อังกฤษส่งเครื่องบินรบเสริมแนวป้องกัน NATO หลังโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าโปแลนด์

อังกฤษส่งเครื่องบินรบเสริมแนวป้องกัน NATO หลังโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าโปแลนด์

16 ก.ย. 2568 09:18 น.

อังกฤษส่งเครื่องบินรบเสริมแนวป้องกัน NATO หลังโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าโปแลนด์

อังกฤษส่งเครื่องบินรบของกองทัพอากาศ เข้าร่วมปฏิบัติการทางอากาศกับนาโตเหนือน่านฟ้าโปแลนด์ เสริมกำลังป้องกันชายแดนด้านตะวันออก หลังโดรนรัสเซียรุกล้ำน่านฟ้าโปแลนด์และโรมาเนีย 

รัฐบาลอังกฤษส่งเครื่องบินรบยูโรไฟท์เตอร์ไต้ฝุ่นของกองทัพอากาศอังกฤษ เข้าร่วมปฏิบัติการทางอากาศกับนาโต (NATO) เหนือน่านฟ้าโปแลนด์ เพื่อเสริมกำลังป้องกันชายแดนด้านตะวันออกของพันธมิตร โดยภารกิจดังกล่าวจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อรับมือภัยคุกคามทางอากาศจากรัสเซีย รวมถึงการโจมตีด้วยโดรน

เลขาธิการ NATO มาร์ค รุตเต ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า พันธมิตรจะเพิ่มความแข็งแกร่งในการป้องกันด้านตะวันออก หลังเหตุการณ์โดรนรัสเซียทะลุเข้าน่านฟ้าโปแลนด์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่พันธมิตร NATO ต้องส่งเครื่องบินขับไล่ขึ้นสกัดกั้นตั้งแต่สงครามยูเครนเริ่มขึ้นกว่า 3 ปีครึ่ง

ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อวันเสาร์ โรมาเนีย ก็กลายเป็นชาติสมาชิก NATO ล่าสุดที่รายงานเหตุโดรนรุกล้ำน่านฟ้า ส่วนโปแลนด์ก็ต้องส่งเครื่องบินรบขึ้นตอบโต้การโจมตีทางอากาศครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่กิโลเมตรจากพรมแดนยูเครน

โดยนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เคียร์ สตาร์เมอร์ แถลงประณามการกระทำของรัสเซียว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงยุโรป และเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่า เครื่องบินรบอังกฤษไม่ใช่แค่แสดงแสนยานุภาพ แต่มีบทบาทสำคัญในการ ป้องปรามการรุกราน และรักษาความมั่นคงของ NATO รวมถึงความมั่นคงแห่งชาติของอังกฤษ

นอกจากนี้ ฝรั่งเศสและเยอรมนีได้ยืนยันว่าจะส่งเครื่องบินรบเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในโปแลนด์ ขณะที่เลขาธิการนาโตเผยว่า เดนมาร์ก จะเข้าร่วมด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศอังกฤษเปิดเผยว่า ได้เรียกเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงลอนดอนเข้าพบ เพื่อแสดงจุดยืนประท้วงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยระบุว่า การรุกล้ำน่านฟ้าโปแลนด์และ NATO ของรัสเซียถือเป็นการละเมิดที่ร้ายแรงและไม่อาจยอมรับได้

ด้านประธานาธิบดียูเครน โวโลดิมีร์ เซเลนสกี เตือนว่า รัสเซียกำลังขยายปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรนอย่างเจตนา ซึ่งอาจสร้างความตึงเครียดยิ่งขึ้นต่อความมั่นคงของภูมิภาคยุโรป.

ที่มา  : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เครื่องบินรบ

อิสราเอลยอมรับ สงครามในกาซา 2 ปีคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ และทำให้บาดเจ็บเกิน 10% ของจำนวนประชากร

อิสราเอลยอมรับ สงครามในกาซา 2 ปีคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ และทำให้บาดเจ็บเกิน 10% ของจำนวนประชากร

16 ก.ย. 2568 09:12 น.

อิสราเอลยอมรับ สงครามในกาซา 2 ปีคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ และทำให้บาดเจ็บเกิน 10% ของจำนวนประชากร

อดีตผู้บัญชาการกองทัพอิสราเอล เผยตัวเลขสะเทือนใจ สงครามกาซ่านานเกือบ 2 ปี ทำให้ชาวปาเลสไตน์กว่า 2 แสนคนเสียชีวิตหรือบาดเจ็บ คิดเป็นเกิน 10% ของประชากรในฉนวนกาซ่า  

วันที่ 15 กันยายน 2568 สำนักข่าว CNN รายงานอ้างคำเปิดเผยของพลเอกเฮิร์ซี ฮาเลวี อดีตเสนาธิการทหาร กองทัพอิสราเอล ที่เปิดเผยว่า สงครามในฉนวนกาซ่าที่ดำเนินมากว่าเกือบ 2 ปี ได้สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ โดยมีชาวปาเลสไตน์มากกว่า 200,000 คน หรือกว่า 10% ของประชากรทั้งหมดราว 2.2 ล้านคน เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ

โดยตัวเลขนี้มีความใกล้เคียงกับข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขปาเลสไตน์ ที่ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 65,000 ศพ และบาดเจ็บกว่า 164,000 ราย นับตั้งแต่การโจมตีเริ่มขึ้น ขณะที่ตลอดช่วงสงคราม เจ้าหน้าที่อิสราเอลมักตั้งข้อสงสัยต่อความน่าเชื่อถือของตัวเลขนี้ที่อาจจะสูงเกินจริง ขณะที่พลเอกฮาเลวี กล่าวถ้อยแถลงนี้ระหว่างการพบปะชุมชนในไอน์ ฮาเบซอร์ ทางตอนใต้ของอิสราเอล แต่ไม่ได้รับการรายงานอย่างกว้างขวาง 

ทั้งนี้ ฮาเลวีดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองทัพในช่วง 17 เดือนแรกของสงคราม ก่อนลาออกเมื่อเดือนมีนาคม หลังถูกวิจารณ์ว่าล้มเหลวในการป้องกันการโจมตีใหญ่ของฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 . 

ไฟไหม้สลัมกรุงมะนิลา เมืองหลวงฟิลิปปินส์ เผาวอดหลายร้อยหลัง ชาวบ้านไร้ที่อยู่อาศัยนับพันคน

ไฟไหม้สลัมกรุงมะนิลา เมืองหลวงฟิลิปปินส์ เผาวอดหลายร้อยหลัง ชาวบ้านไร้ที่อยู่อาศัยนับพันคน

16 ก.ย. 2568 08:54 น.

ไฟไหม้สลัมกรุงมะนิลา เมืองหลวงฟิลิปปินส์ เผาวอดหลายร้อยหลัง ชาวบ้านไร้ที่อยู่อาศัยนับพันคน

เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงกลางดึกในชุมชน “แฮปปี้แลนด์” ย่านสลัมยากจนที่สุดในเมืองหลวงของฟิลิปปินส์ เผาวอดบ้านเรือนหลายร้อยหลัง ชาวบ้านกว่า 500 ครอบครัวไร้ที่อยู่ ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 39 ล้านบาท

วันที่ 15 กันยายน 2568 สำนักข่า่วต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงเผาบ้านเรือนของประชาชนในเขตชุมชนแออัด “แฮปปี้แลนด์”  ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนแออัดที่ยากจนที่สุดของเมือง ตั้งอยู่ในเขตดอนโต กรุงมะนิลา เมื่อช่วงกลางดึกของวันอาทิตย์ ที่ผ่านมา

โดยเปลวไฟลุกลามอย่างรุนแรงไปทั่วบ้านไม้ และเพิงสังกะสีที่ปลูกเรียงรายอย่างหนาแน่น โดยมี รถดับเพลิงกว่า 28 คัน ถูกระดมเข้าควบคุมสถานการณ์ เพลิงโหมอยู่นานนับชั่วโมง ก่อนถูกควบคุมได้สำเร็จในเวลา 06.02 น. ของวันถัดมา

เจ้าหน้าที่ สำนักงานดับเพลิงแห่งชาติ ระบุว่า ไฟไหม้ครั้งนี้ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 ราย และส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 1,000 คน หรือราว 500 ครอบครัว ความเสียหายประเมินเบื้องต้นราว 1.5 ล้านเปโซ หรือประมาณ 39 ล้านบาท

ทางด้านผู้บัญชาการสถานีดับเพลิงที่ 1 กรุงมะนิลา เผยว่า สาเหตุที่ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากบ้านเรือนทำด้วยวัสดุเบาและบางส่วนเป็นร้านรับซื้อของเก่า จึงติดไฟง่ายและขยายวงกว้าง โดยกรมสวัสดิการสังคมได้เร่งจัดหาที่พักชั่วคราวรองรับครอบครัวผู้ประสบภัยแล้ว 

ทั้งนี้ ชุมชน “แฮปปี้แลนด์” มีประชากรราว 12,000 คน อาศัยอยู่ท่ามกลางกองขยะ ชื่อของชุมชนมาจากคำว่า “ฮาปิแลน” (Hapilan) ในภาษาท้องถิ่นวิซายัน แปลว่า “กองขยะ” ออกเสียงใกล้เคียงคำว่าแฮปปี้แลนด์ ซึ่งความหมายตรงข้ามกัน สะท้อนถึงความเป็นจริงอันโหดร้ายของพื้นที่.

แม่วาฬเพชฌฆาตใจสลายแบกศพลูกน้อยว่ายวนในทะเลสหรัฐฯ

แม่วาฬเพชฌฆาตใจสลายแบกศพลูกน้อยว่ายวนในทะเลสหรัฐฯ

16 ก.ย. 2568 08:28 น.

แม่วาฬเพชฌฆาตใจสลายแบกศพลูกน้อยว่ายวนในทะเลสหรัฐฯ

สุดสลด วาฬเพชฌฆาตแม่ลูกอ่อนในวอชิงตัน พยุงซากศพลูกแรกเกิดว่ายวนในทะเลสหรัฐฯ นักวิจัยชี้วาฬสายพันธุ์นี้เสี่ยงสูญพันธุ์ เหลือตามธรรมชาติเพียง 73 ตัว

เกิดเรื่องสะเทือนใจอีกครั้งกลางทะเลซาลิช รัฐวอชิงตัน ของสหรัฐฯ เมื่อมีผู้แจ้งพบเห็นวาฬเพชฌฆาตเพศเมียรหัส J36 กำลังพยุงซากลูกแรกเกิดที่ยังมีสายสะดือติดอยู่ ราวกับพยายามปลุกให้ลูกฟื้นคืนชีวิตขึ้นมา

โดยนักวิจัยจากศูนย์วิจัยวาฬสมาคมอนุรักษ์ทะเลซีด็อก และ พันธมิตรอนุรักษ์สัตว์ป่าสวนสัตว์ซานดิเอโก (Center for Whale Research, Sea Doc Society and San Diego Zoo Wildlife Alliance) ยืนยันว่า ลูกวาฬเพศเมียตัวดังกล่าวตายแล้ว คาดว่าน่าจะมีอายุไม่เกิน 3 วัน ก่อนจะถูกพบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

แม้ว่าการตายของลูกวาฬแรกเกิดจะเป็นเรื่องพบได้บ่อย แต่สำหรับฝูงเซาท์เทิร์น เรสซิเด้นท์ ออร์กา (Southern Resident Orca) ที่อยู่ระหว่างวอชิงตันกับแคนาดา ถือว่าน่าเป็นห่วงยิ่ง เนื่องจากจำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเหลือเพียง 73 ตัวเท่านั้น

สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนอาหารอย่าง ปลาแซลมอนชินุก รวมถึงมลพิษในทะเล และเสียงเรือที่รบกวนการล่า ทำให้โอกาสการอยู่รอดของวาฬสายพันธุ์นี้ยิ่งลดลง

กรณีนี้ยังสะท้อนภาพเหตุการณ์ในปี 2018 เมื่อวาฬเพศเมียอีกตัวในฝูงเดียวกัน ชื่อ ทาเลควาห์ (Tahlequah ) รหัส J35 เคยสร้างความสะเทือนใจทั่วโลกด้วยการอุ้มซากลูกที่ตายติดตัวไปกว่า 17 วัน เป็นระยะทางกว่า 1,600 กิโลเมตร

นักอนุรักษ์เตือนว่า หากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง วาฬเพชฌฆาตเซาท์เทิร์น เรสซิเด้นท์ อาจใกล้สูญพันธุ์เร็วเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าว วาฬเพชฌฆาต

สหรัฐฯ ทำลายเรือเวเนซุเอลาในน่านน้ำสากล ดับ 3 ศพ อ้างกำลังขนยาเสพติด

สหรัฐฯ ทำลายเรือเวเนซุเอลาในน่านน้ำสากล ดับ 3 ศพ อ้างกำลังขนยาเสพติด

16 ก.ย. 2568 06:17 น.

สหรัฐฯ ทำลายเรือเวเนซุเอลาในน่านน้ำสากล ดับ 3 ศพ อ้างกำลังขนยาเสพติด

โดนัลด์ ทรัมป์ เผยว่า สหรัฐฯ โจมตีทำลายเรือของเวเนซุเอลาลำหนึ่ง ซึ่งกำลังขนยาเสพติดเดินทางมายังสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านข้อความบน Truth Social ว่า กองทัพสหรัฐฯ ทำลายเรือของเวเนซุเอลาลำหนึ่ง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากำลังขนยาเสพติดและกำลังเดินทางในน่านน้ำสากลเพื่อมุ่งหน้ามายังสหรัฐฯ

นายทรัมป์ระบุว่า การโจมตีเรือของแก๊งค้ายาเสพติดดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ไม่ได้แนบหลักฐานใดๆ ที่ยืนยันว่า เรือลำนี้กำลังขนยาเสพติดอยู่เลย

ก่อนหน้านี้ไม่นาน นายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเพิ่งออกมากล่าวว่า ประเทศของเขาจะป้องกันตนเองต่อความก้าวร้าวของสหรัฐฯ พร้อมเรียกนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ ว่าเป็น “เจ้าแห่งสงครามและความตาย” (lord of death and war)

ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับเวเนซุเอลาเพิ่มสูงขึ้นหลังจาก สหรัฐฯ ส่งเรือรบไปยังน่านน้ำทางใต้ของทะเลแคริบเบียนเพื่อทำปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติด และดำเนินการโจมตีเรือของเวเนซุเอลาจนมีผู้เสียชีวิต 11 ศพ

“เมื่อเช้านี้ กองทัพสหรัฐฯ ทำการโจมตีเป้าหมายที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นผู้ก่อการร้ายยาเสพติดและแก๊งค้ายาเสพติดหัวรุนแรงเป็นพิเศษ ด้วยอาวุธพลังงานจลน์เป็นครั้งที่ 2 ตามคำสั่งของผม” นายทรัมป์ระบุบน Truth Social “แก๊งค้ายาเสพติดหัวรุนแรงเหล่านี้ เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ”

โพสต์ดังกล่าวยังแนบคลิปวิดีโอความยาว 30 วินาที แสดงให้ช่วงเวลาที่ เรือที่กำลังเดินทางในทะเลลำหนึ่งระเบิดและลุกเป็นไฟ

นายทรัมป์กล่าวในเวลาต่อมาที่ห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาวสหรัฐฯ ว่า สหรัฐฯ ได้บันทึกข้อพิสูจน์และหลักฐานเอาไว้แล้วว่า เรือลำดังกล่าวเป็นของกลุ่มก่อการร้ายยาเสพติด “สิ่งที่คุณต้องทำก็แค่ดูที่สินค้า ซึ่งกระจายไปทั่วมหาสมุทรแล้ว ว่ามันเป็นถุงใบใหญ่ที่ใส่โคเคนกับเฟนทานิลอยู่เต็มไปหมด”

“เราบันทึกภาพไว้แล้ว เราทำอย่างระมัดระวัง เพราะเรารู้ว่าพวกคุณจะต้องตามเล่นงานเรา เราจึงระมัดระวังมาก”

นายทรัมป์กล่าวต่อว่า การลักลอบขนยาเสพติดเข้าสู่สหรัฐฯ ทางทะเลนั้น ลดลงด้วยความพยายามในช่วงไม่นานมานี้ แต่ยอมรับด้วยว่า ยาเสพติดยังคงเข้าสู่สหรัฐฯ ผ่านเส้นทางทางบนได้อยู่ “ตอนนี้เรากำลังบอกแก๊งค้ายาเหล่านั้นว่า เราจะหยุดพวกเขาด้วย”

ด้านนายนิโคลัส มาดูโร กล่าวว่าความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ “ได้ถูกทำลายลงด้วยการข่มขู่ว่าจะโจมตีด้วยระเบิดของสหรัฐฯ แล้ว”

“เราได้ย้ายจากช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ถูกบั่นทอนไปสู่ช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ขาดสะบั้นโดยสิ้นเชิง” ประธานาธิบดีเวเนซุเอลากล่าวด้วยว่า รัฐบาลจะใช้ “สิทธิ์อันชอบธรรมในการปกป้องตนเองอย่างเต็มที่”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อีลอน มัสก์ ซื้อหุ้น “เทสลา” มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์

อีลอน มัสก์ ซื้อหุ้น “เทสลา” มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์

16 ก.ย. 2568 04:30 น.

อีลอน มัสก์ ซื้อหุ้น “เทสลา” มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์

อีลอน มัสก์ ซื้อหุ้นของบริษัท เทสลา มูลค่าราว 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้หุ้นของเทสลาพุ่งขึ้นถึง 6% จากความเชื่อมั่นที่เพิ่มสูงขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 15 ก.ย. 2568 ว่า อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชื่อดังระดับโลก ซื้อหุ้นของบริษัท เทสลา (Tesla) มูลค่ารวมประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.18 หมื่นล้านบาท) โดยนักวิเคราะห์มองว่า นี่เป็นการแสดงความเชื่อมั่นต่อบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายนี้

ข่าวการซื้อหุ้นของนายมัสก์ ทำให้หุ้นของบริษัท เทสลา ซึ่งประสบปัญหาในการปรับตัวขึ้นในปีนี้ พุ่งขึ้นมากกว่า 6% ในการซื้อขายหุ้นในช่วงก่อนเวลาเปิดตลาดปกติเมื่อวันจันทร์

ทั้งนี้ การซื้อหุ้นเทสลาของนายมัสก์ จำนวนราว 2.5 ล้านหุ้น เสร็จสมบูรณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ก.ย.) และได้รับการเปิดเผยต่อหน่วยงานกำกับดูแลในวันจันทร์ โดยนี่นับเป็นการซื้อหุ้นในตลาดเปิดครั้งแรกของนายมัสก์นับตั้งแต่ปี 2563 และเป็นสัญญาณการลงทุนในบริษัท เทสลา ซึ่งทำผลงานได้ไม่ดีนักในปีนี้

นายมัสก์ครอบครองหุ้นของบริษัท เทสลา อยู่แล้วประมาณ 13% แต่เขาต้องเพิ่มอำนาจควบคุมบริษัทมากขึ้นมานานแล้ว เนื่องจากเขากำลังผลักดันให้ เทสลา ลงทุนในด้านรถยนต์ไร้คนขับ (robotaxis), ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

เมื่อไม่นานมานี้ คณะกรรมการของบริษัท เทสลา เพิ่งเสนอแผนค่าตอบแทนมูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะมอบหุ้นของบริษัทให้แก่นายมัสก์สูงสุดที่ 12% หากบริษัทบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

คณะกรรมการยังระบุด้วยว่า บริษัทจะมอบหุ้นมูลค่า 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ให้แก่นายมัสก์ในฐานะรางวัล “ชั่วคราว” ที่แยกต่างหาก หลังจากที่แผนค่าตอบแทนก้อนใหญ่ที่ตกลงกันไว้ในปี 2561 ถูกศาลสั่งยกเลิก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว

รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว

16 ก.ย. 2568 03:02 น.

รัฐบาลสหรัฐฯ เผย บรรลุข้อตกลงเรื่อง TikTok กับจีนแล้ว

รัฐบาลทรัมป์กับจีนบรรลุข้อตกลงร่วมกันที่จะให้ TikTok ยังคงสามารถดำเนินงานในสหรัฐฯ ต่อไปได้แล้ว สิ้นสุดมหากาพย์ที่ดำเนินมาตั้งแต่นายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.ย. 2568 นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ สหรัฐฯ กับจีนได้บรรลุกรอบการทำงานเรื่องการให้ TikTok ยังคงสามารถดำเนินงานในสหรัฐฯ ต่อไปได้แล้ว โดยประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน จะคุยกันในวันศุกร์นี้ (19 ก.ย.) เพื่อสรุปข้อตกลงดังกล่าว

“ประธานาธิบดีทรัมป์มีบทบาทในเรื่องนี้ เราได้โทรศัพท์คุยกับเขาเมื่อคืนนี้ เราได้รับคำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงจากเขา และได้แบ่งปันเรื่องดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่จีน” นายเบสเซนต์กล่าว หลังการเจรจาที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันจันทร์ (15 ก.ย.) “หากปราศจากความเป็นผู้นำและอำนาจต่อรองที่เขามี เราก็คงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในวันนี้ได้”

รัฐบาลทรัมป์ไม่ได้ระบุชื่อผู้ซื้อที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ที่จะเข้าซื้อกิจการของ TikTok ในแดนลุงแซม แต่คาดกันอย่างกว้างขวางว่ากลุ่มดังกล่าวจะนำโดย นายแลร์รี เอลลิสัน ประธานคณะผู้บริหารของบริษัท ออราเคิล ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้กลายเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอยู่ช่วงหนึ่ง

เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายทรัมป์เคยออกมากล่าวว่า เขาสนับสนุนให้นายเอลลิสัน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนนายทรัมป์ ให้ซื้อทรัพย์สินของ TikTok ในสหรัฐฯ

“เราให้ความสำคัญอย่างมากกับ TikTok และทำให้แน่ใจว่าข้อตกลงนี้เป็นธรรมสำหรับชาวจีนและเคารพต่อความกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ อย่างยิ่ง ซึ่งนั่นคือข้อตกลงที่เราบรรลุ” นายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันจันทร์

“แน่นอนว่าเราต้องการให้แน่ใจว่าจีนมีสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เป็นธรรมในสหรัฐอเมริกา แต่ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ต้องมาเป็นอันดับแรกเสมอ” นายเกรียร์กล่าว

ด้าน TikTok และบริษัทแม่อย่าง ByteDance ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใดๆ ในเรื่องข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

ทั้งนี้ ในช่วงก่อนสิ้นสุดการปกครองสมัยแรกของนายทรัมป์ เขาพยายามชงเรื่องการแบนแอปพลิเคชัน TikTok ในสหรัฐฯ แม้นโยบายของเขาจะไม่เคยผ่านความเห็นชอบจากสภา แต่ในท้ายที่สุด รัฐบาลชุดต่อมาของนายโจ ไบเดน ก็ให้การสนับสนุนและลงนามเป็นกฎหมาย

กฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจากทั้งสองพรรคในสภาคองเกรส สั่งแบน TikTok ในสหรัฐฯ อ้างความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ และจะอนุญาตให้แอปฯ นี้สามารถดำเนินการในอเมริกาต่อไปได้ก็ต่อเมื่อเจ้าของ TikTok ในจีน ขายหุ้นธุรกิจ TikTok ในสหรัฐฯ ให้บุคคลหรือบริษัทที่สหรัฐฯ สนับสนุน

กฎหมายดังกล่าวทำให้บริการ TikTok ในสหรัฐฯ หยุดไปช่วงระยะเวลาหนึ่งในวันที่ 18 ก.ค. ก่อนที่ “กฎหมายควบคุมแอปพลิเคชันต่างชาติที่เป็นปรปักษ์” (Foreign Adversary Controlled Applications Act) จะเริ่มมีผลบังคับใช้ ก่อนที่นายทรัมป์จะลงนามคำสั่งพิเศษ เลื่อนเส้นตายการแบน TikTok ออกไป 75 วัน

หลังจากนั้น นายทรัมป์ก็เลื่อนเส้นตายการแบน TikTok ในสหรัฐฯ อีกหลายครั้ง โดยล่าสุดถูกเลื่อนไปวันที่ 17 ก.ย. เพื่อหาทางทำข้อตกลงกับจีน และคาดกันว่านายทรัมป์จะเลื่อนเส้นตายอีกหากทีมเจรจาของทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงไม่ทันเวลา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

FBI ยืนยัน ดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ ตรงกับผู้ต้องสงสัยยิง “ชาร์ลี เคิร์ก”

FBI ยืนยัน ดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ ตรงกับผู้ต้องสงสัยยิง “ชาร์ลี เคิร์ก”

16 ก.ย. 2568 01:01 น.

FBI ยืนยัน ดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ ตรงกับผู้ต้องสงสัยยิง “ชาร์ลี เคิร์ก”

เจ้าหน้าที่ FBI ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า ผลตรวจดีเอ็นเอที่เก็บได้จากสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมนายชาร์ลี เคิร์ก ออกมาตรงกับผู้ต้องสงสัย ซึ่งคาดว่าจะถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมในเร็วๆ นี้

นายแคช พาเดล ผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) เปิดเผยในวันจันทร์ที่ 15 ก.ย. 2568 ว่า ผลตรวจตัวอย่างดีเอ็นเอที่เก็บได้บริเวณจุดเกิดเหตุฆาตกรรมนายชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษ์นิยมคนดัง ออกมาตรงกับนายไทเลอร์ โรบินสัน ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้

นายโรบินสันวัย 22 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุลอบยิงนายเคิร์กซึ่งกำลังร่วมงานอีเวนต์ขององค์กรนักศึกษา “จุดเปลี่ยนสหรัฐอเมริกา” (Turning Point USA – TPUSA) ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้ง ที่วิทยาเขตของมหาวิทยาลัยยูทาห์ วัลเลย์เมื่อวันพุธ (10 ก.ย.) โดยใช้ปืนไรเฟิลยิงกระสุน 1 นัดโดนที่ลำคอ

ผู้ต้องสงสัยรายนี้ถูกจับกุมตัวเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 ก.ย.) หลังเจ้าหน้าที่ออกตามล่าตัว 33 ชั่วโมง และคาดว่า นายโรบินสันจะถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมอย่างเป็นทางการในช่วงปลายสัปดาห์นี้

นายพาเดลเปิดเผยความคืบหน้าในการสืบสวนกับสำนักข่าวฟ็อกซ์ นิวส์ ว่า “วันนี้เราสามารถรายงานได้ว่า ดีเอ็นเอที่ได้จากผ้าขนหนูที่ห่อปืนเอาไว้ กับดีเอ็นเอบนไขควง ตรงกับของผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในการควบคุมตัว” โดยเขาอ้างถึงปืนที่พบในป่ากับไขควงที่พบในที่เกิดเหตุ

นายพาเดลยังพูดถึงโน้ตที่เชื่อว่านายโรบินสันเขียนเอาไว้ก่อนลงมือก่อเหตุ ซึ่งเนื้อความในนั้นระบุในทำนองว่า “ผมมีโอกาสที่จะกำจัดชาร์ลี เคิร์ก” โดยนายพาเดลยืนยันว่า โน้ตดังกล่าวถูกทิ้งไว้ที่บ้านของครอบครัวนายโรบินสัน และถึงแม้ว่ามันจะถูกทำลายไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่กลับพบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของโน้ตดังกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ สัญญาหนุนอิสราเอลทำตามเป้าหมายในกาซา

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ สัญญาหนุนอิสราเอลทำตามเป้าหมายในกาซา

15 ก.ย. 2568 22:49 น.

รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ สัญญาหนุนอิสราเอลทำตามเป้าหมายในกาซา

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันระหว่างเยือนอิสราเอลว่า สหรัฐฯ จะสนับสนุนอิสราเอลเพื่อทำตามเป้าหมายในสงครามกาซาต่อไป พร้อมเรียกร้องให้กำจัดกลุ่มฮามาส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวในวันจันทร์ที่ 15 ก.ย. 2568 ว่า สหรัฐฯ ยังคงแน่วแน่ในการสนับสนุนอิสราเอล เพื่อทำตามเป้าหมายของการทำสงครามในฉนวนกาซา พร้อมเรียกร้องให้กำจัดกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก

“ประชาชนในกาซาสมควรจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้ แต่อนาคตที่ดีกว่าไม่สามารถเริ่มขึ้นได้จนกว่ากลุ่มฮามาสจะถูกกำจัด” นายรูบิโอบอกกับสื่อระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ที่กรุงเยรูซาเลม “คุณวางใจได้เลยว่าเราจะให้การสนับสนุนอย่างไม่เปลี่ยนแปลง” นายรูบิโอกล่าว

ด้านนายเนทันยาฮูระบุว่า การที่นายรูบิโอมาเยือนอิสราเอลนั้น เป็นการส่งข้อความที่ชัดเจนว่า สหรัฐฯ ยืนเคียงข้างอิสราเอล พร้อมกับกล่าวชื่นชมประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้การสนับสนุน โดยยกย่องนายทรัมป์ว่า เป็นมิตรผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดที่อิสราเอลเคยมี

นายรูบิโอยังวิพากษ์วิจารณ์แผนการของชาติยุโรปหลายประเทศ ที่จะยอมรับความเป็นรัฐของปาเลสไตน์ โดยระบุว่า แผนการนี้ทำให้กลุ่มฮามาสฮึกเหิมมากขึ้น “แผนการนี้ส่วนใหญ่เป็นเพียงในเชิงสัญลักษณ์ … ผลกระทบเดียวที่มันทำให้เกิดขึ้นจริงๆ คือ ทำให้กลุ่มฮามาสรู้สึกฮึกเหิมขึ้นเท่านั้น”

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า เขาจะหารือกับนายเนทันยาฮู เรื่องแผนการของอิสราเอลที่จะยึดเมืองกาซาซิตี้ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่สุดในภาคกลางของฉนวนกาซา รวมถึงแผนการผนวกดินแดนบางส่วนของเขตเวสต์แบงก์ โดยหวังว่าจะป้องกันการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ได้

นายรูบิโอกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้สงครามในกาซา “จบลง” ซึ่งนั่นหมายถึงการปลดปล่อยตัวประกันทุกคน และรับประกันว่า กลุ่มฮามาสจะไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การเจรจาเพื่อปล่อยตัวประกันและยุติสงครามดูจะทำได้ยากยิ่งขึ้นหลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อน อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เป้าหมายในกรุงโดฮา เมืองหลวงของประเทศกาตาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวกลางเจรจา โดยอ้างว่าโจมตีผู้นำกลุ่มฮามาส เรียกเสียงประณามอย่างหนักจากนานาชาติ

“เราได้ส่งข้อความไปถึงผู้ก่อการร้ายว่า พวกคุณหนีได้ แต่ซ่อนตัวไม่ได้” เนทันยาฮูกล่าวเมื่อวันจันทร์ “การจู่โจมนี้ไม่ได้ล้มเหลว มันมีสาระสำคัญเพียงอย่างเดียว”

ด้านนายรูบิโอกล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะขอให้กาตาร์ดำเนิน “บทบาทที่สร้างสรรค์” ในฐานะคนกลางในสงครามกาซาต่อไป

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ นายหนึ่งเปิดเผยว่า นายรูบิโอจะเดินทางไปยังกาตาร์ในวันอังคารนี้ (16 ก.ย.) 1 วันหลังจากผู้นำชาติอาหรับและอิสลามประชุมร่วมกันในวันจันทร์ เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้อิสราเอล จากกรณีการโจมตีกรุงโดฮา

ในการประชุมสุดยอดดังกล่าว เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์กล่าวว่าอิสราเอลพยายามขัดขวางการเจรจาหยุดยิง ซึ่งกาตาร์ร่วมกับอียิปต์และสหรัฐฯ พยายามเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาสมาตลอด

“ใครก็ตามที่ทำงานอย่างไม่ลดละและเป็นระบบเพื่อลอบสังหารคู่กรณีที่ตนกำลังเจรจาด้วย ย่อมมีเจตนาที่จะขัดขวางการเจรจา… สำหรับพวกเขาแล้ว การเจรจาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสงครามเท่านั้น” ชีค ทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี กล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

“ฮุน เซน” ปัดข่าวเตรียมยึดทรัพย์ “ทักษิณ” ลั่นไม่มีทรัพย์สินในกัมพูชา

“ฮุน เซน” ปัดข่าวเตรียมยึดทรัพย์ “ทักษิณ” ลั่นไม่มีทรัพย์สินในกัมพูชา

15 ก.ย. 2568 20:13 น.

“ฮุน เซน” ปัดข่าวเตรียมยึดทรัพย์ “ทักษิณ” ลั่นไม่มีทรัพย์สินในกัมพูชา

ฮุน เซน โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ยืนยันไม่ได้เตรียมยึดทรัพย์นายทักษิณ ลั่นแม้มีปัญหากันมาก่อน แต่ก็ต้องรับผิดชอบในการรักษาความสุจริตของนายทักษิณเอาไว้

เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.ย. 2568 สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพื่อยืนยันว่า ทางการกัมพูชาไม่ได้กำลังเตรียมการเพื่อยึดทรัพย์ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย และยืนยันด้วยว่า ทั้งนายทักษิณและนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้ถือครองทรัพย์สินใดๆ ในกัมพูชาเลย

“ผมเพิ่งได้เห็นรายงานข่าวที่ว่า ฯพณฯ ทักษิณถือครองทรัพย์สินในกัมพูชา และทางการกัมพูชากำลังเตรียมอายัดทรัพย์สินเหล่านั้น” ข้อความของ ฮุน เซน ระบุ “ถึงแม้ว่าผมกับ ฯพณฯ ทักษิณจะมีปัญหากันมาก่อน แต่ผมต้องรับผิดชอบในการรักษาไว้ซึ่งความสุจริตและเกียรติของ ฯพณฯ ทักษิณ”

“ทั้ง ฯพณฯ ทักษิณ และคุณผู้หญิงยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ถือครองทรัพย์สินหรือแหล่งเงินได้ใดๆ ในกัมพูชา”

“ตอนที่ ฯพณฯ ทักษิณ และคุณยิ่งลักษณ์มาเยี่ยมเยียนกัมพูชา พวกเขาใช้รถของผมเสมอ สิ่งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าคุณทักษิณไม่ได้ถือครองทรัพย์สินใดๆ ในกัมพูชาเลย”

“ผมต้องขอชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า ฯพณฯ ทักษิณกับผมไม่ได้หารือเกี่ยวกับธุรกิจใด ๆ เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจส่วนตัวหรือของครอบครัวเลย”

“หากข้อมูลดังกล่าวมีต้นตอมาจากกัมพูชา ผมขอให้ยุติเรื่องนี้ในทันที เนื่องจากประเทศของเราต้องรักษาศักดิ์ศรีและหลีกเลี่ยงการสร้างหรือเผยแพร่เรื่องราวที่เป็นเท็จและทำให้เข้าใจผิด”

“แต่หากเรื่องนี้มีต้นตอมาจากประเทศไทย ก็ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางการไทยในการจัดการ” โพสต์ของสมเด็จฯ ฮุน เซน ระบุทิ้งท้าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : facebook / hunsencambodia