ไอดีซี ชี้ ตลาดพีซีเอเชียปี 58 ยังฟุบต่อเนื่อง ปี 59 ยังท้าทาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/568679

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 27 ม.ค. 2559 08:30

 

ไอดีซี ชี้ ตลาดพีซีในเอเชียปี 58 ยังซบต่อเนื่อง ปรับลดลง 6.5% ด้วยยอดจัดส่งเพียง 26.9 ล้านเครื่องเพราะคนสนใจสมาร์ทโฟนมากกว่า โดยปี 59 ยังต้องท้าทายต่อไปจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ขยายตัว และความผันผวนของตลาดเงินจีน…

ไอดีซี เปิดเผยผลการศึกษาตลาดพีซีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2558 ผลการศึกษาเบื้องต้นพบว่า ยอดจัดส่งพีซีทั้งหมดมีจำนวนแค่ 107.6 ล้านเครื่อง เปรียบเทียบกับปี 2557 ลดลง 7.7% (เปรียบเทียบปี 2557 กับปี 2556 ลดลง 5.7%) โดยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 ตลาดปรับลดลง 6.5% ตามที่ไอดีซีได้คาดการณ์ไว้เมื่อก่อนหน้านี้ โดยมียอดจัดส่งเพียง 26.9 ล้านเครื่องเท่านั้น

ผู้บริโภคเองก็ให้ความสำคัญกับการซื้อสมาร์ทโฟนมากกว่าพีซี

ไอดีซี เอเชียแปซิฟิกเผยว่า โครงการขนาดใหญ่ในภาคการศึกษาของประเทศไทยและอินเดีย ช่วยกระตุ้นตลาดได้บางส่วน แต่การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนทำให้ภาพรวมของภูมิภาคไม่สดใสในปี 2558 โดยมาตรการต่อต้านการคอร์รัปชันของรัฐบาลจีนส่งผลกระทบต่อการลงทุนของภาครัฐ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนก็ถดถอยลงจากการหดตัวของภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และเหมืองแร่ ในขณะที่ผู้บริโภคเองก็ให้ความสำคัญกับการซื้อสมาร์ทโฟนมากกว่าพีซี

อินโดนีเซียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ตลาดพีซีปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีสาเหตุมาจากภาครัฐลดการลงทุน ผู้บริโภคทั่วไปมีการใช้จ่ายลดลง และปัญหาเรื่องปริมาณสินค้าคงคลังที่สูงเกินไป นอกจากนี้ตลาดในประเทศญี่ปุ่นก็หดตัวลงอย่างมาก ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัญหาสินค้าคงคลังและการผันผวนของค่าเงินเยนตลอดทั้งปี

ตลาดพีซีปี 59 จะยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งเศรษฐกิจที่หดตัว และความผันผวนของค่าเงินจีน

นายมาเช็ค กอร์นิคกี ผู้จัดการฝ่ายงานศึกษาตลาดพีซีประจำไอดีซีเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า การที่ผู้บริโภคเลือกที่จะซื้อพีซีน้อยลง ประกอบกับค่าเงินที่ผันผวนในหลายๆ ประเทศส่งผลให้ยอดขายหดตัวลงอย่างมาก โครงการลงทุนต่างๆ จากภาคเอกชนเองก็ต้องเลื่อนออกไป ในขณะที่เอสเอ็มอีก็เลือกที่จะรัดเข็มขัด เช่นเดียวกับปี 2559 จะยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย สาเหตุหลักมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงไม่ขยายตัวนัก และความผันผวนของตลาดการเงินในประเทศจีนจะส่งผลกระทบในแง่ลบต่อการลงทุนด้านไอทีในแต่ละภูมิภาคด้วย

เลอโนโวยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ ถึงแม้ว่ายอดขายในจีนจะลดลงก็ตาม ซึ่งต้องขอบคุณโครงการขนาดใหญ่ในภาคการศึกษาของอินเดียและไทย รวมถึงยอดขายส่วนของผู้บริโภคทั่วไปที่ปรับตัวดีขึ้นในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ส่วนเดลล์ครองอันดับ 2 เนื่องจากยอดขายที่ดีขึ้นต่อเนื่องในส่วนของตลาดองค์กรขนาดใหญ่ เอชพีตามหลังมาเป็นอันดับ 3 ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายส่วนภาครัฐในจีน และโครงการด้านการศึกษาในอินเดียและไทย

เอซุสแซงหน้าเอเซอร์ขึ้นมาเป็นอันดับ 4 จากยอดขายส่วนของผู้บริโภคทั่วไปเพิ่มขึ้นในอินโดนีเซียและจีน ประกอบกับการชนะโครงการต่างๆ ในภาคการศึกษาในไต้หวันและไทยด้วย

ตลาดพีซีในไทยปี 2558 นั้น สวนทางกับตลาดระดับภูมิภาคเพราะปี 58 โต 2%

ด้าน นายชัยกร  จิววุฒิพงค์ นักวิเคราะห์ฝ่ายงานศึกษาตลาดพีซีประจำไอดีซีประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดพีซีในไทยปี 2558 นั้นมีทิศทางสวนทางกับตลาดระดับภูมิภาค ตลาดในปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้น 2% หลังจากที่หดตัวลงตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้บริโภคเองยังคงซื้อพีซีน้อยลง แต่ตลาดได้แรงหนุนจากการลงทุนของภาครัฐและภาคการศึกษา.

ลั่นกลองรบ! AIS เปิด ‘4จี แอดวานซ์’ หวังลูกค้า 10 ล้านรายในสิ้นปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/568413

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 26 ม.ค. 2559 16:30

 

เอไอเอส เปิดตัวบริการ 4จี แอดวานซ์ คาดพร้อมให้บริการทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคมนี้ มุ่งสู่เป้าหมายผู้ให้บริการชีวิตยุคดิจิตอลของไทย…

เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันนี้ (26 ม.ค.2559) สำหรับบริการ 4จี ภายใต้เครือข่ายเอไอเอส ภายใต้ชื่อ AIS 4G Advanced (เอไอเอส 4จี แอดวานซ์) ด้วยแนวคิดที่ต้องการนำเสนอความแตกต่าง 3 ประการ คือ เร็วที่สุด แรงที่สุด สนุกที่สุด

นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยว่า จากเป้าหมายในการเป็นดิจิตอล ไลฟ์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ บริษัทมุ่งมั่นในการสร้างความพร้อมเพื่อให้บริการลูกค้าในยุค 4จี ด้วยดิจิตอล เซอร์วิส, คอนเทนต์ รวมถึงการเตรียมดีไวซ์ เพื่อสร้างความมั่นใจในการให้บริการ 4จี แอดวานซ์

ปัจจุบันเอไอเอสมีจำนวนลูกค้ารวม 38 ล้านเลขหมาย และมีผู้ใช้งานบริการ 4จี ประมาณ 4 ล้านเครื่อง โดยแนวโน้มดังกล่าวยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ย 1 แสนเครื่องต่อเดือน เนื่องจากมือถือรุ่นใหม่สามารถรองรับบริการ 4จี ได้แล้ว ซึ่งขณะนี้ลูกค้าเอไอเอสใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ (โมบายล์ดาต้า) เฉลี่ย 1.2GB ต่อเดือน และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้อาจเพิ่มเป็น 2GB ต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีลูกค้าใช้งานโมบายล์ดาต้ามากกว่า 20 ล้านราย ซึ่งคาดว่าจะมีลูกค้าจำนวนดังกล่าวย้ายมาใช้งานบริการ 4จี ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านราย ขณะที่ลูกค้า 2จี ที่มีอยู่ราว 12 ล้านรายในปัจจุบัน ยังคงทยอยเข้ามาใช้บริการ 3จี อย่างต่อเนื่อง

ส่วนงบประมาณการลงทุนในปีนี้ คาดว่าบริษัทจะใช้งบไม่ต่ำกว่า 54,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนด้าน 4จี ไปแล้ว 14,000 ล้านบาท และจะเป็นการลงทุนเพิ่มเติมทั้งบริการ 3จี และ 4จี รวม 40,000 ล้านบาท

“เชื่อว่าลูกค้าใหม่จะเลือกใช้แพ็กเกจใหม่ที่สามารถใช้บริการได้ทั้ง 3จี และ 4จี ทั้งยังมีราคาจูงใจและมีความหลากหลายเพื่อรองรับการใช้งานไลฟ์สไตล์ต่างๆ ซึ่งแพ็กเกจที่คาดว่าจะได้รับความนิยมคือระดับราคา 400 บาท จากปัจจุบันที่มีแพ็กเกจให้เลือกใช้งานตั้งแต่ราคา 299 บาท สามารถใช้งานได้ 1.5GB และราคาสูงสุด 1,888 บาท ใช้งานได้ 75GB รวมถึงการนำเสนอทางเลือกในการใช้งานทั้งแบบ 1 เครื่อง มัลติซิม หรือแชร์การใช้งานภายในครอบครัว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภายในเดือนพฤษภาคมจะพร้อมเปิดให้บริการ 4จี แอดวานซ์ ได้ครบ 77 จังหวัด ด้วยจำนวนสถานีฐานรวมกว่า 14,000 สถานี จากปัจจุบัน 7,000 สถานี ใช้งานได้ 42 จังหวัด”

นอกจากการนำเสนอบริการที่มีคุณภาพผ่านเครือข่ายเอไอเอส บริษัทยังมีความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในการให้บริการคอนเทนต์และอุปกรณ์ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นเลิศทางเครือข่าย แอพพลิเคชั่น บริการ และบุคลากรอีกด้วย

“การแข่งขันในตลาดโทรคมนาคมช่วงนี้คาดว่าแต่ละค่ายจะมีกลยุทธ์ที่หลากหลาย ในการนำเสนอเพื่อให้บริการลูกค้า เชื่อว่าไม่ใช่การทำสงครามราคา แต่จะเป็นการนำเสนอแพ็กเกจสำหรับใช้บริการทั้งอินเทอร์เน็ต ค่าโทร และบริการคอนเทนต์อื่นๆ เข้ามารองรับความต้องการของลูกค้า”.

แวลลูฯ ปรับทัพ ตั้ง ‘ธงชัย’ คุมการขาย หวังพลิกกลยุทธ์การตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567801

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2559 16:05

 

แวลลู ซิสเตมส์ ประกาศแต่งตั้ง “ธงชัย พรรควัฒนชัย” ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ดูแลงานขายและการตลาดทั้งหมด มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2559…

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เดอะแวลลู ซิสเตมส์ จำกัด ในเครืออีซีเอสและวีเอสที ได้ประกาศแต่งตั้งให้ นายธงชัย พรรควัฒนชัย ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ดูแลด้านการขายและการตลาดของฝ่ายดิสทริบิวชันและฝ่ายเอนเตอร์ไพรส์ซิสเตมส์ รวมถึงดูแลระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและการสื่อสารการตลาดของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา

นายณรงค์ อิงค์ธเนศ ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทเดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างการบริหารงานใหม่ โดยแต่งตั้งให้นายธงชัย พรรควัฒนชัย ซึ่งเดิมดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ (COO) รับผิดชอบงานด้านการขายและการตลาดของฝ่ายดิสทริบิวชันและฝ่ายเอนเตอร์ไพรส์ซิสเตมส์ ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลักของเดอะแวลลูซิสเตมส์ รวมถึงดูแลระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (MIS) และการสื่อสารการตลาด (MarCom) ของบริษัททั้งหมด

“การปรับโครงสร้างในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนสืบทอดการบริหารธุรกิจของแวลลูฯ ก่อนที่ผมจะเกษียณอายุงานในสิ้นปี 2559 ซึ่งจะเร็วกว่าที่บริษัทกำหนดไว้ 1 ปี โดยแผนขั้นต่อไปหลังจากที่ผมเกษียณจากแวลลูฯ ไปแล้ว คือ คุณสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร (President) จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานบริหาร (Executive Chairman) แทนที่ผม และคุณธงชัยจะได้โปรโมตขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารแทนคุณสมศักดิ์ในที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้คุณธงชัยได้สัมผัสกับงานด้านการขายและการตลาดทั้งหมดของบริษัทอย่างใกล้ชิด ซึ่งผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจากประสบการณ์การทำงานของคุณธงชัยที่ได้คลุกคลีกับวงการไอทีบวกกับความเชี่ยวชาญด้านการบริหารช่องทางการจัดจำหน่ายที่สั่งสมมายาวนานเกือบ 30 ปี จะสามารถนำพาธุรกิจของแวลลูฯ ไปสู่ยุคใหม่ที่รุ่งเรืองและเติบโตขึ้นในภายภาคหน้าได้อย่างแน่นอน”

นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า ผมมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของคุณธงชัยเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถบริหารจัดการและนำพาธุรกิจของแวลลูฯ ไปสู่ยุคใหม่ที่เจริญก้าวหน้า ด้วยความสามารถในการกำหนดกลยุทธ์ที่ทรงประสิทธิภาพ การมีทักษะการบริหารจัดการในระดับสูง รวมถึงการมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งเวนเดอร์และดีลเลอร์ คือคุณสมบัติสำคัญที่ช่วยให้คุณธงชัยสามารถบริหารธุรกิจของแวลลูฯ ให้ดำเนินรุดหน้าไปด้วยความราบรื่นและประสบความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมต้องขอแสดงความยินดีกับคุณธงชัยมา ณ โอกาสนี้อีกครั้ง

นายธงชัย พรรควัฒนชัย ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากคุณณรงค์และคุณสมศักดิ์ มอบหมายให้ทำหน้าที่บริหารธุรกิจของเดอะแวลลูซิสเตมส์ต่อจากทั้ง 2 ท่าน ซึ่งผมยินดีที่จะทุ่มเทแรงกายแรงใจในการบริหารจัดการธุรกิจของแวลลูฯ ให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป

“สำหรับงานที่จะเริ่มดำเนินการเป็นอันดับแรกคือ การปรับการทำงานของฝ่ายดิสทริบิวชันและฝ่ายเอนเตอร์ไพรส์ซิสเตมส์ ที่แต่เดิมต่างฝ่ายต่างทำงานค่อนข้างเป็นเอกเทศจากกัน ก็จะปรับให้มีการประสานงานกันให้ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและลูกค้าที่มีความประสงค์จะซื้อผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่สินค้าในกลุ่มเอนเตอร์ไพรส์ไล่ลงมาจนถึงสินค้าในกลุ่มดิสทริบิวชันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และในอนาคตเราจะสร้างทีมเอนเตอร์ไพรส์และคอมเมอร์เชียลของฝ่ายดิสทริบิวชันให้มีการทำงานที่สอดคล้องและประสานกันด้วยดีเพื่อการดูแลลูกค้าของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมถึงการสร้างทีมเอสเอ็มบีที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งเพื่อตอบสนองแก่ลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้แวลลูฯ กลายเป็นผู้จัดจำหน่ายแบบเพิ่มมูลค่าในสายตาของเวนเดอร์ได้อย่างแท้จริง”.

เหมือนบันทึกไว้ในสมอง! บอกต่อวิธีดูภาพจากแชตที่รับ-ส่ง ด้วย ‘Messenger’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/567426

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 25 ม.ค. 2559 06:05

 

เรียกดูภาพถ่ายทั้งหมดจากแชต Messenger (แมสเซนเจอร์) ได้ง่ายๆ ผ่านทุกอุปกรณ์ เพียงเลือกหัวข้อรูปภาพที่แชร์…

แม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีทำหน้าที่บันทึกช่วยจำ ทำให้เราสามารถเก็บรักษาความทรงจำเพื่อระลึกถึงได้โดยสะดวก ผ่านรูปแบบต่างๆ อาทิ ภาพถ่าย วิดีโอ หรือข้อมูลที่เป็นไฟล์ดิจิตอล แต่การใช้งานข้อมูลต่างๆ อาจไม่มีความสะดวกเท่าที่ควร เนื่องจากการใช้งานสังคมออนไลน์หรือโปรแกรมในปัจจุบันนั้นมีข้อมูลเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ทำให้การค้นหาหรือเรียกดูข้อมูลเก่านั้นทำได้ยาก

ล่าสุด เว็บไซต์ cnet ได้อัพเดตเทคนิคค้นหาภาพถ่ายที่ถูกส่งหรือเคยได้รับจากโปรแกรม Messenger แชตสำหรับผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ซึ่งเทคนิคดังกล่าวสามารถใช้ได้กับโปรแกรม Messenger ทุกระบบปฏิบัติการ ทั้งแอนดรอยด์ ไอโอเอส และเว็บไซต์ เพื่อทำให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกดูไฟล์ภาพทั้งหมดที่เคยมีการรับหรือส่งเกิดขึ้นในบทสนทนาจากโปรแกรมดังกล่าว

หลายคนมีความทรงจำมากมาย…บนเฟซบุ๊ก

สำหรับผู้ใช้ Messenger ผ่านแอพพลิเคชั่นในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ สามารถเรียกดูภาพได้ทันที โดยเข้าไปยังแอพพลิเคชั่น Messenger จากนั้นให้กดเลือกผู้สนทนาที่ต้องการดูภาพที่เคยมีการแชร์ร่วมกัน แตะสัญลักษณ์จุด 3 จุด ซึ่งเรียงกันเหมือนอักษรไอที่อยู่ด้านบนทางขวามือ และเลือก Shared Photos (รูปภาพที่แชร์)

ส่วนผู้ใช้บนอุปกรณ์ระบบไอโอเอสนั้น สามารถเรียกดูภาพถ่ายทั้งหมดได้เช่นเดียวกับผู้ใช้แอนดรอยด์ เพียงทำการเลือกคู่สนทนาจากแอพ Messenger โดยกดเข้าไปที่ชื่อของผู้ติดต่อและเลือกหัวข้อ Shared Photos (รูปภาพที่แชร์)

เช่นเดียวกับ ผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ที่สามารถดูภาพทั้งหมดที่เคยรับหรือส่งระหว่างคู่สนทนา เพียงเข้าสู่เว็บไซต์เฟซบุ๊กและทำการเข้าสู่ระบบ จากนั้นให้เลือกหัวข้อ Messages (ข้อความ) ซึ่งปรากฏอยู่ทางด้านซ้ายมือ พร้อมทั้งเลือกชื่อคู่สนทนาที่ต้องการ และเลือกสัญลักษณ์รูปฟันเฟืองที่เขียนว่า Actions (การดำเนินการ) ที่อยู่ทางมุมบนด้านขวามือ หลังจากนั้นก็เลือก View Photos in Thread (ดูรูปภาพในหัวข้อการสนทนา)

เพียงเท่านี้ก็สามารถเรียกดูภาพทั้งหมด หรือจะบันทึกเก็บภาพเก่าไว้ดูก็ทำได้ตามสบาย…!

ที่มา : cnet

4 จีต้องพร้อมตอบโจทย์! ค่ายมือถือเร่งเครื่อง รับดิจิตอลไลฟ์สไตล์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/566055

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 16:05

 

เปิดเวทีสัมมนา 4จี ผู้ให้บริการเครือข่ายร่วมอัพเดตบริการ เตรียมความพร้อมขยายเครือข่ายทั่วประเทศ หวังครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศภายในสิ้นปี…

หลังเสร็จสิ้นการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ก็เข้าสู่ช่วงที่ผู้ใช้บริการรวมถึงผู้ให้บริการต่างเฝ้ารอ กับการเผยโฉมรูปแบบบริการใหม่ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ ด้วยความหวังที่ผูกไว้กับเทคโนโลยีว่าจะมีความรวดเร็วและรองรับการใช้งานในยุคชีวิตดิจิตอลได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งล่าสุด ผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) 4 ราย จาก ดีแทค, เอไอเอส,​ ทรู, ทีโอที ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเทคโนโลยี 4จี ในงานสัมมนา “Welcome 4G เทคโนโลยีเติมเต็มชีวิต จุดประกายธุรกิจใหม่” ซึ่งจัดโดยผู้จัดการไซเบอร์บิส เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์

รังสรรค์ จันทร์นฤกุล

โดย นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาดและเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริการที่คาดว่าจะมาแรงที่สุดในปีนี้คือบริการด้านมัลติมีเดีย ซึ่งได้รับความนิยมต่อเนื่องจากช่วงที่ผ่านมา ส่วนแนวโน้มด้านอินเทอร์เน็ตที่สำคัญคือความครอบคลุม ซึ่งในปีนี้บริษัทจะเน้นการทดสอบคุณภาพเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมมือกับโอเปอเรเตอร์ทุกรายในการเป็นพันธมิตรให้บริการจากโครงสร้างพื้นฐานที่ทีโอทีลงทุนไว้

ส่วนการให้บริการเพื่อรองรับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งให้ความสำคัญกับธุรกิจออนไลน์มากขึ้นนั้น บริษัทก็เล็งเห็นความสำคัญกับกลุ่มดังกล่าว และมีให้บริการโซลูชั่นเฉพาะกลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยว รวมถึงการพัฒนาเว็บไซต์บริการเพื่อให้ลูกค้ามีช่องทางที่รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น

ภัคพงศ์ พัฒนมาศ

นายภัคพงศ์ พัฒนมาศ รองผู้อำนวยการธุรกิจโมบายล์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากทรูได้เปิดให้ทดลองใช้บริการ 4จี ราว 2 ปี พบว่ามีผู้ใช้งานแล้วประมาณ 2 ล้านราย โดยแนวโน้มการขยายตลาด 4จี จากนี้จะเน้นการเพิ่มลูกค้าในกลุ่มโพสเพด (ระบบรายเดือน) ให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การขยายบริการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้บริการสะดวกขึ้นจากราคาอุปกรณ์และแพ็กเกจที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญของผู้ให้บริการคือคุณภาพเครือข่าย สาเหตุที่โอเปอเรเตอร์ต้องให้บริการก็เพื่อรองรับความต้องการใช้งานของลูกค้าอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความเร็วในการใช้งาน หลังจากมีคลื่นความถี่บนใบอนุญาตเป็นจำนวนมากที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

ฐิติพงศ์ เขียวไพศาล

นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและการขาย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า บริษัทเปิดให้ทดลองใช้บริการ 4จี ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา และจะเปิดตัวบริการ 4จี เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการวันที่ 26 มกราคมนี้ โดยปัจจุบันเอไอเอสมีลูกค้าที่ใช้อุปกรณ์สามารถรองรับ 4จี ได้มากกว่า 4 ล้านเครื่อง เชื่อว่าภายในสิ้นปี 2559 จำนวนผู้ใช้งาน 4จี ของเอไอเอสจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับ 4จี คือความเร็วในการให้บริการเป็นชื่อเทคโนโลยี ดังนั้นประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับคือความเร็วที่มากขึ้น บริการที่ทันสมัยมากขึ้น จากนี้เอไอเอสจะพัฒนาเครือข่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการให้บริการ” นายฐิติพงศ์ กล่าว

ปริศนา รัตนสุวรรณศรี

นางสาวปริศนา รัตนสุวรรณศรี ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานธุรกิจโพสต์เพด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คแซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า แม้ดีแทคจะไม่ได้คลื่นจากการประมูลใบอนุญาตที่ผ่านมา แต่บริษัทจะเร่งขยายโครงข่ายเพื่อให้บริการ 4จี โดยเร็ว ซึ่งภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมี 4จี พร้อมให้บริการได้ทั่วประเทศ

“จากผลสำรวจระบุว่าปัจจุบันคนไทยใช้สมาร์ทโฟนเฉลี่ย 6.6 ชั่วโมงต่อวัน และแตะสมาร์ทโฟนไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งต่อนาที สะท้อนให้เห็นว่าโอเปอเรเตอร์ต้องให้ความสำคัญกับเครือข่าย รวมถึงบริการ อุปกรณ์ และค่าบริการที่ต้องสามารถตอบสนองการใช้งานได้ทั้งกลุ่มผู้บริโภคและภาคธุรกิจ”

ทั้งนี้ ดีแทคพร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้บริการแก่ลูกค้า และอยากให้ทุกคนมั่นใจถึงบริการที่ดีที่สุด เพื่อสร้างการเข้าถึงและการใช้งานอย่างต่อเนื่อง.

ผลสำรวจ เผยคนไทยใช้เวลาบนจอสมาร์ทโฟนเพื่อดูวิดีโอนานติดอันดับโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565858

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 09:50

 

ผลสำรวจการตอบสนองโฆษณาบนวีดิโอสื่อดิจิตอล ของมิลวาร์ด บราวน์ พบว่า ผู้ใช้อุปกรณ์มัลติสกรีนในประเทศไทย ระบุคนไทยชมวีดิโอผ่านสื่อดิจิตอลมากกว่าโทรทัศน์ และยังติดกลุ่มประเทศที่ใช้เวลาสูงสุดบนหน้าจอ 4.1 ชั่วโมงต่อวัน…

ผลการวิจัยล่าสุดในหัวข้อ AdReaction: Video Creative in a Digital World, ของ มิลวาร์ด บราวน์ พบว่า ผู้ใช้อุปกรณ์มัลติสกรีน (multiscreen users) ในประเทศไทย ใช้เวลารับชมวีดิโอคอนเทนต์ผ่านสื่อดิจิตอลมากกว่าโทรทัศน์ โดยผู้บริโภคชาวไทยใช้เวลาอยู่กับหน้าจอรวมๆ แล้วนานถึง 463 นาทีต่อวัน ซึ่งร้อยละ 54 ของเวลาที่ใช้บนหน้าจอนั้นเป็นการชมวีดิโอคอนเทนต์นานถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน (246 นาที, 4.1 ชั่วโมง) เมื่อดูเจาะถึงเวลาในการชมวีดิโอนั้น พบว่า ร้อยละ 59 เป็นการรับชมผ่านช่องทางดิจิตอล เช่น สมาร์ทโฟน (76 นาที) แท็บเล็ต (29 นาที) แล็ปท็อป (42 นาที) และร้อยละ 41 รับชมผ่านทางโทรทัศน์ (102 นาที)

ผลวิจัยยังแสดงข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมอีกว่า ผู้บริโภคในประเทศไทยการใช้เวลาบนจอสมาร์ทโฟนสูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกถึงร้อยละ 20 ทำให้ไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้เวลากับการดูวีดิโอมากที่สุดในโลก โดยมีไนจีเรียติดอันดับประเทศที่ดูวีดิโอมากที่สุดในโลก คือ 4.5 ชั่วโมงต่อวัน และฮังการีเป็นประเทศที่ใช้เวลาในการดูวีดิโอน้อยที่สุด คือ 2.5 ชั่วโมงต่อวัน รายงานผลการวิจัยประจำปี 2558 ดังกล่าว จัดทำโดยบริษัท มิลวาร์ด บราวน์ บริษัทวิจัยชั้นนำของโลก ที่ได้มีการสำรวจผู้ใช้งานอุปกรณ์มัลติสกรีนผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต อายุระหว่าง 16-45 ปี จำนวนกว่า 13,500 คน ใน 42 ประเทศ  นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา ผลงานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมในการรับชมวีดิโอของผู้บริโภคว่า มีลักษณะการชมอย่างไร รับชมที่ไหน และทำไมถึงเลือกรับชมวีดิโอ ช่วงเวลาที่ผู้บริโภคเปิดดูโฆษณา และรูปแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานโฆษณาในการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านจออุปกรณ์ที่แตกต่างกันควรเป็นอย่างไร

สำหรับ ประเทศไทย ผลวิจัยระบุว่าการรับชมวีดิโอโดยส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่บ้านและผ่านสื่อโทรทัศน์เป็นหลัก ในขณะที่การชมวีดิโอผ่านสื่อดิจิตอลเกิดขึ้นทั้งที่บ้าน ในขณะเดินทางและที่ทำงาน ผลวิจัยยังพบอีกว่า โทรทัศน์มักเป็นช่องทางการบริโภคสื่อภายใต้บริบททางสังคม ซึ่งผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะดูทีวีร่วมกับสมาชิกคนอื่นในครอบครัว ส่วนการดูผ่านสื่อดิจิตอลนั้น ผู้บริโภคชาวไทยซึ่งมีมากถึงร้อยละ 50 มักทำโดยลำพัง

ผลวิจัย AdReaction ยังชี้ให้เห็นถึงโอกาสต่างๆ สำหรับบริษัทและนักการตลาดของไทย เพื่อสร้างสรรค์วีดิโอคอนเทนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ ดังนี้

1. คนไทยรับได้กับการเป็นเป้าหมายทางการตลาด แต่ไม่ชอบถูกสะกดรอยตาม ผลวิจัยพบว่าผู้บริโภคชาวไทยเป็นกลุ่มที่ยอมรับได้มากที่สุดสำหรับการถูกจัดให้เป็นกลุ่มเป้าหมายของวีดิโอโฆษณาตามแบรนด์ที่ตนชื่นชอบ (ประเทศไทยรับได้ร้อยละ 43 ทั่วโลกรับได้ร้อยละ 40) และตามความสนใจ (ประเทศไทยรับได้ร้อยละ 42 ทั่วโลกรับได้ร้อยละ 41) แต่ชาวไทยจะยอมรับน้อยที่สุดหากเป็นโฆษณาที่เข้าถึงตนโดยเป็นผลมาจากการ ติดตามประวัติการเข้าเว็บไซต์ โดยเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (ประเทศไทยรับได้ร้อยละ 27 ทั่วโลกรับได้ร้อยละ 25) ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า แอพพลิเคชั่นที่คำนึงถึงเรื่องความละเอียดอ่อนด้านความรู้สึกมาใช้กำหนดกลุ่มเป้าหมายน่าจะมีความเหมาะสมที่สุด

2. ความสำคัญของปัจจัยแวดล้อม ร้อยละ 43 ของผู้บริโภคชาวไทย กล่าวว่า มีแนวโน้มที่จะข้าม (Skip) การชมวีดิโอโฆษณาออนไลน์น้อยลง และจะรู้สึกสนใจมากขึ้นหากโฆษณาวีดิโอออนไลน์นั้นมีการนำเสนอสิ่งตอบแทน โดยเป็นรูปแบบโฆษณาที่คนไทยเปิดรับได้มากที่สุด นอกจากนี้ผู้บริโภคชาวไทยยังเปิดรับโฆษณาที่สามารถข้ามการรับชมได้ (ประเทศไทยรับได้ร้อยละ 28 ทั่วโลกรับได้ร้อยละ 34) และโฆษณาในรูปแบบที่มี click-to-play ที่ให้อำนาจผู้บริโภคในการเลือกรับชม (ประเทศไทยยอมรับร้อยละ 36 และทั่วโลกยอมรับร้อยละ 28) ผู้บริโภคยังรู้สึกด้วยว่าตนมีอำนาจในการเลือกรับชมโฆษณาผ่านสื่อดิจิตอล มากกว่าการชมผ่านโทรทัศน์ โดยคนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าอุปกรณ์ดิจิตอลที่ทำให้ตนรู้สึกว่ามีอำนาจมากที่สุดในการเลือกชมโฆษณาคือ แล็ปท็อป (ประเทศไทยลงความเห็นร้อยละ 69 ทั่วโลกลงความเห็นร้อยละ 63)

3. เนื้อหาสำคัญที่สุด ผลวิจัยระบุว่า การคำนึงถึงสื่อดิจิตอลตั้งแต่ขั้นตอนแรกของกระบวนการสร้างสรรค์งานโฆษณา เป็นสิ่งจำเป็น และควรคำนึงถึงความเหมาะสมของโฆษณาดังกล่าวเมื่อปรากฏบนจออุปกรณ์ต่างๆ และแม้รูปแบบของวีดิโอโฆษณาที่ผู้บริโภคสามารถกดข้ามได้ ยังคงเป็นสิ่งท้าทายสำหรับการสร้างสรรค์งานโฆษณา แต่ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ บริษัทจึงควรมุ่งสร้างความน่าสนใจให้เกิดขึ้นให้ได้ตั้งแต่ช่วงแรกของวีดิโอโฆษณา

นางสาวอุษณา จันทร์กล่ำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลวาร์ด บราวน์ ไฟร์ฟลาย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน เราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางต่างๆ ได้ในวงกว้าง แต่แบรนด์ต้องใส่ใจในรายละเอียดเมื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่ถนัดและรอบรู้การใช้สื่อดิจิตอล เพราะเราไม่สามารถใช้วิธีคิดแบบเดิมๆ แบบเดียวกับที่ใช้กับโทรทัศน์ได้อีกต่อไป ผลวิจัยนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวไทยได้พัฒนาไปพร้อมกับอิทธิพลของสื่อดิจิตอล และมีความต้องการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเลือกรับชมผ่านหน้าจอต่างๆ ดังนั้น นักการตลาดจึงควรปรับเปลี่ยนวิธีการรับมือให้เหมาะสม.

แปลงโฉมกันมั้ย? ส่อง 3 แอพเปลี่ยนหน้าให้สนุก ตามจินตนาการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565160

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ม.ค. 2559 06:05

 

แนะนำ 3 แอพพลิเคชั่นน่าสนใจสำหรับตกแต่งภาพ ใช้งานง่ายในไม่กี่ขั้นตอน ดาวน์โหลดได้ทั้งไอโอเอสและแอนดรอยด์…

หากเป็นเมื่อก่อน…การเปลี่ยนแปลงหน้าตาหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่ว่าจะเปลี่ยนมากหรือน้อย ล้วนต้องใช้วิธี “ศัลยกรรม” เป็นทางออก แต่ในยุคที่“เทคโนโลยี” เข้าใกล้ชีวิตเราอย่างที่สุดในปัจจุบัน บอกได้เลยว่าไม่ต้องเจ็บตัว แถมไม่ต้องเปลืองเงิน!

เพราะ “แอพพลิเคชั่น” สามารถดลบันดาลให้เราได้ทุกอย่าง อยากทำหน้าเนียน ปรับตาโต จมูกโด่ง ทำผอม หรือแม้แต่จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนอื่น ก็ทำได้ง่ายดายผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องโปรดของคุณ

สำหรับผู้ที่กำลังเบื่อๆ หรืออยากหาอะไรสนุกๆ ทำ… เราแนะนำให้คุณหยิบมือถือขึ้นมาดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นแปลกดูบ้าง! เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนตัวเอง แถมยังทำง่ายในไม่กี่ขั้นตอนและสามารถสร้างสรรค์ได้ทั้งแบบภาพนิ่งและวิดีโอ

Face Stealer
ชื่อเต็มของแอพพลิเคชั่นนี้คือ Face Stealer – Realtime Face Swap Booth FX บอกเลยว่าเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแต่งภาพหลากหลายแนว หรืออยากสวมบทบาทเป็นคนอื่นดูบ้าง! แอพนี้สามารถให้คุณเปลี่ยนภาพตัวเองได้ทั้งในรูปแบบภาพนิ่งและวิดีโอ แค่เลือกรูปแบบที่ชอบ ก็กดถ่ายภาพ ถ่ายเป็นวิดีโอได้ทันที พร้อมแชร์ไปให้เพื่อนๆ บนโลกโซเชียลได้เห็น ที่สำคัญดาวน์โหลดฟรีสำหรับผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการไอโอเอสอีกด้วย

ถ่ายวิดีโอได้เจ๋งๆ ด้วย… Face Stealer

VivaVideo
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งแอพสำหรับผู้ที่ชื่นชอบตกแต่งวิดีโอ ค้นหาได้ด้วยชื่อ VivaVideo หรือจะให้แน่ใจกับชื่อยาวๆ ก็ลองเพิ่มคำต่อท้ายให้ยาวขึ้นอีกว่า Free Video Editor, Movie Maker & Video Camera App ให้แน่ใจว่าดาวน์โหลดได้ถูกแอพจริงๆ จุดเด่นของแอพนี้ คือ สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งบนไอโอเอสและแอนดรอยด์ เหมาะกับคนที่ชื่นชอบสร้างสรรค์หรือตัดต่อวิดีโอที่สุด

แต่งวิดีโอได้ตามจินตนาการ จาก VivaVideo

PicsArt
ใครชอบแต่งภาพถ่ายให้มีสไตล์ แนะนำว่าไม่ควรพลาดแอพพลิเคชั่นนี้! เพราะวิธีการแต่งภาพภายในแอพนี้มีหลากหลายด้วยรูปแบบการปะติด ละเลงสี หรือแก้ไขภาพระดับมืออาชีพ แถมยังมีให้ดาวน์โหลดได้ทั้งบนไอโอเอสและแอนดรอยด์แบบฟรีๆ อีกด้วย รับรองว่าคุ้มสำหรับการดาวน์โหลด

แอพ PicsArt ช่วยให้ออกแบบไอเดียสนุกๆ

มาคลายเครียด ด้วยการเปลี่ยน (ภาพ) ตัวเองกันเถอะ….!

ถึงเวลาเปลี่ยนเทคโนโลยี! เดลล์ มั่นใจวินโดวส์ 10 หนุนคนใช้จ่ายตลาดไอที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565593

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 19:17

 

เดลล์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ชุดใหญ่ เปลี่ยนโฉมรับการมาของวินโดวส์ 10 ตั้งเป้ารักษาภาพลักษณ์แบรนด์ไฮเอนด์ พร้อมชูแนวคิดเอ็นทูเอ็นโซลูชั่น ให้บริการได้ครบวงจรนำเสนอลูกค้า…

นายธเนศ อังคศิริสรรพ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากเข้าสู่เป้าหมายในการเป็นผู้ให้บริการที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตั้งแต่ต้นจนจบ (เอ็นทูเอ็น โซลูชั่น) บริษัทยังคงยึดแนวทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการลูกค้าทั้งในภาคธุรกิจและผู้บริโภค โดยในปีนี้คาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์พร้อมให้บริการในกลุ่มธุรกิจไม่ต่ำกว่า 19 รุ่น และกลุ่มผู้บริโภคไม่ต่ำกว่า 22 รุ่น ขณะเดียวกันก็ยังมีการปรับโฉมผลิตภัณฑ์รุ่นเดิมอีกไม่ต่ำกว่า 20 รุ่นด้วย

อย่างไรก็ตาม จากสภาพตลาดไอทีที่ชะลอตัวมานาน เชื่อว่าถึงเวลาที่องค์กร และผู้บริโภคจะปรับเปลี่ยนเทคโนโลยี เพื่อรองรับการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาแนวโน้มการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเดลล์นั้น แบ่งเป็น ภาคธุรกิจ 65% และผู้บริโภค 35% โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับทั้ง 2 ส่วนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สำหรับปัจจัยสนับสนุนการลงทุนด้านไอทีของภาคองค์กรนั้น มาจากความต้องการเปลี่ยนเทคโนโลยีเพื่อรองรับรูปแบบการดำเนินงานด้านนวัตกรรม รวมถึงความต้องการสร้างการแข่งขันทางธุรกิจทั้งการแข่งขันภายในและต่างประเทศ ขณะที่ เทคโนโลยี 4จี ยังช่วยผลักดันให้เกิดการลงทุนด้านไอที และดิจิตอลคอนเทนต์ด้วย

“เดลล์ ยังคงรักษาภาพลักษณ์แบรนด์ระดับไฮเอนด์ ซึ่งไม่เน้นการทำตลาดแบบลดราคาเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า แต่เน้นความทันสมัย ให้ภาพลักษณ์ที่ดีในการใช้งาน และสามารถตอบสนองได้ด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย สำหรับกลุ่มนักศึกษา วัยเริ่มทำงาน ตลอดจนวัยทำงานที่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง รวมถึงกลุ่มธุรกิจสุขภาพ โทรคมนาคม ธนาคาร ภาคอุตสาหกรรม และเอสเอ็มบี ซึ่งเป็นลูกค้าหลักในส่วนองค์กรของเดลล์ โดยในปีนี้เดลล์จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำตลาดให้มากความหลากหลาย และน่าสนใจยิ่งขึ้นด้วย”

สำหรับเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่เดลล์เตรียมนำเสนอสู่ผู้ใช้งานนั้น เป็นความร่วมมือกับไมโครซอฟท์และอินเทล ภายใต้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 10 พร้อมระบบประมวลผลอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ รุ่นที่ 6 หรือ อินเทล ซีออน โปรเซสเซอร์ รุ่นล่าสุด สำหรับโมบาย เวิร์กสเตชั่น โดยผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่เดลล์นำเสนอ ได้แก่ โน้ตบุ๊ก ละติจูด13 7000, ละติจูด12 7000 และ ละติจูด11 5000 สำหรับกลุ่มองค์กร รวมถึงโซลูชั่น พรีซิชั่น เวิร์คสเตชัน, เดลล์ ออพติเพล็กซ์ เดสก์ท็อปยุคใหม่, จอเดลล์ อัลตร้าชาร์ป 30 อัลตร้า เอชดี 4เค โอแอลอีดี มอนิเตอร์แบบโอแอลอีดีตัวแรกของเดลล์ ซึ่งมีหลายผลิตภัณฑ์ที่พร้อมวางจำหน่ายและเตรียมเปิดตัวในเร็วๆ นี้

นายรชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจและการตลาดวินโดวส์ และเซอร์เฟซ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากเปิดตัววินโดวส์ 10 ปัจจุบันมีอุปกรณ์ต่างๆ ใช้งานระบบปฏิบัติการดังกล่าวกว่า 200 ล้านเครื่องทั่วโลก ทั้งยังส่งผลให้ยอดขายคอมพิวเตอร์ในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับความต้องการใช้งานวินโดวส์ 10 ส่วนการลงทุนระบบไอทีขององค์กรในประเทศไทยนั้น เชื่อว่าขณะนี้ทุกองค์กรกำลังให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อธุรกิจ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพ การเข้าถึงข้อมูลจากช่องทางต่างๆ และความสะดวกในการใช้งาน.

แค่มีไข่อะไรก็ง่าย! ‘ขายดี’ เปิดช่องทางใหม่ ใช้ไข่จ่ายแทนเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564071

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ม.ค. 2559 14:05

 

เว็บขายดี เปิดช่องทางใหม่การชำระเงินในชื่อ Kaidee Egg เสนอให้ใช้บริการพิเศษด้วยแพ็กเกจไข่ราคาถูกลง ตอบโจทย์คนซื้อของมือ 2 ผ่านออนไลน์…

นายทิวา ยอร์ค เฮดโค้ช เว็บไซต์ขายดี ผู้ให้บริการซื้อ-ขายสินค้ามือสองออนไลน์ เปิดเผยว่า ขายดี (Kaidee) จะเปิดตัวช่องทางชำระค่าบริการพิเศษ โดยใช้ไข่ขายดี (Kaidee Egg) ในการชำระค่าบริการ โดยมีค่าเงินเป็นหน่วยที่เรียกว่า เอ้ก เนื่องจากมีแนวคิดว่าคนไทยนิยมนำสิ่งของที่ไม่ได้ใช้มาแลกกับไข่ และปัจจุบันทุกบ้านล้วนต้องมีไข่ติดบ้าน ไข่จึงนับว่ามีความสำคัญและจำเป็นสำหรับคนไทย

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้นำร่องด้วยการเปิดตัวสมาชิกขายดี เพื่อรับชำระเงินค่าบริการพิเศษผ่านเอสเอ็มเอส (SMS) แต่พบว่าลูกค้าต้องการช่องทางการชำระเงินที่ง่ายและสะดวกโดยไม่ต้องการกดรหัสใดๆ จึงได้มีการศึกษาและพัฒนาระบบชำระเงินที่สะดวกขึ้นผ่านบริการล่าสุด เพื่อทำให้การเลื่อนประกาศง่ายขึ้นและถูกลงด้วย เปรียบเสมือนการนำไข่มาแลกกับการได้เลื่อนประกาศขายสินค้าให้อยู่ลำดับต้นๆ เพื่อให้มีคนเห็นสินค้าของคุณก่อนใคร โดยรูปแบบการใช้ไข่นี้จะเปิดให้ใช้งานได้ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. 2559

ใช้ “ไข่” ช่วยให้ลูกค้าเห็นสินค้าของคุณก่อนใคร

ถูกกว่าใช้รูปแบบ SMS

ซื้อง่าย… จะใช้ก็สะดวก

ทั้งนี้ ข้อดีของการเลื่อนประกาศด้วยวิธีชำระค่าบริการพิเศษจากไข่ Kaidee Egg คือ 1. ถูกลง จากการใช้ไข่ดังกล่าวในการชำระค่าบริการพิเศษ เนื่องจากราคาจะถูกกว่าการชำระผ่านเอสเอ็มเอส ทั้งยังเลือกได้ตามความต้องการ ด้วยแพ็กเกจที่มีให้เลือกตั้งแต่ 50 เอ้ก ไปจนถึง 2,500 เอ้ก พร้อมโบนัสยิ่งซื้อเยอะยิ่งคุ้ม 2. ง่ายขึ้น ไม่ต้องคอยพิมพ์รหัสและส่งเอสเอ็มเอสทุกครั้ง โดยสามารถจ่ายด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตเพียงครั้งเดียว จากนั้นสามารถใช้ไข่ Kaidee Egg เพื่อเลื่อนประกาศหรือใช้บริการพิเศษอื่นๆ โดยไม่ต้องพิมพ์ จนกว่าไข่ในแพ็กเกจของคุณจะหมด 3. สุขยิ่งขึ้น จากโอกาสให้คนได้เห็นสินค้าของคุณก่อนใคร เรียกว่าเพิ่มความสุขในการขายที่คุณจัดการได้ด้วยตนเอง.

ชูไอทีเพื่อการศึกษา ‘ล็อกซเล่ย์’ ลุยตลาดความรู้ หวังพลิกโฉมเรียนยุคใหม่!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/565001

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ม.ค. 2559 16:30

 

“ล็อกซเล่ย์” รุกตลาดโซลูชั่นเพื่อการเรียน หลังได้รับแต่งตั้งจากแอปเปิ้ลให้เป็นตัวแทนจำหน่ายโซลูชั่นการศึกษา ล่าสุดจับมือ “ม.หอการค้าไทย” ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียน…

นายธงชัย ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้ทำตลาดโซลูชั่นด้านการศึกษา ซึ่งเน้นการนำเสนอโซลูชั่นครบวงจรแก่สถาบันการศึกษา หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายด้านโซลูชั่นการศึกษา (Apple Authorized Education Reseller) จากบริษัท แอปเปิ้ล เซาท์ เอเชีย (ประเทศไทย) โดยในเบื้องต้นสามารถให้บริการไปแล้วประมาณ 7-8 แห่ง อาทิ โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ สีลม โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ โรงเรียนเซนต์โยเซฟทิพวัล โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย 2 เป็นต้น โดยล่าสุดบริษัทได้ลงนามความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อยกระดับการศึกษาสู่ระดับสากล

หลังจากการขยายธุรกิจด้านดังกล่าว ทำให้บริษัทมีรายได้ในปีที่ผ่านมา ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มรายได้เป็น 100 ล้านบาท จากจำนวนสถาบันการศึกษาที่ใช้บริการรวม 20 แห่ง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนด้านบุคลากรเพื่อทำการฝึกอบรมการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีที่เรียกว่า เอพีดี (Apple Professional Development) จากแอปเปิ้ลอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม พบว่ามีสถาบันการศึกษาให้ความสนใจใช้งานเทคโนโลยีเพื่อปรับโฉมสู่รูปแบบการเรียนสมัยใหม่เป็นจำนวนมาก ไม่เพียงแต่สถานศึกษาภาคเอกชนแต่ยังรวมถึงภาครัฐด้วย แต่การลงทุนด้านสมาร์ท คลาสรูม บริษัทจึงพยายามนำเสนอรูปแบบที่เหมาะสมทั้งการใช้งานและงบประมาณภายใต้ความพร้อมของแต่ละสถาบันการศึกษา ซึ่งบริษัทสามารถให้บริการได้ตั้งแต่งบประมาณเริ่มต้น 50,000 บาท โดยเฉพาะสถาบันที่มีวิสัยทัศน์ มุ่งสู่การใช้งานเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการเรียนการสอน ซึ่งเบื้องต้นยังคงเน้นสถานศึกษาในกรุงเทพฯ เป็นหลัก

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมีแนวคิดสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา ในรูปแบบที่เรียกว่าดิจิตอล เลิร์นนิ่ง ซิสเต็มส์ (Digital Learning Systems) ซึ่งได้มีการลงทุนด้านไอทีอย่างต่อเนื่องคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 5% จากรายได้ทั้งหมด โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้มอบไอแพด เพื่อเป็นอุปกรณ์ประกอบการเรียนแก่นักศึกษาทุกคน จำนวนกว่า 17,000 เครื่อง หรือคิดเป็นงบประมาณในส่วนดังกล่าวราว 80-90 ล้านบาทต่อปี รวมถึงมีการลงทุนพัฒนาระบบไวไฟไปแล้วกว่า 60 ล้านบาท

ปัจจุบันการเรียนในรูปแบบดิจิตอล เลิร์นนิ่ง ซิสเต็มส์ มีบทเรียนวิชาต่างๆ ถึง 800-900 บทเรียนในระบบดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของการเรียนในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม ภายหลังปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนมากขึ้น พบว่าได้รับความพึงพอใจจากทั้งนักศึกษาและอาจารย์ โดยสามารถวัดผลได้จากการเรียนของนักศึกษาซึ่งมีจำนวนผู้ได้รับเกรดเอ เพิ่มขึ้นเป็น 8% จากเดิม 5% ต่อวิชา

นอกจากนี้ ล็อกซเล่ย์และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม Apple Regional Training Centre ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เพื่อให้บริการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการแก่อาจารย์และนักศึกษา รวมถึงบุคลากรทางการศึกษาจากสถาบันต่างๆ ด้วยหลักสูตรที่ได้รับการออกแบบ โดยแอปเปิ้ล เอ็ดดูเคชั่น อีกด้วย.