค. 2566

ศิริกัญญา เครื่องร้อนพร้อมเดินหน้า 'รมว.คลัง'  ซึ้งใจ ธนาธร -พิธา  เชื่อมั่น

ว่าที่ “รมว.คลัง” ในโควตาพรรคก้าวไกล ” ศิริกัญญา ตันสกุล” สุดซาบซึ้งหลัง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า  ออกมาสนับสนุนให้ทำหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  รวมทั้งแรงหนุน ที่มาจาก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มั่นใจถึงเวลาจะทำงานกับพรรคร่วมได้แบบไม่มีรอยต่อ

น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ  เปิดเผยว่า  ขอแสดงความขอบคุณไปยังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า  ที่สนับสนุนให้ตนทำหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ” รมว.คลัง ”   ทั้งต้องขอบคุณไปยังทุกคน เพราะไม่ใช่แค่นายธนาธร และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เท่านั้น ที่มีความมั่นใจ แต่ยังมีกำลังใจจากอีกหลายๆส่วน ที่ร่วมให้การสนับสนุน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีข้อกังวล หรือติดขัดอะไรในการทำงานร่วมกับพรรคร่วมฯ อื่นๆ หรือไม่ ในฐานะ “รมว.คลัง ”    น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่มี ขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการประสานงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล โดยในการลงนามข้อตกลง มีวาระและนโยบายร่วมกันแล้ว แต่ในกระบวนการทำงานอาจจะยังต่างกัน นี่จะเป็นเวทีที่จะได้พูดคุยและตกผลึกระหว่างกัน ที่จะนำไปสู่การแถลงต่อรัฐสภา รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในนัดแรก ๆ ซึ่งอาจจะเจอเรื่องยาก และจำเป็นที่จะต้องมีการตัดสินใจเร่งด่วน  ไม่อยากให้เวลาที่ต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลสส. และขั้นตอนต่างๆไม่อยากทิ้งเวลาไปอย่างสูญเปล่า  ดังนั้นคณะทำงานในส่วนต่าง ๆ จึงต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่า ประเด็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีน.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล  ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ   ต่อความเหมาะสม ที่จะทำหน้าที่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เนื่องมาจากหลายเวทีคำตอบด้านเศรษฐกิจไม่เป็นที่พอใจสำหรับนักลงทุน  ในเรื่องนี้ตนมั่นใจในตัวน.ส.ศิริกัญญา เกินร้อย บางคนอาจจะมีโอกาสได้คุยกับนางสาวศิริกัญญาไม่นานมาก แต่ตนเองทำงานด้วยกันมา 4 ปี  ดังนั้นนี่คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ดีที่สุด
 

ศิริกัญญา เครื่องร้อนพร้อมเดินหน้า 'รมว.คลัง'  ซึ้งใจ ธนาธร -พิธา  เชื่อมั่น

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากพรรคก้าวไกลให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ภาพโดย  NATIONPHOTO 

ลูกทีมเศรษฐกิจ ‘ก้าวไกล’ ชี้ ‘ศิริกัญญา’ เหมาะสม ‘รมว.คลัง’ ที่สุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550074

31 พ.ค. 2566

ลูกทีมเศรษฐกิจ 'ก้าวไกล' ชี้ 'ศิริกัญญา' เหมาะสม 'รมว.คลัง' ที่สุด

‘วรพล’ เผย ‘ก้าวไกล’ เชื่อมั่น ‘ศิริกัญญา’ เหมาะสม ‘รมว.คลัง’ ที่สุด เตรียมยกมาตราลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาทหารือคณะทำงานเปลี่ยนผ่าน ส่วนค่าแรง 450 บาท เชื่อพูดคุยกันได้ หารือพรรคร่วมเร่งแก้ปัญหาพลังงาน ยก

นายวรภพ วิริยะโรจน์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และสมาชิกทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล ยืนยันอีกเสียง น.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เหมาะสมตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” มากที่สุด ไม่กังวล เพราะทำงานด้วยกันมา มั่นใจในความสามารถ คุณสมบัติ คิดว่าทุกคนในพรรคก้าวไกลก็เชื่อว่า น.ส.ศิริกัญญา จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ 

ส่วนจะเหมาะสมที่สุดในพรรคใช่หรือไม่นั้น นายวรภพ ระบุว่า แน่นอน ในพรรคไม่เคยมีใครตั้งคำถามว่าไม่เหมาะสม ซึ่งบางคนมีความกังวลถือเป็นโจทก์ที่ต้องศึกษา แต่พรรคก้าวไกลมีนโยบายที่ชัดเจน ดังนั้นจะสื่อสารและทำความเข้าใจให้มากขึ้น

นายวรภพ วิริยะโรจน์นายวรภพ วิริยะโรจน์

สำหรับการประชุมร่วมกันของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวานนี้มีการตั้งคณะประสานการทำงานคณะเปลี่ยนผ่าน โดยนายวรพลเป็นตัวแทนจากพรรคก้าวไกลของคณะทำงานด้านพลังงาน ระบุว่า ตามที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงว่า พลังงานเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งเรื่องไฟฟ้าและน้ำมัน จึงอยากผลักดันยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร รวมถึงแก๊สหุงต้ม จะเน้นดูแลในเรื่องของค่าครองชีพประชาชน และต้นทุนพลังงาน 

จะนำเรื่องเหล่านี้ไปหารือในพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อหาข้อสรุป เมื่อรัฐบาลใหม่เข้าทำงานก็จะสามารถทำงานได้ต่อเนื่องและเร่งแก้ไขปัญหา 

ส่วนมาตราการลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาทจะทำได้จริงหรือไม่ ยังไม่ได้คุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ตามข่าวกระทรวงพลังงานได้ให้ความเห็นไปแล้ว ซึ่งเราในฐานะเป็นพรรคที่จะร่วมรัฐบาลใหม่ควรมีความเห็นให้กับรัฐบาลรักษาการในขณะนี้ 

อย่างไรก็ตามในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ มีการประชุมคณะทำงานพรรครวมรัฐบาล คาดว่าจะมีการหยิบยกเรื่องนี้มาหารือกัน

ส่วนนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 450 บาท จะทำได้หรือไม่ ขอให้ยึดตามที่หัวหน้าพรรคพูด แต่การเจรจาจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการ ผู้ว่าจ้าง และผู้ใช้แรงงานหรือไม่นั้น ในคณะทำงานเปลี่ยนผ่านมีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งด้านเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการ SME จึงน่าจะมีการพูดคุยกัน

‘ธนาธร’ ยก ‘ศิริกัญญา’ รมว.คลังที่ดี กูรูเศรษฐกิจ-นโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550059

31 พ.ค. 2566

'ธนาธร' ยก 'ศิริกัญญา' รมว.คลังที่ดี กูรูเศรษฐกิจ-นโยบาย

‘ธนาธร’ โพสต์ร่ายยาว ตัวตน ‘ศิริกัญญา’ จะเป็นรมว.คลังที่ดี มั่นใจฝีมือรู้จริงเศรษฐกิจ อยู่เบื้องหลังนโยบายพรรคก้าวไกล

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความลงเพจเฟซบุ๊ก เรื่อง “ศิริกัญญา ที่ผมรู้จัก – เธอจะเป็นรัฐมนตรีคลังที่ดี” โดยแสดงความมั่นใจต่อ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดต “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง” ของพรรคก้าวไกล หลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมจากหลายบุคคล ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

นายธนาธร เล่าว่า ตั้งแต่สมัยตั้งพรรคอนาคตใหม่ “ศิริกัญญา” ซึ่งเป็นผู้อำนวยการนโยบายของพรรค เป็นคนที่ตนประทับใจในความรอบรู้เสมอ โดยเฉพาะความรู้ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐและการใช้งบประมาณ ทุกครั้งที่พรรคมีการประชุมเกี่ยวกับนโยบายที่ต้องใช้งบประมาณ ผู้เข้าร่วมประชุมจะขอความเห็นจากศิริกัญญาเสมอ
 

มั่นใจว่าในสภาผู้แทนราษฎรชุด 2562 ศิริกัญญามีความเข้าใจในการจัดทำงบประมาณ ทั้งระดับภาพรวมและระดับรายละเอียดมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นผู้เตือนสติเพื่อน สส. เสมอถึงการรักษาสมดุลระหว่างการใช้เงินในนโยบายต่างๆ กับการรักษาเสถียรภาพการคลังในระยะยาว ประสานงานระหว่างกลุ่มความต้องการต่างๆ ได้อย่างดี นโยบายพรรคจึงสะท้อนตัวตนของพรรคไว้ได้โดยไม่ต้องผลักใครออกไป

“เธอคือเสียงของเหตุผล เมื่อมีเพื่อนในพรรคตัดสินใจด้วยการใช้การเมืองนำความเหมาะสมด้านนโยบายและการคลัง เธอจะปรามการกระทำแบบนี้อย่างหนักแน่นเสมอ”

นายธนาธร ระบุด้วยว่า 4 ปีที่ผ่านมา เห็นศิริกัญญาเติบโตทั้งด้านความรู้และความมีวุฒิภาวะ การนั่งในกรรมธิการงบประมาณติดต่อกัน 4 ปี ทำให้เห็นทุกมิติของทุกกระทรวง เป็นกรรมาธิการที่เข้าประชุมมากที่สุดคนหนึ่ง และลงรายละเอียดในทุกกระทรวงจนได้รับคำชมจากข้าราชการมากมาย ในฐานะผู้อำนวยการนโยบายของพรรค ศิริกัญญาอ่านกฎหมายทุกฉบับก่อนที่จะเข้าพิจารณาในสภา และเป็นคนอธิบายรายละเอียดให้คนอื่นในพรรคเข้าใจถึงสาระของกฎหมายแต่ละฉบับเสมอ

“จุดยืนทางเศรษฐกิจและทางการเมืองที่แตกต่างหลากหลายในสังคม เป็นเรื่องธรรมชาติ คุณไหมอาจจะมีจุดยืนไม่ตรงกับบางท่าน ทำให้มีการออกมาวิจารณ์เธอ นั่นเป็นเรื่องที่ดีสำหรับสังคมประชาธิปไตย ที่ถกเถียง วิจารณ์ แลกเปลี่ยนกันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอขาดความรู้ จากประสบการณ์ของผมในการทำงานการเมืองมา 5 ปี ผมกล้ายืนยันว่าเธอรู้จริงแน่นอน”

นายธนาธร และ น.ส.ศิริกัญญานายธนาธร และ น.ส.ศิริกัญญา

นายธนาธร ยืนยัน ศิริกัญญาเข้าใจดีว่าจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างไร เป็นผู้นำเสนอกับตนและเพื่อนในพรรคอย่างสม่ำเสมอ ถึงการสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมของประเทศ ที่เอื้อให้ผู้คนทั้งเล็กและใหญ่กล้าตัดสินใจลงทุน การสร้างเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแรง จะต้องทำให้คนมั่นคงในชีวิต เมื่อคนมีความมั่นคงจึงจะสามารถวางแผนชีวิต เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ กล้าเสี่ยง กล้าลงทุน กล้าไล่ตามความฝัน กล้าไขว่คว้าโอกาส และกล้าล้มเหลว

“การสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเข้มแข็ง คือการบ่มเพาะคน ปลดปล่อยศักยภาพมนุษย์ จัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ลดการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ธำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมในการแข่งขัน ลงทุนในเทคโนโลยี สร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการลงทุน มากกว่านโยบายใดนโยบายหนึ่งเป็นการเฉพาะ”

ส่วนนโยบายพรรคก้าวไกล นายธนาธรมั่นใจว่า ครอบคลุมทั้งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน และยกระดับงานด้านการคลังของรัฐ เช่น หวยใบเสร็จ ข้างหน้าคือส่งเสริมให้คนซื้อของจากผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ข้างหลังคือการดึงผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีและเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือต่างๆ จากรัฐ, ระบบรถเมล์ไฟฟ้าดีทุกจังหวัด ข้างหน้าคือการสร้างระบบขนส่งมวลที่ดีให้ประชาชน ข้างหลังคือการสร้างงาน สร้างอุตสาหกรรมรถเมล์ไฟฟ้าที่คนไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีเอง, การลดค่าไฟทันที 70 สตางค์ ข้างหน้าคือการช่วยเหลือดูแลประชาชน ข้างหลังคือการเปลี่ยนวิธีจัดสรรการใช้ก๊าซธรรมชาติให้เป็นธรรม และการลดการผูกขาดในระบบเศรษฐกิจ

การสร้างสวัสดิการ ข้างหน้าคือการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ ข้างหลังคือการจัดทำงบประมาณใหม่ ลดงบประมาณที่ไม่จำเป็น และนำมาใช้เพื่อปลดปล่อยศักยภาพของผู้คน, การผลิตสมาร์ทมิเตอร์น้ำและไฟในประเทศ ข้างหน้าคือการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาจัดการเมือง ข้างหลังคือการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในประเทศไทยตั้งแต่วันนี้ วันหน้าเราจะได้มีงานทำ มีเทคโนโลยีของตัวเอง ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ 

“กล่าวโดยย่อคือ ระยะสั้น เราต้องการนโยบายรายประเด็นเพื่อแก้ปัญหา ระยะยาว เพื่อพาเศรษฐกิจไทยไปข้างหน้า เราต้องปฏิรูปรัฐ มากกว่านโยบายรายตัว นโยบายของพรรคก้าวไกลในภาพรวม จึงทรงพลังมากกว่านโยบายรายประเด็นต่างๆ มาบวกกัน นี่คือนโยบายของพรรคก้าวไกล ที่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัวระหว่างระยะสั้นและระยะยาว ระหว่างความทะเยอทะยานในเป้าหมาย กับการตระหนักถึงความเป็นจริง นโยบายที่สมบูรณ์กว่าสมัยอนาคตใหม่ และมันเกิดจากความรู้ เจตจำนงแน่วแน่ และความเป็นผู้นำของศิริกัญญา ตันสกุล” นายธนาธรระบุทิ้งท้าย

ที่มา : Thanathorn Juangroongruangkit – ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

8 พรรคร่วมรัฐบาลมีมติตั้ง 7 คณะทำงานแก้ปัญหาตาม MOU ปัดวางเก้าอี้ รมว.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/550037

30 พ.ค. 2566

8 พรรคร่วมรัฐบาลมีมติตั้ง 7 คณะทำงานแก้ปัญหาตาม MOU ปัดวางเก้าอี้ รมว.

ที่ประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลมีมติตั้ง ‘พิธา’ นั่งปธ.ประสานงานคณะเปลี่ยนผ่าน พร้อม 7 คณะทำงาน ปัดวางตำแหน่ง รมว. ย้ำสัมพันธ์ 2 พรรค ‘กก.-พท.’ เหนียวแน่น ยันด้วยภาพหัวหน้าพรรคประสานมือรูปหัวใจ

การประชุมครั้งแรกของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล เกิดขึ้นช่วงเวลา 14.30 น. โดยมีวาระการประชุม 3 วาระ พิจารณาความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล การจัดทำนโยบายบริหารประเทศ และการมอบหมายภารกิจให้คณะทำงานตามกรอบ ตามกรอบบันทึก MOU รวมถึงจะมีการเป็นการพูดคุย การทำงานในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านรัฐบาล 

ผลการประชุมนัดแรกในวันนี้ ทุกพรรคต่างลงมติจัดตั้ง “คณะประสานการทำงานคณะเปลี่ยนผ่าน” ประกอบด้วย

1. พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  ประธานคณะกรรมการการประสานงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน
2. ศิริกัญญา ตันสกุล ตัวแทนจากพรรคก้าวไกล
3. ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย
4. ทวี สอดส่อง ตัวแทนจากพรรคประชาชาติ
5. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ  ตัวแทนจากพรรคไทยสร้างไทย
6. วิรัตน์ วรศสิริน ตัวแทนจากพรรคเสรีรวมไทย
7. กันต์วีร์ สืบแสง ตัวแทนจากพรรคเป็นธรรม
8. วสวรรธน์ พวงพรศรี ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยรวมพลัง
9. เชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ ตัวแทนจากพรรคพลังสังคมใหม่

ประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาลประชุม 8 พรรคร่วมรัฐบาล

นอกจากนี้จัดตั้ง 7 คณะทำงานตอบสนองปัญหาประชาชนตามเนื้อหาในบันทึกความเข้าใจ(MOU) 23 ข้อ 

1.คณะทำงานค่าไฟฟ้า น้ำมัน พลังงาน 
2.คณะทำงานด้านภัยแล้งเอลนิญโน. 
3.คณะทำงานปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ 
4.คณะทำงานแก้ไขรัฐธรรมนูญ 
5.คณะทำงานแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 
6.คณะทำงานด้านปากท้อง และ SMEs
7.คณะทำงานแก้ไขปัญหายาเสพติด 

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า จะมีการประชุมติดตามต่อเนื่อง เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศและนำเข้าสภาเพื่อผลักดันประเทศต่อไป การประชุมวันนี้เป็นไปได้ด้วยดีและจะประชุมอีกครั้งในวันที่ 6 มิ.ย.ที่พรรคเพื่อไทย เพื่อตั้งคณะทำงานเพิ่มอีกจนครบตามเนื้อหา ซึ่งการฟอร์มทีมดังกล่าวไม่ใช่การวางตำแหน่งรัฐมนตรี

ท่ามกลางกระแสข่าวถกตำแหน่ง “ประธานสภาฯ” จะเป็นของใคร ซึ่งทั้งนายพิธา และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรคเพื่อไทย ต่างออกมาบอกว่า ยังไม่ได้หารือในวันนี้ แต่เป็นเรื่องที่ทั้ง 2 พรรคจะต้องนำมาหารือกันเพื่อหาข้อสรุปให้เร็วที่สุด และยืนยันไม่เป็นอุปสรรคในการจัดตั้งรัฐบาล

“เน้นย้ำไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เพื่อตั้งรัฐบาลของพี่น้องประชาชนให้ได้”

นพ.ชลน่าน ยังย้ำถึงกระแสดีลล้วง ดีลลับต่าง ๆ เพื่อไทยยืนยัน จะเปลี่ยนเป็นดีลรักให้หมด เพื่อรัฐบาลของพี่น้องประชาชน

จากนั้นทั้งนพ.ชลน่านและนายพิธา ได้จับมือ กอดไหล่ ด้วยสื่อหน้ายิ่มแย้ม ก่อนจบการแถลงข่าวได้นำมือมาประกบกันเป็นรูปหัวใจให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพ

นายพิธา และ นพ.ชลน่านนายพิธา และ นพ.ชลน่านนายพิธา และ นพ.ชลน่านนายพิธา และ นพ.ชลน่าน