ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/detail/20160129/221452.html
การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2559
คิดข้ามขั้ว : วิบากกรรม ‘ร่างรธน.’ วิบากกรรมคนไทย : โดย…ไพศาล สังโวลี
ความหวังของการเมืองใหม่ ความหวังของการปฏิรูปประเทศไทย ความหวังของประชาชนคนไทยที่จะลืมตาอ้าปากได้
หากชนชั้นผู้นำทางการเมืองหลุดพ้นจาก “หลุมดำ” ของการแก่งแย่งช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์บนความทุกข์ร้อนของประชาชน ด้วยการโยนเศษชิ้นเนื้อ “ประชานิยม” และฉาบทา “ประชาธิปไตยฉาบฉวย” เอาไว้ให้ดูดีสวยหรู ซึ่งกำลังกลายเป็นพิษร้ายมอมเมาเสพติดทะเลาะเบาะแว้งขัดแย้งชิงชังกันของคนในสังคมอยู่ในเวลานี้ คงเคยได้ยิน “เสพติดประชานิยม” ทุกพรรคทุกรัฐบาลที่หมุนเวียนกันเข้าไปมีอำนาจ เลียนแบบเอาอย่างกันหมด
จนวันนี้ ก็ยังคงไม่มีความหวัง
ตราบใดที่กลุ่มแกนนำมวลชน พรรคการเมือง และนักการเมือง ที่ยึดกุมความเชื่อศรัทธาของคนครึ่งค่อนประเทศ ยังไม่ “สำนึก” ว่าการเมืองที่ผ่านมามีปัญหา และยังคิดว่า การยึดอำนาจของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือ การยึดแย่งอำนาจไปจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่คิดว่ายึดอำนาจเป็นการเฉพาะกิจ เป็นการตัดตอนอันตราย เพื่อปรับปรุงสิ่งที่ผิดพลาดก่อนเริ่มต้นใหม่ เพราะการเมืองถึง “ทางตัน” และประเทศเดินหน้าไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงจนอาจจะนองเลือด จึงต้องมีการหยุดการนองเลือด และหาทางออกของการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้มีการเมืองใหม่ อย่างที่ “คสช.” พร่ำบอก
ไม่ “สำนึก” ว่าความขัดแย้งแตกแยกของประชาชน มาจากการต่อสู้ทางการเมืองที่ไม่เลือกวิธีเอาชนะคะคานกัน หรือที่เรียกว่า “เล่นการเมืองแบบศรีธนญชัย” จนกลายเป็นความเละเทะสะเปะสะปะของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย เพราะคนในการเมืองมุ่งแต่จะหาช่องโหว่เพื่อหาประโยชน์ทางการเมือง คิดแต่จะทำอย่างไรให้ชนะเลือกตั้งและได้คะแนนอย่างท่วมท้น เป็นรัฐบาลพรรคเดียวให้ได้ คิดแต่จะทำอย่างไรให้เป็นรัฐบาลได้ยาวนานที่สุด คิดแต่กลยุทธ์ที่จะซื้อใจประชาชนเพื่อผูกขาดอำนาจ แล้วก็คุยโวโอ้อวด เกทับคู่แข่งทางการเมือง สร้าง “วาทกรรมหยามเหยียด” ยั่วยุกันไปมา
สิ่งที่ทำให้เห็นตลอดเวลาก็คือ นักการเมืองบางฝ่าย นักเคลื่อนไหวมวลชน มองว่า “คสช.” คือตัวปัญหา มองว่าต้องการสืบทอดอำนาจ ไม่เชื่อว่าคิดดีประสงค์ดีต่อบ้านเมืองจริงอย่างที่ปากพูด
ดังนั้น ไม่ว่าจะด้วยความ “ผิดหวัง” ที่ฝ่ายตนกำลังมีอำนาจ แต่กลับมาถูกยึดอำนาจ ด้วยความคิดที่ต่อต้านการรัฐประหาร ด้วยผลประโยชน์ทางการเมืองที่สูญเสียไปและไม่แน่ว่าจะได้กลับคืนมาเหมือนเดิมหรือไม่ ด้วยความรู้สึกว่า ตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำฝ่ายเดียว จนมี “อคติ” สิ่งเหล่านี้ มีมาตั้งแต่ต้น และประกาศไม่เข้าร่วมสร้างสรรค์ การปฏิรูปประเทศ และสร้างสรรค์การเมืองใหม่ร่วมกับ “คสช.” มาตั้งแต่แรก ตั้งหน้าตั้งตาที่จะจับตามอง หาช่องวิพากษ์วิจารณ์ โจมตีในข้อผิดพลาด และต่อต้านทุกเรื่องที่เกิดจาก “คสช.”
จึงไม่แปลกที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ มีชัย ฤชุพันธุ์ ซึ่งเป็นร่างที่สองเข้าไปแล้ว แม้ว่าจะมีการปรับปรุงหลายอย่างจากร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ที่ถูกคว่ำโดย “สปช.” (สภาปฏิรูปแห่งชาติ) ก็ยังถูกจ้องรณรงค์ไม่รับ ไม่ผ่าน “การลงประชามติ” ทั้งที่ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จสมบูรณ์ด้วยซ้ำ และยังไม่ฟังคำอธิบาย ฟังความเป็นเหตุเป็นผลอย่างแจ้งชัดจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และที่สำคัญไม่คิดแม้แต่น้อยว่า การร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ก็เพราะมีปัญหาจากพวกนักการเมือง และพวกนักเคลื่อนไหวมวลชนทั้งหลายเป็นต้นเหตุ
แทนที่ความน่าจะเป็นในเวลานี้ คือ ชี้ความบกพร่องอย่างสร้างสรรค์ของร่างรัฐธรรมนูญโดยไม่เอา “อคติ” เป็นตัวตั้ง จากนั้นก็มุ่งมั่นร่วมกันที่จะหาความพอดีพองาม เพื่อให้รัฐธรรมนูญออกมาดีที่สุดกว่าที่ผ่านมา ยอมละลดเลิกความคิดความเชื่อส่วนตัวที่สุดโต่ง เอาใจเขามาใส่ใจเรา มองเห็นประโยชน์ของประชาชนอย่างที่มักเอาเขามาอ้างเป็นที่ตั้ง และยอมรับกติกาที่ทำขึ้นใหม่ร่วมกัน เท่านั้นเองก็ประเสริฐที่สุดแล้ว
แต่ก็อย่างที่กล่าวมาแล้ว มันคือ วิบากกรรมของร่างรัฐธรรมนูญในยุคนี้ และวิบากกรรมของประชาชนคนไทย ที่ต้องมาตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ เพราะคนบางส่วน ยังคงจมปลักอยู่กับอดีตที่ยึดมั่นถือมั่นในพวกตัวเอง และแนวทางของพวกตัวเองเท่านั้น
——————–
(คิดข้ามขั้ว : วิบากกรรม ‘ร่างรธน.’ วิบากกรรมคนไทย : โดย…ไพศาล สังโวลี)
