ตร.ฟลอริดา จับกุมเด็ก 11 ขวบ ฐานเขียน “บัญชีสังหารเพื่อน” บนโต๊ะเรียน

ตร.ฟลอริดา จับกุมเด็ก 11 ขวบ ฐานเขียน “บัญชีสังหารเพื่อน” บนโต๊ะเรียน

18 ก.ย. 2568 09:28 น.

ตร.ฟลอริดา จับกุมเด็ก 11 ขวบ ฐานเขียน “บัญชีสังหารเพื่อน” บนโต๊ะเรียน

ตำรวจรัฐฟลอริดา จับกุมตัวเด็กชายวัย 11 ปี พร้อมเผยคลิปใส่กุญแจมือ ส่งเดินเข้าห้องขัง หลังจากเด็กชายเขียน “บัญชีสังหาร” มีรายชื่อเพื่อนที่หมายหัวไว้ลงบนโต๊ะเรียน  

วันที่ 18 กันยายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ จับกุมตัวเด็กชายวัยเพียง 11 ปี หลังจากเขียนข้อความเป็น “บัญชีสังหาร”  ลงบนโต๊ะเรียน เพื่อข่มขู่เพื่อนนักเรียนในโรงเรียน

โดยสำนักงานนายอำเภอวอลูเซีย เปิดเผยว่า เหตุการณ์สุดช็อกเกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมเซาธ์เวสเทิร์น เมืองดีแลนด์ รัฐฟลอริดา เด็กชายคนนี้ถูกตั้งข้อหาความผิดระดับร้ายแรง ฐานข่มขู่เอาชีวิตผู้อื่น โดยเบื้องต้นเด็กให้การว่าได้ทำไปเพราะโมโหและมีวันที่เลวร้าย

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยสำนักงานนายอำเภอ แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่คุมตัวเด็กชายใส่กุญแจมือเข้าไปยังห้องควบคุม พร้อมข้อความในโซเชียลว่า “ถ้าคุณเหนื่อย ลองจินตนาการถึงความรู้สึกของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และเจ้าหน้าที่โรงเรียนอีก 99% ที่ต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้”

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกและเป็นอีกครั้งที่สะท้อนปัญหาความรุนแรงและความกังวลเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียนสหรัฐฯ.

ระทึก รถบินได้ของจีน สองลำเกิดอุบัติเหตุชนกันกลางอากาศขณะโชว์

ระทึก รถบินได้ของจีน สองลำเกิดอุบัติเหตุชนกันกลางอากาศขณะโชว์

18 ก.ย. 2568 08:53 น.

ระทึก รถบินได้ของจีน สองลำเกิดอุบัติเหตุชนกันกลางอากาศขณะโชว์

เกิดเหตุรถบินได้ของบริษัท Xpeng AeroHT ชนกันกลางอากาศระหว่างการซ้อมโชว์ที่งานแอร์โชว์ในเมืองฉางชุน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มีรายงานผู้บาดเจ็บ 1 ราย

บริษัทระบุว่า รถบินได้คันหนึ่งเกิดไฟลุกไหม้ขณะลงจอด แต่ยืนยันว่าทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม รายงานของ CNN ซึ่งอ้างแหล่งข่าวในบริษัท ระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

ภาพจากสื่อสังคมออนไลน์ของจีนอย่าง Weibo เผยให้เห็นซากรถบินได้ไฟลุกไหม้บนพื้น โดยมีรถดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะที่ทางบริษัท Xpeng ยืนยันว่า ยานพาหนะ 1 คันได้รับความเสียหายที่ลำตัวและเกิดไฟไหม้ แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถเข้าจัดการกับเหตุฉุกเฉินได้ทันท่วงที โดยยังไม่มีการระบุสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าว

รถบินได้รุ่นนี้เป็นแบบ ขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งพัฒนาโดย AeroHT ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Xpeng ตั้งราคาไว้ราว 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11 ล้านบาท โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Xpeng เคยอ้างว่ามีคำสั่งซื้อมากถึง 3,000 คันแล้ว

Xpeng ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน และกำลังขยายตลาดไปยุโรป ล่าสุดจีนพยายามผลักดันการใช้เทคโนโลยีรถบินได้ หวังเดินรอยความสำเร็จของ อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมประกาศเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำโลกด้านเศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ (low-altitude economy)

แม้จะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ารถบินได้ยังมีอุปสรรคสำคัญ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และการยอมรับจากสังคม.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ รถบินได้

แพทย์ชี้ “โบลโซนาโร” อดีตผู้นำบราซิล เป็นมะเร็งผิวหนังระยะเริ่มต้น

แพทย์ชี้ “โบลโซนาโร” อดีตผู้นำบราซิล เป็นมะเร็งผิวหนังระยะเริ่มต้น

18 ก.ย. 2568 08:43 น.

แพทย์ชี้ “โบลโซนาโร” อดีตผู้นำบราซิล เป็นมะเร็งผิวหนังระยะเริ่มต้น

แพทย์เปิดเผย “ชาอีร์ โบลโซนาโร” อดีตประธานาธิบดีบราซิล วัย 70 ปี ป่วยมะเร็งผิวหนังระยะเริ่มต้น ในรอยโรค 2 จุด ที่ถูกตัดออกไปตรวจหลังการตัดสินคดีพยายามก่อรัฐประหารเมื่อสัปดาห์ก่อน

วันที่ 17 กันยายน 2568 คณะแพทย์ของนายชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิล วัย 70 ปี เปิดเผยผลตรวจล่าสุด ยืนยันตรวจพบมะเร็งผิวหนังระยะเริ่มต้น ในรอยโรค 2 จุดที่ถูกตัดออกไปตรวจ หลังจากที่เขาถูกศาลตัดสินคดีพยายามก่อรัฐประหารเมื่อสัปดาห์ก่อน

โดยนายโบลโซนาโรซึ่งถูกกักตัวในบ้านพักที่กรุงบราซิเลีย ระหว่างรอคำพิพากษาถึงที่สุด ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ดีเอฟ สตาร์ สองครั้งในรอบไม่กี่วัน เพื่อผ่าตัดเอารอยโรคบนผิวหนัง 8 จุดออกไปตรวจ และอีกครั้งเมื่อวันอังคาร หลังมีอาการอาเจียน ความดันโลหิตต่ำ ก่อนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านในวันถัดมา

ผลตรวจยืนยันว่ามีรอยโรค 2 จุดที่เป็นมะเร็งระยะเริ่มต้น แต่แพทย์ระบุว่ายังไม่อันตรายถึงชีวิต เพียงต้องเฝ้าติดตามอาการและเข้ารับการประเมินอย่างสม่ำเสมอ

ด้านนายฟลาวีโอ บุตรชายคนโต กล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า บิดาของเขาเคยต่อสู้ผ่านศึกที่หนักกว่านี้และชนะมาแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่ต่างกัน พร้อมโยงว่าปัญหาสุขภาพครั้งนี้เป็นผลจาก “การถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง” หลังโบลโซนาโรถูกตัดสินจำคุก 27 ปี 3 เดือน ฐานพยายามยึดอำนาจหลังพ่ายเลือกตั้งปี 2022 ให้กับประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา

ขณะเดียวกัน ทีมทนายความเตรียมยกเรื่องปัญหาสุขภาพเป็นเหตุผลประกอบคำร้อง ขอให้โบลโซนาโรได้อยู่ภายใต้การกักตัวในบ้านต่อไป แทนที่จะถูกส่งเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษตามคำพิพากษา

ทั้งนี้ โบลโซนาโรมีปัญหาสุขภาพต่อเนื่องนับตั้งแต่ถูกแทงระหว่างหาเสียงเลือกตั้งปี 2018 จนต้องเข้ารับการผ่าตัดช่องท้องหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดลำไส้อุดตันนานกว่า 12 ชั่วโมง

Meta เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะพร้อมหน้าจอในตัว สู้ศึก AI ยุคใหม่

Meta เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะพร้อมหน้าจอในตัว สู้ศึก AI ยุคใหม่

18 ก.ย. 2568 08:09 น.

Meta เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะพร้อมหน้าจอในตัว สู้ศึก AI ยุคใหม่

Meta ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียเปิดตัว สมาร์ตกลาส หรือแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลในตัวเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ Meta Ray-Ban Display

Meta ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียเปิดตัว แว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลในตัวเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ Meta Ray-Ban Display ที่งานประจำปี Meta Connect Conference ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ เมนโลพาร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

โดยมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เป็นผู้โชว์ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง แม้การสาธิตบางช่วงจะมีสะดุด เช่น การโทรผ่านแว่นที่ไม่สำเร็จ แต่ก็ได้รับเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมงาน

Ray-Ban Display มาพร้อมหน้าจอดิจิทัลขนาดเล็กในเลนส์ด้านขวา สามารถใช้ทำงานพื้นฐาน เช่น รับการแจ้งเตือน เปิดตัวในราคา 799 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 29,000 บาท และจะวางขายในร้านค้าตั้งแต่ 30 กันยายนนี้ โดยมีการอัปเกรดให้มี แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นเกือบเท่าตัว และมีกล้องที่ดีขึ้น

การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นความพยายามล่าสุดของ Meta ในการไล่ตามคู่แข่งอย่าง Google และ OpenAI ที่ก้าวหน้าไปไกลในด้านโมเดล AI ขั้นสูง โดยซัคเคอร์เบิร์กได้ทุ่มงบ หลายหมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนา ชิป AI รวมถึงดึงวิศวกรจากซิลิคอนวัลเลย์มาร่วมทีม

เขายังเชื่อว่า สมาร์ตกลาส จะเป็นอุปกรณ์แห่งอนาคตสำหรับ AI ขั้นสูงหรือ superintelligence เพราะทำหน้าที่เป็นอินเทอร์เฟซส่วนตัวที่สามารถมองเห็น และโต้ตอบกับโลกจากมุมมองผู้ใช้ได้ตลอดเวลา

นอกจาก Ray-Ban รุ่นใหม่ Meta ยังเปิดตัว Oakley Vanguard แว่นสำหรับนักกีฬาในราคา 499 ดอลลาร์ หรือราว 18,000 บาท เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มฟิตเนสอย่าง Garmin และ Strava เพื่อแสดงผลสถิติการฝึกแบบเรียลไทม์และสรุปผลหลังออกกำลังกาย แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 9 ชั่วโมง เริ่มจำหน่าย 21 ตุลาคมนี้

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสตรวจสอบ Meta เรื่อง ความปลอดภัยเด็กบนแพลตฟอร์มโซเชียล หลังมีรายงานว่าแชตบอทของ Meta เคยสนทนาเชิงยั่วยุด้านเพศและเชื้อชาติกับผู้เยาว์ ขณะที่อดีตพนักงานแฉว่าทีมวิจัยถูกสั่งห้ามศึกษาผลกระทบ VR ต่อเด็ก

นักวิเคราะห์มองว่า แม้ยอดขายอาจยังไม่สูง แต่ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นก้าวสำคัญสู่การเปิดตัว ต้นแบบ “Orion” ที่ซัคเคอร์เบิร์กเคยอธิบายว่าเป็นเหมือนไทม์แมชชีนสู่อนาคต ซึ่งวางแผนเปิดตัวภายในปี 2027

รายงานของ IDC คาดการณ์ว่า ยอดจัดส่งอุปกรณ์ AR/VR และสมาร์ตกลาสทั่วโลกจะโตขึ้น 39.2% ในปี 2025 แตะ 14.3 ล้านเครื่อง โดยมี Ray-Ban ของ Meta เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด

การเปิดตัว Meta Ray-Ban Display ถือเป็นก้าวสำคัญของ Meta ในศึก สมาร์ตกลาสและ AI ที่กำลังร้อนแรงทั่วโลก และอาจปูทางไปสู่ยุคใหม่ของการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แว่นตาอัจฉริยะ

ช็อก ตำรวจเพนซิลเวเนียถูกยิงดับ 3 ศพ อาการวิกฤตอีก 2 ราย

ช็อก ตำรวจเพนซิลเวเนียถูกยิงดับ 3 ศพ อาการวิกฤตอีก 2 ราย

18 ก.ย. 2568 07:23 น.

ช็อก ตำรวจเพนซิลเวเนียถูกยิงดับ 3 ศพ อาการวิกฤตอีก 2 ราย

ตำรวจในรัฐเพนซิลเวเนีย 3 นายถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่อีก 2 นายได้รับบาดเจ็บอาการวิกฤต ส่วนคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายในรัฐเพนซิลเวเนียถูกยิงเสียชีวิต ในขณะที่อีก 2 นายได้รับบาดเจ็บอาการอยู่ในขั้นวิกฤต หลังจากพวกเขาเข้าสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัว เมื่อวันพุธที่ 17 ก.ย. 2568

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังเวลา 14:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในพื้นที่ชนบทของเมืองนอร์ทโคโดรัส ในเขตยอร์ก เคาน์ตี ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองฟิลาเดลเฟียไปทางตะวันออกประมาณ 160 กิโลเมตร โดยตำรวจอยู่ที่ที่เกิดเหตุเพื่อทำการสอบสวนซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันก่อนหน้า

พันเอกคริสโตเฟอร์ ปารีส ผู้บัญชาการตำรวจรัฐเพนซิลเวเนีย กล่าวว่า มือปืนถูกตำรวจยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ มากนัก เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

เหตุดังกล่าวทำให้โรงเรียนใกล้เคียงในเมืองสปริงโกรฟ รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีประชากรราว 2,500 คน ต้องสั่งให้นักเรียนหลบภัยในที่ปลอดภัยชั่วคราว ก่อนที่ทางเขตโรงเรียนจะแจ้งในเวลาต่อมาว่าโรงเรียนไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รถถังอิสราเอลบุกเข้าเขตที่อยู่อาศัยในกาซาซิตี้แล้ว หลังเริ่มโจมตีภาคพื้น

รถถังอิสราเอลบุกเข้าเขตที่อยู่อาศัยในกาซาซิตี้แล้ว หลังเริ่มโจมตีภาคพื้น

18 ก.ย. 2568 04:30 น.

รถถังอิสราเอลบุกเข้าเขตที่อยู่อาศัยในกาซาซิตี้แล้ว หลังเริ่มโจมตีภาคพื้น

รถถังอิสราเอลรุกคืบเข้าไปยังเขตที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ในเมืองกาซาซิตี้แล้ว หลังกองทัพอิสราเอลประกาศเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินเมื่อวันอังคาร

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ชาวบ้านท้องถิ่นในฉนวนกาซากับผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนเปิดเผยว่า รถถังของอิสราเอลกับยานพาหนะอื่นๆ ของกองทัพจำนวนหลายสิบคันเดินทางเข้าสู่เขตที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ในเมืองกาซาซิตี้แล้วในวันพุธที่ 17 ก.ย. 2568 วันเดียวหลังจากอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการภาคพื้นดินในเมืองแห่งนี้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

ภาพจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็น รถถัง, รถเกลี่ยดิน และรถลำเลียงพลหุ้มเกราะ เคลื่อนที่ไปยังชายขอบของเขต ชีค รัดวาน ทางตอนเหนือของเมืองกาซาซิตี้ โดยที่กองทัพอิสราเอลยิงปืนใหญ่และระเบิดควันเพื่อคุ้มกันการรุกคืบของพวกเขา จนทำให้ฝุ่นตลบอบอวล

ทั้งนี้ เขต ชีค รัดวาน เคยมีผู้อยู่อาศัยจำนวนหลายหมื่นคนก่อนที่สงครามในฉนวนกาซาจะเริ่มต้นขึ้น และนับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในกาซาซิตี้

อิสราเอลระบุว่า เป้าหมายของปฏิบัติการภาคพื้นดินในกาซาซิตี้ คือการปลดปล่อยตัวประกันที่ถูกกลุ่มติดอาวุธฮามาสจับตัวเอาไว้ และเพื่อกำจัดนักรบฮามาสในเมืองแห่งนี้ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของฮามาสแล้ว แต่ปฏิบัติการนี้เรียกเสียงประณามจากนานาชาติเป็นวงกว้าง

ผู้นำองค์กรช่วยเหลือขนาดใหญ่มากกว่า 20 แห่ง รวมถึงองค์กร “เซฟ เดอะ ชิลเดรน แอนด์ ออกซ์เฟรม” ออกโรงเตือนว่า “สถานการณ์ไร้มนุษยธรรมในฉนวนกาซานั้นเกินกว่าจะรับได้”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กาซาระบุว่า หากอิสราเอลสามารถยึดการควบคุมเขตชีค รัดวาน ได้สำเร็จ มันจะเป็นการเปิดทางให้กองทัพสามารถรุกคืบลึกเข้าไป และเข้าถึงศูนย์กลางเมืองได้

ภาพรถถังที่วิ่งบนถนนในกาซาซิตี้ สร้างความตื่นตระหนักในหมู่ประชาชนท้องถิ่นเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะผู้ที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกและตอนกลางของเมือง

ผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า ภาพรถถังที่กำลังมุ่งหน้ามายังบ้านเรือนของพวกเขาได้ปลุกความทรงจำของการรุกรานในครั้งก่อนๆ ซึ่งจบลงด้วยการทำลายล้างทั้งชุมชนจนราบเป็นหน้ากลอง

การรุกคืบเข้าสู่เขต ชีค รัดวาน จุดชนวนให้เกิดการอพยพระลอกใหม่อีกครั้ง โดยชาวบ้านหลายพันครอบครัวต้องหนีลงไปทางใต้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เฟดลดดอกเบี้ย 0.25% ส่งสัญญาณลดต่อเนื่อง ชี้ตลาดแรงงานอ่อนแอ

เฟดลดดอกเบี้ย 0.25% ส่งสัญญาณลดต่อเนื่อง ชี้ตลาดแรงงานอ่อนแอ

18 ก.ย. 2568 03:18 น.

เฟดลดดอกเบี้ย 0.25% ส่งสัญญาณลดต่อเนื่อง ชี้ตลาดแรงงานอ่อนแอ

ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานลง 0.25% เพื่อตอบสนองต่อตลาดแรงงานที่อ่อนแอ โดยนี่นับเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นปี 2567

เมื่อวันพุธที่ 17 ก.ย. 2568 ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานลง 0.25% และส่งสัญญาณว่าพวกเขาจะลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปี 2568 เพื่อตอบสนองต่อสภาพตลาดแรงงานที่อ่อนแอ

การตัดสินใจของเฟดในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในธนาคารกลางเกือบทุกคน มีเพียงนายสตีเฟน มีแรน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ ซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเท่านั้น ที่ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเขาต้องการให้ลดดอกเบี้ยลง 0.5%

การลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว ประกอบกับตัวเลขคาดการณ์ซึ่งชี้ว่าน่าจะมีการลดดอกเบี้ย 0.25% อีก 2 ครั้งในการประชุมนโยบายของเฟดอีก 2 ครั้งที่เหลือในปีนี้ บ่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ของเฟดเริ่มคลายความกังวลว่านโยบายการค้าของรัฐบาลจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่องแล้ว และเริ่มกังวลเรื่องการเติบโตที่อ่อนแอกับความเป็นไปได้ที่อัตราว่างงานจะสูงขึ้นมากกว่า

การลดดอกเบี้ยครั้งล่าสุดของเฟด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 ทำให้อัตราดอกเบี้ยมาตรฐานของสหรัฐฯ ในตอนนี้อยู่ที่ 4.00% ถึง 4.25%

ทั้งนี้ ตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจใหม่แสดงให้เห็นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ที่ 3% ในช่วงสิ้นปีนี้ สูงกว่าตัวเลข 2% ซึ่งเป็นเป้าหมายของเฟด โดยเป็นการคาดการณ์ที่ไม่ต่างไปจากเมื่อเดือนมิถุนายน ส่วนแนวโน้มอัตราว่างงานยังคงอยู่ที่ 4.5% ขณะที่การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.4% เป็น 1.6%

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

เมีย “อเล็กเซ นาวัลนี” อ้าง สามีตายเพราะยาพิษตอนอยู่ในคุกรัสเซีย

เมีย "อเล็กเซ นาวัลนี" อ้าง สามีตายเพราะยาพิษตอนอยู่ในคุกรัสเซีย

18 ก.ย. 2568 02:04 น.

เมีย “อเล็กเซ นาวัลนี” อ้าง สามีตายเพราะยาพิษตอนอยู่ในคุกรัสเซีย

ภรรยาหม้ายของนายอเล็กเซ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านรัสเซียผู้ล่วงลับ อ้างว่าผลการตรวจชี้ว่า สามีของเธอเสียชีวิตเนื่องจากถูกวางยาพิษขณะถูกจำคุกในเรือนจำของรัสเซีย

เมื่อวันพุธที่ 17 ก.ย. 2568 นางยูเลีย นาวัลนายา ภรรยาหม้ายของนายอเล็กเซ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านรัสเซียผู้ล่วงลับ อ้างผ่านคลิปวิดีโอที่โพสต์ลงบนโลกออนไลน์ว่า ผลการวิเคราะห์ตัวอย่างทางชีวภาพที่ลักลอบนำออกมาจากรัสเซีย โดยห้องทดลองใน 2 ประเทศแสดงให้เห็นว่า สามีของเธอถูกวางยาพิษ

นางนาวัลนายาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเรื่องยาพิษ, เรื่องตัวอย่าง หรือการวิเคราะห์ที่เธออ้างถึง แต่เรียกร้องให้ห้องปฏิบัติการทั้ง 2 แห่งเผยแพร่ผลการวิเคราะห์ของพวกเขาออกมาอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ นายอเล็กเซ นาวัลนี เป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านการคอร์รัปชันในรัสเซีย ก่อนจะกลายมาเป็นแกนนำฝ่ายค้านคนสำคัญที่สุดและร่วมการประท้วงทางการเมืองหลายครั้ง จนต้องเข้าออกคุกเป็นว่าเล่น ก่อนที่จู่ๆ เขาจะเสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2567 ขณะถูกจำคุกที่ทัณฑนิคมในเขตขั้วโลกเหนือของรัสเซีย รวมอายุได้ 47 ปี

เมื่อปี 2563 นายนาวัลนีเคยถูกวางยาพิษด้วยสาร “โนวิชอค” (Novichok) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและเกือบถึงขั้นเสียชีวิต และต้องรักษาตัวในประเทศเยอรมนี ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเดินทางกลับไปรัสเซียเพื่อต่อสู้ทางการเมือง และถูกจับกุมคาสนามบินทันทีที่เดินทางไปถึง

ผู้สนับสนุนและเพื่อนร่วมงานของนาวัลนีที่มูลนิธิต่อต้านคอร์รัปชัน (FBK) ยืนยันมาโดยตลอดว่ารัฐบาลรัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเขา

ด้านนางนาวัลนายากล่าวว่า หลังจากสามีของเธอเสียชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ทีมงานของเขาก็สามารถเก็บและส่งต่อตัวอย่างทางชีวภาพไปยังต่างประเทศได้อย่างปลอดภัย ห้องปฏิบัติการ 2 แห่งในประเทศที่ต่างกันก็ทำการวิเคราะห์และได้ข้อสรุปว่า นายนาวัลนีถูกวางยาพิษ

นางนาวัลนายาไม่เปิดเผยว่าห้องปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ที่ใด แต่ระบุเป็นนัยว่า พวกเขาไม่ได้เปิดเผยการค้นพบนี้ต่อสาธารณะเนื่องจากเหตุผลทางการเมือง “พวกเขาไม่อยากให้ความจริงที่ไม่พึงประสงค์ถูกเปิดเผยออกมาในเวลาที่ไม่เหมาะสม”

เธอยังเผยรายละเอียดเกี่ยวกับวันสุดท้ายของสามีของเธอด้วย อ้างว่าเป็นคำให้การของลูกจ้างทัณฑนิคมดังกล่าว โดยระบุว่า ในวันที่นาวัลนีเสียชีวิต เขาถูกพาออกไปเดินเล่น แต่เขารู้สึกไม่สบาย เมื่อกลับไปที่ห้องขัง “เขานอนลงบนพื้น ชันเข่าขึ้น และเริ่มครวญครางด้วยความเจ็บปวด… จากนั้นเขาก็อาเจียน”

“อเล็กเซมีอาการชัก… เจ้าหน้าที่เรือนจำได้แต่มองดูความเจ็บปวดทรมานของเขาผ่านลูกกรงหน้าต่างห้องขัง” นางนาวัลนายากล่าว

เธอบอกอีกว่า ไม่มีการเรียกรถพยาบาลจนกระทั่งผ่านไป 40 นาทีหลังจากนาวัลนีเริ่มมีอาการป่วย ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตไม่นานหลังจากนั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่เรือนจำบอกกับนางลุดมิลา มารดาของนาวัลนีว่า ลูกชายของเธอเสียชีวิตจากภาวะ “ไหลตาย” (sudden death syndrome) ก่อนที่ผลการตรวจสอบในเวลาต่อมาจะชี้ว่า เขาเสียชีวิตจากอาการป่วยและภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

นางนาวัลนายากล่าวว่า เธออาจเผชิญกับแรงต้านในการสืบสวนการเสียชีวิตของสามีเพิ่มอีก และมักได้รับคำพูดทำนองว่า “ใช่ คุณเป็นภรรยา แต่มันไม่มีคดีอาญา จึงไม่มีเหตุผลทางกฎหมายที่จะมอบเอกสารให้คุณ”

“แต่ฉันมีเหตุผล ไม่ใช่ทางกฎหมาย แต่เป็นเหตุผลด้านศีลธรรม” นางนาวัลนายากล่าว

อีกด้านหนึ่ง นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลินของรัสเซียกล่าวว่า เขาไม่ทราบเรื่องแถลงการณ์ของนางนาวัลนายา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ติมอร์-เลสเตยกเลิกแผนแจกรถฟรีให้ สส. หลังโดนประท้วงต่อต้าน

ติมอร์-เลสเตยกเลิกแผนแจกรถฟรีให้ สส. หลังโดนประท้วงต่อต้าน

17 ก.ย. 2568 23:25 น.

ติมอร์-เลสเตยกเลิกแผนแจกรถฟรีให้ สส. หลังโดนประท้วงต่อต้าน

รัฐบาลติมอร์-เลสเต ยกเลิกแผนการแจกรถยนต์ฟรีให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลังจากประชาชนออกมาประท้วงต่อต้านอย่างรุนแรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลของประเทศติมอร์-เลสเต หรือติมอร์ตะวันออก ประกาศยกเลิกนโยบายที่จะแจกรถยนต์ฟรีให้แก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว หลังจากประชาชนที่ไม่พอใจจำนวนมากออกมาเดินขบวนประท้วงอย่างหนัก เพื่อแสดงการต่อต้าน

เมื่อวันอังคาร (16 ก.ย.) ผู้ประท้วงจำนวนหลายพันคนออกมาเดินขบวนในกรุงดีลี โดยบางคนก่อเหตุจุดไฟเผายางรถยนต์และเผารถยนต์ของรัฐบาล ขณะที่ตำรวจตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา จนในที่สุด หลายชั่วโมงหลังจากนั้น รัฐบาลก็ยอมยกเลิกแผนแจกรถตามที่ผู้ประท้วงต้องการ

อย่างไรก็ตาม ในวันพุธยังมีผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน ออกมารวมตัวประท้วงในเมืองหลวงต่อ เนื่องจากพวกเขาต้องการให้รัฐบาลยกเลิกการจ่ายเงินบำนาญตลอดชีวิตให้แก่สมาชิกสภาที่เกษียณอายุด้วย

เหตุความไม่สงบล่าสุดนี้เกิดขึ้นในขณะที่หลายประเทศในเอเชีย ตั้งแต่เนปาลไปจนถึงอินโดนีเซีย กำลังเผชิญกับการประท้วงของคนหนุ่มสาวที่ไม่พอใจและพุ่งเป้าไปที่การกระทำที่เกินขอบเขตของนักการเมือง

นักศึกษาหญิงรายหนึ่งในติมอร์-เลสเต บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า เธอโกรธที่นักการเมืองยังต้องการซื้อรถหรูเพื่อทำงาน ทั้งที่ประชาชนของพวกเขากำลังทุกข์ทรมาน

ทั้งนี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติในติมอร์-เลสเต ได้เงินต่อปีประมาณ 36,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.14 ล้านบาท) ตามข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยเมื่อปี 2566 ซึ่งมากกว่าเงินได้เฉลี่ยของประชาชนในประเทศเกิน 10 เท่า โดยรายงานของรัฐบาลในปี 2564 ระบุว่า ชาวติมอร์-เลสเต มีเงินได้เฉลี่ยปีละ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 95,000 บาท)

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลติมอร์-เลสเต พยายามผลักดันนโยบายซื้อรถฟรีให้สมาชิกสภา โดยมันเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง รวมถึงแผนการใช้เงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อรถใหม่ให้ สส. ในปี 2551 ซึ่งมีนักศึกษาที่ออกมาประท้วงถูกจับกุมตัวหลายคน

แต่เหตุการณ์ล่าสุดนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการประท้วงใหญ่อย่างแท้จริง โดยนายเซซาริโอ ซีซาร์ หนึ่งในแกนนำการประท้วงบอกกับ บีบีซี ว่า ที่การประท้วงปะทุขึ้นในสัปดาห์นี้เป็นเพราะ ประชาชนเบื่อหน่ายกับเรื่องเหล่านี้แล้ว

“ประชาชนไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่ดี ไม่มีน้ำและสุขอนามัยที่ดี… เราขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวก แต่พวกเขายังคงออกกฎหมายมากมายเพื่อประโยชน์ของตัวเอง” นายซีซาร์กล่าว “เราคิดว่ามันไม่ยุติธรรม”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฮุน มาเนต วอน ปธ.อาเซียน-ผู้นำโลกช่วยเหลือ หลังชายแดนเริ่มระอุ

ฮุน มาเนต วอน ปธ.อาเซียน-ผู้นำโลกช่วยเหลือ หลังชายแดนเริ่มระอุ

17 ก.ย. 2568 22:09 น.

ฮุน มาเนต วอน ปธ.อาเซียน-ผู้นำโลกช่วยเหลือ หลังชายแดนเริ่มระอุ

ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ร่อนจดหมายถึงประธานอาเซียนและผู้นำโลก ขอให้ช่วยรับประกันว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยกับกัมพูชาถูกบังคับใช้อย่างเคร่งครัด หลังสถานการณ์ชายแดนเริ่มตึงเครียดขึ้น

เมื่อวันพุธที่ 17 ก.ย. 2568 สมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของประเทศกัมพูชา ส่งจดหมายถึงประธานอาเซียนและผู้นำหลายประเทศทั่วโลก เรียกร้องให้พวกเขาช่วยรับประกันว่า การหยุดยิงและข้อตกลงอื่นๆ ระหว่างกัมพูชากับไทยถูกบังคับใช้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ หลังสถานการณ์บริเวณชายแดนเริ่มตึงเครียดขึ้น

ฮุน มาเนต ส่งจดหมายถึงนายอันวาร์ อับราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียน, นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน, นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ, นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส, นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ และ น.ส.อันนาเลนา แบร์บ็อค ประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติครั้งที่ 80

ในจดหมายดังกล่าว นายกรัฐมนตรีกัมพูชาอ้างว่า การกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียวของไทยในช่วงไม่นานมานี้ กำลังคุกคามความมั่นคงในภูมิภาค

สมเด็จฯ ฮุน มาเนต ระบุว่า ทหารไทยขยายพื้นที่ความขัดแย้งไปไกลเกินกว่าจังหวัดพระวิหารและอุดรมีชัย, ติดตั้งลวดหนามและแบริเออร์, ยื่นคำขาดต่างๆ นานา และบังคับขับไล่พลเรือนกัมพูชาออกจากที่ดินที่พวกเขาลงหลักปักฐานมานานแล้วในหมู่บ้าน โจกเจย (Chouk Chey) และ เปรยจัน (Prey Chan) ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย

ผู้นำกัมพูชาระบุต่อว่า ชาวบ้าน 25 ครอบครัวถูกห้ามไม่ให้กลับไปยังบ้านและพื้นที่เพาะปลูกของตนเอง และมีการขู่ว่าอาจขับไล่คนเพิ่มอีกหลายร้อย ขณะที่แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่า ทหารไทยอาจพยายามเข้ายึดครองพื้นที่เพิ่มเติมอีก 17 แห่งในจังหวัดทางภาคตะวันตกและภาคตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา ตั้งแต่จังหวัดโพธิสัตว์ไปจนถึงจังหวัดเกาะกง

ด้านกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ย้ำว่า การกระทำเหล่านี้มีพื้นฐานมาจากแผนที่ที่ฝ่ายไทยร่างขึ้นมาแต่เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งขัดแย้งกับแผนที่ที่ตกลงร่วมกันภายใต้สนธิสัญญาระหว่างสยามกับฝรั่งเศส พ.ศ.2447 และ พ.ศ.2450

ขณะที่บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก หรือ MOU 2000 (พ.ศ. 2543) ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั้งสองฝ่ายและลงทะเบียนกับสหประชาชาติแล้ว มีข้อห้ามอย่างชัดเจนว่า ไม่ให้มีมาตรการทางทหารแต่เพียงฝ่ายเดียวและขยายพื้นที่ขัดแย้ง

แถลงการณ์ของฝ่ายกัมพูชาระบุอีกว่า การกระทำของไทยเป็นการละเมิดอธิปไตย, กฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้าอย่างรุนแรง ซึ่งนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต เรียกร้องขอการสนับสนุนอย่างเร่งด่วนจากผู้นำโลกในเรื่องดังต่อไปนี้:

– ให้ปฏิบัติตามการหยุดยิงและข้อตกลงที่ได้จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ครั้งล่าสุดอย่างเคร่งครัด

– ยุติการใช้กำลังต่อพลเรือนและหยุดการขับไล่ตามแผนการทั้งหมด

– อำนวยความสะดวกในการให้ชาวกัมพูชาพลัดถิ่นกลับคืนสู่ถิ่นฐานเดิมอย่างปลอดภัย

– แก้ไขปัญหาชายแดนผ่านกรอบการทำงานของคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ด้วยการเจรจาอย่างสันติแทนที่จะใช้มาตรการทางทหาร

– ปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศไทยทันทีและไม่มีเงื่อนไข

นายฮุน มาเนต ยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมทั้งจะทำงานร่วมกับประเทศไทยและอาเซียนเพื่อรักษาเสถียรภาพ ส่งเสริมความร่วมมือ และปกป้องความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนของทุกฝ่าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : khmertimes