มาตามนัด! ‘แอปเปิล’ เปิดตัว ‘iPhone SE’ จอเล็ก 4 นิ้ว-‘iPad Pro’ 9.7 นิ้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/594220

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 มี.ค. 2559 04:01

 

แอปเปิลจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สำนักงานในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเปิดตัว ไอโฟน และไอแพด ที่จอเล็กลงตามความคาดหมายของหลายฝ่าย…

บริษัท แอปเปิล อิงค์ จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่องานว่า ‘Let’s Loop You In’ ที่ ซิตี้ ฮอลล์ ในเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มี.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) แอปเปิลเปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง ไอโฟน เอสอี (iPhone SE) ซึ่งมีขนาดจอเล็กลงเหลือ 4 นิ้ว แต่ประสิทธิภาพเกินตัว และไอแพด โปร (iPad Pro) รุ่นใหม่ ที่มีขนาดจอเล็กลงเหลือ 9.7 นิ้ว ตามความคาดหมาย

เกร็ก จอสเวียค รองประธานบริษัทแอปเปิล ฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ไอโฟน เปิดตัว ไอโฟน เอสอี (ภาพ: AFP)

ภายในงาน นายเกร็ก จอสเวียค รองประธานบริษัทแอปเปิล ฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ไอโฟน เปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ในชื่อ ไอโฟน เอสอี มีจอภาพ Retina Multi-Touch ไวด์สกรีน แบ็คไลท์แบบ LED ขนาด 4 นิ้ว ความละเอียด 1136×640 พิกเซลที่ 326 ppi มีเทคโนโลยี IPS ทำให้ภาพคมชัดขึ้น ใช้ชิพประมวลผล A9 แบบ 64บิท พร้อมชิพตรวจจับความเคลื่อนไหว M9 ในตัว

ความสามารถของกล้อง iSigth ของไอโฟน เอสอี (ภาพ: AP)

ในส่วนกล้องของ ไอโฟน เอสอี ส่วนใหญ่คล้ายกับ ไอโฟน 6เอส โดยกล้องหลังใช้กล้อง iSight ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ด้วยพิกเซลขนาด 1.22µ รูรับแสงขนาด ƒ/2.2 และรองรับการถ่ายภาพ Live Photos รองรับการถ่ายวิดีโอขนาด 4K ที่ 30 fps (ภาพต่อวินาที) ถ่ายภาพสโลว์โมชั่นที่ความละเอียด 1080p ที่ 120 fps และ 240 fps ได้ ขณะที่กล้องหน้ามีความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด ƒ/2.4 มีเรตินาแฟลช (Retina Flash)

แอปเปิลให้แขกในงานทดลองใช้ ไอโฟน เอสอี (ภาพ: AFP)

ด้านขีดความสามารถในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายต่างๆ ไอโฟน เอสอี เชื่อมต่อ LTE ความเร็วสูงกว่า ไอโฟน 5เอส ถึง 50% และรองรับความถี่ LTE มากกว่า รองรับไวไฟมาตรฐาน 802.11ac และไวไฟความเร็วสูง นอกจากนี้ ไอโฟน เอสอี ยังมีระบบ TouchID มีกระเป๋าเงินออนไลน์ แอปเปิล เพย์ (Apple Pay) ในตัว พร้อมเทคโนโลยีส่งผ่านข้อมูลระยะใกล้ เอ็นเอฟซี (NFC) และระบบความปลอดภัยต่างๆ ที่เคยมีอยู่ในไอโฟน 5ซี

ราคาเริ่มต้นของ ไอโฟน เอสอี (ภาพ: AFP)

ไอโฟน เอสอี จะเปิดให้สั่งจองในวันที่ 24 มี.ค. นี้ และจะวางจำหน่ายในวันที่ 31 มี.ค. ใน 12 ประเทศรวมจีนและฮ่องกง ก่อนจะวางจำหน่ายใน 110 ประเทศในช่วงสิ้นเดือน พ.ค. ในราคาเครื่องเปล่า $399 (ราว 13,900 บาท) สำหรับเครื่องความจุ 16GB และ $499 (ราว 17,400 บาท) สำหรับเครื่องความจุ 64GB มีให้เลือก 4 สีคือ สีเงิน, สีเทาสเปซเกรย์, สีทอง และ สีแดงกุหลาบ (Rose Gold)

ฟิล ชิลเลอร์ เปิดตัวไอแพด โปร จอเล็ก (ภาพ: AFP)

ขณะที่ นายฟิล ชิลเลอร์ รองประธานบริษัทแอปเปิล ฝ่ายการตลาดทั่วโลก ขึ้นเวทีเปิดตัว ไอแพด โปร รุ่นใหม่ ที่มีขนาดจอเล็กลง โดยใช้จอ Retina ขนาด 9.7 นิ้ว แบ็คไลท์แบบ LED พร้อม Multi-Touch ความละเอียด 2048 x 1536 พิกเซลที่ 264 ppi โดยสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาจากไอแพด โปร จอ 12.9 นิ้วที่เปิดตัวไปเมื่อปีก่อนคือ ไอแพด โปร จอเล็กมีระบบการแสดงผลแบบ True Tone โดยจะมีเซนเซอร์วัดสีของอุณหภูมิโดยรอบแล้วปรับสีหน้าจอให้ตรงกัน

องค์ประกอบและความสามารถของ ไอแพด โปร จอ 9.7 นิ้ว (ภาพ: REUTERS)

ไอแพด โปร จอเล็ก ใช้ชิพประมวลผล A9X 64bit พร้อมชิพตรวจจับความเคลื่อนไหว M9 ในตัว กล้อง iSight ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด ƒ/2.2 รองรับ การถ่ายภาพ Live Photos และแฟลช True Tone มีรับโฟกัสอัตโนมัติและโฟกัสด้วยการแตะด้วย Focus Pixels ถ่ายภาพพาโนรามาที่ความละเอียดสูงสุด 63 เมกะพิกเซล รองรับการถ่ายวิดีโอขนาด 4K ถ่ายภาพสโลว์โมชั่นที่ความละเอียด 1080p ที่ 120 fps และ 240 fps ได้ ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มาพร้อม Retina Flash

เปรียบเทียบขนาดของไอแพด โปร จอ 12.9 นิ้ว และ จอ 9.7 นิ้ว (ภาพ: AFP)

ไอแพด โปร จอเล็ก มีระบบ Pro Audio ระบบเสียง 4 ลำโพง ซึ่งความถี่ของคลื่นระหว่างลำโพงด้านบนและด้านล่างจะปรับตามการใช้งาน แอปเปิลยังเผย Apple Keyboard เฉพาะสำหรับ ไอแพด โปร จอ 9.7 นิ้ว โดยคีย์บอร์ดสามารถทำงานได้ทันทีที่ติดตั้งกับไอแพด โปร นอกจากนี้ยังมี Lightning Adapter ทั้ง SD card reader และ USB Camera Adapter ด้วย

Lightning Adapter ทั้ง SD card reader และ USB Camera Adapter ของไอแพด โปร (ภาพ: AFP)

ไอแพด โปร จอ 9.7 นิ้ว จะเปิดให้สั่งจองในวันที่ 24 มี.ค. นี้ และจะวางจำหน่ายในวันที่ 31 มี.ค. โดยเครื่องรุ่นรองรับไวไฟเพียงอย่างเดียวมีความจุให้เลือกระหว่าง 32GB, 128GB และ 256GB มีราคาตามเว็บไซต์ แอปเปิล ภาษาไทย อยู่ที่ 22,900 บาท, 28,900 บาท และ 34,900 บาท ตามลำดับ ส่วนเครื่องรุ่นรองรับทั้ง ไวไฟ และเซลลูลาร์ มีให้เลือก 2 ความจุ คือ 128GB และ 256GB สนนราคาอยู่ที่ 41,900 บาท และ 47,900 บาท

ราคาเริ่มต้นของไอแพดรุ่นต่างๆ (ภาพ: REUTERS)

แอปเปิลยังเปิดเผยความคืบหน้าในด้านอื่นๆ โดยพัฒนา tvOS ของ Apple TV เพิ่มฟีเจอร์สร้างโฟลเดอร์ สำหรับจัดเรียงแอพพลิเคชั่นตามต้องการ สามารถใช้เสียงสั่งการเพื่อพิมพ์ข้อความบนหน้าจอได้ และสามารถเข้าถึงคลังภาพใน iCloud ได้ทั้งหมด โดยสามารถอัพเดตได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.เป็นต้นไป

ทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิล พูดถึงสายรัดข้อมือใหม่ของ Apple Watch (ภาพ: AP)

ในส่วนของ iOS แอปเปิล เปิดตัว iOS 9.3 เพิ่มฟีเจอร์ล็อกและล็อกด้วยลายนิ้วมือให้แก่แอพพลิเคชั่น Note, เพิ่มฟีเจอร์ Night Shift ลดแสงสีฟ้าในจอภาพซึ่งจะทำให้หลับยากในเวลากลางคืน โดยระบบจะใช้นาฬิกาและตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของอุปกรณ์ iOS เพื่อหาเวลาพระอาทิตย์ตกในตำแหน่งที่คุณอยู่ จากนั้นจึงค่อยปรับแสงจอภาพให้เป็นโทนที่อุ่นขึ้นโดยอัตโนมัติ เพิ่ม Apple Music เข้าไปในแอพฯ CarPlay และเพิ่มแอพฯ สุขภาพใหม่ๆ

ขณะที่ Apple Watch ลดราคาลงเหลือ $299 (ราว 10,400 บาท) พร้อมเปิดตัวสายรัดข้อมือยี่ห้อใหม่และสีใหม่ซึ่งสร้างจากวัสดุใหม่เช่น ผ้าไนลอนทอ 4 สี และสายรัดข้อมือหนังและสปอร์ตสีใหม่ร่วมมือกับแบรนด์เสื้อผ้าดัง ‘แอร์เมส’ เป็นต้น

รวมของใหม่ที่คาดว่า งานแถลงแอปเปิล ‘Let Us Loop You In’ ปี 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/593758

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 มี.ค. 2559 05:30

 

แอปเปิล เตรียมจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในวันที่ 21 มี.ค.2559 โดยใช้ข้อความว่า ‘Let Us Loop You In’ โดยคาดว่าจะมีของใหม่ออกมาให้เห็นในงาน อาทิ iPhone SE ไอแพดรุ่นใหม่ สายแอปเปิลวอตช์ และซอฟต์แวร์อัพเดตล่าสุดมากมาย…

แอปเปิล เตรียมจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในวันที่ 21 มี.ค.2559 โดยใช้ชื่องานว่า ‘Let Us Loop You In’ โดยสำนักข่าวในต่างประเทศหลายแห่งตามคาดกันว่า งานนี้จะเป็นการเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ที่มีหน้าจอขนาด 4 นิ้ว หรือ ไอโฟน เอสอี (iPhone SE) อันเป็นสมาร์ทโฟนจอ 4 นิ้ว ตัวแรกที่กลับมาผลิตอีกตั้งนับตั้งแต่ปี 2013 โดยมีรูปทรงเหมือนกับไอโฟน 5เอส (iPhone 5S) แต่มากับความบางและโค้งมนมากขึ้น มีเซนเซอร์ทัชไอดี กล้องขนาด 12 หรือ 8 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผล A9 รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย NFC บลูทูธ 4.2 ไวไฟ 802.11ac แบตเตอรี่ขนาด 1,642 mAh คาดว่าราคาจะเริ่มต้นที่ราวๆ 400-500 เหรียญสหรัฐฯ

บัตรเชิญสื่อของแอปเปิล พร้อมข้อความ ‘Let Us Loop You In’

เช่นเดียวกับ ข่าวลือของการเปิดตัวไอแพดรุ่นใหม่ (9.7-Inch iPad) ที่คาดว่าจะมีหน้าจอ 9.7 นิ้ว โดยอาจจะเป็นไอแพดแอร์ ตัวใหม่ ที่มีการออกแบบให้มีลำโพงรวมทั้งหมด 4 ตัว รองรับลการทำงานของแอปเปิลเพนซิล ใช้โปรเซสเซอร์ชิป A9X กล้องหลังที่ปรับปรุงให้ละเอียดกว่าเดิมที่ 12 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช แบบ LED โดยคาดว่าจะมาในรุ่นความจุ 32GB WiFi ราคาราว 599เหรียญสหรัฐฯ และ 128GB LTE-WiFi ราคาจะสูงมากกว่าขึ้นไปอีก

รวมทั้งการเปิดตัวสายนาฬิกา แอปเปิลวอตช์ ใหม่ ๆ และการอัพเดตซอฟต์แวร์ทั้ง iOS 9.3 WatchOS 2 tvOS และ OSX เอล กัปปิตัน เป็นต้น

ทั้งนี้ งานแถลงข่าวของแอปเปิล จะจัดขึ้นที่ห้องออดิทอเรียม ในทาวน์ฮอลล์แอปเปิล แคมปัส 1 Infinite Loop campus ในคูเปอร์ติโน เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เวลา 10.00 น.(เวลาแปซิฟิก).

ที่มา  : macrumors

มาหรือไม่? จับตา ‘แจส โมบาย’ ก่อนถึงเส้นตาย กำหนดจ่ายค่าใบอนุญาตงวดแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592955

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มี.ค. 2559 06:05

 

ยังไร้ความคืบหน้า! เลขาธิการ กสทช. เผย แจส โมบาย ยังไม่มีสัญญาณชำระค่าใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ชี้ควรส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ…

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าในการชำระเงินค่าประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ในเครือบริษัท จัสมิน อินเตอร์แนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลนั้น หากแจสจะชำระเงินค่าใบอนุญาตก็จะต้องติดต่อมายัง กสทช. เพื่อนัดชำระเงินก่อนครบกำหนด 90 วัน ในวันที่ 21 มี.ค.นี้

“กสทช. ยังคงรอการตอบยืนยันจากแจสว่าจะเข้ามาชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตหรือไม่ เมื่อใด หากแจสพร้อมชำระเงินแล้วต้องทำหนังสือแจ้งเข้ามาที่สำนักงาน กสทช. หรือจะไม่ชำระก็ต้องทำหนังสือแจ้งเช่นเดียวกัน เนื่องจาก กสทช.จะต้องเตรียมการ เพื่อนำวาระแจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ในการอนุมัติใบอนุญาต อย่างไรก็ตาม จากการติดต่อไปยังตัวแทนของแจสในช่วงเย็นของวันที่ 18 มี.ค. กลับพบว่าไม่สามารถติดต่อได้ ทำให้ต้องรอดูความเคลื่อนไหวในวันที่ 21 มี.ค. อีกครั้งหนึ่ง”

สำหรับค่าใบอนุญาตที่แจสต้องชำระในงวดแรกนี้ มีมูลค่า 8,040 ล้านบาท ทั้งยังต้องแสดงหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี) ในงวดที่เหลืออีกด้วย

“หากแจสมาชำระเงินภายในวันที่ 21 มี.ค. ก็จะรับเรื่องไว้ และนำเข้าที่ประชุม กทค. เพื่อรับทราบและออกใบอนุญาตให้ในขั้นตอนต่อไป แต่หากไม่มาชำระเงินก็ควรมีการติดต่อเข้ามา โดยไม่ปล่อยให้ กสทช. ต้องรอลุ้นจนถึงกำหนดดังกล่าว ซึ่งมีความเป็นไปได้ทั้ง 2 กรณีว่าแจสจะมาชำระเงินภายในกำหนดโดยไม่ส่งหนังสือแจ้งก่อน หรือไม่ส่งหนังสือแจ้งและไม่มาชำระเงินงวดแรก ซึ่งในกรณีที่แจสเข้ามาชำระเงินค่าประมูลใบอนุญาตได้ทันกำหนด การพิจารณาให้ใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ก็จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย.เป็นต้นไป เนื่องจากต้องรอให้สิ้นสุดมาตรการเยียวยาลูกค้า 2จี ในคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองถึงวันที่ 14 เม.ย.”

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้มีกระแสข่าวว่า แจสได้รับการสนับสนุนจากธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด และมีนายธนาคารใหญ่บางรายได้ระบุว่าแจสมีความพร้อมในการชำระค่าใบอนุญาต ภายในวันที่ 21 มีนาคมนี้อย่างแน่นอน.

พลาดแล้วอาจเสียใจ เช็กไฮไลต์ ‘คอมมาร์ต’ 10 ทีเด็ดที่มาแล้วถึงจะรู้!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592349

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 มี.ค. 2559 17:05

 

เปิดม่านคอมมาร์ต คอนเนค 2016 วันแรก แบรนด์ไอทียกสินค้ามาเปิดบูธจำหน่ายและจัดแสดงแบบจัดเต็ม เชื่อโน้ตบุ๊กยังครองใจผู้บริโภค โดยเฉพาะรุ่นราคาแพง…

นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการสื่อไอทีและดิจิทัล บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานคอมมาร์ต เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 17-20 มีนาคม 2559 บริษัทได้จัดงานคอมมาร์ต คอนเนค 2016 เพื่อจำหน่ายและจัดแสดงสินค้าไอที โดยคาดว่าจะมีผู้ให้ความสนใจเข้าเยี่ยมชมงานไม่ต่ำกว่า 8 แสนคน และสามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 2,900 ล้านบาท จากการจัดงานครั้งที่ผ่าน 2,700 ล้านบาท

“การจัดงานในครั้งนี้มีการปรับรูปแบบเพื่อเป็นการตอบสนองผู้บริโภคในกลุ่มเจนซี (คอนเนคเต็ด เจนเนอเรชั่น) มากขึ้น ซึ่งกลุ่มดังกล่าวมีความชื่นชอบและต้องการใช้เทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสินค้าที่จะได้รับความนิยม ได้แก่ โน้ตบุ๊ก ทั้งกลุ่มออลอินวันและเกมมิ่ง รองลงมา คือ สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์เสริมต่างๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์เสริมในกลุ่มเกมมิ่ง ส่วนระดับราคาโน้ตบุ๊กที่คาดว่าจะได้รับความนิยมนั้น เชื่อว่าจะเป็นรุ่นที่มีราคา 30,000 บาท เนื่องจากคนไทยนิยมเลือกซื้อเทคโนโลยีใหม่ ทั้งยังชื่นชอบสเปกแรงและดีไซน์สวยงาม ประกอบการซื้อสินค้าในปัจจุบันนั้นสามารถเลือกผ่อนชำระได้ จึงทำให้ผู้บริโภครู้สึกให้ความสำคัญกับการเลือกซื้อและคุ้มค่าในการใช้จ่าย แตกต่างจากการซื้อสมาร์ทโฟนที่มีตัวเลือกหลากหลายทั้งราคาและการใช้งาน ทำให้รู้สึกว่าสามารถเลือกใช้สินค้าราคาไม่แพงได้”

กิจกรรมนาทีทอง สินค้าราคาพิเศษ

สำหรับสินค้าที่นำเสนอในการจัดงานครั้งนี้ ผู้จำหน่ายพยายามนำเสนอสินค้าหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ทั้งการใช้งานและเทคโนโลยี ซึ่งหลายแบรนด์ได้นำสินค้าที่น่าสนใจมาจำหน่าย อาทิ โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีที่น่าสนใจและรูปลักษณ์สวยงาม เพื่อตอบสนองการทำงานและความบันเทิง เช่น โน้ตบุ๊กที่สามารถใช้งานเป็นโปรเจคเตอร์ได้ หรือโน้ตบุ๊กสเปกแรงสำหรับเล่นเกม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะมีกำลังซื้อที่ดีจากปัจจัยการซื้อ ซึ่งเลือกสายอาชีพเป็นสตาร์ตอัพและรับงานอิสระมากขึ้น ทำให้ต้องเลือกซื้อเทคโนโลยีใหม่และรุ่นไฮเอนด์ ซึ่งเชื่อว่าการจัดงานคอมมาร์ตจะทำให้ผู้บริโภคสนใจมาเยี่ยมชมและทดลองใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อได้ภายในงาน นอกจากนี้ก็ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปให้ความรู้ อาทิ รู้ก่อนโดนล้วงภัยร้ายในยุคคอนเนคเต็ด, คอนเนคเต็ดไลฟ์ ชีวิตแบบนี้ดีจริงหรือ, ฝึกบินโดรน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18-20 มีนาคม เท่านั้น
นอกจากนี้…คอมมาร์ต คอนเนค 2016 ยังมีไฮไลต์ที่น่าสนใจ จากค่ายไอทีชั้นนำที่พากันยกขบวนมาออกบูธและจัดกิจกรรมภายในงาน ทั้งเอซุส เดลล์ เลอโนโว MSI เอเซอร์ SVOA อาทิ…

1. การกลับมาของ “เอชพี”
ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย กับการกลับมาของอดีตยักษ์ใหญ่แบรนด์ไอทีอย่างเอชพี หลังห่างหายจากตลาดไอทีประเทศไทยถึง 5 ปีเต็ม แต่กลับมาออกบูธแบบจัดเต็มภายในงานครั้งนี้เพื่อหวังเรียกเรตติ้งจากสาวกไอที

2. พื้นที่จัดงานคอมมาร์ต คอนเนค ในครั้งนี้ ใช้พื้นที่ในเพลนนารี่ฮอลล์ , โซนซี บน, พลาซ่า, เอเทรี่ยม, เมนโฟร์เย่ เรียกว่าเต็มพื้นที่การจัดงานเพื่อเปิดโอกาสให้หลากบริษัทและร้านไอทีได้มาเปิดบูธจำหน่ายและจัดแสดงสินค้า

J.I.B. มีเก้าอี้ให้คนรักเกมได้ทดลองนั่ง

แอดไวซ์ คนมุงแน่น

3. ใครชอบความคุ้มค่า อย่าพลาดลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านเว็บไซต์คอมมาร์ต เพราะสามารถลุ้นรับรางวัลได้แม้จะไม่ได้เสียเงินซื้อสินค้าภายในงานเลยสักบาท! ส่วนผู้ที่มาจับจ่ายภายในงานตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ก็จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล อาทิ บัตรกำนัล 500 บาท, สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่, ทองคำ เป็นต้น

4. ไม่ใช่ว่ามีจำหน่ายแค่สินค้าใหม่ ราคาไฮเอนด์เท่านั้น แต่โน้ตบุ๊กราคาไม่ถึง 10,000 บาท ก็มีให้เลือกซื้อภายในงาน จากหลายๆ บูธ อาทิ แอดไวซ์, เอชพี, เดลล์, เลอโนโว เป็นต้น ส่วนพวกอุปกรณ์เสริมและแก็ดเจ็ต จะมีให้เลือกที่โซนซีและเอเทรี่ยม

5. แม้ว่าการจัดงานครั้งนี้จะไม่ได้แข่งขันกันลดราคามากนัก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการจัดโปรโมชั่นนาทีทอง เพื่อมอบส่วนลดหรือสิทธิพิเศษต่างๆ อาทิ บูธเจไอบี, ไอที ซิตี้, แอดไวซ์, สปีด ส่วนการลดราคาแบบจัดหนักประเภทเคลียแรนซ์เซลส์นั้น จะเป็นส่วนของอุปกรณ์เสริมมากกว่า

แอดไวซ์ คนมุงแน่น

6. ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมางานครั้งนี้ อยู่ที่ทางเข้าหลักด้านหน้าห้องบอลรูม ซึ่งเป็นการจัดแสดงไอคาร์ หรือที่เรียกว่า คอนเนคเต็ดคาร์ เทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะรถอัจฉริยะตระกูลแอนดรอยด์ถือเป็นครั้งแรกในการจัดแสดงในไทย

7. จอโค้งเจ๋งๆ จากเอชพี แซท ดิสเพลย์ กับความคมชัดระดับ Ultra Wide Curved ซึ่งมีจำหน่ายเป็นครั้งแรกในไทย แต่ภายในงานเป็นการจัดแสดงและเปิดให้จองเป็นครั้งแรกในงานนี้

8. โน้ตบุ๊กใหม่ๆ ก็มีมาให้เลือกซื้อ เช่น MSI ที่เปิดกลุ่มโน้ตบุ๊กใหม่สำหรับใช้เพื่องานตัดต่อ, เอชพี เปิดตัวโน้ตบุ๊กสำหรับเอสเอ็มอี เน้นสเปกและดีไซน์รองรับการใช้งาน หรือโน้ตบุ๊กใส่ซิมการ์ดเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตได้

ของดี ของถูก…ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ

9. ใครรอซื้อซัมซุงรุ่นใหม่อย่างกาแลคซี่ เอส 7 และกาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ บอกเลยว่าพร้อมจำหน่ายภายในงานครั้งนี้เช่นกัน ที่บูธแอดไวซ์ และซีเอสซี ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. ซึ่งเปิดจำหน่ายพร้อมกับกำหนดการที่ซัมซุงแจ้งไว้

10. ไม่ใช่แค่สินค้าไอที เพราะในเพลนนารี่ฮอลล์นั้นมีบูธสินค้าไฮเทคอื่นๆ อีกเพียบ เช่น อิกกู (IGGOO) แบรนด์จำหน่ายหุ่นยนต์ดูดฝุ่น หรือ แฟนทอม (Phantom) จำหน่ายโดรน

อยากไปอัพเดตเทคโนโลยีหรือเลือกซื้อสินค้าไฮเทค ก็เชิญได้ 17-20 มีนาคมนี้ เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์.

สื่อจีนลือภาพหลุด คาดเป็น ‘iPhone7’ จะใช้กล้องหลังแบบเลนส์คู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/592079

 

สื่อจีนเผยภาพที่คาดว่าจะเป็นไอโฟน 7 พลัส (iPhone 7Plus) โดยเผยถึงรูปร่างล่าสุดที่ถูกออกแบบมากับกล้องหลังแบบ 2 เลนส์ หรือ Dual Lens Camera โดยกล้องหลังจะยื่นนูนออกมาแล้วจะเรียบไปกับตัวเครื่อง…

เว็บไซต์ macrumors รายงานการรายงานของ bastillepost.com ในฮ่องกง เผยภาพที่คาดว่าจะเป็นไอโฟน 7 พลัส (iPhone 7Plus) โดยเผยถึงรูปร่างล่าสุดที่ถูกออกแบบมา ถึงความเปลี่ยนแปลงตามข่าวลือก่อนหน้านี้ว่า จะมีการนำเอากล้่องหลังแบบ 2 เลนส์ หรือ Dual Lens Camera มาใช้งาน โดยกล้องหลังจะยื่นนูนออกมาแล้วจะเรียบไปกับตัวเครื่อง ตรงกับข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ระบุว่าไอโฟนรุ่นใหม่มากับกล้องดูอัลเลนส์

เท่าที่เห็นจากภาพก่อนหน้านี้ กล้องแบบเลนส์คู่ มาพร้อมไมโครโฟน และแฟลชแบบ LED ขณะที่เสาอากาศถูกเปลี่ยนตำแหน่งย้ายไปอยู่ด้านบนและด้านล่างของเครื่อง นอกจากนี้ยังมีจุด 3 จุดด้านหลังเครื่อง บริเวณส่วนล่าง ที่น่าจะใช้กับสมาร์ทคอนเนคเตอร์แบบใหม่ แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าจะใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ในรูปแบบไหน แต่น่าจะใช้ในการเชื่อมต่อข้อมูล และชาร์จไฟ รวมทั้งการต่อกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อย่างไรก็ตามมีการเผยถึงรายละเอียดของปุ่มปรับเสียง และสวิตช์ปิดเสียง ด้านข้างซ้าย ปุ่มเปิด-ปิดเครื่องด้านขวา บนตัวเครื่องแบบยูนิบอดี้ วัสดุอะลูมินั่ม เหมือนตระกูลไอโฟน 6

นอกจากนี้ตามข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้า ไอโฟน 7 จะเป็นรุ่นแรกที่เอาช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.ออกจากเครื่อง โดยเลือกใช้ช่อเชื่อมต่อไลท์นิ่งแบบออล-อิน-วัน รวมทั้งมากับลำโพงสเตอริโอ 2 ข้าง ที่น่าจะให้กำลังเสียงที่กระหึ่มมากกว่าเดิม.

ที่มา : macrumors.com

โมโตจะกลับมา! เลอโนโวพลิกกลยุทธ์ขาย หวังสิ้นปีขายไม่ต่ำกว่าล้านเครื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591733

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2559 13:50

 

เลอโนโวเผยแผนธุรกิจสมาร์ทโฟน ตั้งเป้าปีนี้ขายล้านเครื่อง เผยเตรียมดึงแบรนด์โมโตกลับมาทำตลาดอีกครั้ง เปิดตัวภายในเดือนนี้…

นายทวนทอง ศรีวิเชียร ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน บริษัท เลอโนโว ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถจำหน่ายสมาร์ทโฟนได้ 5 แสนเครื่อง คิดเป็นอัตราการเติบโตราว 50% จากปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 2-3% ซึ่งสัดส่วนการจำหน่ายนั้นแบ่งเป็นกรุงเทพฯ 60% ต่างจังหวัด 40% และคาดว่าในปีนี้จะมีสัดส่วนเปลี่ยนเป็น 50% ต่อ 50% จากการขยายช่องทางจัดจำหน่าย การขยายตลาดไปยังต่างจังหวัด รวมถึงความร่วมมือกับลาซาด้าในการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งบริษัทมีการพิจารณาขยายช่องทางจำหน่ายออนไลน์ร่วมกับผู้ให้บริการรายอื่นด้วย

“เราเริ่มขยายช่องทางจำหน่ายผ่านออนไลน์เมื่อกลางปีที่แล้ว ด้วยสมาร์ทโฟนรุ่น A7000 ซึ่งเป็นดีลพิเศษจำหน่ายบนลาซาด้าเท่านั้น และได้ผลตอบรับค่อนข้างดีโดยสามารถจำหน่ายได้ราว 40,000 เครื่อง นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) อย่างทรูมูฟ เอช ซึ่งสามารถเพิ่มยอดจำหน่ายให้บริการได้เป็นอย่างมาก”

สำหรับในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตราการจำหน่ายสมาร์ทโฟนขึ้นอีกเท่าตัว จากเดิม 5 แสนเครื่อง เป็น 1 ล้านเครื่อง โดยจะมีการทยอยตัวรุ่นใหม่ทุกไตรมาส ไตรมาสละ 1-2 รุ่น ซึ่งบริษัทจะเน้นการทำตลาดในกลุ่มราคาระดับล่าง-กลาง ด้วยราคา 2,000-8,000 บาท พร้อมทำตลาดสมาร์ทโฟน 4จี ราคาต่ำกว่า 3,000 บาทออกมาอย่างต่อเนื่อง จากที่ปัจจุบันมีรุ่น True Lenovo 2010 ในราคา 2,990 บาทแล้ว ขณะเดียวกันก็จะมีการจัดโปรโมชั่นและสนับสนุนช่องทางจัดจำหน่ายหลากหลาย รวมถึงมีความร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนเลอโนโวให้เป็นไปตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผู้บริโภคชาวไทยยังคงมีกำลังซื้อสำหรับสมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่อง จากการจับจ่ายเพื่อเปลี่ยนเครื่องใหม่ รองรับเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงรองรับการใช้งาน 4จี ที่มีการเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ซึ่งเชื่อว่าในปีนี้ ภาวะการแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนของประเทศไทยยังคงเน้นด้านราคาเป็นหลัก ทั้งยังมีการทยอยเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ จากจีนเพื่อช่วงชิงลูกค้า โดยในปีที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายมือถือในประเทศไทยอยู่ที่ 18 ล้านเครื่อง คาดว่าในปีนี้จะเพิ่มเป็น 20 ล้านเครื่อง หากเลอโนโวมียอดจำหน่ายตามเป้าหมายที่วางไว้ก็จะทำให้มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 5%

นอกจากนี้ ตัวแทนจากเลอโนโว ยังได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจสมาร์ทโฟนของแบรนด์โมโตโรล่า โดยระบุว่า ภายในเดือนมีนาคมนี้ เลอโนโวจะนำเสนอสมาร์ทโฟนแบรนด์โมโตออกสู่ตลาดอีกครั้ง ขอยืนยันว่าเลอโนโวและโมโตจะไม่หายไปจากตลาดสมาร์ทโฟนอย่างแน่นอน แต่จะกลับมาทำตลาดร่วมกัน แต่จะแบ่งสายผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน โดยเลอโนโวจะมุ่งเน้นที่สมาร์ทโฟนราคาระดับล่าง-กลาง ขณะที่โมโตจะเน้นสินค้าราคากลางขึ้นไป หรือตั้งแต่ 8,000 บาทขึ้นไป เนื่องจากทั้ง 2 แบรนด์มีจุดยืนที่แตกต่างกันในสายผลิตภัณฑ์ ซึ่งเชื่อว่าการจำหน่ายเลอโนโวและโมโตจะช่วยให้บริษัทสามารถเติบโตและมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ในอันดับ 3-4 ของผู้นำตลาดได้ในทุกประเภทที่ทำตลาด

ส่วนงบการทำตลาดนั้น จะมีการปรับเพิ่มขึ้นประมาณเท่าตัว จากเดิมที่ใช้งบประมาณราว 70-80 ล้านบาท เพื่อทำตลาดให้กับแบรนด์เลอโนโว ซึ่งในปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณเท่าตัวเนื่องจากมีการทำตลาดร่วมกันทั้งแบรนด์เลอโนโวและโมโต.

เฉพาะลูกค้าเอไอเอส ซัมซุงจับมือเสิร์ฟข้อเสนอพิเศษ เรียกเรตติ้งกาแลคซี่ เอส 7

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/591253

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 16:30

 

ซัมซุง จับมือ เอไอเอส จัดข้อเสนอพิเศษให้ลูกค้า เป็นเจ้าของกาแลคซี่ เอส 7 หรือกาแลคซี่ เอส7 เอดจ์ได้ เพียงแค่จ่าย 5,000 บาท ผ่อน 1 ปี รอเปลี่ยนเป็นรุ่นใหม่ได้ต่อ…

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กรธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า การใช้สมาร์ทโฟนเพื่อถ่ายภาพ คิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของภาพถ่ายทั้งหมด ซึ่งในประเทศไทยนั้น พบว่ามีปริมาณการโพสต์ภาพผ่านเฟซบุ๊กถึง 16.5 ล้านภาพต่อวัน อินสตาแกรม 477,000 ภาพต่อวัน ทั้งยังเน้นการถ่ายภาพในอาคารมากกว่าภายนอก ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องการถ่ายภาพในพื้นที่แสงน้อย ทำให้ผู้บริโภคใช้ความสามารถของกล้องถ่ายภาพสมาร์ทโฟนเป็นหนึ่งในปัจจัยเลือกซื้อสมาร์ทโฟน ซึ่งซัมซุงพยายามนำเสนอเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน โดยกล้องถ่ายภาพของกาแลคซี่ เอส 7 และกาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ สามารถจับโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว กันน้ำ กันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP68 อยู่ใต้น้ำลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาที

“เชื่อว่ากำลังซื้อของตลาดรวมมือถือในปีนี้จะเป็นสมาร์ทโฟน ด้วยสัดส่วนกว่า 90% จากเดิมราว 80% ซึ่งยังคงมีการซื้อฟีเจอร์โฟนอยู่อีกเล็กน้อย เนื่องจากมาเปิดตัวเครือข่าย 4จี อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้บริการได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดคอนเทนต์ที่น่าสนใจตามมาอีกมาก เรียกว่าดีไวซ์พร้อม เน็ตเวิร์กพร้อม ทำให้คนกล้าเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานมาใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถืออย่างมาก”

อย่างไรก็ตาม กว่าครึ่งของสัดส่วนสมาร์ทโฟนในตลาดรวมนั้น อยู่ในราคาระดับล่าง-กลาง หรือประมาณ 5,000-10,000 บาท ขณะที่สัดส่วนสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์นั้น คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของตลาดรวม ซึ่งในปีที่ผ่านมาตลาดรวมมือถือมียอดจำหน่ายราว 14 ล้านเครื่อง โดยแบ่งเป็นสมาร์ทโฟนประมาณ 10 ล้านเครื่อง ส่วนการเติบโตในปีนี้ เชื่อว่าจะมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย จากปัจจัยบวกทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ และการมาของ 4จี เต็มรูปแบบ นอกจากนี้ เชื่อว่าผู้บริโภคกำลังรอเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเข้ามาตอบสนองการใช้งานที่มากขึ้น เช่น กล้อง 360 และแว่นวีอาร์ ซึ่งซัมซุงพยายามนำเสนอสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หลังจากเปิดตัวสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ เอส 7 และกาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ ออกสู่สายตาผู้บริโภค รวมถึงได้เปิดให้จองซื้อผ่านผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) เมื่อเร็วๆ นี้ ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวแคมเปญร่วมกับเอไอเอส โดยเปิดให้ลูกค้าเอไอเอส 5,000 คน รับสิทธิพิเศษในการซื้อกาแลคซี่ เอส 7 และกาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ ก่อนเปิดขายจริงในวันที่ 18 มีนาคมนี้

นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ดีลพิเศษดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปีจากเอไอเอส สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อกาแลคซี่ เอส 7 และกาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ สามารถจ่าย 5,000 บาท และชำระค่าเครื่อง 2,100 บาทต่อเดือน นาน 10 เดือน พร้อมรับค่าโทร 400 นาที อินเทอร์เน็ต 30GB นาน 12 เดือน โดยหลังจากเดือนที่ 12 สามารถนำเครื่องมาอัพเกรดเป็นซัมซุงแฟล็กชิปรุ่นต่อไป พร้อมชำระค่าเครื่อง 2,000 บาทต่อเดือน นาน 10 เดือน พร้อมรับค่าโทร 400 นาที และอินเทอร์เน็ต 30GB นาน 10 เดือน ส่วนลูกค้าที่สนใจซื้อกาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ ก็จะได้ข้อเสนอเดียวกัน แต่ต้องชำระค่าเครื่องในราคา 2,400 บาท นาน 10 เดือน ถือเป็นความคุ้มค่าสำหรับลูกค้าเอไอเอสที่ต้องการซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าว.

เมื่อการแข่งเทคโนโลยี-คุ้มค่าดุเดือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590741

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 15:05

 

เอปสันประเทศไทย โชว์ผลประกอบการปี 2558 ตลาดอิงค์เจ็ตพรินเตอร์เติบโตสูงสุดกว่า 20% อวดธุรกิจขยับเป็น 8% พร้อมตั้งเป้าเติบโตอีก 10% ภายในสิ้นปีนี้…

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถเติบโตอยู่ที่ 8% จากเดิม 6% ซึ่งรวมการดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศเวียดนาม พม่า กัมพูชา ลาว และปากีสถาน จากความสำเร็จในการขยายตลาดในกลุ่มราคาระดับกลางถึงระดับสูง ผ่านกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ หน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษา เป็นต้น ซึ่งในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตเป็น 10%

สำหรับการเติบโตของกลุ่มสินค้านั้น ตลาดอิงค์เจ็ตพรินเตอร์สามารถสร้างอัตราการเติบโตได้สูงสุด ด้วยสัดส่วนกว่า 20% จากสินค้ากลุ่มแอล ซีรีส์ หรือเครื่องแท็งค์แท้ ซึ่งบริษัทเริ่มทำตลาดเมื่อ 5 ปีก่อนหน้า และยังคงขยายตลาดในกลุ่มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สินค้ากลุ่มอื่นๆ อาทิ ทีเอ็ม พรินเตอร์ (เครื่องพิมพ์ใบเสร็จ) สามารถเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจได้ราว 16%, โปรเจกเตอร์ เติบโต 3%, พรินเตอร์หน้ากว้างเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม เติบโตได้ 1% เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับหน่วยงานภาครัฐชะลอการใช้งบประมาณ ทำให้เกิดภาวะการชะลอซื้อ แต่เชื่อว่ากำลังซื้อทั้งในกลุ่มหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจะกลับมาในปีนี้

“ปัจจัยที่กลุ่มอิงค์เจ็ตพรินเตอร์ของเอปสันสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง มาจากความสามารถในการตอบโจทย์ความคุ้มค่าแก่ผู้บริโภค บริษัทพยายามนำเสนอการใช้งานพรินเตอร์ที่มีค่าใช้จ่ายต่อแผ่นในราคาถูก รวมถึงการปรับภาพลักษณ์ของเอปสันสู่ภาพลักษณ์แบรนด์คุณภาพที่มีเครื่องพิมพ์ราคาในระดับกลาง ทำให้สินค้ากลุ่มดังกล่าวได้รับความนิยมจากลูกค้าเอสเอ็มอีและโซโฮ จนสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาดเชิงมูลค่าได้เป็นอันดับ 1 ทั้งในกลุ่มซิงเกิลฟังก์ชั่นและมัลติฟังก์ชั่น ด้วยสัดส่วน 41% จากเดิม 35% แม้ว่าจำนวนการจำหน่ายจะลดลงจากเดิม มากกว่า 1 ล้านเครื่อง เหลือเพียง 9 แสนเครื่องก็ตาม แต่สัดส่วนมูลค่าอิงค์เจ็ตพรินเตอร์ก็ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทจะใช้กลยุทธ์หลัก 3 ประการ คือ การสร้างมูลค่าแก่ลูกค้า การสร้างมูลค่าทางธุรกิจใหม่ และการสร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ ผ่านการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ที่น่าสนใจ และราคาคุ้มค่าการใช้งาน อาทิ พรินเตอร์กลุ่มแอล ซีรีส์, โปรเจกเตอร์รุ่นใหม่ที่ให้ความสว่าง 6,000-25,000 ลูเมนส์, เครื่องพิมพ์ใบเสร็จแบบพกพา รุ่น TM-m30 และแว่นตาอัจฉริยะ Moverio BT-2000 ที่สามารถนำเสนอข้อมูล 3 มิติ เป็นต้น นอกจากนี้ก็จะมีความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ การขยายตลาดไปยังต่างจังหวัด การจัดกิจกรรมต่างๆ และการเพิ่มศักยภาพให้บริการหลังการขาย เพื่อสร้างการเติบโตให้กลุ่มธุรกิจต่างๆ ตามที่บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ อาทิ กลุ่มอิงค์เจ็ตพรินเตอร์ เติบโตไม่ต่ำกว่า 15%, พรินเตอร์หน้ากว้างเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม 15% และโปรเจกเตอร์ 8%

“บริษัทจะขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายให้ครอบคลุมตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีอยู่ 166 ราย เป็นอย่างน้อย 180 รายในปีนี้ รวมถึงการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญในตลาดเฉพาะด้าน เช่น หน่วยงานราชการ อุตสาหกรรมสิ่งทอ และตลาดเฉพาะทางวิชาชีพ เช่น โรงพยาบาล คลินิก รวมถึงตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคอินโดจีน ที่เอปสันประเทศไทยดูแลอยู่ โดยปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มคอนซูเมอร์และกลุ่มองค์กร อยู่ที่ 40% และ 60% ตามลำดับ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนในกลุ่มลูกค้าขององค์กรเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 55% และเชื่อว่าในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 65% ได้”

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมายังเป็นโอกาสครบรอบ 25 ปี ที่บริษัทดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยบริษัทได้ใช้งบประมาณราว 30 ล้านบาท เพื่อทำการตลาดภายใต้แนวคิด EPSON TRUST IN YOU ซึ่งในปีนี้บริษัทจะใช้งบประมาณใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เพื่อสานต่อการทำตลาดในแนวคิดดังกล่าว และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้ารวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจของเอปสัน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว.

ทันก่อนสงกรานต์ ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 7 – เอส 7 เอดจ์ พร้อมขาย 18 มี.ค.59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/590871

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 มี.ค. 2559 06:30

 

ซัมซุงเปิดตัว กาแลคซี่ เอส 7 และ กาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ ชูกล้องโฟกัสไวถ่ายได้ทุกสภาพแสง มาตรฐาน IP68 กันน้ำ 1.5 เมตร กันฝุ่น และช่องใส่ซิมไฮบริดที่ใส่ได้ทั้งซิมการ์ด และ microSD Card พร้อมขาย 18 มี.ค.นี้…

ซัมซุงจัดงานเปิดตัวสมาร์ทโฟน รุ่นล่าสุดในตระกูลกาแลคซี่ “ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 7 และ กาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ (Samsung Galaxy S7 & Galaxy S7 edge) เน้นตอบไลฟ์สไตล์ผู้ใช้งาน เพราะโดดเด่นด้วยการออกแบบเฉียบ กล้องสุดล้ำ สวย สว่าง แม้แสงน้อย IP68 กันน้ำกันฝุ่น พร้อมช่องใส่ซิมไฮบริด เลือกใส่ซิมที่ 2 หรือเพิ่มหน่วยความจำ หลังเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่งาน Samsung Unpacked 2016 ได้เพียง 3 สัปดาห์ ก็มีกระแสตอบรับที่ดี อย่างท่วมท้นทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย ซึ่งซัมซุงไม่รอช้ารีบนำสมาร์ทโฟน 2 รุ่นล่าสุด มาให้คนไทยได้เชยชมและจับจองเป็นเจ้าของเป็นประเทศต้นๆ ในโลก โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศในวันที่ 18 มีนาคม 2559 เป็นต้นไป

เปิดตัว Samsung Galaxy S7 ที่สามารถกันน้ำได้ในระดับ IP68

กาแลคซี่ เอส 7 มีกล้องทรงพลังที่ถ่ายภาพได้ในที่แสงน้อย

จากประสงการณ์การใช้งานของลูกค้าทำให้ซัมซุงพบว่า ผู้บริโภคที่ชอบถ่ายภาพและท่องเที่ยว พบข้อจำกัดหลายๆ อย่างในการถ่ายภาพในแบบที่ตนเองต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ถ่ายภาพกลางคืนที่แสงน้อยแล้วออกมาไม่สวย ความละเอียดกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล ไปเที่ยวสวนน้ำแล้วต้องเก็บโทรศัพท์ไว้อย่างมิดชิดเพราะกลัวเปียก หรือมีปัญหาเรื่องหน่วยความจำเต็ม เป็นต้น โดย กาแลคซี่ เอส 7 และ กาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ จะทำลายข้อจำกัดที่มีให้หมดไป จึงมากับมาตรฐาน IP68 การันตีความสามารถกันน้ำ สามารถอยู่ใต้น้ำได้ลึกสุด 1.50 เมตร นานถึง 30 นาที และกันฝุ่นเข้าเครื่องได้ เพื่อตอบสนองการใช้งานแบบไร้ขีดจำกัด ทุกที่ทุกสภาวะ

กาแลคซี่ เอส 7 สามารถอยู่ใต้น้ำได้ลึกสุด 1.50 เมตร นานถึง 30 นาที

สมาร์ทโฟนที่ลงไปอยู่เป็นเพื่อนกับปลาได้

ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 7 มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว และกาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ มาพร้อมหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว แบบ Quad HD Super Amoled 2560×1440 (577ppi) ขอบจอโค้งสองด้าน ทำจากกระจก 3D และโลหะ ดีไซน์สุดประณีต ทนทาน ไม่ใช่แค่สวย แต่ให้ความรู้สึกดีมากเวลาถือในมืออีกด้วย มีกล้องถ่ายภาพคุณภาพสูง ให้ภาพสว่างขึ้น คมชัดขึ้นแม้ในยามแสงน้อย ด้วยเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างขึ้น F1.7 พร้อมระบบดูอัล พิกเซล (Dual Pixel) หรือพิกเซลคู่ ครั้งแรกในสมาร์ทโฟน พิกเซลที่ใหญ่ขึ้น จึงโฟกัสภาพอัตโนมัติได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องมานั่งเศร้าว่ากว่าจะโฟกัสได้ก็พลาดช็อตสำคัญไปแล้ว แรงด้วยชิปประมวลผลออคต้าคอร์ (2.3GHz ควอดคอร์+1.6GHz ควอดคอร์) โดยส่วนควอดคอร์ เป็น (2.15GHz ดูอัลคอร์ +1.6 GHz ดูอัลคอร์​) รองรับเทคโนโลยี่ 64 บิต แรม 4GB พื้นที่เก็บข้อมูล 32/64GB

กาแลคซี่ เอส 7 หน้าจอขนาด 5.1 นิ้ว แบบ Quad HD Super Amoled 2560×1440 (577ppi)

กาแลคซี่ เอส 7กับอุปกรณ์เสริม คีย์บอร์ด คัฟเวอร์ สำหนับลผู้ใช้ที่เน้นการพิมพ์ข้อความ

แบตเตอรี่ ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 7 ขนาด 3,000 mAh และ กาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ อยู่ที่ 3,600 mAh รองรับการเชื่อมต่อไร้สาย LTE 4G ไวไฟ 802.11 a/b/g/n/ac บลูทูธ NFC และช่องเชื่อมต่อ ไม่โครยูเอสบี 2.0 รองรับเทคโนโลยี Fast Chargeing และการชาร์จไฟแบบไร้สาย มากับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 6.0 มาสเมโลว์

สมาร์ทโฟนที่ลงไปอยู่เป็นเพื่อนกับปลาได้

กาแลคซี่ เอส 7 และ เอส 7 เอดจ์ยังมีช่องใส่ซิมไฮบริด ที่เป็นช่องอเนกประสงค์ ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะใส่ จะซิมการ์ดเพื่อใช้งานดาต้า หรือจะเลือกใส่เป็นซิมการ์ดที่สองเวลาเดินทางต่างประเทศ หมดปัญหาซิมหายเวลาเปลี่ยนซิม รวมทั้งยังเอา microSD Card มาเสียบแทนก็เพิ่มได้อย่างจุใจถึง 200GB หลังจากที่รุ่นก่อนหน้านี้ตัดหน่วยความจำภายนอกทิ้งไป นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นใหม่ Always-On Display: แค่เหลือบมองก็เห็นข้อมูล ช่วยได้ไม่ต้องแตะเครื่อง แค่เหลือบมองก็เห็นข้อมูลที่ตั้งไว้ กาแลคซี่ เอส 7 และ กาแลคซี่ เอส 7 เอจด์ มี 4 สี คือ สีดำโอนิกซ์ (Black Onyx) สีทองแพลตตินั่ม (Gold Platinum) สีเงินไทเทเนี่ยม (Silver Titanium) และสีขาวมุก (Whiter Pearl)

กาแลคซี่ เอส 7 พร้อมวางจำหน่าย 18 มี.ค.59

การเปิดตัวกาแลคซี่ เอส 7 ในเมืองไทยครั้งนี้ ซัมซุงเน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่เจนวาย โดยเนรมิตพื้นที่จัดงานตามแนวคิด Rethink what a phone can do โดยจัดงานอย่างพิถีพิถันเพื่อโชว์จุดเด่นของกาแลคซี่ เอส 7 อาทิ ประสิทธิภาพของกล้องถ่ายภาพ ทั้งความสามารถในการถ่ายในที่แสงน้อยได้คมชัด ด้วยการจำลองสถานที่เป็นห้องมืดเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้ทดสอบประสิทธิภาพว่ากล้องของกาแลคซี่ เอส 7สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้สว่างกว่าที่ตาเห็น การจับโฟกัสภาพได้แม่นยำรวดเร็ว โดยนำทีมฟรีรันเนอร์ บีบอย และนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมมาให้ได้ทดสอบว่ากล้องของกาแลคซี่ เอส 7 สามารถจับโฟกัสได้เร็วอย่างเหลือเชื่อ ไม่พลาดทุกช็อตเด็ด รวมทั้งการทดสอบความสามารถกันน้ำกันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP 68 ที่ทางซัมซุงทุ่มทุนจำลองตู้ปลาลึก 1.50 เมตร เพื่อโชว์ว่ากาแลคซี่ เอส 7 สามารถอยู่ใต้น้ำได้ลึกสุด 1.50 เมตร นานถึง 30 นาที หมดกังวลแม้ต้องลุยน้ำ เปียกแค่ไหนก็ไม่หวั่น.

จองเที่ยวด่วน! ส่อง 10 ข้อ รู้จักบุ๊คกิ้งดอทคอม ตัวเลือกที่พักนักเดินทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/589024

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 มี.ค. 2559 06:05

 

อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่หลงรักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ แน่นอนยุคสมัยนี้ต้องออนไลน์เท่านั้น ไม่ว่าจะการวางแผนจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก ซื้อแพ็คเกจโรงแรม โน้นนี่นั่น ทุกอย่างอยู่กับตลาดออนไลน์ และอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่รุกตลาดนี้เช่นเดียวกัน “Booking.com” (บุ๊คกิ้งดอทคอม) เราจะพาไปทำความรู้จักช่องทางจองที่พักออนไลน์ ที่เขาการันตีว่า รวมที่พักทั่วไทยไว้เยอะสุดกว่า 12,000 แห่ง

นางสาวปาริฉัตร แฮห์เนน ผู้จัดการภาคพื้นประเทศไทย อินโดจีน และพม่า Booking.com กล่าวในงานแถลงข่าวพร้อมเปิดเผยว่า คนไทยจองที่พักในประเทศผ่าน Booking.com มากขึ้น โดยเฉพาะการจองที่พักสำหรับท่องเที่ยวพักผ่อนภายในประเทศ เช่นเดียวกับที่จำนวนที่พัก สำนักงาน และพนักงานของ Booking.com ในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นในปีนี้ เนื่องจากความนิยมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย รวมถึงความนิยมใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในการค้นหาที่พัก ทำให้ผู้คนมีประสบการณ์ในการเดินทางและท่องเที่ยวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยหรือที่ใดในโลก หากมีสถานที่ที่มีความพิเศษเฉพาะตัว มีความสนุกสนาน สวยงาม บรรยากาศผ่อนคลาย หรือมีคุณสมบัติอื่นๆ ทางเราจะพยายามสรรหามาสิ่งดีๆ มาให้กับลูกค้าได้เลือกอย่างหลากหลาย

เว็บไซต์ Booking.com

นางสาวปาริฉัตร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้เรายังมุ่งเน้นที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการที่พักซึ่งเป็นคู่ค้า สามารถเติบโตได้อย่างดีทั้งในเชิงธุรกิจและการสร้างแบรนด์ ปัจจุบันเรามีบุคลากรที่ทำงานครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ และยังมีแผนที่จะเปิดสำนักงานแห่งที่ 4 ในจังหวัดเชียงใหม่ช่วงปลายปีนี้ เพื่อเพิ่มจำนวนและทางเลือกในเขตภาคเหนือของไทยให้แก่ผู้จองที่พัก ขณะเดียวกัน บริษัทเน้นการทำตลาดออนไลน์ระดับโลกได้ภายใต้ต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม พร้อมด้วยแผนกลูกค้าสัมพันธ์เพื่อให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ใน 42 ภาษา

อย่างไรก็ตาม ไทยรัฐออนไลน์ จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเว็บ Booking.com ในฐานะสื่อกลางระหว่างผู้เดินทางและที่พัก ผ่านบทสรุป 10 ข้อ ที่รับรองว่าจะทำให้คุณรู้จักกับ Booking.com ได้ดียิ่งขึ้น!

1. Booking.com ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2539 ณ เมืองอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยแนวคิดในการเป็นนวัตกรรมที่ช่วยตอบสนองความต้องการระหว่างคู่ค้าและลูกค้าด้านการจองโรงแรมและที่พักผ่านช่องทางออนไลน์ ช่วยเหลือนักเดินทางให้ได้รับบริการที่ดีที่สุดจากการเข้าพัก

2. ปัจจุบัน Booking.com มีสำนักงาน 174 แห่งใน 70 ประเทศทั่วโลก เพื่อสนับสนุนการให้บริการอย่างครอบคลุม

ท่องเที่ยวชมบรรยากาศดีๆ พร้อมหาที่พักสะดวกคุ้มค่า

3. Booking.com เป็นบริษัทในเครือไพรซ์ไลน์ กรุ๊ป (Priceline Group) โดยแผนการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเตรียมเปิดสำนักงานแห่งที่ 4 ในจังหวัดเชียงใหม่ ภายในช่วงปลายปีนี้ ส่วนสำนักงานอีก 3 แห่งในไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุย และภูเก็ต โดยมีพนักงานประจำราว 70 คน

4. หากรวมจำนวนห้องพักทั้งหมดภายใต้การให้บริการของ Booking.com จะคิดเป็นจำนวนกว่า 860,000 แห่ง รวมทั้งสิ้น 21 ล้านห้องพัก ใน 224 ประเทศและเขตการปกครองทั่วโลก

5. ตั้งแต่เปิดให้บริการ มีผู้เข้าพักมากกว่า 1,000 ล้านราย ที่เข้าพักผ่านห้องพักภายใต้การให้บริการของ Booking.com นับตั้งแต่เปิดให้บริการ ด้วยประเภทที่พักกว่า 30 ประเภท อาทิ โรงแรม รีสอร์ต บ้านตากอากาศ อพาร์ตเมนต์ วิลล่า เรือ บ้านต้นไม้ ไปจนถึงบ้านพักบนภูเขา และอื่นๆ

6. บริการ Booking.com มาพร้อมการรับประกันราคาถูก และไม่มีค่าธรรมเนียมการจอง รวมถึงการจองแบบรวดเร็วหรือปรับเปลี่ยนการจองได้ก่อนเข้าพัก 24 ชั่วโมง

เที่ยวเมืองไทยเต็มไปด้วยเรื่องราวดีๆ

7. สำหรับช่องทางการชำระเงิน ลูกค้าที่ใช้บริการสามารถเลือกชำระเงินได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องใช้ข้อมูลบัตรเครดิต เช่น เลือกชำระเมื่อเข้าพัก

8. ขณะนี้ เว็บ Booking.com มีที่พักกว่า 12,000 แห่งในประเทศไทย ถือเป็นประเทศที่มีตัวเลือกที่พักเยอะที่สุดในภูมิภาคอาเซียน

9. ช่องทางการใช้บริการนั้น สามารถเข้าถึงได้ทั้งเว็บไซต์ผ่านคอมพิวเตอร์ มือถือ และแท็บเล็ต ทุกระบบปฏิบัติการ อาทิ ไอโอเอส แอนดรอยด์ คินเดิลไฟร์ และวินโดวส์ 8

10. จำนวนการจองห้องพัก โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ล้านห้องต่อคืน ซึ่งสัดส่วนกว่า 1 ใน 3 ของการจองนั้นมาจากอุปกรณ์โมบาย และมีผู้เข้าพักได้เแสดงความคิดเห็นหรือรีวิวผ่าน Booking.com แล้วกว่า 79 ล้านรีวิว

เอาล่ะ! ใครจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหน หากยังหาที่พักไม่ได้ เว็บไซต์ Booking.com จะเป็นหนึ่งทางเลือก เพื่อให้คุณๆ ได้จองที่พักในรูปแบบออนไลน์อีกทางหนึ่ง.