เคที เพอร์รี ควง จัสติน ทรูโด อดีตนายกฯ แคนาดา เปิดตัวต่อสาธารณะฉลองวันเกิดที่ปารีส

เคที เพอร์รี ควง จัสติน ทรูโด อดีตนายกฯ แคนาดา เปิดตัวต่อสาธารณะฉลองวันเกิดที่ปารีส

27 ต.ค. 2568 10:48 น.

เคที เพอร์รี ควง จัสติน ทรูโด อดีตนายกฯ แคนาดา เปิดตัวต่อสาธารณะฉลองวันเกิดที่ปารีส

นักร้องสาวซูเปอร์สตาร์ เคที เพอร์รี และจัสติน ทรูโด อดีตนายกรัฐมนตรีแคนาดา ถูกจับภาพควงกันออกเดตกลางกรุงปารีสหวานฉ่ำ เนื่องในวันเกิดครบรอบ 41 ปีของนักร้องสาว เมื่อเสาร์ที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา

ภาพจากเว็บไซต์ TMZ เผยให้เห็นโมเมนต์ทั้งคู่ เดินจับมือกันออกจากคลับ “Crazy Horse Paris” พร้อมรอยยิ้มสุดโรแมนติก โดยเพอร์รีมาในชุดเดรสสีแดงสดสะดุดตา ส่วนทรูโดวัย 53 ปีเลือกใส่ชุดดำสุดคลาสสิก

ทั้งคู่เริ่มถูกจับตาว่ามีความสัมพันธ์เกินเพื่อนตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา หลังมีคนเห็นเพอร์รีและทรูโดออกเดตที่มอนทรีออล ประเทศแคนาดา ไม่นานหลังจากที่เธอเลิกรากับนักแสดงชื่อดัง ออร์แลนโด บลูม เมื่อเดือนมิถุนายน

เดือนต่อมา ปาปารัสซีจับภาพทั้งคู่ได้อีกครั้ง ขณะกำลัง จูบกันบนเรือยอชต์นอกชายฝั่งซานตาบาร์บารา ก่อนที่แหล่งข่าวใกล้ชิดจะยืนยันกับนิตยสาร People ว่า “ทั้งสองคนดูจะเข้ากันได้ดี และเริ่มรู้สึกจริงจังต่อกันมากขึ้น”

แหล่งข่าวระบุว่า เพอร์รีและทรูโดยังคงติดต่อกันตั้งแต่กลางปี แม้ทั้งคู่จะมีภาระงานและครอบครัว แต่ก็พยายามหาช่วงเวลาให้กัน โดยคนใกล้ชิดเผยว่า ทั้งสองต่างมีชีวิตยุ่งมาก แต่ก็ยังคุยกันเสมอ ทั้งคู่ฉลาด สนใจประเด็นสังคม และชอบแลกเปลี่ยนมุมมองกัน มันไม่ใช่แค่แรงดึงดูด แต่เป็นความสัมพันธ์ที่มีทั้งความเข้าใจและระดับปัญญา

ก่อนหน้านี้ เพอร์รีมีลูกสาววัย 5 ขวบชื่อ เดซี กับออร์แลนโด บลูม ส่วนทรูโดมีลูกสามคน เซเวียร์, เอลลา-เกรซ และฮาดรีแอน จากอดีตภรรยา โซฟี เกรกัวร์ ซึ่งแยกทางกันเมื่อปี 2023

แม้ทั้งคู่จะมีหน้าที่ความเป็นพ่อแม่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่แหล่งข่าวบอกว่า พวกเขาเข้าใจดีว่าหน้าที่ส่วนตัวอาจทำให้ความสัมพันธ์เดินช้ากว่าปกติ แต่ก็พร้อมปรับตัว เพื่อให้ความรักครั้งใหม่นี้ไปต่อได้

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เคทีเพอร์รี่

พายุ “เมลิสซา” ยกระดับเป็น เฮอริเคนระดับ 5 จ่อถล่มจาเมกา รุนแรงสุดครั้งประวัติศาสตร์

พายุ "เมลิสซา” ยกระดับเป็น เฮอริเคนระดับ 5 จ่อถล่มจาเมกา รุนแรงสุดครั้งประวัติศาสตร์

27 ต.ค. 2568 10:43 น.

พายุ “เมลิสซา” ยกระดับเป็น เฮอริเคนระดับ 5 จ่อถล่มจาเมกา รุนแรงสุดครั้งประวัติศาสตร์

พายุ“เมลิสซา” คาดว่าจะยกระดับเป็นเฮอริเคนระดับ 5 ซึ่งพบได้ยากมาก ก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปพัดขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของจาเมกา ในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้  คาดว่าจะทำให้มีฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม

วันที่ 27 ตุลาคม 2568 ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐฯ ประกาศเตือน พายุ “เมลิสซา” (Melissa) เฮอริเคนระดับ 4 ที่มีความเร็วลมประมาณ 233 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะยกระดับเป็นเฮอริเคนระดับ 5 ซึ่งพบได้ยากมาก ก่อนที่พายุลูกนี้เคลื่อนตัวไปพัดขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของประเทศจาเมกา ในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้  คาดว่าอิทธิพลของพายุลูกนี้จะทำให้มีฝนตกหนัก เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และดินถล่ม

ศูนย์เฮอริเคนรายงานว่า จนถึงตอนนี้ศูนย์กลางของพายุอยู่ห่างจากกรุงคิงส์ตัน เมืองหลวงของจาเมกา ราว  185 กิโลเมตร และขณะนี้เริ่มมีฝนตกหนักบางส่วนของเฮติแล้ว พร้อมกันนี้ได้ออกคำเตือนด่วนให้ประชาชนรีบหาที่หลบภัยทันที  พร้อมระบุว่าลมแรงและฝนตกหนักจนถึงวันจันทร์ จะทำให้เกิดอุทกภัยรุนแรงถึงขั้นภัยพิบัติ และดินถล่มเป็นบริเวณกว้าง ก่อนที่ลมพายุทำลายล้างจะเริ่มพัดถล่มต่อเนื่องถึงเช้าวันอังคาร 

ทางด้านนายกรัฐมนตรีแอนดรูว์ โฮลเนสส์ ของจาเมกา กล่าวเตือนประชาชนว่า  ขอให้ชาวจาเมกาเห็นความสำคัญของภัยพายุครั้งนี้ และเตรียมการป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จาเมกาจะเป็นศูนย์กลางของภัยพิบัติจากพายุเมลิสซา ทั้ง ฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม และคลื่นพายุซัดฝั่ง  ซึ่งคาดว่าจะกระทบหนักทางตอนใต้ของเกาะ

ขณะนี้มีการประกาศเตือนภัยเฮอริเคนทั่วจาเมกา ซึ่งจะเริ่มมีผลภายในวันจันทร์ โโยรัฐบาลจาเมกาได้ประกาศเตรียมความพร้อมสูงสุด โรงพยาบาลทุกแห่งเข้าสู่ภาวะฉุกเฉิน ระงับการรักษาผู้ป่วยนอกและการผ่าตัดไม่เร่งด่วน เพื่อเปิดพื้นที่รองรับผู้ป่วยจากภัยพิบัติ ขณะที่ศูนย์พักพิงฉุกเฉินทั่วประเทศเปิดให้บริการแล้ว สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและดินถล่ม 

ขณะที่สนามบินหลักสองแห่ง ได้แก่ สนามบินนานาชาตินอร์แมน แมนลีย์ และสนามบินนานาชาติ แซงสเตอร์ ปิดให้บริการตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา 

ในส่วนของประเทศคิวบาก็ได้ประกาศเตือนภัยสำหรับจังหวัดทางตะวันออก 4 แห่ง ได้แก่ กรันมา ซานติอาโก เด คิวบา กวนตานาโม และโฮลกีน ส่วนเฮติทางตอนใต้ก็อยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังเช่นกัน

ทั้งนี้ “เมลิสซา” เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ฝนกระหน่ำเฮติ และสาธารณรัฐโดมินิกันต่อเนื่องจนเกิดน้ำท่วมและดินถล่ม มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ศพในเฮติ และอีก 1 ศพในโดมินิกัน โดยมีประชาชนมากกว่า 1,000 รายต้องอพยพ นักอุตุนิยมวิทยาคาดว่า พายุเมลิสซาจะทวีความรุนแรงสูงสุดเป็นระดับ 5 และอาจกลายเป็นพายุที่ รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ขึ้นฝั่งจาเมกา ทั้งในระดับ 4 หรือ 5 ซึ่งปรากฏการณ์การทวีกำลังเร็วของพายุลักษณะนี้เกิดบ่อยขึ้นตามภาวะความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ.

รัฐบาลกัมพูชาอิสระของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

รัฐบาลกัมพูชาอิสระของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

27 ต.ค. 2568 10:03 น.

รัฐบาลกัมพูชาอิสระของสม รังสี ส่งสาส์นแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ของสม รังสี อดีตผู้นำพรรคฝ่ายค้านกัมพูชา ส่งสาส์นแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 รัฐบาลกัมพูชาอิสระ ของสม รังสี อดีตผู้นำพรรคฝ่ายค้านกัมพูชา ในนามประชาชนกัมพูชา ทั้งภายในและนอกประเทศ แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แห่งราชอาณาจักรไทย  

 แถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชาอิสระ ระบุว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่า โดยเฉพาะด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาชนบท ผ่าน มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และการทรงอุปถัมภ์ศิลปหัตถกรรมไทย เรื่องเหล่านี้ได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยเป็นลำดับ

พร้อมระบุว่า ในฐานะเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ยาวนาน รู้สึกถึงความสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศไทย และขอถวายพระอาลัยแก่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์และปวงชนชาวไทย

แถลงการณ์ยังยืนยันว่า รัฐบาลอิสระกัมพูชา 23 ตุลาคม ซึ่งเป็นตัวแทนของความปรารถนาเสรีภาพและอธิปไตยของประชาชนกัมพูชา จะยืนเคียงข้างประเทศที่ให้คุณค่ากับอธิปไตย มรดกทางวัฒนธรรม และสวัสดิภาพของประชาชน เพื่อความสัมพันธ์ระหว่างชาติที่อิสระและเท่าเทียม

ท้ายสุด รัฐบาลอิสระกัมพูชา 23 ตุลาคม ฝากความปรารถนาให้ปวงชนชาวไทยทรงเข้มแข็ง รักษาความสามัคคี และร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงขณะนี้.

เครื่องบินรบ และฮ.กองทัพเรือสหรัฐฯ ตกกลางทะเลจีนใต้ ห่างกันแค่ 30 นาที

เครื่องบินรบ และฮ.กองทัพเรือสหรัฐฯ ตกกลางทะเลจีนใต้ ห่างกันแค่ 30 นาที

27 ต.ค. 2568 09:46 น.

เครื่องบินรบ และฮ.กองทัพเรือสหรัฐฯ ตกกลางทะเลจีนใต้ ห่างกันแค่ 30 นาที

เครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์จากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Nimitz ประสบอุบัติเหตุตกลงในทะเลจีนใต้ เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ห่างกันเพียง 30 นาที เจ้าหน้าที่ 5 นายได้รับการช่วยเหลือปลอดภัย

ตามแถลงของกองเรือแปซิฟิกของสหรัฐฯ  เหตุการณ์แรกเกิดกับเฮลิคอปเตอร์ MH-60R Sea Hawk ที่มีลูกเรือ 3 นาย ขณะที่เหตุการณ์ที่สองเกิดขึ้นกับเครื่องบินขับไล่ F/A-18F Super Hornet ที่มีนักบิน 2 นาย ทั้งหมดถูกช่วยเหลือได้ปลอดภัย และอยู่ในอาการทรงตัว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุทั้งสองลำ

เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Nimitz กำลังเดินทางกลับฐานทัพเรือ Naval Base Kitsap ในรัฐวอชิงตัน หลังเสร็จสิ้นภารกิจในตะวันออกกลางตลอดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการตอบโต้การโจมตีเรือพาณิชย์โดยกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน  โดยการเดินทางครั้งนี้ถือเป็น ภารกิจสุดท้ายของเรือ Nimitz ก่อนปลดประจำการ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่เรือบรรทุกเครื่องบินอีกลำของสหรัฐฯ คือ USS Harry S Truman พบกับเหตุขัดข้องต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ขณะปฏิบัติการในตะวันออกกลาง

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี USS Gettysburg ได้ยิงเครื่องบินรบ F/A-18 จากเรือ Truman ผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจต่อมาในเดือนเมษายน เครื่องบิน F/A-18 อีกลำไหลหลุดจากดาดฟ้าลงทะเลแดงและในเดือนพฤษภาคม เครื่องบินรบอีกลำที่พยายามลงจอดบนเรือ Truman พลาดสายเคเบิลหยุดเครื่อง ทำให้ตกลงทะเล ขณะที่นักบินทั้งสองคนต้องดีดตัวออกก่อนรอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม ไม่มีลูกเรือหรือทหารเสียชีวิตจากเหตุการณ์เหล่านี้ ขณะที่รายงานผลการสอบสวนของทุกกรณียังไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินรบ

นายกฯอินเดีย – สิงคโปร์ โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

นายกฯอินเดีย - สิงคโปร์ โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

27 ต.ค. 2568 09:22 น.

นายกฯอินเดีย – สิงคโปร์ โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในขณะที่ผู้นำสิงคโปร์ร่วมแสดงความอาลัยเช่นเดียวกัน

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย โพสต์ข้อความผ่านบัญชีเอ็กซ์ แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยยกย่องพระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ในฐานะแบบอย่างแห่งการอุทิศพระองค์เพื่อประชาชน

ข้อความระบุว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าใจอย่างยิ่งต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระองค์ทรงอุทิศพระชนมชีพเพื่อประชาชน ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คนรุ่นแล้วรุ่นเล่า” พร้อมทั้งแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และ ประชาชนชาวไทย ในช่วงเวลาแห่งความโศกอันใหญ่หลวงนี้

ข้อความของนายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้รับการเผยแพร่และส่งต่ออย่างกว้างขวางในอินเดียและประเทศต่างๆ ทั่วเอเชียใต้ สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐอินเดีย ที่ยืนยาวทั้งด้านวัฒนธรรม ศาสนา และมิตรภาพระหว่างประชาชนสองประเทศ 

ทางด้าน ผู้นำสิงคโปร์ร่วมแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยรัฐบาลสิงคโปร์ได้ออกแถลงการณ์ผ่านกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันอาทิตย์ (26 ต.ค.) ระบุว่าได้ส่งสารแสดงความเสียใจไปยังพระบรมวงศานุวงศ์ รัฐบาล และประชาชนชาวไทย

ประธานาธิบดีทาร์แมน ชันมูการัตนัม แห่งสิงคโปร์ ส่งสาส์นถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในนามของชาวสิงคโปร์ โดยกล่าวว่า รู้สึกโศกเศร้าอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พร้อมกันนี้ได้แสดงความชื่นชมว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมีพระชนมชีพที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ทรงเป็นคู่พระบารมีที่มั่นคงเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และด้วยพระราชดำริด้านผ้าไทย งานหัตถศิลป์ และการพัฒนาชนบท ได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะสตรีและเด็กในถิ่นทุรกันดาร

ขณะที่นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ได้ส่งสารถึงนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในนามรัฐบาลสิงคโปร์ โดยกล่าวว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเป็นที่รักและเคารพของประชาชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยพระเมตตาและความมั่นคงเคียงข้างในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดรัชกาล

พร้อมกันนี้ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า พระราชกรณียกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน การส่งเสริมสวัสดิการสตรีและเด็ก และการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน สะท้อนถึงพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรอันยาวไกล ซึ่งจะยังคงส่งผลดีต่อประชาชนชาวไทยต่อไป

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ ดร.วิเวียน บาลากฤษณะ ได้มีจดหมายถึงนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย โดยกล่าวอาลัยว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ จะทรงเป็นที่จดจำในฐานะ “แม่ของแผ่นดิน” ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตา และความเสียสละเพื่อปวงชนชาวไทย

ดร.วิเวียน กล่าวยกย่องว่า สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงร่วมกับในหลวงรัชกาลที่ 9 ปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากกว่า 4,000 โครงการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และทรงดำรงตำแหน่งนายกสภากาชาดไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 ทรงอุทิศพระองค์เพื่อการกุศลและสันติสุขของชาติ โดยพระองค์ทรงทิ้งร่องรอยแห่งพระเมตตาและพระปรีชาสามารถไว้ในสังคมไทย ซึ่งจะเป็นแรงบันดาลใจและเป็นแบบอย่างตลอดไป.

อียิปต์-กาชาด ส่งคน-อุปกรณ์เข้าฉนวนกาซา ช่วยค้นหาศพตัวประกัน

อียิปต์-กาชาด ส่งคน-อุปกรณ์เข้าฉนวนกาซา ช่วยค้นหาศพตัวประกัน

27 ต.ค. 2568 05:35 น.

อียิปต์-กาชาด ส่งคน-อุปกรณ์เข้าฉนวนกาซา ช่วยค้นหาศพตัวประกัน

อิสราเอลอนุญาตให้เจ้าหน้าที่อียิปต์กับกาชาดสากลขนอุปกรณ์เข้าสู่ฉนวนกาซา เพื่อช่วยค้นหาร่างตัวประกัน หลังกลุ่มฮามาสยังไม่ส่งคืนศพตัวประกันที่เหลืออีก 13 ราย โดยอ้างว่าถูกทับอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการอิสราเอลยืนยันในวันอาทิตย์ที่ 26 ต.ค. 2568 ว่า ทีมจากอียิปต์และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในฉนวนกาซา เพื่อค้นหาร่างของตัวประกันที่เสียชีวิต ซึ่งถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปในระหว่างการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 แล้ว

รัฐบาลอิสราเอลระบุว่า ทีมเจ้าหน้าที่ของอียิปต์และ ICRC ได้รับอนุญาตให้ค้นหาเกินแนวที่เรียกว่า “เส้นสีเหลือง” ซึ่งเป็นพื้นที่ในฉนวนกาซาที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ควบคุมอยู่ โดยพวกเขาจะใช้รถขุดและรถบรรทุกช่วยในการค้นหาด้วย

นอกจากนั้น สื่ออิสราเอลรายงานว่า สมาชิกกลุ่มฮามาสก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ฉนวนกาซาที่ IDF ควบคุมด้วยเช่นกัน เพื่อช่วยในการค้นหาศพตัวประกันร่วมกับทีมงานอียิปต์กับ ICRC โดยฮามาสยืนยันว่า พวกเขากำลังประสานงานกับทางการอียิปต์

อนึ่ง จนถึงตอนนี้กลุ่มฮามาสได้ส่งมอบร่างตัวประกันที่เสียชีวิตคืนให้อิสราเอลแล้ว 15 ราย จากทั้งหมด 28 ราย ตามข้อตกลงหยุดยิงระยะแรกที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลาง อย่างไรก็ตาม ฮามาสอ้างว่า การค้นหาร่างตัวประกันที่เหลือทำได้ยากลำบาก เนื่องจากพวกเขาต้องการอุปกรณ์สำหรับขุดค้นหา

ความล่าช้าในการคืนศพตัวประกันของฮามาสทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจในอิสราเอล ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนให้ฮามาสคืนศพตัวประกันทั้งหมดโดยเร็ว มิเช่นนั้น ประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงสันติภาพนี้ จะเริ่มเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ อียิปต์ พร้อมด้วยกาตาร์และตุรกี เป็นผู้ลงนามหลักในแผนสันติภาพฉนวนกาซาที่ทรัมป์เป็นคนกลางไกล่เกลี่ย ซึ่งได้ลงนามกันที่เมืองตากอากาศชาร์ม เอล ชีค ของอียิปต์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ ICRC มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือตัวประกันมาตลอด และเป็นตัวกลางในการพาตัวประกันที่ฮามาสปล่อยตัว ไปส่งให้แก่กองทัพอิสราเอล

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เรือสินค้าจีนจมทะเล หลังชนเรือสิงคโปร์ นอกฝั่งกวางโจว สูญหาย 2 ราย

เรือสินค้าจีนจมทะเล หลังชนเรือสิงคโปร์ นอกฝั่งกวางโจว สูญหาย 2 ราย

27 ต.ค. 2568 04:30 น.

เรือสินค้าจีนจมทะเล หลังชนเรือสิงคโปร์ นอกฝั่งกวางโจว สูญหาย 2 ราย

เรือขนสินค้าจีนชนกับเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ของสิงคโปร์ในช่วงค่ำวันเสาร์ ทำให้เรือของฝ่ายจีนจมทะเล ลูกเรือสูญหาย 2 ราย ส่วนคนอื่นๆ ได้รับความช่วยเหลือแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเรือขนสินค้าซึ่งลงทะเบียนในประเทศจีน ชนกับเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ของสิงคโปร์ ในน่านน้ำนอกชายฝั่งกวางโจวของจีน เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. วันเสาร์ (25 ต.ค. 2568) ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เรือของฝ่ายจีนจมทะเล

องค์การการเดินเรือและท่าเรือแห่งสิงคโปร์ (MPA) ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องเหตุการณ์ดังกล่าวในวันอาทิตย์ โดยไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บในบรรดาลูกเรือ 23 คนบนเรือคอนเทนเนอร์ “ว่าน ไห่ เอ17” (WAN HAI A17) ซึ่งเป็นเรือที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ และไม่มีรายงานเรื่องมลภาวะใดๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้

ส่วนเรือขนสินค้า “ไห่ หลี่ 5” (HAI LI 5) ของจีน มีรายงานว่าจมลงใต้ทะเล และทางการจีนกำลังดำเนินการค้นหาและกู้ภัย โดย MPA ระบุว่า พวกเขาได้รับแจ้งว่า ลูกเรือ 2 คนจากทั้งหมด 15 คนของเรือไห่ หลี่ 5 ยังคงสูญหาย

MPA เผยอีกว่า ขณะนี้เรือว่าน ไห่ เอ17 ถูกกักเอาไว้ที่ท่าเรือ เพื่อช่วยเหลือในการสืบสวนของเจ้าหน้าที่จีน โดยทางการสิงคโปร์ได้ติดต่อกับเรือว่าน ไห่ และทางการจีนเพื่อเสนอให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นแล้ว และ MPA ก็กำลังดำเนินการสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อังกฤษจับคนร้ายคดีล่วงละเมิดได้แล้ว หลังถูกปล่อยตัวเพราะความผิดพลาด

อังกฤษจับคนร้ายคดีล่วงละเมิดได้แล้ว หลังถูกปล่อยตัวเพราะความผิดพลาด

27 ต.ค. 2568 03:03 น.

อังกฤษจับคนร้ายคดีล่วงละเมิดได้แล้ว หลังถูกปล่อยตัวเพราะความผิดพลาด

ผู้ลี้ภัยผู้ถูกจำคุกข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนได้รับการปล่อยตัวเพราะความผิดพลาด ถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้แล้ว หลังหลบหนีนาน 2 วัน

เมื่อ 26 ต.ค. 2568 สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน ของสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า นายฮาดัช เคบาตู ผู้ลี้ภัยซึ่งเป็นคนร้ายในคดีล่วงละเมิดทางเพศ แต่กลับได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเพราะความผิดพลาด ถูกตามจับกุมตัวได้แล้ว หลังจากตามล่าตัวนานหลายวัน

นายเคบาตู ถูกจับกุมในพื้นที่ฟินส์บิวรีพาร์กเมื่อเวลา 08:30 น. วันอาทิตย์ (26 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 2 วันหลังจากที่เขาได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำ “เชล์มส์ฟอร์ด” (HMP Chelmsford)

นายเคบาตู ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 12 เดือน เมื่อเดือนกันยายนในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงวัย 14 ปีกับผู้หญิงคนในเมืองเอปปิง ขณะที่เขาอาศัยอยู่ในโรงแรม โดยเจ้าหน้าที่มีกำหนดการเนรเทศนายเคบาตูหลังจากรับโทษครบแล้ว แต่กลับเกิดความผิดพลาดขึ้นเสียก่อน

หลังจากนายเคบาตูถูกจับกุมตัวได้อีกครั้งในข้อหา หลบหนีจากที่คุมขังอย่างผิดกฎหมาย นายเดวิด แลมมี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสหราชอาณาจักรก็ออกมายืนยันว่า นายเคบาตูจะถูกเนรเทศภายในสัปดาห์นี้

ก่อนหน้านี้ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การสอบสวนเกี่ยวกับการปล่อยตัวผิดพลาดกำลังดำเนินอยู่ พร้อมเสริมว่า “เราต้องแน่ใจว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก”

ทั้งนี้ ตำรวจเอสเซกซ์ได้รับทราบเรื่องที่นายเคบาตู ถูกปล่อยตัวออกไปเพราะความผิดพลาดในวันศุกร์ (24 ต.ค.) เวลา 12:57 น. แต่เคบาตูได้ขึ้นรถไฟไปยังฝั่งตะวันออกของลอนดอนไปก่อนหน้านั้นนานประมาณ 16 นาทีแล้ว

นอกจากนี้ นายเคบาตูยังถูกบันทึกภาพไว้ได้ในย่านใจกลางเมืองเชล์มสฟอร์ด ขณะกำลังพูดคุยกับประชาชนทั่วไปไม่นานหลังจากที่เขาได้รับการปล่อยตัว และตำรวจยืนยันว่าเขาได้เข้าไปขอความช่วยเหลือจากคนหลายคน และเดินทางด้วยรถไฟหลายครั้งไปทั่วเมืองหลวง

เจ้าหน้าที่เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดของนายเคบาตู ขณะอยู่ที่ห้องสมุดในพื้นที่ดาลสตันเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเขายังคงสวมชุดวอร์มสีเทาของเรือนจำ และถือกระเป๋าสีขาวที่มีรูปอะโวคาโดอยู่ด้วย

อนึ่ง นายเคบาตูถูกจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเมื่อเดือนกรกฎาคม เพียง 2 สัปดาห์หลังจากเขานั่งเรือเล็กอพยพเข้ามาในสหราชอาณาจักร โดยคดีของเขาทำให้เกิดการประท้วงที่หน้าโรงแรม “The Bell” ในเมืองเอปปิง ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาอาศัยอยู่ตั้งแต่เข้ามาในอังกฤษ

นายเคบาตูถูกกล่าวหาในศาลเมื่อเดือนกันยายนว่า เขาพยายามจูบเด็กสาววัยรุ่นบนม้านั่ง และพูดคุกคามทางเพศหลายครั้ง ในวันถัดมาหลังเกิดเหตุดังกล่าว เขาได้พบกับเด็กสาวคนเดิมและพยายามจูบเธอ ก่อนจะล่วงละเมิดทางเพศเธอ นอกจากนี้ เขายังได้ล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงอีกคนที่เสนอตัวช่วยเขาร่างประวัติส่วนตัว (CV) เพื่อหางานด้วย

นายเคบาตูปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด แต่ถูกตัดสินว่ามีความผิดใน 5 ข้อหาเมื่อเดือนที่แล้ว และถูกตัดสินจำคุก 12 เดือน ซึ่งรวมถึงระยะเวลาที่เขาถูกจำคุกระหว่างรอการพิจารณาคดีด้วย โดยรวมแล้ว เขาใช้เวลาอยู่ในเรือนจำนาน 108 วัน

เขายังถูกสั่งห้ามเข้าใกล้หรือติดต่อผู้หญิงคนใดเป็นเวลา 5 ปี และต้องมีชื่อในทะเบียนผู้กระทำผิดทางเพศเป็นเวลา 10 ปีด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ – จีน เห็นชอบกรอบข้อตกลงการค้า ก่อนทรัมป์พบ สี จิ้นผิง

สหรัฐฯ - จีน เห็นชอบกรอบข้อตกลงการค้า ก่อนทรัมป์พบ สี จิ้นผิง

26 ต.ค. 2568 23:58 น.

สหรัฐฯ – จีน เห็นชอบกรอบข้อตกลงการค้า ก่อนทรัมป์พบ สี จิ้นผิง

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งหารือกันนอกรอบการประชุมอาเซียน เห็นชอบกรอบการทำงานของข้อตกลงการค้าของทั้งสองฝ่ายแล้ว ก่อนที่ผู้นำของทั้งสองประเทศจะหารือกันในสัปดาห์นี้

เมื่อ 26 ต.ค. 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ และจีนได้เห็นชอบกรอบการทำงานของข้อตกลงทางการค้าที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะมีการหารือกันเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนพบกันในช่วงปลายสัปดาห์นี้

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าว ซีบีเอส (CBS) ว่า กรอบข้อตกลงนี้รวมถึง “ข้อตกลงขั้นสุดท้าย” เกี่ยวกับการดำเนินงานของ TikTok ในสหรัฐฯ และการชะลอการควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนด้วย

นายเบสเซนต์บอกอีกว่า เขาไม่คิดว่า การเพิ่มภาษีสินค้าจีนอีก 100% ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่เอาไว้ จะมีผลบังคับใช้ เนื่องจากจีนจะกลับมาซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ในปริมาณมาก

สหรัฐฯ กับจีนกำลังพยายามหาทางหลีกเลี่ยงไม่ให้สงครามการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายบานปลายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ โดยนายทรัมป์และ สี จิ้นผิง มีกำหนดการจะพบปะและเจรจากันในวันพฤหัสบดีนี้ ที่ประเทศเกาหลีใต้

ทั้งนี้ ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา นายเบสเซนต์ได้พบกับเจ้าหน้าที่ด้านการค้าระดับสูงของจีน นอกรอบการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งทรัมป์ก็เข้าร่วมในฐานะส่วนหนึ่งของการเดินทางเยือนเอเชียด้วย

เบสเซนต์กล่าวว่า ทั้งสองประเทศบรรลุกรอบการทำงานที่สำคัญสำหรับผู้นำทั้งสอง ขณะที่ฝ่ายจีนระบุในแถลงการณ์ว่า ทีมเจรจาทั้งสองฝ่าย บรรลุฉันทามติพื้นฐานเกี่ยวกับข้อตกลงเพื่อแก้ไขข้อกังวลของแต่ละฝ่ายแล้ว และทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะสรุปรายละเอียดเฉพาะให้เสร็จสมบูรณ์ต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฝรั่งเศสจับแล้ว 2 ราย ผู้ต้องสงสัยขโมยเครื่องเพชรพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

ฝรั่งเศสจับแล้ว 2 ราย ผู้ต้องสงสัยขโมยเครื่องเพชรพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

26 ต.ค. 2568 22:03 น.

ฝรั่งเศสจับแล้ว 2 ราย ผู้ต้องสงสัยขโมยเครื่องเพชรพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดีโจรกรรมเครื่องเพชรโบราณล้ำค่าที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้แล้ว 2 ราย ในขณะที่พวกเขาพยายามหลบหนีไปต่างประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ของฝรั่งเศสควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีโจรกรรมเครื่องเพชรมงกุฎล้ำค่าจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในกรุงปารีสเมื่อสัปดาห์ก่อนได้แล้ว 2 คน โดยหนึ่งในนี้ถูกควบคุมตัวขณะที่เขากำลังเตรียมขึ้นเครื่องบินจากสนามบินชาร์ล เดอ โกล

ตามการเปิดเผยของสำนักงานอัยการกรุงปารีส การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อเย็นวันเสาร์ (25 ต.ค.) โดยไม่ได้ระบุจำนวนผู้ที่ถูกควบคุมตัวที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในกรมตำรวจบอกกับสื่อท้องถิ่นของฝรั่งเศสว่า ผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งกำลังเตรียมเดินทางไปแอลจีเรีย ส่วนอีกรายจะไปมาลี

อัยการกรุงปารีสยังตำหนิการเปิดเผยข้อมูลก่อนเวลาอันควรที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ เนื่องจากมันเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการกู้คืนอัญมณีและตามหาคนร้าย

ทั้งนี้ มงกุฎและเครื่องประดับเพชรเก่าแก่ มูลค่าประมาณ 88 ล้านยูโร (ราว 3,347 ล้านบาท) ถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในโลกเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2568 โดยโจร 4 คนใช้อุปกรณ์ช่างบุกเข้าไปในอาคารตอนกลางวันแสกๆ

ข่าวระบุว่า กลุ่มโจรเดินทางมาถึงเวลา 09:30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ไม่นานหลังจากพิพิธภัณฑ์เปิดให้ผู้เข้าชม โดยมาถึงพร้อมกับรถบรรทุกติดลิฟต์กลไก เพื่อใช้ขึ้นสู่ระเบียงชั้น 2 จากนอกอาคารฝั่งแม่น้ำแซน ก่อนจะตัดกระจกเข้าสู่ห้องจัดแสดง “Galerie d’Apollon”

จากนั้น พวกเขาข่มขู่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งได้ทำการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ และตัดกระจกตู้จัดแสดง 2 ตู้ที่บรรจุเครื่องเพชรเอาไว้ ก่อนจะหลบหนีไปด้วยรถสกูตเตอร์ 2 คันที่จอดรออยู่ด้านนอกในเวลา 09.38 น. โดยตำรวจระบุว่า พวกเขาอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์เพียง 4 นาทีเท่านั้น

หลังเกิดเหตุมีการสืบสวนอย่างหนักว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์กล่าวต่อวุฒิสมาชิกฝรั่งเศสในสัปดาห์นี้ว่า กล้องตัวเดียวที่เฝ้าติดตามผนังภายนอกของลูฟวร์ซึ่งเป็นจุดที่โจรบุกเข้ามานั้น หันไปทางอื่น ขณะที่ภายในห้องจัดแสดงที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด

ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของฝรั่งเศสยอมรับว่า มาตรการรักษาความปลอดภัย “ล้มเหลว” ทำให้ประเทศมีภาพลักษณ์ที่ย่ำแย่

ด้านผู้เชี่ยวชาญออกมาแสดงความกังวลว่า เครื่องเพชรที่ถูกขโมยไปอาจถูกแยกชิ้นส่วนออกเป็นร้อยๆ ชิ้นแล้ว โดยชิ้นส่วนที่เป็นโลหะสามารถถูกหลอมละลายได้ ขณะที่อัญมณีสามารถถูกตัดให้เป็นก้อนเล็กๆ ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสืบกลับไปยังการโจรกรรมครั้งนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc