ตะลอนเที่ยว : ไปกิน ไปเที่ยว ไปพักผ่อน ที่เมืองกระบี่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/519468

ตะลอนเที่ยว : ไปกิน ไปเที่ยว ไปพักผ่อน ที่เมืองกระบี่

ตะลอนเที่ยว : ไปกิน ไปเที่ยว ไปพักผ่อน ที่เมืองกระบี่

วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563, 09.00 น.

เมื่อวันที่ 11-14 กันยายน Mr. Flower นำคณะผู้อ่านแนวหน้า และผู้ฟังรายการ GOOD TIME (ทางสถานีวิทยุจุฬาฯ 101.5 MHz.เวลา 20.35-22.00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์) จำนวน 17 คนไปท่องเที่ยว จับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าต่างๆ นานา และสัมผัสความงดงามของจังหวัดกระบี่

หลายคนอาจจะถามว่าทำไมไปเที่ยวกระบี่หน้าฝน ก็ต้องตอบชัดๆว่า แม้จะเป็นหน้าฝนก็จริง แต่ก็ยังสามารถท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ ของกระบี่ได้ เพราะเมื่อฝนตก เราก็เข้าไปเที่ยวในสถานที่ที่ ไม่ต้องตากฝน เช่น พิพิธภัณฑ์ลูกปัด คลองท่อม ดูลูกปัดสุริยเทพที่ล้ำค่า และชมลูกปัดอีกสารพัดชนิด แล้วเข้าวัดเข้าวากราบไหว้นมัสการพระพุทธรูปและทำบุญทำทานเช่น ที่วัดเขาหัวสิงห์ วัดที่พระอุโบสถงดงาม ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาสูงตระหง่านวัดมหาธาตุวชิรมงคล วัดที่มีพระมหาเจดีย์รูปทรงเดียวกับพระมหาเจดีย์ที่พุทธคยาและไปกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณวัดมหาธาตุแหลมสัก แล้วก็ไปเล่นน้ำร้อนจากน้ำตกร้อนคลองท่อม แล้วก็ไปชมความงดงามของสระมรกต แล้วก็ไปชมน้ำสองสีในป่าพรุแสนงามที่ท่าปอม แล้วก็ไปดูสุสานหอย 75 ล้านปี ครั้นเมื่อคาดว่าไม่มีฝน คณะของเราก็ลงเรือยอชต์ล่องทะเล (แต่ระหว่างทางเจอฝนจึงต้องเปลี่ยนใจกลับเข้าฝั่งก่อนถึงที่หมายเลยไม่ได้ไปชมทะเลแหวก เกาะไก่เกาะปอดะ เกาะทับ เกาะไก่ เกาะหม้อ และอ่าวไร่เลย์)  

อันที่จริง กระบี่มีที่เที่ยวอีกมากมาย เช่น ชุมชนเกาะกลาง ชุมชนที่แสนจะน่ารัก น่าอยู่อาศัยมาก บนเกาะแห่งนี้ไม่มีรถยนต์มีเพียงจักรยานยนต์เท่านั้น ประชากรบนเกาะมีทั้งชาวไทยนับถือศาสนาพุทธและอิสลาม โดยทุกคนรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานกันเป็นอย่างดี

แต่ที่สุดประทับใจในการเดินทางทริปนี้คือ ทุกคนสุขสดชื่นเบิกบานกับการได้สัมผัสอากาศแสนสะอาดทั้งในบริเวณชายทะเล และในเขตป่าโกงกางปากอ่าว รวมถึงในป่าพรุที่แสนอุดมสมบูรณ์  

แล้วเวลาเช้าคณะก็ไปจับจ่ายซื้อของต่างๆ นานาจากตลาดสดใจกลางกระบี่ ได้พบกับสินค้าสารพัดชนิด ทั้งอาหารสด อาหารแห้ง อาหารทะเล ขนมต่างๆ นานาสารพัดชนิด หลายคนประทับใจกับการได้รับประทานปาท่องโก๋ทอดใหม่ๆ กลิ่นหอมกรุ่นแล้วยิ่งได้รับประทานพร้อมกับโอยัวะกลิ่นหอมฉุยที่มีนมข้นอยู่ก้นแก้ว ทำให้หลายคนบอกตรงกันว่านี่คือสวรรค์ที่แท้จริง เพราะทำให้หวนระลึกถึงวันวานได้อย่างชัดเจน

ทริปนี้นอกจากจะได้ท่องเที่ยวสถานที่ต่างๆ อย่างสบายใจแล้ว และยังได้กระจายรายได้ไปถึงมือชาวบ้านโดยตรงอีกด้วย ได้พูดได้คุยกับพ่อค้าแม่ขาย ทำให้ได้รับรู้ถึงปัญหาต่างๆ ของชาวบ้านในยามที่เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาด ผู้ค้าขายบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ค้าขายไม่ดีเลย แต่ก็ยังขอบคุณที่คนไทยช่วยกันเที่ยวในยามที่ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่วนบรรดาผู้ประกอบการด้านบริการ เช่น โรงแรม เรือเดินทะเลไกด์ สปา พนักงานขับรถตู้เช่า ต่างบอกตรงกันว่าไม่มีรายได้มาหลายเดือนแล้ว ส่วนผู้ค้าขายของกินของที่ระลึกในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ก็บอกตรงกันว่า ค้าขายได้น้อยมาก เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว แล้วก็ฝากเชิญชวนให้คนไทยช่วยกันท่องเที่ยวในบ้านเมืองของเรา เพื่อให้มีการกระจายรายได้พอยิ่งได้ฟังเช่นนี้ ก็ยิ่งอยากจะเชิญชวนคุณๆไปเที่ยวเมืองไทยด้วยกันให้มากยิ่งขึ้น

การท่องเที่ยวที่จะทำให้เกิดความสนุกสนานสำราญใจอย่างเต็มที่ก็ต้องควบคู่ไปกับการได้รับประทานอาหารอร่อยด้วย ทริปนี้คณะของเราตระเวนรับประทานอาหารกันอย่างครื้นเครง เพราะรับประทานทั้งอาหารปักษ์ใต้รสจัดจ้าน และรับประทานอาหารทะเลสดๆ โดยไปรับประทานอาหารอร่อยที่ร้านตะโกลาร้านเรือนไม้ ร้านมะหญิง ร้านบะหมี่ลิ้นชักร้านอาหารญี่ปุ่นที่ใช้วัสดุจากพื้นถิ่นเป็นวัตถุดิบ ชื่อร้านโทบิโกะ แล้วก็ยังแวะชิมอาหารและขนมต่างๆ นานาจากร้านเล็กร้านน้อยอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งนับได้ว่าเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง  

สำหรับโรงแรมที่คณะของเราพักในทริปนี้คือโรงแรมเดอะคลิฟฟ์ (TheCliff) อ่าวนาง ซึ่งเป็นโรงแรมขนาดกะทัดรัดมีฉากหลังเป็นหน้าผาสูงตระหง่านของอ่าวนาง

หากคุณสนใจอยากไปสัมผัสความงามของแหล่งท่องเที่ยวในกระบี่ด้วยการเที่ยวแบบละมุนละไม และลิ้มรสความอร่อยของอาหารเลิศรสสารพัดชนิดโดยต้องการให้ Mr.Flower พาคุณไปท่องเที่ยว โปรดติดต่อโทรศัพท์หมายเลข091-7233615

ตะลอนเที่ยว : สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/517898

ตะลอนเที่ยว : สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

ตะลอนเที่ยว : สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

วันอาทิตย์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2563, 08.30 น.

ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ ขออนุญาตนำเสนอพระราชประวัติสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวีพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พร้อมทั้งนำเสนอพระตำหนักที่ประทับของพระองค์ท่านในสถานที่สำคัญต่างๆ เนื่องจากในเดือนกันยายน เป็นเดือนพระราชสมภพของพระองค์

พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าลูกเธอ ลำดับที่ 60 ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช และลำดับที่ 4 ในสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าคุณจอมมารดาเปี่ยม) พระราชสมภพในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันพุธ เดือน 10 แรม 2 ค่ำ ปีจอ จัตวาศก จ.ศ. 1224 ซึ่งตรงกับวันที่10 กันยายน พ.ศ. 2405 ทรงมีพระนามเดิม เมื่อประสูติว่าพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา ทรงมีพี่น้องร่วมพระมารดา 6 พระองค์ ได้แก่ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุณากรรณอนันตนรไชย, พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์, พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์, พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา,พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี และ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าสวัสดิโสภณ 

เมื่อทรงพระเยาว์ ทรงรับการศึกษาตามแบบกุลสตรีในวังหลวง ทรงเล่าเรียนภาษาอังกฤษ จนสามารถอ่านออกและฟังเข้าพระทัย ต่อมาทรงเข้ารับราชการเป็นพระภรรยาเจ้า ในรัชกาลที่ 5 แล้วต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งสวรรคต ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวีเสมอกัน ซึ่งในช่วงเวลานั้นพระองค์ทรงมีพระราชกรณียกิจออกรับแขกเมืองในฐานะพระราชินีแห่งกรุงสยาม

ภายหลังการสวรรคตของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนาสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ กรมขุนเทพทวาราวดี พระราชโอรสของพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ขึ้นเป็นสยามมกุฎราชกุมารพระองค์ต่อไป พร้อมทั้งสถาปนาพระอิสริยยศของพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอัครราชเทวี ในฐานะเป็นพระราชชนนีในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  

พระตำหนัก ที่ประทับในพระบรมมหาราชวัง

ครั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระองค์ทรงได้รับการเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี พระองค์ทรงเป็นพระธุระให้พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี พระมเหสีในรัชกาลที่ 6 ตั้งแต่ทรงพระครรภ์จนถึงมีพระประสูติกาลสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โดยพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ทรงเล่าถึงสมเด็จพระมาตุจฉาเจ้าฯ ว่า “ถ้าไม่ได้ท่าน เจ้าฟ้าก็ไม่ได้เป็นพระองค์” ซึ่งมีพระประสูติกาลก่อนสมเด็จพระราชบิดาเสด็จสวรรคตเพียงหนึ่งวัน โดยก่อนที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจะเสด็จสวรรคต ได้ทรงมีพระราชดำรัสทรงฝากฝังพระราชธิดาไว้กับ “สมเด็จป้า”

ครั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาให้ทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุจฉาเจ้า

ต่อมาเมื่อพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล พระราชนัดดา เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงเฉลิมพระนาม ขึ้นเป็นสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และทรงดำรงพระอิสริยยศนี้จนตลอดพระชนมายุ

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ พระตำหนักใหญ่ วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493 

พระองค์ทรงพระประชวรด้วยพระอาการอักเสบที่พระปับผาสะ จนกระทั่งกลางดึกคืนวันที่ 16 ธันวาคม 2498 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปยังวังสระปทุม เมื่อเวลาประมาณ 2 ยาม เนื่องจากคณะแพทย์ที่ถวายการรักษากราบบังคมทูลว่าพระอาการหนักสุดที่จะแก้ไขแล้ว ภายในห้องพระบรรทมนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประทับยืนอยู่ปลายพระบาทพร้อมด้วยคณะแพทย์และพยาบาลที่เฝ้าพระอาการ ส่วนหน้าห้องพระบรรทมนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประทับอยู่ นอกจากนั้นก็มีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร หม่อมเจ้าที่ทรงเป็นหลานๆ และข้าหลวงหมอบเฝ้า

ช่วงเวลาตีสอง สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเสด็จสวรรคตด้วยพระหทัยวายในพระอาการสงบ เมื่อเวลา 02.16 น. ของวันที่17 ธันวาคม 2498สิริพระชนมพรรษารวม 93 พรรษา 3 เดือน 7 วัน โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถวายบังคมอยู่ที่เบื้องปลายพระบาท  

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพมีขึ้นในวันที่ 23 เมษายน 2499 พระบรมอัฐิประดิษฐาน ณ ชั้น 3 พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมราชสรีรางคาร บรรจุภายใต้ฐานชุกชี พระสัมพุทธวัฒโนภาส ในพระอุโบสถ วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร

ต่อมาในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 ที่ประชุมใหญ่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ(ยูเนสโก) ประกาศยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก เนื่องในโอกาสวันครบรอบ 150 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ วันที่10 กันยายน พ.ศ. 2555 ในฐานะที่ทรงมีผลงานดีเด่นด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์สุขภาพและการอนุรักษ์พัฒนาด้านวัฒนธรรม

และในโอกาสนี้ ขอนำเสนอภาพพระตำหนักที่ประทับของพระองค์ท่านในที่ต่างๆ เช่น พระบรมมหาราชวัง พระราชวังดุสิต และวังสระปทุม เพื่อให้ได้ทราบว่าพระองค์ท่านเคยประทับ ณ สถานที่แห่งใดบ้าง

(ขอกราบขอบคุณภาพและเรื่องจากสมาคมสุริยวุฒิศิลปทัศนา)

พระตำหนักสวนหงส์ ที่ประทับในพระราชวังดุสิต

พระตำหนัก ที่ประทับในวังสระปทุม

ตะลอนเที่ยว : ชมความงดงามของเมืองกระบี่ ผ่านเลนส์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/516367

ตะลอนเที่ยว : ชมความงดงามของเมืองกระบี่ ผ่านเลนส์

ตะลอนเที่ยว : ชมความงดงามของเมืองกระบี่ ผ่านเลนส์

วันอาทิตย์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

วันที่ 11-14 กันยายนนี้ มวลสมาชิกผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้า และผู้ฟังรายการ Good Time (ทางสถานีวิทยุจุฬาฯ FM 101.5 MHz ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 20.35-22.00 น.)จะไปท่องเที่ยวเมืองกระบี่ด้วยกัน โดยทริปนี้จะเน้นการท่องเที่ยวแบบเนิบนาบละมุนละไม เที่ยวแบบ slow lifeเน้นการสัมผัสธรรมชาติ สัมผัสชีวิตของผู้คนอย่างใกล้ชิด ส่วนอาหารการกินก็เน้นอาหารทะเล เน้นผักผลไม้ และเน้นการเข้าไปสัมผัสความร่มเย็นของพระพุทธศาสนาในวัดวาอารามต่างๆ ของเมืองกระบี่ 

ชื่อเสียงในเรื่องความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองกระบี่นั้นมีมากมายจนเกินจะพรรณนาได้หมดได้สิ้นในระยะเวลาอันสั้น เพราะมีทั้งทะเลที่สวยใสหาดทรายขาวละเอียดแสนสะอาด เกาะที่งดงามติดอันดับโลก ถ้ำต่างๆ นานาที่งดงามด้วยหินงอกหินย้อยและยังเป็นแหล่งอารยธรรมในยุคเก่าก่อนของมนุษย์โลกใต้น้ำที่แสนมหัศจรรย์ ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ แหล่งอนุบาลสัตว์ทะเล ชุมชนชาวบ้านที่นับถือศาสนาต่างกัน แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและเกื้อหนุนกันด้วยดีเสมอมา

ส่วนเรื่องอาหารการกินนั้น ต้องยอมรับว่ากระบี่คือแหล่งของอาหารที่แสนอุดมสมบูรณ์ ทั้งอาหารประจำถิ่นที่รสชาติจัดจ้านชวนรับประทาน และอาหารทะเลที่
สดสะอาดและแสนอร่อย บอกได้คำเดียวชัดๆ ว่า ใครก็ตามที่ได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองกระบี่แล้ว จะหลงใหลและฝันถึงเสน่ห์แห่งเมืองกระบี่ตลอดเวลา

วันนี้คอลัมน์ตะลอนเที่ยวนำภาพถ่ายที่บ่งบอกถึงมนต์เสน่ห์ของเมืองกระบี่ในแง่มุมต่างๆ มาอวดสายตาของคุณผู้อ่าน โดยได้รับอนุญาตจากกลุ่มช่างภาพฝีมือดีที่ร่วมกันจัดงาน 60 ช่างภาพเปิดภาพเมืองไทย Amazing ยิ่งกว่าเดิม โดยนำเสนอภาพถ่ายที่บอกถึงความงดงามของสถานที่ต่างๆ ในเมืองกระบี่  

ภาพงามทุกภาพของเมืองกระบี่ที่คอลัมน์นี้นำมาเสนออย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์มาแล้วนั้น เป็นเครื่องยืนยันว่า ทุกจุดทุกที่ของเมืองกระบี่เต็มไปด้วยสีสัน มีชีวิตชีวา และมีความงดงามที่รอให้คุณๆ ไปสัมผัส

เราสามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่าเมืองกระบี่มีความงามที่ชวนให้ใหลหลง เพราะแค่เพียงสถานที่แห่งเดียวกัน คือชายหาดของกระบี่ แต่เมื่อเราไปเยือนในเวลาที่แตกต่างกัน ก็จะได้รับความงามที่แสนประทับใจที่ต่างกันไป เพราะมีองค์ประกอบของแสงและเงาเขามาช่วยแต่งเติมเพิ่มสีสันให้ความงามของสถานที่โดดเด่นงามสะดุดตา

ขอเรียนแจ้งให้ทุกท่านทราบว่าสำหรับทริปกระบี่ วันที่ 11-14 กันยายนนี้ไม่สามารถรับสมาชิกเพิ่มเติมได้อีกแล้ว เนื่องจากเราเน้นการท่องเที่ยวกันแบบกลุ่มเล็กๆ เน้นความเป็นกันเอง เน้นความละมุนละไมของการท่องเที่ยว และที่สำคัญคือเน้นมิตรภาพที่ยาวนานของหมู่สมาชิกที่ร่วมทริป 

ดังนั้น หากคุณๆ สนใจต้องการร่วมทริปกระบี่แสนสวย สุดสุขสันต์กับเราอีกในทริปต่อๆ ไป กรุณาติดต่อสำรองที่นั่งที่ หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615(แต่ละทริปนั้น เรารับสมาชิกเพียง 12-14 ท่านเท่านั้นครับ)

ตะลอนเที่ยว : อร่ามเรือง เมืองอุทัยฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/514919

ตะลอนเที่ยว : อร่ามเรือง เมืองอุทัยฯ

ตะลอนเที่ยว : อร่ามเรือง เมืองอุทัยฯ

วันอาทิตย์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ต้องขออนุญาตเรียนตามตรงว่า ทุกครั้งที่ได้ไปเที่ยวเมืองอุทัยธานี ก็จะมีความสุขทุกครั้ง สุขเพราะว่าได้สัมผัสกับความสงบ ความสะอาด และความเป็นระเบียบของเมือง ความน่ารักของผู้คน ความเขียวขจีของแมกไม้ และที่สำคัญคือได้ไปกราบไหว้พระพุทธรูปที่งดงามในวัดอุโปสถาราม ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งสะแกกรัง

วัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์มโนรมย์ หรือวัดโบสถ์ คือวัดที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของอุทัยธานี ตามประวัติระบุว่าสร้างมาตั้งแต่ช่วงต้นรัตนโกสินทร์ (แต่เดิมนั้นวัดนี้เคยตั้งอยู่ในเขตอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ดังนั้นคนเก่าแก่จำนวนมากจึงยังจำชื่อเดิมคือ วัดโบสถ์มโนรมย์) คนอุทัยธานีมีความศรัทธาและหวงแหนวัดโบสถ์แห่งนี้มาก ดังนั้นจึงไม่ต้องประหลาดใจหากคุณไปอุทัยฯ แล้วพบว่าตามสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายยา และร้านขายของต่างๆ
ในอุทัยฯ มักจะมีภาพของวัดโบสถ์ติดอยู่ในอาคารนั้นๆ  

เมื่อวันที่ 22-23 สิงหาคม 2563 ผมนำคณะผู้อ่านแนวหน้า และผู้ฟังรายการ GOOD TIME (ออกอากาศทางสถานีวิทยุจุฬาฯ วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 20.35-22.00 น.) ไปเที่ยวเมืองอุทัยฯ ไปล่องเรือชมแม่น้ำสะแกกรัง ไปวัดสังกัสรัตนคีรี(วัดเขาสะแกกรัง) ไปศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ไปวัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ไปชมตลาดเก่าตรอกโรงยา สถานที่สุดแสนโรแมนติกแห่งหนึ่งของเมืองอุทัยฯ ไปเดินเที่ยวตลาดเช้า ไปตักบาตรพระสงฆ์ ทั้งพระสงฆ์ที่เดินบิณฑบาต และพายเรือบิณฑบาต ไปรับการบำบัดด้วยคลื่นเสียงจาก Crystal Bowls และไปรับประทานอาหารพื้นบ้าน เช่น ปลาแรดเลิศรส กุ้งแม่น้ำแสนอร่อย รวมถึงขนมไทยโบราณฝีมือสุดยอด แล้วยังพาไปรับประทานน้ำผักเพื่อสุขภาพ แต่ที่สำคัญคือทริปนี้สมาชิกทุกคนต่างได้ร่วมกัน ทำบุญ ทำทาน บริจาคเงิน ซื้อของดีต่างๆ นานาจากร้านค้าของศูนย์วงเดือนฯ และยังได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยทูลเกล้าฯ ถวายไว้ ณ ศูนย์วงเดือน

กล่าวได้ว่าทริปอุทัยฯ ในครั้งนี้ทำให้เราทุกคนมีความสุขกาย สุขใจ และอิ่มเอมด้วยรสชาติของอาหาร และขนมไทยฝีมือเยี่ยม หลายคนบอกตรงกันว่าจะกลับไปอุทัยฯ อีกในเร็ววันนี้ โดยหลายคนกำหนดไว้ว่าจะไปอีกในวันออกพรรษาที่จะมาถึงในอีกประมาณ1 เดือนข้างหน้านี้

สำหรับภาพประกอบคอลัมน์สัปดาห์นี้ ผมตั้งใจนำภาพที่แสนวิจิตรของวัดโบสถ์มาฝากคุณ โดยเฉพาะองค์พระพุทธรูปในพระวิหาร ซึ่งมีทั้งหมด 9 องค์โดยมีพระพุทธรูปยืน 6 องค์ บางองค์เป็นปางห้ามพระแก่นจันทน์ (ยกพระหัตถ์ซ้ายขึ้นเสมอพระอุระ ปล่อยมือขวาแนบข้างพระวรกาย) และบางองค์เป็นปางห้ามญาติ (ยกพระหัตถ์ขวา แล้วปล่อยพระหัตถ์ซ้ายแนบพระวรกาย) แต่พระพุทธรูปองค์สำคัญอีกองค์ในพระวิหารคือพระพุทธรูปองค์หน้าสุด ปางมารวิชัย เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่มาก หล่อด้วยทองคำ ส่วนพระอุโบสถก็จะมีความงดงามไม่แพ้กัน สิ่งสำคัญอีกประการของวัดโบสถ์คือภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะในพระอุโบสถที่เขียนเรื่องพุทธประวัติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างสุดวิจิตร ส่วนภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระวิหารที่โดดเด่นที่สุดภาพหนึ่งคือภาพพระมาลัยรับดอกบัว

โบราณสถานสำคัญอีกอย่างหนึ่งของวัดโบสถ์คือเจดีย์ที่อยู่ด้านหลังพระวิหาร ซึ่งอยู่ใกล้กับริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรัง โดยทั้งสามองค์นี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมต่างกันคือศิลปะสุโขทัย ศิลปะอยุธยา และศิลปะรัตนโกสินทร์ และที่สำคัญอีกสิ่งได้แก่มณฑปแปดเหลี่ยม ศิลปะผสมผสานระหว่างไทยและจีน แต่ที่หลายคนตื่นเต้นมากคือ สมัยรัชกาลที่ 5 นั้น สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาส ณ วัดโบสถ์แห่งนี้ โดยทรงขึ้นแพ ณ หน้าวัดแห่งนี้ 

เรื่องราวน่าประทับใจในทริปอุทัยฯ ยังไม่จบแต่พื้นที่การนำเสนอเรื่องราวที่น่าประทับใจหมดแล้ว เพราะฉะนั้น หากคุณๆ ประสงค์จะร่วมทริปแสนสำราญสุดวิเศษทริปอื่นๆ กับ Mr.Flower โปรดติดตามคอลัมน์นี้ไปเรื่อยๆ นะครับ หรือหากสนใจจะร่วมทริปสุดสำราญด้วยกัน โปรดติดต่อ091-7233615  

สวัสดีครับ

ตะลอนเที่ยว : เที่ยวละไม เดินละมุน กรุ่นไอดิน ในชุมชนชาวบ้านเชียงราย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/513433

ตะลอนเที่ยว : เที่ยวละไม เดินละมุน กรุ่นไอดิน ในชุมชนชาวบ้านเชียงราย

ตะลอนเที่ยว : เที่ยวละไม เดินละมุน กรุ่นไอดิน ในชุมชนชาวบ้านเชียงราย

วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สัปดาห์ก่อนผมเชิญชวนคุณผู้อ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้าไปเที่ยวแบบละมุนละไมด้วยกันที่จังหวัดเชียงราย โดยการท่องเที่ยวทริปนี้คณะของเราไม่ได้ขึ้นดอย แต่จะเน้นการท่องเที่ยวในชุมชนต่างๆ ซึ่งมีอัตลักษณ์ และมีเอกลักษณ์ประจำของชุมชนเช่น ชุมชนท่าขันทอง ชุมชนแม่กรณ์ ชุมชนแม่รวง เป็นต้น

ขอเรียนย้ำให้ทราบว่าชีวิตของชาวชุมชนต่างๆ ที่ผมจะนำคุณๆ ไปสัมผัสนั้น เต็มไปด้วยความน่าสนใจ ชนิดที่เรียกได้ว่ามีมนต์เสน่ห์มากมาย ตัวอย่างของมนต์เสน่ห์คือ ความเป็นธรรมชาติ ขนบประเพณีวัฒนธรรม อาหารการกินการแต่งกาย สถาปัตยกรรมการปลูกสร้างบ้านเรือน ความเอื้ออาทร ความมีน้ำใจการแบ่งปันกันและกัน รวมถึงการรักษาความสะอาดความเป็นระเบียบ 

เมื่อคุณสังเกตจากภาพประกอบที่ผมนำมาแสดงในสัปดาห์นี้จะพบว่า เรื่องอาหารการกินของทุกชุมชนที่ผมนำคุณไปเยี่ยมชมและสัมผัสนั้นมีสีสันที่แสนสวยงามตามสีสันธรรมชาติโดยแท้ เพราะเป็นสีสันของผัก ผลไม้ ต้นไม้ และเครื่องเคียง รวมถึงยังมีสีสันของไม้ดอก ป่าเขา ทุ่งนา สายน้ำแห่งแม่น้ำโขง เครื่องแต่งกาย รวมถึงสีฟ้าสดใสของท้องฟ้าที่มีเมฆขาวแต่งแต้มผืนฟ้าให้งามราวภาพจิตรกรรมจากฝีมือจิตรกรชั้นเยี่ยมของโลก

ขออนุญาตเล่าสไตล์การเที่ยวแบบละมุนละไมของกลุ่มเราให้ทราบสักนิด (สำหรับคุณๆ ที่ยังไม่เคยไปท่องเที่ยวกับพวกเรา) คือเราเที่ยวกันแบบแช่มช้อยไปช้าๆ ค่อยๆ ละเลียดซึมซับความงามของแหล่งท่องเที่ยว เราให้เวลาในแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งยาวนานหลายชั่วโมง (บางแห่งอาจเป็นวัน) เพื่อให้ผู้ร่วมทริปของเราได้มีโอกาสพูดคุย สัมผัสชีวิตจริงๆของผู้คนที่เราไปท่องเที่ยว และยังได้เห็นวิถีชีวิตที่แท้จริงของเขา นอกจากนี้ยังได้ทราบว่าคนในชุมชนปลูกผัก ผลไม้ชนิดใดเพื่อใช้กินในชีวิตประจำวัน แต่ที่มากกว่านั้นคือ การได้ช่วยเหลือกระจายรายได้ด้วยการซื้อผลผลิตจากชุมชน ทำให้ชาวชุมชนมีรายได้แท้จริง และยังเกิดความรู้สึกว่าคนจากต่างถิ่นเห็นคุณค่าของคนในชุมชนแล้วที่มากกว่านั้นคือ การได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ได้พูดคุยสนทนากันแล้วในที่สุดก็ทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกัน

อันที่จริงแล้ว ทริปนี้ผมนำคุณไปเที่ยวไปพักผ่อน โดยได้สัมผัสกับทุ่งนา ป่าเขาและสายน้ำอย่างใกล้ชิด แต่ที่หลายคนประทับใจคือการได้ทำอาหารรับประทานเอง แม้หลายคนจะบอกว่า ทำอาหารไม่เป็น หรือทำอาหารไม่เก่ง แต่เมื่อทุกคนได้ช่วยกันปรุงอาหารจากฝีมือของคนทุกคนที่มีส่วนร่วมกัน ก็ทำให้อาหารที่ปรุงออกมาแล้วเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน เพราะอย่างน้อยที่สุดก็เกิดมาจากฝีมือและความร่วมมือของทุกคน โดยวัตถุดิบในการปรุงอาหารก็มาจากสวนผักในชุมชน ปลาก็มาจากลำน้ำในชุมชนผลไม้ก็เก็บไปรับประทานกันสดๆ จากสวนในชุมชน

ส่วนเวลาพักผ่อนก็นอนในที่นอนแสนสบาย นอนในมุ้ง ซึ่งเป็นการนอนที่แสนจะได้บรรยากาศ โดยเฉพาะคนที่เคยนอนมุ้งมาก่อน (แต่แอบใช้เครื่องปรับอากาศนิดหน่อย โดยเฉพาะเวลาหัวค่ำที่อากาศยังไม่เย็นสบายมากนัก แต่ตกดึกก็ต้องลุกขึ้นมาปิดเครื่องปรับอากาศ เพราะอากาศเย็นมาก)ส่วนการอาบน้ำอาบท่าก็ไม่ถึงกับให้คุณๆ ลงไปอาบน้ำในลำธารข้างบ้าน เพราะเกรงว่าจะได้บรรยากาศของความเป็นชนบทมากจนเกินจะรับได้ ก็จึงต้องหาห้องน้ำห้องท่าที่ทันสมัย แต่ยังมีกลิ่นอายของความเป็นชนบทผสมอยู่ คือการอาบน้ำด้วยการใช้ขันตักน้ำจากโอ่งแล้วนำไปราดรดตัว เพียงแค่นี้ก็ทำให้หลายคนหวนระลึกถึงวันวานได้โดยฉับพลัน ส่วนคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์การอาบน้ำด้วยการตักน้ำจากโอ่งมารดตัวก็จะได้เรียนรู้ไปด้วยว่า คนไทยสมัยก่อนเขามีวิถีชีวิตอย่างไร ส่วนต้นข้าวที่คุณเห็นในท้องทุ่งนั้น หากคุณมีความต้องการจะเรียนรู้การปลูกข้าวด้วยการดำนาจริงๆ เราก็จัดให้คุณได้ แต่ส่วนใหญ่หลายคนบอกว่า ขอเป็นฝ่ายดูก็แล้วกัน เพราะเกรงว่าจะทำให้ต้นกล้าของข้าวเสียหายมากกว่า

ที่ผมเล่าให้คุณฟังคร่าวๆ นี้เป็นแค่เพียงเศษหนึ่งส่วนร้อยของการได้ท่องเที่ยวตามแบบเที่ยวละมุนละไมนะครับหากคุณมีความประสงค์จะสัมผัสบรรยากาศละมุนละไมจริงๆ โปรดติดต่อหมายเลข091-7233615 แล้วเราจะไปสัมผัสบรรยากาศจริงๆ ด้วยกันครับ

ตะลอนเที่ยว : ไปแอ่วเชียงราย แต่ไม่ได้ขึ้นดอย ก็ม่วนขนาด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/511921

ตะลอนเที่ยว : ไปแอ่วเชียงราย แต่ไม่ได้ขึ้นดอย ก็ม่วนขนาด

ตะลอนเที่ยว : ไปแอ่วเชียงราย แต่ไม่ได้ขึ้นดอย ก็ม่วนขนาด

วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ฝนยังตกหนักเกือบทุกวัน (แต่ทว่าตกไม่ทั่วประเทศไทย) แต่ผมก็ยังอยากจะชักชวนคุณไปเที่ยวด้วยกัน ใช่แล้วครับ เราไปเที่ยวกันในหน้าฝน ผมจะชวนคุณไปแอ่วเชียงรายในหน้าฝน หลายคนอาจจะประหลาดใจว่าทำไมไปเที่ยวหน้าฝน เพราะเมื่อพูดถึงเชียงรายแล้ว คนจำนวนไม่น้อย (ที่ถวิลหาอากาศหนาวเย็น) มักจะต้องขึ้นไปแอ่วในช่วงหน้าหนาว แต่ต้องบอกคุณตรงๆ ว่าการไปแอ่วเชียงรายในช่วงหน้าฝนนี้ ม่วนอ๋กม่วนใจ๋ขนาด (สนุกสนานสำราญบานใจมาก)

ไปแอ่วเชียงรายกับผมในทริปนี้ผมจะพาคุณไปตะลอนรับประทานอาหารสารพัดชนิด ทั้งอาหารพื้นเมืองแท้ๆ และอาหารพื้นเมืองประยุกต์ รวมถึงพาคุณๆ ไปพักผ่อนนอนสบายในที่พักแสนจะเป็นธรรมชาติที่ตั้งอยู่กลางทุ่งกลางนา เมื่อมองไปทางไหนก็พบแต่ความเขียวขจีของใบข้าวที่พลิ้วไหวไปตามสายลม และความเขียวชอุ่มของใบไม้ในป่าเขาลำเนาไพร ผสมกับความชุ่มชื่นและความฉ่ำเย็นของสายฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นระยะๆ ขอเรียนตรงๆ ว่า การไปเที่ยวในช่วงนี้ คุณๆ จะได้สัมผัสกับอากาศที่แสนบริสุทธิ์หลังฝนตก ทำให้คุณสูดลมหายใจเข้าปลอดได้ลึกสุดๆ  

สถานที่แรกที่ผมขอเชิญคุณไปเที่ยวไปนอนพัก ไปใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆ แต่ทว่าได้คุณภาพสูงสุดคือการนอนพักและทำอาหารเพื่อสุขภาพรับประทานด้วยฝีมือของคุณเองที่ AHSA Farm Stay แม่จัน ณ ที่แห่งนี้คุณจะได้กลับไปสัมผัสกับชีวิตกลางทุ่งนา และสวนผัก สวนผลไม้ โดยทุกอย่างเป็นผักและผลไม้ปลอดสารพิษ คุณจะได้เก็บผักสดๆ ไปปรุงอาหารรับประทานด้วยฝีมือของตนเอง แต่หากคุณยืนยันว่าไม่มีฝีมือปรุงอาหารคุณก็ยังมีผู้ช่วย แต่ที่สำคัญคือคุณต้องมีส่วนร่วมในการทำอาหารมื้อพิเศษของคุณด้วยตัวคุณเอง

แล้วผมก็จะชวนคุณไปเที่ยวต่อที่ชุมชนท่าขันทอง เชียงแสน ชุมชนที่ปลูกผัก ผลไม้ และเลี้ยงสัตว์ไว้สำหรับรับประทานเอง ชุมชนนี้อยู่ติดกับแม่น้ำโขง ดังนั้นจึงมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์เกือบตลอดปี (ยกเว้นในบางช่วงที่น้ำโขงแห้งขอด เพราะจีนกักน้ำไว้) สมาชิกชุมชนนี้มีความเป็นมาคือเป็นชาวอีสานที่อพยพย้ายถิ่นไปอยู่ที่ท่าขันทอง ดังนั้นการแต่งกาย และอาหารการกินจึงเป็นลูกผสมระหว่างอีสานกับล้านนา อาหารขึ้นชื่อของชุมชนนี้คือเมี่ยงดาวอินคา ซึ่งใช้ใบดาวอินคาเป็นตัวห่อเมี่ยง(ซึ่งก็คือเมี่ยงคำที่คุณๆ รู้จักกันดีนั่นแหละ) แต่มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ผมประทับใจมากคือ ไร่วู๊ดดี้ ชายหนุ่มคนเมืองแต๊ๆ ที่ปลูกข้าว ปลูกเสาวรส ปลูกข้าวโพด และปลูกมะนาว รวมถึงไม้ผลอีกสารพัดชนิดไว้บนที่ดินของตนเอง อ้ายวู๊ดดี้บอกว่า เมื่อก่อนเคยเป็นลูกจ้างคนอื่น แต่ตอนหลังจึงปิ๊กบ้าน (กลับบ้าน) แล้วมาพัฒนาที่ดินของบรรพบุรุษ จนเดี๋ยวนี้เปลี่ยนสถานะเป็นเจ้าสัวน้อยๆ เพราะมีรายได้จากการขายผลผลิตปีหนึ่งๆ เป็นเงินมิใช่น้อย

ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่ผมต้องพาคุณไปรู้จักและรับประทานอาหารค่ำในทริปนี้คือที่ Lucus Native Food Lab โดยฝีมือของเชฟก้อง-ก้องวุฒิ ชัยวงศ์ขจร ชายหนุ่มชาวเจียงฮายที่มีฝีมือปรุงและแปรอาหารเมืองให้มีรูปลักษณ์เป็นอาหารที่ดูเสมือนอาหารตะวันตก วัตถุดิบเกือบทุกชนิดที่เชฟหนุ่มรายนี้ใช้ในการปรุงอาหารล้วนมาจากพื้นเมือง อาทิ เห็ดประจำฤดูฝน ใบไม้ต่างๆ ในพื้นถิ่น และที่น่าทึ่งคือสามารถแปรรูปลักษณ์ของไส้อั่วให้ดูเสมือนอาหารฝรั่ง แต่รสชาติก็คือไส้อั่วร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ต้องบอกคุณล่วงหน้าว่า หากต้องการรับประทานอาหารค่ำฝีมือของเชฟก้อง คุณต้องจองล่วงหน้านะครับ เพราะวันหนึ่งรับลูกค้าได้เพียง 15-18 รายเท่านั้น

สถานที่สุดท้ายของทริปนี้ที่ผมแสนภูมิใจนำเสนอคือชุมชนบ้านเมืองรวง อยู่ในเขตอำเภอเมือง เชียงราย ที่นี่มีความน่ารักตรงที่บ้านทุกหลังปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง แล้วที่น่ารักมากยิ่งกว่าคือแต่ละบ้านมีเมล็ดพันธุ์ผักต่างๆ ไว้แบ่งปันกัน เรียกว่า
ธนาคารเมล็ดพันธุ์ บ้านไหนมีพันธุ์ผักอะไรก็แลกเปลี่ยนกัน แล้วนำไปเพาะปลูกแล้วนำผลผลิตไปขาย แต่ที่น่ารักจนไม่สามารถพูดถึงได้คือที่ชุมชนนี้มีการแยกขยะอย่างเป็นระเบียบมาก แล้วนำขยะทั้งหมดไปแปรรูป ดังนั้นชุมชนนี้จึงไม่มีขยะหล่นเรี่ยราดอยู่บนท้องถนนแม้แต่ชิ้นเดียว และเมื่อมาที่นี่แล้ว ก็ต้องพาคุณไปเรียนรู้เรื่องกาแฟจากอาข่ามิโนกาแฟ ร้านกาแฟของคนอาข่าชื่อมิโน ที่มีการบอกเล่าเรื่องราวของกาแฟได้อย่างดี แถมมีกาแฟรสอร่อยให้คุณได้ดื่มด้วย

ที่ผมเล่าให้คุณฟังนี้ เป็นเพียงแค่ส่วนย่อๆ ของทริปเชียงรายแสนน่ารักในยามน่าฝน เพราะยังมีที่อื่นๆ ให้คุณไปชมอีกมาก แต่พื้นที่เล่าเรื่องหมดแล้ว ผมขอรับรองว่าหากคุณไปเที่ยวด้วยกันกับผม คุณจะยิ่งหลงรักเชียงรายและม่วนอ๋กม่วนใจ๋ขนาด สนใจร่วมทริปกับMr.Flower โปรดติดต่อ 091-7233615 เราไปแอ่วเชียงรายกันอีกในช่วงปลายเดือนกันยายนครับ

ตะลอนเที่ยว : ล่องใต้ ชมความงดงามของกระบี่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/510489

ตะลอนเที่ยว : ล่องใต้ ชมความงดงามของกระบี่

ตะลอนเที่ยว : ล่องใต้ ชมความงดงามของกระบี่

วันอาทิตย์ ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 08.00 น.

สัปดาห์ที่แล้วผมได้เชิญชวนคุณผู้อ่านแนวหน้าไปเที่ยวชมความงามสารพัดสารพันของจังหวัดกระบี่ด้วยกัน โดยร่วมไปกับทริปล่องใต้ ชมความงามกระบี่ ซึ่งผมได้นำภาพถ่ายที่สวยงามจากมุมต่างๆ ในจังหวัดกระบี่มายั่วให้คุณอยากไปสัมผัสความงดงามของเมืองกระบี่ด้วยตัวของคุณเอง

โดยกำหนดวันเดินทางไปเที่ยวกระบี่ด้วยกันในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน (กำหนดช่วงเวลาไว้คร่าวๆ คือ วันที่ 1-3 กันยายน 2563 แต่สามารถขยับปรับเปลี่ยนวันเดินทางได้ โดยไม่เกินวันที่ 12 กันยายน) โดยตั้งใจไปนอนพัก ณ ที่พักแสนสวย แสนสงบ คือ The Cliff อ่าวนาง (โรงแรมนี้เป็นของคุณอติพจน์ ศรีสุคนธ์ หรือโกจู๊ด และเจ้าของร้านอาหารตะโกลา จังหวัดกระบี่ ทั้งนี้โกจู๊ดคือหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม Good Time ของพวกเรา และยังช่างภาพฝีมือดี ที่กรุณาอนุเคราะห์ภาพถ่ายแสนงดงามให้กับคอลัมน์นี้มาอย่างต่อเนื่อง) 

หลายท่านตั้งคำถามว่า ไปเที่ยวกระบี่ ไปดูอะไรหรือ และหลายท่านถามว่า ไปกระบี่ช่วงต้นเดือนกันยายน ไม่เจอมรสุมหรือ ขออนุญาตเรียนให้ทราบว่าคณะของเราจะท่องเที่ยวอยู่บนฝั่งเท่านั้น โดยทริปนี้ยังไม่พาคุณๆ ไปท่องทะเล หรือไปเยือนเกาะแก่งต่างๆ เนื่องจากยังไม่หมดฤดูมรสุม แต่อย่างไรก็ตาม หากช่วงเวลาที่เราไปเที่ยวนั้นไม่มีมรสุม เราก็อาจจะนั่งเรือไปชมเกาะบางเกาะที่อยู่ไม่ไกลจากแผ่นดินมากนัก เช่น เกาะปอดะ ส่วนคำถามที่ว่าไปเที่ยวกระบี่ แล้วไปชมอะไร ก็ขอตอบว่า มีสถานที่ต่างๆ ให้ชมมากมาย เช่น ป่าพรุท่าปอม คลองสองน้ำ, สระมรกต, น้ำตกร้อน คลองท่อม, สระธารโบกขรณี, ชุมชนแหลมสัก และชุมชนเกาะกลาง ชุมชนเล็กๆ แต่น่ารักและมีเสน่ห์มาก เนื่องจากเป็นชุมชนที่แสนสงบ มีธรรมชาติงดงาม และมีอาหารทะเลสดๆ ให้รับประทาน มีผักปลอดสารพิษให้รับประทานด้วย แล้วไปเที่ยวถ้ำลอด ถ้ำผีหัวโต และไปกราบไหว้พระและทำบุญที่วัดถ้ำเสือ แล้วไปเดินเล่นช่วงยามเย็นที่อ่าวนาง แวะไปเดินเล่นให้สบายใจพร้อมจับจ่ายซื้อของน่ารักๆ ที่ถนนคนเดิน ซึ่งเปิดทุกยามค่ำพร้อมกับชม Street Arts ในชุมชนถนนศิลปะ เมืองกระบี่ หากคุณสนใจแหล่งโบราณคดีก็ยังมีที่คลองท่อม แหล่งประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมากมายในเรื่องลูกปัดโบราณ แล้วที่ขาดเสียไม่ได้คือต้องไปรับประทานอาหารทะเลสดๆ แสนอร่อยบนแพลอยน้ำ แล้วยังมีอีกสารพัดที่ที่อยากจะพาคุณไปเที่ยวให้สบายใจ แต่ไม่สามารถบรรยายให้หมดสิ้นได้ภายในเวลาสั้นๆ

นี่คือการท่องเที่ยวกระบี่แบบเน้นเที่ยวบนฝั่ง โดยไม่ต้องลงเรือข้ามไปเกาะแก่งต่างๆ ขอเรียนให้ทราบว่า แค่ท่องเที่ยวบนฝั่งของกระบี่ตามสถานที่ต่างๆ เหล่านี้ก็หมดเวลาไปแล้วสามวัน โดยยังไม่ต้องลงทะเล แต่ถ้าคุณอยากท่องเที่ยวกระบี่ให้ครบทุกจุดท่องเที่ยวคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยคือหนึ่งสัปดาห์ แต่หากคุณต้องการใช้เวลาพักผ่อนให้สุขกาย สบายใจกับท้องทะเล และเกาะแก่งต่างๆ ในกระบี่ ก็ต้องใช้เวลานานอย่างน้อยสองสัปดาห์ เพราะการไปเที่ยวเกาะต่างๆ นั้น ต้องมีเวลาสำหรับพักค้างคืนบนเกาะด้วย เพื่อให้สามารถซึมซับบรรยากาศที่แสนงดงามให้มากและยาวนานที่สุด  

สัปดาห์นี้ผมยังคงมีภาพถ่ายที่แสนงดงามจากฝีมือของโกจู๊ดแห่งกระบี่ มาฝากคุณอีกเช่นเคย ถึงแม้ภาพบางภาพ เช่น โนราห์ จะไม่ได้บันทึกภาพจากพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ก็ตาม แต่ผมขออนุญาตนำมาฝาก เพราะเห็นว่างดงามและมีเสน่ห์มาก และยังบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของปักษ์ใต้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนภาพอื่นๆคือภาพที่เก็บมาฝากจากจังหวัดกระบี่ทั้งสิ้นครับ เช่น ภาพพระปักกลดที่ป่าพรุท่าปอม และภาพวิถีชีวิตชาวบ้านในชุมชนต่างๆ ในจังหวัดกระบี่ 

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะร่วมทริปสุดพิเศษกับเรา ขอความกรุณาติดต่อสำรองที่นั่งโดยด่วน (เพราะต้องจองตั๋วเครื่องบิน และจองที่พัก) ที่หมายเลขโทรศัพท์ 091-7233615 (รับสมาชิกร่วมทริป14 ท่านเท่านั้นครับ)

ตะลอนเที่ยว : ไปเที่ยวกระบี่ด้วยกัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/508967

ตะลอนเที่ยว : ไปเที่ยวกระบี่ด้วยกัน

ตะลอนเที่ยว : ไปเที่ยวกระบี่ด้วยกัน

วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ Mr.Flower ขอชวนคุณไปเที่ยวจังหวัดกระบี่ด้วยกัน ไปดูความงดงามของทะเล หาดทรายขาวเม็ดทรายละเอียด เกาะต่างๆ อีกกว่า 100 เกาะ ป่าเขาถ้ำต่างๆ ที่งดงามด้วยหินงอกหินย้อย ป่าโกงกางลำธาร แหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดี แล้วที่ขาดไม่ได้เมื่อเวลาเราไปท่องเที่ยวด้วยกันคือการไปรับประทานอาหารประจำถิ่นที่แสนอร่อยพร้อมกับพักผ่อนในสถานที่ที่แสนสวย แสนสงบโอบล้อมไปด้วยขุนเขา และแมกไม้

เมื่อพูดถึงกระบี่แล้ว ก็ต้องบอกว่ามีสถานที่ให้ท่องเที่ยวมากมายจนเกินบรรยายได้หมดภายในระยะเวลาเพียงสั้นๆ ดังนั้นหลายต่อหลายคนเมื่อได้ไปเยือนกระบี่แล้ว ก็จะต้องกลับไปเยือนอีก เพราะการไปเยือนแต่ละครั้งไม่สามารถไปเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ได้ครบทุกแห่ง หากคุณไม่ได้ใช้เวลาท่องกระบี่นานเป็นเดือนๆ

หลายคนรู้จักเกาะพีพี แต่ไม่เคยไปเที่ยวเกาะที่มีชื่อเสียงก้องโลกแห่งนี้เลย หลายคนรู้จักทะเลแหวก แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสไปสัมผัสความงามอีกเช่นกัน เพราะหลายคนมักอ้างกับตัวเองว่า เที่ยวเมืองไทย เที่ยวเมื่อไรก็ได้ เพราะเป็นบ้านของเราเอง ก็เพราะว่าหลายคนคิดเช่นนี้นี่แหละ จึงทำให้พลาดการไปชมความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวแสนสวยในบ้านเรา 

ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ Mr.Flower ตั้งใจนำภาพสวยๆ มากระตุ้นต่อมอยากเที่ยวของคุณๆ โดยภาพเกือบทุกภาพคือภาพที่ถ่ายจากสถานที่ต่างๆ ในจังหวัดกระบี่ แต่มีเพียงภาพเดียวเท่านั้น ที่อยู่นอกจังหวัดกระบี่ คือภาพบ้านเรือนแพหลากสีสัน ในทะเลที่เกาะปันหยี จังหวัดพังงา

ภาพสวยๆ ทั้งหมดที่ Mr.Flower นำมาฝากคุณในสัปดาห์นี้ได้รับความอนุเคราะห์จากคุณอติพจน์ ศรีสุคนธ์ หรือโกจู๊ด เจ้าของ The Cliff อ่าวนาง และร้านอาหารตะโกลา จังหวัดกระบี่ 

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อคุณได้ชมภาพสวยๆ แล้ว จะทำให้คุณตัดสินใจอยากไปสัมผัสความงามของแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในจังหวัดกระบี่ มากขึ้น ทั้งนี้เรามีกำหนดจัดทริปแสนสบาย เที่ยวแบบละมุนละไม เที่ยวแบบกลมกลืนกับธรรมชาติ ไม่รีบไม่ร้อน ใช้ชีวิตแบบ slow life กับทริปของเรา

Mr.Flower ตั้งใจจะนำกลุ่มสมาชิกจำนวน 14-16 คน ไปเที่ยวกระบี่ในช่วงสัปดาห์ที่ 1 ของเดือนกันยายน 2563นอนพัก 3 คืน โดยจะนำไปเที่ยวเกาะสวยๆ หาดทรายขาวๆ เที่ยวแหล่งชุมชน และเที่ยวแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดี  

ถ้าหากคุณผู้อ่านสนใจร่วมทริปแสนสนุกแสนอบอุ่น รับประทานอาหารอร่อย นอนพักในที่ที่แสนสบาย และสมาชิกทุกคนล้วนมีความเป็นกันเอง โปรดติดต่อหมายเลขโทรศัพท์091-7233615

ไปเที่ยวกระบี่ด้วยกันนะครับ รับรองคุณจะหลงรักกระบี่มากกว่าเดิม

ตะลอนเที่ยว : ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์สร้างอาชีพเพื่อชาวอุทัยธานีและคนไทยทุกคน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/507638

ตะลอนเที่ยว : ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์สร้างอาชีพเพื่อชาวอุทัยธานีและคนไทยทุกคน

ตะลอนเที่ยว : ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ศูนย์สร้างอาชีพเพื่อชาวอุทัยธานีและคนไทยทุกคน

วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

การเรียนรู้ตลอดชีพคือการสร้างความมั่นคง และก้าวหน้าประการสำคัญให้กับชีวิตมนุษย์ มนุษย์ที่มีความรู้ในด้านต่างๆ ทั้งด้านวิชาการ ด้านอาชีพการงาน ด้านศิลปวัฒนธรรม ขนบประเพณี และสุนทรียศาสตร์ คือมนุษย์ที่มีความเพียบพร้อม และนับได้ว่าเป็นบุคคลที่มีความสุขในการดำรงชีวิต

วันนี้ Mr. Flower ขอนำคุณไปเที่ยวชมศูนย์การเรียนรู้วิชาชีพแห่งหนึ่งในจังหวัดอุทัยธานี“ศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์” ศูนย์แห่งนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีโดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจัดตั้งศูนย์ฝึกทักษะและพัฒนางานอาชีพ เพื่อให้ประชาชนที่สนใจแสวงหาความรู้ในอาชีพเสริมต่างๆ เข้าไปเรียนรู้และฝึกอบรม โดยพระราชทานชื่อศูนย์แห่งนี้ว่าศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ 

ชื่อศูนย์แห่งนี้มาจากชื่อของคุณป้าวงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ ผู้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อศูนย์ฯ โดยใช้ชื่อและนามสกุลของผู้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินเพื่อให้เป็นเกียรติประวัติกับผู้ถวาย และเสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่21 กรกฎาคม 2559

ศูนย์วงเดือนฯ อยู่ใกล้กับ “บ้าน 905” คือที่ประทับของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในจังหวัดอุทัยธานี ทรงโปรดให้เรียกว่า “บ้าน” เมื่อทรงมีบ้านอยู่ในจังหวัดอุทัยธานีแล้ว ก็ทรงปรารถนาจะให้ชาวอุทัยธานี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านมีอาชีพการงานและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ทรงปรารถนาให้ชาวไทยทุกคนที่ต้องการฝึกอาชีพเพิ่มเติม สามารถไปเรียนรู้และฝึกฝนอาชีพเพิ่มเติมได้ในศูนย์แห่งนี้  

ชาวอุทัยฯ บอกว่ารั้วของศูนย์วงเดือนฯ อยู่เกือบจะติดกับรั้วบ้าน 905 และที่ครั้งที่กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงงานในจังหวัดอุทัยธานี ก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปศูนย์วงเดือนฯ เป็นประจำ

นางอุทัยวรรณ โพธิ์กระจ่าง ผู้อำนวยการศูนย์วงเดือน อาคมสุรทัณฑ์ เล่าให้ Mr. Flower ฟังว่ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตรัสกับชาวบ้านที่ไปฝึกอาชีพในศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ว่า “เราชอบมาที่ศูนย์ฯ แห่งนี้”ส่วนเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ และชาวบ้านที่ไปฝึกอาชีพในศูนย์ฯ ก็ปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นเมื่อได้เฝ้าฯรับเสด็จ และส่วนมากมักจะเสด็จพระราชดำเนินไปที่ศูนย์ฯ แห่งนี้เป็นการส่วนพระองค์ ทรงพระสำราญเมื่อได้ทรงเล่นดนตรีไทย และเมื่อทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านมีอาชีพเสริมที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว

ภายในศูนย์วงเดือนฯ นั้น นอกจากจะมีการฝึกอาชีพต่างๆ เช่น ทำอาหารไทย อาหารไทยโบราณ ขนมไทยโบราณ ขนมฝรั่ง การประดิษฐ์สิ่งของเครื่องใช้จากวัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นบ้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การทำเครื่องแขวงมาลัย เครื่องหอม น้ำอบน้ำปรุง การจักหรือแทงหยวกกล้วย การทอผ้าลายพื้นบ้าน งานช่างไม้ช่างไฟฟ้า ช่างปูน ช่างก่อสร้าง ช่างยนต์ ช่างเย็บเสื้อผ้า การเกษตร สอนดนตรีไทย และอาชีพต่างๆอีกมากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาชีพที่ชาวบ้านสนใจและขอให้เปิดทำการสอนให้ โดยการเรียนการสอนในศูนย์ฯ แห่งนี้ไม่คิดค่าบริการใดๆ จากผู้เข้ารับการฝึกอบรม 

เมื่อไปศูนย์วงเดือนฯ แล้ว คุณต้องไม่พลาดชมและซื้อของจากร้านขายสินค้าที่นำสินค้าฝีมือชาวบ้านมาวางจำหน่าย มีทั้งของกิน ของใช้ เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มและต้องขอย้ำว่าผ้าทอมือของชาวอุทัยฯ โดยเฉพาะจากอำเภอบ้านไร่ มีความวิจิตรมาก ลวดลาย สีสันงดงามสุดบรรยาย ผ้าทอทุกผืนจากบ้านไร่คือเครื่องแสดงภูมิปัญญาดั่งเดิมของชาวอุทัยธานี ดังนั้นทุกคนที่เห็นแล้วจึงต้องซื้อติดมือกันเกือบทุกคน ส่วนบางคนก็สั่งจองไว้ เพราะของไม่มีจำหน่ายในทันที เนื่องจากผ้าทอแต่ละผืนต้องใช้เวลาประดิษฐ์นาน บางผืนที่วิจิตรมากๆ ต้องใช้เวลา 3 เดือน

เมื่อมาถึงจังหวัดอุทัยธานีแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องไม่พลาดชมก็คือวิถีชีวิตของชาวแพในลำน้ำสะแกกรัง ซึ่งวันนี้ Mr. Flower ขอนำภาพบ้านเรือนแพสวยๆในลำน้ำสะแกกรังจากเว็บไซต์ศูนย์วงเดือนฯ มาฝากคุณและขอขอบคุณเจ้าของภาพสวยๆ ทุกคนไว้ ณที่นี่ด้วย

สำหรับคุณๆ ที่ต้องการร่วมเดินทางไปท่องเที่ยวอุทัยธานีในวันที่ 22-23 สิงหาคม2563 กับสมาชิกหนังสือพิมพ์แนวหน้ากลุ่มเล็กๆ(จำนวน 18 คน) โปรดติดต่อโทรศัพท์หมายเลข091-7233615

ตะลอนเที่ยว : ทริปสีชังสุดหรรษา วันหน้าเราจะไปเที่ยวด้วยกันอีก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/506160

ตะลอนเที่ยว : ทริปสีชังสุดหรรษา วันหน้าเราจะไปเที่ยวด้วยกันอีก

ตะลอนเที่ยว : ทริปสีชังสุดหรรษา วันหน้าเราจะไปเที่ยวด้วยกันอีก

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ทริปเที่ยวเกาะสีชังที่แสนสนุกสนาน เบิกบาน สำราญใจ เมื่อวันที่ 11-12 กรกฎาคม ผ่านพ้นไปแล้ว โดยสร้างความประทับใจ รอยยิ้ม และมิตรภาพ บวกกับความอิ่มหนำสำราญในอาหารทะเลสดๆ ทุกมื้อตลอดทริป พร้อมการกระจายรายได้ (ที่นับว่ามากพอสมควร) ให้ถึงมือชาวบ้านบนเกาะสีชังโดยตรง

สมาชิกทุกท่านที่ร่วมทริปบอกตรงกันว่ามีความสุขมากที่ได้ร่วมเดินทางท่องเที่ยวและพักผ่อนในครั้งนี้ หลายคนยืนยันว่าจะกลับไปเที่ยวเกาะสีชังอีกอย่างแน่นอน แม้อันที่จริงได้ไปเที่ยวสถานที่สำคัญบนเกาะทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังอยากไปนั่งเล่น เดินเล่นนอนเล่น แต่เวลากินไม่กินเล่นๆ เพราะอาหารรสชาติอร่อยมีมากมายจึงต้องตั้งใจกิน มิฉะนั้นแล้วอาหารที่สั่งมาจะเหลือทิ้ง ซึ่งสมาชิกทุกคนที่ร่วมทริปบอกตรงกันว่า ไม่ยอมให้อาหารเหลือทิ้งเป็นอันขาด เพราะเท่ากับล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นทุกคนที่ร่วมทริปบอกตรงกันว่า อาหารเป็นมิตร เพราะทำให้มีน้ำหนักร่างกายเพิ่มขึ้นโดยทั่วหน้าเสมอเหมือนกัน

เรือนเสาวภา

วันนี้ Mr.Flower ขอนำภาพความสุขบนเกาะสีชังมาฝาก (อีกครั้ง) โดยภาพเหล่านี้หลายภาพเป็นผลงานของสมาชิกที่ไปร่วมทริป อันที่จริงมีภาพสุดประทับใจ
อีกมากมาย โดยเฉพาะภาพที่ทุกคนบันทึกภาพอย่างมีความสุขกับสถานที่ต่างๆ บนเกาะ โดยเฉพาะในเขตพระจุฑาธุชราชฐาน แต่ส่วนใหญ่เป็นภาพที่มีบุคคลเข้าไปอยู่ในภาพด้วย ดังนั้นทุกท่านจึงบอกว่าขอเก็บภาพประทับใจเหล่านั้นไว้ดูเพื่อระลึกถึงความสุขเมื่อครั้งได้ไปเยือนเกาะสีชัง

ส่วนสถานที่ซึ่งทุกคนต่างหลงใหลมากเป็นพิเศษก็คือสะพานอัษฎางค์ แนวต้นลั่นทมที่มีอายุเกินกว่าร้อยปี และเรือนต่างๆ ในเขตพระราชฐาน ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนมาเป็นพิเศษก็คือ ฝูงหมูป่าที่หลายตัวเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวมาก หลายตัวยอมให้จับเนื้อต้องตัวได้ บางตัวชอบเข้ามาเล่นกับนักท่องเที่ยว บางตัวชอบนอนให้เกาพุง

นอกจากความประทับใจในความงดงามของพระราชฐานแล้ว ทุกคนยังได้รับทราบถึงประวัติศาสตร์ของพระราชฐานแห่งนี้ และได้หวนระลึกถึงพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ ซึ่งได้ถูกชะลอไปสร้างเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆ ในเขตพระราชวังดุสิต

เรือนอภิรมย์

นอกจากได้ชมเขตพระราชฐานแล้ว คณะยังได้ไปกราบนมัสการเจ้าพ่อเขาใหญ่ของเกาะสีชังด้วย ทุกคนต่างอิ่มบุญโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะนอกจากได้ทำบุญแล้ว ยังได้ทำทานกับคนชราซึ่งไร้ที่พึ่งที่เข้าไปพักอาศัยในเขตความดูแลของเจ้าพ่อเขาใหญ่ด้วย

ส่วนภาพที่ Mr.Flower ภูมิใจนำเสนอคือภาพของสมาชิกส่วนหนึ่ง (จากทั้งหมด 21 ท่าน) ที่นั่งรับประทานอาหารทะเลสด สะอาด รสชาติอร่อยในร้านค้าของชาวบ้าน ซึ่งบอกได้เลยว่ารสชาติอาหารอร่อยมากจริงๆ ถึงแม้ร้านจะไม่หรูหรา แต่ทุกคนก็ประทับใจกับรสชาติสุดวิเศษของอาหารทุกมื้อ แล้วที่สำคัญคือสมาชิกที่ร่วมทริปนี้บางท่านก็คืออดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และครอบครัว ครั้งแรกๆ เพื่อนสมาชิกบางท่านกังวลว่าร้านไม่สวยงามจะรองรับผู้หลักผู้ใหญ่ได้หรือ แต่สุดท้ายทุกคนก็ได้ประจักษ์ว่าท่านผู้ใหญ่ท่านนั้นไม่ได้ถือเนื้อถือตัว แถมยังทำตัวเป็นกันเองกับเพื่อนสมาชิกทุกคน ดังนั้น ผู้ร่วมทริปสีชังทุกคนจึงมีความอิ่มเอมใจเป็นอย่างยิ่ง และทุกคนบอกกันว่าทริปหน้าเราไปเที่ยวด้วยกันอีกอย่างแน่นอน

สำหรับทริปหน้า Mr.Flower นำคุณๆ ไปเที่ยวเมืองอุทัยธานี เมืองของต้นราชวงศ์จักรี เมืองที่มีของดีอยู่มากมาย และเมืองที่มีบ้านของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปลูกอยู่ที่นั่น (ทรงให้ใช้คำว่าบ้าน) และที่สำคัญคือจะพาคุณๆ ไปอุดหนุดสินค้าคุณภาพดีในศูนย์วงเดือน แหล่งสร้างอาชีพให้ชาวบ้าน ศูนย์แห่งนี้ตั้งขึ้นตามพระราชดำริในกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีกำหนดไปเที่ยวเมืองอุทัยธานี คือ 15-16 สิงหาคม 2563หากคุณสนใจร่วมทริป โปรดติดต่อที่ 091-7233615

เรือนวัฒนา

ฐานพระที่นั่งมันธาตุรัตน์โรจน์

พาหนะประจำเกาะสีชัง รถสองแถว และรถสามล้อสกายแลป

โบราณวัตถุที่่ยังหลงเหลือในพระราชฐาน

ฝูงหมูป่าในเขตพระราชฐาน

ส่วนหนึ่งของผู้ร่วมคณะกับอาหารทะเลสด สะอาด แสนอร่อย ในร้านที่แสนธรรมดา

อุโบสถวัดอัษฎางคนิมิตร