ญี่ปุ่นเตรียมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ 21 ต.ค.

ญี่ปุ่นเตรียมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ 21 ต.ค.

17 ต.ค. 2568 12:05 น.

ญี่ปุ่นเตรียมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ 21 ต.ค.

สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นนัดลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ โดยพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) เสนอวันดังกล่าว หลังพันธมิตรเก่าล่มสลาย และอยู่ระหว่างเจรจาจัดตั้งรัฐบาลใหม่กับพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น เพื่อผลักดัน “ซานาเอะ ทาคาอิจิ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ

รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า คณะกรรมการสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น ได้ตกลงที่จะจัดการลงคะแนนในรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไปในวันอังคารที่ 21 ตุลาคมนี้ แม้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะแสดงความไม่เห็นด้วยกับกำหนดเวลาดังกล่าว โดยอ้างว่าการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมยังคงดำเนินอยู่

ซานาเอะ ทาคาอิจิ วัย 64 ปี ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรค เสรีประชาธิปไตย (LDP) ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม แต่ความฝันในการเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นต้องสะดุดลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เมื่อพรรค โคเมอิโตะซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลมานาน 26 ปี ประกาศถอนตัวเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม เนื่องจากปัญหาเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการจัดการเงินทุนของพรรค LDP

ขณะนี้พรรค LDP กำลังเร่งเจรจาเพื่อจัดตั้งแนวร่วมใหม่กับพรรคฝ่ายค้านสายอนุรักษ์อย่างพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) หากการเจรจาสำเร็จ แนวร่วมใหม่นี้จะช่วยให้นางทาคาอิจิ มีโอกาสสูงที่จะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี แม้ว่าจำนวนที่นั่งของสองพรรคจะยังขาดไป 2 ที่นั่งในการได้เสียงข้างมากเด็ดขาดก็ตาม แต่ตามกฎการลงคะแนนรอบที่สอง นางทาคาอิจิเพียงแค่ต้องได้รับคะแนนมากกว่าคู่แข่งเท่านั้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีคนใหม่มีภารกิจทางการทูตสำคัญรออยู่หลายรายการในช่วงปลายเดือนนี้ ทั้งการประชุมสุดยอดระหว่างประเทศใน มาเลเซีย และ เกาหลีใต้ รวมถึงการเยือนญี่ปุ่นของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ซึ่งการเยือนครั้งนี้มีประเด็นทางการค้า การหยุดการนำเข้าพลังงานรัสเซีย และการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็นวาระสำคัญ

นอกจากนี้ ทาคาอิจิ ซึ่งถูกมองว่าเป็นนักอนุรักษ์นิยมสุดโต่งและสายเหยี่ยวต่อจีน ก็ได้เคยไปเยือนศาลเจ้ายาสุคุนิ ซึ่งเป็นสถานที่ที่สร้างความไม่พอใจต่อจีนและเกาหลีใต้มาแล้วในอดีต อย่างไรก็ตาม ในวันศุกร์ซึ่งเป็นวันเปิดเทศกาลฤดูใบไม้ร่วง นางทาคาอิจิได้ส่งเครื่องสักการะไปแทน และมีรายงานว่าเธอน่าจะงดเว้นการเดินทางไปเยือนด้วยตัวเอง เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความขุ่นเคืองให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งนับเป็นแนวทางเดียวกับอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ซึ่งเป็นอาจารย์ทางการเมืองของเธอ.

ที่มา Reuters AFP

พันเอกผู้นำก่อรัฐประหารมาดากัสการ์ เมินแรงกดัน เตรียมสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันนี้

พันเอกผู้นำก่อรัฐประหารมาดากัสการ์ เมินแรงกดัน เตรียมสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันนี้

17 ต.ค. 2568 11:43 น.

พันเอกผู้นำก่อรัฐประหารมาดากัสการ์ เมินแรงกดัน เตรียมสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันนี้

ผู้นำก่อรัฐประหารมาดากัสการ์ เตรียมเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ในวันนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากสหภาพแอฟริกาออกมาประณามและสั่งพ้นสมาชิกภาพ 

วันที่ 17 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พันเอกไมเคิล แรนเดรียนีรีนา ผู้นำทหารคนใหม่ของมาดากัสการ์ ประกาศว่า เขาจะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันศุกร์ (17 ต.ค.) นี้ ภายหลังจากที่กองทัพเข้ายึดอำนาจโค่น ประธานาธิบดีอ็องดรี ราเจอลินา เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

พันเอกแรนเดรียนีรีนา ระบุในแถลงการณ์เว่า พิธีสาบานตนจะจัดขึ้นภายใต้การดูแลของศาลรัฐธรรมนูญสูงสุด โดยกล่าวว่า พิธีนี้จะเป็นการแต่งตั้งพันเอกไมเคิล แรนเดรียนีรีนา เป็นประธานาธิบดีเพื่อการปฏิรูปประเทศอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจ นำโดยกองทัพเพื่อบริหารประเทศร่วมกับรัฐบาลเฉพาะกาล เป็นระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ก่อนจัดการเลือกตั้งทั่วไป

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีราเจอลินา ซึ่งหลบหนีออกนอกประเทศ ถูกสภานิติบัญญัติมีมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง แต่เจ้าตัวกลับออกแถลงการณ์ปฏิเสธ ไม่ยอมรับผลรัฐประหาร พร้อมกล่าวหากลุ่มทหารว่าเป็นการยึดอำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขณะที่กระแสการประท้วงของเยาวชนกลุ่ม “Gen Z” เรียกร้องให้เขาลาออก ยังคงปะทุทั่วประเทศ

ทางด้าน สหภาพแอฟริกา ได้ประกาศระงับสมาชิกภาพของมาดากัสการ์ทันทีภายหลังการรัฐประหาร พร้อมเรียกร้องให้ฟื้นฟูรัฐบาลพลเรือนและจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว การระงับสมาชิกภาพดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันทางการเมืองและโดดเดี่ยวรัฐบาลทหารของมาดากัสการ์ในเวทีระหว่างประเทศ.

ทั้งนี้ พันเอกแรนเดรียนีรีนา เคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการหน่วยรบพิเศษซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรัฐประหารปี 2552 ที่นำราเจอลินาขึ้นสู่อำนาจ แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขากลับแยกตัวออกจากผู้นำเก่าและเรียกร้องให้กองทัพไม่ใช้กำลังกับผู้ประท้วง.

หมีทำร้ายคนในญี่ปุ่นเสียชีวิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 7 รายในปีนี้

หมีทำร้ายคนในญี่ปุ่นเสียชีวิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 7 รายในปีนี้

17 ต.ค. 2568 11:37 น.

หมีทำร้ายคนในญี่ปุ่นเสียชีวิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 7 รายในปีนี้

กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากหมีทำร้ายในปีนี้ พุ่งขึ้นแตะ 7 ราย นับตั้งแต่เดือนเมษายน ถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี 2006 โดยเหยื่อส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือและจังหวัดฮอกไกโด

การโจมตีของหมีมักจะเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ก่อนที่พวกมันจะเข้าสู่ภาวะจำศีล ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้หมีที่หิวโหยเข้าสู่เขตชุมชนคือเมล็ดของต้นบีชที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้การลดลงของจำนวนประชากรในพื้นที่ชนบทก็ถูกระบุว่าเป็นอีกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

ตัวเลขจากกระทรวงฯ ชี้ว่า ยอดผู้เสียชีวิต 7 รายในปีนี้ แซงหน้าสถิติเดิม 5 รายที่บันทึกไว้เมื่อปีสิ้นสุดเดือนเมษายน 2024 ไปแล้ว นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกประมาณ 100 ราย ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 85 ราย  ในรอบ 12 เดือนก่อนหน้า

เหตุการณ์ล่าสุดที่ต้องสงสัยว่าถูกหมีทำร้ายเกิดขึ้นที่เมือง คิตาคามิ จังหวัดอิวาเตะ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังมีรายงานว่าชายอายุ 60 ปี ซึ่งกำลังทำความสะอาดบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งได้หายตัวไป โดยเจ้าหน้าที่พบเลือดมนุษย์และขนหมีในที่เกิดเหตุ ซึ่งเกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่เพิ่งมีการยืนยันว่าชายที่พบศพเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในจังหวัดอิวาเตะก็เสียชีวิตจากการถูกหมีทำร้ายเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเหตุการณ์ที่น่าตกใจในเมืองนุมะตะ จังหวัดกุนมะ ทางเหนือของกรุงโตเกียว เมื่อหมีโตเต็มวัยขนาด 1.4 เมตรตัวหนึ่ง ได้บุกเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตและทำร้ายชายสองคนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยซูเปอร์มาร์เก็ตดังกล่าวอยู่ใกล้พื้นที่ภูเขา แต่ไม่เคยมีหมีเข้าใกล้มาก่อน ผู้จัดการร้านเล่าว่ามีลูกค้าอยู่ภายในร้านประมาณ 30-40 คน และหมีมีอาการตื่นตระหนกขณะพยายามหาทางออก

ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวชาวสเปนรายหนึ่งก็ถูกหมีทำร้ายที่ป้ายรถประจำทางในหมู่บ้านชิราคาวาโกะ ทางตอนกลางของญี่ปุ่นด้วย

ทั้งนี้ ในญี่ปุ่นพบหมีอยู่ 2 ชนิดหลัก ได้แก่ หมีดำเอเชีย และ หมีสีน้ำตาล ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า และพบได้เฉพาะที่เกาะฮอกไกโดเท่านั้น.

ที่มา BBC

BYD เรียกคืนรถครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ หลังพบปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่เสี่ยงไฟไหม้

 BYD เรียกคืนรถครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์  หลังพบปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่เสี่ยงไฟไหม้

17 ต.ค. 2568 11:36 น.

BYD เรียกคืนรถครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ หลังพบปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่เสี่ยงไฟไหม้

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของจีน BYD ประกาศ เรียกคืนรถครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท รวมกว่า 115,000 คัน หลังพบปัญหาเกี่ยวกับการออกแบบชิ้นส่วนและความปลอดภัยแบตเตอรี่ใน 2 รุ่น

สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งชาติจีนเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (17 ต.ค.) ว่า BYD ได้ยื่นแผนเรียกคืนรถจำนวน 44,535 คัน ในรุ่น Tang series ที่ผลิตระหว่างเดือนมีนาคม 2015 ถึงกรกฎาคม 2017 เนื่องจากมีข้อบกพร่องด้านการออกแบบที่อาจทำให้ระบบบางส่วนทำงานผิดปกติ

นอกจากนี้ ยังมีการเรียกคืนเพิ่มเติมอีก 71,248 คัน ในรุ่น Yuan Pro EV ที่ผลิตระหว่างกุมภาพันธ์ 2021 ถึงสิงหาคม 2022 หลังตรวจพบ ปัญหาการติดตั้งแบตเตอรี่ในกระบวนการผลิต ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ก่อนหน้านี้ BYD เคยมีการเรียกรถคืน 6,843 คันในรุ่น Fangchengbao Bao 5 รถ SUV ปลั๊กอินไฮบริด ที่มีความเสี่ยงเกิดไฟไหม้เมื่อต้นปีนี้ และในเดือนกันยายน 2024 บริษัทก็เพิ่งเรียกคืนรถยนต์ไฟฟ้ารวมเกือบ 97,000 คัน ในรุ่น Dolphin และ Yuan Plus หลังพบความบกพร่องในหน่วยควบคุมพวงมาลัย ที่อาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้เช่นกัน

โดยเหตุการณ์นี้ถือเป็นการทดสอบความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อแบรนด์ BYD ที่กำลังครองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในจีนและต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่การแข่งขันในตลาด EV ทั่วโลกทวีความรุนแรง.

ที่มา :channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ BYD

อะแลสกาอพยพปชช.กว่า 1,600 คนหนีปลายพายุไต้ฝุ่นหะลอง ทำผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ สูญหาย 2 ราย

อะแลสกาอพยพปชช.กว่า 1,600 คนหนีปลายพายุไต้ฝุ่นหะลอง ทำผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ สูญหาย 2 ราย

17 ต.ค. 2568 10:57 น.

อะแลสกาอพยพปชช.กว่า 1,600 คนหนีปลายพายุไต้ฝุ่นหะลอง ทำผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ สูญหาย 2 ราย

ทางการรัฐอะแลสกา ของสหรัฐฯ เร่งอพยพประชาชนกว่า 1,600 คน หนีอิทธิพลจากปลายพายุไต้ฝุ่นหะลอง ที่พัดถล่มหมู่บ้านพื้นเมืองเสียหายหนัก ดับแล้ว 1 ศพ สูญหาย 2 ราย  

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 ทางการรัฐอะแลสกา ของสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการอพยพประชาชนจากหมู่บ้านพื้นเมืองที่ได้รับผลกระทบจากปลายพายุไต้ฝุ่น “หะลอง” (Halong) หลังพายุลูกนี้พัดถล่มพื้นที่ลุ่มต่ำทางตะวันตกของรัฐเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ และสูญหายอีก 2 ราย

พายุหะลอง ซึ่งอ่อนกำลังลงจากไต้ฝุ่นเป็นพายุโซนร้อนเมื่อเข้าสู่แผ่นดิน ได้พัดพาน้ำทะเลหนุนสูงเป็นประวัติการณ์ เข้าท่วมหมู่บ้านชายฝั่งขนาดเล็กอย่าง คิปนุก  และ ควิกกิลลิงกอก ในเขต ยูคอน–คัสโคควิม จนน้ำสูงกว่า 1.8 เมตรจากระดับน้ำทะเลปกติ

รายงานจาก กรมทหารผ่านศึกและกิจการทหารรัฐอลาสกา ระบุว่า ขณะนี้มีผู้อพยพประมาณ 1,600 คน ถูกส่งตัวไปยัง 13 ศูนย์พักพิงชั่วคราว ที่จัดตั้งขึ้นทั่วภูมิภาค โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีผู้อพยพกว่า 300 คน ถูกลำเลียงด้วยเครื่องบินไปยังเมือง แองเคอเรจ ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ภัยพิบัติราว 800 กิโลเมตร เพื่อพักในอาคารกีฬา Alaska Airlines Center ที่สามารถรองรับได้ราว 400 คน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยว่า นี่เป็นหนึ่งในภารกิจอพยพทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐอะแลสกา โดยหวังว่าสามารถย้ายผู้อพยพทั้งหมดไปยังที่พักถาวร เช่น โรงแรมหรือหอพัก ได้ภายในไม่กี่วันข้างหน้า

พายุไต้ฝุ่น หะลอง ซึ่งก่อนหน้านี้ก่อตัวในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก เคยสร้างความเสียหายหนักในญี่ปุ่น ก่อนพัดขึ้นเหนือและอ่อนกำลังลงเข้าสู่อลาสกา ทำให้พื้นที่ชายฝั่งหลายแห่งถูกน้ำท่วมสูงและสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก.

ส่งกลับชาวเกาหลีใต้เพิ่มอีก 2 ส่วนอีก 59 คน รอเนรเทศจากกัมพูชาวันนี้

ส่งกลับชาวเกาหลีใต้เพิ่มอีก 2 ส่วนอีก 59 คน รอเนรเทศจากกัมพูชาวันนี้

17 ต.ค. 2568 10:33 น.

ส่งกลับชาวเกาหลีใต้เพิ่มอีก 2 ส่วนอีก 59 คน รอเนรเทศจากกัมพูชาวันนี้

ทางการเกาหลีใต้ยืนยันในวันศุกร์ ว่าชาวเกาหลีใต้ 2 คนที่ถูกควบคุมตัวในกัมพูชา ได้เดินทางกลับถึงประเทศแล้ว ขณะที่อีก 59 คนรอเนรเทศภายในวันนี้

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ชาวเกาหลีใต้ทั้งสองเดินทางถึงสนามบินนานาชาติอินชอนแล้วเมื่อวันศุกร์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม 63 คนที่ถูกจับในกัมพูชา ขณะที่ก่อนหน้านี้มีอีก 2 คนถูกส่งกลับมาก่อนหน้า แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทั้ง 4 คนถูกเนรเทศโดยทางการหรือสมัครใจกลับเอง

โดยการส่งตัวกลับครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากทางการพนมเปญประกาศแผนจะเนรเทศคนเกาหลีใต้เพิ่มอีก 59 คน ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งรวมถึง “Pig Butchering Scam” หรือ กลโกงหลอกลงทุนคริปโต ที่สร้างความเสียหายมหาศาลทั่วโลก

ด้านวี ซอง-แล็ก ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ในบรรดาผู้ถูกควบคุมตัว มีทั้งผู้ที่เข้าร่วมขบวนการโดยสมัครใจ และผู้ที่ถูกหลอกหรือบังคับให้ทำงานในศูนย์หลอกลวงออนไลน์

โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ส่งคณะเจ้าหน้าที่พิเศษเดินทางไปยังพนมเปญตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่กัมพูชาเกี่ยวกับคดี ศูนย์หลอกลวงออนไลน์-ค้ามนุษย์แรงงานต่างชาติ ซึ่งมีการลักพาตัวชาวเกาหลีใต้หลายสิบคนไปบังคับทำงาน

รายงานของทางการเกาหลีใต้ระบุว่า ปัจจุบันมีชาวเกาหลีใต้ราว 1,000 คน ที่คาดว่าเกี่ยวข้องหรือถูกหลอกให้เข้าไปอยู่ในขบวนการหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชา ซึ่งอุตสาหกรรมผิดกฎหมายนี้มีคนทำงานมากกว่า 200,000 คน ทั้งที่เต็มใจและถูกบังคับภายใต้ความรุนแรง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า อุตสาหกรรม หลอกลวงไซเบอร์ในกัมพูชา ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และมีมูลค่ามากถึงระดับหลายพันล้านดอลลาร์ โดยมีขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติอยู่เบื้องหลัง ทั้งในรูปแบบ หลอกลงทุนคริปโต, คอลเซ็นเตอร์ปลอม, และการบังคับแรงงานต่างชาติ ที่มักจบลงด้วยการค้ามนุษย์.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สแกมเมอร์

กัมพูชาเผย รวบผู้ต้องสงสัยฉ้อโกงออนไลน์ กว่า 3,400 รายในช่วงเกือบ 4 เดือน

กัมพูชาเผย รวบผู้ต้องสงสัยฉ้อโกงออนไลน์ กว่า 3,400 รายในช่วงเกือบ 4 เดือน

17 ต.ค. 2568 10:02 น.

กัมพูชาเผย รวบผู้ต้องสงสัยฉ้อโกงออนไลน์ กว่า 3,400 รายในช่วงเกือบ 4 เดือน

กัมพูชาเผย ปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วประเทศระหว่างเดือนมิ.ย.ถึงต.ค. 2568 จับกุมผู้ต้องสงสัยกว่า 3,400 คนจาก 20 ชาติ พร้อมส่งดำเนินคดีในคดีใหญ่ 10 คดี รวมถึงคดีฆาตกรรมและค้ามนุษย์

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 สำนักเลขาธิการ คณะกรรมาธิการแห่งชาติกัมพูชาเพื่อปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ แถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วประเทศ ที่ดำเนินระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน ถึง 14 ตุลาคม 2568 ซึ่งถือเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดของปี

หน่วยบัญชาการระดับจังหวัดและเมืองหลวงภายใต้การกำกับของคณะกรรมาธิการฯ ได้บุกตรวจค้นและปิดล้อม 92 จุดใน 18 จังหวัดและนครหลวงพนมเปญ สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้รวม 3,455 คน จาก 20 สัญชาติ ได้แก่ จีน (รวมไต้หวัน)  เวียดนาม  อินโดนีเซีย  อินเดีย บังกลาเทศ  ไทย  เกาหลีใต้  ปากีสถาน เนปาล มาเลเซีย  ญี่ปุ่น  เมียนมา ฟิลิปปินส์  ลาว  แคเมอรูน  ไนจีเรีย  ยูกันดา  เซียร์ราลีโอน  มองโกเลีย และรัสเซีย

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก รวมถึงโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หนังสือเดินทาง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นับพันชิ้น พร้อมปิดพื้นที่เกิดเหตุทั้งหมดไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าถึง พร้อมกันนี้ยังร่วมมือกับประเทศคู่พันธมิตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกัมพูชา เพื่อตรวจสอบหลักฐานทั้งหมดอย่างละเอียดเพื่อสืบหาตัวผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายข้ามชาติ และวางแนวทางปราบปรามเพิ่มเติมในอนาคต

ในจำนวนนี้มี 10 คดีสำคัญ ถูกส่งดำเนินคดีในศาลของกรุงพนมเปญ จังหวัดกันดาล พระสีหนุ และกำปอต โดยมีผู้ต้องหาหลักรวม 75 คน (ในนั้นเป็นผู้หญิง 5 คน) ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดี หลอกลวงออนไลน์ ฆาตกรรม และค้ามนุษย์ ถือเป็นหนึ่งในการดำเนินคดีครั้งใหญ่สุดของปีนี้

รัฐบาลกัมพูชาระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ ส่งตัวคนต่างชาติกลับประเทศ 2,825 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 476 คน  และสามารถช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ออกจากเครือข่ายอาชญากรรมได้หลายราย ซึ่งผลการดำเนินการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึง  ความมุ่งมั่นอย่างเข้มแข็งของรัฐบาลในการขจัดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีออกจากประเทศ พร้อมย้ำว่ากัมพูชาเองก็เป็นหนึ่งในเหยื่อของอาชญากรรมประเภทนี้เช่นกัน

ทั้งนี้ สมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ประกาศเปิด “แคมเปญระดับชาติปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์” เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม  2568 โดยสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยความมั่นคงทุกระดับต้องรับผิดชอบเต็มที่  หากละเลยหรือล้มเหลวในการปฏิบัติตามคำสั่ง อาจถูกพิจารณาย้ายหรือปลดจากตำแหน่ง.

ที่มา Freshnews

แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

17 ต.ค. 2568 08:57 น.

แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงาน เกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.1 ทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ประเทศเผชิญกับแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งก่อนหน้านี้

ราล์ฟ คาดาเลนา เจ้าหน้าที่กู้ภัยในจังหวัดซูริเกา เดล นอร์เต เปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ โดยกล่าวว่า ผู้คนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างกะทันหัน แต่กินเวลาเพียงไม่นานเท่านั้น

มีรายงานว่าศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ใกล้เขตเทศบาลดาปา จังหวัดซูริเกา เดล นอร์เต ที่ระดับความลึกประมาณ 69 กิโลเมตร ตามรายงานของ USGS

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากแผ่นดินไหวขนาด 7.4 และ 6.7 ที่เขย่าภาคตะวันออกของเกาะมินดาเนาเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 คน และก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน ฟิลิปปินส์ก็เพิ่งประสบแผ่นดินไหวขนาด 6.9 ในจังหวัดเซบูทางภาคกลางของประเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 76 คน และบ้านเรือนกว่า 72,000 หลังถูกทำลายหรือได้รับความเสียหาย ตามข้อมูลของทางการ

ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวเกือบทุกวัน เนื่องจากตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก ซึ่งเป็นแนวโค้งที่มีความเคลื่อนไหวทางธรณีวิทยาสูง ครอบคลุมตั้งแต่ญี่ปุ่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลาง

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1976 เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.0 ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะมินดาเนา ซึ่งก่อให้เกิดคลื่นสึนามิและคร่าชีวิตผู้คนกว่า 8,000 ราย นับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของฟิลิปปินส์.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าว แผ่นดินไหวฟิลิปปินส์

“อนุทิน” ยกหูเกาหลี ปราบสแกมเมอร์ ทอ.โต้ข่าวเฟกนิวส์กัมพูชา ยันเอฟ 16 ถล่มเป้าทหาร

"อนุทิน" ยกหูเกาหลี ปราบสแกมเมอร์ ทอ.โต้ข่าวเฟกนิวส์กัมพูชา ยันเอฟ 16 ถล่มเป้าทหาร

“อนุทิน” ยกหูเกาหลี ปราบสแกมเมอร์ ทอ.โต้ข่าวเฟกนิวส์กัมพูชา ยันเอฟ 16 ถล่มเป้าทหาร

17 ต.ค. 2568 08:34 น.

กองทัพภาคที่ 1 น้อมรับสนองพระกระแสรับสั่ง สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงห่วงใยความปลอดภัยของทหารและประชาชนพื้นที่ชายแดน เร่งสำรวจจุดสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัยที่ จ.สระแก้ว เบื้องต้นก่อสร้างบังเกอร์ 10 แห่ง หลุมหลบภัย 2 แห่ง เป็นลำดับแรก “อนุทิน” ตอบสื่อ

บี้สินบนดีอี 40 ล้าน เพื่อไทยฟาด! มท.ย้ายบิ๊กลอต ไชยชนกปัดเฉยรอผลสอบ

บี้สินบนดีอี 40 ล้าน เพื่อไทยฟาด! มท.ย้ายบิ๊กลอต ไชยชนกปัดเฉยรอผลสอบ

บี้สินบนดีอี 40 ล้าน เพื่อไทยฟาด! มท.ย้ายบิ๊กลอต ไชยชนกปัดเฉยรอผลสอบ

17 ต.ค. 2568 08:17 น.

“อนุทิน” บินเยือน สปป.ลาว เชิญ “สอนไซ” เยือนไทยถกผู้นำแม่น้ำโขง-ล้านช้าง จับมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติ เล็งขยายความร่วมมือเพิ่มการค้า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2027 “บวรศักดิ์”เตือนถ้ามีการร้องร่าง รธน.ขัดคำวินิจฉัยศาล รธน. 29 มี.ค. เอาเนื้อหา รธน.ไปทำประชามติไม่ได้