รถถังอิสราเอลรุกคืบย่านพักอาศัยเมืองกาซา ซิตี้

รถถังอิสราเอลรุกคืบย่านพักอาศัยเมืองกาซา ซิตี้

18 ก.ย. 2568 12:14 น.

รถถังอิสราเอลรุกคืบย่านพักอาศัยเมืองกาซา ซิตี้

กองทัพอิสราเอลส่งรถถังและยานยนต์ทางทหารหลายสิบคันรุกคืบเข้าสู่ย่านที่พักอาศัยสำคัญในเมืองกาซาซิตี้ ซึ่งถือเป็นการยกระดับปฏิบัติการภาคพื้นดินเป็นวันที่สองในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อยึดครองเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งมั่นสุดท้ายของกลุ่มฮามาส

ภาพวิดีโอจากผู้เห็นเหตุการณ์เผยให้เห็นรถถัง รถดันดิน และยานเกราะ กำลังเคลื่อนที่บริเวณย่านชีค รัดวาน ทางตอนเหนือของเมืองกาซาซิตี้ พร้อมกับกลุ่มควันหนาทึบจากการยิงปืนใหญ่เพื่อปกปิดการรุกคืบ

ย่านชีค รัดวาน เคยเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนหลายหมื่นคนก่อนเกิดสงคราม และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในเมือง การรุกคืบครั้งนี้ทำให้ประชาชนหลายพันครอบครัวต้องอพยพหนีลงใต้ ส่งผลให้เกิดคลื่นการพลัดถิ่นอีกระลอกหนึ่ง

อิสราเอลระบุว่า เป้าหมายของปฏิบัติการในเมืองกาซาซิตี้คือการปลดปล่อยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับไว้ และทำลายนักรบของกลุ่มฮามาสประมาณ 3,000 คนที่ยังคงเหลืออยู่ แม้ว่าปฏิบัติการนี้จะถูกนานาชาติประณามอย่างกว้างขวาง

ผู้นำองค์กรบรรเทาทุกข์กว่า 20 แห่ง รวมถึง Save the Children และ Oxfam ได้ออกโรงเตือนว่า “สถานการณ์ที่ไร้มนุษยธรรมในฉนวนกาซานั้นเป็นสิ่งที่รับไม่ได้”

นายซาอัด ฮามาดา หนึ่งในชาวบ้านที่อพยพหนีไปทางใต้กล่าวว่า การโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงก่อนการบุกเข้าพื้นที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เป็นไปไม่ได้ “การโจมตีด้วยโดรนไม่เว้นสิ่งใด ๆ  แม้แต่แผงโซลาร์เซลล์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ถังน้ำ แม้กระทั่งเครือข่ายอินเทอร์เน็ต”

ทางด้านกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) แถลงว่า ได้โจมตีเป้าหมายกว่า 150 แห่งทั่วเมืองกาซาซิตี้ในช่วงสองวันที่ผ่านมาเพื่อสนับสนุนทหารภาคพื้นดิน นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า IDF ใช้ยานพาหนะทางทหารเก่าที่ดัดแปลงเป็นรถยนต์ระเบิดบังคับระยะไกลเพื่อโจมตีจุดตั้งมั่นของกลุ่มฮามาส

ด้านกระทรวงสาธารณสุขของกลุ่มฮามาสในกาซาเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลแล้วอย่างน้อย 65,062 ราย โดยเกือบครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิงและเด็ก 

รายงานระบุว่า เมื่อวันพุธ (17 ก.ย.) มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอล 98 ราย และบาดเจ็บ 385 รายในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 4 รายจากภาวะทุพโภชนาการ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากภาวะทุพโภชนาการ นับตั้งแต่หน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุนจากสหประชาชาติประกาศภาวะอดอยากในเมืองกาซาเมื่อปลายเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้นเป็น 154 ราย

ทั้งนี้ สงครามในฉนวนกาซาเกิดขึ้นหลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลตอนใต้เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 1,200 คน และถูกจับเป็นตัวประกัน 251 คน.

ที่มา BBC

ABC พักงานพิธีกรดัง “จิมมี คิมเมล” ไม่มีกำหนด หลังวิจารณ์เหตุสังหาร “ชาร์ลี เคิร์ก”

ABC พักงานพิธีกรดัง "จิมมี คิมเมล" ไม่มีกำหนด หลังวิจารณ์เหตุสังหาร "ชาร์ลี เคิร์ก"

18 ก.ย. 2568 11:32 น.

ABC พักงานพิธีกรดัง “จิมมี คิมเมล” ไม่มีกำหนด หลังวิจารณ์เหตุสังหาร “ชาร์ลี เคิร์ก”

เอบีซี (ABC) เครือข่ายโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศสั่งพักงาน จิมมี คิมเมล พิธีกรรายการทอล์กโชว์ชื่อดัง “Jimmy Kimmel Live!” อย่างไม่มีกำหนด หลังเขากล่าววิจารณ์กรณีการเสียชีวิตของ ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายขวาชื่อดัง

โฆษกของเอบีซีแถลงว่า “รายการ Jimmy Kimmel Live! จะงดออกอากาศอย่างไม่มีกำหนด” ขณะที่คิมเมลเองยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใด ๆ

ก่อนหน้านี้ คิมเมลได้พูดในรายการของเขาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า “กลุ่มผู้สนับสนุน MAGA (Make America Great Again) กำลังพยายามใช้ประโยชน์ทางการเมืองจากการฆาตกรรมเด็กที่สังหาร ชาร์ลี เคิร์ก” และยังวิจารณ์การลดธงครึ่งเสาเพื่อเป็นเกียรติแก่เคิร์ก รวมถึงเยาะเย้ยปฏิกิริยาของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อเหตุการณ์นี้

ทรัมป์ได้ออกมาแสดงความยินดีกับการตัดสินใจของเอบีซี โดยโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “ข่าวดีสำหรับอเมริกา รายการของ จิมมี คิมเมล ที่เรตติ้งตกต่ำถูกยกเลิกแล้ว” และยังวิจารณ์พิธีกรคนอื่น ๆ อย่าง จิมมี่ ฟอลลอน และ เซท มายเออร์ส ด้วย

ถ้อยคำของคิมเมลยังสร้างความไม่พอใจให้กับ เบรนแดน คาร์ ประธานคณะกรรมการการสื่อสารกลางแห่งสหรัฐฯ (FCC) ซึ่งถูกแต่งตั้งโดยทรัมป์ โดยเขาได้ออกมาเรียกร้องให้เอบีซีดำเนินการกับคิมเมล อย่างไรก็ตาม แอนนา โกเมซ สมาชิกคนเดียวจากพรรคเดโมแครตใน FCC ได้ออกมาวิจารณ์ความเห็นของคาร์ ว่า “การกระทำความรุนแรงทางการเมืองที่ไม่อาจให้อภัยได้โดยบุคคลที่มีจิตใจไม่ปกติคนหนึ่งไม่ควรนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการเซ็นเซอร์หรือควบคุมที่กว้างขวางขึ้น”

การสั่งพักงานคิมเมลยังถูกวิจารณ์จากสหภาพแรงงานนักเขียนแห่งฮอลลีวูด (WGA) และสหภาพแรงงานนักแสดง (Sag-Aftra) ว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามรัฐธรรมนูญ

การตัดสินใจของเอบีซีเกิดขึ้นหลังจาก เน็กซ์สตาร์ มีเดีย ซึ่งเป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ในสหรัฐฯ ได้ประกาศว่าจะไม่นำรายการของคิมเมลมาออกอากาศ “จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม” เนื่องจากเห็นว่าความเห็นของคิมเมล “ก้าวร้าวและไม่ละเอียดอ่อน” ขณะที่ ซินแคลร์ ซึ่งเป็นเครือข่ายพันธมิตรของเอบีซีที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ก็ได้ประกาศจะออกอากาศรายการพิเศษเพื่อระลึกถึงเคิร์กแทนที่รายการของคิมเมลในวันศุกร์นี้

ด้านผู้ที่คุ้นเคยกับสถานการณ์ของคิมเมลได้เปิดเผยกับ CNBC ว่า คิมเมลยังไม่ถูกไล่ออก แต่ผู้บริหารของเอบีซีจะพูดคุยกับเขาเกี่ยวกับสิ่งที่ควรจะพูดเมื่อกลับมาออกอากาศอีกครั้ง

ขณะที่บริเวณด้านนอกสตูดิโอของคิมเมลในย่านฮอลลีวูด แฟนรายการที่มาเข้าคิวเพื่อชมการบันทึกเทปต่างแสดงความผิดหวังกับการถูกยกเลิก โดยมีผู้ประท้วงกลุ่มเล็ก ๆ ชูป้าย “ทรัมป์ต้องไปเดี๋ยวนี้”

ที่มา BBC

ตร.เผยศพเน่าในรถนักร้อง “D4vd” เป็นหญิงวัยรุ่นที่หายตัวไปเมื่อปีก่อน เร่งสืบต่อคลายปมเหตุการตาย

ตร.เผยศพเน่าในรถนักร้อง "D4vd" เป็นหญิงวัยรุ่นที่หายตัวไปเมื่อปีก่อน เร่งสืบต่อคลายปมเหตุการตาย

18 ก.ย. 2568 11:24 น.

ตร.เผยศพเน่าในรถนักร้อง “D4vd” เป็นหญิงวัยรุ่นที่หายตัวไปเมื่อปีก่อน เร่งสืบต่อคลายปมเหตุการตาย

ตร.ลอสแอนเจลิสยืนยัน ศพที่ถูกพบเน่าเปื่อยอยู่ในรถเทสลาของนักร้องดัง “D4vd” คือเด็กวัยรุ่นอายุ 15 ปีที่หายตัวไปกว่า 1 ปี ตร.เร่งสอบสวนเพิ่มเติมหาสาเหตุการตายและความเชื่อมโยงต่างๆ  

วันที่ 17 กันยายน 2568 สำนักงานชันสูตรศพประจำเทศมณฑลลอสแอนเจลิส ยืนยันว่า ร่างมนุษย์ที่ถูกพบอยู่ในรถยนต์เทสลา ทะเบียนเท็กซัส ซึ่งจดทะเบียนภายใต้ชื่อจริงของนักร้องหนุ่ม D4vd หรือ นายเดวิด แอนโธนี เบิร์ก คือ “เซเลสต์ ริวาส เด็กหญิงวัย 15 ปีที่ถูกแจ้งหายไปตั้งแต่เดือนเมษายน 2567

โดยศพถูกค้นพบเมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ลากรถเทสลาคันนี้ไปเก็บในลานพักรถของตำรวจฮอลลีวูด เพราะถูกทิ้งร้างไว้ในย่านฮอลลีวูด ฮิลล์ ซึ่งผลการตรวจพบว่าศพมีลักษณะสวมกางเกงเลกกิ้งสีดำ เสื้อเกาะอก และเครื่องประดับโลหะบางชิ้น รวมถึงรอยสักที่นิ้ว ซึ่งตรงกับคำบรรยายที่แม่ของเธอเคยให้ข้อมูลไว้

อย่างไรก็ตาม สำนักงานชันสูตรฯ ระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด และยังไม่มีการจัดประเภทว่าเป็นการฆาตกรรม อุบัติเหตุ หรือสาเหตุอื่นๆ ขณะที่ตำรวจลอสแอนเจลิส (LAPD) ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลผู้ต้องสงสัยใดๆ  

ก่อนหน้านี้ แม่ของเซเลสต์ให้สัมภาษณ์กับสื่อ TMZ ว่า เธอสงสัยมาตั้งแต่แรกว่าศพที่พบอาจเป็นลูกสาว เนื่องจากรายละเอียดตรงกัน อีกทั้งยังเปิดเผยว่าลูกเคยมีแฟนชื่อ เดวิด เช่นเดียวกับชื่อจริงของนักร้อง D4vd ซึ่งทำให้เธอไม่สบายใจ

ด้านนักร้องหนุ่ม D4vd ผู้เป็นเจ้าของรถ ประกาศยกเลิกการทัวร์คอนเสิร์ต และแหล่งข่าวใกล้ชิดเผยว่าเจ้าตัวให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ โดยรถคันนี้ไม่เคยถูกแจ้งหายหรือถูกขโมย ขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของสาเหตุการตายและความเชื่อมโยงต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวพันกับบุคคลใกล้ชิดของผู้ตาย.

เร่งตามหากำไลทองคำโบราณ อายุกว่า 3,000 ปี หายไปจากพิพิธภัณฑ์ไคโร

เร่งตามหากำไลทองคำโบราณ อายุกว่า 3,000 ปี หายไปจากพิพิธภัณฑ์ไคโร

18 ก.ย. 2568 11:17 น.

เร่งตามหากำไลทองคำโบราณ อายุกว่า 3,000 ปี หายไปจากพิพิธภัณฑ์ไคโร

ทางการอียิปต์เร่งค้นหากำไลทองคำโบราณอายุกว่า 3,000 ปี ที่หายไปจากพิพิธภัณฑ์อียิปต์ใจกลางกรุงไคโร หวั่นถูกส่งออกนอกประเทศ

กำไลชิ้นที่หายไป นับเป็นของหายาก ทำจากทองคำและประดับด้วยลูกปัดลาพิสลาซูลีทรงกลม มีอายุสืบย้อนกลับไปถึงรัชสมัยของ ฟาโรห์อเมเนโมเปแห่งราชวงศ์ที่ 21 ผู้ครองราชย์ระหว่างปี 993 – 984 ก่อนคริสตกาล

โดยทางกระทรวงโบราณวัตถุอียิปต์แถลงว่า ได้ดำเนินมาตรการทันทีหลังตรวจพบว่ากำไลทองคำได้หายไปจากห้องปฏิบัติการบูรณะภายในพิพิธภัณฑ์ พร้อมส่งเรื่องให้ตำรวจสอบสวนแล้ว

ล่าสุดทางการได้ส่งภาพของกำไลไปยังสนามบิน ท่าเรือ และด่านชายแดนทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบนำโบราณวัตถุออกนอกอียิปต์ ขณะเดียวกันได้ตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบและทำบัญชีรายการโบราณวัตถุทั้งหมดที่เก็บอยู่ในห้องบูรณะ

โดยทางกระทรวงโบราณวัตถุอียิปต์ชี้แจงว่า จงใจเลื่อนการประกาศข่าวการหายไปของกำไล เพื่อเอื้อต่อการสืบสวน แต่ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่ากำไลถูกพบว่าหายไปตั้งแต่เมื่อใด

ขณะที่หนังสือพิมพ์ Al-Misri al-Yawm รายงานว่า เหตุการณ์นี้ถูกตรวจพบในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์กำลังเตรียมจัดส่งโบราณวัตถุหลายสิบชิ้นไปจัดแสดงที่กรุงโรมในเดือนหน้า

ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์อียิปต์ในไคโรถือเป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดในตะวันออกกลาง เก็บรักษาโบราณวัตถุกว่า 170,000 ชิ้น รวมถึงหน้ากากศพไม้ลงรักปิดทองของฟาโรห์อเมเนโมเป

การหายไปของกำไลโบราณครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 6 สัปดาห์ก่อนพิธีเปิด พิพิธภัณฑ์อียิปต์แห่งใหม่ (Grand Egyptian Museum) ที่เมืองกิซา ซึ่งจะนำสมบัติจากสุสาน ตุตันคามุน (Tutankhamun) อันเลื่องชื่อมาจัดแสดงอย่างเป็นทางการ.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อียิปต์

กษัตริย์ชาร์ลส์–ทรัมป์ ยกย่องความสัมพันธ์พิเศษอังกฤษ–สหรัฐฯ ระหว่างงานเลี้ยงรัฐพิธี

กษัตริย์ชาร์ลส์–ทรัมป์ ยกย่องความสัมพันธ์พิเศษอังกฤษ–สหรัฐฯ ระหว่างงานเลี้ยงรัฐพิธี

18 ก.ย. 2568 10:57 น.

กษัตริย์ชาร์ลส์–ทรัมป์ ยกย่องความสัมพันธ์พิเศษอังกฤษ–สหรัฐฯ ระหว่างงานเลี้ยงรัฐพิธี

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสชื่นชม ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อความมุ่งมั่นในการหาทางออกต่อความขัดแย้ง ด้านทรัมป์กล่าวยกย่องความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศว่า “คำว่าพิเศษยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายได้”

กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 กล่าวชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อความมุ่งมั่นในการหาทางออกต่อความขัดแย้งระดับโลก พร้อมเรียกร้องการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ต่อยูเครนในการต้าน “ทรราช” ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงรัฐพิธี ณ พระราชวังวินด์เซอร์เมื่อคืนวันพุธ ขณะที่ทรัมป์ตอบรับด้วยการยกย่องความสัมพันธ์พิเศษระหว่างสองประเทศว่า “คำว่าพิเศษยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายได้”

ในงานเลี้ยงสุดหรูที่มีแขก 160 คน สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ทรงเน้นย้ำถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างทั้งสองประเทศ และความจำเป็นในการรักษาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม การค้า และการทหาร “ประชาชนของเราได้ต่อสู้และเสียชีวิตร่วมกันเพื่อคุณค่าที่เรายึดมั่น”

การเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการครั้งที่สองของทรัมป์ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชวงศ์อังกฤษและประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงช่วงเวลาที่เป็นกันเองขณะชมการสวนสนาม โดยกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงหยอกล้อทรัมป์ให้ระวังดาบของทหารคนหนึ่ง

ทรัมป์ยังได้แสดงความชื่นชมอย่างมากต่อเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคทเธอรีน โดยกล่าวว่าเจ้าชายจะเป็น “ความสำเร็จที่น่าเหลือเชื่อในอนาคต” และเรียกเจ้าหญิงว่าเป็น “ผู้ที่เปล่งประกาย สุขภาพดี และงดงาม”

ในช่วงของการเยือน ทรัมป์ยังได้แสดงความสนใจอย่างยิ่งขณะเข้าชมโบสถ์เซนต์จอร์จ และแสดงความเคารพต่อหลุมฝังพระบรมศพของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ซึ่งเขายกย่องมาโดยตลอด

พิธีดังกล่าวจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยกองเกียรติยศกว่า 1,300 นาย ซึ่งถือเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การเยือนรัฐพิธีของสหราชอาณาจักร สะท้อนความพยายามของรัฐบาลอังกฤษที่ต้องการกระตุ้นให้สหรัฐฯ รักษาพันธกิจที่มีต่อนาโตและสนับสนุนยูเครน

การเยือนของรัฐในครั้งนี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการทูตแบบ “ซอฟต์เพาเวอร์” ที่ใช้การต้อนรับของราชวงศ์เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรระหว่างประเทศที่สำคัญอย่างสหรัฐฯ โดยในงานเลี้ยงครั้งนี้มีผู้นำบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเข้าร่วมมากกว่าคนดัง เช่น ทิม คุก จากแอปเปิล และแซม อัลต์แมน จาก OpenAI นอกจากนี้ ยังมีการประกาศการลงทุนมูลค่า 150,000 ล้านปอนด์ จากสหรัฐฯ ในสหราชอาณาจักร รวมถึง 22,000 ล้านปอนด์จากไมโครซอฟท์

ในวันนี้ (18 ก.ย.) ทรัมป์จะเดินทางไปพบปะกับนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ที่บ้านพัก เพื่อหารือประเด็นทางการเมืองและการค้า โดยกิจกรรมต่าง ๆ ในครั้งนี้ของทรัมป์จัดขึ้นเป็นการส่วนตัวและไม่อนุญาตให้ประชาชนเข้าร่วม ซึ่งแตกต่างจากการเยือนครั้งก่อน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการประท้วงต่อต้านทรัมป์เกิดขึ้นในกรุงลอนดอนและบริเวณใกล้เคียงพระราชวังวินด์เซอร์.

ที่มา BBC

ตร.ฟลอริดา จับกุมเด็ก 11 ขวบ ฐานเขียน “บัญชีสังหารเพื่อน” บนโต๊ะเรียน

ตร.ฟลอริดา จับกุมเด็ก 11 ขวบ ฐานเขียน “บัญชีสังหารเพื่อน” บนโต๊ะเรียน

18 ก.ย. 2568 09:28 น.

ตร.ฟลอริดา จับกุมเด็ก 11 ขวบ ฐานเขียน “บัญชีสังหารเพื่อน” บนโต๊ะเรียน

ตำรวจรัฐฟลอริดา จับกุมตัวเด็กชายวัย 11 ปี พร้อมเผยคลิปใส่กุญแจมือ ส่งเดินเข้าห้องขัง หลังจากเด็กชายเขียน “บัญชีสังหาร” มีรายชื่อเพื่อนที่หมายหัวไว้ลงบนโต๊ะเรียน  

วันที่ 18 กันยายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ จับกุมตัวเด็กชายวัยเพียง 11 ปี หลังจากเขียนข้อความเป็น “บัญชีสังหาร”  ลงบนโต๊ะเรียน เพื่อข่มขู่เพื่อนนักเรียนในโรงเรียน

โดยสำนักงานนายอำเภอวอลูเซีย เปิดเผยว่า เหตุการณ์สุดช็อกเกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมเซาธ์เวสเทิร์น เมืองดีแลนด์ รัฐฟลอริดา เด็กชายคนนี้ถูกตั้งข้อหาความผิดระดับร้ายแรง ฐานข่มขู่เอาชีวิตผู้อื่น โดยเบื้องต้นเด็กให้การว่าได้ทำไปเพราะโมโหและมีวันที่เลวร้าย

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยสำนักงานนายอำเภอ แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่คุมตัวเด็กชายใส่กุญแจมือเข้าไปยังห้องควบคุม พร้อมข้อความในโซเชียลว่า “ถ้าคุณเหนื่อย ลองจินตนาการถึงความรู้สึกของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และเจ้าหน้าที่โรงเรียนอีก 99% ที่ต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้”

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกและเป็นอีกครั้งที่สะท้อนปัญหาความรุนแรงและความกังวลเรื่องความปลอดภัยในโรงเรียนสหรัฐฯ.

ระทึก รถบินได้ของจีน สองลำเกิดอุบัติเหตุชนกันกลางอากาศขณะโชว์

ระทึก รถบินได้ของจีน สองลำเกิดอุบัติเหตุชนกันกลางอากาศขณะโชว์

18 ก.ย. 2568 08:53 น.

ระทึก รถบินได้ของจีน สองลำเกิดอุบัติเหตุชนกันกลางอากาศขณะโชว์

เกิดเหตุรถบินได้ของบริษัท Xpeng AeroHT ชนกันกลางอากาศระหว่างการซ้อมโชว์ที่งานแอร์โชว์ในเมืองฉางชุน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน มีรายงานผู้บาดเจ็บ 1 ราย

บริษัทระบุว่า รถบินได้คันหนึ่งเกิดไฟลุกไหม้ขณะลงจอด แต่ยืนยันว่าทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม รายงานของ CNN ซึ่งอ้างแหล่งข่าวในบริษัท ระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

ภาพจากสื่อสังคมออนไลน์ของจีนอย่าง Weibo เผยให้เห็นซากรถบินได้ไฟลุกไหม้บนพื้น โดยมีรถดับเพลิงเข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะที่ทางบริษัท Xpeng ยืนยันว่า ยานพาหนะ 1 คันได้รับความเสียหายที่ลำตัวและเกิดไฟไหม้ แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถเข้าจัดการกับเหตุฉุกเฉินได้ทันท่วงที โดยยังไม่มีการระบุสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าว

รถบินได้รุ่นนี้เป็นแบบ ขึ้นและลงจอดในแนวดิ่งพัฒนาโดย AeroHT ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Xpeng ตั้งราคาไว้ราว 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11 ล้านบาท โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Xpeng เคยอ้างว่ามีคำสั่งซื้อมากถึง 3,000 คันแล้ว

Xpeng ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน และกำลังขยายตลาดไปยุโรป ล่าสุดจีนพยายามผลักดันการใช้เทคโนโลยีรถบินได้ หวังเดินรอยความสำเร็จของ อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมประกาศเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำโลกด้านเศรษฐกิจระดับความสูงต่ำ (low-altitude economy)

แม้จะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่ารถบินได้ยังมีอุปสรรคสำคัญ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ และการยอมรับจากสังคม.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ รถบินได้

แพทย์ชี้ “โบลโซนาโร” อดีตผู้นำบราซิล เป็นมะเร็งผิวหนังระยะเริ่มต้น

แพทย์ชี้ “โบลโซนาโร” อดีตผู้นำบราซิล เป็นมะเร็งผิวหนังระยะเริ่มต้น

18 ก.ย. 2568 08:43 น.

แพทย์ชี้ “โบลโซนาโร” อดีตผู้นำบราซิล เป็นมะเร็งผิวหนังระยะเริ่มต้น

แพทย์เปิดเผย “ชาอีร์ โบลโซนาโร” อดีตประธานาธิบดีบราซิล วัย 70 ปี ป่วยมะเร็งผิวหนังระยะเริ่มต้น ในรอยโรค 2 จุด ที่ถูกตัดออกไปตรวจหลังการตัดสินคดีพยายามก่อรัฐประหารเมื่อสัปดาห์ก่อน

วันที่ 17 กันยายน 2568 คณะแพทย์ของนายชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิล วัย 70 ปี เปิดเผยผลตรวจล่าสุด ยืนยันตรวจพบมะเร็งผิวหนังระยะเริ่มต้น ในรอยโรค 2 จุดที่ถูกตัดออกไปตรวจ หลังจากที่เขาถูกศาลตัดสินคดีพยายามก่อรัฐประหารเมื่อสัปดาห์ก่อน

โดยนายโบลโซนาโรซึ่งถูกกักตัวในบ้านพักที่กรุงบราซิเลีย ระหว่างรอคำพิพากษาถึงที่สุด ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ดีเอฟ สตาร์ สองครั้งในรอบไม่กี่วัน เพื่อผ่าตัดเอารอยโรคบนผิวหนัง 8 จุดออกไปตรวจ และอีกครั้งเมื่อวันอังคาร หลังมีอาการอาเจียน ความดันโลหิตต่ำ ก่อนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านในวันถัดมา

ผลตรวจยืนยันว่ามีรอยโรค 2 จุดที่เป็นมะเร็งระยะเริ่มต้น แต่แพทย์ระบุว่ายังไม่อันตรายถึงชีวิต เพียงต้องเฝ้าติดตามอาการและเข้ารับการประเมินอย่างสม่ำเสมอ

ด้านนายฟลาวีโอ บุตรชายคนโต กล่าวผ่านโซเชียลมีเดียว่า บิดาของเขาเคยต่อสู้ผ่านศึกที่หนักกว่านี้และชนะมาแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่ต่างกัน พร้อมโยงว่าปัญหาสุขภาพครั้งนี้เป็นผลจาก “การถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง” หลังโบลโซนาโรถูกตัดสินจำคุก 27 ปี 3 เดือน ฐานพยายามยึดอำนาจหลังพ่ายเลือกตั้งปี 2022 ให้กับประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา

ขณะเดียวกัน ทีมทนายความเตรียมยกเรื่องปัญหาสุขภาพเป็นเหตุผลประกอบคำร้อง ขอให้โบลโซนาโรได้อยู่ภายใต้การกักตัวในบ้านต่อไป แทนที่จะถูกส่งเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษตามคำพิพากษา

ทั้งนี้ โบลโซนาโรมีปัญหาสุขภาพต่อเนื่องนับตั้งแต่ถูกแทงระหว่างหาเสียงเลือกตั้งปี 2018 จนต้องเข้ารับการผ่าตัดช่องท้องหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดลำไส้อุดตันนานกว่า 12 ชั่วโมง

Meta เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะพร้อมหน้าจอในตัว สู้ศึก AI ยุคใหม่

Meta เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะพร้อมหน้าจอในตัว สู้ศึก AI ยุคใหม่

18 ก.ย. 2568 08:09 น.

Meta เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะพร้อมหน้าจอในตัว สู้ศึก AI ยุคใหม่

Meta ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียเปิดตัว สมาร์ตกลาส หรือแว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลในตัวเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ Meta Ray-Ban Display

Meta ยักษ์ใหญ่โซเชียลมีเดียเปิดตัว แว่นตาอัจฉริยะรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมหน้าจอแสดงผลในตัวเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ Meta Ray-Ban Display ที่งานประจำปี Meta Connect Conference ซึ่งจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ เมนโลพาร์ก รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

โดยมาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของ Meta เป็นผู้โชว์ผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง แม้การสาธิตบางช่วงจะมีสะดุด เช่น การโทรผ่านแว่นที่ไม่สำเร็จ แต่ก็ได้รับเสียงปรบมือจากผู้เข้าร่วมงาน

Ray-Ban Display มาพร้อมหน้าจอดิจิทัลขนาดเล็กในเลนส์ด้านขวา สามารถใช้ทำงานพื้นฐาน เช่น รับการแจ้งเตือน เปิดตัวในราคา 799 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 29,000 บาท และจะวางขายในร้านค้าตั้งแต่ 30 กันยายนนี้ โดยมีการอัปเกรดให้มี แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นเกือบเท่าตัว และมีกล้องที่ดีขึ้น

การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นความพยายามล่าสุดของ Meta ในการไล่ตามคู่แข่งอย่าง Google และ OpenAI ที่ก้าวหน้าไปไกลในด้านโมเดล AI ขั้นสูง โดยซัคเคอร์เบิร์กได้ทุ่มงบ หลายหมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนา ชิป AI รวมถึงดึงวิศวกรจากซิลิคอนวัลเลย์มาร่วมทีม

เขายังเชื่อว่า สมาร์ตกลาส จะเป็นอุปกรณ์แห่งอนาคตสำหรับ AI ขั้นสูงหรือ superintelligence เพราะทำหน้าที่เป็นอินเทอร์เฟซส่วนตัวที่สามารถมองเห็น และโต้ตอบกับโลกจากมุมมองผู้ใช้ได้ตลอดเวลา

นอกจาก Ray-Ban รุ่นใหม่ Meta ยังเปิดตัว Oakley Vanguard แว่นสำหรับนักกีฬาในราคา 499 ดอลลาร์ หรือราว 18,000 บาท เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มฟิตเนสอย่าง Garmin และ Strava เพื่อแสดงผลสถิติการฝึกแบบเรียลไทม์และสรุปผลหลังออกกำลังกาย แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 9 ชั่วโมง เริ่มจำหน่าย 21 ตุลาคมนี้

อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสตรวจสอบ Meta เรื่อง ความปลอดภัยเด็กบนแพลตฟอร์มโซเชียล หลังมีรายงานว่าแชตบอทของ Meta เคยสนทนาเชิงยั่วยุด้านเพศและเชื้อชาติกับผู้เยาว์ ขณะที่อดีตพนักงานแฉว่าทีมวิจัยถูกสั่งห้ามศึกษาผลกระทบ VR ต่อเด็ก

นักวิเคราะห์มองว่า แม้ยอดขายอาจยังไม่สูง แต่ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นก้าวสำคัญสู่การเปิดตัว ต้นแบบ “Orion” ที่ซัคเคอร์เบิร์กเคยอธิบายว่าเป็นเหมือนไทม์แมชชีนสู่อนาคต ซึ่งวางแผนเปิดตัวภายในปี 2027

รายงานของ IDC คาดการณ์ว่า ยอดจัดส่งอุปกรณ์ AR/VR และสมาร์ตกลาสทั่วโลกจะโตขึ้น 39.2% ในปี 2025 แตะ 14.3 ล้านเครื่อง โดยมี Ray-Ban ของ Meta เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด

การเปิดตัว Meta Ray-Ban Display ถือเป็นก้าวสำคัญของ Meta ในศึก สมาร์ตกลาสและ AI ที่กำลังร้อนแรงทั่วโลก และอาจปูทางไปสู่ยุคใหม่ของการใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แว่นตาอัจฉริยะ

ช็อก ตำรวจเพนซิลเวเนียถูกยิงดับ 3 ศพ อาการวิกฤตอีก 2 ราย

ช็อก ตำรวจเพนซิลเวเนียถูกยิงดับ 3 ศพ อาการวิกฤตอีก 2 ราย

18 ก.ย. 2568 07:23 น.

ช็อก ตำรวจเพนซิลเวเนียถูกยิงดับ 3 ศพ อาการวิกฤตอีก 2 ราย

ตำรวจในรัฐเพนซิลเวเนีย 3 นายถูกยิงเสียชีวิต ขณะที่อีก 2 นายได้รับบาดเจ็บอาการวิกฤต ส่วนคนร้ายถูกวิสามัญฆาตกรรมในที่เกิดเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายในรัฐเพนซิลเวเนียถูกยิงเสียชีวิต ในขณะที่อีก 2 นายได้รับบาดเจ็บอาการอยู่ในขั้นวิกฤต หลังจากพวกเขาเข้าสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัว เมื่อวันพุธที่ 17 ก.ย. 2568

เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังเวลา 14:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในพื้นที่ชนบทของเมืองนอร์ทโคโดรัส ในเขตยอร์ก เคาน์ตี ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองฟิลาเดลเฟียไปทางตะวันออกประมาณ 160 กิโลเมตร โดยตำรวจอยู่ที่ที่เกิดเหตุเพื่อทำการสอบสวนซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันก่อนหน้า

พันเอกคริสโตเฟอร์ ปารีส ผู้บัญชาการตำรวจรัฐเพนซิลเวเนีย กล่าวว่า มือปืนถูกตำรวจยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ มากนัก เนื่องจากคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

เหตุดังกล่าวทำให้โรงเรียนใกล้เคียงในเมืองสปริงโกรฟ รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีประชากรราว 2,500 คน ต้องสั่งให้นักเรียนหลบภัยในที่ปลอดภัยชั่วคราว ก่อนที่ทางเขตโรงเรียนจะแจ้งในเวลาต่อมาว่าโรงเรียนไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc