อิสราเอลเผย จะกลับไปหยุดยิงเหมือนเดิม หลังเปิดฉากถล่มกาซารอบใหม่

อิสราเอลเผย จะกลับไปหยุดยิงเหมือนเดิม หลังเปิดฉากถล่มกาซารอบใหม่

20 ต.ค. 2568 06:56 น.

อิสราเอลเผย จะกลับไปหยุดยิงเหมือนเดิม หลังเปิดฉากถล่มกาซารอบใหม่

อิสราเอลประกาศจะกลับไปหยุดยิงอีกครั้ง หลังจากเปิดฉากโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซารอบใหม่ โดยอ้างว่าตอบโต้ที่ทหารถูกโจมตีหลายครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพอิสราเอลประกาศจะกลับมาบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงในกาซาอีกครั้ง หลังจากพวกเขาเปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่ดินแดนแห่งนี้ในวันอาทิตย์ (19 ต.ค. 2568) โดยอ้างว่า ทหารของพวกเขาถูกโจมตีอย่างน้อย 3 ครั้ง และกล่าวหากลุ่มฮามาสว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดแจ้ง

หลังจากเวลา 21:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ก็ออกมาประกาศว่า พวกเขาเริ่มกลับมาบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงอีกครั้ง และพร้อมเสริมว่า จะยึดมั่นในข้อตกลง แต่ก็จะตอบโต้อย่างแข็งขันต่อการละเมิดใด ๆ

อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของ IDF ไม่ได้ระบุโดยตรงว่า การประกาศระงับการส่งความช่วยเหลือเข้าสู่กาซาเมื่อก่อนหน้านี้ ถูกยกเลิกด้วยหรือไม่

ทั้งนี้ การโจมตีของอิสราเอลเกิดขึ้นในพื้นที่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา หลังจากกองทัพอิสราเอลระบุว่า ผู้ก่อการร้ายยิงขีปนาวุธต่อต้านรถถังและระดมยิงเข้าใส่ทหารของพวกเขาในเมืองราฟาห์ ทำให้ทหารเสียชีวิต 2 นาย

จนถึงช่วงค่ำ อิสราเอลก็โจมตีเป้าหมายกลุ่มฮามาสทั่วพื้นที่ฉนวนกาซา โดยแหล่งข่าวในโรงพยาบาลท้องถิ่นระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีระลอกล่าสุดของอิสราเอลแล้ว 44 ศพ

ด้านกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ยืนยันว่า พวกเขายังยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงในทุกพื้นที่ของกาซา พร้อมเสริมว่า ไม่ทราบเรื่องการปะทะกันในราฟาห์ และไม่ได้ติดต่อกับกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ ในพื้นที่นั้นตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เครื่องบินขนสินค้าโบอิ้ง ไถลหลุดรันเวย์ตกทะเลที่ฮ่องกง ดับ 2 ศพ

เครื่องบินขนสินค้าโบอิ้ง ไถลหลุดรันเวย์ตกทะเลที่ฮ่องกง ดับ 2 ศพ

20 ต.ค. 2568 06:45 น.

เครื่องบินขนสินค้าโบอิ้ง ไถลหลุดรันเวย์ตกทะเลที่ฮ่องกง ดับ 2 ศพ

เกิดเหตุเครื่องบินขนส่งสินค้าของสายการบิน เอมิเรตส์ ไถลออกนอกรันเวย์สนามบินฮ่องกงและตกทะเล โดยระหว่างนั้นชนรถบนพื้นด้วย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินขนส่งสินค้าโบอิ้ง 747 ของสายการบินเอมิเรตส์ ไถลออกนอกรันเวย์หลังจากเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง เมื่อเวลาประมาณ 4.00 น. วันจันทร์ที่ 20 ต.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ศพ

ตำรวจฮ่องกงเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตไม่ได้อยู่บนเครื่องบิน แต่อยู่ในรถยนต์เติมน้ำมันที่ตกลงไปจากรันเวย์พร้อม ๆ กับเครื่องบิน โดยเจ้าหน้าที่รายหนึ่ง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และอีกรายเสียชีวิตหลังจากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่น

ตำรวจสันนิษฐานว่า เครื่องบินลำนี้อาจชนเข้ากับรถเติมน้ำมันที่กำลังวิ่งในตอนที่เครื่องไถลออกนอกรันเวย์

การท่าอากาศยานฮ่องกงระบุว่า ปฏิบัติการกู้ภัยได้เริ่มต้นขึ้นทันทีหลังเกิดเหตุ และได้มีการเปิดใช้งานศูนย์ฉุกเฉินอากาศยานแล้ว ขณะที่รันเวย์ทางเหนือของสนามบินถูกปิดทำการชั่วคราว

ตำรวจระบุว่า ลูกเรือสี่คนบนเครื่องบิน ได้รับการช่วยเหลือและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

ทั้งนี้ ข้อมูลบนเว็บไซต์ติดตามการบิน FlightRadar24 พบว่า เครื่องบินลำนี้เดินทางมาจากนครดูไบ และในขณะที่เครื่องบินไถลลงน้ำ เครื่องบินกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 49 นอต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews

เกิดอะไรขึ้น? 4 โจรบุกพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ขโมยอัญมณีล้ำค่าในไม่กี่นาที

เกิดอะไรขึ้น? 4 โจรบุกพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ขโมยอัญมณีล้ำค่าในไม่กี่นาที

20 ต.ค. 2568 06:05 น.

เกิดอะไรขึ้น? 4 โจรบุกพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ขโมยอัญมณีล้ำค่าในไม่กี่นาที

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ต.ค. 2568 พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส ต้องปิดทำการเพื่อให้ตำรวจเข้าสืบสวน หลังจากผู้บุกรุกกลุ่มหนึ่งสามารถบุกเข้าไปขโมยเครื่องประดับล้ำค่าในช่วงเวลากลางวันแสกๆ นับเป็นการปล้นอุกอาจซึ่งสั่นสะเทือนพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลกแห่งนี้

ตอนนี้ตำรวจกำลังตามล่าตัวคนร้าย ซึ่งบุกเข้าไปในห้องจัดแสดง Galerie d’Apollon (Apollo’s Gallery) ผ่านทางหน้าต่างชั้น 2 หลังจากที่พิพิธภัณฑ์เปิดทำการไม่นาน โดยใช้ลิฟต์สำหรับขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ และก่อเหตุโดยใช้เวลาไม่กี่นาที ก่อนจะขี่สกูตเตอร์หลบหนีไปพร้อมอัญมณียุคนโปเลียน 8 ชิ้น และทำชิ้นที่ 9 ตกเอาไว้

ต่อไปนี้คือข้อมูลทั้งหมดเท่าที่มีการเปิดเผยออกมา ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในการปล้นครั้งนี้ และอัญมณีอะไรที่ถูกขโมยออกไปบ้าง

เกิดอะไรขึ้น?

การโจรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 09:30 น. ถึง 09:40 น. ตามเวลาท้องถิ่น ไม่นานหลังจากที่พิพิธภัณฑ์เปิดให้ผู้เข้าชม โจร 4 คน ใช้รถลิฟต์สำหรับขนย้ายเฟอร์นิเจอร์เพื่อเข้าถึงห้องจัดแสดง Galerie d’Apollon (Gallery of Apollo) ผ่านทางระเบียงฝั่งแม่น้ำแซน

ภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุแสดงให้เห็น บันไดที่ติดตั้งบนยานพาหนะ ทอดยาวขึ้นไปถึงหน้าต่างชั้น 2 โดยโจร 2 คนตัดกระจกด้วยเครื่องตัดชนิดใช้แบตเตอรี่ และเข้าไปภายในพิพิธภัณฑ์ จากนั้นพวกเขาข่มขู่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ซึ่งทำให้มีการอพยพผู้คนออกจากอาคาร และขโมยสิ่งของจากตู้จัดแสดงกระจก 2 ตู้

กระทรวงวัฒนธรรมของฝรั่งเศสระบุในแถลงการณ์ว่า สัญญาณเตือนภัยของพิพิธภัณฑ์ดังขึ้น และเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามระเบียบการ ด้วยการติดต่อกองกำลังรักษาความปลอดภัยและปกป้องผู้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์

แถลงการณ์ระบุเสริมว่า แก๊งคนร้ายพยายามจุดไฟเผายานพาหนะของตนเองที่ด้านนอก แต่ถูกขัดขวางโดยการเข้าแทรกแซงของพนักงานพิพิธภัณฑ์คนหนึ่ง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ราชีดา ดาตี ให้สัมภาษณ์กับสื่อฝรั่งเศส TF1 ว่า ภาพวิดีโอของการโจรกรรมแสดงให้เห็นว่า โจรที่สวมหน้ากากเข้ามาก่อเหตุอย่าง “ใจเย็น” และทุบตู้จัดแสดง ที่บรรจุเครื่องเพชรพลอยเอาไว้ โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้

“ไม่มีความรุนแรง เป็นมืออาชีพมาก” น.ส.ดาตีกล่าว ก่อนจะอธิบายว่า โจรกลุ่มนี้ดู”มีประสบการณ์” โดยมีแผนการที่เตรียมมาอย่างดีเพื่อหลบหนีด้วยสกูตเตอร์สองคัน

ตอนนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนกำลังตามล่าตัวผู้ต้องสงสัย 4 คน และกำลังศึกษาภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โลรองต์ นูเญซ บอกกับสถานีวิทยุ France Inter ว่า การบุกปล้นทั้งหมดเกิดขึ้น “เร็วมาก ๆ” และเสร็จสิ้นในเวลาน้อยกว่า 7 นาที

อะไรถูกขโมยไปบ้าง?

กระทรวงวัฒนธรรม ยืนยันเมื่อค่ำวันอาทิตย์ว่า กลุ่มโจรสามารถนำสิ่งของ 8 ชิ้น ออกไปจากตู้จัดแสดงที่มีการรักษาความปลอดภัยสูงสองตู้ได้สำเร็จ โดยทั้งหมดเป็นสิ่งของจากยุคศตวรรษที่ 19 และครั้งหนึ่งเคยเป็นของราชวงศ์ฝรั่งเศส หรือผู้ปกครองจักรวรรดิ

ของทั้ง 8 ชิ้นประกอบด้วย

-รัดเกล้า (Tiara) และเข็มกลัด ที่เคยเป็นของจักรพรรดินียูจีนี พระมเหสีของนโปเลียนที่ 3

-สร้อยคอมรกต และต่างหูมรกตหนึ่งคู่ จากชุดของจักรพรรดินีมารี หลุยส์

-รัดเกล้า สร้อยคอ และต่างหูหนึ่งข้าง จากชุดแซฟไฟร์ที่เป็นของสมเด็จพระราชินีมารี-อาเมลีและสมเด็จพระราชินีออร์แตนส์

-เข็มกลัด ที่รู้จักกันในชื่อ “เข็มกลัดเรลิเควียรี” (reliquary brooch)

นอกจากนั้นยังมีของอีก 2 ชิ้นซึ่งหนึ่งในนั้นคือ มงกุฎของจักรพรรดินียูจีนี แต่เจ้าหน้าที่พบตกอยู่นอกกำแพงพิพิธภัณฑ์และเก็บกู้คืนมาได้สำเร็จ โดยเชื่อว่ากลุ่มโจรทำตกไว้ขณะหลบหนี โดยมงกุฎดังกล่าวประกอบด้วย เพชร 1,354 เม็ด และมรกต 56 เม็ด

นายนูเญซบรรยายว่าเครื่องเพชรพลอยที่ถูกขโมยไปนั้น “ประเมินค่าไม่ได้” และ “มีมูลค่าทางมรดกที่ไม่อาจวัดได้”

ทั้งนี้ ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ห้องจัดแสดง Apollo’s Gallery เป็นที่เก็บรักษาอัญมณีล้ำค่าอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงเพชรที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ 3 เม็ด ได้แก่ รีเจนต์ (Regent), ซองซี (Sancy), และออร์แตนเซีย (Hortensia) และคอลเลกชันเครื่องประดับจากหินมีค่าอันงดงามของกษัตริย์ฝรั่งเศสหลายพระองค์

พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เคยถูกโจรกรรมมาก่อนหรือไม่?

คำตอบคือ “เคย” โดยในปี 2454 พนักงานพิพิธภัณฑ์ชาวอิตาลีคนหนึ่งขโมยภาพ “โมนา ลิซ่า” ซึ่งตอนนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักออกไปได้สำเร็จ โดยซ่อนไว้ใต้เสื้อโค้ทแล้วยกภาพวาดออกจากผนังของห้องแสดงภาพที่เงียบสงบ

เจ้าหน้าที่สามารถกู้คืนภาพโมนา ลิซ่า ได้สำเร็จในอีก 2 ปีต่อมา โดยผู้กระทำผิดยอมรับในภายหลังว่า เขาก่อเหตุเพราะเชื่อว่า ผลงานชิ้นเอกของลีโอนาร์โด ดา วินชี ภาพนี้ควรเป็นของอิตาลี

ต่อมาในปี 2499 มีผู้เข้าชมคนหนึ่ง ปาหินใส่ภาพโมนา ลิซ่า ทำให้สีแตกเป็นรอยใกล้ข้อศอกซ้าย ทำให้ปัจจุบันภาพโมนา ลิซ่า ซึ่งกลายเป็นผลงานศิลปะที่โด่งดังที่สุดของลีโอนาร์โด ดา วินชี ไปแล้ว ต้องถูกแขวนไว้ในตู้กระจกกันกระสุน และได้รับการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

นอกจากภาพโมนา ลิซ่า แล้ว ในปี 2541 ภาพวาด Le Chemin de Sèvres ซึ่งเป็นภาพวาดในศตวรรษที่ 19 โดย Camille Corot ถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์และไม่เคยถูกพบอีกเลย ทำให้เกิดการยกเครื่องระบบรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ครั้งใหญ่

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์แห่งอื่นๆ ของฝรั่งเศสก็ตกเป็นเป้าหมายการโจรกรรม เช่นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โจรได้บุกเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ Adrien Dubouché ในเมืองลิโมจส์ และขโมยงานเครื่องลายคราม ที่มีมูลค่าถึง 9.5 ล้านยูโรไป (ราว 363.4 ล้านบาท)

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 สิ่งของที่มีมูลค่าสูงทั้งทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม 7 ชิ้น ถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์ Cognacq-Jay ในกรุงปารีส โดยเจ้าหน้าที่กู้คืนมาได้ 5 ชิ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้

และในเดือนเดียวกันนั้น โจรติดอาวุธได้บุกปล้นพิพิธภัณฑ์ Hieron ในแคว้นเบอร์กันดี โดยยิงปืนขู่ ก่อนจะหลบหนีไปพร้อมกับงานศิลปะยุคศตวรรษที่ 20 ซึ่งมีมูลค่านับล้านปอนด์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc , aljazeera

ทรัมป์ลั่น เลิกให้เงินช่วยเหลือโคลอมเบีย จวก ปธน.เป็นเจ้าพ่อค้ายาเสพติด

ทรัมป์ลั่น เลิกให้เงินช่วยเหลือโคลอมเบีย จวก ปธน.เป็นเจ้าพ่อค้ายาเสพติด

20 ต.ค. 2568 04:44 น.

ทรัมป์ลั่น เลิกให้เงินช่วยเหลือโคลอมเบีย จวก ปธน.เป็นเจ้าพ่อค้ายาเสพติด

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ สหรัฐฯ จะเลิกให้เงินช่วยเหลือโคลอมเบีย ชี้ประธานาธิบดี กุสตาโว เปโตร เป็นเจ้าพ่อค้ายาเสพติด สนับสนุนให้มีการผลิตยาเสพติดในประเทศจำนวนมาก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ต.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ประณามนาย กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีของประเทศโคลอมเบียว่าเป็น “เจ้าพ่อค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย” และประกาศว่า สหรัฐฯ จะยุติการให้เงินช่วยเหลือและเงินอุดหนุนก้อนโตกับชาติอเมริกาใต้แห่งนี้

ข้อความของนายทรัมป์ระบุว่า “ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร แห่งโคลอมเบีย คือเจ้าพ่อค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย ซึ่งสนับสนุนอย่างแข็งขันให้มีการผลิตยาเสพติดจำนวนมหาศาล ในพื้นที่ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กทั่วประเทศโคลอมเบีย”

“สิ่งนี้ได้กลายเป็นธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในโคลอมเบียชนิดทิ้งห่างธุรกิจอื่น และเปโตรก็ไม่ได้ทำอะไรเพื่อหยุดยั้งเลยทั้ง ๆ ที่ได้รับเงินทุนและเงินอุดหนุนจำนวนมากจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการหลอกเอาเงินจากอเมริกามาอย่างยาวนาน”

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การจ่ายเงินเหล่านี้ หรือการจ่ายเงินในรูปแบบอื่นใด หรือเงินอุดหนุน จะไม่มีการมอบให้กับโคลอมเบียอีกต่อไป”

“วัตถุประสงค์ของการผลิตยาเสพติดนี้คือการขายสินค้าจำนวนมหาศาลเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต การทำลายล้าง และความวุ่นวาย เปโตร ผู้นำที่ได้คะแนนต่ำและไม่เป็นที่นิยมอย่างมาก ซึ่งพูดจาไม่ดีต่ออเมริกา ควรปิดทุ่งสังหารเหล่านี้ทันที มิเช่นนั้น สหรัฐอเมริกาจะจัดการปิดมันให้เอง และจะไม่ปิดอย่างละมุนละม่อมด้วย”

ข้อความของนายทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากนายเปโตร กล่าวหาสหรัฐฯ ว่าก่อเหตุฆาตกรรม หลังจากมีการโจมตีเรือลำหนึ่งในน่านน้ำของโคลอมเบียเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับโคลอมเบีย ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของสหรัฐฯ ในอเมริกาใต้ “ตึงเครียดยิ่งขึ้น” นับตั้งแต่นายทรัมป์กลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

เมื่อเดือนกันยายน สหรัฐฯ ได้เพิกถอนวีซ่าของเปโตร หลังจากที่เขาเข้าร่วมการเดินขบวนสนับสนุนปาเลสไตน์ในนิวยอร์ก และเรียกร้องให้ทหารสหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของทรัมป์

เมื่อปีก่อน นายเปโตรให้คำมั่นที่จะควบคุมพื้นที่ปลูกต้นโคคาในโคลอมเบียด้วยการแทรกแซงทางสังคมและการทหารครั้งใหญ่ แต่กลยุทธ์ดังกล่าว ประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่งผลให้เมื่อเดือนกันยายน สหรัฐฯ ประกาศให้โคลอมเบียเป็นประเทศที่ล้มเหลวในการรักษาคำมั่นสัญญาด้านการค้ายาเสพติด เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2539 และไม่มีคุณสมบัติได้รับความช่วยเหลือ ตามที่ระบุไว้ในกฎหมายความช่วยเหลือต่างชาติ แต่กระทรวงการต่างประเทศได้เพิ่มการยกเว้น ซึ่งอนุญาตให้โคลอมเบียสามารถรับความช่วยเหลือต่อไปได้

แต่ดูเหมือนว่าการที่นายเปโตรกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าก่อเหตุฆาตกรรม จะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยุติการให้เงินช่วยเหลือแก่โคลอมเบียในครั้งนี้

ที่มา : cna , truthsocial / @realDonaldTrump

เกาหลีใต้พิจารณาคว่ำบาตรทางการเงิน สู้เครือข่ายอาชญากรรมในกัมพูชา

เกาหลีใต้พิจารณาคว่ำบาตรทางการเงิน สู้เครือข่ายอาชญากรรมในกัมพูชา

20 ต.ค. 2568 01:36 น.

เกาหลีใต้พิจารณาคว่ำบาตรทางการเงิน สู้เครือข่ายอาชญากรรมในกัมพูชา

ทางการเกาหลีใต้กำลังพิจารณาว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน กับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมในกัมพูชาหรือไม่ โดยคาดว่าจะตัดสินใจช่วงปลายเดือนนี้

สำนักข่าว Korea Times รายงานว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณาเรื่องการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน ต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมในกัมพูชา ซึ่งดำเนินการค้ามนุษย์ขนาดใหญ่และปฏิบัติการหลอกลวง เพื่อตอบโต้กรณีที่พลเมืองเกาหลีใต้ถูกลักพาตัวและตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมในประเทศแห่งนี้มากขึ้น

คาดกันว่าจะมีการประกาศยืนยันเรื่องการดำเนินการดังกล่าวในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งจะกลายเป็นมาตรการรุนแรงที่สุดที่ทางการกรุงโซลใช้จนถึงตอนนี้ เพื่อตอบสนองต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลดำเนินการล่าช้าเกินไป

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของทางการเกาหลีใต้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (19 ต.ค. 2568) หน่วยงานข่าวกรองทางการเงิน (FIU) ภายใต้คณะกรรมการบริการทางการเงิน กำลังพิจารณาว่าจะกำหนดให้ผู้ต้องสงสัยและธุรกิจในเครือเป็น “นิติบุคคลที่ถูกจำกัด” หรือไม่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่การอายัดทรัพย์สินและสกัดกั้นธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงสกุลเงินดิจิทัลด้วย

“ทุกหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้จัดการหารือกันแล้วว่า จะกำหนดลักษณะขององค์กรอาชญากรรมในกัมพูชาและตอบสนองต่อองค์กรเหล่านี้อย่างไร” เจ้าหน้าที่รายหนึ่งกล่าว

การหารือดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 สัปดาห์หลังจากสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ประกาศร่วมกันคว่ำบาตรกลุ่มบริษัท Prince Group และ Huione Group ในกัมพูชา ซึ่งทั้งสองกลุ่มถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์, การฟอกเงิน และการฉ้อโกงทางไซเบอร์ขนาดใหญ่

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้กำหนดให้ Prince Group เป็น “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” และได้ฟ้องร้อง เฉิน จื้อ ประธานและซีอีโอชาวจีน ในข้อหาฉ้อโกงทางการเงินออนไลน์และการฟอกเงิน ขณะที่ Huione Group ก็ถูกตัดออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (17 ต.ค.) นายยู แจ-ซอง รักษาการผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตำรวจกำลังตรวจสอบข้อกล่าวหาเพื่อพิจารณาว่าจะเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการต่อบริษัทในเครือ Prince Group ในเกาหลีใต้หรือไม่

หากการคว่ำบาตรทางการเงินเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงท่าทีครั้งสำคัญของเกาหลีใต้ ซึ่งที่ผ่านมาเน้นใช้วิธีทางการทูตมากกว่า ขณะเดียวกัน FIU ก็วางแผนที่จะขยายการสอบสวนกิจกรรมการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัลทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในสิ้นปีนี้ด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : koreatimes

อิสราเอลยืนยัน ฮามาสคืนศพ “สนธยา อัครศรี” ตัวประกันชาวไทยแล้ว

อิสราเอลยืนยัน ฮามาสคืนศพ “สนธยา อัครศรี” ตัวประกันชาวไทยแล้ว

19 ต.ค. 2568 23:40 น.

อิสราเอลยืนยัน ฮามาสคืนศพ “สนธยา อัครศรี” ตัวประกันชาวไทยแล้ว

ทางการอิสราเอลยืนยันว่า ร่างผู้เสียชีวิตที่ฮามาสส่งคืนเมื่อวันเสาร์ คือร่างของนายสนธยา อัครศรี ตัวประกันชาวไทยที่ถูกสังหาร

เว็บไซต์ i24News ของสถานีโทรทัศน์อิสราเอล รายงานว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ประกาศในวันอาทิตย์ (19 ต.ค. 2568) ว่า ร่างผู้เสียชีวิตที่กลุ่มฮามาสคืนให้พวกเขาเพิ่มเติมเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา คือร่างของนายสนธยา อัครศรี คนงานเกษตรจากประเทศไทยอายุ 30 ปี ซึ่งถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไประหว่างการโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. 2566

หลังจากผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวตนโดยศูนย์นิติเวชศาสตร์แห่งชาติ โดยร่วมมือกับตำรวจอิสราเอลและคณะรับไบแห่งกองทัพ (Military Rabbinate) ผู้แทนของกองกำลัง IDF ได้แจ้งต่อครอบครัวอัครศรีว่า บุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขากลับคืนสู่อิสราเอล และได้รับการพิสูจน์ตัวตนอย่างเป็นทางการแล้ว

ตามการเปิดเผยของข้อมูลข่าวกรองและข้อมูลอื่นๆ ที่เผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ นายสนธยา อัครศรี ถูกลักพาตัวไปจากสวนผลไม้ในคิบบุตซ์เบรี (Kibbutz Be’eri) เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 และถูกสังหารในเวลาต่อมาด้วยฝีมือขององค์กรก่อการร้ายฮามาส โดยร่างของเขาถูกนำไปในฉนวนกาซา และถูกประกาศว่าเสียชีวิตเมื่อ 16 พ.ค. 2567

รัฐบาลอิสราเอล กับ IDF ได้แสดงความเสียใจไปยังครอบครัวอัครศรี รวมถึงประชาชนชาวไทย และครอบครัวของตัวประกันที่เสียชีวิตทุกคน และให้คำมั่นว่า จะทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อให้แน่ใจว่า ตัวประกันที่เสียชีวิตจะได้รับการส่งคืนครบทุกคน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : i24news.tv

กัมพูชาตอบรับ จัดประชุม RBC กับไทย แต่ขอประชุม GBC จบก่อน

กัมพูชาตอบรับ จัดประชุม RBC กับไทย แต่ขอประชุม GBC จบก่อน

19 ต.ค. 2568 23:00 น.

กัมพูชาตอบรับ จัดประชุม RBC กับไทย แต่ขอประชุม GBC จบก่อน

กัมพูชาตอบรับคำเชิญของกองทัพไทยที่ให้จัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) แต่ขอเลื่อนไปจนกว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) จะจบลง

กระทรวงกลาโหมของประเทศกัมพูชา ออกแถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กด้วย ประกาศตอบรับคำเชิญของฝ่ายไทยที่ขอให้จัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) แต่กัมพูชาขอเลื่อนออกไปจนกว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ซึ่งเริ่มขึ้นในวันจันทร์นี้ (20 ต.ค.) จะจบลง

แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่า “กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ขอแจ้งให้สาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศทราบดังต่อไปนี้:”

“เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 กองทัพภาคที่ 4 และ 5 ของกองทัพกัมพูชา ได้มีหนังสือถึง กองทัพภาคที่ 1 และ 2 ของไทย เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) กัมพูชา-ไทย ที่กำลังจะมาถึง โดยฝ่ายกัมพูชายินดีรับคำขอของฝ่ายไทยที่จะจัดการประชุม แต่ได้เสนอให้เลื่อนออกไปจนกว่าการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) กัมพูชา-ไทย วาระพิเศษครั้งที่ 2 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 ถึง 23 ตุลาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย จะเสร็จสิ้นลง”

“หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม GBC วาระพิเศษครั้งที่ 2 แล้ว กองทัพภาคที่ 4 และ 5 จะกลับมาหารือกับฝ่ายไทยอีกครั้ง เพื่อจัดการประชุม RBC ในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยจะนำผลลัพธ์จากการประชุม GBC มาใช้ เพื่อรับประกันให้เกิดความร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ, แสวงหาความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมเพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างสองประเทศ และอำนวยความสะดวกในการทำให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook

หยุดยิงสั่นคลอน อิสราเอลถล่มกาซารอบใหม่ อ้างทหารถูกโจมตี

หยุดยิงสั่นคลอน อิสราเอลถล่มกาซารอบใหม่ อ้างทหารถูกโจมตี

19 ต.ค. 2568 22:13 น.

หยุดยิงสั่นคลอน อิสราเอลถล่มกาซารอบใหม่ อ้างทหารถูกโจมตี

อิสราเอลเปิดฉากโจมตีฉนวนกาซารอบใหม่ อ้างว่าเพื่อตอบโต้หลังทหารของพวกเขาถูกโจมตีหลายครั้ง ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮามาสสั่นคลอน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิสราเอลเปิดฉากโจมตีฉนวนกาซารอบใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ต.ค. 2568 อ้างว่าเพื่อตอบโต้หลังจากทหารของพวกเขาถูกโจมตี ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างพวกเขากับกลุ่มฮามาสที่เปราะบางมากอยู่แล้ว สั่นคลอนยิ่งขึ้นไปอีก โดยที่อิสราเอลกับฮามาสต่างโทษอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลง

ผู้อยู่อาศัยในกาซาและหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นระบุว่า การโจมตีทางอากาศและปืนใหญ่ของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 11 ศพ ขณะที่กองทัพอิสราเอลระบุว่า อาจมีการโจมตีเป้าหมายกลุ่มฮามาสเพิ่มเติมอีก เพื่อตอบโต้ที่ทหารของพวกเขาถูกโจมตีถึง 3 ครั้งในวันอาทิตย์

ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลระบุว่า พวกเขาโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มติดอาวุธในพื้นที่เมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา หลังกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวยิงมิสไซล์ต่อต้านรถถังและยิงปืนเข้าใส่ทหารของพวกเขา

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอลกล่าวว่า เขาได้สั่งการให้กองทัพใช้กำลังเข้าตอบโต้ พร้อมกล่าวหาว่านี่เป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของกลุ่มฮามาส

ด้านฝ่ายติดอาวุธของกลุ่มฮามาส ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า พวกเขายังยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงในทุกพื้นที่ของกาซา พร้อมเสริมว่า ไม่ทราบเรื่องการปะทะกันในราฟาห์ และไม่ได้ติดต่อกับกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ ในพื้นที่นั้นตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว

อนึ่ง เหตุความรุนแรงที่ปะทุขึ้นครั้งนี้ถือเป็น บททดสอบที่จริงจังที่สุดของการหยุดยิงในฉนวนกาซา นับตั้งแต่ข้อตกลงมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 ต.ค. เพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมากว่าสองปี และทำให้ความหวังที่การหยุดยิงนี้จะทำให้เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืนลดน้อยลงไปอีก

รัฐบาลอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสกล่าวหากันไปมาว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงมาหลายวันแล้ว โดยฮามาสอ้างว่า การละเมิดหยุดยิงของอิสราเอลซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 46 ราย และขัดขวางการส่งเสบียงไม่ให้เข้าถึงฉนวนกาซา

อิสราเอลยืนยันในวันอาทิตย์ว่า จุดผ่านแดนราฟาห์ซึ่งเชื่อมระหว่างกาซาและอียิปต์จะยังคงปิดทำการ และการเปิดด่านอีกครั้งจะขึ้นอยู่กับว่า กลุ่มฮามาสปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่

อิสราเอลวิพากษ์วิจารณ์ฮามาสด้วยว่า คืนร่างตัวประกันที่เสียชีวิตล่าช้า โดยจนถึงตอนนี้ ฮามาสได้ปล่อยตัวตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมด 20 คนแล้ว และทยอยส่งมอบร่างตัวประกันที่เสียชีวิตคืนให้อิสราเอลแล้ว 12 ราย จากทั้งหมด 28 ราย แต่ฮามาสอ้างว่า ยังต้องใช้เวลาในการเก็บกู้ร่างตัวประกันที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ด่วน โจรบุกพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ปารีส กวาดอัญมณีล้ำค่าเกินประเมิน หนีหายภายใน 7 นาที

ด่วน โจรบุกพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ปารีส กวาดอัญมณีล้ำค่าเกินประเมิน หนีหายภายใน 7 นาที

19 ต.ค. 2568 18:29 น.

ด่วน โจรบุกพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ปารีส กวาดอัญมณีล้ำค่าเกินประเมิน หนีหายภายใน 7 นาที

ระทึก โจรสวมหน้ากาก 3 คน บุกใช้ลิฟต์ขนของเข้าถึง “ห้องแกลเลอรีอะพอลโล” ใจกลางพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ปารีส กวาดอัญมณี 9 ชิ้นหนีด้วยสกูตเตอร์ ฝรั่งเศสระดมทีมสอบสวนขณะที่พิพิธภัณฑ์ปิดให้บริการตลอดวัน

วันที่ 18 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุโจรกรรมอุกอาจกลางกรุงปารีส เมื่อกลุ่มคนร้ายสวมหน้ากากจำนวน 3 คน บุกเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก ก่อนลงมือขโมยอัญมณีมูลค่ามหาศาลภายในเวลาเพียง 7 นาที

โดยสื่อฝรั่งเศสรายงานว่า คนร้ายใช้ลิฟต์ขนของภายในอาคารเพื่อเข้าถึง “ห้องแกลเลอรีอะพอลโล” (Apollo Gallery) พื้นที่จัดแสดงเครื่องประดับอัญมณีล้ำค่า ก่อนใช้เลื่อยขนาดเล็กตัดตู้จัดแสดงและกวาดเอาอัญมณี 9 ชิ้นไปได้สำเร็จ

รายงานระบุว่า กลุ่มคนร้ายขี่สกูตเตอร์หลบหนีออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝรั่งเศสกำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและเก็บหลักฐานภายในจุดเกิดเหตุ

ราชิกา ดาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส แถลงยืนยันเหตุการณ์ว่าตำรวจกำลังสอบสวนอย่างเร่งด่วน และพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้ปิดให้บริการตลอดทั้งวันด้วยเหตุผลพิเศษ  เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด

ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งเป็นบ้านของผลงานศิลปะระดับโลกอย่าง “โมนาลิซา” เคยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดระดับสูง แต่เหตุปล้นครั้งนี้สร้างความตื่นตระหนกและถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์เปิดเผยว่า ทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปมีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าจะประเมินได้.

ญี่ปุ่นเตรียมตั้งรัฐบาลผสม “แอลดีพี–อิชิน” ปูทาง “ซาเนะ ทาคาอิจิ” ขึ้นนายกฯหญิงคนแรก

ญี่ปุ่นเตรียมตั้งรัฐบาลผสม "แอลดีพี–อิชิน" ปูทาง "ซาเนะ ทาคาอิจิ" ขึ้นนายกฯหญิงคนแรก

19 ต.ค. 2568 12:56 น.

ญี่ปุ่นเตรียมตั้งรัฐบาลผสม “แอลดีพี–อิชิน” ปูทาง “ซาเนะ ทาคาอิจิ” ขึ้นนายกฯหญิงคนแรก

พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) และพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (Japan Innovation Party) หรือ “ไอชิน” บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นในการจัดตั้งรัฐบาลผสมแล้ว เปิดทางให้ นางซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรค LDP ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น โดยคาดว่าจะมีการลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการในวันจันทร์นี้ แต่พันธมิตรใหม่นี้อาจมีเสถียรภาพที่สั่นคลอนกว่ารัฐบาลชุดก่อน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน และ พรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (Japan Innovation Party) หรือ “ไอชิน” ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองขนาดเล็กที่มีแนวคิดฝ่ายขวา ได้บรรลุข้อตกลงในการจัดตั้งรัฐบาลผสมแล้ว ซึ่งเป็นการปูทางให้นางซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรคแอลดีพี ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ

คาดว่านางทาคาอิจิ และนาย ฮิโรฟูมิ โยชิมูระ หัวหน้าพรรคไอชิน จะลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการเพื่อผนึกพันธมิตรในวันจันทร์นี้ และคาดว่าสมาชิกสภาของพรรคไอชินจะลงคะแนนให้นางทาคาอิจิในการเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาวันอังคารนี้

ก่อนหน้านี้ เส้นทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนางทาคาอิจิเกือบจะแน่นอนแล้ว หลังจากเธอชนะการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแอลดีพีเมื่อต้นเดือนนี้ แต่ทุกอย่างกลับต้องมีการเจรจาขนานใหญ่ เมื่อพรรคโคเมโตะ (Komeito) ซึ่งเป็นพันธมิตรเดิมที่ร่วมงานกันมา 26 ปี ได้ประกาศถอนตัวออกจากรัฐบาลผสมเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า พรรคไอชินจะไม่ส่งสมาชิกพรรคเข้าร่วมคณะรัฐมนตรีของนางทาคาอิจิ ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งเป็นรูปแบบพันธมิตรที่แตกต่างจากที่แอลดีพีเคยมีกับพรรคโคเมโตะ ทำให้เกิดความกังวลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่นี้

ในการดึงพรรคไอชินเข้าร่วม พรรคแอลดีพีได้เสนอที่จะดำเนินการต่อในประเด็นสำคัญที่ไอชินสนับสนุน เช่น การห้ามการบริจาคจากบริษัทและองค์กรอื่น ๆ รวมถึงการพิจารณา ยกเว้นภาษีการขายสำหรับรายการอาหาร โดยพรรคไอชินเคยเสนอให้ยกเลิกภาษีอาหารเป็นเวลาสองปี

นางทาคาอิจิ มีแนวคิดสนับสนุนการใช้จ่ายที่สูงขึ้นและการลดภาษีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อต่อผู้บริโภค นอกจากนี้เธอยังมีจุดยืนที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังสงครามที่เน้นสันตินิยม เพื่อรับรองบทบาทของกองทัพที่กำลังขยายตัวของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ นางทาคาอิจิเป็นผู้ที่เดินทางไปสักการะศาลเจ้ายาสุคุนิ ซึ่งเป็นที่ระลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามของญี่ปุ่นเป็นประจำ (รวมถึงอาชญากรสงครามที่ถูกประหารชีวิตบางส่วน) ทำให้เธอถูกมองจากบางประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียว่าเป็นสัญลักษณ์ของลัทธิทหารในอดีตของประเทศ.

ที่มา Reuters