สิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศปลอดภัยสุดในโลก 12 สมัย ไทยติดอันดับกลางๆ ของเอเชีย

สิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศปลอดภัยสุดในโลก 12 สมัย ไทยติดอันดับกลางๆ ของเอเชีย

20 ก.ย. 2568 05:50 น.

สิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศปลอดภัยสุดในโลก 12 สมัย ไทยติดอันดับกลางๆ ของเอเชีย

สิงคโปร์ครองแชมป์ประเทศปลอดภัยสุดในโลก 12 สมัย ผลสำรวจชี้ นสิงคโปร์ 98% รู้สึกปลอดภัยเวลาเดินกลางคืนขณะที่ไทยได้ 70% ติดกลุ่มค่ากลางของภูมิภาค

วันที่ 19 กันยายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอ้างอิง รายงาน Gallup Global Safety Report ประจำปี 2025 ที่ระบุว่า สิงคโปร์ยังคงรั้งอันดับ 1 ประเทศที่ประชาชนรู้สึกปลอดภัยที่สุดในโลก โดยชาวสิงคโปร์ถึง 98% ระบุว่า รู้สึกปลอดภัยเมื่อต้องเดินคนเดียวกลางคืน ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 12 ตั้งแต่ปี 2006 ที่สิงคโปร์คว้าแชมป์ประเภทนี้

นอกจากนี้ ประเทศที่ตามมาใน 5 อันดับแรก ได้แก่ ทาจิกิสถาน (95%), จีน (94%), โอมาน (94%) และซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ใน สหรัฐฯ มีเพียง 71% ของประชาชนที่รู้สึกปลอดภัยเวลาเดินกลางคืน

สำหรับประเทศในอาเซียน พบว่า ไทยมีคะแนน 70% อยู่ในระดับปานกลางใกล้เคียงค่าเฉลี่ยโลก (73%) และสูงกว่ามาเลเซีย (58%) แต่ยังตามหลังอินโดนีเซีย (83%) อย่างชัดเจน

ผลสำรวจระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้สิงคโปร์รักษาความปลอดภัยสูงสุดได้ต่อเนื่อง มาจากอัตราอาชญากรรมต่ำ การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และความสงบเรียบร้อยในสังคม โดยคะแนนดัชนี Law and Order ปีล่าสุด สิงคโปร์ได้ 95 คะแนนจาก 100 คะแนน รองจากทาจิกิสถานเพียง 2 คะแนน

ทั้งนี้ การสำรวจครอบคลุมผู้ใหญ่กว่า 145,000 คน ใน 144 ประเทศและดินแดน และพบว่าภาพรวมทั่วโลก ปี 2024 มีประชาชนถึง 73% รู้สึกปลอดภัยเมื่อต้องเดินคนเดียวกลางคืน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมาในปี 2006.

ทรัมป์เผย คุยกับ “สี จิ้นผิง” แล้ว ตกลงจะพบกันในเวที APEC ที่เกาหลีใต้ครั้งแรกในรอบ 6 ปี

ทรัมป์เผย คุยกับ "สี จิ้นผิง” แล้ว ตกลงจะพบกันในเวที APEC ที่เกาหลีใต้ครั้งแรกในรอบ 6 ปี

20 ก.ย. 2568 05:01 น.

ทรัมป์เผย คุยกับ “สี จิ้นผิง” แล้ว ตกลงจะพบกันในเวที APEC ที่เกาหลีใต้ครั้งแรกในรอบ 6 ปี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผยคุยทางโทรศัพท์กับสี จิ้นผิง ตกลงจะพบกันที่การประชุมเอเปก ปลายเดือนตุลาคม ที่เกาหลีใต้ พร้อมหารือหลายประเด็นร้อน ทั้ง TikTok สงครามยูเครน และการค้า

วันที่ 19 กันยายน 2568 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตัวเขาและประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ได้ตกลงจะพบกันที่การประชุมเอเปก (APEC) ซึ่งจะจัดขึ้นในเมืองคยองจู ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ ในช่วง 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2568 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนว่าการพบกันที่เอเปกจะเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการหรือเพียงพบกันแบบไม่เป็นทางการในกรอบข้างเคียงของการประชุม ขณะที่ทรัมป์ระบุว่า การตกลงพบกันมีขึ้นระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์ที่มีประสิทธิผลมาก ซึ่งผู้นำจีนยังเชิญให้เขาเดินทางเยือนจีนในต้นปีหน้า ขณะเดียวกัน สี จิ้นผิงก็อาจเยือนสหรัฐฯ ในโอกาสที่เหมาะสม 

ทรัมป์ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบขึ้นมาหารือมีหลายเรื่อง อาทิ กรณีข้อจำกัดของแอป TikTok การค้า ระเบียบกติกาสากล รวมถึงสถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซีย–ยูเครน และปัญหายาเฟนทานิล.

เครื่องบินรบรัสเซีย 3 ลำ บินล้ำน่านฟ้าเอสโตเนียกลางอ่าวฟินแลนด์ นาโต้ส่งเครื่องบินรบออกสกัดทันควัน

เครื่องบินรบรัสเซีย 3 ลำ บินล้ำน่านฟ้าเอสโตเนียกลางอ่าวฟินแลนด์ นาโต้ส่งเครื่องบินรบออกสกัดทันควัน

20 ก.ย. 2568 04:36 น.

เครื่องบินรบรัสเซีย 3 ลำ บินล้ำน่านฟ้าเอสโตเนียกลางอ่าวฟินแลนด์ นาโต้ส่งเครื่องบินรบออกสกัดทันควัน

นาโต้สกัดด่วน! ขับไล่ 3 เครื่องบินรบรัสเซียล้ำฟ้าเอสโตเนีย 12 นาที เอสโตเนียประณามเป็นการยั่วยุอุกอาจ เรียกร้องเปิดมาตรา 4 ปรึกษาฉุกเฉินในกลุ่มชาติพันธมิตร

วันที่ 19 กันยายน 2568 สถานการณ์ความตึงเครียดในยุโรปตะวันออกปะทุเดือดอีกครั้ง หลังองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ แถลงว่าได้ส่งเครื่องบินไปสกัดกั้น เครื่องบินรบมิก-31 ของรัสเซีย จำนวน 3 ลำ ที่บินล้ำเข้ามาในน่านฟ้าเอสโตเนีย บริเวณกลางอ่าวฟินแลนด์ เป็นเวลา 12 นาทีเต็ม เมื่อวันศุกร์ (19 ก.ย.)

โดยนายคริสเตน มิคาล นายกรัฐมนตรีของเอสโตเนีย ประณามการกระทำของรัสเซียว่าเป็น “การยั่วยุที่อุกอาจที่สุดครั้งหนึ่ง” พร้อมเรียกตัวอุปทูตรัสเซียเข้าพบเพื่อยื่นประท้วงทันที พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลได้ตัดสินใจร้องขอให้มีการปรึกษาตาม มาตรา 4 ของสนธิสัญญานาโต้ ซึ่งถือเป็นการหารือฉุกเฉินของชาติสมาชิกทั้ง 32 ประเทศ

นายฮันโน เปฟคูร์ รัฐมนตรีกลาโหมเอสโตเนีย  ชี้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่รัสเซียล้ำอากาศนานถึง 12 นาที พร้อมย้ำว่าสิ่งที่ถูกต้องมีเพียงการผลักดันให้ออกไปจากน่านฟ้าเอสโตเนียเท่านั้น 

ขณะที่นาโต้เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เป็นอีกตัวอย่างของพฤติกรรมเสี่ยงอันตรายจากรัสเซีย โดยเครื่องบินรบของรัสเซียไม่มีแผนการบิน ปิดสัญญาณทรานสปอนเดอร์ และไม่ติดต่อกับหอบังคับการบิน ก่อนถูกสกัดโดยเครื่องบินรบของฟินแลนด์และอิตาลีภายใต้ภารกิจ Baltic Air Policing ของนาโต้

ทางด้านนางอูร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปโพสต์ข้อความบน X ว่า จะตอบโต้ทุกการยั่วยุด้วยความเด็ดขาด พร้อมระบุยุโรปจะลงทุนเสริมแนวตะวันออกของนาโต้ให้แกร่งขึ้น เช่นเดียวกับนายคาอา คัลลาส ผู้แทนการทูตสหภาพยุโรปชี้ว่า การกระทำของรัสเซียเป็นการยั่วยุที่อันตรายอย่างยิ่ง และย้ำว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กำลังทดสอบความแข็งแกร่งของชาติตะวันตกพร้อมประกาศไม่อ่อนข้อ 

ทั้งนี้ นับตั้งแต่ต้นปี 2568 รัสเซียถูกกล่าวหาว่าล้ำอากาศเอสโตเนียแล้วอย่างน้อย 4 ครั้ง ขณะที่สัปดาห์ก่อน โปแลนด์และโรมาเนียก็เพิ่งรายงานเหตุโดรนรัสเซียละเมิดน่านฟ้า จนนำไปสู่การเคลื่อนกำลังทหารและเครื่องบินขับไล่ของชาติสมาชิกนาโต้ไปประจำการแนวตะวันออกมากขึ้น.

ที่มา BBC

จีนออกสมุดปกขาว ย้ำซินเจียงรับรอง “เสรีภาพศาสนา” บริหารกิจการศาสนาตามกฎหมาย

จีนออกสมุดปกขาว ย้ำซินเจียงรับรอง "เสรีภาพศาสนา" บริหารกิจการศาสนาตามกฎหมาย

19 ก.ย. 2568 23:51 น.

จีนออกสมุดปกขาว ย้ำซินเจียงรับรอง “เสรีภาพศาสนา” บริหารกิจการศาสนาตามกฎหมาย

จีนเผยแพร่สมุดปกขาว แนวปฏิบัติดูแลซินเจียงในยุคใหม่ เน้นย้ำการดำเนินนโยบายว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนา อนุญาตให้กลุ่มศาสนาต่างๆ จัดการกิจการของตนเองได้อย่างอิสระ

วันที่ 19 กันยายน 2568 สำนักข่าวซินหัว ของทางการจีนรายงานว่า สำนักงานข้อมูลข่าวสารแห่งคณะรัฐมนตรีจีนเผยแพร่ สมุดปกขาวฉบับใหม่ว่าด้วยแนวปฏิบัติของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการกำกับดูแลซินเจียงในยุคใหม่ : หลักปฏิบัติและความสำเร็จ  ย้ำว่าซินเจียงดำเนินนโยบายว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนาอย่าง ครบถ้วน ถูกต้อง และสุจริต

สมุดปกขาวระบุว่า เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์บริหารจัดการกิจการศาสนาอย่างสอดคล้องกับกฎหมาย อนุญาตให้กลุ่มศาสนาต่างๆ จัดการกิจการของตนเองได้อย่างอิสระ พร้อมส่งเสริมให้ศาสนาต่างๆ อยู่ร่วมกับระบบสังคมนิยมได้อย่างกลมกลืน

รัฐบาลท้องถิ่นยังสนับสนุนกลุ่มศาสนาในการต่อต้านแนวคิดสุดโต่ง และป้องกันการแทรกซึมของลัทธิหัวรุนแรง โดยชี้ว่า ซินเจียงเป็นดินแดนที่มีพหุศาสนามาตั้งแต่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นพุทธ เต๋า อิสลาม คาทอลิก และคริสต์ ซึ่งต่างเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคนี้.

ศาลเกาหลีใต้ชี้ ด่าศิลปินเค-ป๊อปเสมือนจริง เข้าข่ายหมิ่นประมาท ต้องจ่ายค่าเสียหาย

ศาลเกาหลีใต้ชี้ ด่าศิลปินเค-ป๊อปเสมือนจริง เข้าข่ายหมิ่นประมาท ต้องจ่ายค่าเสียหาย

19 ก.ย. 2568 15:54 น.

ศาลเกาหลีใต้ชี้ ด่าศิลปินเค-ป๊อปเสมือนจริง เข้าข่ายหมิ่นประมาท ต้องจ่ายค่าเสียหาย

ศาลในประเทศเกาหลีใต้ ตัดสินให้ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียรายหนึ่งต้องชดใช้ค่าเสียหาย 500,000 วอน (ประมาณ 11,400 บาท) จากความผิดฐานหมิ่นประมาทวง “Plave” วงบอยแบนด์เค-ป๊อป ซึ่งเป็นไอดอลเสมือนจริง ซึ่งถือเป็นการตัดสินครั้งสำคัญที่สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับวงการบันเทิงเกาหลีใต้ ที่ศิลปินเสมือนจริงกำลังได้รับความนิยม

กลุ่มบอยแบนด์ “Plave” ประกอบด้วยสมาชิกเสมือนจริง 5 คน ที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีโมชันแคปเชอร์ โดยมีนักแสดงตัวจริงที่ไม่เปิดเผยตัวตนเป็นผู้ให้เสียงและท่าทาง เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทต้นสังกัดของ Plave ได้ฟ้องร้องผู้ใช้งานรายหนึ่งที่โพสต์ข้อความดูถูกและหยาบคายเกี่ยวกับวง Plave บนโลกออนไลน์

ผู้ถูกฟ้องได้ให้เหตุผลว่า ข้อความของตนมุ่งเป้าไปที่ตัวละครเสมือนจริง ไม่ใช่บุคคลที่อยู่เบื้องหลังอวาตาร์เหล่านั้น แต่ศาลได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งนี้ โดยระบุว่า หากอวาตาร์เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่าเป็นตัวแทนของบุคคลจริง การโจมตีอวาตาร์ก็ถือเป็นการโจมตีบุคคลนั้นด้วยเช่นกัน

Plave ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2023 ถือเป็นหนึ่งในศิลปินเสมือนจริงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวงการเค-ป๊อป โดยมีผู้ติดตามมากกว่าหนึ่งล้านคนบนช่อง YouTube ซึ่งพวกเขาโพสต์มิวสิควิดีโอและวล็อกเป็นประจำ

“Plave” มักได้รับเชิญให้ร่วมในงานประกาศรางวัลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยเพลง Way 4 Luv ของพวกเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเพลงยอดเยี่ยมและเพลงแห่งปีในงานประกาศรางวัล MAMA Awards ปี 2024 ส่วนในปีนี้ วงได้รับรางวัลใหญ่จากงานประกาศรางวัล Seoul Music Awards

ตามรายงานของ Korea Times ในเดือนกรกฎาคม 2024 จำเลยได้โจมตี Plave ด้วยโพสต์หลายโพสต์ ซึ่งบางโพสต์มีคำหยาบคาย ในบรรดาโพสต์เหล่านั้นมีความคิดเห็นว่าคนที่อยู่เบื้องหลังอวาตาร์ “อาจจะดูน่าเกลียดในชีวิตจริง” และให้ความรู้สึก “แบบผู้ชายเกาหลีทั่วไป” 

บริษัท Vlast ต้นสังกัดของ Plave ได้เรียกร้องค่าเสียหาย 6.5 ล้านวอนสำหรับนักแสดงแต่ละราย โดยอ้างว่าข้อความดังกล่าวทำให้เกิดความทุกข์ทางจิตใจ แต่ศาลได้พิจารณาจากความร้ายแรงของความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมและพฤติการณ์แวดล้อมของเหตุการณ์ แล้วจึงตัดสินให้ชดใช้ค่าเสียหายเพียง 100,000 วอนต่อคน ซึ่ง Vlast ได้ยื่นอุทธรณ์ค่าเสียหายดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าคดีนี้สร้างบรรทัดฐานสำคัญสำหรับการหมิ่นประมาทอวตาร์เสมือนจริง.

ที่มา BBC

สหรัฐฯ ใช้สิทธิวีโต้ครั้งที่ 6 ในยูเอ็น ปัดตกมติหยุดยิงกาซา

สหรัฐฯ ใช้สิทธิวีโต้ครั้งที่ 6 ในยูเอ็น ปัดตกมติหยุดยิงกาซา

19 ก.ย. 2568 13:10 น.

สหรัฐฯ ใช้สิทธิวีโต้ครั้งที่ 6 ในยูเอ็น ปัดตกมติหยุดยิงกาซา

สหรัฐอเมริกา ใช้สิทธิวีโต้เป็นครั้งที่ 6 ในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อยับยั้งร่างมติที่เรียกร้องให้มีการหยุดยิงถาวรและไร้เงื่อนไขในฉนวนกาซา

สหรัฐอเมริกาใช้สิทธิวีโต้ ร่างข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อวันพฤหัสบดี (18 ก.ต.)  ซึ่งเรียกร้องให้มีการหยุดยิงถาวรโดยทันทีและไม่มีเงื่อนไขในฉนวนกาซา พร้อมทั้งให้ยกเลิกข้อจำกัดด้านความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั้งหมดที่อิสราเอลกำหนดต่อพื้นที่ ข้อมติดังกล่าวเสนอโดย 10 ประเทศสมาชิกที่ไม่ใช่สมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง และได้รับการสนับสนุนจาก 14 ชาติสมาชิก มีเพียงสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของอิสราเอล ที่ยกมือคัดค้าน ส่งผลให้มติดังกล่าวตกไป

นี่เป็นครั้งที่ 6 ที่สหรัฐฯ ใช้สิทธิวีโต้ในช่วงเกือบ 2 ปี ของสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส โดยร่างข้อมติยังได้เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวตัวประกันทั้งหมดที่ถูกควบคุมโดยฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นอย่างทันทีและอย่างมีศักดิ์ศรี

ก่อนการลงมติ คริสตินา มาร์คุส ลาสเซน เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำยูเอ็น กล่าวต่อที่ประชุมว่า “ความอดอยากในกาซาถูกยืนยันแล้ว ไม่ใช่การคาดการณ์ ไม่ใช่การประกาศ แต่เป็นข้อเท็จจริง” พร้อมชี้ว่าอิสราเอลได้ขยายปฏิบัติการทางทหารในเมืองกาซาซิตี้ ทำให้พลเรือนต้องทนทุกข์สาหัสยิ่งขึ้น รายงานของหน่วยงานเฝ้าระวังความหิวโหยโลกก่อนหน้านี้ยืนยันว่า เมืองกาซาซิตี้และพื้นที่โดยรอบกำลังประสบภาวะทุพภิกขภัย และมีแนวโน้มจะลุกลามต่อไป

สหรัฐฯ ยังคงปกป้องอิสราเอลในเวทียูเอ็นอย่างต่อเนื่อง แม้สัปดาห์ก่อนเพิ่งสนับสนุนถ้อยแถลงของคณะมนตรีฯ ที่ประณามการโจมตีในกาตาร์ ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนักที่สหรัฐฯ ไม่ยืนข้างอิสราเอลเต็มที่ อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิยับยั้งล่าสุดสะท้อนว่าสหรัฐฯ กลับมามอบเกราะคุ้มกันทางการทูตให้อิสราเอลอีกครั้ง

มอร์แกน ออร์ตากัส นักการทูตสหรัฐฯ กล่าวต่อที่ประชุมว่า “ฮามาสเป็นผู้เริ่มและทำให้สงครามนี้ยืดเยื้อต่อไป อิสราเอลได้ยอมรับข้อเสนอเพื่อยุติสงครามแล้ว แต่ฮามาสยังปฏิเสธ หากฮามาสปล่อยตัวประกันและวางอาวุธ สงครามก็จะจบลงได้ทันที”

ด้านแดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำยูเอ็น ยอมรับว่าอิสราเอลไม่พอใจถ้อยแถลงกรณีกาตาร์ แต่ย้ำว่าระดับความร่วมมือกับสหรัฐฯ “ยังคงแน่นแฟ้น” พร้อมเปิดเผยว่านายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู จะเดินทางไปพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงวอชิงตัน ในวันที่ 29 กันยายน หลังเสร็จสิ้นการประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น

สงครามกาซาปะทุขึ้นเมื่อ 7 ตุลาคม 2023 จากการโจมตีของฮามาสในอิสราเอล คร่าชีวิตพลเรือนราว 1,200 คน และจับตัวประกัน 251 คน ตามข้อมูลอิสราเอล ขณะที่ตัวเลขจากหน่วยงานสาธารณสุขกาซาระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 64,000 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน.

ที่มา Reuters

วัวลายม้าลาย-กิ้งก่ากินพิซซ่า งานวิจัยสุดพิสดารคว้ารางวัลอิกโนเบล 2025

วัวลายม้าลาย-กิ้งก่ากินพิซซ่า งานวิจัยสุดพิสดารคว้ารางวัลอิกโนเบล 2025

19 ก.ย. 2568 12:30 น.

วัวลายม้าลาย-กิ้งก่ากินพิซซ่า งานวิจัยสุดพิสดารคว้ารางวัลอิกโนเบล 2025

รางวัล “อิกโนเบล” ครั้งที่ 35 ซึ่งเป็นรางวัลด้านการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่แปลกประหลาด ปีนี้ได้มอบรางวัลให้แก่นักวิทยาศาสตร์ที่พบว่าการทาสีวัวให้เป็นลายเหมือนม้าลายช่วยลดการถูกแมลงกัดได้เกือบ 50%  และนักโภชนาการที่ศึกษาว่ากิ้งก่าบางชนิดเลือกกินพิซซ่าแบบใด

หากเราเคยสงสัยว่าการทาสีวัวให้เป็นลายทางเหมือนม้าลายจะช่วยลดการถูกแมลงกัดได้หรือไม่ หรือจิ้งจกสายพันธุ์ไหนที่ชอบพิซซ่าหน้าอะไรมากที่สุด? เราอาจไม่ได้เป็นคนเดียวที่สงสัยในเรื่องนี้ เพราะมีนักวิทยาศาสตร์ที่ทุ่มเทศึกษาเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง และผลงานที่ “ชวนให้หัวเราะแล้วคิดตาม” นี้ก็ได้รับการยกย่องในงานประกาศรางวัลอิกโนเบล (Ig Nobel Prize) ประจำปี 2025 ที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา

พิธีมอบรางวัลอิกโนเบล ครั้งที่ 35 จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยบอสตัน โดยมีธีมประจำปีคือ “การย่อยอาหาร” บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสนุกสนาน พิธีดังกล่าวซึ่งมีการถ่ายทอดสดออนไลน์ ยังคงรักษาธรรมเนียมการโยนเครื่องบินกระดาษโดยผู้ร่วมงาน และมีการแสดงโอเปร่าขนาดสั้นชื่อ The Plight of the Gastroenterologist เกี่ยวกับชีวิตของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร โดยผู้มอบรางวัลคือผู้ได้รับรางวัลโนเบลตัวจริง

สำหรับผู้ได้รับรางวัลในปีนี้มีความหลากหลายและน่าสนใจไม่แพ้ปีที่ผ่านมา ได้แก่:

  • สาขาชีววิทยา: มอบให้แก่นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาว่าการทาสีวัวเป็นลายม้าลายช่วยลดจำนวนแมลงวันได้เกือบ 50% และทีมที่พบว่าจิ้งจกสายรุ้งในประเทศโตโกชื่นชอบพิซซ่าหน้าชีส 4 ชนิด
  • สาขาวรรณกรรม: มอบให้กับ วิลเลียม บี. บีน (ได้รับรางวัลหลังเสียชีวิต) ผู้ที่บันทึกและวิเคราะห์การเจริญเติบโตของเล็บมือตัวเองเป็นเวลา 35 ปี
  • สาขากุมารเวชศาสตร์: มอบให้กับ จูลี่ เมนเนลลา และ แกรี่ โบแชมป์ ที่ศึกษาประสบการณ์ของทารกที่ดื่มนมจากแม่ที่เพิ่งกินกระเทียม
  • สาขาจิตวิทยา: มอบให้ทีมที่วิจัยผลกระทบจากการบอกคนหลงตัวเองว่าพวกเขาเป็นคนฉลาด
  • สาขาเคมี: มอบให้ทีมที่ทดลองกินสารเทฟลอนเพื่อดูว่ามันจะช่วยเพิ่มปริมาณอาหารและความอิ่มโดยไม่เพิ่มแคลอรี่ได้หรือไม่
  • สาขาการบิน: มอบให้ทีมที่ศึกษาผลกระทบของการดื่มแอลกอฮอล์ต่อความสามารถในการบินและการหาตำแหน่งด้วยเสียงสะท้อนของค้างคาว
  • สาขาสันติภาพ มอบให้กับทีมที่ศึกษาพบว่าการดื่มแอลกอฮอล์ (วอดก้าผสมมะนาว) จนเมา มีส่วนทำให้กลุ่มตัวอย่างกล้าที่จะพูดภาษาต่างประเทศมากขึ้นจริง 

คาร์ลี่ ยอร์ก ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา และนักเขียนหนังสือที่เน้นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่ดู “ไร้สาระ” แต่มีคุณค่า กล่าวว่ารางวัลอิกโนเบล สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของงานวิจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วยความอยากรู้อยากเห็น แม้ว่าบางหัวข้อจะฟังดูตลก แต่ล้วนเป็นรากฐานสำคัญที่นำไปสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต เช่นเดียวกับเทคโนโลยีการจัดลำดับ DNA ที่พัฒนามาจากงานวิจัยเกี่ยวกับวิธีที่แบคทีเรียอยู่รอดในสภาพอากาศที่ร้อนจัด.

ที่มา CNN

“คิม จอง-อึน” ร่วมทดสอบโดรนโจมตี สั่งเร่งพัฒนา AI ยกระดับกองทัพเกาหลีเหนือ

"คิม จอง-อึน" ร่วมทดสอบโดรนโจมตี สั่งเร่งพัฒนา AI ยกระดับกองทัพเกาหลีเหนือ

19 ก.ย. 2568 11:30 น.

“คิม จอง-อึน” ร่วมทดสอบโดรนโจมตี สั่งเร่งพัฒนา AI ยกระดับกองทัพเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อทางการของเกาหลีเหนือ เผยแพร่ภาพ นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของประเทศ ในระหว่างการร่วมสังเกตการทดสอบโดรนและขีปนาวุธ โดยมีรายงานว่านายคิมได้สั่งการให้เพิ่มการผลิตโดรน และเร่งพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อนำมาใช้กับโดรนด้วย

ในภาพที่เผยแพร่ นายคิมยืนอยู่หน้าโดรนขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับโดรนรุ่น “Reaper” ของสหรัฐฯ และยังมีภาพที่แสดงให้เห็นถึงการทำงานของโดรนที่บินอยู่กลางอากาศ รวมถึงภาพขีปนาวุธที่กำลังโจมตีเป้าหมายอย่างแม่นยำ ซึ่งผู้นำเกาหลีเหนือแสดงความ “พึงพอใจอย่างยิ่ง” ต่อผลการทดสอบนี้

สื่อเกาหลีเหนือระบุว่า โดรนกำลังกลายเป็น “สินทรัพย์ทางทหารที่สำคัญ” และการพัฒนาโดรนถือเป็น “ภารกิจสำคัญอันดับแรกในการพัฒนากองทัพให้ทันสมัย” โดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการรวมชาติเกาหลีในเกาหลีใต้มองว่า นายคิมถือว่าเทคโนโลยีโดรนเป็นหัวใจสำคัญในการก้าวสู่การเป็น “มหาอำนาจ”

นอกจากนี้ คิม จอง-อึน ยังสั่งให้เร่ง “พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่งนำมาใช้” รวมถึง “ขยายและเสริมสร้าง” ขีดความสามารถในการผลิตโดรน โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการผลักดัน AI นี้ได้รับแรงหนุนจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากรัสเซีย และบทเรียนจากสงครามในยูเครน ซึ่ง AI จะช่วยให้โดรนสามารถปฏิบัติการได้แม้ในสภาวะที่มีการรบกวนสัญญาณ GPS หรือการสื่อสาร

นักวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ความสามารถด้านโดรนใหม่ของเกาหลีเหนือนี้อาจเชื่อมโยงกับพันธมิตรที่กำลังเติบโตกับรัสเซีย โดยเกาหลีใต้และหน่วยข่าวกรองตะวันตกประเมินว่า เกาหลีเหนือได้ส่งทหารกว่า 10,000 นาย และอาวุธจำนวนมากไปช่วยรัสเซียในสงครามยูเครน ซึ่งนอกจากจะได้รับผลตอบแทนเป็นเทคโนโลยีแล้ว ทหารเหล่านั้นยังได้สั่งสมประสบการณ์จากสงครามสมัยใหม่ รวมถึงวิธีการใช้โดรนในสนามรบอีกด้วย.

ที่มา AFP

คณะผู้แทนอาเซียนยกเลิกเยือนเมียนมากะทันหันในวันนี้ หลังมิน อ่องหล่าย แจ้งว่า “ไม่สะดวกให้เข้าพบ”

คณะผู้แทนอาเซียนยกเลิกเยือนเมียนมากะทันหันในวันนี้ หลังมิน อ่องหล่าย แจ้งว่าง "ไม่สะดวกให้เข้าพบ"

19 ก.ย. 2568 10:37 น.

คณะผู้แทนอาเซียนยกเลิกเยือนเมียนมากะทันหันในวันนี้ หลังมิน อ่องหล่าย แจ้งว่าง “ไม่สะดวกให้เข้าพบ”

คณะรมต.จากมาเลเซีย อินโดฯ ไทย และฟิลิปปินส์ เตรียมบินเข้าย่างกุ้งวันนี้ เพื่อหารือรัฐบาลทหารเรื่องแผนเลือกตั้งเดือนธ.ค. แต่สุดท้ายต้องยกเลิก หลัง “มิน อ่อง หล่าย” แจ้งว่าไม่สะดวกให้เข้าพบ

วันที่ 19 กันยายน 2568 คณะรัฐมนตรีต่างประเทศจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ เตรียมบินเข้าย่างกุ้ง 19 ก.ย.นี้ เพื่อหารือกับรัฐบาลทหารเรื่องแผนเลือกตั้งเดือนธันวาคม แต่สุดท้ายต้องยกเลิก หลัง “มิน อ่อง หล่าย” ผู้นำกองทัพเมียนมา แจ้งไม่สะดวกเข้าพบ

ก่อนหน้านี้ อาเซียนมีมติร่วมกันเมื่อเดือนกรกฎาคม ให้ส่งคณะผู้แทนไปตรวจสอบและหารือถึงความครอบคลุม  ของการเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารประกาศจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 ธ.ค. ถึง ม.ค. 2569 โดยมีนายโมฮามัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนหมุนเวียน เป็นหัวหน้าคณะ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การเยือนครั้งนี้เกือบถูกยกเลิกตั้งแต่ต้น เพราะมิน อ่อง หล่าย  แสดงท่าทีไม่เต็มใจรับคณะผู้แทน เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากจีนและอินเดีย ที่ประกาศหนุนเลือกตั้งของรัฐบาลทหารโดยไม่ตั้งคำถาม

นักวิเคราะห์มองว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าอาเซียนยังไร้พลังต่อรองกับเมียนมา แม้หลังรัฐประหารปี 2564 กลุ่มจะผลักดันแผนสันติภาพ 5 ข้อ แต่ก็ถูกรัฐบาลทหารเพิกเฉย ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามและสู้รบในเมียนมาทะลุแล้วกว่า 7,200 ศพ.

ทรัมป์จี้ถอนใบอนุญาตสถานีทีวี หลังกรณีพักงานพิธีกรดัง “จิมมี คิมเมล”

ทรัมป์จี้ถอนใบอนุญาตสถานีทีวี หลังกรณีพักงานพิธีกรดัง "จิมมี คิมเมล"

19 ก.ย. 2568 10:33 น.

ทรัมป์จี้ถอนใบอนุญาตสถานีทีวี หลังกรณีพักงานพิธีกรดัง “จิมมี คิมเมล”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ชี้สถานีโทรทัศน์บางช่องอาจควรถูกเพิกถอนใบอนุญาต และแสดงท่าทีสนับสนุนคณะกรรมการกำกับกิจการสื่อสารสหรัฐฯ (FCC) ในการดำเนินการกับเครือข่ายโทรทัศน์ หลังเครือข่ายสถานีโทรทัศน์เอบีซี ประกาศพักงานพิธีกรดัง จิมมี คิมเมล ไม่มีกำหนด เหตุจากการวิจารณ์กรณีลอบสังหารชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษนิยม

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อคิมเมลพูดพาดพิงว่าผู้ต้องหาคดีดังกล่าวเป็น “พวก MAGA” ขณะที่เจ้าหน้าที่ในรัฐยูทาห์ยืนยันว่าผู้ก่อเหตุได้รับอิทธิพลจาก “แนวคิดฝ่ายซ้าย” ทำให้ FCC ขู่ดำเนินการต่อสถานี และเอบีซี ตัดสินใจถอดรายการ Jimmy Kimmel Live! ออกจากผังทันที ขณะที่บริษัทเน็กซ์สตาร์ หนึ่งในเจ้าของสถานีทีวีรายใหญ่ก็ประกาศงดออกอากาศรายการนี้เช่นกัน

ทรัมป์ได้พูดคุยเกี่ยวกับประเด็นนี้กับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีบนเครื่องบินแอร์ ฟอร์ซ วัน ขณะเดินทางกลับจากการเยือนสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการว่า “เครือข่ายเหล่านี้ 97% รายงานต่อต้านผม แต่พวกเขายังได้ใบอนุญาตออกอากาศอยู่ ผมคิดว่าบางทีใบอนุญาตของพวกเขาควรถูกเพิกถอน”

“ผมเคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่งว่าสื่อต่างๆ ต่อต้านผมถึง 97% และก็ยังมีความเห็นเชิงลบอีก 97% แต่ผมกลับชนะอย่างง่ายดาย ทั้ง 7 รัฐสำคัญ (ในการเลือกตั้งปีที่แล้ว) พวกเขาทำให้ผมมีแต่ข่าวร้าย ผมหมายถึงพวกเขากำลังได้รับใบอนุญาต ผมคิดว่าใบอนุญาตของพวกเขาน่าจะถูกเพิกถอน”

ด้านเบรนแดน คาร์ ประธาน FCC ระบุว่านี่ “ไม่ใช่บทสรุปสุดท้าย” พร้อมย้ำจะบังคับใช้กฎอย่างเข้มงวดต่อผู้ประกอบการโทรทัศน์ ขณะที่ซินแคลร์ กลุ่มสถานีท้องถิ่นที่สังกัดเอบีซี เตรียมจัดรายการพิเศษรำลึกถึงเคิร์กแทนการออกอากาศรายการของคิมเมล

กรณีดังกล่าวจุดกระแสถกเถียงในวงกว้าง ฝ่ายเดโมแครต อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา นักแสดง และสมาพันธ์แรงงานฮอลลีวูด ต่างวิจารณ์ว่าการพักงานคิมเมลคือการละเมิดเสรีภาพในการแสดงออกและเป็นการเมืองที่อันตราย โอบามาระบุว่า “นี่คือการนำการคุกคามด้านกฎระเบียบมาใช้ปิดปากสื่อ”

ขณะเดียวกัน ฝ่ายที่เห็นต่างชี้ว่า คิมเมลควรถูกลงโทษเพราะคำพูด “บิดเบือนและไม่เหมาะสม” โดยนักจัดรายการของฟ็อกซ์ นิวส์ และพิธีกรอังกฤษ เพียร์ส มอร์แกน วิจารณ์ว่าคิมเมลกล่าวหาเท็จและสมควรถูกต่อต้าน

คดีการสังหารชาร์ลี เคิร์ก เกิดขึ้นเมื่อ 10 กันยายน ที่มหาวิทยาลัยยูทาห์ วัลลีย์ โดยเขาถูกลอบยิงเสียชีวิตระหว่างการบรรยาย ภรรยาของเขา เอริกา เคิร์ก ได้รับแต่งตั้งเป็นหัวหน้าองค์กร Turning Point USA ต่อจากสามี ขณะที่ผู้ต้องหาวัย 22 ปี ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และอัยการยืนยันจะขอโทษประหารชีวิต

กรณีนี้สะท้อนการปะทะกันระหว่างเสรีภาพสื่อกับแรงกดดันทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่ยังคงปะทุอย่างเข้มข้นในช่วงการเมืองแบ่งขั้ว.

ที่มา BBC