ดับแล้ว 1 ศพ พายุ “คาจิกิ” ขึ้นฝั่ง ทำฝนถล่มเวียดนาม

ดับแล้ว 1 ศพ พายุ “คาจิกิ” ขึ้นฝั่ง ทำฝนถล่มเวียดนาม

26 ส.ค. 2568 00:42 น.

ดับแล้ว 1 ศพ พายุ “คาจิกิ” ขึ้นฝั่ง ทำฝนถล่มเวียดนาม

ไต้ฝุ่น คาจิกิ ขึ้นฝั่งเวียดนามแล้วเมื่อบ่ายวันจันทร์ และทำให้เกิดฝนตกหนักและดินถล่ม แต่เวียดนามสั่งอพยพคนเกือบ 600,000 คนล่วงหน้าแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไต้ฝุ่น “คาจิกิ” เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของประเทศเวียดนามแล้ว เมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 25 ส.ค. 2568 ด้วยความเร็วลม 118-133 กม./ชม. โดยขึ้นฝั่งทางเหนือของเมืองดานัง ทำให้เกิดฝนตกหนัก ลมแรง ต้นไม้ถูกถอนรากถอนโคน บ้านเรือนถูกทำลายหรือเสียหาย

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาเวียดนามเตือนว่า พายุลูกนี้อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม ซึ่งทางการ 6 จังหวัดได้เตือนให้ประชาชนกว่า 400 หมู่บ้านในจังหวัดหั่วเสิน

ก่อนหน้านี้ทางการเวียดนามต้องปิดโรงเรียนกับสนามบินหลายแห่ง และสั่งอพยพประชาชนเกือบ 600,000 คนในจังหวัดทัญฮว้า, ก๋วงตริ, เว้ และดานัง ตอนกลางของเวียดนาม เพื่อเตรียมรับมือกับไต้ฝุ่น คาจิกิ โดยในวันจันทร์ เจ้าหน้าที่ยังเดินตรวจตามบ้านเพื่อบอกให้ชาวบ้านอพยพไปยังศูนย์หลบภัย

นอกจากนี้ยังมีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ โดยสาเหตุมาจากการถูกไฟช็อตขณะพยายามเสริมความแข็งแกร่งให้หลังคาบ้านในจังหวัดเงียอาน

ทั้งนี้ คาดกันว่าไต้ฝุ่น คาจิกิ เป็นหนึ่งในพายุรุนแรงที่สุดที่เคยเคลื่อนตัวเข้าสู่ โดยหลังขึ้นฝั่ง พายุลูกนี้ก็เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ขณะอยู่บนบก และจะอ่อนกำลังลงขณะที่มันเคลื่อนตัวผ่านเวียดนามเข้าสู่ประเทศลาว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลโจมตีโรงพยาบาลในกาซา เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ รวมนักข่าวรอยเตอร์-อัลจาซีรา

อิสราเอลโจมตีโรงพยาบาลในกาซา เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ รวมนักข่าวรอยเตอร์-อัลจาซีรา

25 ส.ค. 2568 17:00 น.

อิสราเอลโจมตีโรงพยาบาลในกาซา เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ รวมนักข่าวรอยเตอร์-อัลจาซีรา

การโจมตีโรงพยาบาลนัสเซอร์ในฉนวนกาซาของอิสราเอลในวันนี้ (25 ส.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ รวมถึงนักข่าว 4 คน ซึ่งหนึ่งในนั้นทำงานให้กับสำนักข่าวรอยเตอร์และอัลจาซีรา 

ฮุสซัม อัล-มาสรี ช่างภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักข่าวที่เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งแรก เป็นนักข่าวสัญญาจ้างของสำนักข่าวรอยเตอร์ ส่วนฮาเทม คาเลด ซึ่งเป็นช่างภาพสัญญาจ้างของสำนักข่าวรอยเตอร์  ได้รับบาดเจ็บที่ขา จากการโจมตีครั้งที่สอง

ด้านสำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานโดยอ้างจากสำนักงานสื่อมวลชนของรัฐบาลกาซาระบุว่า นักข่าวทั้ง 4 รายนี้เสียชีวิตจากการโจมตีโรงพยาบาลนัสเซอร์ของอิสราเอล ประกอบด้วย ฮอสซัม อัล-มาสรี ช่างภาพข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์, โมฮัมเหม็ด ซาลามา ช่างภาพข่าวของอัลจาซีรา, มาเรียม อาบู ดากา นักข่าวที่ทำงานให้กับหลายสำนักข่าว รวมถึงดิ อินดิเพนเดนท์ อารบิก และเอพี และ โมอาซ อาบู ทาฮา นักข่าวที่ทำงานให้กับเครือข่ายสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี

สำนักงานสื่อมวลชนของรัฐบาลกาซากล่าวว่า จากเหตุการณ์ล่าสุด ทำให้จำนวนนักข่าวที่เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 244 คน “เพื่อนนักข่าวผู้พลีชีพต้องเสียชีวิตเมื่อการยึดครองของอิสราเอลก่ออาชญากรรมอันน่าสยดสยอง ด้วยการทิ้งระเบิดใส่กลุ่มนักข่าวที่กำลังทำภารกิจรายงานข่าวที่โรงพยาบาลนัสเซอร์ ในเขตปกครองข่านยูนิส และมีนักข่าวผู้พลีชีพจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมนี้ เราถือว่าการยึดครองของอิสราเอล รัฐบาลอเมริกัน และประเทศที่มีส่วนร่วมในอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส มีส่วนรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อการก่ออาชญากรรมอันโหดร้ายเหล่านี้”

ผู้อยู่ในเหตุการณ์กล่าวว่าการโจมตีครั้งที่สองเกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย นักข่าว และคนอื่นๆ รีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุโจมตีครั้งแรก ภาพจากรอยเตอร์สแสดงให้เห็นว่าภาพวิดีโอที่ถ่ายทอดสดจากโรงพยาบาล ซึ่งนายมัสรีเป็นผู้ดำเนินการ ได้ปิดตัวลงอย่างกะทันหันในขณะที่เกิดการโจมตีครั้งแรก

ทั้งนี้ มีนักข่าวชาวปาเลสไตน์มากกว่า 240 คน เสียชีวิตจากการยิงของอิสราเอลในฉนวนกาซา นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2023 ตามรายงานของสมาพันธ์นักข่าวปาเลสไตน์.

ที่มา  Al Jazeera  Reuters

นายกฯ มาเลเซีย ประกาศช่วยเหลือกาซาเพิ่มอีกกว่า 770 ล้านบาท

นายกฯ มาเลเซีย ประกาศช่วยเหลือกาซาเพิ่มอีกกว่า 770 ล้านบาท

25 ส.ค. 2568 14:34 น.

นายกฯ มาเลเซีย ประกาศช่วยเหลือกาซาเพิ่มอีกกว่า 770 ล้านบาท

อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศการมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 100 ล้านริงกิต หรือราว 770 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ ซึ่งเป็นวงเงินเพิ่มจากงบ 100 ล้านริงกิตที่รัฐบาลอนุมัติไว้แล้วเมื่อปี 2023

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นต่อหน้าฝูงชนหลายพันคนที่รวมตัวกันในงานชุมนุม “Sumud Nusantara” ณ จัตุรัสเมอร์เดกา ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ก่อนส่งกองเรือบรรเทาทุกข์เดินทางไปยังกาซา

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติม “คืนนี้ผมขอประกาศว่า เราจะมอบเงินช่วยเหลืออีก 100 ล้านริงกิต” อันวาร์กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “นี่ไม่ใช่เสียงของพรรคการเมือง ไม่ใช่เสียงของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่นี่คือเสียงร่วมของประชาชนมาเลเซีย” พร้อมย้ำว่ามาเลเซียได้ทำทุกทางเพื่อช่วยเหลือ ตั้งแต่การส่งอาสาสมัคร นักบวช และการรักษาผู้บาดเจ็บ ไปจนถึงการให้การศึกษาแก่เด็กปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ในมาเลเซีย และกล่าวต่อว่า “คืนนี้ผมขอประกาศว่า เราจะมอบเงินช่วยเหลืออีก 100 ล้านริงกิต”

กองเรือบรรเทาทุกข์ Sumud Nusantara เป็นส่วนหนึ่งของกองเรือพันธมิตร Global Sumud Flotilla ซึ่งมีภารกิจลำเลียงความช่วยเหลือไปยังกาซา ที่ปัจจุบันมีประชาชนกว่าครึ่งล้านคนกำลังเผชิญภาวะความอดอยากจากการปิดล้อมโดยอิสราเอล

ผู้จัดงานระบุว่า ภารกิจนี้มีเป้าหมายเพื่อฝ่าแนวกั้นทางทะเลของกองทัพเรืออิสราเอล และเปิดเส้นทางมนุษยธรรมให้กองเรือบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือสามารถเข้าถึงกาซาได้มากขึ้น โดยมีประเทศมาเลเซียนำทีมร่วมกับอีก 8 ประเทศ แม้จำนวนเรือที่เข้าร่วมยังไม่ชัดเจน

ขบวนกองเรือจะแยกออกเดินทางเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกมีกำหนดออกเดินทางวันที่ 31 สิงหาคม และชุดที่สองวันที่ 4 กันยายน เรือจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมุ่งหน้าไปยังสเปนเป็นจุดแวะพักสำคัญก่อนเดินทางต่อไปยังกาซา ขณะที่อีกชุดจะมุ่งหน้าไปยังตูนิเซีย ก่อนรวมกับเรือจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเดินทางช่วงสุดท้ายไปยังปลายทาง

อันวาร์เป็นหนึ่งในผู้นำมุสลิมที่ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนเรื่องปัญหาปาเลสไตน์ และมักใช้เวทีนานาชาติเพื่อวิจารณ์ความเพิกเฉยของรัฐบาลตะวันตกที่ทำให้อิสราเอลเดินหน้าการโจมตีกาซาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เคยมีข้อสรุปเมื่อปีที่แล้วว่า มีความเป็นไปได้ที่อิสราเอลกำลังเข้าข่ายก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แม้จะยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

นายกรัฐมนตรีมาเลเซียแสดงความมั่นใจว่า “ความยุติธรรมจะต้องเกิดขึ้นในสักวัน เมื่อมีประเทศต่าง ๆ กล้าออกมาโต้แย้งความโหดร้ายของระบอบไซออนิสต์อิสราเอล” พร้อมยกตัวอย่างประเทศบราซิล สเปน และแอฟริกาใต้ที่ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน

อันวาร์ยืนยันอีกครั้งว่ามาเลเซียจะไม่ทอดทิ้งชาวปาเลสไตน์ “เราจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ” เขากล่าวท่ามกลางเสียงปรบมือและการตะโกน “ปาเลสไตน์จงเจริญ” จากฝูงชนจำนวนมาก

ที่มา Malay Mail

กัมพูชาผ่านร่างกฎหมายเพิกถอนสัญชาติผู้สมคบคิดต่างชาติ

กัมพูชาผ่านร่างกฎหมายเพิกถอนสัญชาติผู้สมคบคิดต่างชาติ

25 ส.ค. 2568 11:55 น.

กัมพูชาผ่านร่างกฎหมายเพิกถอนสัญชาติผู้สมคบคิดต่างชาติ

สมาชิกรัฐสภากัมพูชาได้ผ่านร่างกฎหมายที่อนุญาตให้ผู้ที่สมรู้ร่วมคิดกับต่างชาติถูกเพิกถอนสัญชาติ ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนเกรงว่าจะถูกนำไปใช้ปราบปรามผู้เห็นต่าง และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกกฎหมายฉบับนี้ว่าเป็น “การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง”

สมาชิกรัฐสภาทั้ง 120 คนที่เข้าร่วมประชุมสภาแห่งชาติ รวมถึงนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ลงมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนี้ ด้านกลุ่มตรวจสอบสิทธิมนุษยชนกล่าวหารัฐบาลกัมพูชามานานแล้วว่าใช้กฎหมายที่เข้มงวดเพื่อสกัดกั้นฝ่ายค้านและสร้างความชอบธรรมให้กับการถกเถียงทางการเมือง

กลุ่มพันธมิตรสิทธิมนุษยชน 50 กลุ่มได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ เตือนว่ากฎหมายฉบับนี้ “มีเนื้อหาคลุมเครือ” และ “จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเสรีภาพในการแสดงออกของพลเมืองกัมพูชาทุกคน” แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า “ความเสี่ยงที่กฎหมายที่ใช้ถ้อยคำคลุมเครือนี้จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อกำหนดเป้าหมายบุคคลโดยพิจารณาจากเชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง การพูด และการเคลื่อนไหวทางสังคมนั้นสูงเกินกว่าจะยอมรับได้” “รัฐบาลมีอำนาจมากมาย แต่ไม่ควรมีอำนาจตัดสินโดยพลการว่าใครเป็นหรือไม่ใช่ชาวกัมพูชา” โดยกฎหมายฉบับนี้ยังคงต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาสูงของกัมพูชาก่อนที่จะประกาศใช้โดยประมุขแห่งรัฐ 

จากการแถลงข่าวของรัฐสภายุโรปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ สิทธิในการเป็นพลเมืองสามารถถูกเพิกถอนได้หากมีเหตุผลว่าก่อกบฏหรือทุจริตใน 15 ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป และเฉพาะพลเมืองที่แปลงสัญชาติแล้วใน 8 ประเทศเท่านั้น

สิทธิในการเป็นพลเมืองอย่างไม่มีเงื่อนไขได้รับการบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญของกัมพูชา แต่สมาชิกสภานิติบัญญัติได้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนที่แล้ว โดยระบุว่า “การได้รับ การสูญเสีย และการเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาจะเป็นไปตามกฎหมาย” 

ไกต์ ริธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกัมพูชา กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากผ่านร่างกฎหมายว่า “หากคุณทรยศต่อชาติ ชาติจะไม่เก็บคุณไว้” 

เดือนที่แล้ว แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกกฎหมายฉบับนี้ว่าเป็น “การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง” มอนต์เซ เฟอร์เรอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยประจำภูมิภาคกล่าว “เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ทางการกัมพูชาล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการปกป้องเอกราชและบูรณภาพของศาลของประเทศ”  “สิ่งนี้ทำให้การปฏิบัติแบบเผด็จการของรัฐบาลยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีการตรวจสอบ เช่น การข่มเหงผู้นำฝ่ายค้าน นักเคลื่อนไหว และนักข่าวอิสระ”

ทั้งนี้ นักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านจำนวนมากถูกจำคุกหรือถูกฟ้องร้องโดยทางการกัมพูชา นายเขม โสกา ผู้นำฝ่ายค้าน ถูกตัดสินจำคุก 27 ปีในข้อหากบฏในปี 2566 ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธมาหลายครั้ง และถูกกักบริเวณในบ้านทันที.

ที่มา CNA

ครูประถมสหรัฐล่วงละเมิดเด็กนานนับทศวรรษ ถูกศาลตัดสินจำคุก 215 ปี

ครูประถมสหรัฐล่วงละเมิดเด็กนานนับทศวรรษ ถูกศาลตัดสินจำคุก 215 ปี

25 ส.ค. 2568 11:55 น.

ครูประถมสหรัฐล่วงละเมิดเด็กนานนับทศวรรษ ถูกศาลตัดสินจำคุก 215 ปี

ครูโรงเรียนประถมในสหรัฐอเมริกา ถูกศาลตัดสินจำคุก 215 ปีตลอดชีวิต หลังถูกเปิดโปงว่าก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน ของตัวเองมาเป็นเวลาหลายสิบปี พร้อมบันทึกภาพและวิดีโอหลักฐานจำนวนมหาศาลไว้

ครูใจโฉดรายนี้ คือนายคิม เคนเน็ธ วิลสัน วัย 64 ปี ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าชมรมโสตทัศนศึกษาของโรงเรียนประถม เดล ปาโซ ไฮท์ส  นานกว่า 23 ปี ก่อนถูกไล่ออกเมื่อความจริงถูกเปิดเผย

อัยการเขตซาคราเมนโตเผยว่า วิลสันใช้ตำแหน่งหน้าที่และทรัพยากรในโรงเรียน รวมถึงห้องบันทึกเสียงที่เก็บเสียงได้แน่นหนา เพื่อก่อเหตุล่วงละเมิดเหยื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหญิงอายุเพียง 6–12 ปี นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการล่วงละเมิดเด็กเพิ่มเติมที่บ้านพักของเขาเองในงานส่วนตัวบางครั้ง

จากการตรวจค้นบ้านพักในปี 2023 ทำให้ตำรวจพบเซ็กซ์ทอยจำนวนมาก รวมถึงเทป VHS และแผ่น DVD ที่บันทึกการกระทำชำเราเหยื่อไว้อย่างเป็นระบบตลอดหลายปี

วิลสันยอมรับสารภาพผิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในหลายข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก แม้ในตอนแรกเขาจะถูกตั้งข้อหาถึง 36 กระทง แต่บางข้อหาถูกยกเลิกเพื่อไม่ให้เหยื่อต้องขึ้นให้การในศาล

ศาลตัดสินโทษจำคุก 215 ปีตลอดชีวิต ซึ่งเกือบจะเป็นการปิดตายชีวิตในเรือนจำ อย่างไรก็ตาม ด้วยอายุที่มากแล้ว เขาอาจมีสิทธิ์ยื่นขอ Elder Parole  หรือ การพิจารณาทัณฑ์บนสำหรับนักโทษสูงอายุ หลังจากรับโทษครบ 20 ปี ซึ่งขณะนั้นเขาจะมีอายุกว่า 80 ปี

ปัจจุบัน วิลสันถูกควบคุมตัวที่ศูนย์คุมขังริโอ คอนซูมเนส คอร์เรคชั่นนอล เซ็นเตอร์ เมืองเอลก์โกรฟ ก่อนถูกย้ายไปเรือนจำของรัฐในขั้นต่อไป

ด้านเขตการศึกษา ทวิน ริเวอร์ ยูนิไฟด์ สคูล ดิสทริค ที่ดูแลโรงเรียนแห่งนี้ ยอมจ่ายเงินชดเชย 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยุติคดีแพ่งที่ถูกกล่าวหาว่าละเลยการกำกับดูแล จนทำให้เกิดเหตุการณ์สุดสะเทือนใจนี้ยาวนานกว่า 20 ปี ขณะที่ยังมีอีกหนึ่งครอบครัวที่ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากวิลสันและเขตการศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งคดียังคงอยู่ในขั้นตอนพิจารณา.

ที่มา : นิวยอร์กโพสต์

คลิกอ่านข่าว ล่วงละเมิดทางเพศ

เวียดนามสั่งปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ ถล่มชายฝั่งตอนกลางประเทศบ่ายวันนี้

เวียดนามสั่งปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ ถล่มชายฝั่งตอนกลางประเทศบ่ายวันนี้

25 ส.ค. 2568 11:18 น.

เวียดนามสั่งปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ ถล่มชายฝั่งตอนกลางประเทศบ่ายวันนี้

เวียดนามสั่งปิดสนามบิน หยุดการเรียนการสอนในโรงเรียน เร่งอพยพประชาชนกว่า 5 แสนคน เตรียมรับมือกับ ไต้ฝุ่นคาจิกิ ซึ่งถือเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดของปีนี้

กรมอุตุนิยมวิทยาของเวียดนามรายงานว่า พายุไต้ฝุ่นคาจิกิกำลังลมสูงสุด 166 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะทวีกำลังแรงขึ้นก่อนขึ้นฝั่งในช่วงบ่ายวันจันทร์ (25 ส.ค.) โดยจุดศูนย์กลางพายุจะพัดเข้าชายฝั่งระหว่างจังหวัดทัญฮว้า, ก๋วงตริ และ เหงะอาน เวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาเวียดนาม

เวียดนามสั่งปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ ถล่มชายฝั่งตอนกลางประเทศบ่ายวันนี้

รัฐบาลเวียดนามเตือนว่าพายุลูกนี้รุนแรงและเคลื่อนตัวเร็วมาก พร้อมคาดการณ์ว่าจะเกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม และดินถล่มในหลายพื้นที่

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ประกาศอพยพประชาชนกว่า 500,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยง และได้สั่งห้ามเรือทุกลำออกจากฝั่งเพื่อป้องกันอันตรายแล้ว

เวียดนามสั่งปิดสนามบิน รับมือไต้ฝุ่นคาจิกิ ถล่มชายฝั่งตอนกลางประเทศบ่ายวันนี้

ด้านสำนักงานการบินพลเรือนเวียดนามยืนยันว่า สนามบิน 2 แห่งในจังหวัด ทัญฮว้า และ กว๋างบิ่ญ ถูกสั่งปิดชั่วคราว ขณะที่สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ส และ เวียดเจ็ท ต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามระบุว่า ไต้ฝุ่นคาจิกิอาจรุนแรงเทียบเท่า ไต้ฝุ่นยางิ ที่พัดถล่มเวียดนามเมื่อปีที่แล้ว คร่าชีวิตประชาชนราว 300 คน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไต้ฝุ่นคาจิกิ

เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตันดีซี เริ่มพกอาวุธ

เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตันดีซี เริ่มพกอาวุธ

25 ส.ค. 2568 11:12 น.

เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตันดีซี เริ่มพกอาวุธ

เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิของสหรัฐฯ ซึ่งลาดตระเวนตามท้องถนนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตามนโยบายปราบปรามอาชญากรรมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มพกพาอาวุธแล้ว

เจ้าหน้าที่สองรายเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิของสหรัฐฯ ที่ลาดตระเวนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ภายใต้นโยบาย “ปราบปรามอาชญากรรม” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มพกพาอาวุธตั้งแต่คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (24 ส.ค.) โดยบางส่วนจะพกปืนพก M17 หรือปืนไรเฟิล M4 ทั้งนี้จำนวนกำลังพลที่ได้รับอนุญาตให้พกอาวุธยังไม่ทราบแน่ชัด

ก่อนหน้านี้มีกำลังพลหลายร้อยนายที่ไม่ได้พกอาวุธประจำการตามท้องถนนมาตลอดสองสัปดาห์ หลังจากทรัมป์ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านอาชญากรรมในกรุงวอชิงตัน โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พีท เฮกเซ็ธ รัฐมนตรีกลาโหม ได้อนุมัติให้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิสามารถพกอาวุธได้

แถลงการณ์จากกองกำลัง Joint Task Force-DC ย้ำว่า กำลังพลจะใช้กำลัง “เป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น และเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่มีต่อชีวิตหรือก่อให้เกิดการบาดเจ็บสาหัส”

ขณะเดียวกัน ทรัมป์ระบุว่าอาจขยายมาตรการปราบปรามไปยังนครชิคาโก และอาจพิจารณาส่งทหารไปยังเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์  อย่างไรก็ตาม ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำฝ่ายค้านเดโมแครตในสภาผู้แทนฯ กล่าวว่าทรัมป์ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการส่งกองกำลังไปยังชิคาโก

เจ้าหน้าที่กลาโหมสหรัฐฯ กล่าวโดยไม่เปิดเผยชื่อว่า มีการวางแผนเบื้องต้นเผื่อกรณีที่ทรัมป์ร้องขอให้ส่งกำลังไปยังชิคาโก แต่ยังไม่มีการสั่งการอย่างเป็นทางการ

เจฟฟรีส์กล่าวหาทรัมป์ว่าเป็นการ “สร้างวิกฤติเทียม” เนื่องจากอัตราอาชญากรรม รวมถึงคดีฆาตกรรมในชิคาโก ลดลงจากปีก่อน เช่นเดียวกับบัลติมอร์ที่สถิติความรุนแรงจากอาวุธปืนลดลงเป็นเลขสองหลัก โดยปีนี้มีคดีฆาตกรรม 84 ราย ต่ำที่สุดในรอบกว่า 50 ปี

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์วิจารณ์เวส มัวร์ ผู้ว่าการรัฐแมรีแลนด์ ว่าล้มเหลวในการจัดการปัญหาอาชญากรรม พร้อมประกาศว่าพร้อมส่งทหารเข้าไป “ทำความสะอาดเมือง” เช่นเดียวกับที่ทำในกรุงวอชิงตัน แม้ทรัมป์จะอ้างว่าการส่งทหารและเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางทำให้อาชญากรรมในกรุงวอชิงตันหมดไป แต่ข้อมูลทางการกลับชี้ว่าอัตราอาชญากรรมในเมืองมีแนวโน้มลดลงอยู่แล้วก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายสหรัฐอเมริกา หมวดที่ 10 ที่เกี่ยวกับกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งเป็นกฎหมายของรัฐบาลกลางที่กำหนดบทบาทของกองทัพสหรัฐฯ มีบทบัญญัติที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีส่งกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเพื่อต่อต้านการรุกราน ปราบปรามการกบฏ หรือบังคับใช้กฎหมาย

ทรัมป์อ้างถึงประมวลกฎหมายนี้ ซึ่งรู้จักกันในชื่อมาตรา 12406 เมื่อส่งหน่วยกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิไปยังรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อต้นปีนี้เพื่อต่อต้านการประท้วง โดยขัดต่อคำคัดค้านของนายแกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐฯ.

ที่มา  Reuters

แพทย์จีนประสบความสำเร็จผ่าตัดเคสสุดยาก ผู้ป่วยหัวเกือบหลุดจากร่าง

แพทย์จีนประสบความสำเร็จผ่าตัดเคสสุดยาก ผู้ป่วยหัวเกือบหลุดจากร่าง

25 ส.ค. 2568 10:04 น.

แพทย์จีนประสบความสำเร็จผ่าตัดเคสสุดยาก ผู้ป่วยหัวเกือบหลุดจากร่าง

คณะแพทย์จีนประสบความสำเร็จในการผ่าตัดเคสสุดยาก เมื่อศีรษะของผู้ป่วยเกือบจะหลุดออกจากลำตัว ในตอนแรกแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิต แต่หลังผ่าตัดกลับฟื้นตัวและอยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกาย

วันที่ 24 สิงหาคม 2568 ทีมแพทย์แผนกศัลยกรรมกระดูกสันหลังส่วนคอของโรงพยาบาลเซี่ยงไฮ้ ฉางเจิง ในนครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดที่พบได้ยากยิ่งให้กับผู้ป่วยรายหนึ่ง โดยผู้ป่วยรายนี้ได้รับบาดเจ็บที่ลำคออย่างรุนแรงจากการกระแทกของแขนกล ส่งผลให้กระดูกสันหลังส่วนคอ (cervical spine) หลุดออกจากกันจนเกือบสมบูรณ์ หรือเรียกได้ว่า ศีรษะของเขาเกือบจะหลุดออกจากลำตัว อย่างไรก็ตามผู้ป่วยรายนี้ ซึ่งในตอนแรกแทบไม่มีโอกาสรอดชีวิต ปัจจุบันกลับฟื้นตัวและอยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกาย

นายแพทย์เฉิน หัวเจียง ผู้อำนวยการแผนกศัลยกรรมกระดูกสันหลังส่วนคอ ผู้มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปี กล่าวว่าเขาเคยพบผู้ป่วยบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังส่วนคอขั้นวิกฤตมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยมีกรณีใดที่รุนแรงมากเท่ากับรายนี้

โดยแพทย์ระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเดือนมิถุนายน ผลกระทบอันรุนแรงจากอุบัติเหตุทำให้เขามีภาวะอัมพาตระดับสูงและหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยการช่วยฟื้นคืนชีพฉุกเฉิน ทำให้สัญญาณชีพอันแผ่วเบาของเขากลับคืนมาได้ จากนั้นแพทย์ได้ค้นคว้าข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ แต่ไม่พบรายงานผู้ป่วยที่มีกระดูกสันหลังส่วนคอเคลื่อนหลุดรุนแรงเช่นนี้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกรณีผู้ที่รอดชีวิตหลังการรักษา  

หลังจากทำการผ่าตัดที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงสูงเกือบ 3 ชั่วโมง ไม่เพียงทีมแพทย์ทำการจัดแนวกระดูกสันหลังส่วนคอที่เคลื่อนหลุดอย่างสมบูรณ์ให้กลับเข้าที่ได้อย่างแม่นยำ แต่ยังได้บุกเบิกเทคนิค “แผ่นโลหะเสริม” (satellite plate) ซึ่งเป็นวิธีการใช้แผ่นโลหะขนาดเล็กเพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างหลัก

โดยนายแพทย์เฉินกล่าวว่า โชคดีที่ระหว่างการผ่าตัดไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่คาดการณ์ไว้เกิดขึ้น และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เฉินกล่าวว่าผู้ป่วยสามารถหยุดใช้ยากระตุ้นความดันโลหิต (vasopressors) ได้ในวันเดียวกับการผ่าตัด และการทำงานของระบบหายใจก็ดีขึ้นโดยไม่มีการติดเชื้อในปอดอย่างมีนัยสำคัญ และด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยสามารถเอาชนะภาวะวิกฤตต่างๆ มาได้ และออกจากโรงพยาบาลได้ในวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา

เกิดเหตุมือมีดไล่แทงคนใกล้ม็อบหนุนปาเลสไตน์ ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม บาดเจ็บ 1 ราย

เกิดเหตุมือมีดไล่แทงคนใกล้ม็อบหนุนปาเลสไตน์ ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม บาดเจ็บ 1 ราย

25 ส.ค. 2568 08:51 น.

เกิดเหตุมือมีดไล่แทงคนใกล้ม็อบหนุนปาเลสไตน์ ในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม บาดเจ็บ 1 ราย

เกิดเหตุมือมีดไลล่แทงคนกลางกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม หลังการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ โดยมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาล ขณะเดียวกันตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว

วันที่ 24 สิงหาคม 2568 เกิดเหตุแทงกันกลางกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม หลังการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ โดยมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส 1 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะเดียวกันตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง มีกลุ่มผู้ชุมนุมหลายสิบคนรวมตัวกันที่ย่านซาตเตอร์แด็กเพลน ใกล้แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ปลาส แซงต์ แคทเธอรีน  ใจกลางกรุงบรัสเซลส์ เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในกาซา

โดยนางอิลเซ ฟาน เดอ เคเร  โฆษกสำนักงานตำรวจกรุงบรัสเซลส์ แคปิตอล-อีเซลส์ เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลในสภาพวิกฤติ ส่วนผู้ก่อเหตุถูกจับกุมไว้ได้ทันที แต่ยังไม่ชัดเจนว่าผู้บาดเจ็บหรือผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมสนับสนุนปาเลสไตน์ ใกล้ที่เกิดเหตุหรือไม่

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับแรงจูงใจหรือสาเหตุที่แท้จริงของการก่อเหตุแทงกันที่เกิดขึ้นในครั้งนี้.

ทรัมป์ขู่ส่งทหารเข้าเมืองบัลติมอร์ เพื่อกวาดล้างอาชญากรรม

ทรัมป์ขู่ส่งทหารเข้าเมืองบัลติมอร์ เพื่อกวาดล้างอาชญากรรม

25 ส.ค. 2568 08:04 น.

ทรัมป์ขู่ส่งทหารเข้าเมืองบัลติมอร์ เพื่อกวาดล้างอาชญากรรม

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ส่งทหารไปเมืองบัลติมอร์ เพื่อกวาดล้างอาชญากรรม หลังผู้ว่าฯ แมรีแลนด์ส่งจดหมายเชิญไปเดินชมเมืองเพื่อแสดงให้เห็นว่า เมืองปลอดภัย ไม่ได้เต็มไปด้วยอาชญากรรมอย่างที่ผู้นำสหรัฐฯ ว่า

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ส.ค. 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาขู่ว่าจะส่งทหารเข้าสู่เมืองบัลติมอร์ เพื่อปราบอาชญากรรม หลังจากก่อนหน้านี้นาย เวส มัวร์ ผู้ว่าการรัฐแมรีแลนด์ออกมาเชิญนายทรัมป์ให้ไปเดินบน “ถนนที่ปลอดภัย” ในบัลติมอร์ เพื่อให้เห็นว่าเมืองแห่งนี้ปลอดภัยต่างจากที่ผู้นำสหรัฐฯ พูด

“หากเวส มัวร์ต้องการความช่วยเหลือ เหมือนที่เกวิน นิวซัม ต้องการที่แอลเอ (ลอสแอนเจลิส) ผมจะส่งทหารเข้าไป ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นกับ (วอชิงตัน) ดี.ซี. ที่อยู่ใกล้ๆ และกวาดล้างอาชญากรรมอย่างรวดเร็ว” นายทรัมป์ระบุบน Truth Social

นี่นับเป็นความพยายามล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะส่งทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิไปยังเมืองต่างๆ ที่ฝ่ายเดโมแครตเป็นผู้ควบคุม โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามอาชญากรรม แต่การเรียกใช้กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิเพื่อบังคับใช้กฎหมายในประเทศเรียกเสียงโจมตีอย่างหนักจากฝ่ายเดโมแครต บางคนถึงขั้นโจมตีว่าเป็นการลุแก่อำนาจ

นายมัวร์ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ออกมาวิจารณ์นโยบายดังกล่าวของนายทรัมป์ โดยระบุว่า ความเห็นของนายทรัมป์เรื่องการต่อสู้กับอาชญากรรมนั้น แสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจและการขาดความรู้

“มันเป็นเพราะพวกเขาไม่ได้มาเดินบนถนนของเรา” นายมัวร์กล่าวก่อนหน้านี้ “พวกเขาไม่ได้อยู่ในชุมชนของเรา และพวกเขายิ่งกว่ายินดีที่จะสร้างภาพจำผิดๆ เกี่ยวกับพวกเรา” พร้อมกับส่งจดหมายเชิญนายทรัมป์ให้มาเดินดูความปลอดภัยบนท้องถนนของเมืองบัลติมอร์

ในวันอาทิตย์ นายทรัมป์โพสต์ข้อความลง Truth Social โดยดูเหมือนจะเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อจดหมายของนายมัวร์ โดยนายทรัมป์ระบุว่า “น่ารังเกียจ” และ “ยั่วยุ”

“ในฐานะประธานาธิบดี ผมอยากให้เขากวาดล้างหายนะอาชญากรรมนี้ก่อนที่ผมจะเดินมากกว่า” นายทรัมป์ระบุ

ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งทหาร 2,000 นายไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของพรรคเดโมแครตแล้ว และทำเนียบขาวก็ระบุว่า มีการจับกุมเกิดขึ้นหลายร้อยครั้งแล้ว นับตั้งแต่ปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมเริ่มต้นขึ้น

ขณะที่นายทรัมป์กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า “ดี.ซี.เคยเป็นหลุมนรก แต่ตอนนี้มันปลอดภัยแล้ว” เขายังเปรยว่าจะส่งทหารไปนครนิวยอร์กกับเมืองชิคาโกด้วย

ขณะที่กระทรวงกลาโหมเพนตากอนยืนยันว่า ทหารที่ก่อนหน้านี้อยู่ในดี.ซี. โดยไม่ติดอาวุธ จะเริ่มพกพาอาวุธแล้ว โดยจนถึงตอนนี้ ทหารที่ถูกส่งไปยังไม่มีส่วนร่วมในปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย แต่ประจำการอยู่ตามจุดสำคัญของเมือง

อนึ่งนายทรัมป์ส่งทหารไปวอชิงตัน ดี.ซี. โดยอ้างสถิติอาชญากรรมที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 2566 ขณะที่นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตันพยายามตอบโต้ว่า สถิติอาชญากรรมลดลงไปอยู่จุดต่ำสุดในรอบ 30 ปี เมื่อปี 2567 และยังคงลดลงเรื่อยๆ ในปี 2568 โดยอาชญากรรมความรุนแรงลดลงถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับของปีก่อน การปล้นก็ลดลง 28%

อีกหนึ่งผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์การส่งทหารของนายทรัมป์ คือนาย ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยของเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งระบุว่า นายทรัมป์ขาดอำนาจทางกฎหมายในการส่งทหารไปยังเมืองอย่างบัลติมอร์และชิคาโก

นายเจฟฟรีส์กล่าวหาด้วยว่า นายทรัมป์กำลังฉวยโอกาสตอนที่ระดับอาชญากรรมในเมืองอย่างบัลติมอร์กำลังลดลง เพื่อสร้างวิกฤต

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc