ฝรั่งเศสเตรียมรับรองปาเลสไตน์ หลังอิสราเอลถล่มกาซาดับอีก 61 ศพ

ฝรั่งเศสเตรียมรับรองปาเลสไตน์ หลังอิสราเอลถล่มกาซาดับอีก 61 ศพ

22 ก.ย. 2568 22:22 น.

ฝรั่งเศสเตรียมรับรองปาเลสไตน์ หลังอิสราเอลถล่มกาซาดับอีก 61 ศพ

ฝรั่งเศสเตรียมประกาศรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ ก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ขณะที่ผู้นำอิสราเอลต่อต้านอย่างหนัก และประกาศจะตอบโต้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่เตรียมให้การรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ ระหว่างที่ผู้นำทั่วโลกไปรวมตัวกันที่นครนิวยอร์กในวันจันทร์ที่ 22 ก.ย. 2568 นี้ เพื่อร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) ในวันอังคาร ตามรอยสหราชอาณาจักร, ออสเตรเลีย, แคนาดา กับ โปรตุเกส ที่ประกาศรับรองไปก่อนหน้านี้

เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ปรึกษาของนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ประเทศของเขารวมถึง เบลเยียม, ลักเซมเบิร์ก, อันดอร์รา, ซานมาริโน และมอลตา จะประกาศรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์ในวันนี้ ขณะที่นายคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ระบุว่า กำลังพิจารณา

ส่วนประธานาธิบดีมาครงกล่าวว่า “การรับรองรัฐปาเลสไตน์ในวันนี้เป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทางการเมืองให้กับสถานการณ์ที่ต้องยุติลง” สื่อถึงสงครามในฉนวนกาซาที่ดำเนินมาเกือบครบ 2 ปีแล้ว โดยนายมาครงคาดหวังว่า หลังจากนี้จะเกิดการหยุดยิง, ตัวประกันทุกคนได้รับการปล่อยตัว และฟื้นฟูการส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาคัดค้านการรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์อย่างชัดเจน โดยระบุว่า การทำเช่นนี้คือการ “ให้รางวัลก้อนใหญ่” แก่กลุ่มฮามาส พร้อมประกาศกร้าวว่า “การก่อตั้งรัฐปาเลสไตน์จะไม่มีวันเกิดขึ้น”

นายกฯ อิสราเอลบอกอีกว่า เขาจะตอบโต้สิ่งที่เขาเรียกว่า “ความพยายามล่าสุดที่จะก่อตั้งรัฐก่อการร้าย” ในอิสราเอล หลังการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในวันจันทร์นี้

นายเนทันยาฮูไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะตอบโต้อย่างไร แต่นาง อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหราชอาณาจักร บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า เธอได้เตือนอิสราเอลไม่ให้ผนวกดินแดนบางส่วนของเวสต์แบงก์เพื่อตอบโต้การรับรองสถานะรัฐปาเลสไตน์

ขณะเดียวกันที่ฉนวนกาซา กระทรวงสาธารณสุขของกลุ่มฮามาสออกมาเปิดเผยว่า การโจมตีระลอกล่าสุดของอิสราเอลในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สังหารชาวปาเลสไตน์เพิ่มอีก 61 ศพแล้ว ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมนับตั้งแต่สงครามในกาซาเริ่มขึ้นเมื่อ 7 ต.ค. 2566 อยู่ที่ 65,344 ศพ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ฮ่องกงปิดสนามบิน 36 ชั่วโมง รับมือไต้ฝุ่นรากาซา คาดยกเลิกกว่า 500 เที่ยวบิน

ฮ่องกงปิดสนามบิน 36 ชั่วโมง รับมือไต้ฝุ่นรากาซา คาดยกเลิกกว่า 500 เที่ยวบิน

22 ก.ย. 2568 15:17 น.

ฮ่องกงปิดสนามบิน 36 ชั่วโมง รับมือไต้ฝุ่นรากาซา คาดยกเลิกกว่า 500 เที่ยวบิน

สนามบินนานาชาติฮ่องกงประกาศปิดทำการ 36 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันอังคารที่ 23 ก.ย. เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับหนึ่งในซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี 

ฮ่องกงเตรียมเผชิญหน้ากับหนึ่งใน ซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี โดยสั่งปิดทำการสนามบินนานาชาติฮ่องกง 36 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันอังคารที่ 23 ก.ย. จนถึงเวลา 08.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 25 ก.ย. เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและเจ้าหน้าที่

ด้านสายการบินแควนตัส เปิดเผยในแถลงการณ์ว่า สนามบินฮ่องกงจะปิดทำการชั่วคราวตามมาตรการรับมือไต้ฝุ่น พร้อมให้คำมั่นว่าจะติดต่อผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ขณะที่สายการบินฮ่องกงระบุเพียงว่า กำลังจับตาสถานการณ์ใกล้ชิดและเริ่มมาตรการรับมือแล้ว แต่ยังไม่มีประกาศปิดสนามบินอย่างเป็นทางการ

ขณะที่สายการบินคาเธย์ แปซิฟิค ยืนยันว่าจะต้องยกเลิกเที่ยวบินผู้โดยสารมากกว่า 500 เที่ยวบิน โดยระบุว่า ตั้งแต่เวลา 18.00 น. วันอังคาร เที่ยวบินขาเข้าและขาออกจากสนามบินฮ่องกงทั้งหมดจะหยุดให้บริการ และจะกลับมาเปิดทำการในช่วงกลางวันของวันพฤหัสบดี 

ด้านหอสังเกตการณ์ฮ่องกง ซึ่งเป็นหน่วยงานพยากรณ์อากาศ ระบุว่าจะออกสัญญาณเตือนไต้ฝุ่นระดับต่ำสุดตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันจันทร์ และจะปรับเป็นสัญญาณเตือนระดับ 8 ซึ่งเป็นระดับเตือนสูงสุดอันดับสอง ในคืนวันจันทร์ระหว่างเวลา 20.00–22.00 น.

สภาพอากาศคาดว่าจะเลวร้ายลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันอังคาร โดยในวันพุธจะมี ลมแรงถึงระดับพายุโซนร้อนและพายุไต้ฝุ่น ถล่มเมือง ขณะที่นอกชายฝั่งและพื้นที่สูงอาจเจอแรงลมถึงระดับเฮอริเคน

ทั่วเมืองฮ่องกง ประชาชนเริ่มกักตุนสิ่งจำเป็นตั้งแต่เช้าวันจันทร์ มีรายงานคิวยาวในซูเปอร์มาร์เก็ต สินค้าบางอย่างเช่นนมหมดเกลี้ยง ขณะที่ราคาผักในตลาดสดพุ่งสูงกว่าปกติกว่าสามเท่า

ไม่เพียงแต่ฮ่องกงที่ได้รับผลกระทบ ล่าสุดฟิลิปปินส์ ก็สั่งปิดสถานศึกษาและหยุดงานราชการทั่วกรุงมะนิลาและหลายจังหวัดในวันจันทร์เช่นกัน เนื่องจากไต้ฝุ่นรากาซาเคลื่อนเข้าใกล้เกาะลูซอนตอนเหนือ พร้อมลมแรงและฝนตกหนัก.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไต้ฝุ่นรากาซา

กลาโหมอินโดนีเซียลงโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ ชี้แจงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทหาร

กลาโหมอินโดนีเซียลงโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ ชี้แจงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทหาร

22 ก.ย. 2568 15:01 น.

กลาโหมอินโดนีเซียลงโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ ชี้แจงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของทหาร

กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียซื้อพื้นที่โฆษณาเต็มหน้าในหนังสือพิมพ์รายใหญ่ที่สุดของประเทศ เพื่อชี้แจงและปกป้องบทบาทที่ขยายตัวของกองทัพในภารกิจที่ไม่ใช่การป้องกันประเทศ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงอำนาจของกองทัพที่เพิ่มขึ้นภายใต้การนำของประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต

นับตั้งแต่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ได้แต่งตั้งบุคลากรทางทหารเข้ารับตำแหน่งในหน่วยงานรัฐบาลมากขึ้น รวมถึงมอบหมายภารกิจในโครงการสำคัญของรัฐบาลให้กับกองทัพ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักศึกษาและนักเคลื่อนไหวว่า อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก อาจกลับสู่ยุค “ระเบียบใหม่” ที่ปกครองโดยเผด็จการทหารในสมัยอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต

โฆษณาชิ้นดังกล่าวซึ่งลงในหนังสือพิมพ์คอมปาส (Kompas) มีพาดหัวว่า “ไม่ใช่แค่ทหารอีกต่อไป: การป้องกันของประชาชนในแบบอินโดนีเซีย” ระบุว่า นโยบายของกระทรวงกลาโหมได้ขยายและเปลี่ยนแปลงไปสู่ “การป้องกันของประชาชนที่อยู่บนพื้นฐานของความเจริญรุ่งเรืองและความร่วมมือข้ามภาคส่วน”

ปราโบโวได้มอบหมายภารกิจหลากหลายให้กับกองทัพ ตั้งแต่การดำเนินโครงการอาหารกลางวันฟรี การผลิตยา โครงการเกษตรกรรม ไปจนถึงการเข้ายึดพื้นที่สวนปาล์มน้ำมัน

โฆษณาชิ้นนี้ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลส่งเสริมให้ประเทศมีความมั่นคงผ่านการมีส่วนร่วมของกระทรวงกลาโหม โดยได้ยกตัวอย่างโครงการหลัก 10 โครงการ ซึ่งรวมถึงโครงการอาหารกลางวันฟรี การจัดตั้งกองพันทหารบกใหม่ 100 แห่งในภาคส่วนสาธารณสุขและเกษตรกรรม รวมถึงการจัดตั้งห้องแล็บทหารเพื่อผลิตยา

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมยังระบุว่า ได้ฝึกอบรมและให้ความรู้แก่บัณฑิตจบใหม่หลายพันคนด้วย “แนวทางทางทหาร” และหลักโภชนาการสาธารณะในครัวทั่วประเทศ ซึ่งบัณฑิตเหล่านี้ได้เป็นหัวหน้าครัวหรือนักโภชนาการ

กระทรวงยังเปิดเผยว่าคาดว่าจะจัดตั้งกองพันทหารบกเพิ่มเป็น 500 แห่งภายใน 5 ปี และมีเป้าหมายที่จะ “ปกป้องโครงการทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาล”

ด้าน เมด สุปริอัตมา นักวิจัยรับเชิญจากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak Institute ในสิงคโปร์ มองว่านโยบายเหล่านี้คือ “การสร้างความมั่นคง” ให้กับภาคพลเรือน

เขากล่าวกับสำนักข่าว รอยเตอร์ว่า “พวกเขาแค่พยายามขายเรื่องนี้ให้ประชาชน (ผ่านโฆษณา) แต่ไม่ว่าประชาชนจะเห็นด้วยหรือไม่นั้นไม่เกี่ยว เพราะพวกเขาก็ทำไปแล้วอยู่ดี” 

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเหตุผลที่ลงโฆษณาชิ้นนี้.

ที่มา Reuters

ฟิลิปปินส์อพยพนับพัน รับมือซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา”

ฟิลิปปินส์อพยพนับพัน รับมือซูเปอร์ไต้ฝุ่น "รากาซา"

22 ก.ย. 2568 11:46 น.

ฟิลิปปินส์อพยพนับพัน รับมือซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา”

ซูเปอร์ไต้ฝุ่นรากาซา ซึ่งมีความเร็วลมถึง 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งหมู่เกาะขนาดเล็กทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ในวันนี้ ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางตะวันตกสู่พื้นที่ตอนใต้ของจีน โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ระบุว่า พายุดังกล่าวมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิด “คลื่นพายุซัดฝั่งที่อันตรายถึงชีวิต” ด้วยความสูงคลื่นที่อาจเกิน 3 เมตร

ทางการได้สั่งปิดโรงเรียนและหน่วยงานราชการในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศ พร้อมทั้งเตือนถึงภัยน้ำท่วม ดินถล่ม และความเสียหายอย่างกว้างขวางต่อบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน

พื้นที่ที่พายุคาดว่าจะขึ้นฝั่งคือหมู่เกาะบาตาเนส (Batanes) และบาบูยัน (Babuyan) ซึ่งเป็นถิ่นฐานของประชากรราว 20,000 คน ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน

หมู่เกาะดังกล่าวอยู่ห่างจากไต้หวันราว 740 กิโลเมตร  แม้คาดว่าพายุรากาซาจะไม่พัดเข้าไต้หวันโดยตรง แต่จะทำให้เกิดฝนตกหนักตามแนวชายฝั่งตะวันออกของเกาะ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนเกือบ 300 คนในเมืองฮัวเหลียนต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่เส้นทางธรรมชาติและป่าไม้ในพื้นที่ตอนใต้และตะวันออกของไต้หวันถูกปิดตั้งแต่ช่วงเช้าวันจันทร์ และบริการเรือข้ามฟากบางส่วนได้ถูกระงับ

ทางการในมณฑลกวางตุ้งของจีนได้ประกาศเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมือกับ “ภัยพิบัติขนาดใหญ่” ที่อาจสร้างความเสียหายอย่าง “หายนะ” โดยคาดว่าจะมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงตั้งแต่ช่วงวันอังคาร หรือสองวันก่อนที่พายุจะขึ้นฝั่ง

คาดการณ์ว่าพายุจะพัดถล่มฮ่องกง ขณะที่พัดเข้าหาชายฝั่งทางตอนใต้ของจีน ทางการฮ่องกงได้ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือกับพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในรอบหลายปี และกำลังพิจารณาปิดสนามบินเป็นเวลา 36 ชั่วโมง

พายุรากาซา หรือที่รู้จักกันในฟิลิปปินส์ในชื่อ “นันโด” (Nando) ได้เคลื่อนตัวเข้ามาในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับภาวะน้ำท่วมจากพายุฝนมรสุมที่รุนแรงผิดปกติมานานหลายสัปดาห์ ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ประชาชนหลายหมื่นคนได้ออกมาประท้วงทั่วประเทศเพื่อต่อต้านการทุจริตในภาครัฐ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นสาเหตุสำคัญของการขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพ.

ที่มา BBC  Reuters

ม็อบฟิลิปปินส์ ต้านโกงโครงการระบายน้ำ จะซ้ำรอยเนปาลล้มรัฐบาลหรือไม่

ม็อบฟิลิปปินส์ ต้านโกงโครงการระบายน้ำ จะซ้ำรอยเนปาลล้มรัฐบาลหรือไม่

22 ก.ย. 2568 11:29 น.

ม็อบฟิลิปปินส์ ต้านโกงโครงการระบายน้ำ จะซ้ำรอยเนปาลล้มรัฐบาลหรือไม่

การเมืองฟิลิปปินส์ระอุ ม็อบ-ตร.ปะทะเดือดจี้รัฐสอบอภิมหาโกงงบโครงการป้องกันน้ำท่วมมูลค่าแสนล้าน นักวิเคราะห์ชี้หากรัฐบาลมาร์กอส จูเนียร์ ไม่จัดการเด็ดขาด อาจลุกลามซ้ำรอยม็อบเนปาลโค่นล้มรัฐบาล

วันที่ 21 กันยายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุชุลมุนกลางกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ หลังประชาชนหลายหมื่นคนหลั่งไหลเข้าร่วมการชุมนุมกดดันรัฐบาลของประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือ “บองบอง” ภายหลังมีการเปิดโปงกรณีทุจริตครั้งใหญ่ เกี่ยวกับโครงการป้องกันน้ำท่วม ที่สมาชิกสภานิติบัญญัติและเจ้าหน้าที่รัฐถูกกล่าวหาว่า “ฮั้วกินหัวคิว” และรับสินบนจากงบประมาณมหาศาล

โดยในตอนแรกการชุมนุมส่วนใหญ่เป็นไปอย่างสงบ แต่ในพื้นที่หน้าทำเนียบประธานาธิบดีมาลากันยัง เกิดเหตุปะทะรุนแรง เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 100 คนเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้ก้อนหินและท่อนไม้ปะทะกัน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บอย่างน้อย 70 นาย ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตาเข้าสลาย และจับกุมผู้ก่อเหตุไปหลายสิบราย ซึ่งตำรวจยังตรวจสอบว่าเป็นผู้ก่อจลาจลโดยตรง หรือเป็นเพียงผู้ร่วมชุมนุมที่อยู่ใกล้พื้นที่

รายงานข่าวระบุว่า ตัวเลขผู้เข้าร่วมการชุมนุมในกรุงมะนิลามีมากกว่า 33,000 คน ถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี โดยข้อกล่าวหาทุจริตครอบคลุมโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและเขื่อนระบายน้ำ ที่ใช้งบประมาณหลายพันล้านเปโซ แต่กลับถูกแฉว่ามีการเบิกจ่ายเกินจริง และบางโครงการแทบไม่เกิดขึ้นจริง

ทางด้านนักวิเคราะห์ทางการเมืองฟิลิปปินส์เตือนว่า หากรัฐบาลยังนิ่งเฉยหรือพยายามปกป้องผู้มีอำนาจที่ถูกพาดพิง การประท้วงอาจลุกลามเป็นชนวนการโค่นล้มรัฐบาล คล้ายกับกรณีเนปาลล่าสุดที่การเปิดโปงคอร์รัปชันระดับสูงทำให้ประชาชนไม่ทน จนเกิดแรงกดดันมหาศาลจนรัฐบาลต้องพังครืนลงมา

ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นรายงานว่ากระแสในโซเชียลมีเดียของฟิลิปปินส์กำลังเดือด ผู้คนเปรียบเทียบคดีโกงโครงการน้ำท่วมกับ หายนะการเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน และตั้งคำถามตรงๆ ว่า รัฐบาลมาร์กอส จูเนียร์จะเอาตัวรอดจากวิกฤตครั้งนี้ได้หรือไม่.

ทรัมป์เผยตระกูล “เมอร์ด็อก” สนใจลงทุนซื้อกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ

ทรัมป์เผยตระกูล "เมอร์ด็อก" สนใจลงทุนซื้อกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ

22 ก.ย. 2568 11:23 น.

ทรัมป์เผยตระกูล “เมอร์ด็อก” สนใจลงทุนซื้อกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า รูเพิร์ต เมอร์ด็อก เจ้าพ่อสื่อผู้ทรงอิทธิพล และ ลาคแลน เมอร์ด็อก บุตรชายคนโต อาจเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนักลงทุนที่จะเข้าซื้อและควบคุมกิจการของ TikTok ในสหรัฐอเมริกา

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้พยายามอย่างแข็งขันที่จะแยกกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ ออกจากบริษัทแม่สัญชาติจีนอย่างไบต์แดนซ์ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมกราคม เขาก็ได้ชะลอการบังคับใช้คำสั่งแบน TikTok เพื่อเปิดทางให้เกิดการเจรจาข้อตกลง

ทรัมป์ได้เจรจากับรัฐบาลจีนเพื่อขายกิจการในสหรัฐฯ ให้กับกลุ่มนักลงทุนที่เขาเรียกว่า “ผู้รักชาติ” ซึ่งรวมถึงพันธมิตรคนสำคัญในวงการเทคโนโลยีอย่าง แลร์รี เอลลิสัน ซีอีโอของ “ออราเคิล” (Oracle) และ ไมเคิล เดลล์ นักธุรกิจผู้ก่อตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์ “เดลล์” (Dell)

ในการให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันอาทิตย์ (21 ก.ย.) ทรัมป์ได้ระบุชื่อของตระกูลเมอร์ด็อกเข้าไปในกลุ่มนักลงทุนดังกล่าว โดยกล่าวว่า “ผมไม่อยากจะบอกคุณหรอกนะ แต่ชายที่ชื่อลาคแลนก็มีส่วนเกี่ยวข้อง… ผมเชื่อว่าเขาคือลาคแลน เมอร์ด็อก” และเสริมว่า “รูเพิร์ตเองก็น่าจะอยู่ในกลุ่มด้วย ผมคิดว่าพวกเขาจะอยู่ในกลุ่มนี้ มีคนอื่นอีกสองสามคนซึ่งเป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยมและมีชื่อเสียงมาก”

เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา บุตรหลานของรูเพิร์ต เมอร์ด็อก ได้บรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาททางกฎหมายอันยาวนานเรื่องการควบคุมอาณาจักรสื่อ โดยเป็นการยืนยันบทบาทผู้นำของ ลาคแลน เมอร์ด็อก บุตรชายคนโตอย่างเป็นทางการ ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวทำให้ลัคแลนเข้าควบคุมฟ็อกซ์นิวส์ และ News Corp โดยสมบูรณ์

รูเพิร์ต เมอร์ด็อก ได้สร้างอาณาจักรสื่ออนุรักษ์นิยมที่ทรงอิทธิพลครอบคลุมทั้งในสหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย ขณะที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ว่าคณะกรรมการบริหารของบริษัทใหม่ที่จะเข้าควบคุมกิจการ TikTok ในสหรัฐฯ จะประกอบด้วยพลเมืองชาวอเมริกันเป็นส่วนใหญ่ และคาดว่าข้อตกลงจะสามารถลงนามได้ “ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”.

ที่มา AFP

จีนเตือนไต้ฝุ่น “รากาซา” อัปเกรดเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น ฮ่องกงปิดสนามบินชั่วคราว 36 ชม.

จีนเตือนไต้ฝุ่น "รากาซา" อัปเกรดเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น ฮ่องกงปิดสนามบินชั่วคราว 36 ชม.

22 ก.ย. 2568 11:23 น.

จีนเตือนไต้ฝุ่น “รากาซา” อัปเกรดเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น ฮ่องกงปิดสนามบินชั่วคราว 36 ชม.

จีนเตือนไต้ฝุ่น “รากาซา” เพิ่มความรุนแรงเป็น “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น” คาดขึ้นฝั่งกวางตุ้งช่วงวันพฤหัสบดี พัดถล่มแรงสุดในปีนี้ ขณะที่ฮ่องกงประกาศปิดสนามบินชั่วคราว 36 ชม.   

วันที่ 22 กันยายน 2568 ศูนย์อุตุนิยมวิทยาประจำชาติของจีน ประกาศยกระดับไต้ฝุ่น “รากาซา” (Ragasa) ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 18 ของปี เป็น “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น” ส่งผลให้เป็นพายุที่รุนแรงที่สุดในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกปีนี้ โดยความเร็วลมสูงสุดอยู่ที่ 60 เมตรต่อวินาที หรือแรงเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 17

ศูนย์อุตุนิยมจีนคาดว่า ไต้ฝุ่นรากาซาจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 15–20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และยังคงความรุนแรงไว้ได้ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านช่องแคบบาชิ ช่วงคืนวันจันทร์และเข้าสู่ทะเลจีนใต้ตอนเหนือช่วงเช้าวันอังคาร มุ่งตรงไปยังน่านน้ำชายฝั่งมณฑลกวางตุ้ง

โดยระหว่างวันอังคารถึงวันพฤหัสบดี กวางตุ้งจะเผชิญลมแรงและฝนตกหนักจากผลกระทบของไต้ฝุ่น ขณะที่การขึ้นฝั่งของพายุคาดว่าจะอยู่บริเวณชายฝั่งตอนกลางหรือตะวันตกของมณฑลกวางตุ้งในช่วงเช้าถึงบ่ายวันพฤหัสบดี โดยคาดว่าจะเป็นไต้ฝุ่นระดับแรงถึงซูเปอร์ไต้ฝุ่น ความแรงลมระดับ 14–16

ทางการจีนเตือนว่าลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก และคลื่นสูงอาจเกิดขึ้นทั้งในทะเลจีนเหนือและตอนกลาง รวมถึงพื้นที่ชายฝั่งและภายในจังหวัด จึงขอให้มีการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติอย่างครบถ้วน เรือทุกลำและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้รับคำสั่งให้กลับเข้าฝั่งทันที พร้อมปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยหลังจอดเรือ

ขณะเดียวกัน ทางการฮ่องกงเตรียมรับมือผลกระทบหนักสุดของไต้ฝุ่นรากาซา โดยสนามบินนานาชาติฮ่องกงกำลังพิจารณาปิดรับ–ส่งผู้โดยสารทั้งหมดนาน 36 ชั่วโมง ตั้งแต่ 18.00 น. วันอังคาร ถึง 06.00 น. วันพฤหัสบดี หากประกาศยืนยัน ทาง Qantas Airways แจ้งในเว็บไซต์ว่าอาจยกเลิกเที่ยวบินในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาฮ่องกงเตรียมขึ้นสัญญาณเตือนพายุในช่วงเที่ยงวัน

สนามบินฮ่องกงเคยปิดนานที่สุดเมื่อเดือนกันยายน 2566 จากไต้ฝุ่นซาโอลา 20 ชั่วโมง ส่วนพายุวิภาในเดือนกรกฎาคม ทำให้บริการสนามบินหยุดชั่วคราว 13 ชั่วโมง ความปิดสนามบินสะท้อนความเสี่ยงต่อประชากรหนาแน่น 7.5 ล้านคนและเศรษฐกิจของฮ่องกง.

ที่มา Bloomberg Ecns

จีนคุมเข้มโซเชียลมีเดีย Weibo ก็ไม่รอด เหตุปั่นกระแสดารา-เนื้อหาไม่เหมาะสม

จีนคุมเข้มโซเชียลมีเดีย Weibo ก็ไม่รอด เหตุปั่นกระแสดารา-เนื้อหาไม่เหมาะสม

22 ก.ย. 2568 10:54 น.

จีนคุมเข้มโซเชียลมีเดีย Weibo ก็ไม่รอด เหตุปั่นกระแสดารา-เนื้อหาไม่เหมาะสม

หน่วยงานกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตของจีนเอาจริง คุมเข้มเนื้อหาไม่เหมาะสม และการปั่นกระแสข่าวดาราเกินจริง แพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Weibo และ Kuaishou ก็โดนด้วย

หน่วยงานกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตของจีน หรือ สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีน (CAC) ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่าจะดำเนินมาตรการทางวินัยและบทลงโทษต่อแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Weibo และ Kuaishou หลังตรวจพบการเผยแพร่เนื้อหาที่ถูกมองว่าไม่เหมาะสม และมีการปั่นกระแสข่าวดาราเกินจริง

CAC ระบุว่า มาตรการที่จะใช้มีตั้งแต่การเรียกผู้บริหารมาให้สัมภาษณ์ คำสั่งให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด คำเตือน ไปจนถึงการลงโทษอย่างเข้มงวดต่อผู้รับผิดชอบ แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกว่าบทลงโทษสุดท้ายจะมีลักษณะใด

คำประกาศนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจาก CAC ดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับ Xiaohongshu หรือที่รู้จักในชื่อภาษาอังกฤษว่า Rednote ซึ่งมีลักษณะคล้าย Instagram

จีนเข้มงวดกับโซเชียลมีเดียมาโดยตลอด โดยบังคับให้แพลตฟอร์มต่างๆ ต้องมีระบบกลั่นกรองเนื้อหาอย่างเข้มงวด เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่รัฐมองว่าเป็นการยุยงปลุกปั่น เนื้อหาล่อแหลม หยาบคาย ลามก หรือสร้างผลกระทบทางลบต่อสังคม

ในแถลงการณ์แยกต่างหากแต่มีเนื้อหาเกือบเหมือนกัน CAC กล่าวหาว่า Weibo และ Kuaishou ละเลยความรับผิดชอบหลัก โดยเฉพาะการปล่อยให้มีการจัดอันดับคำค้นหายอดนิยมที่เต็มไปด้วยข่าวดาราและโพสต์ที่ถูกมองว่าไร้สาระ โดยจนถึงขณะนี้ทั้ง Weibo และ Kuaishou ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆ ต่อคำวิจารณ์และมาตรการของทางการจีน

สำหรับข้อมูลผู้ใช้งานล่าสุด Weibo ระบุเมื่อเดือนมีนาคมว่ามีผู้ใช้งานต่อเดือนกว่า 591 ล้านราย ขณะที่ Kuaishou ซึ่งเป็นแอปวิดีโอสั้นที่มีลักษณะคล้าย TikTok ประกาศเมื่อต้นปีนี้ว่ามีผู้ใช้งานต่อเดือนมากกว่า 730 ล้านราย.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ โซเชียลมีเดียจีน

เกาหลีใต้อาจยอมรับข้อตกลง “ทรัมป์-คิม” เพื่อ “ตรึง” การผลิตอาวุธนิวเคลียร์

เกาหลีใต้อาจยอมรับข้อตกลง "ทรัมป์-คิม"  เพื่อ "ตรึง" การผลิตอาวุธนิวเคลียร์

22 ก.ย. 2568 10:45 น.

เกาหลีใต้อาจยอมรับข้อตกลง “ทรัมป์-คิม” เพื่อ “ตรึง” การผลิตอาวุธนิวเคลียร์

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้แสดงความเห็นว่าอาจยอมรับข้อตกลงระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ คิม จองอึน ที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยชี้ว่าการ “ตรึง” โครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือไว้ ถือเป็นทางเลือกที่ “เป็นไปได้และสมจริง” ในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้จะไม่ใช่การปลดอาวุธอย่างสมบูรณ์

ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว BBC ว่าเขาพร้อมที่จะเห็นชอบกับข้อตกลงที่เสนอโดย โดนัลด์ ทรัมป์ และ คิม จองอึน ซึ่งเกาหลีเหนือจะยอม “ตรึง” การผลิตอาวุธนิวเคลียร์ไว้ แทนที่จะปลดอาวุธทั้งหมดทิ้งไป

ประธานาธิบดีอี ชี้ว่าปัจจุบันเกาหลีเหนือผลิตอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มขึ้นปีละ 15-20 ลูก ดังนั้นการตรึงโครงการไว้จึงเปรียบเสมือน “มาตรการฉุกเฉินชั่วคราว” ที่เป็น “ทางเลือกที่ทำได้จริงและสมเหตุสมผล” ในตอนนี้ เมื่อเทียบกับการพยายามผลักดันให้เกิดการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเคยล้มเหลวมาแล้วหลายครั้ง

เกาหลีเหนือประกาศตนเองเป็นรัฐนิวเคลียร์ในปี 2022 และยืนยันว่าจะไม่มีวันละทิ้งอาวุธของตน ความพยายามก่อนหน้านี้ที่จะให้เกาหลีเหนือยกเลิกคลังแสงของตนล้วนไม่ประสบผลสำเร็จ และตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา เกาหลีเหนือก็ปฏิเสธทุกคำเชิญให้กลับมาเจรจา ประธานาธิบดีอีจึงกล่าวว่า “ตราบใดที่เรายังไม่ละทิ้งเป้าหมายระยะยาวในการปลดอาวุธ ผมเชื่อว่าการที่เกาหลีเหนือหยุดการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธนั้นมีประโยชน์อย่างชัดเจน”

เขายังตั้งคำถามว่า “เราจะยังคงพยายามต่อไปโดยไร้ผลเพื่อเป้าหมายสูงสุด ในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ หรือเราจะตั้งเป้าหมายที่สมจริงมากขึ้นและบรรลุผลสำเร็จในบางส่วน”

ประธานาธิบดีอี ซึ่งเข้ารับตำแหน่งในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างสันติกับเกาหลีเหนือและลดความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในยุคของประธานาธิบดีคนก่อนอย่าง ยุน ซอก-ยอล ซึ่งถูกถอดถอนจากตำแหน่งเมื่อปีที่แล้วจากความพยายามในการประกาศใช้กฎอัยการศึก

ผู้นำเกาหลีใต้เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาต้องการให้ อดีตประธานาธิบดีทรัมป์ กลับมาสานต่อการเจรจานิวเคลียร์กับ คิม จองอึน อีกครั้ง ซึ่งการเจรจาครั้งล่าสุดเมื่อปี 2019 ได้ล้มเหลวลงหลังจากสหรัฐฯ เรียกร้องให้เกาหลีเหนือรื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์ทั้งหมด

ประธานาธิบดีอีเชื่อว่าการกลับมาเจรจากันของผู้นำทั้งสองเป็นไปได้ เนื่องจากพวกเขา “ดูเหมือนจะมีความไว้วางใจซึ่งกันและกันในระดับหนึ่ง” ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกาหลีใต้และมีส่วนช่วยสร้างสันติภาพและความมั่นคงของโลก

เกาหลีใต้ในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในปัจจุบัน ได้เผชิญกับอุปสรรคที่จีนและรัสเซียใช้สิทธิ์วีโต้เพื่อขัดขวางการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือมานานหลายปี แม้ประธานาธิบดีอีจะยอมรับว่ายูเอ็นยังทำได้ไม่ดีพอในการสร้างโลกที่สงบสุข แต่ก็ยืนยันว่าองค์กรนี้ยังคงมีบทบาทสำคัญอยู่

การที่จีนและรัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับเกาหลีเหนือมากขึ้น ทำให้เกาหลีใต้อยู่ใน “สถานการณ์ที่ยากลำบากมาก” โดยเขาเสริมว่า “การได้เห็นจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือสนิทกันขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องที่น่าพึงพอใจสำหรับเราอย่างแน่นอน” และเกาหลีใต้จะตอบโต้ด้วยการกระชับความร่วมมือกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่นต่อไป

ประธานาธิบดีอีเปรียบเทียบสถานการณ์ของเกาหลีใต้ในปัจจุบันว่า “โลกกำลังแบ่งออกเป็นสองขั้ว และเกาหลีใต้ก็ตั้งอยู่บนพรมแดนพอดี” เขาจึงพยายามวางตัวอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างศัตรูในกระบวนการนี้ แม้จะเคยกล่าวว่าจะยืนเคียงข้างสหรัฐฯ ในระเบียบโลกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น แต่ก็ชัดเจนว่าเขาต้องการที่จะ “วางตัวอยู่ตรงกลาง” ให้ได้มากที่สุด และพยายามหาทางร่วมมือกับทุกฝ่ายเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ.

พายุฝนถล่มฝรั่งเศสใต้ มาร์กเซยเจอวิกฤต น้ำท่วมถนนอ่วม

พายุฝนถล่มฝรั่งเศสใต้ มาร์กเซยเจอวิกฤต น้ำท่วมถนนอ่วม

22 ก.ย. 2568 09:54 น.

พายุฝนถล่มฝรั่งเศสใต้ มาร์กเซยเจอวิกฤต น้ำท่วมถนนอ่วม

พื้นที่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสเผชิญสภาพอากาศเลวร้าย หลังฝนตกหนักกระหน่ำเมืองใกล้มาร์กเซย ส่งผลให้น้ำท่วมถนน การสัญจรเป็นอัมพาต ขณะที่หน่วยงานพยากรณ์อากาศของฝรั่งเศสออกประกาศเตือนภัยระดับสีส้ม

ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในบางจุด ในเมืองแปร์ตุยส์ ใกล้กับเมืองมาร์กเซยทางตอนใต้ของฝรั่งเศสปริมาณฝนที่วัดได้อยู่ในช่วง 70-90 มิลลิเมตร และอาจพุ่งสูงถึง 120 มิลลิเมตร ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงจาก ลูกเห็บและกระแสลมแรง ซึ่งสร้างความกังวลต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ยังคงอยู่ในพื้นที่

โดยหน่วยงานพยากรณ์อากาศของฝรั่งเศสได้โพสต์เตือนผ่านโซเชียลมีเดีย X ว่า พายุฝนที่ทวีความรุนแรงกำลังพัดผ่านพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสในช่วงบ่ายถึงค่ำวันอาทิตย์นี้ มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดฝนตกหนักในเวลาอันสั้น พร้อมทั้งความเสี่ยงจากลูกเห็บและลมกระโชกแรง

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การแข่งขันฟุตบอลนัดใหญ่ระหว่าง โอลิมปิก มาร์กเซย ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต้องถูกเลื่อนออกไปเกือบ 24 ชั่วโมง จากเดิมคืนวันอาทิตย์ ไปเป็นคืนวันจันทร์ เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากมีความกังวลด้านความปลอดภัยของแฟนบอลกว่า 70,000 คน ที่จะเข้าชมเกมในสนามสตาออรอง เวโลโดรม

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและนักพยากรณ์อากาศยังได้เตือนให้ ประชาชนและนักท่องเที่ยวระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะในช่วงค่ำที่เป็นช่วงที่พายุฝนคาดว่าจะรุนแรงที่สุด.

ที่มา :AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ฝรั่งเศส