แวร์เอเบิลมาแรง ‘ฟิตบิท เบลซ’ คว้า 17 รางวัลจากงาน CES 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563204

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ม.ค. 2559 14:05

 

‘ฟิตบิท เบลซ’ นาฬิกาอัจฉริยะสำหรับผู้ที่รักการออกกำลังกายรุ่นล่าสุด คว้า 17 รางวัล จากงาน CES2016 ที่ลาสเวกัส ด้าน ซีบีโอ ฟิตบิท เชื่อจะได้กระแสตอบรับไปในทางที่ดีไม่แพ้ในโซเชียลมีเดีย…

ฟิตบิท เบลซ อุปกรณ์สวมใส่ได้อัจฉริยะ หรือ แวร์เอเบิล สมาชิกใหม่ล่าสุดจากตระกูลฟิตบิท (FitBit) ผู้นำตลาดด้านอุปกรณ์การดูแลสุขภาพและกิจกรรมการออกกำลังกาย ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามจากนักวิจารณ์ชั้นแนวหน้า ที่เข้าร่วมงานคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ 2559 (Consumer Electronics Show: CES 2016) ซึ่งเป็นงานระดับโลกที่รวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคมาจัดแสดง ประจำทุกปี ที่เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

ฟิตบิท เบลซ เปิดตัวไปแล้วเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา ในงานแถลงข่าวของฟิตบิท ที่จัดขึ้นที่งาน CES 2016 ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับกระแสตอบรับอย่างดีตั้งแต่วันเปิดตัว มีคนพูดถึงบนโลกโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊กเป็นอันดับ 1 ทวิตเตอร์เป็นอันดับ 3 และได้เข้ารับรางวัลถึง 17 รางวัล ในฐานะที่ได้รับการยอมรับจากสมาชิกผู้สื่อข่าว ผู้นำในด้านอุตสาหกรรมนั้นๆ และผู้บริโภค

นายวู้ดดี้ สแคล ซีบีโอ (Chief Business Officer) ฟิตบิท กล่าวว่า ฟิตบิทได้มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยในเรื่องการออกกำลังกายและพยายามตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุด ฟิตบิทเป็นแอพพลิเคชั่นฟรีที่ได้รับความนิยมมากในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมา เป็นอันดับหนึ่งใน iOS แอพฯ สโตร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และจากที่ ฟิตบิท เบลซ ได้รับเกียรติเข้ารับรางวัลที่งาน CES 2016 พวกเราหวังว่าเมื่อฟิตบิท เบลซ วางจำหน่ายทั่วโลกในเดือนมีนาคมนี้ จะได้รับกระแสตอบรับไปในทางที่ดีเช่นกัน”

ฟิตบิท เบลซ จะเริ่มจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในเดือนมีนาคม 2559 นี้ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันฟีเจอร์การออกกำลังกายและฟิตเนสให้ก้าวไปอีกขั้น เช่น FitStar เทรนเนอร์ส่วนตัวบนหน้าจอ, เชื่อมต่อ GPS, โหมดออกกำลังกายหลากหลาย, และ PurePulse ฟีเจอร์ ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจบนข้อมือ เป็นนาฬิกาอัจฉริยะสำหรับการออกกำลังกายที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ได้เต็มที่กับการออกกำลังกายมากที่สุด ฟิตบิท เบลซ ออกแบบให้หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับสไตล์ของแต่ละคน และการแจ้งเตือนที่ชาญฉลาด ทั้งหมดอัดรวมอยู่ในนาฬิกาอัจฉริยะดีไซน์เก๋ที่เข้ากับชีวิตได้อย่างไร้รอยต่อ

คุณสมบัติของ ฟิตบิท เบลซ ได้แก่ คุณสมบัติเพื่อการออกกำลังกายที่เพิ่มขึ้น เช่น FitStar by Fitbit แสดงการออกกำลังบนหน้าปัด, เชื่อมต่อ GPS, PurePulse ฟีเจอร์ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ และ SmartTrack ที่สามารถติดตามการออกกำลังกายแบบอัตโนมัติ ช่วยเป็นแรงผลักดันให้ออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น และไปได้ไกลกว่าเดิม โดยฟิตบิท เบลซ มีการแจ้งเตือน ทั้งสายโทรศัพท์เรียกเข้า ข้อความ และการแจ้งเตือนนัดหมายในปฏิทินที่สามารถเชื่อมต่อได้ พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 5 วันติดต่อกัน.

ยุคใหม่เสียงดนตรี! ผุด ‘JOOX’ มิวสิกสตรีมมิ่ง แอพตอบโจทย์คนออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564515

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 20:30

 

สนุก ออนไลน์ เปิดตัวแอพพลิเคชั่น JOOX (จูคส์) เอาใจคนรักเสียงเพลง ด้วยรูปแบบแอพพลิเคชั่น ชูจุดเด่นใช้งานง่ายฟังได้ทั้งใช้เน็ตและไม่ใช้…

นายกฤตธี มโนลีหกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันรูปแบบการฟังเพลงทั่วโลกนิยมฟังแบบดิจิตอลผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น โดยพบว่าตั้งแต่ปี 2557 สัดส่วนการฟังเพลงออนไลน์อยู่ที่ 46% เท่ากับรูปแบบเดิมที่ 46% และรูปแบบต่างๆ 8% คิดเป็นมูลค่ารวม 14,000-15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ประเทศไทยยังมีสัดส่วนการฟังเพลงออนไลน์เพียง 2% แต่เชื่อว่าภายในอีก 2-3 ปีจากนี้ จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นและอยู่ในระดับเดียวกันได้ จากไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มีความคุ้นชินเทคโนโลยีและการมาของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 4จี

จากไลฟ์สไตล์ดังกล่าวของผู้บริโภคที่ชื่นชอบการฟังเพลงออนไลน์ (มิวสิกสตรีมมิ่ง) ส่งผลให้ตลาดเพลงดิจิตอลของไทยมีมูลค่าราว 1,200 ล้านบาท ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวแอพพลิเคชั่น JOOX เพื่อให้บริการเพลงออนไลน์ โดยไทยเป็นประเทศที่ 4 ในการเปิดให้บริการรองจากฮ่องกง, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นบนกูเกิล เพลย์ รวมกว่า 5 ล้านครั้ง

กฤตธี มโนลีหกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด

“อนาคต JOOX อาจเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถเติบโตและแข่งขันกับธุรกิจเกมรวมถึงธุรกิจอื่นๆ ได้ เนื่องจากยังไม่มีผู้ให้บริการลักษณะดังกล่าวในประเทศไทย แม้จะมีผู้ให้บริการมิวสิกสตรีมมิ่งในประเทศไทยอยู่บ้างแต่มีความแตกต่างกัน ด้วยจุดเด่นของ JOOX เช่น การใช้งานได้ต่อเนื่องแม้ว่าจะปิดหน้าจอไปแล้ว การฟังเพลงแบบออนดีมานด์ เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าการให้บริการดังกล่าวจะเป็นการสนับสนุนให้ผู้บริโภคหันมานิยมฟังเพลงแบบถูกลิขสิทธิ์มากขึ้น ซึ่งในอนาคตอาจมีการทำตลาดร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายเพื่อขยายโอกาสในการใช้งานด้วย โดยปัจจุบันผู้บริโภคที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์ 44% ระบุว่ามีการใช้จ่ายเพื่อซื้อเพลงออนไลน์ ขณะที่อีก 39% ระบุว่ามีการใช้บริการประเภทมิวสิกสตรีมมิ่ง”

สำหรับจุดเด่นของ JOOX คือ ความง่ายในการใช้งาน ผู้ใช้สามารถเลือกฟังเพลงได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์จึงมีความสะดวกสำหรับผู้ที่ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทั้งยังสามารถเลือกฟังออนไลน์ได้บนอุปกรณ์หลายประเภท เช่น เดสก์ท็อป โน้ตบุ๊ก และสมาร์ทโฟน โดยปัจจุบันมีเพลงพร้อมให้บริการถึง 3 ล้านเพลง จากค่ายเพลงในประเทศและต่างประเทศ อาทิ แกรมมี่, โซนี่-บีอีซี, ยูนิเวอร์แซล มิวสิค เป็นต้น โดยสัดส่วนกว่า 80% ของเพลงทั้งหมดจะเป็นเพลงที่สามารถเลือกรับฟังได้ฟรี ผ่านฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ อาทิ การค้นหาเพลงที่ชื่นชอบด้วยตนเอง การเลือกฟังเพลงจากเพลย์ลิสต์ที่คุณสร้างเองหรือเพลย์ลิสต์ที่มีผู้จัดไว้ หรือฟังเพลงจากสถานีวิทยุต่างๆ

ทั้งนี้ หลังจากบริษัทได้เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการประมาณ 2 เดือนในประเทศไทย พบว่า 71% ของผู้ใช้งาน JOOX นิยมเลือกฟังเพลงไทย โดยใช้งานเฉลี่ย 1.5 ชั่วโมงต่อวัน โดยเฉพาะเวลา 7.00-8.00 น. และ 21.00-22.00 น. และมีผู้เข้าชมแอพพลิเคชั่นถึง 20 ล้านสกรีนวิวต่อวัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ภายในปีแรกที่เปิดให้บริการ และมีผู้ใช้งานในรูปแบบวีไอพี (ซื้อเพลง) ไม่ต่ำกว่า 2 แสนราย ซึ่งเชื่อว่าในช่วงแรกที่เปิดให้บริการนี้ จะมีผู้ใช้งานรูปแบบวีไอพีประมาณ 2% จากผู้ใช้งานทั้งหมด.

เทคโนโลยีดักโกง! ปปง.ใช้ไอทีช่วยวิเคราะห์ หวังจับข้อมูลฟอกเงิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/564063

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ม.ค. 2559 16:18

 

“ปปง.” เล็งใช้เทคโนโลยี “แซส” ช่วยวิเคราะห์ธุรกรรมการเงินระดับโลก เลือกตาข่ายไอทีอัจฉริยะดักจับข้อมูลฟอกเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการจับข้อมูลฟอกเงิน…

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้แถลงความร่วมมือกับ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ในการนำเทคโนโลยีระดับโลกมาวิเคราะห์ธุรกรรมทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการทำงานด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ปัญหาการฟอกเงินถือเป็นปัญหาที่มีความสำคัญ เนื่องจากกระทบต่อสังคมและประเทศชาติ ทั้งยังมีการกระทำความผิดในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ในฐานะหน่วยงานหลักในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปปง. จึงร่วมมือกับ แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) โดยนำเทคโนโลยีที่เรียกว่า แซส (SAS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เปรียบได้กับสมองกล เพื่อเป็นตาข่ายไอทีอัจฉริยะในการดักจับธุรกรรมทางการเงิน และสรุปธุรกรรมต้องสงสัยได้ถูกต้อง เพื่อสนับสนุนการทำงานของ ปปง. ด้านการวิเคราะห์ธุรกรรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และคาดว่าหากมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ ก็จะช่วยเพิ่มปริมาณข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ธุรกรรมได้ในอนาคต

นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า เทคโนโลยีแซสได้รับการยอมรับ และรับรองจากหน่วยงานทางการเงินในประเทศสหรัฐฯ อาทิ ธนาคารกลาง นิวยอร์ก มีการใช้โซลูชั่นส์ดังกล่าวในการตรวจสอบกิจกรรมต่างๆ ของธนาคารกลาง 250 แห่ง ที่มีการเคลื่อนย้ายเงินผ่านระบบธนาคารกลางของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้เทคโนโลยีแซสขนาดใหญ่ที่วิเคราะห์ข้อมูลตลาด และสภาพคล่องของสถาบันต่างๆ ที่ได้รับการควบคุม ขณะเดียวกันก็ยังมีหน่วยงานต่างๆ ที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว อาทิ สำนักงานควบคุมเงินตรา (OCC) ซึ่งใช้เทคโนโลยีสถิติของแซส เพื่อตรวจสอบการทดสอบสภาพคล่องการทำงานและความเสี่ยงของธนาคารที่ได้รับการควบคุม, เครือข่ายการบังคับใช้กฎหมายอาชญากรรมทางการเงิน (FinCEN) และ สำนักงานบริการทางการเงิน สหราชอาณาจักร เป็นต้น.

เอาฤกษ์เอาชัยรับปีใหม่! แนะ 8 สิ่งเสริมพลัง ปรับฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563387

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ม.ค. 2559 05:30

 

จ๊อบส์ ดีบี แนะนำ 8 เทคนิคสำหรับปรับโต๊ะทำงานให้ฮวงจุ้ยดีต้อนรับปี 2559 เสริมพลังการงานให้ลื่นไหล พร้อมเพิ่มไฟให้ทุกวันทำงาน…

ผ่านเข้าศักราชใหม่มาครึ่งเดือนแล้ว! หลายคนอาจได้ปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างในชีวิต ในขณะที่หลายคนอาจยังใช้ชีวิตแบบเดิม หรือยังไม่ได้คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าคุณจะอยู่ในประเภทไหน เรามีเทคนิคดีๆ ที่ทำได้ง่ายแสนง่ายมาฝาก โดยขอเอาใจคนวัยทำงานเป็นพิเศษซักหน่อย กับ 8 เทคนิค ปรับฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานรับปี 2559 จากบริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด

“ฮวงจุ้ย” เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งที่มีผู้ให้ความเชื่อถืออย่างแพร่หลายไม่เฉพาะคนไทยหรือคนไทยเชื้อสายจีน แต่ยังรวมถึงผู้คนหลายเชื้อชาติ และประเทศแถบตะวันตก อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการต้อนรับโชคลาภและความเป็นสิริมงคลในการทำงานปีใหม่นี้ การเลือกจัดโต๊ะใหม่อาจเป็นสิ่งเล็กน้อยที่หลายคนมองข้าม แต่เชื่อได้ว่าหากได้ปรับทิศทาง ปรับสมดุลบนโต๊ะทำงานแล้วจะช่วยทำให้คุณรู้สึกสดใสได้แน่นอน ซึ่งจ๊อบส์ ดีบี แนะนำ 8 สิ่ง ที่ควรมีติดโต๊ะทำงานเพื่อกระตุ้นพลังงานในตัวเอง ทั้งยังเพิ่มความรู้สึกสดชื่น มั่นใจ พร้อมรับมือกับการงานในปีใหม่

1. Wallpaper หน้าจอคอมพิวเตอร์
เชื่อหรือไม่ว่าการเปลี่ยน Wallpaper ของคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊กให้เป็นรูปน้ำไหลเอื่อย หรือรูปปลา จะช่วยให้ชีวิตการทำงานของคุณสงบ ไม่วุ่นวาย ไหลเย็นเหมือนสายน้ำ

เลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งาน พร้อมจัดวางให้ถูกตำแหน่ง จะได้เสริมพลังและสะดวกใช้งาน

2. นาฬิกาตั้งโต๊ะ
นาฬิกานอกจากมีไว้เพื่อบอกเวลา… ในแง่ฮวงจุ้ยยังมีผลต่อความคิดและไอเดียของคุณอีกด้วย ลองหานาฬิกาแบบอนาล็อกสักตัวมาตั้งไว้ที่โต๊ะ รับรองว่าสมอง และความคิดของคุณจะบรรเจิดโลดแล่น พร้อมต่อยอดไอเดียได้แบบไม่ติดขัด และไม่ควรปล่อยให้เข็มนาฬิกาหยุดเดินเป็นเวลานานเพราะอาจส่งผลต่อไอเดียของคุณ ดูไม่เป็นมงคลกับชีวิตการทำงาน

3. เต่าคริสตัล
ตามความเชื่อของคนโบราณ เต่าคือสัตว์มงคล และถ้าเป็นเต่าคริสตัลก็จะยิ่งเสริมมงคลให้กับเรามากขึ้น เพราะในทางฮวงจุ้ยนั้นถือว่าแก้วคริสตัลเป็นสิ่งมงคลที่สุด

4. แก้วน้ำ และหิน
อีกวิธีการดูดซับพลังงานดีๆ ไว้กับตัว เพื่อเสริมดวงในการทำงาน… ควรหาแก้วใบเล็กๆ มาหนึ่งใบ ใส่น้ำสะอาดแล้วตั้งบนโต๊ะ หรือลองเติมไอเดียฟรุ้งฟริ้งด้วยการหาหินเก๋ๆ หรือหินสีที่ถูกโฉลกกับคุณมาใส่ไว้ด้วยกัน จะช่วยดึงดูดความโชคดีให้วิ่งมาหาคุณแบบไม่ขาดสาย หมั่นคอยเปลี่ยนน้ำในแก้วให้ใสอยู่ตลอด อย่าปล่อยให้ฝุ่นจับหรือสกปรกเป็นอันขาด เพราะจากที่ช่วยดูดพลังงานด้านดี

5. หลีกเลี่ยงการนั่งใต้คาน
อย่างที่โบราณว่าไว้…เวลานอนก็อย่านอนใต้คาน เวลานั่งทำงานก็เช่นกัน! การนั่งใต้คานจะทำให้คุณรู้สึกกดดัน มีความเครียดสูง และงานจะไม่ราบรื่น ดังนั้น หากเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง จะใต้คาน หรือจะบนคานก็อย่าไปอยู่เด็ดขาด

6. นักษัตร 12 ราศี
บรรดาสัตว์ใน 12 นักษัตร ต่างมีพลังงานเป็นของตัวเอง และบ่อยครั้งที่เราเชื่อว่าพลังงานของนักษัตรจะช่วยเสริมพลังด้านบวก แต่สิ่งเหล่านี้ก็มีพลังงานด้านลบ มีชงหรือถูกกันตามศาสตร์ทางด้านพยากรณ์ จึงไม่เหมาะที่จะนำมาตกแต่งบนโต๊ะทำงาน บางทีนักษัตรที่เรานำมาตั้งไว้อาจไม่ถูกกับเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า หรือเจ้านาย ดังนั้นอย่าเสี่ยงเลยจะดีกว่า

7. โทรศัพท์
หากคุณมีโทรศัพท์บนโต๊ะทำงาน ควรวางไว้ด้านขวามือ เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยให้ได้รับแต่ข่าวสารดีๆ การประสานงานลื่นไหล ไม่ติดขัด ซึ่งถ้ามองตามการใช้งานจริงๆ แล้ว เราก็มักจะถนัดการใช้งานโทรศัพท์ด้วยมือขวามากกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นนอกจากจะถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ยังทำให้ใช้สอยได้สะดวกมากขึ้นด้วย

8. เหลียวซ้าย แลขวา
มุมซ้าย มุมขวาของโต๊ะทำงานต่างก็มีความหมายกันคนละด้าน มุมซ้ายนั้นส่งเสริมในเรื่องของอำนาจ หากมีสิ่งของใดที่สูง เช่น ลิ้นชักเก็บของ ก็ควรนำมาวางที่มุมซ้าย เพื่อช่วยเสริมในเรื่องของอำนาจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ส่วนมุมขวานั้น เป็นมุมที่สนับสนุนในเรื่องของการติดต่อ ประสานงาน ควรวางสิ่งของที่มีความสูงไม่มาก เช่น โทรศัพท์ ก็จะช่วยให้การคุยงานต่างๆ ลื่นไหลมากขึ้น

ถึงจะไม่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ย หรือศาสตร์ความเชื่อต่างๆ แต่ลองสลับ จัดเปลี่ยนอุปกรณ์ข้าวของบนโต๊ะทำงานซะใหม่ ก็น่าจะสร้างบรรยากาศใหม่ๆ ในที่ทำงานได้ไม่น้อย…!

‘อีไอซี’ คาด SSD แทนที่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์แนะผู้ผลิตไทยปรับตัว เตรียมตลาดใหม่รองรับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/563232

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ม.ค. 2559 15:25

 

ภาพประกอบ ตัวอย่าฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ และ โซลิดสเตดไดรฟ์ ในท้องตลาด

‘อีไอซี’ คาด SSD มีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ชี้ ต้นทุนต่อความเร็วที่ต่ำกว่า แนะผู้ผลิตไทยปรับตัว มองหาตลาดใหม่รองรับ

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (อีไอซี) คาด โซลิดสเตดไดรฟ์ (SSD) มีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ในอัตราที่เร็วมากขึ้น จากความต้องการความรวดเร็วในการประมวลผลข้อมูลที่มากขึ้นในกลุ่ม high end PC และ hyper scale data center ในขณะที่ต้นทุนต่อหน่วยความจำของ SSD มีแนวโน้มลดลงมาใกล้เคียงกับ HDD และมีต้นทุนต่อความเร็วที่ต่ำกว่า

ความต้องการ HDD ในตลาดโลกมีแนวโน้มลดลง ปัจจุบัน SSD มีแนวโน้มที่จะเข้ามาแทนที่ HDD ในอัตราที่รวดเร็วมากขึ้นกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ เนื่องจาก SSD มีคุณสมบัติเฉพาะที่สามารถอ่านและบันทึกข้อมูลได้เร็วกว่า ทั้งนี้ ยอดขายของ SSD มีการเติบโตสอดคล้องกับความต้องการใช้งานข้อมูลจำนวนมากและรวดเร็วขึ้น ในขณะที่ยอดขาย HDD ทั่วโลกกลับทรงตัวหรือหดตัวลงเล็กน้อย มีการประมาณการว่ายอดขาย SSD จะมีสัดส่วนคิดเป็น 1 ใน 5 ของยอดขาย HDD ในปี 2015 อย่างไรก็ตาม หากมีการนำเอา SSD เข้ามาแทนที่ HDD ในสัดส่วนที่มากขึ้น ก็จะส่งผลกระทบในด้านลบต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทย เพราะไทยมีสัดส่วนการส่งออก HDD และชิ้นส่วนสูงถึง 1 ใน 3 ของยอดการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด หรือคิดเป็นประมาณ 5% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของประเทศ

คอมพิวเตอร์และ data center เปลี่ยนมาใช้ SSD มากขึ้น

คอมพิวเตอร์และ data center ที่มีความต้องการความเร็วสูงเปลี่ยนมาใช้ SSD มากขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากเดิมที่มองว่า SSD ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 5-10 ปี จึงจะมีการนำมาใช้อย่างแพร่หลาย แต่ในปัจจุบันมีการคาดการณ์ใหม่ว่าอาจเป็นไปได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการคาดการณ์จากต้นทุนต่อหน่วยความจำของ SSD ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ส่วนต่างของต้นทุนต่อหน่วยความจำระหว่าง HDD และ SSD หายไป โดยเฉพาะในส่วนการใช้งานที่มีความต้องการความเร็วสูงในคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะในกลุ่ม ultra book และ hyper scale data center นอกจากนี้ ยังพบว่า การนำ SSD เข้ามาใช้ในคอมพิวเตอร์ขององค์กรยังช่วยลดต้นทุนค่าบำรุงรักษาได้ถึง 20% อีกทั้งความเสียหายจากการใช้งานก็เกิดขึ้นน้อยกว่า HDD เนื่องจากไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนไหวส่งผลให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น ในขณะที่การใช้ SSD ใน data center ก็มีข้อได้เปรียบในเรื่องของการประมวลผลที่รวดเร็วกว่า สามารถตอบสนองการเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม hyper scale data center อย่าง Facebook หรือ Amazon ที่ความแตกต่างในหนึ่งวินาทีหมายถึงความแตกต่างในโอกาสการสร้างรายได้ โดยในช่วงปี 2013-2014 Amazon มียอดคำสั่งซื้อต่อวินาทีเพิ่มขึ้นจากประมาณ 1,000 รายการเป็น 1,300 รายการ  ดังนั้น แม้ว่าในปัจจุบัน SSD ยังคงมีต้นทุนต่อหน่วยความจำที่สูงกว่า HDD แต่เมื่อคิดต้นทุนรวมกับค่าบำรุงรักษา จะเห็นได้ว่าการใช้งาน SSD สามารถให้ต้นทุนที่ต่ำกว่า HDD ได้ในบางกรณี และยิ่งถ้าหากพิจารณาผลได้ผลเสียจากความเร็วที่เพิ่มขึ้นก็อาจให้ความคุ้มค่ามากกว่าด้วย

ผู้เล่นรายหลักของโลกปรับตัวแล้วเพื่อตอบสนองความต้องการ SSD ที่เพิ่มขึ้น

ในอดีตผู้ผลิต HDD มองว่า HDD จะเป็นอุปกรณ์หลักเพียงอย่างเดียวในการจัดเก็บข้อมูลและมองว่า SSD จะถูกใช้เป็นเพียงหน่วยบันทึกข้อมูลระยะสั้นอย่าง thumb drive หรือ RAM เท่านั้น แต่ในปัจจุบันผู้ผลิตรายใหญ่หลายรายต่างปรับตัวเสนอสินค้าและบริการด้านการจัดเก็บข้อมูลโดยนำเอา SSD มาใช้มากขึ้นเพื่อตอบโจทย์สำคัญให้กับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลสูง ยกตัวอย่าง กรณีของ Western Digital เข้าซื้อ SanDisk ซึ่งเป็นผู้ผลิต SSD จนทำให้รายได้รวมของทั้งกลุ่มมีสัดส่วนจาก SSD คิดเป็นกว่า 30% หรือ Toshiba เองก็มีแผนขยายกำลังการผลิต SSD เพื่อจับกลุ่มตลาด data center ส่วน Seagate ก็เพิ่ม SSD เข้ามาในรายการสินค้าและสร้างข้อตกลงร่วมกับ Micron ซึ่งเป็นผู้ผลิต SSD โดยที่ Micron เองก็จับมือกับ Intel เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพื่อเพิ่มความจุของการบันทึกข้อมูลที่มีชื่อเรียกว่า 3D Xpoint ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคมในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ Samsung Electronics ก็มีแผนขยายกำลังการผลิต SSD มากขึ้น โดยตั้งเป้าว่ารายได้จาก SSD จะมีสัดส่วนมากกว่ารายได้จากโทรศัพท์มือถือภายในปี 2017 โดยทางบริษัทได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีแบบใหม่ 3D NAND ซึ่งคล้ายกับ 3D Xpoint ของ Micron/Intel โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายนในปีที่ผ่านมาเช่นกัน และถัดมา ในช่วงต้นปีนี้เอง ทาง Samsung Electronics ก็ได้มีการเปิดตัว Portable SSD ที่มีความจุได้สูงถึง 2 TB เทคโนโลยีใหม่ทั้งสองดังกล่าวถูกมองว่าจะช่วยเร่งให้ต้นทุนต่อหน่วยความจำของ SSD ลดลงไปได้รวดเร็วมากขึ้นอีกจากความจุที่เพิ่มขึ้น

อินโฟกราฟฟิก เทียบ โซลิดสเตดไดรฟ์ กับ ฮาร์ดดิสก์

ไทยยังไม่มีส่วนร่วมในเครือข่ายการผลิต SSD

อย่างไรก็ดีการผลิต NAND ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของ SSD ยังคงมีการกระจุกตัวอยู่ที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นหลัก เนื่องมาจากมีมูลค่าขั้นต่ำในการลงทุนที่สูงถึง 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยความจำเป็นด้าน economy of scale ทำให้เป็นเรื่องยากที่ไทยจะสามารถดึงดูดการลงทุนใหม่แบบนี้ได้ นอกจากนั้น SSD ก็ไม่ได้ใช้ส่วนประกอบเดิมและมีจำนวนมากเหมือนกับส่วนประกอบของ HDD ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับ HDD ในปัจจุบันจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางธุรกิจ หากแนวโน้มความต้องการของ HDD ลดลงหรือถูกแทนที่ด้วย SSD ในอนาคตอันใกล้นี้ โดยเฉพาะชิ้นส่วนที่มีข้อจำกัดในการประยุกต์ใช้ร่วมกับสินค้าอื่น

ข้อเสนอแนะต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ในไทย

ผู้ผลิตชิ้นส่วน HDD ต้องเตรียมมองหาตลาดใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หากมีการใช้ SSD ทดแทน HDD มากขึ้น อีไอซีมองว่า ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตส่วนประกอบของ HDD ควรเริ่มกระจายโครงสร้างสินค้า เพื่อลดสัดส่วนการพึ่งพาความต้องการจาก HDD โดยวิธีหนึ่งทำได้โดยการต่อยอดทางเทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมที่เป็นสินค้า หรือบริการใหม่ เช่น ผู้ที่เคยผลิตมอเตอร์ขนาดเล็ก ก็อาจสามารถนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาปรับปรุง หรือดัดแปลง เพื่อรองรับการประยุกต์ใช้งานในหุ่นยนต์ หรือเครื่องมือทางการแพทย์ได้.

พร้อมคุยทุกภาษา! ปิ๊งไอเดียล่ามไซส์พกพา อุปกรณ์ช่วยแปลเครื่องจิ๋ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/561697

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ม.ค. 2559 05:30

 

บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น เปิดตัวอุปกรณ์ช่วยแปลภาษาชิ้นใหม่ ไม่ต้องใช้แอพหรืออินเทอร์เน็ตในการแปลภาษา หวังลดปัญหาด้านการสื่อสารระหว่างภาษา…

แม้ว่าการแปลภาษาจะไม่ใช่เรื่องยากในปัจจุบัน เพราะมีหลากหลายวิธีที่เทคโนโลยีสามารถอำนวยความสะดวกให้เราได้ แต่เหมือนว่ายังคงไม่ถูกใจมนุษย์ผู้ใช้งาน จึงมีความพยายามพัฒนาอุปกรณ์เพื่อรองรับการใช้งานให้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมคุณสมบัติลดความซับซ้อนในการเชื่อมต่อและใช้งาน

ล่าสุด ก็มีข่าวดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางไปต่างประเทศ หรือต้องติดต่อกับผู้คนหลากหลายภาษา เพราะ Logbar บริษัทสัญชาติญี่ปุ่น ได้เปิดตัวอุปกรณ์แปลภาษาชื่อ ili Wearable Translator (อิลี่ แวร์เอเบิล ทรานสเลเตอร์) โดยจุดเด่นของเจ้าเครื่องนี้อยู่ที่ความสามารถในการแปลภาษาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแอพพลิเคชั่น หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

สำหรับการใช้งานเครื่อง ili Wearable Translator นั้น ถูกออกแบบมาให้ผู้ใช้กดปุ่มที่ตัวเครื่อง ก่อนพูดประโยคที่ต้องการให้แปลภาษา ซึ่งเครื่องดังกล่าวจะแปลออกมาโดยอัตโนมัติ

ili Wearable Translator ล่ามแปลภาษา

แค่กดปุ่ม ก็แปลภาษาให้คุณได้ทันที

อย่างไรก็ตาม เครื่อง ili Wearable Translator ในรุ่นแรก จะรองรับเพียง 3 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน ส่วนรุ่นที่ 2 จะรองรับภาษาไทย ฝรั่งเศส และเกาหลี ขณะที่รุ่นถัดไปอาจรองรับภาษาสเปน อิตาลี และอาหรับ ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายนั้น คาดว่าจะเปิดให้จองสินค้าในช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายนของปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทผู้พัฒนาอุปกรณ์แปลภาษาดังกล่าว ยังได้เผยแพร่คลิป Kisses in Tokyo วิดีโอสาธิตการใช้งาน โดยแสดงถึงการทดลองของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ต้องการแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาญี่ปุ่น เพื่อสนทนากับหญิงสาวชาวญี่ปุ่น และขอจุมพิตกับพวกเธอ รับชมที่นี่.

ที่มา : ubergizmo , gottabemobile , ili

คนไทยชอบโหลดเกมติดมือถือ! ผุดเวที ‘GMASA 2016’ รวมพลคนทำแอพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/562119

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ม.ค. 2559 16:05

 

ชี้พฤติกรรมคนไทยนิยมดาวน์โหลดเกมบนสมาร์ทโฟน คาดอีก 2 ปีมูลค่าตลาดแอพเกมเกือบ 10,000 ล้านบาท ประเดิมจัดงาน GMASA 2016 ครั้งที่ 2 ในกรุงเทพฯ หวังสร้างโอกาสให้นักพัฒนาแอพชาวไทย พร้อมเปิดเวทีให้เจาะลึกข้อมูลกับเหล่ากูรู…

นายซีอาร์ เวนกาเตช กรรมการผู้จัดการและซีอีโอ บริษัท ดอทคอม อินโฟเวย์ เปิดเผยว่า ตลาดแอพพลิเคชั่นเกมของประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่เท่ากับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะแอพพลิเคชั่นเกมบนมือถือ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 40% ของแอพพลิเคชั่นทั้งหมด และอาจมีสัดส่วนถึง 60% ในปี 2560 โดยข้อมูลของ Applift ผู้ให้บริการด้านบริการตลาดแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ระบุว่าตลาดดังกล่าวมีมูลค่าผลประกอบการในปี 2557 ราว 93.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3,014 ล้านบาท) ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นเป็น 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 9,700 ล้านบาท) ภายในปี 2560

ทั้งนี้ ประเทศไทยถือเป็นตลาดสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่ในกลุ่มอาเซียน เนื่องจากมีการใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยในช่วงไตรมาสของปี 2558 คาดว่าจะมีสัดส่วนกว่า 180% เนื่องจากผู้บริโภคเป็นเจ้าของมือถือมากกว่า 1 เครื่อง อีกทั้ง 75% ของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนนั้นมีอายุน้อยกว่า 75 ปี มีการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ แอพพลิเคชั่นเกม วิดีโอและเพลง และซื้อสินค้าบนเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ

อย่างไรก็ตาม Apps World Mag บริษัทสัญชาติอินเดียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ DCI Group ได้ประกาศจัดงาน Global Mobile App Summit & Awards (GMASA 2016) เป็นครั้งที่ 2 ณ กรุงเทพฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ทำงานในแวดวงดิจิตอลและเทคโนโลยี รวมถึงผู้ประกอบการและนักการตลาดทั่วทั้งภูมิภาค ได้พบปะและรับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ด้านเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่น ซึ่งในปีนี้จะเน้นที่เกม และคาดว่าจะได้รับความสนใจจากนักพัฒนาเกมชาวไทยและต่างชาติกว่า 60,000 ราย

นอกจากนี้ ภายในงานดังกล่าวยังมีนิทรรศการด้านเทคโนโลยีบนมือถือในอนาคต รวมถึงการพูดคุยและวิเคราะห์แนวโน้มในอนาคต กลยุทธ์ และประสบการณ์การทำงานในตลาดโทรศัพท์มือถือจากผู้เชี่ยวชาญ ขณะเดียวกันก็ยังมีช่วงอภิปรายที่จะมีการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกในวงการมือถือ การพัฒนาแอพพลิเคชั่น เกม และสื่อดิจิตอล จาก 10 วิทยากร อาทิ ฟ้าใส พงษ์พิทักษ์โสภณ Strategic Partner Manager จาก Google, Markuu Lepisto ตำแหน่ง Principal Technology Evangelist จาก Amazon Web Services ประจำประเทศสิงคโปร์ และ Maya Hari ตำแหน่ง Director of Product Strategy & Sales จาก Twitter ทั้งยังมีการแข่งขันประกวดแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นอิสระและสตาร์ทอัพ ซึ่งเปิดรับผลงานถึงวันที่ 15 มกราคม 2559 และผู้ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย จะได้เข้ามานำเสนอผลงานในงาน GMASA 2016 อีกด้วย โดยผู้สนใจเข้าร่วมงานจะต้องซื้อบัตรเข้าร่วมงานผ่านhttp://bangkok2016.gmasa.org ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันที่ 22 มกราคม 2559 ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท เวลา 09.00–18.00 น.

ไม่หยุดแค่เน็ตเวิร์ก ทีพี-ลิงค์ บุกตลาดอุปกรณ์เสริม เอาใจคอไอที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560022

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2559 08:01

 

ทีพี-ลิงค์ เผยแผนการตลาดปี 2559 ขยายธุรกิจบุกตลาดอุปกรณ์เสริม (Accessories) ปี 2016 ทั้งลำโพงบลูทูธ พาวเวอร์แบงก์ และ ยูเอสบีฮับ 3.0 หวังเป็นทางเลือกให้ลูกค้า นอกเหนือจากอุปกรณ์เน็ตเวิร์กที่เป็นธุรกิจหลัก…

บริษัท ทีพี-ลิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์เน็ตเวิร์ก ประกาศแผนการตลาดของบริษัทในปี 2559 นี้ ได้นำผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เน็ตเวิร์กประเภทอุปกรณ์เสริม หรือแอสเซสเซอรี (Accessories) รุ่นใหม่ หลากหลายรุ่นเข้ามาเสริมทัพอีกหนึ่งไลน์ นอกเหนือจากอุปกรณ์เน็ตเวิร์กที่วางจำหน่ายอยู่แล้วในปัจจุบัน ได้แก่ Bluetooth Speaker รุ่น HA100 อุปกรณ์ที่ช่วยเปลี่ยนลำโพงธรรมดาให้เชื่อมต่อสัญญาณบลูทูธได้

Bluetooth Speaker รุ่น HA100

พาวเวอร์แบงก์รุ่น TL-PB10400

รวมทั้ง พาวเวอร์แบงก์รุ่น TL-PB10400 ความจุ 10400 mAh ที่ชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยี Smart charging

UH400 มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 4 พอร์ต

รวมถึงอุปกรณ์เพิ่มพอร์ต USB หรือ ยูเอสบีฮับ เพื่อเพิ่มการถ่ายโอนความเร็วสูง ทั้งรุ่น UH400 อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 4 พอร์ต, UH700 อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 7 พอร์ต, UH720 อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 7 พอร์ต และอีก 2 พอร์ตแบบชาร์จ 5V/2.4A ที่สามารถชาร์จได้ทั้งอุปกรณ์ที่เป็น iOS และ Android

UH700 อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 7 พอร์ต

UH720 อุปกรณ์ที่มาพร้อมกับพอร์ต USB 3.0 จำนวน 7 พอร์ต และอีก 2 พอร์ตแบบชาร์จ 5V/2.4A

UE300 เพิ่มพอร์ตแลนระดับกิกะบิตให้โน้ตบุ๊ก

UE300 เพิ่มพอร์ตแลนระดับกิกะบิตให้โน้ตบุ๊กสามารถเชื่อมต่อ และใช้งานได้เลยกับ Windows (XP / Vista / 7 / 8 / 8.1), Mac OS X (10.9 / 10.10), Linux OS.

สนุกแถมประโยชน์! ส่อง 5 แอพเอาใจวัยเรียนรู้ เสริมทักษะลูกน้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558968

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ม.ค. 2559 06:05

 

สำรวจ 5 แอพพลิเคชั่นสำหรับเด็กๆ เพื่อเสริมสร้างทักษะและการเรียนรู้ มีให้เลือกทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คัดลายมือ นิทาน และเกม…

แม้ผู้ใหญ่หลายคนจะมีมุมมองที่ไม่ดีนักต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ต เพราะกังวลว่าบุตรหลานจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลบได้ง่าย หรือจะทำให้เกิดพฤติกรรมเสพติดเทคโนโลยีจนไม่สนใจการเรียน

“ไทยรัฐออนไลน์” จึงขอนำเสนอแง่มุมที่ดีจากการใช้งานเทคโนโลยี กับวิธีเสริมสร้างทักษะและเตรียมพร้อมการเรียนรู้ให้เด็กๆ ผ่าน 5 แอพพลิเคชั่น ที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรจะดาวน์โหลดติดสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตคู่ใจ ให้ลูกน้อยได้เพลิดเพลินกับเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ในยุค 4จี

ภาษาอังกฤษ สำหรับเด็ก (มีเสียงอ่าน)
เหมาะสำหรับเป็นสื่อการเรียนการสอนของเด็กๆ เพื่อพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ อาทิ อักษร A-Z, ภาษามือ, ตัวเลข รวมถึงคำศัพท์พื้นฐานภาษาอังกฤษ พร้อมด้วยภาพและเสียงประกอบการใช้งาน ช่วยเสริมสร้างภาษาอังกฤษเบื้องต้นให้เด็กๆ ได้เป็นอย่างดี ทั้งยังดาวน์โหลดมาใช้งานได้ฟรี สำหรับผู้ใช้งานบนระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์

กอไก่ ฝึกอ่านไทย
สื่อการเรียนการสอนภาษาไทยก็มี สำหรับแอพพลิเคชั่นกอไก่ ฝึกอ่านไทย ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดทั้งบนระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์ได้ฟรี เหมาะสำหรับใช้เพื่อฝึกพัฒนาการภาษาไทยแก่เด็กๆ เพราะมีทั้งการอ่านออกเสียงพยัญชนะ สระ และการผันวรรณยุกต์ พร้อมด้วยภาพและเสียงประกอบ จึงง่ายต่อการอ่านออกเสียงตาม

คัดลายมือ
ต้องขอบคุณหน้าจอระบบสัมผัสของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตในปัจจุบัน ทำให้แอพพลิเคชั่นสามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ใช่เพียงการอ่านหรือชมภาพเท่านั้น เด็กๆ จึงสามารถฝึกคัดลายมือผ่านแอพพลิเคชั่นได้ด้วย เช่น แอพคัดลายมือ Thai Handwriting สำหรับผู้ใช้งานอุปกรณ์ตระกูลไอโอเอส หรือ แอพคัดลายมือ อ่าน เขียน เรียน ก ไก่ สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ตระกูลแอนดรอยด์

นิทานก่อนนอน นิทานอีสป (มีเสียงอ่าน)
สร้างความผ่อนคลายแต่แฝงด้วยคำสอนที่ดีงามให้กับเด็กๆ ด้วยแอพพลิเคชั่นเล่านิทานอีสป ซึ่งคุณสามารถเลือกนิทานเรื่องที่อยากให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ พร้อมกับความสะดวกเพียงกดที่รูปลำโพง ระบบก็จะทำการอ่านออกเสียงให้ด้วย เหมาะอย่างมากสำหรับดาวน์โหลดไว้เปิดเล่านิทานให้ลูกๆ หลานๆ ได้ฟัง

Dr.Panda’s Toy Cars
เป็นเกมที่จะช่วยให้เด็กๆ ได้ทั้งความเพลิดเพลินและฝึกทักษะ จากภาพจำลองเมืองสุขสันต์ในโลกแห่งจินตนาการ โดยพวกเขาสามารถเลือกขับรถประเภทต่างๆ เพื่อท่องไปในเมืองอย่างสนุกสนาน แต่มีค่าใช้จ่ายในการดาวน์โหลดทั้งบนระบบปฏิบัติการไอโอเอสและแอนดรอยด์.

ประมูลไม่ได้มีหนเดียว! บิ๊กเทเลนอร์ ยัน ไม่ทิ้ง ‘ดีแทค’ พร้อมขยาย 4G ทั่วไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/560067

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ม.ค. 2559 19:18

 

ซิคเว่ เบรคเก้ ผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเทเลนอร์ ย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจของดีแทค ชี้ พลาดประมูลครั้งนี้ไม่เป็นปัญหา พร้อมต้อนรับผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ธุรกิจโทรคมฯ…

หลังจากเสร็จสิ้นการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อช่วงสิ้นปี 2558 ก็มีหลายกระแสเกิดขึ้น ทั้งความกังขาในการให้บริการของผู้เล่นรายใหม่ที่เกิดขึ้น หลังจากเป็นผู้คว้าชัยในการประมูล ความไม่มั่นใจในผู้ให้บริการที่พลาดใบอนุญาต หรือแม้แต่กระแสถอนการลงทุนในธุรกิจ หลังพลาดหวังจากการประมูล

ล่าสุด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีเแทค ได้แถลงข่าวถึงทิศทางจากนี้ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจ โดยอดีต CEO ของดีแทคอย่าง “ซิคเว่ เบรคเก้” ซึ่งขณะนี้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของเทเลนอร์ ได้ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง

“ยืนยันว่า เทเลนอร์จะไม่ถอนการลงทุนจากดีแทคในประเทศไทยอย่างแน่นอน และจะสนับสนุนทุกการลงทุนที่ดีแทคต้องการ เนื่องจากเทเลนอร์มี 3 มุมมองในการดำเนินธุรกิจ คือ มีวิสัยทัศน์ระยะยาวในการลงทุน มีความเข้าใจธุรกิจว่าต้องมีทั้งช่วงที่เติบโตและตกต่ำ ประกอบกับปัจจุบันเอเชียเริ่มมีบทบาทในฐานะผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์และบริการ โดย 8 ใน 10 แบรนด์ชั้นนำก็มาจากแบรนด์เอเชีย อาทิ ซัมซุง หัวเว่ย วีแชต ไลน์ เป็นต้น เอเชียจึงกลายเป็นตลาดที่สำคัญของเทเลนอร์ และยังคงเป็นประเทศที่เทเลนอร์จะลงทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเอเชียอาจกลายเป็นผู้นำในการพัฒนาเชิงดิจิตอลในอนาคต” นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์กรุ๊ป กล่าว

ไม่ชนะประมูล “ดีแทค” ไม่เป็นไร!
นอกจากนี้ นายซิคเว่ ยังกล่าวอีกว่า ค่อนข้างรู้สึกประหลาดใจกับราคาการประมูลใบอนุญาตดังกล่าว เพราะเชื่อว่าในอนาคต รัฐบาลจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่บนย่านต่างๆ ออกมาใช้ประโยชน์ด้านโทรคมนาคม ทั้งคลื่นอื่น 700 850 1800 2300 2600 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเชื่อว่า ดีแทคยังสามารถมีโอกาสที่จะแข่งขัน และประมูลคลื่นในอนาคตอย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน คลื่นความถี่จำนวน 50 เมกะเฮิรตซ์ บนคลื่น 850 1800 2100 เมกะเฮิรตซ์ ที่ดีแทคมีอยู่ในปัจจุบันก็ถือว่ามีจำนวนน้อยกว่าคู่แข่งไม่มากนัก (บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีคลื่นความถี่สูงสุด มากที่สุด รวม 55 เมกะเฮิรตซ์ ได้แก่ คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ (ภายใต้สัญญาสัมปทานกับ บมจ.กสท โทรคมนาคม) จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์, 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 10 เมกะเฮิรตซ์, 1800 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์, 2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์) จึงเชื่อว่าคลื่นความถี่ที่มีอยู่ทั้งหมด จะเพียงพอต่อการให้บริการลูกค้า และจะสามารถเอาชนะคู่แข่งขันรายอื่นได้ สำหรับการใช้งานภายในช่วงเวลา 5 ปีจากนี้

“การที่ดีแทคไม่ต้องจ่ายเงินจำนวนมากให้กับการประมูลใบอนุญาตฯ ทำให้เรามีงบประมาณเพื่อพัฒนาโครงข่าย และบริการได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกำกับดูแล ได้เร่งจัดทำโรดแม็ปในการใช้คลื่นความถี่ให้ชัดเจนโดยเร็ว ซึ่งจากการที่ นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทคได้เข้าพบ นายอุตตม สาวนายน รมว.กระทรวงไอซีที แล้ว ก็มีความมั่นใจว่าในอนาคตจะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ออกมาใช้งานได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากการประมูลครั้งที่ผ่านมาสามารถสร้างรายได้ให้รัฐบาลเป็นจำนวนมาก จึงอาจเป็นเรื่องแปลก หากรัฐบาลไม่พยายามผลักดันให้เกิดความชัดเจนในการใช้งานคลื่นความถี่ที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ส่วนการประเมินมูลค่าคลื่นในการประมูลแต่ละครั้งนั้น เป็นเรื่องที่บริษัทจะพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัย เพื่อประโยชน์ และความเหมาะสมในการดำเนินธุรกิจระยะยาว”

เดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง…
สำหรับการลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะเป็นการลงทุนด้วยงบประมาณที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา หรือประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยขณะนี้ ดีแทคได้ดำเนินการขยายพื้นที่ให้บริการ 4จี อย่างต่อเนื่อง อาทิ แผนขยายซุปเปอร์สปีด 4จี จากกรุงเทพฯ ไปยังหัวเมืองจังหวัดต่างๆ และการให้บริการ 4จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการทั่วประเทศ รวมถึงการเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานจากเดิม 2 ล้านราย เป็น 4.5 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ ด้วยรูปแบบการแข่งขันใหม่ๆ ของดีแทคที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม

ยินดีต้อนรับน้องใหม่โทรคมฯ
ส่วนผู้ให้บริการรายใหม่ (บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด) ที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมนั้น บริษัทไม่กลัวผู้เล่นรายใหม่ แต่มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ตลาดโทรคมนาคมนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำธุรกิจ เพราะนอกจากการสร้างแบรนด์ ก็ยังมีการสร้างเครือข่าย และการดำเนินงานในด้านอื่นๆ อีกด้วย แต่ก็ขอให้โชคดี

มุมมองตลาดสื่อสารไทย…
เนื่องจากเทเลนอร์ทำตลาดในเอเชียมานานกว่า 15 ปี ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศสำคัญในการให้บริการของเทเลนอร์ โดยสามารถสร้างรายได้ให้กับเทเลนอร์ได้ในอัตราที่ใกล้เคียงกับนอร์เวย์ ซึ่งรายได้ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีที่ผ่านมา เทเลนอร์มีรายได้จากการบริการด้านโมบายล์ของไทย ราว 14.4% ขณะที่นอร์เวย์อยู่ที่ 8.5% อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มการใช้งานของลูกค้าชาวไทยที่มีสัดส่วนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงศักยภาพของตลาดเอเชียในการเป็นผู้พัฒนาบริการ และแอพพลิเคชั่น ก็เชื่อว่าไทยจะเป็นหนึ่งในตลาดที่สามารถเป็นผู้พัฒนาเพื่อตอบสนองการใช้งานด้านดิจิตอลด้วยความคิดสร้างสรรค์ รองรับเทรนด์การใช้งานอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงค์ ที่เน้นการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์กับอุปกรณ์ และเทรนด์การให้บริการ 4จี อีกด้วย.