อินเทล โชว์นวัตกรรมเทคโนโลยียกระดับชีวิตสู่ยุคดิจิตอลในงาน CES 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559558

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ม.ค. 2559 07:25

 

อินเทล เปิดประสบการณ์ตื่นตาตื่นใจในงาน CES 2016 ที่ลาสเวกัส ด้วยการยกระดับวงการกีฬาไปสู่โลกดิจิตอล วิทยาการด้านสุขภาพ ดนตรี วิทยาการหุ่นยนต์ และสิ่งประดิษฐ์ รวมทั้งเผยโฉมนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรต่างๆ…

ที่งานอินเตอร์เนชั่นแนล คอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ (CES 2016) นครลาสเวกัส อินเทล คอร์ปอเรชั่น นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเพื่อสร้างประสบการณ์ตื่นตาตื่นใจในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับวงการกีฬาไปสู่โลกดิจิตอล ไปจนถึงวิทยาการความก้าวหน้าด้านสุขภาพ เพื่อปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ผ่านดนตรี ศิลปะ วิทยาการหุ่นยนต์ และสิ่งประดิษฐ์ นอกจากนี้ อินเทลยังได้ประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ พร้อมเผยโฉมผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สร้างความมหัศจรรย์ให้ชีวิต

นายไบรอัน เคอซานิทช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) อินเทล กล่าวถึงความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าวงการกีฬาด้วยการนำเทคโนโลยี และการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการยกระดับประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย อินเทลประกาศความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์ช่องกีฬา ESPN และ Red Bull Media House เพื่อออกแบบโซลูชั่นส์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับนักกีฬา และจะสร้างประสบการณ์การชมกีฬาที่น่าทึ่ง นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับแบรนด์กีฬาชื่อดังอย่าง New Balance และ Oakley เพื่อพัฒนาอุปกรณ์กีฬาให้ทันสมัย และออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น

นายไบรอัน เคอซานิทช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) อินเทล คอร์ปอเรชั่น

เทคโนโลยีของอินเทลยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คน คิดค้น สร้างสรรค์ และค้นหาสิ่งแปลกใหม่ นายไบรอัน เคอซานิทช์ ได้ประกาศความร่วมมือระยะยาว กับ The Recording Academy ในโครงการ Next Generation of GRAMMY Moments พร้อมให้การสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสประสบการณ์ความบันเทิง และมีส่วนร่วมกับศิลปิน ด้วยวิวัฒนาการของเทคโนโลยีในวงการเพลง โดยจะเริ่มต้นประเดิมโครงการด้วยศิลปินไอคอนระดับโลก เจ้าของ 6 รางวัลแกรมมี่อวอร์ด “เลดี้ กาก้า”

ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการเน้นย้ำเทรนด์แห่งอนาคตทั้ง 3 ประการ ที่นายเคอซานิทช์ เคยกล่าวไว้ ได้แก่ โลกยุคใหม่ที่เชื่อมโยงกัน, เทคโนโลยีที่สามารถทำงานได้เหมือนประสาทสัมผัสของมนุษย์, และประมวลผลที่สามารถปรับแต่งเพื่อรองรับความต้องการเฉพาะบุคคลได้มากขึ้นกว่าเก่า

“เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และการเข้าถึงได้มากขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน” นายเคอซานิทช์ กล่าว “ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนเลือกประสบการณ์การใช้งานมากกว่าตัวผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีของอินเทลได้เป็นตัวกระตุ้นในการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ และตื่นตาตื่นใจให้เกิดขึ้น รวมถึงเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสังคมและโลกที่เราอยู่” ซีอีโอ อินเทล กล่าว

อินเทล จะใช้วัสดุจากแหล่งแร่ที่ปราศจากความขัดแย้งในผลิตภัณฑ์มากขึ้น

นายเคอซานิทช์ เน้นย้ำว่า อินเทลยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นความท้าทายทางสังคม ที่แวดวงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเผชิญ รวมถึงการวางแผนรับมือการต่อต้านการคุกคามทางออนไลน์ ร่วมกับ Vox Media และ Re/code เพื่อสนับสนุนความหลากหลายและการเข้าถึง โดยนายเคอซานิทช์ ยังยืนยันว่า อินเทลกำลังก้าวสู่อีกขั้นที่มากกว่าการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมการประมวลผล แต่ยังให้ความสำคัญในด้านจริยธรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยจะใช้วัสดุจากแหล่งแร่ที่ปราศจากความขัดแย้งในผลิตภัณฑ์ที่มากขึ้น

“เมื่ออินเทลเริ่มต้นดำเนินงานกับปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับแหล่งแร่ธาตุ และช่องว่างทางความหลากหลาย และการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ทุกคนล้วนบอกกับเราว่า เป้าหมายของเรานั้นเป็นสิ่งที่เป็นอุดมคติและเป็นไปไม่ได้ ความพยายามของเราทุกคนแสดงให้เห็นว่า เราสามารถทำธุรกิจด้วยวิธีใหม่ที่ช่วยพัฒนาความเป็นมนุษย์” ซีอีโอ อินเทล กล่าว

ชิปอินเทล เคียวรี่ ที่นำไปติดตั้งไว้บนสโนว์บอร์ด เพื่อใช้ในการแข่งขัน Snowboard Slopestyle และ Snowboard Big Air ประเภทชาย เพื่อแสดงผลข้อมูลการแข่งขันแบบเรียลไทม์

อินเทล ประกาศความร่วมมือกับสถานีกีฬา ESPN นำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อยกระดับการแสดงผลข้อมูลในการแข่งขันกีฬา ‘X Games Aspen 2016’ ด้วยประสิทธิภาพของชิปอินเทล เคียวรี่ ที่นำไปติดตั้งไว้บนสโนว์บอร์ด เพื่อใช้ในการแข่งขัน Snowboard Slopestyle และ Snowboard Big Air ประเภทชาย เพื่อแสดงผลข้อมูลการแข่งขันแบบเรียลไทม์ เช่น การหมุนตัวกลางอากาศ ความสูงของการกระโดด ระยะทางในการกระโดด ความเร็ว และแรงในการลงสู่พื้น การเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถพัฒนาฝีมือ นอกจากนี้ ในการรับชมการแข่งขัน ผู้ชมทั้งทางบ้านและในสนาม สามารถรับฟังการวิเคราะห์ที่รวดเร็ว สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ การแข่งขันจะถ่ายทอดสดผ่านทางช่อง ESPN และ ABC

สาธิตความสามารถของเทคโนโลยีอินเทล เคียวรี่

อินเทล และ Red Bull Media House ประกาศความร่วมมือระดับโลก ซึ่งจะขยายผลไปยังแพลตฟอร์ม และช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น นายอานเดรอาส กาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยีของ Red Bull Media House ได้ปรากฏตัวบนเวทีคู่กับ นายเคอซานิทช์ เพื่อสาธิตความสามารถของเทคโนโลยีอินเทล เคียวรี่ ที่ช่วยให้นักกีฬา และผู้ชมสามารถรับข้อมูลสมรรถนะของนักกีฬาจากการแข่งขันได้ทันที พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวถึงผลงานการพัฒนาอีกมากมายที่กำลังจะตามมาในปี 2559 นี้

อินเทล ร่วมมือกับ Replay Technologies เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ในการรับชมให้กับแฟนกีฬา ทั้งผู้ชมทางบ้านและในสนามแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยี FreeD จาก Replay ซึ่งทำให้ผู้ชมสามารถรับชมช่วงเวลาสำคัญของการแข่งขันย้อนหลังได้จากหลากหลายมุมมอง และยังสามารถตัดต่อและแชร์คลิปในแบบของตัวเองได้อีกด้วย เทคโนโลยี FreeD ขับเคลื่อนโดย อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจอเนอเรชั่นที่ 6 และ อินเทล เซิร์ฟเวอร์ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ความบันเทิงเหนือระดับ

อินเทล และ New Balance ประกาศความร่วมมือทางกลยุทธ์ในการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับอุปกรณ์สวมใส่

อินเทล และ New Balance ประกาศความร่วมมือทางกลยุทธ์ในการพัฒนาเทคโนโลยี สำหรับอุปกรณ์สวมใส่ (Wearable) ที่เชื่อมโยงนักกีฬาเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักกีฬา โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนกกีฬาดิจิตอลของ New Balance นายเคอซานิทช์ และ นายร็อบ เดอมาร์ตินี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ New Balance ได้สวมรองเท้าวิ่ง ซึ่งผลิตโดยเฉพาะจากเทคโนโลยี 3-D printed midsoles ขับเคลื่อนด้วยอินเทล เรียลเซนส์ และยังได้เผยถึงแผนการพัฒนานาฬิกาข้อมือสำหรับนักกีฬา ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงเทศกาลวันหยุด ปลายปี 2559

Oakley และ อินเทล เผยโฉม Radar Pace แว่นตาอัจฉริยะที่มาพร้อมระบบสั่งการด้วยเสียง และให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์เป็นครั้งแรกในโลก Oakley เป็นแบรนด์แรกในเครือ Luxottica ที่อินเทลร่วมพัฒนาแว่นตาสำหรับกีฬาระดับพรีเมียมที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีของอินเทล ผสานกับกระบวนการผลิตที่ประณีต และวัสดุที่มีคุณภาพของ Oakley แว่นตาอัจฉริยะนี้จะช่วยให้นักวิ่ง นักปั่น และผู้รักการออกกำลังกาย ได้รับข้อมูล และผลวิเคราะห์ในขณะฝึกซ้อมหรือแข่งขัน เพื่อติดตามผลงาน และพัฒนาศักยภาพของตนเองแบบเรียลไทม์

ศิลปินระดับไอคอนชื่อก้องโลก เลดี้ กาก้า เจ้าของ 6 รางวัลแกรมมี่อวอร์ด ได้แถลงวันนี้ถึงความร่วมมือกับอินเทล หลังจากที่อินเทลได้ประกาศความร่วมมือระยะกลางกับ เดอะ เรคคอร์ดดิ้ง อคาเดมี (The Recording Academy) ภายใต้โครงการ Next Generation of GRAMMY Moments ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงสัปดาห์การแจกรางวัลแกรมมี่อวอร์ด ในเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้

เลดี้ กาก้า กล่าวว่า อินเทลได้ร่วมมือกับ เฮาส์ ออฟ กาก้า (Haus of Gaga) เพื่อริเริ่มโครงการที่จะนำเสนอเทคโนโลยีที่สร้างจากความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ความร่วมมือนี้เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อย้ำเตือนโลกถึงความสำคัญของการปลูกฝังนวัตกรรม แม้ว่า เลดี้ กาก้า จะไม่แสดงผลงานใหม่ล่าสุดสำหรับโครงการครั้งนี้ แต่เธอให้คำมั่นสัญญาว่า จะนำเสนอประสบการณ์ที่โลกจะไม่มีวันลืม

กลุ่มรายการโทรทัศน์ของ เอ็มจีเอ็ม พร้อมด้วยประธานฝ่ายรายการดิจิตอล นายมาร์ค เบอร์เน็ตต์ ได้ร่วมกับ นายเคอซานิทช์ บนเวที เพื่อนำเสนอตัวอย่างของรายการการแข่งขัน America’s Greatest Makers ซี่งเป็นรายการแข่งขันของนักประดิษฐ์ที่มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาให้กลายเป็นความจริง ตั้งแต่การพัฒนาระบบดูแลสุขภาพ วิธีการสื่อสารแบบใหม่ ไปจนถึงการทดสอบขอบเขตของจินตนาการ

รายการนี้จะออกอากาศเป็นครั้งแรกในช่วงกลางปีนี้ทางสถานีโทรทัศน์ ทีบีเอส (TBS) โดยรายการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือครั้งใหญ่ ที่รวมถึงการได้ออกอากาศทางการรายงานข่าวของ CNN.com Bleacher Report และแบรนด์อื่นๆ ในเครือของเทอร์เนอร์อีกด้วย นอกจากนี้แล้ว ยังมีการเปิดตัวศูนย์ข้อมูลความรู้ออนไลน์ www.americasgreatestmakers.com เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับนักประดิษฐ์ นวัตกรรมล่าสุด และการอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยี รวมทั้งข้อมูลดิจิตอลที่น่าสนใจในทุกๆ สัปดาห์อีกด้วย

ซีอีโอ อินเทล และ ยูนีค ไต้ฝุ่น เอช โดรนที่มีเทคโนโลยี อินเทล เรียลเซนส์ เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ

ภายในงาน CES 2016 อินเทล ได้นำเอาเทคโนโลยีของอินเทลมาใช้กับอากาศยานไร้คนขับ หรือ UAVs นายเคอซานิทช์ ได้สาธิตเครื่อง ยูนีค ไต้ฝุ่น เอช (Yuneec Typhoon H) ที่มีเทคโนโลยี อินเทล เรียลเซนส์ (Intel RealSense technology) ที่ช่วยให้ตัวเครื่องมีความสามารถในการหลบเลี่ยงการปะทะ และจะวางจำหน่ายในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

เครื่องเซคเวย์ ไนน์บ็อท ที่แปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ แพลตฟอร์มที่ใช้เป็นตัวกล้อง อินเทล เรียลเซนส์ ZR300 สามารถตอบโต้กับผู้ใช้งาน และเซ็นเซอร์ต่างๆ ภายในบ้านได้

สำหรับด้านวิทยาการหุ่นยนต์ นายเคอซานิทช์ ได้นำเสนอพาหนะส่วนตัวแบบเครื่องเซคเวย์ จากแบรนด์ ไนน์บ็อท ที่แปลงร่างเป็นหุ่นยนต์ได้ แพลตฟอร์มที่ใช้เป็นตัวกล้อง อินเทล เรียลเซนส์ ZR300 สำหรับขับเคลื่อนในสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้อย่างดีและสามารถตอบโต้กับผู้ใช้งาน และเซ็นเซอร์ต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างชาญฉลาด เนื่องจากมีการใช้หน่วยประมวลผล อินเทล อะตอม เซคเวย์ ต้องการที่จะวางจำหน่ายหุ่นยนต์นี้ และจะริเริ่มด้วยการนำเสนออุปกรณ์สำหรับดีเวลลอปเปอร์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้.

Belkin เปิดตัว โซลูชั่น USB-C เอาใจผู้ใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อ ในงาน CES 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559523

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2559 17:55

 

เบลกิ้น เผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่กลุ่มโซลูชั่นผลิตภัณฑ์ USB-C ขยายการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ให้มากขึ้น เพื่อใช้งานกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่มาพร้อมพอร์ต USB-C เพื่อให้ผู้ใช้งานชาร์จ โอนถ่ายข้อมูล และซิงค์ได้อย่างรวดเร็ว ที่งาน CES 2016…

เบลกิ้น (Belkin) เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Belkin USB-C พร้อมกันครั้งแรกที่บูธ Belkin ในงาน CES2016 ระหว่างวันที่ 6-10 มกราคม 2559 สำหรับ Belkin 4-Port Mini Hub มีการออกแบบมาพร้อมพอร์ต USB-C จำนวน 2 พอร์ต และ USB-A จำนวน 2 พอร์ต เพื่อขยายการเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์ต่างๆ จากโน้ตบุ๊ก เพียงเสียบ Belkin 4-Port Mini Hub เข้ากับโน้ตบุ๊กและต่ออุปกรณ์ USB-C อื่นๆ เช่น แฟลชไดร์ฟ, เมาส์, คีย์บอร์ด ที่พอร์ตนี้ก็สามารถใช้งานได้ทันที

Belkin 4-Port Mini Hub

นอกจากนี้ USB-C ยังสามารถเชื่อมต่อกับ HDTV หรือ 4K/Ultra HDTV ได้ผ่าน USB-C to HDMI รองรับความละเอียดถึง 4K (4K@60Hz) ทำให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ในการรับชมภาพที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับการชาร์จอุปกรณ์ภายในรถหรือบ้าน ชุดอุปกรณ์ USB-C to USB-A Charging Kits ได้รับการออกแบบให้สามารถชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ได้ทั้งในบ้านและในรถได้อย่างสะดวก ประกอบด้วยสาย USB-A to USB-C ความยาว 180 เซนติเมตร และที่ชาร์จ 2.1 แอมป์ ทั้งนี้ USB-A เป็นพอร์ตมาตรฐานที่สามารถใช้งานได้กับทุกดีไวซ์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต อุปกรณ์สวมใส่ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ชาร์จผ่านพอร์ต USB-A ได้อย่างสะดวก

ด้านหลังสามารถพับสายเก็บได้

เมโลดี้ เทคสัน ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ Belkin กล่าวว่า เบลกิ้น มุ่งมั่นที่ในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเพื่อรักษามาตรฐานของแบรนด์ สำหรับ USB-C ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้นี้ จะสร้างโซลูชั่นการเชื่อมต่อการทำงานได้อย่างสะดวก ไร้ที่ติ ในฐานะผู้นำด้านอุปกรณ์เชื่อมต่อไอที เบลกิ้นตระหนักถึงความสำคัญของการมอบประสบการณ์ผ่านการใช้งานผลิตภัณฑ์ Belkin ให้เป็นไปอย่างราบรื่น อีกทั้งยังสร้างความเข้าใจแก่ผู้ใช้งาน ดังนั้นเบลกิ้นจึงจัดศูนย์การเรียนรู้ USB-C ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รู้จักถึงจุดเด่นของสินค้า และค้นหาสาย เพื่อใช้งานให้ตรงกับความต้องการของตนเองได้

สาย MIXIT↑ USB-C to USB-C ที่มีความทนทานและสวยงาม สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ USB-C ได้อย่างลงตัว ปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นการชาร์จหรือซิงค์ ด้วยสาย USB-C to USB-A ของ Belkin ในกลุ่ม MIXIT↑ สามารถรองรับการชาร์จอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วได้ด้วย

Belkin 4-Port Mini Hub ด้านหน้า ดีไซน์ได้เรียบง่ายหรูหรา

นอกเหนือจากนี้ Belkin ยังเปิดตัวสาย USB-C และอะแดปเตอร์ โดยเทคโนโลยีของ USB-C จะทำให้ทุกการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊กมีประสิทธิภาพ อุปกรณ์ที่ใช้ USB-C มีขนาดเล็กและบางลงกว่าเดิม บวกกับความสามารถของตัวสาย จะช่วยลดจำนวนการพกสายต่างๆ ได้น้อยลง ด้วยสาย USB-C ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายสามารถเสียบกลับด้านได้ จึงทำให้สามารถต่อสาย USB-C กับพอร์ต USB-C โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต่อผิดด้าน และชาร์จแบตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์ USB 3.1 สามารถถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ภายนอกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง HDMI, VGA, และ DisplayPort ได้โดยผ่านตัวแปลง (Adaptor).

MIXIT 2.0 USB-C to Micro USB Charge Cable

ไมโครซอฟท์ขาย Surface Book เพิ่ม 10 ประเทศ ปลื้ม วินโดวส์10 พาขายแอพดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559510

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2559 17:05

 

ไมโครซอฟท์ เผยยอดดีไวซ์ที่ใช้งานวินโดวส์ 10 ทั่วโลกทะลุ 200 ล้านเครื่อง วินโดวส์ สโตร์ โตก้าวกระโดดปี 58 เพราะยอดขายแอพดีกว่าวินโดวส์ 8 ถึง 4.5 เท่า พร้อมวางขาย Surface Book เพิ่มอีก 10 ประเทศแล้ว…

ไมโครซอฟท์ เผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการใช้งาน ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 10 (Windows 10) และดีไวซ์วินโดวส์มาแจ้งให้ทุกท่านได้ทราบกันอย่างเป็นทางการ หลังจากที่วินโดวส์ 10 ได้สร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในปีที่ผ่านมา โดยเราจะเริ่มต้นกันด้วยสถิติฐานผู้ใช้วินโดวส์ 10 ในปัจจุบัน ขณะนี้ มีดีไวซ์ที่ใช้งานวินโดวส์ 10 อยู่ถึง 200 ล้านเครื่องทั่วโลก

· อัตราการเติบโตของฐานผู้ใช้วินโดวส์ 10 ยังคงเพิ่มสูงขึ้น โดยกว่า 40% ของดีไวซ์ทั้งหมดนี้ได้เปิดใช้งานเป็นครั้งแรกหลังวันมหกรรมช็อปปิ้ง “แบล็ค ฟรายเดย์” ในช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

บราวเซอร์ ไมโครซอฟท์ เอดจ์

· วินโดวส์ 10 มีอัตราการขยายตัวของฐานผู้ใช้สูงกว่าวินโดวส์ทุกรุ่น โดยทำยอดได้เร็วกว่าวินโดวส์ 7 ถึง 140% และเร็วกว่าวินโดวส์ 8 ถึงเกือบ 4 เท่าตัว

· ผู้ใช้พีซีพากันหันมาให้ความสนใจกับวินโดวส์ 10 เป็นจำนวนมาก โดยนับจากช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา สัดส่วนยอดขายพีซีที่ใช้วินโดวส์ 10 ในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 16% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 62% ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของพีซีที่ใช้วินโดวส์ 10 เพิ่มขึ้นจาก 58% มาเป็น 87%

· ส่วนในกลุ่มลูกค้าองค์กรและภาคการศึกษาก็มีความต้องการใช้งานวินโดวส์ 10 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยกว่า 76% ของลูกค้าองค์กรกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบใช้งานวินโดวส์ 10 และมีการใช้งานดีไวซ์วินโดวส์ 10 รวมถึง 22 ล้านเครื่องในลูกค้ากลุ่มนี้

ผู้ใช้งานนับล้านคนต่างชื่นชอบในวินโดวส์ 10 ด้วยระดับความพึงพอใจที่สูงกว่าวินโดวส์ทุกรุ่นในอดีต โดยยอดการใช้งานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุหลักหมื่นล้านชั่วโมงในเดือนธันวาคม นอกจากตัวเลขฐานผู้ใช้แล้ว เรายังนำรูปแบบการใช้งานของลูกค้ามาเป็นปัจจัยวัดความสำเร็จของวินโดวส์ 10 ด้วย โดยในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา เราได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้งด้วยสถิติการใช้งานวินโดวส์ 10 รวมถึง 11,000 ล้านชั่วโมงในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว ซึ่งถือว่าสูงกว่าทุกเดือนที่ผ่านมา

วินโดวส์ 10 ไม่ได้เป็นเพียงวินโดวส์รุ่นที่เร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุดเท่านั้น แต่ยังสร้างสีสันได้ด้วยประสบการณ์แปลกใหม่มากมาย ทั้งเว็บบราวเซอร์รุ่นล่าสุด ความช่วยเหลือและคำแนะนำจากผู้ช่วยส่วนตัวที่มีชื่อว่าคอร์ทาน่า เชื่อมต่อแบบสมบูรณ์ไม่ว่าบนดีไวซ์ไหน ทั้งเกมสุดมันส์ หรือเครื่องมือมากมายเพื่อการทำงาน จึงทำให้ผู้ใช้พีซีใช้เวลาอยู่กับวินโดวส์มากขึ้นในทุก ๆ วัน นอกจากนี้ ยิ่งมีผู้ใช้มากเท่าใด

คุณสมบัติอัจฉริยะของคอร์ทาน่า (Cortana) และบิง (Bing) บนวินโดวส์ 10 ช่วยค้นหาข้อมูลได้เพียงปลายนิ้ว ก็จะชาญฉลาดยิ่งขึ้น ส่วนบราวเซอร์ ไมโครซอฟท์ เอดจ์ ก็รองรับเว็บไซต์ได้กว้างขวางขึ้น ขณะที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ก็จะได้พบกับโอกาสใหม่ๆ ในตลาด ทั้งหมดนี้จะย้อนกลับมาทำให้เราสามารถมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าให้กับผู้ใช้วินโดวส์ทุกคน

สถิติของวินโดวส์ 10 ที่น่าสนใจ

· ในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว มีการใช้งานบราวเซอร์ ไมโครซอฟท์ เอดจ์ บนดีไวซ์วินโดวส์ 10 รวมกว่า 44,500 ล้านนาที

· นับตั้งแต่วันเปิดตัววินโดวส์ 10 เป็นต้นมา มีผู้ใช้ป้อนคำถามให้คอร์ทาน่าตอบแล้วทั้งสิ้น 2,500 ล้านครั้ง

· โดยเฉลี่ยแล้ว จำนวนครั้งการค้นหาข้อมูลผ่านบิงบนดีไวซ์วินโดวส์ 10 แต่ละเครื่อง เพิ่มขึ้นสูงกว่าวินโดวส์รุ่นก่อน ๆ ถึง 30%

· แอพ Photo ของวินโดวส์ 10 ถูกใช้เปิดภาพถ่ายไปแล้วถึง 82,000 ล้านภาพ

· วงการเกมยังคงเติบโตอย่างคึกคักบนวินโดวส์ 10 โดยในปี 2558 เกมเมอร์ทั่วโลกใช้เวลาเล่นเกมบนวินโดวส์ 10 กว่า 4,000 ล้านชั่วโมง และสตรีมเกมจากเครื่องเอ็กซ์บ็อกซ์ วัน (Xbox One) มาเล่นบนพีซีวินโดวส์ 10 อีกถึง 6.6 ล้านชั่วโมง

ไมโครซอฟท์ได้พัฒนาให้วินโดวส์ 10 เป็นแพลตฟอร์มเดียวที่ครอบคลุมดีไวซ์ทุกประเภท ทั้งพีซี แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และอื่น ๆ จึงทำให้ดีไวซ์เหล่านี้สามารถใช้แอพจากวินโดวส์ สโตร์ ร่วมกันได้ทั้งหมด สำหรับวินโดวส์ สโตร์ ในปัจจุบัน มีหน้าร้านแยกต่างหากสำหรับผู้บริโภคทั่วไปและกลุ่มลูกค้าองค์กร ทั้งยังมีช่องทางใหม่ๆ ที่นำเสนอแอพและคอนเทนต์ให้ได้สัมผัสกันอย่างทั่วถึง จึงสามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมได้ถึง 3,000 ล้านครั้ง เพื่อดาวน์โหลดแอพวินโดวส์ 10 ที่มีให้เลือกสรรมากมายทั้ง Netflix, NPR, Pandora, Shazam, TuneIn Radio, Twitter, Uber, Wall Street Journal, 1-800-Flowers และอื่น ๆ

ส่วนทีมพัฒนาเกมชั้นนำก็ยังเดินหน้าเปิดตัวเกมใหม่ลงในวินโดวส์ สโตร์ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Minecraft: Story Mode – a Telltale Game Series หรือ World of Tank Blitz ที่พร้อมให้สนุกกันได้แล้ววันนี้ หรือเกมใหม่ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2559 อย่าง Rise of the Tomb Raider ด้วยฐานลูกค้าที่ครอบคลุมผู้ใช้หลายร้อยล้านคน วงการนักพัฒนาซอฟต์แวร์จึงเล็งเห็นถึงโอกาสมากมายในวินโดวส์ สโตร์ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต

วินโดวส์ สโตร์ สำหรับซื้อแอพพลิเคชั่น บนวินโดวส์ 10


สถิติที่น่าสนใจจาก วินโดวส์ สโตร์

· จำนวนครั้งการซื้อแอพและคอนเทนต์บนพีซีและแท็บเล็ตในช่วงวันหยุดสิ้นปี เพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัว

· ในเดือนธันวาคม พบว่าลูกค้าที่จ่ายเงินซื้อแอพและคอนเทนต์ราว 60% เป็นลูกค้าใหม่ที่ทดลองใช้วินโดวส์ สโตร์เป็นครั้งแรก

· ในเดือนเดียวกันนั้น วินโดวส์ 10 สามารถทำยอดขายแอพและคอนเทนต์เฉลี่ยต่อดีไวซ์ได้สูงกว่าวินโดวส์ 8 ถึง 4.5 เท่าตัว

ไมโครซอฟท์จะต่อยอดความสำเร็จของ เซอร์เฟซ บุ๊ก (Surface Book) ในตลาดสหรัฐฯ และแคนาดาด้วยการเปิดวางจำหน่ายแล็ปท็อปรุ่นนี้ในหลายตลาดทั่วโลก เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เปิดให้ลูกค้าในประเทศจีนและฮ่องกงได้สั่งจองเซอร์เฟซ บุ๊ค และขณะนี้ เซอร์เฟซ บุ๊ค จะออกวางจำหน่ายในอีก 10 ประเทศ โดยลูกค้าในประเทศออสเตรีย ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ จะสามารถสั่งจองเซอร์เฟซ บุ๊ก ได้ทันที ก่อนจะทยอยเปิดจองและวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นต่อไป ขณะที่แท็บเล็ตตระกูล เซอร์เฟซ โปร (Surface Pro) ก็จะมีวางจำหน่ายในประเทศอินเดียในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้

ในอนาคต ไมโครซอฟท์ โฮโลเลนส์ (HoloLens) จะเปิดโลกใหม่ให้กับนักพัฒนาแอพ โดยจะมีการเปิดตัวโฮโลเลนส์รุ่นพิเศษสำหรับนักพัฒนาเร็วๆ นี้ ขณะที่ลูกค้าอย่างวอลโว่ คาร์ส และออโต้เดสก์ ฟิวชั่น 360 ก็กำลังสร้างสรรค์โซลูชั่นใหม่ที่มีโฮโลเลนส์เป็นหัวใจหลัก โดยเรารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ชมแนวคิดและผลงานการสร้างสรรค์ใหม่ๆ จากเทคโนโลยีโลกเสมือนจริงตลอดปี 2559 นี้

สมาร์ทโฟนวินโดวส์ 10 รุ่นแรกอย่างลูเมีย 950 และลูเมีย 950 XL ได้เปิดตัวออกสู่ตลาดในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว โดยมีลูกค้าให้ความสนใจเป็นจำนวนมากจนสินค้าหมดสต๊อก เรายังคงเร่งผลิตสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นเพิ่มเติมเพื่อจัดส่งให้กับร้านค้าในทุกตลาดต่อไป.

เน็ต-สมาร์ทโฟนเปลี่ยนพฤติกรรม? คนไทยขยันออนไลน์ ดูคลิปผ่านมือถือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/559387

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2559 14:30

 

อีริคสัน เผยผลการศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้สมาร์ทโฟนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย พบคนไทยใช้งานดาต้าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง คาดจาก 1.2GB ต่อเดือน กลายเป็น 9GB ภายใน 6 ปี…

จากความนิยมสมาร์ทโฟนของผู้บริโภคท่ัวโลก ส่งผลให้การใช้งานบริการอินเทอร์เน็ตบนมือถือเพิ่มตามไปด้วย… อีริคสัน ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานและแนวโน้มที่เกิดขึ้นจากความนิยมใช้งานในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย จากรายงาน South East Asia and Oceania Report ซึ่งรวมถึงแนวโน้มการใช้งานและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย

นายบัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2561 การใช้งานเครือข่าย 3จี และ 4จี ในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น 5 เท่า หรือประมาณ 30% ของการใช้งานทั้งหมด โดยมากกว่า 90% จะเป็นการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน ขณะที่ประสิทธิภาพและความเร็วเฉลี่ยของเครือข่ายโมบายล์บรอดแบนด์ในประเทศไทยก็จะดีขึ้นตามไปด้วย นอกจากการพัฒนาเครือข่าย ผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) ก็ยังได้ปรับรูปแบบการทำตลาดสมาร์ทโฟนให้แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนราคาถูก เพื่อกระตุ้นการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือและรองรับความต้องการใช้งานของผู้บริโภคในต่างจังหวัด

สำหรับรายงานฉบับดังกล่าว ได้เปิดเผยสถิติและมุมมองของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ดังนี้…

การใช้งานเพิ่มขึ้นทุกปี!
การใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าเมื่อช่วงสิ้นปี 2558 ผู้ใช้งานอาจมีจำนวนถึง 87 ล้านเลขหมาย หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 130% ของจำนวนประชากรไทย เช่นเดียวกับการใช้งาน 4จี ซึ่งคาดว่าในปี 2561 จำนวนผู้ใช้งานจะเพิ่มอย่างต่อเนื่องกว่า 30% ของจำนวนผู้ใช้มือถือทั้งหมด

สมาร์ทโฟนติดหนึบอยู่ในมือ ไม่เว้นแม้แต่ก่อนนอน

สมาร์ทโฟนยังคงเป็นที่นิยม
แม้ว่าสมาร์ทโฟนจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยมาซักระยะ แต่แนวโน้มดังกล่าวก็จะยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าภายในปี 2561 สัดส่วนราว 90% ของมือถือทั้งหมดจะเป็นสมาร์ทโฟน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีอยู่ราว 62% จากความต้องการใช้งานของผู้ใช้สมาร์ทโฟน 2จี 3จี เปลี่ยนเป็นสมาร์ทโฟน 4จี รวมถึงผู้บริโภคที่อาศัยอยู่นอกตัวเมือง

3 ปัจจัยกระตุ้นการเข้าถึงสมาร์ทโฟน
ทั้งนี้ ปัจจัยในการกระตุ้นการใช้งานสมาร์ทโฟนและโมบายล์บรอดแบนด์ ได้แก่ ความพร้อมและความครอบคลุมของเครือข่ายและการเข้าถึงสมาร์ทโฟน, ราคาค่าบริการที่มีความเหมาะสม ทำให้ผู้บริโภครู้สึกสามารถใช้งานและเป็นเจ้าของได้ในราคาที่ไม่เป็นภาระ, ความเข้าใจถึงประโยชน์ในการใช้งานสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ต

ใช้เน็ต-ดูวีดิโอผ่านมือถือมากขึ้น!
ปัจจุบัน คนไทยใช้งานดาต้าเพื่อรับส่งข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน อยู่ที่ 1.2GB ต่อเดือน แต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 9GB ภายในปี 2564 เนื่องจากคนไทยนิยมใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือ และผู้บริโภคกว่า 74% ยังนิยมใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นประจำ ทั้งยังนิยมดูโมบายล์ทีวี โดยผู้ใช้งานส่วนใหญ่นิยมดูคลิปวีดิโอสั้นๆ เป็นประจำทุกสัปดาห์เฉลี่ย 66% ขณะที่ทั่วโลกมีสัดส่วนเพียง 57% สอดคล้องกับการรับ-ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายโมบายล์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้นถึง 14 เท่าตัว ภายในปี 2558-2564

เครือข่ายประสิทธิภาพดี พร้อมเชื่อมต่อทุกอุปกรณ์…
เมื่อผู้ใช้งานเริ่มเข้าใจถึงความสำคัญในการเข้าสู่สังคมเครือข่าย ประสิทธิภาพในการใช้งานเครือข่ายจึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการ ภายใต้รูปแบบโมบายล์บรอดแบนด์ที่รวดเร็วและสามารถเชื่อมโยงอุปกรณ์ได้แบบอินเทอร์เน็ต ออฟ ติง (IoT : Internet of Things) เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และสังคมเครือข่าย

ต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ต ทุกที่ ทุกเวลา

“อย่างไรก็ตาม การใช้งานโมบายล์บรอดแบนด์ยังคงเติบโต โดยผลสำรวจระบุว่ามีผู้ใช้งานใหม่ราว 20 ราย เพิ่มขึ้นทุก 20 นาที ส่วนเทคโนโลยี 5จี คาดว่าทั่วโลกจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายในปี 2564 ซึ่งในช่วงดังกล่าวผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกอาจมีจำนวนถึง 150 ล้านราย” นายบัญญัติ กล่าว

นอกจากนี้ อีริคสัน ยังได้เปิดเผยเทรนด์ที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นเทรนด์เดียวกันทั้งในประเทศไทยและระดับโลก อาทิ… การเปลี่ยนมือถือเป็นสมาร์ทโฟน ซึ่งไม่ใช่เพียงการย้ายจากเครื่อง 2จี เป็น 3จี แต่ยังรวมถึงการเปลี่ยนเครื่องเพื่อให้รองรับ 4จี อีกด้วย, การใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการใช้งานที่ต้องการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต, การเชื่อมต่ออุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เพียงสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต แต่ในอนาคตยังมีอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มขึ้น ทั้งแก็ตเจ็ต เครื่องใช้ภายในบ้าน และอุปกรณ์ภายในรถยนต์อีกด้วย.

ส่องดูของใหม่ ตื่นตากับไอทีแก็ดเจ็ต ล้ำๆ ที่งาน CES 2016 ตอนที่ 1

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558977

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ม.ค. 2559 05:30

 

บุกเมืองลาสเวกัส ชมงานมหกรรมแสดงอุปกรณ์ผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ CES 2016 เมื่อเหล่าค่ายผู้ผลิตดังๆ เปิดตัวของใหม่ ไอทีแก็ดเจ็ตล้ำๆ ยั่วเงินในกระเป๋า กับของใหม่ที่จะวางจำหน่าย ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2559…

ที่งานมหกรรมแสดงอุปกรณ์ผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ CES2016 จัดขึ้นที่ลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันการจัดงานรอบสื่อมวลชน ค่ายผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากจีนอย่าง หัวเว่ย ได้ร่วมเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ Huawei Mate 8 สมาร์ทโฟนที่มีซีพียูแบบออคต้าคอร์ (8แกนประมวลผล) ที่รวมเอาโปรเซสเซอร์ Cortex-A72 และ Cortex-A53 อย่างละ 4 ตัว พร้อมแรม LPDDR4 ขนาด 3-4 GB ชิปกราฟิก (GPU) แบบ ARM Mali-T880 ทำให้สามารถถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็ว จากกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ของโซนี่ แบตเตอรี่สุดอึดขนาด 4,000 mAh จอภาพแบบสัมผัสขนาด 6 นิ้ว ฟูลเอชดี ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์

Huawei Mate 8

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังมีสมาร์ทวอชต์ แอนดรอยด์แวร์รุ่นแรกที่ออกแบบมาเพื่อสุภาพสตรี หน้าปัทม์สีโรสโกลด์ ตัวเรือนเป็นโลหะฝั่งคริสตัลชวารอฟสกี้ 68 เม็ด รอบตัวหน้าปัทม์​ขนาด 1.4 นิ้วพร้อมจอภาพความละเอียด 400×400 สนนราคาที่ 499 เหรียญสหรัฐ สำหรับแบบ Huawei Watch Elegant และ 599 เหรียญสำหรับ Huawei Watch Jewel

หัวเว่ย เผยโฉมสมาร์ทวอชต์

พานาโซนิค เปิดตัวกล้องดิจิตอลคอมแพค รุ่น Lumix DMC-ZS60 ในงาน CES2016 ด้วยเช่นกัน มากับเซ็นเซอร์ MOS 18 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์ไลก้าที่ให้สามารถซูมถึง 30 เท่าออปติคอลซูมที่ 24-700 mm สามารถถ่ายวิดีดอที่ความละเอียด 4K (3,840×2,160) ที่ 30fps และความละเอียด 1080p ที่ 60 fps ตัวกล้องหนักราวๆ 11 ออนซ์ วางขายกลางเดือน มี.ค.2559 สนนราคาตัวละ 450 เหรียญสหรัฐ

กล้องดิจิตอล พานาโซนิค ลูมิกซ์ DMC-ZS100

กล้องดิจิตอลคอมแพค รุ่น Lumix DMC-ZS60

อีกรุ่นที่มาโชว์ในงานคือ กล้องลูมิกซ์ DMC-ZS100 ที่มากับเซ็นเซอร์รับภาพ MOS ขนาด 1 นิ้ว เลนส์ไลก้าซูมได้ 10 เท่า (25-250mm) ระบบป้องกันภาพสั่นไหว 5 ทิศทาง สามารถถ่ายวิดีโอ 4K (3,840 x 2,160) ที่ 24 และ 30 fps จัดเป็นกล้องคอมแพคระดับไฮเอนด์จากพานาโซนิค สนนราคาอยู่ที่ราวๆ 700 เหรียญสหรัฐ วางจำหน่ายปลายเดือน มี.ค.2559

เอาใจคนเล่นแผ่นกับ เครื่องเล่นเทิร์นเทเบิล เทคนิคส์ แบบไดเร็คไดร์ฟ รุ่น Technics 50th anniversary limited edition Grand Class SL-1200GAE

กล้องดีเอสแอลอาร์ Nikon D5

นิคอน ดี5 สามารถดัน ISO สูงถึง 3,280,000

ด้าน นิคอน เผยโฉมยอดกล้องถ่ายภาพ DSLR เพื่อมืออาชีพรุ่นใหม่ นิคอน Nikon  D5 (ดีไฟว์) มาพร้อมระบบโฟกัสใหม่ 153 จุดที่สามารถเลือกพื้นที่โฟกัสได้ มากับเซ็นเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียด 20.8 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้ 12 ภาพต่อวินาที ชิพประประมวลผลภาพ EXPEED 5 ที่นิคอนยืนยันว่า ให้ภาพสวยคมชัดสมจริงมากที่สุด สามารถถ่ายวิดีโอความคมชัดสูง 4K ให้ค่าความไวแสงได้ ISO สูงถึง 3,280,000 จากปกติที่ ISO 102,400 จอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 2.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 สนนราคาเฉพาะบอดี้กล้องที่ 6,500 เหรียญสหรัฐ

นิคอน D500

นอกจากนี้ยังมี D500 สำหรับมือสมัครเล่นที่ต้องการกล้องที่ทำงานได้แบบมืออาชีพ แต่มีขนาดเล็กลงมาด้วยเซ็นเซอร์ DX ความละเอียด 20.9 ล้านพิกเซล APS-C ใช้ชิพประมวลผลภาพ EXPEED 5 ระบบโฟกัสใหม่ 153 จุด ถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 ภาพต่อวินาที และสามารถถ่ายภาพในแบบ RAW ได้ถึง 200 รูป สามารถใช้ความไวแสงได้ตั้งแต่ ISO 100-51,200 รองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง ไวไฟและ NFC ตัวกล้องเป็นแม็กนิเซียมพร้อมการซีลกันน้ำเหมือนกล้องฟูลเฟรม D810 วางจำหน่ายในสหรัฐช่วงเดือน มี.ค.2559 นี้ สนนเฉพาะบอดี้ราวๆ 2,000 เหรียญ

นิคอน KeyMission 360

ที่น่าตื่นเต้นสำหรับสาวกนิคอน คือ การเปิดตัวกล้องแอ็คชั่นคาเมร่า รุ่นล่าสุด นิคอน KeyMission 360 กล้องรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส สามารถถ่ายภาพในมุมมองแบบ 360 องศา รับแรงกระแทกจากพื้นสูง 6.6 ฟุต กันน้ำลึก 100 ฟุต พร้อมระบบกันสั่นสามารถถ่ายภาพวิดีโอความละเอียดระดับ

กล้องถ่ายภาพยนตร์ 8 มม.ของโกดัก ที่จะนำมาผลิตอีกครั้ง

ฟิล์มภาพยนตร์ 8 มม.ของโกดัก

โกดัก (Kodak) ฟังไม่ผิดครับ โกดักยังไม่ตาย ในงาน CES 2016 โกดักทำให้คนที่มาในงานต้องร้องอู้ว เมื่อประกาศว่าจะกลับมาผลิตกล้องภาพยนตร์ 8 มม.อีกครั้ง หลังจากไม่ได้ผลิตมาตั้งแต่ปี 1982 โดยนำเอาต้นแบบมาโชว์ในงาน คาดว่าจะวางขายช่วงครึ่งหลังของปี 2016 สนนราคาอยู่ที่ 400-750 เหรียญสหรัฐ ขึ้นอยู่กับขนาดของม้วนฟิล์ม

สมาร์ททีวีรุ่นล่าสุด SUHD รุ่น KS9500 จากซัมซุง

สมาร์ททีวีรุ่นล่าสุดความคมชัดระดับ 4K จากซัมซุง

ซัมซุง ในงาน CES2016 ผู้ผลิตสินค้าโฮมคอนซูมเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้ เปิดตัว โทรทัศน์ SUHD รุ่น KS9500 สมาร์ททีวีรุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อความบันเทิง สามารถทำงานร่วมกับพีซี อุปกรณ์แอนดรอยด์และ ไอโอเอส ไม่ใช่แค่ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ตระกูลกาแล็กซี่ โดยสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น เพลย์สเตชั่น นาว เพื่อสตรีมเกม ดาวน์โหลดมาเล่นกว่า 500 เกม เพียงแค่ซื้อคอนโทรลเลอร์แบบดูอัลช็อกของเพลย์สเตชั่น 4 รวมทั้งช่องความบันเทิงจากแอพยูทูบ และเน็ตฟลิกซ์.

มันบางมาก! เลอโนโว ‘โยก้า 900S’ อวดโฉมแล็ปท็อปใหม่ ที่งาน CES2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558236

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2559 11:30

 

เลอโนโว เปิดตัวโยก้า 900S คอนเวอร์ทิเบิล แล็ปท็อป ขนาดจอ 12.5 นิ้ว บางที่สุดในโลกเพียง 0.5 นิ้ว หนัก 2.2 ปอนด์ อวดโฉมแล้วที่งาน CES2016 ที่ลาสเวกัส…

เลอโนโว กลับมาสร้างความฮือฮาให้วงการไอทีอีกครั้ง เมื่อเปิดตัวคอนเวอร์ทิเบิล แล็ปท็อป หรือโน้ตบุ๊กที่เปลี่ยนรูปทรงได้ ใช้งานได้ทั้งการเป็นคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และแท็บเล็ต รุ่นล่าสุด เลอโนโว โยก้า 900S (Lenovo Yoga 900S) ที่มากับหน้าจอขนาด 12.5 นิ้วแบบ QHD (2560×1440) รองรับการทำงานแบบสัมผัส 10 จุด ใช้ควบคู่กับปากกา พร้อมความบางของเครื่องเพียง 0.5 นิ้ว หนัก 2.2 ปอนด์ ใช้ขุมพลังประมวลผลเป็นซีพียูของอินเทล เจเนอเรชั่นที่ 2 คอร์ เอ็ม7 ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น กราฟิกการ์ดออนบอร์ดของ Intel HD Graphic อายุแบตเตอรี่ยาวนานถึง 10.5 ชั่วโมง แรม 8GB พื้นที่เก็บข้อมูลแบบ SSD ขนาด 512GB พร้อมปากกาสไตลัส ช่องเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 และ USB 3.0 Type-C สำหรับต่อวิดีโอภายนอก ชาร์จไฟด้วยช่อง USB 2.0 ลำโพงสเตอริโอ ดอลบี้ ออดิโอ พรีเมียม

เปลี่ยนจากโน้ตบุ๊กพิมพ์งานมาเป็นแท็บเล็ตพกพาจอใหญ่ได้เพียงแค่พับจอไปอีกด้าน

คอนเวอร์ทิเบิล แล็ปท็อป ที่อ้างว่า บางที่สุดในโลก มีความหนาเพียง 0.5 นิ้ว

โยก้า 900S ถือเป็นแล็ปท็อปสมรรถนะสูงรุ่นเรือธงในปีนี้ของเลอโนโว จับตลาดกลางถึงบน สนนราคาเริ่มต้นที่เครื่องละ 1,099 เหรียญสหรัฐฯ คาดว่าจะวางจำหน่ายได้ในเดือน มี.ค.2559 นี้ โดยจะเปิดตัวอวดโฉมให้ดูครั้งแรกในงาน CES 2016 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ระหว่าง 6-9 ม.ค.2559.

ที่มา: engadget

ไม่ใช่ซุป ’ตาร์ แต่ทรงอิทธิพลบนโซเชียล! เปิดสถิติคนดังออนไลน์ (ตอนที่ 2)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/558034

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2559 06:05

 

รวม 10 อันดับ เรื่องราวและบุคคลผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ ที่สามารถครองใจและสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดกระแสโซเชียลสะเทือนเมืองได้…

ผ่านไปแล้วกับ 5 อันดับแรก “ไม่ใช่ซุป ‘ตาร์ แต่ทรงอิทธิพลบนโซเชียล! เปิดสถิติคนดังออนไลน์ (ตอนที่ 1)” ด้วยการรวบรวมเรื่องราวและบุคคลผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียล ซึ่งสามารถสร้างปรากฏการณ์หรือทำให้เกิดกระแสและการกล่าวขานได้กระฉ่อนเมือง

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา “ไทยรัฐออนไลน์” ขอต้อนรับวันทำงาน ด้วยอีก 5 อันดับที่เหลือ ของบรรดาผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียล ในตอนที่ 2 กันเลย…

4จี ประมูลช็อกโลก!
หากไม่นับรวมระยะเวลาข้ามวันข้ามคืนในการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ราคาของใบอนุญาตฯ ก็เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ เพราะสามารถสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีราคาประมูลรวม 2 ใบอนุญาต อยู่ที่ 80,778 ล้านบาท และคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีราคาประมูลรวมถึง 151,952 ล้านบาท โดยบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด สามารถคว้าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ไปครองเช่นเดียวกับ บริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ขณะที่คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ตกเป็นสิทธิ์ของบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชัน จำกัด และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด

พิชญ์…ม้ามืดล้มยักษ์
นอกจากระยะเวลาและราคาประมูลใบอนุญาต 4จี ครั้งนี้ จะเป็นที่กล่าวถึงแล้ว… ยังทำให้เกิดผู้เล่นรายใหม่ในธุรกิจโทรคมนาคมของไทยอย่างบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ที่สามารถคว้าใบอนุญาตคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เฉือนรายใหญ่อย่างเอไอเอสและดีแทคไปได้ ยิ่งทำให้ชื่อของ “พิชญ์ โพธารามิก” ในฐานะผู้กุมบังเหียนของบริษัท ก้าวเข้าสู่ความสนใจของประชาชนในทันที เนื่องจากภาพลักษณ์ในการเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหม่

“เสี่ยตัน” ขยันแจก
คุณเชื่อหรือไม่? ว่าเพจบนเฟซบุ๊กที่มีผู้ใช้งานชาวไทยกดถูกใจและติดตามสูงสุด คือ…ตัน ภาสกรนที โดยปัจจุบันมียอดผู้กดติดตามทั่วโลกถึง 11,977,663 คน ซึ่งเป็นผู้ใช้งานชาวไทยราว 11,623,830 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ม.ค.2559) เชื่อว่าสาเหตุหนึ่งอาจมาจากการกดติดตามของขวัญรางวัลต่างๆ ที่เพจตัน ภาสกรนที นิยมสรรหามาแจกอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งกติกาการแจกรางวัลส่วนใหญ่ก็มักจะให้ผู้ร่วมสนุกลุ้นรางวัลต้องกดแชร์ภาพถ่ายผ่านเฟซบุ๊กนั่นเอง

ชมพู่ วิวาห์ร้อยล้าน!
ทั้งตะลึงและสร้างความอิจฉาให้สาวๆ และไม่สาวที่ยังโสดค่อนประเทศ กับข่าวการวิวาห์ของซุป’ตาร์ตัวจริงอย่าง “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” เพราะนอกจากสินสอดจะอลังการกว่า 108 ล้านบาท ก็ยังมีซีนหวานซึ้ง สวยงาม และหรูหรา เรียกว่าอิจฉาจนตาร้อนผ่าวทั่วทุกโซเชียล จากการส่งต่อภาพ วิดีโอ และเรื่องราวความรักที่เสมือนเทพนิยายของนางเอก(สินสอด)ร้อยล้านคนนี้

อีเจี๊ยบ เลียบด่วน
แม้จะเป็นเพจที่นำเสนอสถานการณ์ของสังคมในแนวประชดประชัน แต่เพจของ อีเจี๊ยบ เลียบด่วน กลับมีจำนวนผู้ติดตามมากกว่า 1.6 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 4 ม.ค.2559) แถมด้วยยอดกดไลค์จากผู้ที่ชื่นชอบสไตล์การนำเสนอข้อมูลแบบดิบเถื่อนสไตล์เจี๊ยบ เลียบด่วน มากกว่า 10,000 ไลค์ เป็นประจำแทบทุกโพสต์ มิหนำซ้ำ…สื่อมวลชนส่วนใหญ่ยังนิยมหยิบยกเรื่องราวที่แฟนๆ เจี๊ยบ พากันยกตำแหน่ง “กาลกิณี” ให้จากความสามารถในการเชียร์กีฬาที่การันตีว่า เจี๊ยบเชียร์ฝ่ายไหนฝ่ายนั้นแพ้ยับเยิน อีกด้วย

ครบ 10 อันดับแล้ว มีใครทำให้คุณรู้สึกถึงคำว่าพวกเขาคือคนดังแห่งโลกโซเชียลบ้าง…?

ไม่ใช่ซุป ‘ตาร์ แต่ทรงอิทธิพลบนโซเชียล! เปิดสถิติคนดังออนไลน์ (ตอนที่ 1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557240

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ม.ค. 2559 06:05

 

รวม 10 อันดับ เรื่องราวและบุคคลผู้ทรงอิทธิพลบนโลกออนไลน์ ที่สามารถครองใจและสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดกระแสโซเชียลสะเทือนเมืองได้…

ดูเหมือนเวลา 365 วันต่อปี จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว… เช่นเดียวกับโลกออนไลน์ซึ่งสามารถแพร่กระจายเรื่องราวต่างๆ ไปได้อย่างรวดเร็ว และเพื่อเป็นการรำลึกถึงสิ่งที่เป็นกระแสครึกโครมบนอินเทอร์เน็ต ใน 1 รอบปี 2558 เราจึงขอรวบรวมเรื่องราวและบุคคลผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียล ซึ่งสามารถสร้างปรากฏการณ์กล่าวขวัญได้กระฉ่อนเมือง เปรียบเสมือนการเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว! เพราะหลายเรื่องยังสามารถสร้างกระแสการกล่าวถึงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ว่าแต่ 10 อันดับที่ “ไทยรัฐออนไลน์” จัดว่าเป็นเรื่องราวและบุคคลผู้ทรงอิทธิพลจะมีใครบ้างนั้น ขอแบ่งออกเป็น 2 ตอน ให้ทุกท่านได้อ่านเพลินๆ โดยเริ่มต้นกันที่ 5 อันดับแรก กันเลย…!!!

ปฏิบัติการ F5 !

F5 พาล่ม!
กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบนสื่อต่างๆ จากพฤติกรรมถล่มเว็บโดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนหนึ่งที่ร่วมด้วยช่วยกันระดมกดปุ่ม F5 ในหน้าเว็บไซต์ต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เพื่อแสดงความไม่เห็นเกี่ยวกับนโยบาย Singel Gateway ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐเคยกล่าวถึงแนวคิดดังกล่าว แม้จะยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียดหรือความชัดเจนในการดำเนินการ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรู้สึกสูญเสียอิสรภาพในการใช้งานโลกออนไลน์ จนทำให้เกิดปฏิบัติการ F5 เพิ่มจำนวนการเข้าใช้งาน จนทำให้หลายเว็บ อาทิ กระทรวงไอซีที, สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี, กสท โทรคมนาคม ฯลฯ ไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

ปอ ทฤษฎี

Stronger Por
แม้จะเป็นข่าวเศร้าส่งท้ายปี กับอาการป่วยของพระเอกหนุ่ม ปอ ทฤษฎี แต่ชาวโซเชียลรวมถึงศิลปิน นักแสดง และบรรดาคนดัง ต่างร่วมกันส่งพลังและคำอวยพรอย่างล้นหลาม ผ่านภาพและแฮชแท็กบนโซเชียล เพื่อให้ปออาการดีวันดีคืน เพื่อกลับมาเป็นขวัญแฟนละครและกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวอย่างอบอุ่นโดยเร็ว

ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล

ปีเตอร์ หลงทาง…
เรียกว่าสร้างกระแสให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ฮือฮากันไม่น้อย กับกรณีนักร้องปากกว้าง ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ไม่ยอมกลับบ้าน เนื่องจากภรรยาคนสวย พลอย พลอยพรรณ ได้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กประกาศตามสามีกลับบ้าน ทำให้เกิดกระแสข่าวเม้าท์ ข่าวลือไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งบนสื่อออนไลน์และสื่อออฟไลน์ แถมยังเป็นชนวนโยงไปพาดพิงถึงบุคคลที่ 3 4 5 ว่ามีสัมพันธ์ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกับนักร้องพ่อลูก 2 คนนี้อีกเพียบ

อ.ช้าง ทศพร ศรีตุลา

‘อาจารย์ช้าง’ ฮิตทุกสถิติ
ไม่ได้เป็นศิลปิน นักแสดง แต่แทบทุกความเคลื่อนไหวของหมอดูจอมเก็บสถิติของ อ.ช้าง ทศพร ศรีตุลา ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้ซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทย! ไม่ว่าจะเป็นการจัดอันดับเช็กดวงชีวิต แนะนำเคล็ดลับเสริมชะตาให้รุ่งเรือง หรือแม้แต่วิธีเสริมดวงประจำวัน ฤกษ์งามยามดีต่างๆ ที่ผ่านการแนะนำจากอาจารย์ช้างก็จะมีการส่งต่ออย่างแพร่หลายบนโลกออนไลน์ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลผู้ทรงอิทธิพลของปีก็คงจะไม่ผิด

อริยะ พนมยงค์

MD ที่ทุกคนจับตา!
อาจเพราะ ไลน์ เป็นองค์กรใหญ่ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกหลายร้อยล้านราย จึงทำให้ผู้คนต่างจับตามองว่าการมาตั้งสำนักงานของไลน์ ประเทศไทย ในกรุงเทพฯ นั้น จะมีใครได้รับหน้าที่ผู้บริหารซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทาย จนกระทั่งวันที่ 1 ตุลาคม 2558 ไลน์ ประเทศไทย ได้ประกาศแต่งตั้ง “อริยะ พนมยงค์” ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย ด้วยประสบการณ์ในสายงานสื่อสารและไอทีภายใต้องค์กรชั้นนำ จึงทำให้เขาได้รับหน้าที่ในการกุมบังเหียนโซเชียลเน็ตเวิร์กยอดนิยมของคนไทยในที่สุด

ติดตามอีก 5 อันดับคนดัง ผู้ทรงอิทธิพลบนโลกโซเชียล (ตอนที่ 2) ได้เร็วๆ นี้.

โซเชียลส่งสุข! คนไทยฮิตเน็ตอวยพรคืนข้ามปี ‘กรุงเทพฯ’ แชมป์ใช้งานมากสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/556954

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 ม.ค. 2559 16:52

 

ดีแทค และทรูมูฟ เอช เปิดเผยสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อสื่อสารในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พบกรุงเทพฯ มียอดการใช้งานสูงสุด…

นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2559 ยอดการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือในเครือข่ายดีแทคเติบโตขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบจากยอดการใช้งานช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีสถิติใช้งานสูงสุดในช่วงเวลา 00.00-00.15 น. ของวันที่ 1 ม.ค. 2559 และมียอดผู้ใช้งานดาต้าสูงสุด ณ ช่วงเวลาหนึ่งประมาณ 5 ล้านราย

ส่วนแอพพลิเคชั่นที่ใช้งาน 5 อันดับสูงสุดในช่วงอวยพรปีใหม่ จากข้อมูล ณ วันที่ 1 ม.ค.2559 เวลา 07.00 น. คือ เฟซบุ๊ก (Facebook/Facebook Messenger), ไลน์ (LINE), อินสตาแกรม (Instagram), ทวิตเตอร์ (Twitter), วอสแอพ (WhatsApp) โดยนอกจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือผ่านแอพพลิเคชั่น ยังมีช่องทางอื่นๆ ที่ถูกใช้ในการอวยพร อาทิ การส่งภาพมัลติมีเดีย (MMS) ซึ่งมียอดรวม 60,000 ข้อความ และการส่งข้อความสั้น (SMS) ประมาณ 6 ล้านข้อความ โดยมีช่วงการใช้งานหนาแน่นสูงสุด เวลา 23.00-24.00 น. ของวันที่ 31 ธ.ค.2558

สำหรับ 5 จังหวัดที่มียอดการใช้งานดาต้าสูงสุดในช่วงอวยพรคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ 2.ชลบุรี 3.สมุทรปราการ 4.นนทบุรี 5.ปทุมธานี ซึ่งอยู่ในแผนที่ดีแทคได้คาดการณ์และเตรียมความพร้อมรองรับการใช้งานของลูกค้า โดยได้จัดเตรียมรถโมบายล์ อุปกรณ์เสริมเพิ่มสัญญาณ สมอลล์เซลล์ การปรับพารามิเตอร์ การเพิ่มช่องสัญญาณต่างๆ ให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่มีการเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลปีใหม่

นายประเทศ กล่าวอีกว่า การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือจะเติบโตขึ้นทุกปี โดยดีแทคมีสัดส่วนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตประมาณ 60% ของลูกค้าทั้งหมด ขณะที่แนวโน้มพฤติกรรมการใช้งานบนสมาร์ทโฟนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนการใช้งาน 4จี ปัจจุบันดีแทคมียอดผู้ใช้งานรวม 2.2 ล้านเลขหมาย และมีลูกค้าที่ใช้งานอุปกรณ์รองรับ 4จี ประมาณ 3.8 ล้านเครื่อง

ด้าน นายสกลพร หาญชาญเลิศ รองผู้อำนวยการด้านนอนวอยซ์ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคนิยมอวยพรและส่งความสุขในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ เนื่องจากแต่ละแอพพลิเคชั่นมีฟังก์ชั่นน่าสนใจ อาทิ สติกเกอร์ ข้อความเสียง ภาพวิดีโอ เป็นต้น ประกอบกับเครือข่าย 3จี และ 4จี ในปัจจุบันครอบคลุมทั่วประเทศไทย จึงสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี รวมถึงของขวัญสุดคุ้มที่ลูกค้าทรูมูฟ เอช สามารถใช้งานไวไฟ เพื่อเล่นไลน์และเฟซบุ๊กได้ฟรีในช่วงปีใหม่ ส่งผลให้ยอดการใช้ดาต้าในช่วงปีใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 600% จากปีที่ผ่านมา โดยกว่า 50% เป็นการใช้งานบนเครือข่าย 4จี

ทั้งนี้ ทรูมูฟ เอช คาดว่าในปี 2559 ยอดการใช้งานดาต้าจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด ทั้ง 3จี และ 4จี เนื่องจากเครือข่าย 4จี ของทรูมูฟ เอช มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 80% ของประชากรไทย ทั้งยังมีการขยายฐานลูกค้าในโครงข่าย 4จี ภายใต้คลื่นความถี่ใหม่อย่างต่อเนื่อง ร่วมกับเครือข่าย 3จี บนคลื่นความถี่ 850 และ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งขณะนี้ครอบคลุมพื้นที่ 97% ของจำนวนประชากร

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเทศกาลแห่งความสุขนี้ ทรูมูฟ เอช ได้เตรียมความพร้อมเครือข่าย 3จี และ 4จี เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น โดยมีทีมเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง และยังขยายสัญญาณ 3จี และ 4จี ในบริเวณที่มีการจัดงานเคาต์ดาวน์และสถานที่สำคัญๆ ตลอดจนนำรถโมบายล์สำหรับเพิ่มความแรงของสัญญาณไปประจำยังพื้นที่จัดงาน เพื่อรองรับลูกค้าและนักท่องเที่ยวทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมด้วยบริการไวไฟความเร็วสูงสุด 200 Mbps ครอบคลุม 100,000 จุดทั่วประเทศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดตลอดช่วงเทศกาลปีใหม่อีกด้วย

ส่วน นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ปี 2558 ที่ผ่านมา ไลฟ์สไตล์ของคนไทยก้าวสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว มีความคุ้นเคยกับการใช้งานเครือข่ายดาต้าเพื่อเชื่อมต่อกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก และเข้าถึงข้อมูลต่างๆ บนโลกออนไลน์อย่างแพร่หลายจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ดังนั้นการอวยพรปีใหม่ 2559 จึงเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ คือ คนนิยมส่งความสุข อวยพรปีใหม่ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ โดยเฉพาะไลน์, เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, วอสแอพ, ทวิตเตอร์, กูเกิล พลัส, วีแชท ฯลฯ ทำให้มีปริมาณการใช้งานดาต้า ทั้ง 3จี 4จี และไวไฟ ในช่วงเข้าสู่วันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นจำนวนมาก โดยมียอดใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นถึง 226% จากการค่าเฉลี่ยในการใช้งานปกติ คิดเป็นอัตราการเติบโตขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ซึ่งแนวโน้มการใช้งานยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเช้า

ขณะที่ การใช้งาน SMS และ MMS มีปริมาณลดลง 53% แต่ก็ยังมีการใช้อวยพรปีใหม่อย่างกว้างขวางในรูปแบบที่เป็นทางการมากขึ้น โดยส่งจากคนรู้จักที่มิใช่กลุ่มเพื่อนสนิทในคอมมูนิตี้เดียวกัน (จากข้อมูล ณ วันที่ 1 มกราคม 2559 เวลา 15.00 น.).

ห้าง-วัดยอดฮิต! คนไทยแห่เช็กอินผ่านเฟซบุ๊ก มากสุดรอบปี 2558

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554735

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2558 14:05

 

เปิดสถิติจากเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับสถานที่ยอดนิยมที่มีการเช็กอินสูงสุดบนเฟซบุ๊กตลอดปี 2558 เผย สยามพารากอน นำโด่งเป็นอับดับ 1 ตามด้วยวัดสมานรัตนาราม…

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า…เทรนด์การใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กในปัจจุบัน ไม่ได้มีเพียงการอัพเดตเรื่องราว ภาพถ่าย หรือสิ่งที่ทำให้เพื่อนบนสังคมออนไลน์ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของคุณ แต่ยังมีการระบุพิกัดสถานที่ เพื่อบันทึกความทรงจำแห่งการเดินทาง ขณะเดียวกันก็เปรียบเสมือนลายแทงให้เป็นต้นทางสำหรับผู้ที่ต้องการไปเยือนสถานที่นั้นเช่นกัน

และเมื่อใกล้ถึงเวลาสิ้นสุดปี 2558 เฟซบุ๊ก ก็ได้นำเสนอ 10 สถานที่ยอดฮิตของคนไทย ที่นิยมไปเช็กอินกันตลอดปีที่ผ่านมา ว่าแต่จะมีที่ไหนติดอันดับบ้าง ลองติดตามไปพร้อมกัน…

1. สยามพารากอน
มาแรงเป็นอันดับ 1 กับสถานที่เช็กอินสุดฮิตในประเทศไทย เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและสามารถเดินทางไปเยือนอย่างสะดวกสบาย มีสินค้าหลากหลายให้เลือกซื้อ พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงอื่นๆ จึงทำให้ศูนย์การค้าแห่งนี้ได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ


2. วัดสมานรัตนาราม จังหวัดฉะเชิงเทรา
ถือเป็นพุทธสถานที่ชาวพุทธและคนไทยให้ความนิยม เพราะมีความสวยงาม หลากหลาย ซึ่งนอกจากจะได้ไหว้พระ ก็ยังได้ทำบุญพร้อมกับเลือกซื้ออาหารและสินค้าจากร้านค้าท้องถิ่นอีกด้วย

เช็กอิน สิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับโลกโซเชียล

3. เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
แหล่งท่องเที่ยวที่ครบครันไปด้วยร้านขายสินค้าและร้านอาหารหลากหลายประเภท ภายใต้บรรยากาศติดแม่น้ำเจ้าพระยา สวยงาม โรแมนติก จึงกลายเป็นสถานที่ยอดนิยมทั้งของคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ


4. ชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี 
ทะเลที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกทั้งรถยนต์ รถประจำทาง และยังเต็มไปด้วยความสะดวกสบายอื่นๆ ทำให้เป็นทะเลที่คนไทยนิยมเดินทางมาพักผ่อนหย่อนใจมากเป็นอันดับต้นๆ

5. รอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี
ด้วยข้อจำกัดที่เปิดให้เดินทางไปเยือนได้เพียงไม่กี่เดือนต่อปี ทั้งยังมีความศักดิ์สิทธิ์ต่อผู้ที่มีจิตศรัทธา จึงทำให้ชาวพุทธต่างแห่แหนไปสักการะรอยพระพุทธบาท ณ เขาคิชฌกูฏ เป็นจำนวนมาก

6. ชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
อีกหนึ่งทะเลที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวไทย กับชายหาดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และชีวิตชีวาของชะอำ ทำให้บรรดาคนรักทะเลต่างพากันไปเยือนสถานที่แห่งนี้

7. อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี
เพราะถูกใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ อยู่ตลอดปี จึงทำให้อิมแพ็ค อารีนา ติดอยู่ในอันดับที่ 7 ของสถานที่ที่คนไทยนิยมเช็กอินผ่านเฟซบุ๊กของปี 2558

สยามพารากอน…อันดับ 1 สำหรับการเช็กอินของคนไทย

8. เมกาบางนา ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์
ศูนย์การค้าที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีสินค้าหลากหลายแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ที่นักช็อปทั้งหลายตั้งใจไปเยือน เรียกว่าไม่ได้ซื้อก็ขอให้ได้ไปเดินเล่น หรือทานอาหารอร่อยๆ ก็พอ

9. เซ็นทรัล เวิลด์ ไลฟ์ แอท เซ็นทรัล เวิลด์
นอกจากจะมีร้านรวงขายสินค้ามากมาย ก็ยังมีร้านอาหารและความบันเทิงหลากหลายรูปแบบรออยู่ แถมเซ็นทรัลเวิลด์ยังเป็นแหล่งเคาต์ดาวน์คืนข้ามปียอดนิยม ทำให้สถานที่แห่งนี้ติดอันดับแหล่งเช็กอินยอดฮิตไปด้วย

10. เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก
หากอยากเดินทางไปท่องเที่ยวแบบกิน เที่ยว ช็อป ได้ครบ และไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกลหรือฝ่าฟันกับเส้นทางแสนลำบาก จังหวัดนครนายกก็เป็นอีกสถานที่ที่หลายๆ คนนึกถึง รวมถึงเชื่อนขุนด่านปราการชลที่มีทิวทัศน์สวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยวและบันทึกภาพสวยๆ

นอกจากนี้ สถานที่เช็กอินยอดนิยมของคนไทย เฟซบุ๊ก ยังได้รวบรวม 10 อันดับหัวข้อสนทนาและสถานที่เช็กอินสุดฮิตจากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงรายชื่อยอดนิยมของสิ่งต่างๆ ทั้งภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ ผู้ให้ความบันเทิง นักกีฬา เกม รวมถึงสติกเกอร์ที่มีผู้ใช้มากที่สุดทั่วโลกในรอบปี ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ yearinreview.fb.com