สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตร 2 บ.น้ำมันรัสเซีย บีบมอสโกร่วมโต๊ะเจรจา

สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตร 2 บ.น้ำมันรัสเซีย บีบมอสโกร่วมโต๊ะเจรจา

23 ต.ค. 2568 06:41 น.

สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตร 2 บ.น้ำมันรัสเซีย บีบมอสโกร่วมโต๊ะเจรจา

สหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดของรัสเซีย 2 แห่งเพิ่มเติม เพื่อบีบให้มอสโกมาเจรจาข้อตกลงสันติภาพเรื่องสงครามในยูเครน

เมื่อ 22 ต.ค. 2568 สหรัฐอเมริกาได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่บริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งของรัสเซีย ได้แก่ รอสเนฟต์ (Rosneft) และ ลูคอยล์ (Lukoil) แล้ว เพื่อกดดันให้มอสโกเจรจาข้อตกลงสันติภาพในยูเครน

นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า การคว่ำบาตรใหม่มีความจำเป็นเนื่องจาก “ปูตินปฏิเสธที่จะยุติสงครามที่ไร้เหตุผลนี้” และบริษัทน้ำมันทั้งสองก็เป็นผู้จัดหาเงินทุนให้กับ “กลไกสงคราม” ของรัฐบาลเครมลิน

“ถึงเวลาแล้วที่จะต้องหยุดการสังหารและเรียกร้องให้มีการหยุดยิงโดยทันที” เบสเซนต์กล่าวในแถลงการณ์

ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหลังจากการประชุมกับ มาร์ก รุตเต เลขาธิการ NATO เพื่อหารือเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพว่า “ทุกครั้งที่ผมคุยกับวลาดิเมียร์ เรามีการสนทนาที่ดี แต่แล้วมันก็ไม่คืบหน้าไปไหนเลย มันไม่คืบหน้าไปไหนเลยจริงๆ”

นายทรัมป์ระบุอีกว่า ปูตินว่าไม่จริงจังกับการสร้างสันติภาพ และกล่าวว่าเขาหวังว่าการคว่ำบาตรจะช่วยบีบให้เกิดความคืบหน้าได้ “ผมแค่รู้สึกว่าถึงเวลาแล้ว เรารอมานานมาก” ทรัมป์กล่าว

ผู้นำสหรัฐฯ ระบุอีกว่า นี่เป็นมาตรการคว่ำบาตรที่ “ใหญ่มาก” และหวังว่าจะสามารถยกเลิกได้อย่างรวดเร็วหากรัสเซียตกลงที่จะยุติสงคราม

ส่วนนายรุตเต ชื่นชมการประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ว่า เป็นการเพิ่มแรงกดดันให้แก่ปูติน “คุณต้องกดดัน และนั่นคือสิ่งที่เขาทำในวันนี้” รุตเตกล่าว

การประกาศคว่ำบาตรเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่ทรัมป์กล่าวว่า การประชุมที่วางแผนไว้กับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน ที่กรุงบูดาเปสต์จะถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ก่อนหน้านี้เมื่อวันพุธ รัสเซียได้ระดมยิงถล่มยูเครนอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน ซึ่งรวมถึงเด็กด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ ล่าหาตัวผู้ต้องสงสัย คดีฆ่านักศึกษาในกัมพูชา

หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ ล่าหาตัวผู้ต้องสงสัย คดีฆ่านักศึกษาในกัมพูชา

23 ต.ค. 2568 02:41 น.

หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ ล่าหาตัวผู้ต้องสงสัย คดีฆ่านักศึกษาในกัมพูชา

หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้กำลังตามล่าตัวผู้ต้องสงสัย ที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนักศึกษาชาวเกาหลีในกัมพูชา โดยพบว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับหัวโจกคดีเครื่องดื่มยาเสพติดกังนัม

เมื่อวันพุธที่ 22 ต.ค. 2568 สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ (NIS) ของเกาหลีใต้ เปิดเผยต่อสมาชิกสภานิติบัญญัติว่า พวกเขากำลังติดตามตัวผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในประเทศกัมพูชา ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า ตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงออนไลน์ ก่อนจะถูกลักพาตัวและทรมานจนเสียชีวิต

NIS ยืนยันว่า ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีสังหารนักศึกษารายนี้ เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับหัวหน้าแก๊งเบื้องหลังคดียาเสพติดรายใหญ่ในเขตกังนัมของกรุงโซลเมื่อปี 2566

หน่วยข่าวกรองฯ ยืนยันด้วยว่า มีชาวเกาหลีใต้ประมาณ 1,000 ถึง 2,000 คน ที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงในกัมพูชา ท่ามกลางคดีหลอกลวงงานที่เกี่ยวข้องกับการลักพาตัวและกักขังชาวเกาหลีใต้จำนวนมากในชาติเอเชียแห่งนี้

NIS ได้รับข่าวกรองเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนักศึกษาดังกล่าวเป็นครั้งแรกสามวันหลังเกิดเหตุ และสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ภายในแปดวัน ซึ่งตำรวจยังคงติดตามตัวผู้ต้องสงสัยรายนี้อยู่

ทั้งนี้ คดียาเสพติดดังกล่าวถูกเรียกว่า “คดีเครื่องดื่มยาเสพติดกังนัม” โดยคนร้ายแจกเครื่องดื่มผสมสารเมทแอมเฟตามีนให้นักศึกษา 13 คน ในย่านการศึกษา แดชี-ดง เขตกังนัม กรุงโซล โดยอ้างว่าจะช่วยเพิ่มสมาธิให้กับการอ่านหนังสือ

ก่อนหน้านี้ มีพลเมืองจีนที่ต้องสงสัยว่าเป็นผู้จัดหายาเสพติดในคดีดังกล่าว ถูกจับกุมในกัมพูชาด้วยความช่วยเหลือของ NIS

สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติบอกอีกว่า กัมพูชาจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์จำนวน 3,075 คน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม 2568 และในจำนวนนี้ มีชาวเกาหลีใต้ 57 คน

NIS ระบุว่า ควรมองชาวเกาหลีใต้จำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์เหล่านี้ว่าเป็น “ผู้กระทำความผิด” จะถูกต้องกว่ามองว่าเป็น “เหยื่อ” ตามที่ทางการเรียกพวกเขาในช่วงแรกหลังเรื่องราวทั้งหมดได้รับการเปิดเผยออกมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : koreatimes

รถหลายคันชนกันระนาวในยูกันดา ดับแล้ว 46 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย

รถหลายคันชนกันระนาวในยูกันดา ดับแล้ว 46 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย

23 ต.ค. 2568 01:02 น.

รถหลายคันชนกันระนาวในยูกันดา ดับแล้ว 46 ศพ บาดเจ็บอีกหลายราย

เกิดอุบัติเหตุรถชนกันต่อเนื่องหลายคันบนถนนหลวงของประเทศยูกันดา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 46 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันบนทางหลวงสายหลักใน ยูกันดา เมื่อวันพุธที่ 22 ต.ค. 2568 โดยล่าสุดตำรวจท้องถิ่นระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 46 ศพ ลดลงจากก่อนหน้านี้ที่พวกเขาระบุว่า มีผู้เคราะห์ร้ายสูงถึง 63 ศพ ขณะที่ผู้บาดเจ็บกำลังรับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล

ตำรวจยูกันดากล่าวว่า อุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อรถบัสโดยสารสองคันที่วิ่งสวนทางกัน “ชนประสานงา” ขณะพยายามแซงรถคันอื่นอีกสองคัน คือ รถบรรทุกและรถยนต์ บนทางหลวงสาย กัมปาลา-กูลู เมื่อเวลา 00:15 น. ตามเวลาท้องถิ่น

หนึ่งในรถบัสโดยสารพยายามหักหลบเพื่อหลีกเลี่ยงการชน แต่กลับทำให้เกิดการชนประสานงา นำไปสู่ปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำให้รถคันอื่น ๆ เสียการควบคุมและพลิกคว่ำ

ตำรวจเผยว่า พวกเขากำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสุขภาพและบริการฉุกเฉินเพื่อตรวจสอบจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เพื่อให้ข้อมูลอัปเดตที่ถูกต้อง หลังจากก่อนหน้านี้มีการนับรวมผู้บาดเจ็บที่หมดสติเข้าไปด้วย ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตสูงเกินความเป็นจริง

ด้านประธานาธิบดี โยเวรี มูเซเวนีกล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิต พร้อมเตือนให้ประชาชนขับรถอย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีก พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่มอบเงินชดเชยให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต รายละ 5 ล้านชิลลิง (ราว 47,000 บาท) และ 1 ล้านชิลลิง (ราว 9,400 บาท) สำหรับครอบครัวผู้บาดเจ็บ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

SpaceX ระงับบริการอุปกรณ์ Starlink ในเมียนมากว่า 2,500 เครื่อง

SpaceX ระงับบริการอุปกรณ์ Starlink ในเมียนมากว่า 2,500 เครื่อง

22 ต.ค. 2568 22:41 น.

SpaceX ระงับบริการอุปกรณ์ Starlink ในเมียนมากว่า 2,500 เครื่อง

บริษัท สเปซเอ็กซ์ ยืนยัน ระงับการให้บริการอุปกรณ์ Starlink ที่ศูนย์หลอกลวงในเมียนมาไปแล้วมากกว่า 2,500 เครื่อง หลังอุปกรณ์ถูกแก๊งมิจฉาชีพนำไปใช้อย่างกว้างขวาง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รองประธานบริษัท “สเปซเอ็กซ์” (SpaceX) เปิดเผยในวันพุธที่ 22 ต.ค. 2568 ว่า พวกเขาระงับการให้บริการอุปกรณ์ Starlink ที่ศูนย์หลอกลวงในเมียนมาใช้ไปแล้วมากกว่า 2,500 เครื่อง หลังจากกลุ่มมิจฉาชีพหันมาใช้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมนี้มากขึ้น หลังทางการไทยตัดการส่งพลังงานและอินเทอร์เน็ต

กลุ่มอาคารของแก๊งสแกมเมอร์ในเมียนมา ซึ่งหลอกลวงชาวต่างชาติด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งหลอกให้รักแล้วตบทรัพย์ หรือ “โรแมนซ์สแกม” และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขยายขนาดขึ้นตามแนวชายแดนของเมียนมาโดยอาศัยช่วงที่การปกครองหย่อนยานเนื่องจากภาวะสงครามกลางเมือง ซึ่งเริ่มขึ้นหลังกองทัพก่อรัฐประหารในปี 2564

การปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ในเมียนมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้มีคนงานเกือบ 7,000 คนถูกส่งกลับประเทศต้นทาง ขณะที่ทางการไทยบังคับใช้มาตรการระงับการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามพรมแดน ไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้งาน

แต่การสืบสวนของ AFP ในเดือนนี้เปิดเผยว่า การก่อสร้างอาคารเหล่านี้ยังคงดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว

ศูนย์จำนวนมากดูเหมือนจะติดตั้งเครื่องรับอินเทอร์เน็ต Starlink จำนวนมากบนหลังคา หลังจากที่ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านได้ตัดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและไฟฟ้าของพวกเขา

น.ส.ลอเรน เดรเยอร์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจ Starlink ของบริษัท SpaceX กล่าวว่า บริษัทได้ยกเลิกการใช้งานชุดอุปกรณ์ Starlink มากกว่า 2,500 ชุด ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดที่ต้องสงสัยว่าเป็น “ศูนย์หลอกลวง” ในเมียนมา แต่เธอไม่ได้ระบุว่า การยกเลิกการเชื่อมต่ออุปกรณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อใด

ด้านกองทัพเมียนมาเพิ่งประกาศในสัปดาห์นี้ว่า ได้บุกเข้าตรวจค้นอาคาร “เคเค พาร์ก” (KK Park) ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์หลอกลวงที่เป็นที่รู้จักที่สุดของประเทศ และยึดอุปกรณ์อินเทอร์เน็ตดาวเทียม Starlink ได้ 30 เครื่อง แต่ตามรายงานของ AFP ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของจำนวนที่ใช้ในสถานที่ดังกล่าวเท่านั้น

นักข่าวของ AFP รายงานด้วยว่า ในวันพุธ (22 ต.ค.) พวกเขาเห็นผู้คนกว่า 1,000 คนเดินทางออกจากสถานที่ดังกล่าวด้วยการเดินเท้า, ขี่จักรยานยนต์ หรืออัดแน่นอยู่ในรถกระบะ

คนงาน เคเค พาร์ก คนหนึ่งซึ่งกำลังจะเดินทางออกไป บอกกับ AFP ว่า การปราบปรามยังคงดำเนินอยู่ “ประมาณ 10 โมงเช้า มีทหารเมียนมานั่งรถบรรทุกสี่คันมาถึงที่ไซต์ของเรา.”

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์บอกกับ AFP ว่า ศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ได้กลายเป็น เสาหลักสำคัญ ของเศรษฐกิจในช่วงสงครามของเมียนมา ซึ่งกองทัพกำลังต่อสู้กับกลุ่มกบฏหลายกลุ่มนับตั้งแต่เข้ายึดอำนาจ และพึ่งพาการสนับสนุนทางทหารจากจีนเพื่อรักษาอำนาจในการปกครอง

แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลทหารยังต้องพึ่งพากองกำลังติดอาวุธที่ทรงอิทธิพลซึ่งควบคุมพื้นที่ชายแดนในนามของพวกเขา แลกกับการได้รับผลประโยชน์จากศูนย์หลอกลวงเหล่านี้

นาธาน รูเซอร์ นักวิเคราะห์จากสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ออสเตรเลีย กล่าวว่า “รัฐบาลทหารจำเป็นต้องสามารถทำให้กองกำลังติดอาวุธเหล่านั้นร่ำรวยได้ … แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ถูกกดดันจากจีนด้วย.”

อนึ่ง จีนไม่พอใจที่พลเมืองจีนกลายเป็นแกนนำในการหลอกลวงในเมียนมา และหลอกคนจำนวนมากเข้าไปให้ศูนย์เหล่านี้และบังคับให้ทำงานหลอกลวงผ่านทางออนไลน์ โดยมุ่งเป้าหมายไปยังหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงชาวจีนด้วยกัน รัฐบาลปักกิ่งจึงเป็นผู้นำในการกดดันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อควบคุมตลาดมืดที่กำลังเฟื่องฟูนี้

รูเซอร์กล่าวว่า ผลลัพธ์ที่ได้คือการรักษาสมดุล โดยรัฐบาลเมียนมาจะดำเนินการในเชิงสัญลักษณ์ ขณะที่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้ทำอะไรเลย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

พิกัดรังแก๊งสแกมเมอร์ ฝั่งตรงข้าม “ศรีสะเกษ-สุรินทร์” ทุนจีนโหดเรียกค่าไถ่เหยื่อคนไทย

พิกัดรังแก๊งสแกมเมอร์ ฝั่งตรงข้าม "ศรีสะเกษ-สุรินทร์” ทุนจีนโหดเรียกค่าไถ่เหยื่อคนไทย

22 ต.ค. 2568 19:33 น.

พิกัดรังแก๊งสแกมเมอร์ ฝั่งตรงข้าม “ศรีสะเกษ-สุรินทร์” ทุนจีนโหดเรียกค่าไถ่เหยื่อคนไทย

พิกัดรังแก๊งสแกมเมอร์ ฝั่งตรงข้าม “ศรีสะเกษ-สุรินทร์” ทุนจีนโหดทำยอดไม่ได้ จับเรียกค่าไถ่เหยื่อคนไทย 30,000 – 50,000 บ. พบใช้สัญญาณมือถือฝั่งไทย

ข้อมูลฐานการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม จ.ศรีสะเกษ

1.ด้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จ.ศรีสะเกษ บ.จวม ต.ตรอเปรียงไปร อ.อัลลองเวง จ.อุดรมีชัย ฝั่งตรงข้ามจุด

ผ่านแดนถาวรช่องสะงำ เป็นที่ตั้งของฐานขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ดังนี้

1.โรงแรม เฮง เฮง โฮเทล เปิดให้บริการเมื่อ 2561 มี พล.ต.ต.ซึม ซ็อมอาด ผบ.ตชด.ทางบก มีความใกล้ชิดกับ พล.ต.อ.เคง โซะเมธ รอง ผบ.ตร. / ผบ.ตร.(สน) ประจำพื้นที่ ภท.4 / ภท.5) เป็นผู้บริหาร

2.ช่องสะจำรีสอร์ท ตรงข้ามกับ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ เป็นฐานขบวนการคอลเซ็นเตอร์

ข้อมูลด้านความมั่นคง

1.ห้วงที่ผ่านมามีบุคคลต่างชาติผ่านเข้า – ออกส่วนใหญ่เป็นคนจีน และกัมพูชาคาดว่าภายใน

โรงแรมจะมีประชาชนสัญชาติ จีน, เวียดนาม, พม่า, ไทย, กัมพูชา และอินโดนีเซีย

2.กลุ่มขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์สั่งเครื่องอุปโภค บริโภค นำเข้าจากจีน มาให้ผู้ประกอบการชาวจีน ณ กรุงพนมเปญ ส่งต่อสินค้าโดยรถขนส่งสินค้ามายังจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ

3. ภายในอาคารเปิดใช้ไฟฟ้าตลอด 24 ชม. การรักษาความปลอดภัยแน่นหนา โดยเฉพาะ

บริเวณหน้าโรงแรม ปิดประตูไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า และไม่ให้มองเห็นภายใน

4. บริเวณตัวอาคารติดตั้งลูกกรงเหล็กอย่างหนาแน่นรอบ ๆ ตัวอาคาร ป้องกันไม่ให้บุคคลภายในออกและไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า

5. การตรวจพบเสาส่งสัญญาณ และเสาโทรศัพท์ บริเวณใกล้กับโรงแรม เฮง เฮง สามารถรับสัญญาณโทรศัพท์มือถือระดับ 4G เป็นอย่างดี เป็นสิ่งบอกเหตุและปัจจัยเกื้อกูลต่อการทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

อาชญากรรมฝั่งตรงข้าม จ.สุรินทร์

ข้อมูลฐานการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม จ.สุรินทร์ ฝั่งตรงข้ามช่องจอม จ.อุดรมีชัย

1.คาสิโน รอยัลฮิลล์ รีสอร์ท และคาสิโนโอเสม็ด รีสอร์ท เป็นที่ตั้งของสำนักงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดย

ชาวจีนจะนำชาวไทยไปทดลองทำงาน โดยมีคนไทยที่ทำงานอยู่ก่อนเป็นคนสอนงานและให้คำแนะนำ หากทดลองงาน

ผ่าน (หลอกเงินคนไทยได้สำเร็จ) ก็จะได้ทำงานกับบริษัทนั้น หากทดลองงานผ่านจะถูกขายต่อให้กับนายทุนจีนบริษัท

อื่น ซึ่งนายทุนจีนจะมีเครือข่ายอยู่ตามคาสิโน หากคนไทยที่นายทุนจีนซื้อตัวมาทำงานไม่ได้ (30,000 – 50,000

บาท) นายทุนจีนจะข่มขู่ และทำร้ายร่างกาย ก่อนจะให้ติดต่อกลับไปทางบ้านเพื่อให้ส่งเงินมาเป็นค่าไถ่ตัว และในพื้นที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น เนื่องจากมีการปรับพื้นที่เพื่อเตรียมสร้างอาคารที่พักเพิ่มเติม

2. โรงแรมโอเสม็ด รีสอร์ท มี นายออกญา ลี ยงพัด เจ้าของบ่อนคาสิโน สนับสนุนพื้นที่ตั้งสำนักงาน

3.ด้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม จ.บุรีรัมย์ (ฝั่งตรงข้าม จ.อุดรมีชัย) มี โรงแรมสายตะกู รีสอร์ท เป็นที่ตั้งของสำนักงาน

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยปรากฏความเคลื่อนไหวสำคัญในเดือน ก.ค. 66 ที่ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐาน

ปฏิบัติการบริเวณทิศตะวันออกช่องสายตะกูได้ขนย้ายวัสดุอุปกรณ์ และชาวจีนไปในพื้นที่ จ.เกาะกง และตรวจพบ

การขนย้ายวัสดุเตียงนอนไปทิ้งบริเวณด้านหลังอาคารคาสิโน จากการสอบถามพนักงานคาสิโนทราบว่า ชาวจีน

เคลื่อนย้ายออกไปในพื้นที่ จ.เกาะกง ครบทุกคนแล้ว

ไอซ์แลนด์พบ “ยุง” เป็นครั้งแรก หลังอุณหภูมิพุ่งสูงทำลายสถิติ

 ไอซ์แลนด์พบ "ยุง" เป็นครั้งแรก หลังอุณหภูมิพุ่งสูงทำลายสถิติ

22 ต.ค. 2568 16:11 น.

ไอซ์แลนด์พบ “ยุง” เป็นครั้งแรก หลังอุณหภูมิพุ่งสูงทำลายสถิติ

หลังเผชิญกับคลื่นความร้อนทำลายสถิติเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านแมลงในไอซ์แลนด์ได้ยืนยันการค้นพบ “ยุง” ในประเทศเป็นครั้งแรก โดยเป็นสายพันธุ์ที่ทนทานต่อฤดูหนาว ซึ่งการค้นพบนี้ทำให้ไอซ์แลนด์ไม่สามารถรักษาสถานะ “พื้นที่ปลอดยุง” ที่มีอยู่เพียงสองแห่งในโลกได้อีกต่อไป

ประเทศไอซ์แลนด์ได้เผชิญกับการค้นพบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือการพบยุงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากที่ประเทศเผชิญกับสภาพอากาศร้อนทำลายสถิติเมื่อช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา

การค้นพบนี้เกิดขึ้นโดยนายบียอร์น ยาลทาซอน ผู้ที่ชื่นชอบแมลง ซึ่งพบยุงหลายตัวขณะใช้เชือกที่ชุ่มไวน์เป็นกับดักเพื่อสังเกตผีเสื้อกลางคืนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเขาพบยุงเพศเมีย 2 ตัว และเพศผู้ 1 ตัว ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันว่าเป็นสายพันธุ์ Culiseta annulata ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ชนิดที่สามารถอยู่รอดในฤดูหนาวได้

ก่อนการค้นพบครั้งนี้ ไอซ์แลนด์และทวีปแอนตาร์กติกา เป็นหนึ่งในเพียงพื้นที่สองแห่งบนโลก ที่ได้รับการบันทึกว่าเป็นพื้นที่ปลอดจากยุง เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

นายยาลทาซอนพบยุงดังกล่าวใน คยอส์ (Kjós) ซึ่งเป็นหุบเขาธารน้ำแข็งทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงเรคยาวิก เขาได้ส่งแมลงที่พบไปยังสถาบันประวัติศาสตร์ธรรมชาติไอซ์แลนด์ ซึ่งนักกีฏวิทยา มัตติอัส อัลเฟรดส์ซอน ได้ยืนยันผลการตรวจ และระบุว่าสายพันธุ์นี้เป็นเรื่องปกติในบางส่วนของยุโรปและแอฟริกาเหนือ แต่ยังไม่ชัดเจนว่ายุงเหล่านี้เดินทางมาถึงไอซ์แลนด์ได้อย่างไร

ยาลทาซอนได้แชร์ข่าวการค้นพบนี้บนเฟซบุ๊ก พร้อมเขียนข้อความว่า “ผมรู้ทันทีว่านี่คือสิ่งที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน” และเสริมว่า “ป้อมปราการสุดท้ายดูเหมือนจะล่มสลายลงแล้ว”

World Population Review ระบุว่า สภาพอากาศที่หนาวเย็นของไอซ์แลนด์ และการขาดแคลนแหล่งน้ำนิ่งที่แมลงสามารถวางไข่ได้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศไม่มีประชากรยุง แต่ในปีนี้ไอซ์แลนด์ได้ทำลายสถิติอุณหภูมิสูงหลายครั้ง

โดยปกติแล้ว อุณหภูมิสูงสุดในไอซ์แลนด์แทบจะไม่เกิน 20 องศาเซลเซียส ในเดือนพฤษภาคม และคลื่นความร้อนจะกินเวลาไม่เกิน 2-3 วัน แต่ในปีนี้ อุณหภูมิได้เกินเกณฑ์ดังกล่าวติดต่อกันถึง 10 วัน ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ นอกจากนี้ ไอซ์แลนด์ยังได้บันทึก วันที่อากาศร้อนที่สุดในเดือนพฤษภาคม โดยมีอุณหภูมิสูงถึง 26.6 องศาฯ ที่สนามบินเอกิลสตาดีร์

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเช่นนี้อาจมีผลกระทบ “อย่างมีนัยสำคัญ” ต่อระบบนิเวศที่เปราะบาง ซึ่งปรับตัวให้เข้ากับสภาพอากาศหนาวเย็นมาโดยตลอด การติดตามตรวจสอบเพิ่มเติมในฤดูใบไม้ผลิครั้งหน้า จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อดูว่ายุงสายพันธุ์นี้ “ได้ตั้งรกรากในไอซ์แลนด์อย่างแท้จริงหรือไม่”

นายยาลทาซอนตั้งข้อสันนิษฐานว่า ยุงอาจมาพร้อมกับเรือและตู้คอนเทนเนอร์ เนื่องจากพื้นที่ที่เขาพบอยู่ห่างจากท่าเรือกรุนดาร์ตังกิ เพียงประมาณ 6 กิโลเมตร และเชื่อว่าหากยุงสามตัวมาถึงสวนของเขาได้ ก็น่าจะมีมากกว่านี้อย่างแน่นอน.

ที่มา BBC

รัสเซียถล่มยูเครนระลอกใหม่ ดับ 6 ศพ หลังทรัมป์ยกเลิกเจรจาปูติน

รัสเซียถล่มยูเครนระลอกใหม่ ดับ 6 ศพ หลังทรัมป์ยกเลิกเจรจาปูติน

22 ต.ค. 2568 15:31 น.

รัสเซียถล่มยูเครนระลอกใหม่ ดับ 6 ศพ หลังทรัมป์ยกเลิกเจรจาปูติน

ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี เผยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ศพ รวมถึงเด็ก 2 คน และบาดเจ็บ 21 คน จากการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธของรัสเซีย เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศล้มแผนการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่กรุงบูดาเปสต์

ประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เปิดเผยว่ามีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 6 คน ซึ่งรวมถึง เด็ก 2 คน และบาดเจ็บอีก 21 คน จากการระดมโจมตีอย่างหนักด้วยโดรนและขีปนาวุธของรัสเซียเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่าเหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่านานาชาติยังคงสร้างแรงกดดันต่อรัสเซียไม่เพียงพอ

การโจมตีครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศระงับแผนการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียที่กรุงบูดาเปสต์ โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้เป็น “การประชุมที่เสียเปล่า” เนื่องจากเครมลินปฏิเสธข้อเรียกร้องให้หยุดยิงตามแนวหน้าในปัจจุบัน ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่มาจากทั้งทรัมป์และผู้นำยุโรป

กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน เผชิญกับการโจมตีระลอกใหญ่เมื่อคืนที่ผ่านมา นับเป็นการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน ผู้เสียชีวิตในกรุงเคียฟ เป็นคู่สามีภรรยาวัย 60 ปีเศษ เสียชีวิตเมื่อโดรนพุ่งชนอาคารสูงในเมือง ส่วนพื้นที่โดยรอบภูมิภาคเคียฟ มีผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งรวมถึง ผู้หญิงคนหนึ่ง, ทารกวัย 6 เดือน และเด็กหญิงวัย 12 ปี

ตลอดทั้งคืน กรุงเคียฟตกอยู่ภายใต้การเตือนภัยขีปนาวุธนำวิถี และมีเสียงระเบิดดังก้องไปทั่วเมือง จนกระทั่งรุ่งเช้า เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเข้าควบคุมเพลิงในอาคารที่พักอาศัยหลายแห่ง นอกจากนี้ ทั่วประเทศยูเครน เป้าหมายการโจมตีของรัสเซียยังคงพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ทำให้หลายพื้นที่ต้องประกาศตัดไฟฉุกเฉิน

ขณะเดียวกัน กองทัพยูเครนรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันอังคาร ได้ใช้ขีปนาวุธร่อน “สตอร์ม ชาโดว์” ที่จัดหาโดยสหราชอาณาจักร โจมตีโรงงานเคมีของรัสเซีย ในภูมิภาคไบรอันสค์ ซึ่งติดชายแดนยูเครน

เจ้าหน้าที่ทหารระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ “ประสบความสำเร็จ” และสามารถทะลวงระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย โดยโรงงานแห่งนี้ “ผลิตดินปืน วัตถุระเบิด และส่วนประกอบเชื้อเพลิงจรวดที่รัสเซียนำมาใช้ยิงถล่มดินแดนยูเครน”

ประธานาธิบดีเซเลนสกี ซึ่งมีกำหนดเยือนบริษัท ซาบ (Saab) ผู้ผลิตอาวุธของสวีเดนในวันนี้ กล่าวหลังกลับจากการเจรจากับทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเขาไม่ประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวให้สหรัฐฯ จัดหาขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล “โทมาฮอว์ก” ว่า “ทันทีที่ประเด็นขีปนาวุธพิสัยไกลเริ่มห่างไกลจากยูเครน รัสเซียก็แทบจะลดความสนใจในการเจรจาทางการทูตลงโดยอัตโนมัติ”.

ที่มา BBC

พิกัดรังแก๊งสแกมเมอร์ ปอยเปต เครือข่าย “ออกญา ก็ก อาน” แหล่งใหญ่บัญชีม้า ฝั่งสระแก้ว

พิกัดรังแก๊งสแกมเมอร์ ปอยเปต เครือข่าย "ออกญา ก็ก อาน" แหล่งใหญ่บัญชีม้า ฝั่งสระแก้ว

22 ต.ค. 2568 14:04 น.

พิกัดรังแก๊งสแกมเมอร์ ปอยเปต เครือข่าย “ออกญา ก็ก อาน” แหล่งใหญ่บัญชีม้า ฝั่งสระแก้ว

เปิดพิกัดรังแก๊งสแกมเมอร์ ปอยเปต เครือข่าย “ออกญา ก็ก อาน” แหล่งใหญ่บัญชีม้า ฝั่งตรงข้ามสระแก้ว ชี้ตึกสูง 18 – 25 ชั้น แบ่งให้เครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์กว่า 100 แก๊ง พบเครือข่ายบัญชีม้าเจ้าของเป็นคนไทย

หลังเมื่อวานทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ เปิดพิกัดรังแก๊งสแกมเมอร์ ในพื้นที่ตรงข้าม “จันทบุรี-ตราด” ที่เป็นของนายทุนจีนเทา ที่แผ่ขยายเครือข่ายตลอดแนวชายแดน รอบนี้จะเป็นข้อมูลพิกัดฝั่งปอยเปต ตรงข้าม จ.สระแก้ว ซึ่งมีคนไทยเกี่ยวโยงเป็นเครือข่าย โดยเฉพาะแก๊งบัญชีม้า และเครือข่าย “ออกญา ก็ก อาน”

ข้อมูลฐานการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่ฝั่งตรงข้าม จ.สระแก้ว มีดังนี้

1.พื้นที่ บ้านกระบาลสะเปียนมวย แขวงโอวโจรว เมืองปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ฝั่งตรงข้ามจุดผ่านแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ เป็นที่ตั้งของกลุ่ม Crown Casino ปัจจุบันได้ลงทุนในโครงการก่อสร้างตึกให้เช่าเป็นสำนักงานต่าง ๆ ซึ่งมีขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และการพนันออนไลน์เข้ามาเช่าสำนักงานจำนวนมาก โดยมีอาคารที่เป็นบ่อนคาสิโน จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ โครงการอาคาร Crown 25 ชั้น และโครงการอาคาร Crown 18 ชั้น

2.พื้นที่ บ้านกระบาลสะเปียนปี แขวงปอยเปต เมืองปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ฝั่งตรงข้ามจุดผ่านแดนบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ เป็นที่ตั้งของกลุ่ม PULI CASINO & RESORT ซึ่งมีผู้บริหารชาวจีน จำนวน 2 คน คือ 1.นาย Weng Yong และ 2. นาย Lin Zhenwei และออกญา ก็ก อาน เจ้าของกลุ่มบริษัท Crown Casino เป็นหุ้นส่วนหลัก

3. ข้อมูลด้านความมั่นคง พื้นที่ อ.ปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย มีฐานปฏิบัติการอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 17 แห่ง โดยมีจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ 1. อาคารสูง 18 ชั้น และ อาคารสูง 25 ชั้น

โดยอาคารดังกล่าวมีการแบ่งเช่าให้อาชญากรชาวจีนเข้าไปดำเนินปฏิบัติการอาชญากรรมออนไลน์มากกว่า 100 กลุ่ม รวมทั้งเป็นพื้นที่สำหรับการจัดทำบัญชีม้า ซึ่งดำเนินการโดยเจ้าของชาวไทย ส่วนอาคารภูริคาสิโน พบชาวไทยเดินทางไปเป็นแรงงานจำนวนมาก และโกลเด้นแพลนเน็ตคาสิโน มีเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงของกัมพูชาเป็นเจ้าของ

OpenAI เปิดตัว “ChatGPT Atlas” เบราว์เซอร์ AI ท้าชน Google Chrome

OpenAI เปิดตัว "ChatGPT Atlas" เบราว์เซอร์ AI ท้าชน Google Chrome

22 ต.ค. 2568 13:11 น.

OpenAI เปิดตัว “ChatGPT Atlas” เบราว์เซอร์ AI ท้าชน Google Chrome

“โอเพนเอไอ” (OpenAI) เปิดตัวเบราว์เซอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ในชื่อ “ChatGPT Atlas” อย่างเป็นทางการ นับเป็นความท้าทายโดยตรงต่อการครองตลาดของ “กูเกิล โครม” (Google Chrome) โดยเบราว์เซอร์ใหม่นี้จะรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่การค้นหาแบบ AI อย่างเต็มตัว

การเปิดตัวครั้งนี้เป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของโอเพนเอไอ ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากฐานผู้ใช้งาน ChatGPT กว่า 800 ล้านคนต่อสัปดาห์ และขยายบทบาทเข้าสู่ชีวิตออนไลน์ของผู้ใช้งานมากขึ้น ผ่านการรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานเบราว์เซอร์ของผู้บริโภค

นักวิเคราะห์มองว่าการแข่งขันระหว่างโอเพนเอไอ และกูเกิล จะทวีความรุนแรงขึ้น และอาจเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่การค้นหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI เนื่องจากผู้ใช้หันไปใช้เครื่องมือสนทนาที่สามารถสรุปและสังเคราะห์ข้อมูลให้ได้ แทนที่จะต้องพึ่งพาผลการค้นหาตามคีย์เวิร์ดแบบดั้งเดิม

Atlas นับเป็นผู้เล่นรายล่าสุดในตลาดเบราว์เซอร์ AI ที่มีการแข่งขันสูง เช่น Perplexity’s Comet, Brave Browser และ Opera’s Neon โดยบริษัทต่าง ๆ กำลังเร่งรวมเครื่องมือที่สามารถสรุปหน้าเว็บ, กรอกแบบฟอร์ม และร่างโค้ด เพื่อดึงดูดผู้ใช้

แถบด้านข้าง ของ Atlas อนุญาตให้ผู้ใช้เปิดแถบด้านข้างของ ChatGPT ในหน้าต่างใดก็ได้ เพื่อใช้ สรุปเนื้อหา, เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ หรือวิเคราะห์ข้อมูล จากเว็บไซต์ใด ๆ

ส่วนโหมดตัวแทน (Agent Mode) สำหรับผู้ใช้แบบชำระเงิน ChatGPT สามารถโต้ตอบกับเว็บไซต์แทนผู้ใช้ เพื่อทำงานให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น การค้นคว้าข้อมูลและการวางแผนช้อปปิ้งสำหรับการเดินทาง

ในการสาธิต นักพัฒนาของโอเพนเอไอ ได้แสดงวิธีการที่ ChatGPT สามารถค้นหาสูตรอาหารออนไลน์ และดำเนินการซื้อส่วนผสมทั้งหมดให้โดยอัตโนมัติ โดยตัวแทน AI ได้นำทางไปยังเว็บไซต์ Instacart และเพิ่มของชำที่จำเป็นลงในรถเข็น ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

เบราว์เซอร์ดังกล่าวพร้อมใช้งานทั่วโลกแล้วสำหรับระบบ macOS ของ Apple ส่วนเวอร์ชันสำหรับ Windows, iOS และ Android จะตามมาในภายหลัง

นับตั้งแต่โอเพนเอไอ เปิดตัว ChatGPT ในปี 2022 บริษัทก็เผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากกูเกิล และสตาร์ทอัพอย่าง Anthropic ทำให้ต้องหาพื้นที่การเติบโตใหม่

ในขณะเดียวกันกูเกิลก็ได้พัฒนาการตอบสนองต่อพฤติกรรมการค้นหาที่เปลี่ยนไป โดยขณะนี้ผลการค้นหาของ Google แต่ละรายการสามารถแสดง ภาพรวม AI  หรือ โหมด AI ควบคู่ไปกับลิงก์แบบดั้งเดิม เพื่อนำเสนอประสบการณ์ที่เหมือนแชตบอต นอกจากนี้เมื่อเดือนที่แล้วกูเกิลได้รวมโมเดล Gemini AI เข้ากับเบราว์เซอร์ Chrome สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ

แม้จะมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น กูเกิล โครมยังคงครองตลาดเบราว์เซอร์ทั่วโลกด้วยส่วนแบ่ง 71.9% จากข้อมูล ณ เดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าเบราว์เซอร์ใหม่จากโอเพนเอไอ สามารถนำมาซึ่งการแข่งขันครั้งใหม่สำหรับตลาดโฆษณา

กิล ลูเรีย นักวิเคราะห์จาก D.A. Davidson กล่าวว่า “การรวมแชตบอตเข้ากับเบราว์เซอร์ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นให้โอเพนเอไอเริ่มขายโฆษณา ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่เคยทำมาก่อน หากโอเพนเอไอเริ่มขายโฆษณา นั่นอาจดึงส่วนแบ่งโฆษณาจากการค้นหาไปจากกูเกิลได้อย่างมีนัยสำคัญ”.

ที่มา Reuters

ยูเอ็นเตรียมลงนามข้อตกลงอาชญากรรมไซเบอร์ที่เวียดนาม

ยูเอ็นเตรียมลงนามข้อตกลงอาชญากรรมไซเบอร์ที่เวียดนาม

22 ต.ค. 2568 12:18 น.

ยูเอ็นเตรียมลงนามข้อตกลงอาชญากรรมไซเบอร์ที่เวียดนาม

ข้อตกลงสำคัญของสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกหลายล้านล้านดอลลาร์ต่อปี เตรียมลงนามที่กรุงฮานอยสุดสัปดาห์นี้ แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักเคลื่อนไหวและบริษัทเทคโนโลยี ว่าอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเฝ้าระวังหรือละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น มากกว่าปราบปรามอาชญากรรมจริง

ตัวแทนจากหลายสิบประเทศเตรียมลงนามในข้อตกลงสำคัญว่าด้วยอาชญากรรมไซเบอร์ของสหประชาชาติ ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในสุดสัปดาห์นี้ แม้จะมีความกังวลถึงความเสี่ยงต่อสิทธิมนุษยชน

ข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้เมื่อได้รับการให้สัตยาบันจาก 40 ประเทศ ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยสหประชาชาติคาดหวังว่าจะช่วยให้การรับมือกับอาชญากรรมไซเบอร์รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงนี้ได้รับคำเตือนเรื่องการละเมิดสิทธิที่อาจเกิดขึ้นจากนักเคลื่อนไหว บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ รวมถึงข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดยระบุว่าถ้อยคำที่คลุมเครือเกี่ยวกับนิยามอาชญากรรม อาจอำนวยความสะดวกมากกว่าการต่อสู้กับกิจกรรมที่ผิดกฎหมายเสียเอง

Cybersecurity Tech Accord ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรที่รวมถึง เมตา และ ไมโครซอฟต์ ได้เรียกข้อตกลงนี้ว่า “สนธิสัญญาสอดแนม” ที่จะเอื้อให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวระหว่างรัฐบาล และเสี่ยงที่จะทำให้ “อาชญากรสามารถก่ออาชญากรรมไซเบอร์ได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่ยากขึ้น”

ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติยังเตือนระหว่างการเจรจาว่า “กฎหมายที่มีคำจำกัดความอาชญากรรมไซเบอร์กว้างเกินไป มักถูกนำมาใช้เพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างไม่เหมาะสม”

นอกจากนั้น การเลือกเวียดนามเป็นเจ้าภาพได้ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์ เนื่องจากประวัติการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยรายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อเดือนสิงหาคมระบุถึง “ประเด็นสำคัญด้านสิทธิมนุษยชน” ในเวียดนาม รวมถึงการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกทางออนไลน์

กลุ่มฮิวแมน ไรต์ วอตช์ รายงานว่า ปีนี้มีผู้ถูกจับกุมในเวียดนามอย่างน้อย 40 คน ในข้อหาก่ออาชญากรรม ซึ่งรวมถึงการโพสต์ข้อความต่อต้านรัฐบาลทางออนไลน์

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เวียดนามกล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ในเวทีระหว่างประเทศ และเห็นว่าข้อตกลงนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างการป้องกันทางไซเบอร์ของประเทศ

สหประชาชาติระบุว่า ข้อตกลงฉบับนี้มีเป้าหมายครอบคลุมอาชญากรรมหลากหลาย ตั้งแต่การฟิชชิง, มัลแวร์เรียกค่าไถ่ ไปจนถึงการค้ามนุษย์ออนไลน์ และการกล่าวถ้อยคำแสดงความเกลียดชัง โดยอ้างอิงประมาณการว่าอาชญากรรมไซเบอร์ทำให้เศรษฐกิจโลกต้องสูญเสียเงินหลายล้านล้านดอลลาร์ในแต่ละปี

สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ซึ่งเป็นผู้นำการเจรจา ได้กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวมีบทบัญญัติเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน และเปิดโอกาสให้รัฐสามารถปฏิเสธคำร้องขอความร่วมมือที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศได้

ทั้งนี้ นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ มีกำหนดการเข้าร่วมพิธีลงนามในวันที่ 25 ต.ค. นี้.


ที่มา Reuters