ทำความรู้จัก “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” สตรีเหล็กแห่งญี่ปุ่น ว่าที่นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศ

ทำความรู้จัก "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" สตรีเหล็กแห่งญี่ปุ่น ว่าที่นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศ

5 ต.ค. 2568 09:43 น.

ทำความรู้จัก “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” สตรีเหล็กแห่งญี่ปุ่น ว่าที่นายกฯ หญิงคนแรกของประเทศ

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นักการเมืองหญิงสายอนุรักษนิยม วัย 64 ปี ผู้ยกย่อง “มาร์กาเร็ต แธตเชอร์” เป็นแบบอย่าง และเคยเป็นมือกลองเฮฟวี่เมทัล ได้รับเลือกเป็นผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลสำเร็จ ในความพยายามครั้งที่ 3 และเตรียมเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและแรงกดดันจากพรรคฝ่ายขวาจัด

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นักการเมืองหญิงแนวอนุรักษนิยม วัย 64 ปี ประสบความสำเร็จในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลญี่ปุ่น ในวาระครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งพรรค หลังความพยายามถึง 3 ครั้ง ทำให้เธอกำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น

เธอเกิดที่จังหวัดนาราเมื่อปี 1961 พ่อของทาคาอิชิเป็นพนักงานออฟฟิศ ส่วนแม่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนเรื่องการเมืองนั้นห่างไกลจากชีวิตในวัยเด็กของเธอมาก

ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นมือกลองเพลงเฮฟวีเมทัลตัวยง เธอมีชื่อเสียงจากการถือไม้ตีกลองจำนวนมาก เพราะเธอจะหักไม้ตีกลองอย่างแรง เธอยังเป็นนักดำน้ำลึกและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์อีกด้วย ปัจจุบันรถโตโยต้า ซูปร้าคันโปรดของเธอจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์นารา

ก่อนที่จะเข้าสู่วงการเมือง ทาคาอิจิเคยทำงานเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์อยู่ช่วงหนึ่ง

แรงบันดาลใจทางการเมืองของเธอเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 ซึ่งเป็นช่วงที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นกำลังรุนแรงที่สุด เธอมุ่งมั่นที่จะเข้าใจมุมมองของชาวอเมริกันที่มีต่อญี่ปุ่น เธอจึงทำงานในสำนักงานของแพทริเซีย ชโรเดอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ญี่ปุ่น

ทาคาอิจิได้เห็นชาวอเมริกันผสมผสานภาษาและอาหารญี่ปุ่น จีน และเกาหลีเข้าด้วยกัน สังเกตเห็นว่าญี่ปุ่นมักถูกจัดกลุ่มร่วมกับจีนและเกาหลีใต้

“หากญี่ปุ่นไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ ชะตากรรมของมันจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความคิดเห็นตื้นๆ ของสหรัฐฯ เสมอ” เธอกล่าวสรุป

เธอลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาครั้งแรกในปี 1992 ในฐานะผู้สมัครอิสระ แต่พ่ายแพ้

เธอยังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถคว้าชัยชนะได้หนึ่งที่นั่งในอีกหนึ่งปีต่อมา และเข้าร่วมพรรค LDP ในปี 1996 นับแต่นั้นมา เธอได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. ถึง 10 ครั้ง แพ้เพียงครั้งเดียว และสร้างชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในเสียงอนุรักษ์นิยมที่กล้าพูดกล้าแสดงออกมากที่สุดของพรรค

เธอยังเคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาล รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและการสื่อสาร ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์

ในปี 2021 ทาคาอิจิได้ลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP เป็นครั้งแรก แต่พ่ายแพ้ให้กับฟูมิโอะ คิชิดะ เธอพยายามอีกครั้งในปี 2024 ครั้งนี้ได้คะแนนเสียงสูงสุดในรอบแรก แต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับชิเงรุ อิชิบะ

ในปีนี้ ในความพยายามครั้งที่สาม เธอได้รับชัยชนะ ซึ่งทำให้เธอก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น เมื่อรัฐสภาอนุมัติการแต่งตั้ง

เธอกล่าวกับกลุ่มเด็กนักเรียนระหว่างการหาเสียงเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “เป้าหมายของฉันคือการเป็นหญิงเหล็ก” 

จุดยืนและนโยบาย

ทาคาอิจิเป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองสายอนุรักษนิยมที่แข็งกร้าว และเป็นลูกศิษย์คนสนิทของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้ล่วงลับ โดยเธอประกาศจะฟื้นฟูวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจแบบ “อาเบะโนมิกส์” ที่เน้นการใช้จ่ายภาครัฐสูงและการกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

ด้านสังคม: เธอเคยคัดค้านกฎหมายที่อนุญาตให้ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วสามารถใช้นามสกุลเดิมได้ โดยยืนยันว่าเป็นการบ่อนทำลายธรรมเนียมเดิม เธอยังต่อต้านการแต่งงานของคนเพศเดียวกันอีกด้วย แต่ในช่วงหาเสียง เธอได้ผ่อนคลายท่าทีลง โดยให้คำมั่นที่จะผลักดันมาตรการช่วยลดค่าใช้จ่ายการดูแลเด็ก และนำไปหักลดหย่อนภาษีได้บางส่วน และเสนอให้ลดหย่อนภาษีนิติบุคคลสำหรับบริษัทที่ให้บริการดูแลเด็กภายในองค์กร

ประสบการณ์ส่วนตัวและครอบครัวของเธอเป็นแรงผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายของเธอ ได้แก่ การขยายบริการโรงพยาบาลเพื่อสุขภาพสตรี การให้การยอมรับแก่ผู้ช่วยเหลืองานบ้านมากขึ้น และการปรับปรุงทางเลือกในการดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่น

“ฉันเคยมีประสบการณ์การพยาบาลและการดูแลเด็กมาแล้วสามครั้งในชีวิต นั่นเป็นเหตุผลที่ความมุ่งมั่นของฉันยิ่งแข็งแกร่งขึ้นในการลดจำนวนคนที่ถูกบังคับให้ออกจากงานเนื่องจากการดูแล การเลี้ยงดูบุตร หรือเด็กที่ปฏิเสธที่จะไปโรงเรียน ฉันต้องการสร้างสังคมที่ผู้คนไม่จำเป็นต้องละทิ้งอาชีพการงาน”

ด้านความมั่นคง: เธอไปศาลเจ้ายาสุกุนิอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงและยกย่องผู้เสียชีวิตในสงครามของญี่ปุ่น รวมถึงอาชญากรสงคราม นอกจากนี้เธอยังเรียกร้องให้มีการผ่อนคลายข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญต่อกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นด้วย

นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1955 พรรค LDP ได้ครอบงำการเมืองญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันกำลังสูญเสียฐานเสียงท่ามกลางความผิดหวังจากเศรษฐกิจที่ซบเซา การลดลงของประชากร และความไม่พอใจทางสังคม

ทาคาอิจิเป็นฝ่ายขวาของพรรค LDP และในการเลือกตั้งเธอ พรรค LDP หวังว่าจะชนะใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่โน้มเอียงไปพรรคซันเซโตะ พรรคฝ่ายขวาจัดกลับคืนมา

พรรคซันเซโตะ ซึ่งลงชิงชัยภายใต้สโลแกน “ญี่ปุ่นต้องมาก่อน” ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นจากหนึ่งที่นั่งเป็น 15 ที่นั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ส่งผลให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมต้องสูญเสียที่นั่งไป พรรค LDP สูญเสียเสียงข้างมากในรัฐสภาทั้งสองสภา

ทาคาอิจิเองก็ยอมรับถึงปัญหานี้ในสุนทรพจน์หลังจากชนะการเลือกตั้งรอบแรกว่า “เราได้รับคำวิจารณ์อย่างรุนแรงจากผู้สนับสนุนหลัก ฝ่ายอนุรักษ์นิยม และสมาชิกพรรค”

“พรรค LDP ต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ของญี่ปุ่นทั้งในปัจจุบันและอนาคต เราจะยึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นอันดับแรกเสมอ และบริหารประเทศด้วยความสมดุล”.

ที่มา BBC

จอร์เจียประท้วงเดือดต้านรัฐบาล ม็อบพยายามบุกเข้าทำเนียบ ปธน.แต่โดนสกัด

จอร์เจียประท้วงเดือดต้านรัฐบาล ม็อบพยายามบุกเข้าทำเนียบ ปธน.แต่โดนสกัด

5 ต.ค. 2568 07:30 น.

จอร์เจียประท้วงเดือดต้านรัฐบาล ม็อบพยายามบุกเข้าทำเนียบ ปธน.แต่โดนสกัด

กลุ่มผู้ประท้วงหลายหมื่นคนเดินขบวนในเมืองหลวงของจอร์เจีย เพื่อแสดงการต่อต้านรัฐบาล ก่อนจะเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่เมื่อผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งพยายามบุกเข้าทำเนียบประธานาธิบดี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจในประเทศจอร์เจียปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่พยายามบุกเข้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงทบิลิซี เมืองหลวงของประเทศ โดยกองกำลังรักษาความสงบต้องใช้ทั้งปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และสเปรย์พริกไทย เพื่อสลายการชุมนุม

ประเทศจอร์เจียกำลังเผชิญวิกฤตนับตั้งแต่พรรค “จอร์เจียน ดรีม” (Georgian Dream) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล อ้างตัวเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ฝ่ายค้านซึ่งสนับสนุนสหภาพยุโรป (EU) กล่าวหาว่ามีการโกง

หลังจากนั้นในเดือนพฤศจิกายน รัฐบาลจอร์เจียก็ระงับการเจรจาเพื่อเข้าร่วมสหภาพยุโรป ส่งผลให้มีการประท้วงเกิดขึ้นในกรุงทบิลิซีทุกคืน

การประท้วงเกิดขึ้นในวันเดียวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งฝ่ายค้านส่วนใหญ่คว่ำบาตร หลังจากถูกฝ่ายรัฐบาลปราบปรามอย่างหนัก ในขณะที่ชาวจอร์เจียจำนวนมากเชื่อว่ารัฐบาลของพวกเขากำลังทำงานเพื่อผลประโยชน์ของรัสเซีย

ผู้ชุมนุมโบกธงสนับสนุนสหภาพยุโรป
ผู้ชุมนุมโบกธงสนับสนุนสหภาพยุโรป

ผู้ประท้วงหลายหมื่นคนโบกธงชาติจอร์เจียและธงสหภาพยุโรป เดินขบวนในใจกลางกรุงทบิลิซีเมื่อวันเสาร์ ก่อนที่หนึ่งในผู้จัดการประท้วงคือ พาทา เบอร์ชูลาดเซ (Paata Burchuladze) นักร้องโอเปร่า จะอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยฟังเจตจำนงของประชาชน และจับกุมบุคคลระดับสูง 6 คน จากพรรคจอร์เจียน ดรีม โดยทันที

จากนั้น กลุ่มผู้ประท้วงก็เดินทางต่อไปยังทำเนียบประธานาธิบดีถนนอาโทเนลี (Atoneli Street) และเหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งพยายามบุกเข้าไปในบริเวณอาคาร ทำให้ตำรวจปราบจลาจลต้องยิงสเปรย์พริกไทย

นาย อีราคลี (Irakli) ชายวัย 24 ปี กำลังพยายามหายใจหลังจากหนีออกมาจากจุดปะทะบอกกับนักข่าวท้องถิ่นว่า พวกเขาไม่มีเป้าหมายที่จะบุกยึดทำเนียบประธานาธิบดี และตำหนิกลุ่มหัวรุนแรงที่เขาอ้างว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวประท้วง

ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุม
ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุม

การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังการปราบปรามกลุ่มนักกิจกรรม สื่ออิสระ และฝ่ายค้านทางการเมืองในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยที่ผู้นำฝ่ายค้านที่ฝักใฝ่ตะวันตกส่วนใหญ่ยังคงถูกคุมขังอยู่จนถึงตอนนี้ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง และจัดการเลือกตั้งรัฐสภาใหม่โดยเร็ว

ผู้ประท้วงหลายร้อยคนถูกลงโทษด้วยการปรับเงินจำนวนกว่า 5,000 ลารีจอร์เจีย (ราว 60,000 บาท) ในข้อหาที่ “กีดขวางถนน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ญี่ปุ่นผวา หมีโจมตีคนอีก ดับ 1 ศพ สูญหายอีก 1 ราย

ญี่ปุ่นผวา หมีโจมตีคนอีก ดับ 1 ศพ สูญหายอีก 1 ราย

5 ต.ค. 2568 04:23 น.

ญี่ปุ่นผวา หมีโจมตีคนอีก ดับ 1 ศพ สูญหายอีก 1 ราย

(เครดิตภาพ JAPAN CONSERVATION ANIMAL CLIMATE / SIMON STURDEE AND HARUMI OZAWA)

เกิดเหตุหมีป่าทำร้ายคนในญี่ปุ่นอีกครั้ง โดยคราวนี้เกิดขึ้นในจังหวัดทางตอนเหนือ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ สูญหายอีก 1 ราย ซึ่งทางการกำลังพยายามหาทางรับมือ

ตำรวจและสื่อท้องถิ่นของญี่ปุ่น รายงานในวันเสาร์ที่ 4 ต.ค. 2568 ว่า หญิงสูงวัยคนหนึ่งในจังหวัดมิยางิ ทางเหนือของญี่ปุ่น ถูกหมีป่าทำร้ายจนเสียชีวิตขณะเข้าไปเก็บเห็ดในป่า ส่วนเพื่อนของเธออีกคนที่เข้าไปเก็บเห็ดด้วยกัน หายตัวไป

ตำรวจในจังหวัดมิยางิบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า กลุ่มคน 4 คน ซึ่งรวมถึงหญิงผู้ประสบเหตุทั้ง 2 คนด้วย เข้าไปเก็บเห็ดในป่าบนภูเขาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ต.ค.) ก่อนที่พวกเธอจะถูกหมีป่าโจมตี ซึ่งหญิงคนหนึ่งได้รับการยืนยันแล้วว่าเสียชีวิต ส่วนอีกรายหายตัวไป

เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของหญิงรายนี้ ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า สมาชิกคนหนึ่งใน 4 คน โทรแจ้งตำรวจว่าผู้หญิงคนดังกล่าวถูก “หมีทำร้าย”

ด้านสำนักข่าว เอ็นเอชเค (NHK) สื่อใหญ่ของญี่ปุ่น รายงานว่า เมื่อดูจากบาดแผลที่ร่างกายของเธอแล้ว ตำรวจเชื่อว่าเธอถูกหมีป่าทำร้าย

ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ อาซาฮี ชิมบุน รายงานว่า พบร่างของชายอายุ 78 ปี ที่มีรอยเล็บข่วนหลายแห่งในจังหวัดนากาโน ซึ่งตำรวจเชื่อว่าเขาถูกหมีสังหาร

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการพบเห็นหมีป่าในญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แม้กระทั่งในพื้นที่พักอาศัย เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น จำนวนประชากรมนุษย์ที่ลดลงและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อเดือนกันยายน ญี่ปุ่นได้ผ่อนคลายกฎหมายอาวุธปืน ทำให้ง่ายขึ้นสำหรับนายพรานที่จะใช้ปืนไรเฟิลในพื้นที่ที่มีอาคารหนาแน่น หลังจากที่เกิดเหตุหมีป่าโจมตีมากขึ้น

ตามรายงานของเอ็นเอชเค ในช่วงเดือนเมษายนถึงสิงหาคมปีนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกหมีทำร้ายทั่วประเทศ 69 ราย และในจำนวนนี้เสียชีวิต 5 ราย ข้อมูลของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่า ในปีงบประมาณสิ้นสุดเดือนมีนาคม 2568 หมีได้ทำร้ายผู้คน 85 ราย โดยมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

ที่มา : japantoday

ทรัมป์เตือนฮามาส รีบทำข้อตกลงสันติภาพ ชมอิสราเอลหยุดโจมตี

ทรัมป์เตือนฮามาส รีบทำข้อตกลงสันติภาพ ชมอิสราเอลหยุดโจมตี

5 ต.ค. 2568 02:34 น.

ทรัมป์เตือนฮามาส รีบทำข้อตกลงสันติภาพ ชมอิสราเอลหยุดโจมตี

โดนัลด์ ทรัมป์ ชมอิสราเอลที่ออกคำสั่งหยุดโจมตีในกาซาชั่วคราว หลังฮามาสตอบรับข้อเสนอสันติภาพ แต่เตือนกลุ่มฮามาสด้วยว่าให้รีบทำข้อตกลงสันติภาพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความลงบนโลกออนไลน์ โดยชื่นชมอิสราเอลที่มีคำสั่งหยุดโจมตีชั่วคราวในฉนวนกาซาตามที่เขาเรียกร้อง ขณะที่เตือนกลุ่มฮามาสให้ทำข้อตกลงสันติภาพโดยเร็ว เพราะเขาจะไม่ยอมให้เกิดความล่าช้า

“ผมขอชื่นชมที่อิสราเอลหยุดการทิ้งระเบิดชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้การปล่อยตัวตัวประกันและข้อตกลงสันติภาพได้เสร็จสมบูรณ์” เขาระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของเขา “ฮามาสต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว มิฉะนั้นแล้วทุกอย่างจะจบลง”

“ผมจะไม่ยอมให้เกิดความล่าช้า ซึ่งหลายคนคิดว่าจะเกิดขึ้น หรือผลลัพธ์ใด ๆ ที่กาซาจะกลับมาเป็นภัยคุกคามอีกครั้ง” นายทรัมป์กล่าวต่อ “เรามาทำให้เรื่องนี้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วกันเถอะ”, “ทุกคนจะได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรม!”

ทั้งนี้ คำพูดของนายทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ เขาเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดโจมตีในฉนวนกาซาชั่วคราว เนื่องจากกลุ่มฮามาสประกาศยอมรับข้อเสนอสันติภาพของสหรัฐฯ บางส่วน ซึ่งรวมถึงการปล่อยตัวประกันและการสละอำนาจปกครองฉนวนกาซาในอนาคต แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ฮามาสขอเจรจา

ต่อมาในวันเสาร์ มีรายงานว่า รัฐบาลอิสราเอลสั่งให้กองทัพลดระดับปฏิบัติการในเมืองกาซาซิตี้ลงมาอยู่ระดับต่ำสุด เพื่อโจมตีในกรณีป้องกันตนเองเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีรายงานว่าอิสราเอลโจมตีเข้าใส่พื้นที่หลายจุดในฉนวนกาซา รวมถึงในเมืองกาซาซิตี้ โดยกระทรวงสาธารณสุขในกาซาซึ่งบริหารโดยกลุ่มฮามาสอ้างว่า การโจมตีของอิสราเอลในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จนถึงวันเสาร์ (4 ต.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 66 ศพ บาดเจ็บอีก 265 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โดรนรัสเซียโจมตีรถไฟที่สถานียูเครน ดับแล้ว 1 ศพ เจ็บอีกกว่า 30 ราย

โดรนรัสเซียโจมตีรถไฟที่สถานียูเครน ดับแล้ว 1 ศพ เจ็บอีกกว่า 30 ราย

5 ต.ค. 2568 00:56 น.

โดรนรัสเซียโจมตีรถไฟที่สถานียูเครน ดับแล้ว 1 ศพ เจ็บอีกกว่า 30 ราย

รัสเซียส่งโดรนโจมตีรถไฟยูเครนที่สถานีในแคว้นซูมี ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย โดยทางการยูเครนระบุว่า รัสเซียมุ่งเป้าโจมตีหัวรถจักร

เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ต.ค. 2568 โดรนของรัสเซีย 2 ลำโจมตีขบวนรถไฟซึ่งจอดอยู่ที่สถานีในแคว้นซูมี ของยูเครน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 30 ราย โดยนายอันดรี ไซบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของยูเครนกล่าวหามอสโกว่า จงใจโจมตีรถไฟโดยสาร

“นี่เป็นหนึ่งในยุทธวิธีที่โหดร้ายที่สุดของรัสเซีย ซึ่งเรียกว่า ‘การโจมตีซ้ำสอง’ (double tap) เมื่อการโจมตีครั้งที่สองมุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้ที่กำลังอพยพ” นายไซบีฮากล่าวในแถลงการณ์บนโซเชียลมีเดีย

ด้านนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนกล่าวว่า นี่เป็นการโจมตีอันป่าเถื่อน พร้อมโพสต์วิดีโอผ่านแอปพลิเคชัน เทเลแกรม แสดงให้เห็นภาพตู้โดยสารรถไฟที่กำลังถูกไฟลุกไหม้ และตู้อื่นๆ ที่กระจกแตกเพราะการโจมตี

“รัสเซียไม่น่าที่จะไม่รู้ว่าพวกเขากำลังเล็งเป้าหมายไปที่พลเรือน นี่คือการก่อการร้ายที่โลกไม่มีสิทธิ์เพิกเฉย” เซเลนสกีกล่าว

ขณะที่นายโอเลห์ ฮรีโฮรอฟ ผู้ว่าการแคว้นซูมี ระบุว่ามีผู้บาดเจ็บ 8 รายที่ต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้ รัสเซียยกระดับการโจมตีทางอากาศเข้าใส่โครงสร้างพื้นฐานด้านการรถไฟของยูเครนมากขึ้น โดยโจมตีแทบจะรายวันตลอดช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ถึงแม้รัสเซียจะปฏิเสธมาตลอดว่า พวกเขาไม่ได้มุ่งเป้าหมายไปที่พลเรือน แต่ก็มีพลเรือนเสียชีวิตไปแล้วหลายหมื่นคนตลอดสงครามที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2565

นายโอเลกซานเดอร์ เพิร์ตซอฟสกี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทรถไฟของรัฐบาลยูเครน บอกกับสื่อว่า โดรนของรัสเซียเจาะจงโจมตีหัวรถจักร และทำให้ตู้โดยสารที่เชื่อมต่ออยู่ได้รับความเสียหายไปด้วย

“โดยพื้นฐานแล้ว พวกเขากำลังตามล่าหาหัวรถจักร” เพิร์ตซอฟสกีบอกกับสำนักข่าว รอยเตอร์ส และเสริมว่า รถไฟที่ถูกโจมตีมีทั้งรถไฟโดยสารท้องถิ่น และอีกขบวนหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงเคียฟ

“พวกเขากำลังทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้พื้นที่แนวหน้าและพื้นที่ชายแดนไม่ปลอดภัย เพื่อให้ผู้คนกลัวที่จะไปที่นั่น กลัวที่จะขึ้นรถไฟ กลัวที่จะรวมตัวกันที่ตลาด และเพื่อให้นักเรียนกลัวที่จะกลับบ้าน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อินเดียเร่งสืบ พบสารอันตรายในยาน้ำแก้ไอ อาจโยงเด็กตาย 9 ศพ

อินเดียเร่งสืบ พบสารอันตรายในยาน้ำแก้ไอ อาจโยงเด็กตาย 9 ศพ

4 ต.ค. 2568 23:34 น.

อินเดียเร่งสืบ พบสารอันตรายในยาน้ำแก้ไอ อาจโยงเด็กตาย 9 ศพ

ทางการอินเดียกำลังดำเนินการตรวจสอบยาน้ำแก้ไอยี่ห้อหนึ่ง เนื่องจากสงสัยว่า มีสารเคมีอันตรายปนเปื้อน จนเป็นเหตุให้มีเด็กเสียชีวิตแล้ว 9 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการอินเดียเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 4 ต.ค. 2568 ว่า พวกเขากำลังดำเนินการสืบสวนว่า ยาน้ำแก้ไอปนเปื้อนเป็นสาเหตุทำให้เด็กในรัฐมัธยประเทศ เสียชีวิตถึง 9 ศพหรือไม่ หลังจากพบว่า ยาลอตหนึ่งปนเปื้อนสารเคมีพิษในระดับอันตราย

กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียระบุว่า ตัวอย่างของยาน้ำแก้ไอ “โคลดริฟ” (Coldrif) ซึ่งผลิตโดยบริษัท “ศรีสัน ฟาร์มา” (Sresan Pharma) ในรัฐทมิฬนาฑู ได้รับการตรวจโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ และถูกพบว่ามีสาร ไดเอทิลีนไกลคอล (Diethylene Glycol – DEG) สูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

DEG เป็นตัวทำละลายที่ใช้ในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มีความเป็นพิษและเกิดการเสียชีวิตจากสารพิษชนิดนี้ในหลายประเทศ

แถลงการณ์ของกระทรวงสาธารณสุขอินเดียมีขึ้นหลังจากสื่ออินเดียหลายสำนักรายงานว่า การเสียชีวิตของเด็กเก้าคนในรัฐมัธยประเทศเมื่อเร็ว ๆ นี้ อาจเชื่อมโยงกับการบริโภคยาแก้ไอ

สำนักงานอาหารและยาแห่งรัฐมัธยประเทศ (MPFDA) ได้วิเคราะห์ตัวอย่าง 3 รายการจากทั้งหมด 13 รายการที่เก็บรวบรวม ซึ่งพบว่าไม่มีการปนเปื้อน แต่ภายหลัง หน่วยงานกำกับดูแลยาของรัฐทมิฬนาฑู ได้ยืนยันการปนเปื้อนของสาร DEG ในตัวอย่างที่เก็บมาจากโรงงานผลิตของบริษัท Sresan Pharma ในเมืองกันจีปุรัม โดยตรง

ด้านบริษัท Sresan Pharma ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ทางการอินเดียเริ่มการสืบสวนผู้ผลิตยาแล้ว 19 รายใน 6 รัฐ เพื่อระบุข้อบกพร่องในการควบคุมคุณภาพและเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต

หลายปีที่ผ่านมา อินเดียต้องเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับคุณภาพของยาที่ส่งออก หลังจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เชื่อมโยงยาแก้ไอที่ผลิตโดยบริษัทอื่นในอินเดีย เข้ากับการเสียชีวิตของเด็กกว่า 70 ศพ ในประเทศแกมเบียเมื่อปี 2565 ซึ่งฝ่ายอินเดียปฏิเสธข้อกล่าวหา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

อิสราเอลสั่งกองทัพ ระงับโจมตีในกาซาซิตี้ หลังฮามาสตอบรับแผนสันติภาพ

อิสราเอลสั่งกองทัพ ระงับโจมตีในกาซาซิตี้ หลังฮามาสตอบรับแผนสันติภาพ

4 ต.ค. 2568 22:12 น.

อิสราเอลสั่งกองทัพ ระงับโจมตีในกาซาซิตี้ หลังฮามาสตอบรับแผนสันติภาพ

อิสราเอลสั่งกองทัพให้หยุดปฏิบัติการโจมตีในกาซาซิตี้ เพื่อเตรียมดำเนินการตามแผนระยะแรกในแผนสันติภาพของ โดนัลด์ ทรัมป์ หลังฮามาสตอบรับบางส่วน รวมถึงการปล่อยตัวประกัน

เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ต.ค. 2568 สถานีวิทยุของกองทัพอิสราเอลรายงานว่า กองทัพได้รับคำสั่งจากผู้นำทางการเมืองให้ระงับปฏิบัติการในเมืองกาซาซิตี้ ในขณะที่รัฐบาลกำลังเตรียมดำเนินการตามแผนระยะแรก ในแผนการสันติภาพกาซาซึ่งเสนอโดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อยุติสงครามในกาซาและปลดปล่อยตัวประกันทั้งหมด

กองทัพอิสราเอลระบุในแถลงการณ์ว่า ได้รับคำสั่งให้ “เตรียมความพร้อมล่วงหน้า” สำหรับดำเนินการส่วนแรกของแผนการของนายทรัมป์ และปฏิบัติการในกาซาซิตี้จะลดลงเหลือ “ขั้นต่ำสุด” โดยทหารมีหน้าที่เพียงโจมตีเพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น

คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้อิสราเอลหยุดการทิ้งระเบิดกาซาเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากกลุ่มฮามาสยอมรับข้อเสนอส่วนหนึ่ง เพื่อยุติสงครามในกาซาที่ดำเนินมานานเกือบสองปี

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากนายทรัมป์ อิสราเอลก็ยังคงโจมตีพื้นที่อื่นๆ ในฉนวนกาซา และปิดล้อมเมืองกาซาซิตี้ต่อไปในวันเสาร์

“วาฟา” (Wafa) สื่อของปาเลสไตน์อ้างว่า พลเรือนชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 6 คน ซึ่งรวมถึงเด็ก 2 คน เสียชีวิต การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลโดนบ้านหลังหนึ่งในกาซาซิตี้ เต็นท์ที่พักพิงผู้พลัดถิ่นในเขต อัล-มาวาซี (al-Mawasi) ทางตะวันตกของเมืองข่านยูนิส นอกจากนั้น ยังมีโดรนโจมตีผู้คนที่รวมตัวกันใกล้ร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งใจกลางกาซาซิตี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน

ทั้งนี้ กลุ่มฮามาสตกลงจะปล่อยตัวประกันที่เหลือทั้งหมด 48 คน และยินยอมจะสละอำนาจในการปกครองฉนวนกาซา แต่พวกเขาร้องขอให้มีการเจรจาส่วนอื่นๆ ในข้อตกลงของนายทรัมป์ ขณะที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า การตอบสนองของฮามาสแสดงให้เห็นว่า พวกเขาพร้อมสำหรับสันติภาพแล้ว

ขณะที่สื่อของอิสราเอลรายงานว่า ทีมเจรจาของอิสราเอลได้รับคำสั่งให้เตรียมกลับมาเจรจาอีกครั้งในวันเสาร์ เพื่อบังคับใช้ข้อกำหนดส่วนแรกในแผนของนายทรัมป์

ถึงแม้ว่ารายละเอียดหลายอย่างของแผนและการดำเนินการขั้นสุดท้ายจะยังไม่ชัดเจน แต่แรงผลักดันไปสู่การบรรลุข้อตกลงกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แถลงการณ์เชิงบวกจากทั้งกลุ่มฮามาสและนายทรัมป์ชี้ว่า ความเป็นไปได้ที่จะยุติสงครามในตอนนี้นั้น สูงกว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน

แต่ความพยายามหยุดยิงครั้งก่อนๆ ก็เคยล้มเหลวในชั้นเจรจามาแล้ว แม้จะมีโมเมนตัมที่ดีก่อนหน้านั้นก็ตาม ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่า ความพยายามครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

พรรค LDP ได้ผู้นำพรรคคนใหม่แล้ว มีลุ้นนายกหญิงคนแรกของญี่ปุ่น

พรรค LDP ได้ผู้นำพรรคคนใหม่แล้ว มีลุ้นนายกหญิงคนแรกของญี่ปุ่น

4 ต.ค. 2568 15:25 น.

พรรค LDP ได้ผู้นำพรรคคนใหม่แล้ว มีลุ้นนายกหญิงคนแรกของญี่ปุ่น

ซานาเอะ ทาคาอิชิ เฉือนชนะ ชินจิโระ โคอิซูมิ คว้าตำแหน่งผู้นำพรรค LDP ไปตามคาด และอาจสร้างประวัติศาสตร์ให้ญี่ปุ่นมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก

พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล เลือก “ซานาเอะ ทาคาอิชิ” อดีต รมต.ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นผู้นำพรรคคนใหม่ โดยเธอเอาชนะ “ชินจิโระ โคอิซูมิ” ลูกชายอดีตนายกฯ จุนอิชิโร โคอิซูมิ ในรอบชิงทำให้เธออาจมีโอกาสเป็นนายกฯ หญิงคนแรกของญี่ปุ่น แม้วิกฤตคะแนนนิยมตกต่ำหลังแพ้เลือกตั้ง

โดยการเฟ้นหาผู้นำพรรคคนใหม่ ของพรรค LDP มีขึ้นเพื่อหวังฟื้นความเชื่อมั่นจากประชาชนที่กำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น และเป็นที่ทราบกันดีว่าผู้ที่ได้เป็นหัวหน้าพรรคมีแนวโน้มจะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากนายชิเกรุ อิชิบะ 

โดย ซานาเอะ ทาคาอิชิ วัย 64 ปี นักการเมืองสายอนุรักษ์นิยมจัดเป็นหนึ่งในตัวเต็ง ตีคู่มากับ ชินจิโระ โคอิซูมิ  รัฐมนตรีเกษตร วัย 44 ปี ซึ่งการที่ซานาเอะ คว้าชัยทำให้เธออาจกลายเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ขณะที่นายชินจิโระ จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในยุคปัจจุบันหากเขาชนะในวันนี้

แม้ LDP จะครองอำนาจการเมืองญี่ปุ่นมาแทบตลอดช่วงหลังสงครามโลก แต่ความนิยมของพรรคกลับลดลง หลังพรรคและพันธมิตรสูญเสียเสียงข้างมากในสภาทั้งสองสภาในปีที่ผ่านมา ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เริ่มหันไปสนับสนุนพรรคคู่แข่ง เช่น พรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน (DPFP) ที่เน้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และพรรคซันเซโตะที่มีจุดยืนต่อต้านการอพยพเข้าเมือง

สำหรับนโยบายเศรษฐกิจของคู่ชิงทั้งสองคนนี้มีความแตกต่างกันคือ ซานาเอะ เสนอใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ วิจารณ์ธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ปรับขึ้นดอกเบี้ย และยังอาจทบทวนข้อตกลงการลงทุนกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอาจสร้างความกังวลต่อนักลงทุน ขณะที่ชินจิโระ ยึดแนวทางต่อเนื่องจากรัฐบาลอิชิบะ เน้นการขึ้นค่าแรงและบรรเทาภาระค่าครองชีพ แต่ยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลังที่เข้มงวด โดยการลงคะแนนในสภาอย่างเป็นทางการคาดว่าจะเกิดขึ้นกลางเดือนตุลาคมนี้ และเนื่องจาก LDP ยังเป็นพรรคใหญ่สุดในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้เลือกนายกฯ ขณะที่ฝ่ายค้านแตกแยกกันมาก ทาคาอิชิจึงมีโอกาสสูงที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป .

ที่มา : NHK

คลิกอ่านข่าว ญี่ปุ่น

พบศพนักเรียนเพิ่มเป็น 14 ศพ จากเหตุอาคารเรียนอินโดนีเซียถล่ม คาดยุติการค้นหาวันนี้

พบศพนักเรียนเพิ่มเป็น 14 ศพ จากเหตุอาคารเรียนอินโดนีเซียถล่ม คาดยุติการค้นหาวันนี้

4 ต.ค. 2568 10:25 น.

พบศพนักเรียนเพิ่มเป็น 14 ศพ จากเหตุอาคารเรียนอินโดนีเซียถล่ม คาดยุติการค้นหาวันนี้

ยอดผู้เสียชีวิตเหตุอาคารโรงเรียนอิสลามในอินโดนีเซียพังถล่ม เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 14 ศพ หลังทีมกู้ภัยพบร่างเพิ่มจากใต้ซากอาคาร คาดยุติการค้นหาในวันนี้

ทีมกู้ภัยอินโดนีเซียพบร่างผู้เสียชีวิตหลายรายใต้ซากปรักหักพังของโรงเรียนประจำที่พังถล่มในเมืองซีโดอาร์โจ จังหวัดชวาตะวันออก หลังจากไม่พบสัญญาณชีพใด ๆ และเริ่มใช้เครื่องจักรหนักและรถขุดติดค้อนเจาะ เพื่อเร่งเคลียร์ซากอาคารให้เร็วขึ้น โดยขณะนี้สามารถเคลียร์ซากอาคารได้แล้วกว่าครึ่ง และพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกคอนกรีตทับหรือถูกชิ้นส่วนกำแพงอาคารหล่นใส่

โดยภายในเย็นวันศุกร์ เจ้าหน้าที่พบศพเพิ่มอีก 9 ศพ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยืนยันแล้วอยู่ที่ 14 ศพ ขณะที่ยังมีนักเรียนเกือบ 50 คนที่ยังไม่ทราบชะตากรรม โดยอาคารเรียน อัลโคซินี ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปี พังถล่มลงมาเมื่อวันจันทร์ ขณะมีนักเรียนหลายร้อยคนรวมตัวกันในหอประชุมเพื่อทำละหมาด นักเรียนที่อยู่ภายในส่วนใหญ่เป็นเด็กผู้ชายระดับชั้นมัธยม อายุระหว่าง 12–19 ปี ส่วนกลุ่มนักเรียนหญิงที่ละหมาดอยู่ในอีกห้องหนึ่งสามารถหนีรอดได้ ซึ่งจนถึงขณะนี้ทางโรงเรียนยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็น 

มีรายงานว่าในช่วงแรก เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้มือเปล่าค้นหาผู้รอดชีวิต แต่เมื่อไม่พบสัญญาณชีพในวันพฤหัสบดี จึงต้องหันมาใช้เครื่องจักรหนักและรถขุดติดค้อนเจาะเพื่อเร่งรื้อถอนซากคอนกรีตขนาดใหญ่ที่ทับถมอยู่

ทีมกู้ภัยต้องทำงานท่ามกลางอากาศร้อนจัด และเผชิญกับกลิ่นร่างผู้เสียชีวิตที่เริ่มเน่าเปื่อย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจถึงโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น

นายสุฮาร์ยันโต หัวหน้าสำนักงานบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติของอินโดนีเซีย ระบุว่า คาดว่าการค้นหาและกู้ร่างทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในวันเสาร์.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อินโดนีเซีย

ทั่วโลกจับตา อิสราเอล–ฮามาสส่งสัญญาณเชิงบวก พร้อมเดินหน้าแผนสันติภาพกาซาของทรัมป์

ทั่วโลกจับตา อิสราเอล–ฮามาสส่งสัญญาณเชิงบวก พร้อมเดินหน้าแผนสันติภาพกาซาของทรัมป์

4 ต.ค. 2568 09:56 น.

ทั่วโลกจับตา อิสราเอล–ฮามาสส่งสัญญาณเชิงบวก พร้อมเดินหน้าแผนสันติภาพกาซาของทรัมป์

รัฐบาลอิสราเอลและกลุ่มฮามาสส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าตามแผนสันติภาพกาซาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ หลังสู้รบยืดเยื้อมานานหลายเดือน อาจนำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามในฉนวนกาซา

สำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุเมื่อวันเสาร์ว่า รัฐบาลกำลังเตรียมดำเนินการทันที ตามเฟสแรกของแผนทรัมป์ หลังจากฮามาสออกแถลงการณ์เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นว่า ยอมเข้าร่วมการเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกันทั้งหมดทันที ภายใต้กรอบแผนดังกล่าว แม้ยังไม่ยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดอย่างไม่มีข้อแม้

ฮามาสระบุผ่านคนกลางว่า พร้อมหารือรายละเอียดการแลกเปลี่ยน และยอมส่งมอบอำนาจการปกครองกาซาให้กับ คณะผู้บริหารปาเลสไตน์อิสระที่ได้รับฉันทามติระดับชาติ และมีการสนับสนุนจากชาติอาหรับและอิสลาม

ขณะที่ทรัมป์ซึ่งออกคำขู่ก่อนหน้านี้ว่าหากฮามาสไม่ตอบรับแผนภายในวันอาทิตย์จะเกิดนรกบนดินอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ได้โพสต์บน Truth Social ว่า เขาเชื่อว่าฮามาสพร้อมสำหรับสันติภาพที่ยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีทางอากาศทันทีเพื่อเปิดทางให้ปล่อยตัวตัวประกันอย่างปลอดภัย

แม้อิสราเอลยืนยันเดินหน้าเฟสแรก แต่ถ้อยแถลงไม่ได้กล่าวถึงข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่ให้อิสราเอล หยุดทิ้งระเบิดกาซาทันที เช่นเดียวกับที่ฮามาสไม่ได้กล่าวถึงเงื่อนไขสำคัญ เช่น การปลดอาวุธ หรือการจัดตั้งคณะกรรมการนานาชาตินำโดยสหรัฐฯ ภายใต้ชื่อ “Board of Peace” เพื่อกำกับดูแลฉนวนกาซา

โดยแผนสันติภาพของทรัมป์มีเงื่อนไขสำคัญ เช่น ปล่อยตัวประกัน 48 คนที่เหลือภายใน 72 ชั่วโมง และให้ฮามาสยอมสละอำนาจการปกครองในฉนวนกาซาซึ่งก่อนหน้านี้ถือเป็นเส้นแดง ที่หลายฝ่ายคาดว่าฮามาสจะไม่ยอมรับ

หลังจากทั้งสองฝ่ายมีท่าทีเชิงบวกออกมา อียิปต์ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวกลางเจรจา ระบุว่าท่าทีของฮามาสเป็น พัฒนาการเชิงบวก และเรียกร้องทุกฝ่ายให้รับผิดชอบร่วมกันเพื่อยุติสงคราม ขณะที่กาตาร์ก็แสดงการต้อนรับและประกาศเริ่มหารือร่วมกับอียิปต์และสหรัฐฯ เพื่อหาทางสรุปแผนดังกล่าว.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิสราเอลฮามาส