อิสราเอลชุมนุมใหญ่ในเทลอาวีฟ ขอบคุณทรัมป์ก่อนฮามาสปล่อยตัวประกัน

อิสราเอลชุมนุมใหญ่ในเทลอาวีฟ ขอบคุณทรัมป์ก่อนฮามาสปล่อยตัวประกัน

12 ต.ค. 2568 10:45 น.

อิสราเอลชุมนุมใหญ่ในเทลอาวีฟ ขอบคุณทรัมป์ก่อนฮามาสปล่อยตัวประกัน

ประชาชนชาวอิสราเอลหลายแสนคนรวมตัวกันในเทลอาวีฟ ก่อนกำหนดการแลกเปลี่ยนตัวประกันและหยุดยิงกับฮามาส โดยผู้ชุมนุมจำนวนมากพร้อมใจกันแสดงความชื่นชมนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าเป็นผู้ทำให้ข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นได้ ขณะที่ผู้นำระดับโลกเตรียมประชุมสุดยอดที่อียิปต์เพื่อหาทางยุติสงครามอย่างถาวร

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (11 ต.ค.) ผู้คนนับแสนร่วมชุมนุมในกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เพื่อสนับสนุนการปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ถูกกลุ่มฮามาสจับไว้ในฉนวนกาซา ซึ่งคาดว่าจะมีการปล่อยตัวในวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ตามข้อตกลงหยุดยิงที่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี

สตีฟ วิตคอฟ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ กล่าวต่อฝูงชนว่า “ตัวประกันกำลังจะได้กลับบ้าน” พร้อมยกย่องประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการทำให้ข้อตกลงหยุดยิงและการแลกเปลี่ยนตัวประกันเกิดขึ้นได้ โดยทรัมป์มีกำหนดเดินทางเยือนอิสราเอลในวันจันทร์ ก่อนเข้าร่วมการประชุมสุดยอดที่เมืองชาร์ม เอล-ชีค ประเทศอียิปต์ ซึ่งจะมีผู้นำกว่า 20 ชาติรวมถึงทรัมป์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เอ็มมานูเอล มาครง และเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ  เข้าร่วม

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว ฮามาสจะต้องปล่อยตัวประกันที่เหลืออยู่ทั้งหมด 48 คนภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งคาดว่ามีเพียง 20 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮามาส โอซามา ฮัมดาน ยืนยันกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “การแลกเปลี่ยนตัวประกันจะเริ่มขึ้นเช้าวันจันทร์ตามกำหนด”

ในการชุมนุม ชาวอิสราเอลจำนวนมากถือป้ายและส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยชีวิตตัวประกัน ขณะที่หลายคนตะโกน “ขอบคุณทรัมป์” แต่โห่ใส่เมื่อมีการเอ่ยชื่อของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าล้มเหลวในการป้องกันการโจมตีของฮามาสเมื่อ 7 ตุลาคม 2023 และไม่สามารถนำตัวประกันกลับมาได้เร็วกว่านี้

ในฉนวนกาซา เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์เปิดเผยว่ามีประชาชนราว 500,000 คน เดินทางกลับพื้นที่ทางตอนเหนือซึ่งถูกทำลายเกือบทั้งหมด หลังกองกำลังอิสราเอลถอนกำลังออกจากพื้นที่ ขณะเดียวกันฮามาสได้ระดมกองกำลังหลายพันนายเพื่อยึดพื้นที่คืน ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าใครจะเป็นผู้ปกครองกาซาหลังสงครามยุติ

โครงการอาหารโลก (WFP) รายงานว่ายังมีรถบรรทุกบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์เพียง 2-3 คันต่อวันเข้าสู่กาซา แม้ว่าข้อตกลงจะกำหนดให้เพิ่มจำนวนความช่วยเหลือ ขณะที่หน่วยงานอิสราเอล COGAT ระบุว่ามีรถบรรทุกกว่า 500 คันเข้าสู่กาซาเมื่อวันพฤหัสบดี โดย 300 คันถูกกระจายโดยสหประชาชาติและองค์กรช่วยเหลือต่าง ๆ

รายงานล่าสุดจากโครงการประเมินความมั่นคงทางอาหารโลก (IPC) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติ ประเมินว่าประชาชนกว่า 500,000 คนในฉนวนกาซา หรือราวหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งหมด กำลังเผชิญภาวะอดอยาก ขณะที่รัฐบาลอิสราเอลปฏิเสธว่ามีการใช้ “ความอดอยากเป็นอาวุธ” และโทษฮามาสและองค์กรช่วยเหลือระหว่างประเทศที่ทำให้ความช่วยเหลือล่าช้า

สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสปะทุขึ้นหลังเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลราว 1,200 คน และตัวประกัน 251 คน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขในกาซาซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของฮามาส ระบุว่ามีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้วมากกว่า 67,000 คนจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลจนถึงปัจจุบัน.

ที่มา BBC

เหตุระเบิดโรงงานวัตถุระเบิดรัฐเทนเนสซี ยุติการค้นหาผู้รอดชีวิต คาด 16 ชีวิตดับยกโรงงาน

เหตุระเบิดโรงงานวัตถุระเบิดรัฐเทนเนสซี ยุติการค้นหาผู้รอดชีวิต คาด 16 ชีวิตดับยกโรงงาน

12 ต.ค. 2568 10:09 น.

เหตุระเบิดโรงงานวัตถุระเบิดรัฐเทนเนสซี ยุติการค้นหาผู้รอดชีวิต คาด 16 ชีวิตดับยกโรงงาน

เหตุระเบิดรุนแรงที่โรงงานผลิตวัตถุระเบิดในรัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้สูญหาย 16 คน ซึ่งทางการคาดว่าทั้งหมดเสียชีวิตแล้ว ขณะหน่วยกู้ภัยเร่งเก็บกู้ซากและสอบสวนหาสาเหตุของโศกนาฏกรรมที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยมีรายงานว่าแรงระเบิดสั่นสะเทือนไกลถึง 25 กิโลเมตร

คริส เดวิส เจ้าหน้าที่เขตฮัมฟรีย์ส เคาน์ตี้ รัฐเทนเนสซี เปิดเผยว่า มีความแน่ชัดแล้วว่าไม่มีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่ที่โรงงานผลิตวัตถุระเบิดในเมืองบัคส์นอร์ท ที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ โดยคาดว่าผู้ที่สูญหาย 16 คน ที่อยู่ในอาคารขณะเกิดเหตุ ได้เสียชีวิตทั้งหมดแล้ว เดิมทีทางการกังวลว่าจะมีผู้เสียชีวิตถึง 18 ราย แต่ต่อมาพบว่ามี 2 คนที่คาดว่าจะอยู่ในที่เกิดเหตุจริง ๆ แล้วไม่ได้อยู่ที่โรงงานและได้รับการติดต่อแล้ว

นายเดวิสได้แถลงต่อสื่อว่า “ความคาดหวังว่าจะมีใครก็ตามที่อยู่ภายในอาคารหลังนั้น เราสามารถสันนิษฐานได้ว่าพวกเขาเสียชีวิตแล้ว” และกล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อเราเข้าไปดูใกล้ ๆ เราพบว่ามันเลวร้ายยิ่งกว่าที่เราคิดไว้ตอนแรก”

โรงงานที่เกิดเหตุเป็นของบริษัท Accurate Energetic Systems (AES) ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและผลิตวัตถุระเบิด และได้สั่งระงับการดำเนินงานทั้งหมดแล้ว จากภาพวิดีโอที่บันทึกได้เมื่อวันศุกร์ เผยให้เห็นไฟยังคงลุกไหม้ซากปรักหักพัง รถยนต์ที่ถูกเผา และควันไฟที่พวยพุ่งจากอาคารที่ถูกทำลายราบ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ซากเศษชิ้นส่วนกระจายไปไกลประมาณ 800 เมตร จากจุดที่อาคารเคยตั้งอยู่ ทีมกู้ภัยและเจ้าหน้าที่กว่า 300 นาย จากหน่วยงานรัฐและท้องถิ่น ได้ระดมกำลังค้นหาพื้นที่ตั้งแต่เช้าวันศุกร์ โดยภารกิจได้เปลี่ยนจากการกู้ภัยเป็นการกู้ร่างตั้งแต่เช้าวันเสาร์

ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้ ซึ่งโรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากเมืองแนชวิลล์ ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 90 กิโลเมตร สำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ได้เข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบดีเอ็นเออย่างเร่งด่วน เพื่อระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตและแจ้งให้ครอบครัวทราบ ส่วนสำนักงานควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และอาวุธปืน (ATF) ก็เข้ามาร่วมสอบสวนเหตุการณ์ด้วย

ทั้งนี้ สถานที่แห่งนี้เคยเกิดเหตุระเบิดครั้งร้ายแรงมาแล้วในปี 2014 โดยแรงระเบิดสั่นสะเทือนไกลถึง 25 กิโลเมตร

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงต่างตกใจกับความรุนแรงของแรงระเบิด นายจัสติน สโตเวอร์ เจ้าของที่ดินที่ติดกับโรงงาน AES เล่าว่า บ้านของเขาสั่นอย่างรุนแรงจนสิ่งของและของใช้ร่วงหล่นจากกำแพงและชั้นวาง ทำให้เขานึกว่าเกิดเครื่องบินตก โดยเปรียบเทียบเสียงระเบิดว่า “เหมือนฟ้าร้องที่ดังที่สุดเท่าที่คุณเคยได้ยินในชีวิต”

มีรายงานว่าชาวบ้านที่อยู่ห่างออกไปถึง 25 กิโลเมตร ก็ยังได้ยินเสียงระเบิดอย่างชัดเจน สโตเวอร์ ซึ่งอาศัยอยู่ในบัคส์นอร์ทมา 20 ปี กล่าวว่า AES เป็นหนึ่งในไม่กี่ธุรกิจที่เป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของคนในท้องถิ่น และโศกนาฏกรรมครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อชุมชนทั้งหมด.

ที่มา BBC

“ไดแอน คีตัน” นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เสียชีวิตในวัย 79 ปี

"ไดแอน คีตัน" นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เสียชีวิตในวัย 79 ปี

12 ต.ค. 2568 09:40 น.

“ไดแอน คีตัน” นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์ เสียชีวิตในวัย 79 ปี

ไดแอน คีตัน (Diane Keaton) นักแสดงหญิงชาวอเมริกันเจ้าของรางวัลออสการ์ ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 79 ปี ที่แคลิฟอร์เนียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการยืนยันจากโฆษกครอบครัวต่อเว็บไซต์เดอะ พีเพิล และโดรี ราธ โปรดิวเซอร์และเพื่อนสนิทของเธอ

ไดแอน คีตัน ซึ่งเกิดที่ลอสแอนเจลิส โด่งดังเป็นที่รู้จักในยุค 70 จากบทบาท เคย์ อดัมส์-คอร์ลีโอเน ภรรยาของไมเคิล คอร์ลีโอเน ในภาพยนตร์ไตรภาคชุด The Godfather เธอประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในปี 1978 เมื่อคว้ารางวัล ออสการ์ สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง Annie Hall ซึ่งทำให้เธอได้รับรางวัล ลูกโลกทองคำ และ BAFTA ในสาขาเดียวกันด้วย

ตลอดอาชีพการแสดงที่ยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ คีตันได้แสดงในภาพยนตร์หลายสิบเรื่องที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่จดจำ เช่น Father of the Bride, First Wives Club, The Family Stone, Something’s Gotta Give เธอยังมีผลงานที่ร่วมงานกับวูดดี้ อัลเลน อีกหลายเรื่อง เช่น Play It Again, Sam, Sleeper, Love and Death และ Manhattan

โดยผลงานกำกับภาพยนตร์ที่โดดเด่นคือสารคดี Heaven (1987) และภาพยนตร์ตลก-ดราม่า Unstrung Heroes (1995) ผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเธอคือ Summer Camp (2024) ซึ่งแสดงร่วมกับยูจีน เลวี และแคธี เบตส์ 

ข่าวการจากไปของเธอสร้างความตกตะลึงให้กับเพื่อนร่วมงานในฮอลลีวูดเป็นอย่างมาก โดยเบตต์ มิดเลอร์ เพื่อนนักแสดงจาก First Wives Club ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า “ไดแอน คีตัน ที่ยอดเยี่ยม สวยงาม และไม่ธรรมดาได้จากไปแล้ว ฉันไม่สามารถบอกได้เลยว่ามันทำให้ฉันเสียใจมากแค่ไหน” พร้อมยกย่องว่าเธอเป็นคนตลก มีความเป็นตัวของตัวเอง และไม่มีความเสแสร้งใด ๆ

ด้านเบน สติลเลอร์ นักแสดงชื่อดัง ก็ได้ร่วมไว้อาลัยผ่าน X ว่า “ไดแอน คีตัน เป็นหนึ่งในนักแสดงภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นไอคอนด้านสไตล์ อารมณ์ขัน และตลกขบขัน อัจฉริยะมาก เป็นคนที่สุดยอดจริง ๆ”

ทั้งนี้ คีตันไม่เคยแต่งงาน แต่มีบุตรบุญธรรมสองคน เธอเป็นที่รู้จักจาก สไตล์การแต่งตัวที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งในบทบาทภาพยนตร์และชีวิตจริง ซึ่งมักจะโดดเด่นด้วยเสื้อผ้าผู้ชาย และ หมวกปีกกว้าง ที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเธอ

ในอัตชีวประวัติของเธอที่ชื่อว่า Then Again (2011) คีตันเคยกล่าวถึงความสุขในชีวิตไว้ว่า เธอรู้สึกพอใจอย่างยิ่งเมื่อคนที่เธอรักมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่ก็ตาม พร้อมย้ำว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อครอบครัวนั้นช่างยอดเยี่ยมและมีความหมายอย่างยิ่ง.

ที่มา BBC

“แร่หายาก” คืออะไร? ทำไมเป็นชนวนเหตุ ทรัมป์ขู่ตั้งกำแพงภาษีจีน 100%

“แร่หายาก” คืออะไร? ทำไมเป็นชนวนเหตุ ทรัมป์ขู่ตั้งกำแพงภาษีจีน 100%

12 ต.ค. 2568 06:30 น.

“แร่หายาก” คืออะไร? ทำไมเป็นชนวนเหตุ ทรัมป์ขู่ตั้งกำแพงภาษีจีน 100%

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเผชิญกับจุดติดขัดครั้งใหญ่ นั่นคือแร่หายาก หรือ “แรร์เอิร์ธ” (rare earth)

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 ต.ค. 2568 จีนประกาศจำกัดการส่งออกแร่หายากของพวกเขาเพิ่มขึ้นอีก ทำให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่จะตอบโต้ทางเศรษฐกิจ รวมถึงตั้งกำแพงภาษีสินค้านำเข้าจีน 100% และจะยกเลิกการพบปะกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ระหว่างเดินทางเยือนเอเชียที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนนี้

การต่อสู้เรื่องแร่หายากระหว่างสหรัฐฯ กับจีนนั้น มีมาก่อนรัฐบาลทรัมป์เสียอีก โดยจีนควบคุมแร่ดังกล่าวเกือบทั้งหมดมานานหลายปี ตามนโยบายอุตสาหกรรมของแดนมังกรซึ่งครอบคลุมไปถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย

การจำกัดการส่งออกแร่หายากเพิ่มของจีนถูกมองว่า เป็นการตอบสนองต่อนโยบาย “ภาษีต่างตอบแทน” ที่นายทรัมป์บังคับใช้กับสินค้าจีนเมื่อเดือนเมษายน แต่หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ทำข้อตกลงสงบศึกทางการค้าร่วมกันที่เมืองเจนีวา ทำให้เกิดความคาดหมายว่า สหรัฐฯ กับจีนจะผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกแร่เหล่านี้

แต่สถานการณ์ล่าสุดส่งผลให้ทุกอย่างกลับมาไม่แน่นอนอีกครั้ง

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

แร่หายากคืออะไร หายากจริงหรือไม่?

แร่หายาก (Rare earths) ประกอบด้วย ธาตุโลหะ 17 ชนิดในตารางธาตุ ซึ่งได้แก่ สแกนเดียม (scandium) อิตเทรียม (yttrium) และแลนทาไนด์ (lanthanides)

ชื่อ “แร่หายาก” อาจไม่ถูกต้องนัก เนื่องจากวัสดุเหล่านี้สามารถพบได้ทั่วเปลือกโลก มันมีปริมาณที่อุดมสมบูรณ์กว่าทองคำ แต่การสกัดและแปรรูปนั้นยากกว่าและมีค่าใช้จ่ายที่สูง และยังสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

แร่หายากใช้ทำอะไร?

แร่หายากเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่สมาร์ทโฟนไปจนถึงกังหันลม, ไฟ LED และโทรทัศน์จอแบน แร่เหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้า ตลอดจนเครื่องสแกนร่างกายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) และการรักษาโรคมะเร็ง

แร่หายากยังมีความจำเป็นต่อกองทัพสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน จากรายงานการวิจัยในปี 2025 ของศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (CSIS) ระบุว่า แร่เหล่านี้ถูกใช้ในเครื่องบินขับไล่ F-35, เรือดำน้ำ, เลเซอร์, ดาวเทียม, ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก และอื่น ๆ อีกมากมาย

คนงานฉีดน้ำใส่ดินที่เหมืองแร่หายากในเขตหนานเฉิง มณฑลเจียงซี
คนงานฉีดน้ำใส่ดินที่เหมืองแร่หายากในเขตหนานเฉิง มณฑลเจียงซี

แร่หายากมาจากไหน?

ตามข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ร้อยละ 61 ของผลผลิตแร่หายากที่ถูกขุดได้มาจากประเทศจีน และแดนมังกรก็ควบคุมผลผลิตทั่วโลกถึงร้อยละ 92 ในขั้นตอนการแปรรูป

แร่หายากแบ่งออกเป็นสองประเภทตามน้ำหนักอะตอม คือ แร่หายากชนิดหนัก (heavy rare earths) และ แร่หายากชนิดเบา (light rare earths) แร่หายากชนิดหนักหายากกว่า และสหรัฐฯ ก็ไม่มีขีดความสามารถในการแยกแร่หายากหลังจากการสกัด

น.ส.เกรซลิน บาสคาราน ผู้อำนวยการโครงการความมั่นคงด้านแร่ธาตุวิกฤตที่ศูนย์ยุทธศาสตร์และนานาชาติศึกษา (CSIS) บอกกับสำนักข่าว CNN ว่า “จนกระทั่งถึงต้นปีนี้ ไม่ว่าเราจะขุดแร่หายากชนิดหนักได้เท่าไรในแคลิฟอร์เนีย เราก็ยังต้องส่งไปที่ประเทศจีนเพื่อทำการแยกอยู่ดี”

อย่างไรก็ตาม การประกาศขึ้นภาษีศุลกากรในอัตราที่สูงลิ่วของรัฐบาลทรัมป์ต่อประเทศจีนเมื่อเดือนเมษายนได้ทำให้กระบวนการนี้หยุดชะงักลง ซึ่ง น.ส.บาสคารานกล่าวว่า จีนเต็มใจที่จะใช้การที่สหรัฐฯ พึ่งพาจีนในการแยกแร่หายากเป็นอาวุธ

และสหรัฐฯ มีเหมืองแร่หายากที่เปิดดำเนินการอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในแคลิฟอร์เนีย

คนงานขนส่งดินที่มีแร่หายากไปยังเพื่อส่งออกที่ท่าเรือในเมืองเหลียนอวิ๋นกัง มณฑลเจียงซู
คนงานขนส่งดินที่มีแร่หายากไปยังเพื่อส่งออกที่ท่าเรือในเมืองเหลียนอวิ๋นกัง มณฑลเจียงซู

ทำไมแร่หายากกลายเป็นชนวนสงครามการค้า?

จีนกำลังใช้แร่หายากเป็นอำนาจต่อรองสำคัญในสงครามการค้า และมาตรการจำกัดล่าสุดนี้เกิดขึ้นในขณะที่ นายสี จิ้นผิง และ นายทรัมป์ มีกำหนดจะพบกันในการประชุมสุดยอดเอเปคที่เกาหลีใต้ช่วงปลายเดือนนี้

ในการเคลื่อนไหวล่าสุด จีนได้ “เพิ่มธาตุแร่หายาก 5 ชนิด” ได้แก่ โฮลเมียม (holmium), เออร์เบียม (erbium), ทูเลียม (thulium), ยูโรเพียม (europium), อิตเทอร์เบียม (ytterbium) รวมถึงแม่เหล็กและวัสดุที่เกี่ยวข้อง เข้าไปในรายการควบคุมที่มีอยู่เดิม โดยกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตส่งออก ทำให้จำนวนแร่หายากที่ถูกจำกัดทั้งหมดเพิ่มเป็น 12 ชนิด

จีนยังกำหนดให้ต้องมีใบอนุญาตในการส่งออกเทคโนโลยีการผลิตแร่หายากออกนอกประเทศด้วย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในปีนี้ที่ข้อจำกัดของจีนเกี่ยวกับแร่หายากได้สร้างความไม่พอใจให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อเดือนมิถุนายน นายทรัมป์ระบุบน Truth Social ว่า จีน “ละเมิดข้อตกลงสงบศึกทางการค้า” เนื่องจาก ปักกิ่งยังคงควบคุมการส่งออกแร่หายาก 7 ชนิดและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

การควบคุมการส่งออกอาจมีผลกระทบสำคัญ เนื่องจาก สหรัฐฯ ต้องพึ่งพาจีนอย่างมากสำหรับแร่หายาก โดยตามรายงานของสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า ระหว่างปี 2563 ถึง 2566 สหรัฐฯ นำเข้าสารประกอบและโลหะแร่หายากจากประเทศจีนถึง ร้อยละ 70 ของทั้งหมด

แต่ข้อจำกัดล่าสุดของจีนนี้ถูกมองว่าเป็นการ “ยกระดับอย่างรุนแรง” ในสงครามการค้าของทรัมป์ระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้

ทรัมป์เขียนบน Truth Social เมื่อวันศุกร์ว่า “ขึ้นอยู่กับว่าจีนจะพูดอย่างไรเกี่ยวกับ ‘คำสั่ง’ ที่เป็นปรปักษ์ที่พวกเขาเพิ่งประกาศออกมา ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ผมถูกบังคับให้ต้องตอบโต้ทางการเงินต่อการเคลื่อนไหวของพวกเขา”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

มิสซิสซิปปีช็อก มือปืนกราดยิงหลังแข่งฟุตบอลดับ 4 ศพ เจ็บนับสิบราย

มิสซิสซิปปีช็อก มือปืนกราดยิงหลังแข่งฟุตบอลดับ 4 ศพ เจ็บนับสิบราย

12 ต.ค. 2568 05:20 น.

มิสซิสซิปปีช็อก มือปืนกราดยิงหลังแข่งฟุตบอลดับ 4 ศพ เจ็บนับสิบราย

มือปืนกราดยิงผู้คนที่มาเฉลิมฉลองวันคืนสู่เหย้าที่เมืองเล็กๆ ในรัฐมิสซิสซิปปี เมื่อคืนวันศุกร์ตามเวลาสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ บาดเจ็บอีกนับสิบราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุกราดยิงที่เมืองลีแลนด์ (Leland) เมืองเล็กๆ ในรัฐมิสซิสซิปปี ของสหรัฐฯ เมื่อช่วงเที่ยงคืนวันศุกร์ (10 ต.ค. 2568) ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ บาดเจ็บอีก 12 ราย ในจำนวนนี้ 4 รายมีอาการอยู่ในภาวะวิกฤต

เหตุกราดยิงดังกล่าวเกิดขึ้นบนถนนสายหลัก ระหว่างการรวมตัวหลังการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลคืนสู่เหย้าของโรงเรียนมัธยม ลีแลนด์ ซึ่งเป็นประเพณีประจำปี โดยนาย จอห์น ลี นายกเทศมนตรีเมืองลีแลนด์เผยว่า มีผู้บาดเจ็บ 4 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทางอากาศ ขณะที่ยังไม่มีผู้ต้องสงสัยถูกจับกุม

นายลียืนยันว่า เหตุกราดยิงไม่ได้เกิดขึ้นภายในบริเวณวิทยาเขตของโรงเรียนมัธยมลีแลนด์

“นี่เป็นกิจกรรมที่เราจัดขึ้นทุกปีมานานหลายปี และไม่เคยมีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นมาก่อนเลย” นายลีบอกกับสำนักข่าว บีบีซี “และเราเป็นเมืองที่มีอาชญากรรมน้อย มีผู้คนแค่ประมาณ 3,700 คน เราเข้ากันได้ดี และทุกคนก็รู้จักกัน ดังนั้นสำหรับเรา นี่จึงเป็นโศกนาฏกรรมอย่างแน่นอน”

ด้านกรมตำรวจลีแลนด์ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์ และแจ้งกับ BBC ว่าไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมใด ๆ ได้ในขณะนี้ รวมถึงจำนวนกระสุนที่ถูกยิงและชนิดของอาวุธปืนที่ใช้ ขณะที่สำนักงานสืบสวนรัฐมิสซิสซิปปีก็เข้าให้ความช่วยเหลือในการสืบสวนด้วย

ในคืนวันเดียวกันนี้ ยังมีรายงานเหตุกราดยิงเกิดขึ้นอีกที่เมือง ไฮเดลเบิร์ก เมืองเล็กๆ อีกแห่งของรัฐมิสซิสซิปปี ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองลีแลนด์ประมาณ 200 ไมล์ โดยเกิดเหตุในช่วงสุดสัปดาห์วันคืนสู่เหย้าประจำเมืองเช่นกัน มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ แต่ยังไม่มีข้อบ่งชี้ใดๆ ที่บอกว่า เหตุการณ์ที่ไฮเดลเบิร์กับที่ลีแลนด์มีความเกี่ยวข้องกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , cnn

80 ปีพรรคแรงงาน เกาหลีเหนือจัดสวนสนาม อวดขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่

80 ปีพรรคแรงงาน เกาหลีเหนือจัดสวนสนาม อวดขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่

12 ต.ค. 2568 04:41 น.

80 ปีพรรคแรงงาน เกาหลีเหนือจัดสวนสนาม อวดขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่

เกาหลีเหนือจัดพิธีสวนสนามของกองทัพ ฉลองครบ 80 ปีการก่อตั้งพรรคแรงงาน พร้อมอวดขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ ที่อ้างว่า เป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศ

สำนักข่าว KCNA ของทางการเกาหลีเหนือรายงานเมื่อวันเสาร์ (11 ต.ค. 2568) ว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ตรวจดูการสวนสนามครั้งใหญ่ของกองทัพ เนื่องในวาระครบรอบ 80 ปี การก่อตั้งพรรคแรงงาน ที่กรุงเปียงยาง โดยมีการจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์หลายอย่าง รวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) รุ่นใหม่

พิธีสวนสนาม ซึ่งเริ่มขึ้นในต้นวันศุกร์ (10 ต.ค.) จัดขึ้นต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติจากนานาชาติที่มาเยือน และมีขึ้นหลังจากพิธีเฉลิมฉลอง 80 ปีพรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรคผู้ปกครองประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดี

ยคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ตรวจดูการสวนสนามครั้งใหญ่ของกองทัพ เมื่อ 10 ต.ค. 2568
ยคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ตรวจดูการสวนสนามครั้งใหญ่ของกองทัพ เมื่อ 10 ต.ค. 2568

นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน, คณะผู้แทนจากรัสเซียที่นำโดยอดีตประธานาธิบดี ดีมิทรี เมดเวเดฟ รวมถึงนาย โต ลัม หัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม อยู่ในกลุ่มแขกต่างชาติที่เดินทางมายังกรุงเปียงยางสำหรับวันครบรอบดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ในพิธีสวนสนามล่าสุดนี้ เกาหลีเหนือซึ่งเชื่อกันว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง ได้จัดแสดงขีปนาวุธข้ามทวีป “ฮวาซอง-20” ที่ก้าวหน้าที่สุด ซึ่ง KCNA บรรยายว่าเป็น “ระบบอาวุธยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ที่แข็งแกร่งที่สุด” ของประเทศ

ขีปนาวุธข้ามทวีปประเภท “ฮวาซอง” ทำให้เกาหลีเหนือมีความสามารถในการกำหนดเป้าหมายได้ทุกที่ในแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ แต่ยังคงมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับความซับซ้อนของระบบนำวิถีในการเข้าถึงเป้าหมาย และความสามารถของหัวรบที่บรรทุกในการทนทานต่อการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ

เกาหลีเหนือจัดพิธีสวนสนามเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีการก่อตั้งพรรคแรงงาน เมื่อ 10 ต.ค. 2568
เกาหลีเหนือจัดพิธีสวนสนามเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีการก่อตั้งพรรคแรงงาน เมื่อ 10 ต.ค. 2568

KCNA รายงานว่า ในพิธีสวนสนาม นายคิมได้กล่าวสุนทรพจน์ซึ่ง “ให้กำลังใจอย่างอบอุ่น” แก่ทหารเกาหลีเหนือที่ปฏิบัติการในต่างประเทศ พร้อมเสริมว่าวีรกรรมของกองทัพจะไม่เพียงแต่ปรากฏในการปกป้องแผ่นดินเกาหลีเหนือเท่านั้น แต่ยังรวมถึง “ด่านหน้าของการสร้างสรรค์สังคมนิยม” ด้วย

นอกจากนี้ นายคิมยังได้พูดคุยกับนายเมดเวเดฟเมื่อวันศุกร์ โดยกล่าวว่าการเสียสละของทหารเกาหลีเหนือที่ต่อสู้เพื่อรัสเซียในเมืองเคิร์สก์ได้พิสูจน์ความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจกันระหว่างสองประเทศ เขาหวังที่จะเสริมสร้างความร่วมมือกับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง และจะเข้าร่วมในการแลกเปลี่ยนที่หลากหลายอย่างใกล้ชิดเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

จนท.คาด ผู้สูญหาย 18 คน เหตุโรงงานอาวุธสหรัฐฯ ระเบิด เสียชีวิตแล้ว

จนท.คาด ผู้สูญหาย 18 คน เหตุโรงงานอาวุธสหรัฐฯ ระเบิด เสียชีวิตแล้ว

12 ต.ค. 2568 01:51 น.

จนท.คาด ผู้สูญหาย 18 คน เหตุโรงงานอาวุธสหรัฐฯ ระเบิด เสียชีวิตแล้ว

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คาดว่า ผู้สูญหายทั้ง 18 คนในเหตุโรงงานผลิตอาวุธในรัฐเทนเนสซีระเบิด เสียชีวิตทั้งหมดแล้ว และเปลี่ยนปฏิบัติการกู้ภัยไปเป็นปฏิบัติการกู้ร่างแทน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทีมกู้ภัยยังไม่ละความพยายามในการหาผู้รอดชีวิตในเหตุโรงงานผลิตระเบิดในรัฐเทนเนสซี ของสหรัฐฯ ระเบิดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่นายคริส เดวิส นายอำเภอเขตฮัมฟรีย์ส เคาน์ตี สันนิษฐานว่า ผู้สูญหายทั้ง 18 คน เสียชีวิตแล้ว

“เมื่อเรามาถึงจุดนี้ เราพบว่ามันน่าเศร้ามากกว่าที่เคยคิดเอาไว้” นายเดวิสกล่าวในงานแถลงข่าว

ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่า อะไรเป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุระเบิดที่โรงงานในเมืองบัคสนอร์ต รัฐเทนเนสซี ซึ่งอยู่ห่างจากแนชวิลล์ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 56 ไมล์ (90 กิโลเมตร) โดยโรงงานแห่งนี้มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาและผลิตวัตถุระเบิด

ภาพวิดีโอที่บันทึกไว้เมื่อวันศุกร์แสดงให้เห็นว่าไฟยังคงลุกไหม้ มีรถยนต์ที่ไหม้เกรียม และควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นมาจากอาคารที่ถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง เจ้าหน้าที่กล่าวว่าเศษซากอาคารกระจายไปไกลถึงครึ่งไมล์รอบบริเวณที่อาคารเคยตั้งอยู่

บริษัท Accurate Energetic Systems ซึ่งเป็นผู้บริหารโรงงานดังกล่าว ได้ประกาศ “ระงับการดำเนินงาน” แล้ว

นายอำเภอเดวิสกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉุกเฉินของรัฐและท้องถิ่นกว่า 300 นาย ได้ค้นหาพื้นที่เกิดเหตุตั้งแต่เช้าวันศุกร์ และยังไม่พบผู้รอดชีวิตแม้แต่รายเดียว ทำให้ “เราสามารถสันนิษฐานได้ว่าพวกเขาเสียชีวิตแล้ว” และภารกิจกู้ภัยได้เปลี่ยนไปเป็นปฏิบัติการกู้ร่างแล้ว

สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (FBI) ก็มายังจุดเกิดเหตุเพื่อดำเนินการทดสอบดีเอ็นเอ เพื่อระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว และแจ้งให้ครอบครัวทราบ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โจ ไบเดน เริ่มรับการฉายรังสี-ฮอร์โมนบำบัด รักษามะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว

โจ ไบเดน เริ่มรับการฉายรังสี-ฮอร์โมนบำบัด รักษามะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว

12 ต.ค. 2568 01:03 น.

โจ ไบเดน เริ่มรับการฉายรังสี-ฮอร์โมนบำบัด รักษามะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว

โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มรับการฉายรังสีและฮอร์โมนบำบัด เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว หลังจากได้รับการวินิจฉัยเมื่อเดือนพฤษภาคม

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ต.ค. 2568 โฆษกของ โจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ วัย 82 ปี ระบุว่า อดีตผู้นำสหรัฐฯ รายนี้ เริ่มรับการฉายรังสีและฮอร์โมนบำบัด เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว ในขณะที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองเรื่องสุขภาพของเขา

เมื่อเดือนพฤษภาคม สำนักงานของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า นายไบเดนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดรุนแรงที่แพร่กระจายไปยังกระดูก หลังจากเขาเข้ารับการตรวจเนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะและพบก้อนเนื้อที่ต่อมลูกหมาก

“มะเร็งสัมผัสเราทุกคน” นายไบเดนระบุในโพสต์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ในตอนนั้น “เหมือนกับพวกคุณหลายคน จิลกับผมได้เรียนรู้ว่าเราแข็งแกร่งที่สุดในสถานที่ที่พังทลาย ขอบคุณที่ดึงพวกเราขึ้นมาด้วยความรักและการสนับสนุน”

ทั้งนี้ เรื่องสุขภาพของนายไบเดนกลับมาเป็นที่จับตามองอีกครั้ง หลังจากหนังสือเล่มใหม่ของนายไบเดนให้รายละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพที่ทรุดโทรมของเขา ในตอนที่เขากำลังรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปีก่อน เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองกับ โดนัลด์ ทรัมป์

ไบเดนประกาศถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนกรกฎาคม 2567 หลังจากการดีเบตกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งไบเดนแสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมอย่างสิ้นเชิง และเขาประกาศสนับสนุนนาง คามาลา แฮร์ริส ผู้เป็นรองประธานาธิบดีในขณะนั้น ลงชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ แทน แม้สุดท้ายเธอจะพ่ายแพ้ให้นายทรัมป์

อนึ่ง ข้อมูลของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่า มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในหมู่ผู้ชาย และพบบ่อยเป็นพิเศษในผู้สูงอายุ โดยผู้ชายที่มีอายุเกิน 80 ปี ประมาณ 80% มีเซลล์มะเร็งอยู่ในต่อมลูกหมาก

สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุด้วยว่า แม้ว่ามะเร็งต่อมลูกหมากจะมีโอกาสรักษาให้หายได้สูงหากตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ แต่ก็เป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งอันดับสองในผู้ชาย

ฮอร์โมนบำบัดเป็นวิธีการรักษาที่พบบ่อย ซึ่งสามารถช่วยทำให้ก้อนเนื้อหดตัวลงและชะลอการเติบโตของมะเร็งได้ แต่ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ทูตจีนประจำกัมพูชาแจงยิบ หนุนไทย-กัมพูชาคุยแก้ปัญหา ลั่นเป็นมิตรทั้ง 2 ฝ่าย

ทูตจีนประจำกัมพูชาแจงยิบ หนุนไทย-กัมพูชาคุยแก้ปัญหา ลั่นเป็นมิตรทั้ง 2 ฝ่าย

11 ต.ค. 2568 22:45 น.

ทูตจีนประจำกัมพูชาแจงยิบ หนุนไทย-กัมพูชาคุยแก้ปัญหา ลั่นเป็นมิตรทั้ง 2 ฝ่าย

นายหวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชาโพสต์ข้อความยืนยัน จีนเป็นมิตรกับทั้งไทยและกัมพูชา และพยายามอย่างแข็งขันในการส่งเสริมการพูดคุยเพื่อสันติภาพ

เมื่อวันเสาร์ที่ 11 ต.ค. 2568 นายหวัง เหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศกัมพูชาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ยืนยันว่าจีนเป็นมิตรกับทั้งไทยและกัมพูชา ลั่นยึดหลักเท่าเทียมและเสมอภาค หลังก่อนหน้านี้เขาโพสต์ข้อความระบุว่า “จีนสนับสนุนกัมพูชาอย่างมั่นคง” จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง

“นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งบริเวณพรมแดนระหว่างกัมพูชาและไทย ในฐานะที่จีนเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของทั้งสองประเทศ จีนยึดมั่นในจุดยืนเรื่องความเท่าเทียมและเสมอภาค และได้พยายามอย่างแข็งขันในการส่งเสริมการพูดคุยเพื่อสันติภาพ”

“รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กัมพูชา และไทย ได้บรรลุผลลัพธ์ในการประชุมที่อำเภออันหนิง มณฑลยูนนานของจีน ทั้งสามประเทศได้จัดการหารืออย่างไม่เป็นทางการ และผู้แทนพิเศษด้านกิจการเอเชียของกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจทางการทูตแบบไปกลับเพื่อสันติภาพระหว่างทั้งสองฝ่ายหลายครั้ง ด้วยความพยายามอย่างแข็งขันของจีน มาเลเซีย และฝ่ายต่าง ๆ กัมพูชาและไทยได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิง และทั้งสองฝ่ายกำลังสื่อสารกันผ่านกลไกทวิภาคี ฝ่ายที่เกี่ยวข้องชื่นชมจีนสำหรับบทบาทที่ไม่มีใครแทนได้ในกระบวนการนี้”

“จีนสนับสนุนให้กัมพูชาและไทยแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจาและการปรึกษาหารือ และสนับสนุนมาเลเซียในฐานะประธานเวียนของอาเซียนในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหาทางการเมืองผ่านวิถีอาเซียน (ASEAN Way) จีนพร้อมที่จะสานต่อการส่งเสริมการพูดคุยเพื่อสันติภาพในแบบของตัวเอง ตามความประสงค์ของกัมพูชาและไทย และจะส่งเสริมการพูดคุยเพื่อทำให้ข้อตกลงหยุดยิงมั่นคงและผลักดันการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ”

“จีนดำเนินการเรื่องความร่วมมือทางทหารตามปกติกับทุกประเทศในอาเซียน รวมถึงกัมพูชาและไทย สื่อตะวันตกบางสำนักพยายามใช้ความร่วมมือดังกล่าวเพื่อสร้างความแตกแยกระหว่างจีนกับประเทศที่เกี่ยวข้อง แต่ความพยายามเช่นนั้นจะไม่มีทางประสบความสำเร็จ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook / Wang Wenbin

เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง

เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง

11 ต.ค. 2568 22:06 น.

เกาหลีใต้เรียกทูตกัมพูชาเข้าพบ ปมนักศึกษาถูกฆ่า ยกระดับเตือนเดินทาง

รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกตัวเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าพบ เพื่อแสดงความกังวลกรณีนักศึกษาเกาหลีใต้ถูกสังหารในกัมพูชา และหลอกลวงที่มุ่งเป้าหมายไปที่ชาวเกาหลีใต้ พร้อมยกระดับเตือนการเดินทาง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2568 กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้เรียกตัวเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าพบ เพื่อประท้วงกรณีการฆาตกรรมนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในประเทศกัมพูชา และได้ยกระดับการแจ้งเตือนสำหรับการเดินทางไปกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา เนื่องจากคดีหลอกลวงทางออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีใต้

นาย โช ฮยอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ได้แสดงความกังวลต่อ นายควน โพน รัตนาก เอกอัครราชทูตกัมพูชา เรื่องการหลอกลวงเรื่องงานและการควบคุมตัวพลเมืองชาวเกาหลีใต้ในกัมพูชาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาเร่งออกมาตรการที่รวดเร็วและปฏิบัติได้จริงเพื่อกำจัดการหลอกลวงทางออนไลน์

ด้านนายควนกล่าวว่า เขาเข้าใจถึงความกังวลและจุดยืนของรัฐบาลเกาหลีใต้ และจะรายงานเรื่องนี้ให้รัฐบาลของเขาทราบ

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีใต้เกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า นักศึกษาหนุ่มชาวเกาหลีใต้วัย 23 ปี เดินทางไปยังกัมพูชาเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม โดยบอกกับครอบครัวในเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ ว่า จะเดินทางไปร่วมงานนิทรรศการ

แต่ 1 สัปดาห์ต่อมา ครอบครัวของนักศึกษาหนุ่มรายนี้ก็ได้รับโทรศัพท์จากชายปริศนา พูดภาษาเกาหลีสำเนียงจีนอ้างว่า พวกเขาจับตัวนักศึกษารายนี้เอาไว้ พร้อมเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 50 ล้านวอน (ราว 1.15 ล้านบาท) เพื่อแลกกับการปล่อยตัว

ครอบครัวของนักศึกษาหนุ่มรีบแจ้งต่อสถานทูตกัมพูชาและตำรวจทันที แต่การติดตามคดีเป็นไปด้วยความยากลำบาก จนกระทั่งในวันที่ 8 ส.ค. มีการพบศพนักศึกษารายนี้ใกล้กับภูเขาบกกอร์ จังหวัดกำปอต เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกับสถานทูตกัมพูชายืนยันว่า เขาเสียชีวิตจากการหัวใจวายเนื่องจากการทรมานและความเจ็บปวดแสนสาหัส

ในแถลงการณ์อีกฉบับเมื่อวันศุกร์ (10 ต.ค. 2568) กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ประกาศยกระดับการแจ้งเตือนสำหรับการเดินทางไปยังกรุงพนมเปญ จากเดิมอยู่ที่ระดับ 2 ให้เป็นระดับ “พิเศษ” โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ในเวลา 21.00 น.วันเดียวกันนี้ตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ คำเตือนการเดินทางระดับ “พิเศษ” ของเกาหลีใต้ เทียบเท่ากับระดับ 2.5 จากทั้งหมด 4 ระดับ หมายความว่า ให้พลเรือนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองที่ถูกประกาศ หรือให้พลเรือนออกจากเมืองดังกล่าวหากอยู่ที่นั่น โดยจะมีผลบังคับใช้นาน 90 วัน และสามารถขยายเวลาได้หากจำเป็น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters , koreatimes