#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/746747

คุยกัน 7 วันหน : เจาะลึกที่มาที่ไป จีนเปลี่ยนตัว รมว.ต่างประเทศ
วันอาทิตย์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2566, 07.00 น.
สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวที่สร้างความประหลาดใจให้กับหลายคนไม่น้อย กรณี ฉิน กัง รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนถูกปลดออกจากตำแหน่ง แม้เพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 7 เดือนเท่านั้น และทางการจีนได้แต่งตั้งให้ หวัง อี้ ผู้อำนวยการสำนักคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงสุดในทางการทูตของจีน กลับมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศควบคู่อีกตำแหน่ง โดยไม่ได้มีการให้เหตุผลถึงการปลดดังกล่าว หลังจากช่วงที่ผ่านมา ฉิน กัง วัย 57 ปี ซึ่งดำรงตำแหน่งมนตรีแห่งรัฐของจีนควบคู่ไปด้วย ไม่ได้ปรากฏกายต่อที่สาธารณะมากว่า 4 สัปดาห์ท่ามกลางข่าวลือมากมายเกี่ยวกับตัวเขา และเจ้าหน้าที่เคยระบุว่า นายฉิน กัง มีปัญหาด้านสุขภาพ
หลังถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ข้อมูลต่างๆ ที่มีการอ้างถึงนายฉิน ได้ถูกลบออกจากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศจีนแล้วทั้งหมด และผลการสืบค้นข้อมูลในชื่อของนายฉินก็จะปรากฏข้อความว่าไม่พบเนื้อหานี้หรือข้อมูลถูกลบไปแล้ว ขณะที่ทางกระทรวงต่างประเทศเองก็ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ เกี่ยวกับตัวเขา
จนถึงขณะนี้ ทุกอย่างยังคงมืดดำเป็นปริศนาว่า ฉิน กัง ถูกสั่งปลดด้วยสาเหตุใด แม้แต่สื่อของทางการจีนก็ไม่ได้ให้เหตุผลในเรื่องนี้ ขณะที่บรรดาผู้สันทัดกรณีรวมถึงบรรดาชาวเนตในจีน ต่างคาดเดากันไปต่างๆ นานา ว่าการที่ ฉิน กัง ถูกปลด อาจเป็นเพราะไม่เป็นที่โปรดปรานอีกต่อไป นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ว่า นายฉินแอบไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งทำให้ชื่อเสียงของเขาต้องมัวหมอง
ฉิน กัง เติบโตอย่างรวดเร็วในพรรคคอมมิวนิสต์จีนและถือเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง เขาจบการศึกษาด้านการเมืองระหว่างประเทศจากมหาวิทยาลัยความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในกรุงปักกิ่งและเข้าสู่แวดวงการทูต รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร รวมถึงโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนและอธิบดีกรมพิธีการทูต ที่ดูเรื่องการปฏิสัมพันธ์กับผู้นำชาติต่างๆ ให้กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง
.jpg)
ในสมัยที่เป็นโฆษกกระทรวงต่างประเทศ ฉิน กัง ขึ้นชื่อเรื่องการใช้วาทกรรมแข็งกร้าวในการปกป้องนโยบายต่างประเทศของจีน ที่เรียกว่า การทูตนักรบหมาป่า แต่เขาก็เผยว่าพร้อมที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เมื่อตอนดำรงตำแหน่งทูตจีนที่นั่น
ในวัย 57 ปี ฉิน กัง กลายเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่อายุน้อยที่สุด ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศจีน หลังจากทำหน้าที่เป็นเอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐฯมาเพียงสองปี และตอนนี้เขาได้กลายเป็นรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวสั้นที่สุดด้วย
ฉิน กัง ปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในวันที่ 25 มิถุนายน ในการหารือกับเจ้าหน้าที่จากรัสเซีย เวียดนามและศรีลังกา เขามีกำหนดหารือกับนายโจเซฟ บอร์เรลล์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่นโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปในวันที่ 4 กรกฎาคม แต่การหารือได้ถูกยกเลิกโดยมีการแจ้งล่วงหน้าเพียงไม่กี่วันเท่านั้น และเขายังไม่ได้ปรากฏตัวในช่วงเวลาที่ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และ จอห์น แคร์รี่ ทูตพิเศษด้านสภาพภูมิอากาศของสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีน นอกจากนี้ เขายังไม่ได้เข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่อินโดนีเซีย ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา โดยทางการจีนแจ้งว่าเป็นเพราะปัญหาสุขภาพ และได้ส่ง หวัง อี้ มาประชุมแทน
เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ อัล-จาซีรารายงานว่า เรื่องราวอันพิศวงเกี่ยวกับ ฉิน กัง นั้นสะท้อนถึงธรรมชาติของความลึกลับซับซ้อนของจีน ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ไม่ปกติ ที่บุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น ดารา และนักธุรกิจ จะหายตัวไปจากสาธารณชนเป็นการชั่วคราว แต่กรณีของฉิน กัง ซึ่งมีตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลนั้น ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยาก
บรรดานักวิเคราะห์คาดว่า การเปลี่ยนตัวผู้นำของกระทรวงต่างประเทศจีนอย่างกะทันหันนั้น อาจจะทำให้เกิดความปั่นป่วนในลำดับชั้นทางการทูตของจีน เพราะรัฐมนตรีต่างประเทศคือหน้าตาของจีนต่อประชาคมโลก ดังนั้นจึงยากที่จะไม่เกิดผลลบต่อบรรดานักการทูตที่อยู่ทั่วโลก นอกจากนี้ ฉิน กังยังเป็นที่รู้กันดีว่าคือ หนึ่งในบุคคลที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ไว้ใจที่สุด และเป็นคนที่ผู้นำจีนเลือกมาเอง ซึ่งข้ามชั้นคู่แข่งอื่นๆ มาหลายคน
.jpg)
นักวิเคราะห์ระบุกับ อัล-จาซีรา ว่าประธานาธิบดีสีนั้นเป็นผู้กำหนดทิศทางนโยบายต่างประเทศของจีน โดยมีหวัง อี้ กำกับยุทธศาสตร์ในการทำงาน ส่วนฉิน กัง รัฐมนตรีต่างประเทศ ดูแลกลไกการทำงานประจำวัน และนี่คือเรื่องสำคัญสำหรับนักการทูตที่ทำงานบนพื้นฐานของความไว้วางใจกัน จากการรู้จักกันและความสามารถในการเข้าถึงกัน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลที่จู่ๆ รัฐมนตรีต่างประเทศหายตัวไปนานนับเดือน โดยไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน
ด้านหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่ง โพสต์ ระบุว่า สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ แทนที่จะมีการแต่งตั้งบุคคลใหม่มาแทนที่นายฉิน กัง แต่ปรากฏว่า ผู้นำจีนเลือกให้ หวัง อี้ ซึ่งมีตำแหน่งที่สูงกว่ากลับมารับตำแหน่งนี้ต่อ จึงทำให้นายหวังได้กลายเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีต่างประเทศจีนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และเป็นสมาชิกของโปลิตบูโรคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้ควบคู่ในรอบหลายปี
ความเคลื่อนไหวนี้ สะท้อนว่า บรรดาผู้นำจีนเห็นถึงความเร่งด่วนที่จะต้องทำให้สถานการณ์เสถียร เพราะการปลดรัฐมนตรีต่างประเทศกะทันหันนั้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านนโยบายต่างประเทศของจีนและสะท้อนถึงวิกฤตทางการเมืองในสมัยที่สามของผู้นำจีน ดังนั้น การแต่งตั้งนายหวังกลับมา จึงมีเป้าหมายเพื่อทำให้เกิดเสถียรภาพ และแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่านโยบายต่างประเทศของจีนนั้นจะมีความต่อเนื่องนั่นเอง
.jpg)
อย่างไรก็ดี เดเนียล รัสเซล จากสถาบัน Asia Society Policy ให้ความเห็นว่า การขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างรวดเร็ว ก่อนถูกปลดหลังจากนั้นไม่นาน ท่ามกลางกระแสข่าวในแง่ลบ สะท้อนถึงการตัดสินใจที่ผิดพลาดของผู้นำรัฐบาลจีน ซึ่งหมายถึงตัวประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในฐานะผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเรื่องแต่งตั้งผู้ที่มาดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง
ขณะที่ เอียน จอห์นสัน นักวิเคราะห์ด้านจีนศึกษา จาก Council on ForeignRelations ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. บอกว่าเรื่องราวของ ฉิน กัง บ่งบอกว่าเป็นอีกครั้งที่ สี จิ้นผิง ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นสาธารณะในแง่ลบที่เป็นที่สนใจของผู้คน และว่าหลังจากนี้ สี จิ้นผิงและบรรดาผู้มีส่วนตัดสินใจทางการเมืองของจีน จะต้องเพิ่มการพิจารณากลั่นกรองตัวบุคคลอย่างถี่ถ้วน ละเอียดรอบคอบในทุกมิติ ก่อนจะเลือกมาทำงานในตำแหน่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีแบบ ฉิน กัง อีกในอนาคต
โดย ดาโน โทนาลี

.jpg)



.jpg)
.jpg)


.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)


.jpg)
.jpg)


.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
.jpg)