เกาหลีใต้เตรียมส่งเครื่องบินรับตัวแรงงาน หลังสหรัฐฯ บุกจับกุมครั้งใหญ่

เกาหลีใต้เตรียมส่งเครื่องบินรับตัวแรงงาน หลังสหรัฐฯ บุกจับกุมครั้งใหญ่

8 ก.ย. 2568 11:10 น.

เกาหลีใต้เตรียมส่งเครื่องบินรับตัวแรงงาน หลังสหรัฐฯ บุกจับกุมครั้งใหญ่

รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังเตรียมการส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับตัวแรงงานชาวเกาหลีใต้ประมาณ 300 คนที่ถูกควบคุมตัวในสหรัฐอเมริกาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากการเจรจากับทางการสหรัฐฯ เสร็จสิ้นลง ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศจะเดินหน้ากวาดล้างธุรกิจที่ว่าจ้างแรงงานผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า การเจรจาเพื่อปล่อยตัวแรงงานชาวเกาหลีใต้ที่ถูกควบคุมตัวในรัฐจอร์เจียได้ข้อสรุปแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อปล่อยตัวอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าแรงงานกลุ่มนี้จะสามารถขึ้นเครื่องบินกลับเกาหลีใต้ได้ในวันพุธนี้

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้บุกเข้าตรวจค้นโรงงานแบตเตอรี่รถยนต์ของฮุนได ในเมืองเอลลาเบล รัฐจอร์เจีย ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย ณ จุดเดียวที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ โดยมีแรงงานถูกจับกุมทั้งหมด 475 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวเกาหลีใต้ประมาณ 300 คน

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจและไม่พอใจในเกาหลีใต้ เนื่องจากเกิดขึ้นเพียง 10 วันหลังจากการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศที่เพิ่งให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมความสัมพันธ์ทางธุรกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงการเผยแพร่ภาพปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ ที่ใช้ยานพาหนะติดอาวุธในการควบคุมตัวแรงงานซึ่งถูกใส่กุญแจมือ

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำลายความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ แต่ก็ย้ำถึงนโยบายที่เข้มงวดด้านการตรวจคนเข้าเมือง พร้อมทั้งเรียกร้องให้บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในสหรัฐฯ เคารพกฎหมายของประเทศ

โครงการก่อสร้างโรงงานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแห่งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างฮุนไดและบริษัท LG Energy Solution ของเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐจอร์เจีย โดยบริษัท LG Energy Solution ได้สั่งระงับการเดินทางเพื่อทำธุรกิจของพนักงานไปยังสหรัฐฯ และเรียกตัวพนักงานที่อยู่ในสหรัฐฯ กลับประเทศแล้ว

นายคัง ฮุน-ซิก หัวหน้าคณะทำงานของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวว่า รัฐบาลจะหาแนวทางปรับปรุงระบบวีซ่าสำหรับแรงงานชาวเกาหลีที่เดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ยังคงตึงเครียดอยู่บ้าง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังคงเจรจาในรายละเอียดขั้นสุดท้ายของข้อตกลงการค้าที่ประกาศไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงการจัดตั้งกองทุนมูลค่า 3.5 แสนล้านดอลลาร์เพื่อช่วยให้บริษัทเกาหลีเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้มากขึ้น และฮุนไดเองก็ได้ประกาศเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ เป็น 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์.

ที่มา Reuters

อันวาร์ โพสต์ยินดี “อนุทิน” เพื่อนเก่า เชิญเยือนมาเลเซียถกเรื่องกัมพูชา ผลักดันความร่วมมืออาเซียน

อันวาร์ โพสต์ยินดี "อนุทิน" เพื่อนเก่า เชิญเยือนมาเลเซียถกเรื่องกัมพูชา ผลักดันความร่วมมืออาเซียน

8 ก.ย. 2568 10:53 น.

อันวาร์ โพสต์ยินดี “อนุทิน” เพื่อนเก่า เชิญเยือนมาเลเซียถกเรื่องกัมพูชา ผลักดันความร่วมมืออาเซียน

นายกฯ อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย โพสต์ว่า ได้ติดต่อไปแสดงความยินดีต่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีไทยคนใหม่ พร้อมเชิญเยือนมาเลเซีย เพื่อหารือความร่วมมือทวิภาคี ตลอดจนชายแดนไทย–กัมพูชา

วันที่ 8 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว ระบุว่า ได้ติดต่อไปแสดงความยินดีกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หลังได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไทยคนใหม่

อันวาร์กล่าวว่า เขาได้แสดงความยินดีต่อนายอนุทิน ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าแก่ที่เคยผ่านทั้งสุขและทุกข์ร่วมกันมา นอกจากนี้ อันวาร์ยังเปิดเผยว่า ได้เชิญนายกรัฐมนตรีไทยคนใหม่ให้เดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ เพื่อหารือประเด็นสำคัญ อาทิ การเสริมสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี ความคืบหน้าสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา และการผลักดันความร่วมมือในกรอบอาเซียน

ด้านนายอนุทิน ตอบรับว่า พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเข้ารับตำแหน่งจะมีขึ้นภายในสัปดาห์นี้ พร้อมยืนยันถึงความตั้งใจที่จะพบหารือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียโดยเร็ว เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น.

พายุโซนร้อนตาปะห์ เฉียดใกล้ฮ่องกง ฝนถล่ม-ลมแรง สั่งปิดรร.

 พายุโซนร้อนตาปะห์ เฉียดใกล้ฮ่องกง ฝนถล่ม-ลมแรง สั่งปิดรร.

8 ก.ย. 2568 10:25 น.

พายุโซนร้อนตาปะห์ เฉียดใกล้ฮ่องกง ฝนถล่ม-ลมแรง สั่งปิดรร.

ทางการฮ่องกงประกาศปิดโรงเรียน หลายธุรกิจหยุดทำการ หลังพายุโซนร้อน ตาปะฮ์ เคลื่อนเข้าใกล้ ส่งผลให้ทั่วทั้งเกาะเผชิญกับลมแรงและฝนตกหนัก จนต้องยกเลิกเที่ยวบินบางส่วน

ฮ่องกงเตรียมพร้อมรับมือพายุโซนร้อนตาปะฮ์ แม้ความเสียหายโดยรวมจะยังน้อย ถนนหลายสายยังสงบ และยังไม่มีรายงานดินถล่มหรืออุทกภัยใหญ่ในช่วงเช้าวันจันทร์ แต่ระบบคมนาคมส่วนใหญ่หยุดชะงัก ไม่ว่าจะเป็น เรือข้ามฟาก รถบัส และรถราง ขณะที่รถไฟฟ้าใต้ดินยังให้บริการ แต่ระยะการรอนานขึ้น

ด้านหน่วยงานเตือนภัยสภาพอากาศ อย่างหอสังเกตการณ์ฮ่องกง ประกาศเตือนสัญญาณเตือนไต้ฝุ่นหมายเลข 8 ซึ่งเป็นระดับเตือนภัยสูงสุดอันดับสาม โดยจะคงไว้จนถึงอย่างน้อย 11.00 น. ของวันนี้ ร้านค้าและธุรกิจสามารถกลับมาเปิดได้หากลดระดับสัญญาณ แต่โรงเรียนทั้งหมดถูกสั่งปิดทั้งวันโดยตรงจากสำนักงานการศึกษา

มีรายงานว่าในช่วงเช้าวันจันทร์ มีการวัดความเร็วลมต่อเนื่องได้ 101 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บริเวณสนามบินนานาชาติฮ่องกงบนเกาะลันเตา และมีลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 151 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะเดียวกัน ทางการยังได้ประกาศสัญญาณเตือนฝนฟ้าคะนองระดับ “สีอำพัน” ตั้งแต่เวลา 04.55 น. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในระบบเตือนภัยฝนสามขั้น

พายุตาปะห์ขึ้นฝั่งที่เมืองไท่ซาน มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เวลา 08.50 น. ตามเวลาท้องถิ่น และคาดว่าจะค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกห่างจากฮ่องกงในช่วงวันเดียวกันนี้ นอกจากฮ่องกงแล้ว เมืองเซินเจิ้นของจีนซึ่งอยู่ใกล้เคียงก็ประกาศปิดโรงเรียนเช่นกัน เพื่อความปลอดภัยจากอิทธิพลของพายุลูกนี้.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ พายุตาปะฮ์

หลายประเทศทั่วโลกร่วมชมปรากฎการณ์ “พระจันทร์สีเลือด”

หลายประเทศทั่วโลกร่วมชมปรากฎการณ์ "พระจันทร์สีเลือด"

8 ก.ย. 2568 09:47 น.

หลายประเทศทั่วโลกร่วมชมปรากฎการณ์ “พระจันทร์สีเลือด”

ทั่วโลกแห่ชมปรากฎการณ์ “พระจันทร์สีเลือด” ประชาชนในหลายประเทศพร้อมใจกันเฝ้าท้องฟ้า เปิดกล้องส่องภาพจันทรุปราคาเต็มดวงเป็นสีแดงฉาน 

วันที่ 8 กันยายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อค่ำคืนวันที่ 7 เข้าสู่ 8 กันยายน 2568 ทั่วโลกต่างได้เห็นปรากฏการณ์ “จันทรุปราคาเต็มดวง” หรือที่เรียกว่า “จันทร์สีเลือด” (Blood Moon) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อโลกเคลื่อนผ่านระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ทำให้เงาโลกบดบังและทำให้พระจันทร์เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน

ใน ฟิลิปปินส์ ประชาชนในกรุงเกซอนซิตี ต่างใช้กล้องโทรทรรศน์เฝ้าสังเกตท้องฟ้าก่อนเที่ยงคืน บนลานมหาวิทยาลัยเพื่อรอชมปรากฏการณ์ดังกล่าว ขณะที่ใน อินโดนีเซีย ผู้คนในเมืองตังเกอรังก็สามารถเห็นพระจันทร์เต็มดวงเปลี่ยนเป็นสีแดงได้ชัดเจน 

ทางด้านอิหร่าน ชมรมดาราศาสตร์หลายแห่งได้นำกล้องโทรทรรศน์มาตั้งให้ประชาชนได้ชมใกล้ชิด โดยที่กรุงเตหะราน ประชาชนจำนวนมากแห่มารวมตัวกันที่สวนสาธารณะ Water and Fire Park บริเวณ Nature Bridge เพื่อดูพระจันทร์ค่อย ๆ กลายเป็นสีแดงเข้มตั้งแต่เวลา 19.57 น. ก่อนจะเข้าสู่ช่วงคราสเต็มดวงเวลา 21.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ขณะที่ในอินเดีย ซึ่งนับเป็นการเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงครั้งที่ยาวนานที่สุดตั้งแต่ปี 2565 ประชาชนทั่วประเทศสามารถชมได้ชัดเจน โดยพิพิธภัณฑ์ Birla Industrial Technological Museum ในเมืองกัลกาตา จัดกิจกรรมพิเศษให้นักท่องเที่ยวและเด็ก ๆ เรียนรู้ปรากฏการณ์พร้อมชมจริง ส่วนที่เมืองลัคเนาว์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ภูมิภาคก็จัดตั้งเลนส์ความละเอียดสูงให้ประชาชนได้ดูใกล้ชิด

นักดาราศาสตร์อินเดียยืนยันว่า แม้ในความเชื่อท้องถิ่นบางแห่งจะผูกโยงจันทรุปราคากับความเชื่อเรื่องโชคร้าย แต่แท้จริงแล้วนี่คือ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ปลอดภัยต่อมนุษย์และสัตว์

สำหรับเวลาปรากฏการณ์ในอินเดีย จันทร์เต็มดวงเข้าสู่คราสเต็มดวงตั้งแต่เวลา 23.01 น. ถึง 00.23 น. วันที่ 8 ก.ย. ก่อนจะสิ้นสุดคราสบางส่วนเวลา 01.26 น. และสิ้นสุดทั้งหมดในเวลา 02.25 น.

ภาพพระจันทร์แดงฉานจากหลายประเทศจึงสะท้อนถึงความมหัศจรรย์ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกพร้อมใจกันเงยหน้าสู่ท้องฟ้าในค่ำคืนเดียวกัน.

สนามบินอิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรน ปิดน่านฟ้า-ยกเลิกเที่ยวบิน

สนามบินอิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรน ปิดน่านฟ้า-ยกเลิกเที่ยวบิน

8 ก.ย. 2568 09:43 น.

สนามบินอิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรน ปิดน่านฟ้า-ยกเลิกเที่ยวบิน

กองทัพอิสราเอลเผยภาพความเสียหายภายในสนามบินทางตอนใต้ของประเทศ หลังถูกโดรนของกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนโจมตี ส่งผลให้ต้องปิดน่านฟ้าในพื้นที่และหยุดการบินชั่วคราว

หน่วยงานท่าอากาศยานอิสราเอลเปิดเผยว่า ฮูตีได้ใช้โดรนโจมตีหลายลำ โดยบางส่วนถูกสกัดกั้นไว้นอกน่านฟ้าอิสราเอล แต่มีอย่างน้อยหนึ่งลำที่พุ่งชน อาคารผู้โดยสารของสนามบินนานาชาติราโมน ใกล้เมืองท่องเที่ยวอีแลต ทางตอนใต้ของประเทศ

ด้าน นัสรูดดีน อาเมอร์ รองหัวหน้าสำนักงานสื่อสารของฮูตี ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อปฏิบัติการครั้งนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่าเป็นปฏิบัติการทางทหารเชิงคุณภาพที่ไม่เหมือนครั้งใด พร้อมข่มขู่ว่า สนามบินของศัตรูไม่ปลอดภัย และชาวต่างชาติควรออกไปเพื่อความปลอดภัยของตนเอง เป้าหมายสำคัญอื่น ๆ กำลังถูกโจมตีเช่นกัน

การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงสองสัปดาห์ หลังจากที่อิสราเอลโจมตีกรุงซานา ทำให้ นายกรัฐมนตรี อาเหม็ด อัล-ราฮาวี ของรัฐบาลฮูตี เสียชีวิตพร้อมด้วยรัฐมนตรีหลายราย ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของฮูตีที่ถูกสังหารในปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐฯ 

ภายหลังการเสียชีวิตของผู้นำคนดังกล่าว ฮูตีได้ประกาศว่าจะยกระดับการโจมตีต่ออิสราเอล รวมถึงเรือสินค้าที่แล่นผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญในทะเลแดงใกล้เยเมน

ตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ฮูตีได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีอิสราเอลแทบทุกวัน บางวันหลายครั้งต่อวัน และล่าสุดยังหันมาใช้ อาวุธยุทโธปกรณ์แบบลูกระเบิดคลัสเตอร์ ที่กระจายหัวระเบิดย่อยจำนวนมาก ทำให้ระบบป้องกันทางอากาศของอิสราเอลสกัดกั้นได้ยากขึ้น

สำหรับสนามบินนานาชาติราโมน ซึ่งถูกโจมตีครั้งนี้ เปิดใช้งานเมื่อปี 2019 ตั้งอยู่ห่างจากเมืองอีแลตเพียง 19 กิโลเมตร ให้บริการทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ แม้จะมีขนาดเล็กกว่าสนามบินหลัก เบน กูเรียน ใกล้กรุงเทลอาวีฟอย่างมากก็ตาม

เมื่อเดือนพฤษภาคม ขีปนาวุธของฮูตีเคยตกลงใกล้สนามบินนานาชาติหลักของอิสราเอล จนทำให้มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 4 ราย และทำให้สายการบินจำนวนมากยกเลิกเที่ยวบินมายังอิสราเอลหลายเดือน.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิสราเอล

สายเคเบิลใต้ทะเลแดงขาด ทำบริการ “คลาวด์” ของไมโครซอฟต์ขัดข้อง

สายเคเบิลใต้ทะเลแดงขาด ทำบริการ “คลาวด์” ของไมโครซอฟต์ขัดข้อง

8 ก.ย. 2568 06:21 น.

สายเคเบิลใต้ทะเลแดงขาด ทำบริการ “คลาวด์” ของไมโครซอฟต์ขัดข้อง

บริการคลาวด์ “อาซัวร์” ของบริษัท ไมโครซอฟต์ขัดข้อง หลังจากสายเคเบิลใต้ทะเลแดงถูกตัดขาด ทำให้การรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตขัดข้องในบางพื้นที่

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 7 ก.ย. 2568 ว่า บริษัท ไมโครซอฟต์ หนึ่งในผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำของโลกระบุ ผู้ใช้งานบริการคลาวด์ “อาซัวร์” (Azure) บางคนอาจเผชิญกับความล่าช้า เนื่องจากปัญหาด้านการรับส่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่วิ่งผ่านภูมิภาคตะวันออกกลาง อันสืบเนื่องมาจากสายเคเบิลใต้ทะเลแดงถูกตัดขาด

ไมโครซอฟต์ไม่ได้อธิบายว่าอะไรเป็นสาเหตุทำให้สายเคเบิลใต้ทะเลเกิดความเสียหายดังกล่าว แต่เสริมว่า พวกเขาสามารถเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตไปยังเส้นทางอื่นได้แล้ว และย้ำว่า การรับส่งข้อมูล (traffic) ที่ไม่ได้ผ่านตะวันออกกลางจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา องค์กร “เน็ตบล็อกส์” (NetBlocks) ผู้สังเกตการณ์การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตระบุว่า เหตุสายเคเบิลใต้ทะเลขาด บริเวณทะเลแดงส่งผลกระทบต่อบริการอินเทอร์เน็ตในหลายประเทศรวมถึงอินเดียและปากีสถาน

บริษัทโทรคมนาคมแห่งปากีสถาน โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า จุดที่สายเคเบิลขาดอยู่ใกล้เมืองเจดดาห์ ของซาอุดีอาระเบีย และเตือนว่า บริการอินเทอร์เน็ตอาจได้รับผลกระทบในช่วงพีกของวัน

ทั้งนี้ สายเคเบิลใต้ทะเลถูกเรียกว่าเป็นกระดูกสันหลังของอินเทอร์เน็ต โดยมันสามารถได้รับความเสียหายจากหลายสาเหตุ เช่น สมอจากเรือลงไปเกี่ยวโดน หรืออาจเป็นการจงใจโจมตีซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ไม่กี่เดือนหลังสงครามในฉนวนกาซาปะทุขึ้น สายเคเบิลสื่อสารหลายสายในทะเลแดงจู่ๆ ก็ถูกตัดขาด ส่งผลกระทบต่อการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตระหว่างเอเชียกับยุโรป โดยกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนตกเป็นผู้ต้องสงสัย แต่พวกเขาปฏิเสธ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

โป๊ปแต่งตั้ง คาร์โล อคูติส อินฟลูฯ ผู้เสียชีวิตในวัย 15 ปี เป็น “นักบุญ”

โป๊ปแต่งตั้ง คาร์โล อคูติส อินฟลูฯ ผู้เสียชีวิตในวัย 15 ปี เป็น “นักบุญ”

8 ก.ย. 2568 05:15 น.

โป๊ปแต่งตั้ง คาร์โล อคูติส อินฟลูฯ ผู้เสียชีวิตในวัย 15 ปี เป็น “นักบุญ”

คาร์โล อคูติส เด็กหนุ่มชาวอิตาลี ผู้สร้างเว็บไซต์เผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ก่อนจะเสียชีวิตในวัยเพียง 15 ปี ได้รับการประกาศให้เป็นนักบุญคนแรกแห่งยุคมิลเลนเนียล

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย. 2568 ในพิธีมิสซากลางแจ้งที่จัตุรัสเซนต์ ปีเตอร์ ของนครรัฐวาติกัน สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงประกาศให้ คาร์โล อคูติส ผู้สร้างเว็บไซต์เผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเมื่อปี 2549 กับนายปิแอร์ จอร์โจ ฟราสซาติ นักเคลื่อนไหวเพื่อศาสนาคริสต์ ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อศตวรรษก่อน เป็นนักบุญอย่างเป็นทางการ

พิธีมิสซาเมื่อวันอาทิตย์มีประชาชนมารวมตัวกันกว่า 80,000 คน รวมถึงครอบครัวของอคูติสและชาวอิตาลีผู้เกิดในยุคมิลเลนเนียล (ราว พ.ศ. 2524-2539) จนผู้คนล้นออกไปอยู่บนถนนใกล้กับจัตุรัส

“ความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคือการใช้ชีวิตอย่างสูญเปล่า นอกแผนการของพระเจ้า” โป๊ปเลโอตรัสในบทเทศน์ของพระองค์ และเสริมว่า อคูติสกับฟราสซาติได้สร้าง “ผลงานชิ้นเอก” จากชีวิตของพวกเขาด้วยการอุทิศตนแด่พระเจ้า “นักบุญองค์ใหม่ทั้งสองคือคำเชิญถึงเราทุกคน โดยเฉพาะคนหนุ่มสาว ไม่ให้ใช้ชีวิตสิ้นเปลือง แต่มุ่งขึ้นสู่เบื้องบน”

ทั้งนี้ นายอคูติสเกิดเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2534 ที่กรุงลอนดอนในครอบครัวที่มั่งคั่งแต่ไม่ได้เคร่งศาสนาคริสต์มากนัก โดยพวกเขาย้ายกลับไปอยู่มิลานหลังจากอคูติสเกิดไม่นาน

เมื่อเติบโต้ขึ้น อคูติสสนใจเรื่องวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์อย่างมาก และอ่านหนังสือเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมระดับมหาวิทยาลัยตั้งแต่เด็ก จนกลายเป็นนักเขียนโค้ดที่มีฝีมือ และสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองด้วยการสร้างเว็บไซต์เผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกแบบหลายภาษา และปาฏิหาริย์ในศีลมหาสนิท จนได้รับฉายาว่า “อินฟลูเอนเซอร์ของพระเจ้า”

แต่ในเดือนตุลาคม 2549 อคูติสในวัย 15 ปี ก็ล้มป่วยด้วยโรคลูคีเมียเฉียบพลัน และเสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่วันหลังจากได้รับการวินิจฉัย หลังจากนั้น ร่างของเขาก็ถูกห่อหุ้มด้วยขี้ผึ้ง และเก็บรักษาไว้ในโลงแก้ว จัดแสดงอยู่ที่เมืองอัสซีซี ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับนักบุญที่มีชื่อเสียงอีกพระองค์คือ นักบุญฟรานซิส

ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาร่วมในพิธีศพของอคูติสซึ่งร่วมกันเป็นเจ้าภาพโดยคนที่เขาเคยให้ความช่วยเหลือ ซึ่งรวมถึงผู้อพยพและเด็กๆ ขณะที่บางคนเป็นผู้ป่วยอาการหนักที่มาสวดภาวนาขอพรให้หายดี

มารดาของนายอคูติสอ้างว่า ในช่วงพิธีศพนี้เองที่ลูกชายของเธอเริ่มสร้างปาฏิหาริย์ และในปี 2567 โป๊ปฟรานซิส ผู้ดำรงตำแหน่งสันตะปาปาในตอนนั้น ก็ได้ยืนยันการสร้างปาฏิหาริย์ 2 ครั้งของนายอคูติส โดยครั้งแรกคือการฟื้นตัวของเด็กชาวบราซิลที่ป่วยด้วยโรคทางพันธุกรรมหายากซึ่งกระทบต่อตับอ่อน

และปาฏิหาริย์ที่สองคือ การรักษานักเรียนคนหนึ่งในเมืองฟลอเรนซ์ จากอาการเลือดออกในสมอง หลังมารดาของเด็กคนนี้มาสวดภาวนาต่อร่างของอคูติสในเมืองอัสซีซี

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้ในช่วงปีที่ผ่านมา มีประชาชนกว่า 1 ล้านคนหลั่งไหลไปเมืองอัสซีซี เพื่อเยี่ยมชมร่างของอคูติสที่โบสถ์ ซานตา มาเรีย มัจโจเร ส่วนหัวใจของเขาเก็บอยู่ในหีบทองคำที่โบสถ์ซาน รูฟิโน ในเมืองเดียวกันนี้ ขณะที่เยื่อหุ้มหัวใจของเขา ถูกเคลื่อนย้ายไปทั่วโลกเพื่อโหมโรงก่อนพิธีประกาศเป็นนักบุญ

นักวิเคราะห์มองว่าการที่นายอคูติสได้รับการประกาศเป็นนักบุญภายในเวลาไม่นานหลังจากเสียชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับนายฟราสซาติ เป็นเพราะคริสต์จักรต้องการใช้เรื่องราวของอคูติสดึงดูคนหนุ่มสาวให้มากขึ้น

อนึ่ง การแต่งตั้งเป็นนักบุญมักเป็นไปตามกระบวนการที่ยาวนานและละเอียดอ่อน ซึ่งรวมถึงการสืบสวนอย่างพิถีพิถันโดยวาติกันและผู้เชี่ยวชาญภายนอก เพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปาฏิหาริย์ที่เชื่อว่าเกิดจากบุคคลนั้นๆ โดยการประกาศเป็นบุญราศีของอคูติส ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนการแต่งตั้งเป็นนักบุญ ได้รับการดำเนินการโดยโป๊ปฟรานซิสในปี 2563

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

เซเลนสกีโวย รัสเซียโจมตีโดนอาคารรัฐบาลในกรุงเคียฟเป็นครั้งแรก

เซเลนสกีโวย รัสเซียโจมตีโดนอาคารรัฐบาลในกรุงเคียฟเป็นครั้งแรก

8 ก.ย. 2568 03:05 น.

เซเลนสกีโวย รัสเซียโจมตีโดนอาคารรัฐบาลในกรุงเคียฟเป็นครั้งแรก

รัสเซียโจมตีทางอากาศโดนอาคารรัฐบาลหลักในกรุงเคียฟเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามในยูเครนเริ่มต้นขึ้น นอกจากนั้นยังเกิดการโจมตีในจุดอื่นๆ ทั่วประเทศ จนมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ศพ

นางยูเลีย สวีรีเดนโก นายกรัฐมนตรียูเครน เปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย. 2568 ว่า รัสเซียโจมตีทางอากาศโดนอาคารรัฐบาลหลักในกรุงเคียฟเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน ส่งผลให้หลังคาและชั้นบนของอาคารได้รับความเสียหาย และเกิดไฟไหม้

ทั้งนี้ รัสเซียโจมตีหลายจุดทั่วยูเครนในวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ศพ รวมถึงเด็กทารกกับหญิงสาวอีก 1 คน หลังจากอาคารสูง 9 ชั้นในเขตสวียาโตชีนสกี ของกรุงเคียฟ ซึ่งพวกเขาอาศัยอยู่ถูกโจมตี

อาคารรัฐบาลที่ถูกโจมตีรู้จักกันในชื่อ “ตึกคณะรัฐมนตรี” เป็นที่ตั้งของสำนักงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างๆ ของยูเครน

กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียส่งโดรนและยิงมิสไซล์โจมตีในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมามากกว่า 800 ลูก/ลำ มากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น โดยมิสไซล์ 9 ลูก กับโดรน 56 ลำ โจมตีโดนสถานที่ 37 แห่ง ขณะที่เศษซากโดรนกับมิสไซล์ที่ถูกทำลาย ตกใส่สถานที่ 8 แห่ง

นายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟตั้งข้อสังเกตว่า โดรนของรัสเซียอาจตกไปโดนอาคารรัฐบาลโดยบังเอิญหลังจากถูกยิงสกัด แต่ยังไม่มีการยืนยันรายละเอียดที่แน่ชัด

ด้านนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า การโจมตีระลอกล่าสุดสร้างความเสียหายแก่เมืองต่างๆ ในแคว้นซาปอริชเชีย, ครีวีรีห์, โอเดสซา, ซูมี และเชอร์นิฮิฟ

“การเข่นฆ่าเช่นนี้ ในช่วงเวลาที่การเจรจาอย่างแท้จริงควรเริ่มขึ้นตั้งนานแล้ว คือการจงใจก่ออาชญากรรม และพยายามทำให้สงครามยืดเยื้อออกไป” นายเซเลนสกีระบุบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ พร้อมเรียกร้องขอให้โลกแสดงพลังทางการเมืองเพื่อหยุดยั้งการโจมตีของรัสเซีย

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า กองทัพของพวกเขาดำเนินการโจมตีทางอากาศใส่อาคารคอมเพล็กซ์เชิงอุตสาหกรรมและเป้าหมายทางทหารในยูเครน และโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง สร้างความเสียหายต่ออาวุธและโรงเก็บยุทโธปกรณ์ทางทหารของยูเครน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เกาหลีใต้บรรลุข้อตกลง ปล่อยตัวพลเมือง หลังสหรัฐฯ บุกโรงงานฮุนได

เกาหลีใต้บรรลุข้อตกลง ปล่อยตัวพลเมือง หลังสหรัฐฯ บุกโรงงานฮุนได

8 ก.ย. 2568 01:18 น.

เกาหลีใต้บรรลุข้อตกลง ปล่อยตัวพลเมือง หลังสหรัฐฯ บุกโรงงานฮุนได

(ภาพจาก U.S. IMMIGRATION AND CUSTOMS ENFORCEMENT)

รัฐบาลเกาหลีใต้เผย บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อปล่อยตัวพลเมืองที่ถูกจับกุมระหว่างปฏิบัติการตรวจค้นโรงงานฮุนไดในรัฐจอร์เจียแล้ว โดยจะส่งเครื่องบินไปรับกลับประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 ส.ค. 2568 รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยว่าพวกเขาได้บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อปล่อยตัวพลเมืองของพวกเขาที่ถูกควบคุมตัว หลังเจ้าหน้าที่อเมริกันบุกตรวจค้นและจับกุมแรงงานต่างด้าวที่โรงงาน ฮุนได ในรัฐจอร์เจียเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว

นายคัง ฮุน-ซิก หัวหน้าเจ้าหน้าที่ของประธานาธิบดีเกาหลีใต้กล่าวว่า จะมีการส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปรับชาวเกาหลีใต้กว่า 300 คนที่ถูกควบคุมตัวเดินทางกลับประเทศเมื่อขั้นตอนด้านธุรการต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว

นายคังระบุด้วยว่า รัฐบาลกำลังพยายามพัฒนาระบบวีซ่าให้ดีขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ บุกตรวจค้นโรงงานแบตเตอรี่ ซึ่ง ฮุนได บริหารร่วมกับบริษัท แอลจี เอเนอร์จี โซลูชัน (LG Energy Solution) ในรัฐจอร์เจียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (5 ก.ย.) และควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวกว่า 475 คน โดยมากกว่า 300 คนในจำนวนนี้เป็นชาวเกาหลีใต้ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่า มาทำงานอย่างผิดกฎหมาย

สำนักงานศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ (ICE) ระบุว่า ผู้ถือวีซ่าระยะสั้นหรือวีซ่าท่องเที่ยว ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในสหรัฐฯ และย้ำว่า การบุกตรวจค้นครั้งนี้มีความจำเป็นเพื่อปกป้องงานของชาวอเมริกัน

ด้านนายสตีเวน ชแรงก์ เจ้าหน้าที่พิเศษจากสำนักงานสืบสวนความมั่นคงมาตุภูมิ (HSI) ระบุในแถลงการณ์ว่า ปฏิบัติการนี้เป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนว่า เหล่าผู้ที่ฉวยโอกาสจากระบบและบ่อนทำลายแรงงานของเรา จะต้องรับผิดชอบ

ก่อนหน้านี้ บริษัท แอลจี ระบุว่า ลูกจ้างส่วนใหญ่ที่ถูกจับกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนเพื่อทำธุรกิจด้วยวีซ่าประเภทต่างๆ หรือภายใต้โครงการยกเว้นวีซ่า ซึ่งหลังเกิดเหตุ แอลจีได้ระงับเดินทางไปทำธุรกิจที่สหรัฐฯ เกือบทั้งหมดแล้ว และสั่งการให้พนักงานที่ได้รับมอบหมายให้ไปทำงานในสหรัฐฯ เดินทางกลับประเทศทันที

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศลาออก รับผิดชอบแพ้เลือกตั้งหลายครั้ง

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศลาออก รับผิดชอบแพ้เลือกตั้งหลายครั้ง

7 ก.ย. 2568 23:40 น.

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศลาออก รับผิดชอบแพ้เลือกตั้งหลายครั้ง

นายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว โดยระบุว่าเพื่อรับผิดชอบที่เขาพาพรรค LDP แพ้การเลือกตั้งหลายครั้งจนรัฐบาลเสียเสียงข้างมาก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 7 ก.ย. 2568 ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนด้านนโยบายซึ่งอาจกินเวลานาน ในช่วงเวลาที่ประเทศเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกแห่งนี้ กำลังอยู่ในภาวะสั่นคลอน

ญี่ปุ่นเพิ่งบรรลุรายละเอียดขั้นสุดท้ายในข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อลดกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อไม่นานมานี้ อย่างไรก็ตาม นายอิชิบะ วัย 68 ปี กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ตัวเขาต้องรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งหลายต่อหลายครั้ง

นับตั้งแต่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อไม่ถึง 1 ปีก่อน นายอิชิบะต้องเผชิญความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งหลายครั้ง จนรัฐบาลผสมของเขาสูญเสียเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนชาวญี่ปุ่นในเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

นายอิชิบะสั่งการให้พรรคเสรีนิยมประชาธิปไตย (LDP) ของเขา ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่นมาเกือบตลอดยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้เลือกผู้นำพรรคคนใหม่ โดยที่ตัวเขาจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปก่อน จนกว่าผู้สืบทอดจะได้รับเลือก

“เมื่อญี่ปุ่นได้ลงนามในข้อตกลงการค้าและประธานาธิบดี (ทรัมป์) ก็ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษแล้ว เราก็ได้ก้าวผ่านอุปสรรคสำคัญมาได้แล้ว” นายอิชิบะกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “ผมจึงอยากส่งไม้ต่อให้แก่คนรุ่นถัดไป”

ทั้งนี้ นายอิชิบะเผชิญเสียงเรียกร้องให้ลาออกจากตำแหน่งนับตั้งแต่เขาพาพรรค LDP พ่ายแพ้การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจนสูญเสียเสียงข้างมากเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว โดยพรรค LDP จะโหวตลงมติในวันจันทร์ว่าจะจัดการเลือกผู้นำพรรควิสามัญหรือไม่

ความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองทำให้เกิดการเทขายเงินเยนและพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพุธ

นักลงทุนกำลังจับตาดูความเป็นไปได้ที่ผู้นำประเทศคนต่อไปจะเป็นผู้ที่สนับสนุนนโยบายการเงินและการคลังที่ผ่อนคลายมากขึ้น เช่น นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นักการเมืองมากประสบการณ์ของพรรค LDP ผู้วิพากษ์วิจารณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น

ขณะที่นาย ชินจิโร โคอิซุมิ ทายาทนักการเมืองคนดังผู้มีภาพลักษณ์โดดเด่น ซึ่งกำลังได้รับความสนใจในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของนายอิชิบะ และได้รับมอบหมายให้พยายามควบคุมราคาที่พุ่งสูงขึ้น ก็เป็นอีกคนที่มีความเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของนายอิชิบะ

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลผสมของนายอิชิบะสูญเสียเสียงข้างมากในสภา หมายความว่าประธานคนต่อไปของพรรค LDP จะไม่ได้รับการรับประกันว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปแล้ว แม้จะยังมีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากพรรค LDP ยังเป็นพรรคที่มี สส.ในสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดอยู่

นักวิเคราะห์มองว่า ใครก็ตามที่ได้เป็นผู้นำคนถัดไปอาจตัดสินใจจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด เพื่อขอฉันทามติจากประชาชน ในช่วงเวลาที่พรรคฝ่ายค้านของญี่ปุ่นยังคงแตกแยกกัน แต่พรรคซันเซโตะ (Sanseito) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดและต่อต้านการอพยพเข้าเมือง ได้รับคะแนนเสียงเพิ่มขึ้นมากในการเลือกตั้งสภาสูงเมื่อเดือนกรกฎาคม ทำให้แนวคิดที่เคยเป็นเพียงส่วนน้อยได้เข้าสู่การเมืองกระแสหลัก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna