กัมพูชาปฏิเสธคลิปทหารวางทุ่นระเบิด อ้างฝ่ายไทยจัดฉากหมายใส่ร้าย

กัมพูชาปฏิเสธคลิปทหารวางทุ่นระเบิด อ้างฝ่ายไทยจัดฉากหมายใส่ร้าย

17 ส.ค. 2568 05:43 น.

กัมพูชาปฏิเสธคลิปทหารวางทุ่นระเบิด อ้างฝ่ายไทยจัดฉากหมายใส่ร้าย

ทางการกัมพูชาอ้างว่า คลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นภาพทหารกัมพูชากำลังวางทุ่นระเบิดใหม่ซึ่งเผยแพร่โดยกองทัพไทยนั้น เป็นวิดีโอจัดฉาก เพื่อทำให้สังคมเข้าใจผิด

สำนักข่าว Khmer Times ของกัมพูชารายงานว่า สำนักงานปฏิบัติการและช่วยเหลือเหยื่อทุ่นระเบิดแห่งประเทศกัมพูชา (CMAA) ระบุว่า คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยฝ่ายไทย ซึ่งแสดงให้เห็นทหารที่อ้างว่าเป็นคนกัมพูชากำลังวางทุ่นระเบิดลูกใหม่ เป็นการจัดฉากที่เตรียมการโดยอีกฝ่ายเพื่อกล่าวโทษกัมพูชา

นายลอง โกสล โฆษกของ CMAA ระบุในแถลงการณ์ว่า กัมพูชายืนยันอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่ได้วางและจะไม่วางทุ่นระเบิดใหม่ตามแนวชายแดน เนื่องจากกัมพูชาเป็นภาคีอนุสัญญาออตตาวา หรือเป็นที่รู้จักในชื่อสนธิสัญญาห้ามทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคล “เราขอปฏิเสธวิดีโอปลอมนี้ ซึ่งพยายามจะใส่ร้ายกัมพูชา”

สื่อกัมพูชาอ้างว่า วิดีโอดังกล่าวกำลังถูกตั้งคำถาม และเป็นที่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นการจัดฉากไม่ใช่ของจริง

สื่อกัมพูชาอ้างอีกว่า ผู้สังเกตการณ์และผู้เชี่ยวชาญได้ชี้จุดที่ไม่สอดคล้องกันหลายจุด ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อถือของวิดีโอนี้ลดลง เช่น สภาพการถ่ายทำดูไม่สมจริง, การกระทำของบุคคลในวิดีโอดูขาดความระมัดระวังอย่างที่ควรเกิดขึ้นในปฏิบัติการทางทหารของจริง และการจัดการกับอุปกรณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความไม่ชำนาญ

นอกจากนั้น ฝ่ายไทยอ้างว่าระเบิดในคลิปคือทุ่นระเบิด PMN-2 แต่ภาพอุปกรณ์ที่ปรากฏออกมาในวิดีโอดูเหมือนจะเป็นระเบิดรุ่นอื่น ทำให้เกิดคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น เสียงที่ได้ยินจากฉากหลังซึ่งคอยสั่งการบุคคลที่อยู่ในคลิปเพื่อ “ทำให้ดูสมจริง” ก็ยิ่งตอกย้ำว่านี่คือการแสดงที่มีการจัดฉาก มากกว่าปฏิบัติการจริงๆ

Khmer Times ระบุอีกว่า กองทัพไทยเผยแพร่คลิปวิดีโอนี้โดยไม่ระบุแหล่งที่มาชัดเจน แต่กลับถูกสื่อไทยนำไปนำเสนอเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวอ้างที่ว่า ทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิดใหม่ตามแนวชายแดน ซึ่ง CMAA ของปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง

เมื่อพิจารณารวมกันแล้ว ความไม่สอดคล้องกันเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าวิดีโอดังกล่าวถูกจัดฉากขึ้น โดยมีเจตนาที่จะโยนความผิดให้กับกองทัพกัมพูชา

Khmer Times อ้างด้วยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ข้อกล่าวหาเช่นนี้ปรากฏออกมา ในอดีตเคยมีรายงานว่า ชาวกัมพูชาในจังหวัดสุรินทร์ถูกจับให้ใส่เครื่องแบบทหารกัมพูชา ซึ่งหาซื้อได้ตามท้องตลาดในไทยเช่นที่สงขลา และจัดฉากการยิงหนังสติ๊ก หรือฝึกซ้อมปลอมๆ ก่อนจะนำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ เพื่ออ้างว่าเป็นหลักฐานเรื่องกิจกรรมทางทหารของกัมพูชา

สื่อกัมพูชาอ้างคำพูดของผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตวิดีโอและเทคนิคการจัดฉากที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อด้วยว่า วิดีโอล่าสุดนี้มีร่องรอยทุกอย่างที่ระบุว่า เป็นฉากที่ดำเนินตามบท

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : khmertimeskh

ปูตินเผย คุยกับทรัมป์ “มีประโยชน์มาก” ชี้ใกล้การตัดสินใจที่ถูกต้องมากขึ้น

ปูตินเผย คุยกับทรัมป์ “มีประโยชน์มาก” ชี้ใกล้การตัดสินใจที่ถูกต้องมากขึ้น

17 ส.ค. 2568 04:35 น.

ปูตินเผย คุยกับทรัมป์ “มีประโยชน์มาก” ชี้ใกล้การตัดสินใจที่ถูกต้องมากขึ้น

วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเปิดเผยว่า การพบปะพูดคุยกันของเขากับโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อะแลสกา มีประโยชน์มาก และทำให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้การตัดสินใจที่ถูกต้องมากขึ้น

เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 2568 รัฐบาลเครมลินเปิดเผยว่า หลังกลับจากสหรัฐฯ ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ได้จัดการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากทำเนียบประธานาธิบดี, รัฐบาล, รัฐสภา, คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานต่างๆ เรื่องผลการหารือระหว่างตัวเขากับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา

ปูตินระบุว่า การพบปะกับโดนัลด์ ทรัมป์ มีประโยชน์มาก และพวกเขาหารือกันในเรื่องสงครามในยูเครนเป็นหลัก แต่ก็มีพูดคุยเรื่องความร่วมมือระดับทวิภาคีเกือบทุกด้าน

“ผมขอพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นถูกเวลาและมีประโยชน์มาก” ปูตินกล่าว “เราคุยกันเรื่องการทำงานร่วมกันเกือบทุกด้าน แต่แน่นอนว่าอย่างแรกสุด เราคุยกันถึงความเป็นไปได้ในการแก้ไขวิกฤตยูเครนอย่างเป็นธรรม และแน่นอนว่า เรามีโอกาสพูดเกี่ยวกับต้นกำเนิด เกี่ยวกับสาเหตุของวิกฤต”

“การกำจัดรากของปัญหาเหล่านี้คือพื้นฐานของการทำข้อตกลง” วลาดิเมียร์ ปูติน กล่าว

“ผมขอย้ำอีกครั้ง เรามีโอกาสที่จะแสดงจุดยืนอย่างสงบและละเอียดอีกครั้ง แน่นอนว่าเราเคารพจุดยืนของรัฐบาลอเมริกัน ซึ่งมองเห็นความจำเป็นของการยุติปฏิบัติการทางทหารอย่างรวดเร็ว ซึ่งเราก็อยากให้เป็นเช่นนั้น และอยากก้าวต่อไปสู่การแก้ปัญหาทั้งหมดด้วยสันติวิธี” ผู้นำรัสเซียระบุ

“การสนทนา (กับทรัมป์) นั้น ตรงไปตรงมา, มีสาระประโยชน์ และในความคิดของผม มันทำให้เราเข้าใกล้การตัดสินใจที่ถูกต้องมากขึ้น”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลังเป็นระดับ 5 กระทบหมู่เกาะในแอตแลนติก

เฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลังเป็นระดับ 5 กระทบหมู่เกาะในแอตแลนติก

17 ส.ค. 2568 03:13 น.

เฮอริเคน “เอริน” ทวีกำลังเป็นระดับ 5 กระทบหมู่เกาะในแอตแลนติก

เฮอริเคน เอริน ทวีความรุนแรงเป็นพายุระดับ 5 แล้ว โดยพยากรณ์อากาศคาดว่า มันจะทำให้เกิดฝนตกหนักที่หมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 2568 เฮอริเคน “เอริน” (Erin) กลายเป็นเฮอริเคนลูกแรกในฤดูพายุฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกประจำปี 2568 ที่ทวีกำลังขึ้นสู่ระดับ 5 โดยปัจจุบันมันเคลื่อนตัวอยู่ห่างจากเกาะแองกีลา ไปทางเหนือราว 170 กม. โดยมีความเร็วลมสูงสุดเกือบ 255 กม./ชม.

ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติของสหรัฐฯ (NHC) คาดการณ์ว่า พายุเอรินจะทวีกำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่มันเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกในน่านน้ำทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติกตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ จนเข้าสู่สัปดาห์หน้า

คลื่นทะเลที่เกิดจากอิทธิพลของพายุเอรินจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่บางส่วนทางตอนเหนือของหมู่เกาะลีเวิร์ด, หมู่เกาะเวอร์จิน, เกาะเปอร์โตริโก, เกาะฮิสปันโยลา และหมู่เกาะเติร์กแอนด์เคคอส ตลอดช่วงสุดสัปดาห์นี้ ก่อนที่คลื่นจะกระจายไปถึงหมู่เกาะบาฮามาส, เบอร์มิวดา และชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า

NHC คาดด้วยว่า พายุเอรินจะทำให้เกิดฝนตกหนักทั่วพื้นที่ทางเหนือของหมู่เกาะลีเวิร์ด, หมู่เกาะเวอร์จิน และเปอร์โตริโก ตลอดวันอาทิตย์นี้

เอรินยังทำให้เกิดความกังวลเรื่องไฟป่า โดยนายแอนดรูว์ ซิฟเฟิร์ต นักอุตุนิยมวิทยาอาวุโสขององค์กร บีเอ็มเอส กรุ๊ป (BMS Group) ระบุว่า หากเอรินขยายตัวกลายเป็นไซโคลนเขตร้อนขนาดใหญ่และรุนแรงนอกชายฝั่ง มันอาจส่งลมแล้งรุนแรงไปทั่วภูมิภาค เสี่ยงทำให้ไฟป่ารุนแรงขึ้น

ด้านบริษัทผู้จัดการหลักทรัพย์ “ทเวลฟ์ ซีเคียวริส” (Twelve Securis) คาดการณ์ว่า เฮอริเคนเอรินจะอยู่ห่างจากชายฝั่งมากพอ ทำให้ฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ รอดพ้นจากความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ

พยากรณ์อากาศคาดด้วยว่า พายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวผ่านทางเหนือของหมู่เกาะลีเวิร์ด ก่อนจะเปลี่ยนทิศทางขึ้นเหนือ ระหว่างชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ กับเกาะเบอร์มิวดาในช่วงประมาณวันจันทร์ (18 ส.ค.)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : reuters

สลด เหยื่อน้ำท่วม-ดินถล่มในปากีสถานพุ่งทะลุ 300 ศพแล้ว

สลด เหยื่อน้ำท่วม-ดินถล่มในปากีสถานพุ่งทะลุ 300 ศพแล้ว

17 ส.ค. 2568 01:50 น.

สลด เหยื่อน้ำท่วม-ดินถล่มในปากีสถานพุ่งทะลุ 300 ศพแล้ว

ปากีสถานพบผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ของประเทศแล้วมากกว่า 300 ศพ โดยพยากรณ์อากาศเตือนว่า มรสุมจะทำให้ฝนตกหนักไปจนถึงกลางสัปดาห์หน้า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มหลายจุดเนื่องจากพายุมรสุมในปากีสถาน และในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่ปากีสถานควบคุม เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนในวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 2568 โดยล่าสุดอยู่ที่ 307 ศพแล้ว

ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดไคเบอร์ ปักห์ตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน โดยมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายอย่างน้อย 74 หลัง ขณะที่เฮลิคอปเตอร์กู้ภัย M-17 ตกระหว่างปฏิบัติการ 1 ลำที่เขตบาจอร์ ติดกับชายแดนอัฟกานิสถาน เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย ทำให้ลูกเรือเสียชีวิตยกลำ 5 ศพ

เจ้าหน้าที่ยังพบผู้เสียชีวิต 9 ศพในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่ปากีสถานควบคุม และพบอีก 5 ศพในภูมิภาคกิลกิตบัลติสถาน ทางตอนเหนือ

หน่วยงานสภาพอากาศของรัฐบาลปากีสถานพยากรณ์ว่า ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งหลายพื้นที่ถูกประกาศเป็นเขตภัยพิบัติไปแล้วนั้น จะเผชิญฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 21 ส.ค.

อีกด้านหนึ่ง ในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียควบคุม เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากกองโคลนและซากปรักหักพังได้เพิ่มเติมอีก หลังเกิดน้ำท่วมที่หมู่บ้านบริเวณภูเขาหิมาลัยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดอินเดียพบผู้เสียชีวิตแล้ว 60 ศพ และมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคน

ทั้งนี้ พื้นที่ 3 ใน 4 ของเอเชียใต้จะเผชิญพายุมรสุมในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน ซึ่งมักทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่ม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากทุกปี

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศกำลังทำให้ภัยธรรมชาติทวีความรุนแรงขึ้น เช่นที่จังหวัดปัญจาบของปากีสถาน ซึ่งเป็นที่อยู่ของประชากรเกือบครึ่งของประเทศ มีฝนตกในเดือนกรกฎาคมปีนี้มากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 73%

ไม่เพียงเท่านั้น ภาคเหนือของปากีสถานซึ่งมีธารน้ำแข็งมากที่สุดในภูมิภาค กำลังเผชิญปัญหาธารน้ำแข็งบางลงและขนาดลดลงอย่างรวดเร็ว หมายความว่ามีโอกาสเกิดดินถล่มมากขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย

ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย

17 ส.ค. 2568 00:18 น.

ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย

ทรัมป์พลิกจุดยืนหลังคุยปูติน บอกยูเครนควรมุ่งตรงสู่การทำข้อตกลงยุติสงครามกับรัสเซียเลย ไม่ต้องทำข้อตกลงหยุดยิง ขณะที่เซเลนสกีเตรียมเข้าพบทรัมป์ที่ทำเนียบขาวอีกครั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พลิกจุดยืนครั้งใหญ่ในวันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 2568 โดยระบุว่ายูเครนควรเห็นชอบข้อตกลงยุติสงครามกับรัสเซีย เพราะ “รัสเซียมีอำนาจมากแต่พวกเขาไม่ใช่” หลังจากที่เขาประชุมสุดยอดร่วมกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และล้มเหลวในการทำข้อตกลงหยุดยิง

ในการพลิกจุดยืนครั้งใหญ่นี้ นายทรัมป์กล่าวด้วยว่า เขาเห็นด้วยกับนายปูตินว่า ทางที่ดีที่สุดในการยุติสงครามคือ การมุ่งตรงสู่การทำข้อตกลงสันติภาพ โดยไม่ต้องมีการหยุดยิงก่อน อย่างที่ยูเครนกับชาติพันธมิตรยุโรปเรียกร้อง และเป็นจุดยืนที่สหรัฐฯ เคยให้การสนับสนุน จนกระทั่งนายทรัมป์คุยกับผู้นำรัสเซียเมื่อวันศุกร์

ด้านนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า เขาจะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันจันทร์ที่ 18 ส.ค. 2568 เพื่อหารือก้าวต่อไป ขณะที่ชาติพันธมิตรยุโรปขอบคุณความพยายามของนายทรัมป์ แต่ประกาศว่าพวกเขาจะสนับสนุนยูเครนต่อไป และจะเพิ่มการคว่ำบาตรรัสเซีย พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ รับประกันความมั่นคงให้ยูเครน

ทั้งนี้ นายทรัมป์พบปะพูดคุยกับนายปูตินเป็นเวลาเกือบ 3 ชั่วโมง ที่ฐานทัพในเมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 ส.ค.) โดยนี่เป็นครั้งแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ กับยูเครนพบปะกันโดยตรง นับตั้งแต่สงครามในยูเครนอุบัติขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565

“ทุกฝ่ายลงความเห็นว่า หนทางที่ดีที่สุดในการยุติสงครามอันโหดร้ายระหว่างรัสเซียกับยูเครนคือการมุ่งตรงไปสู่การทำข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งจะเป็นการยุติสงคราม ไม่ใช่แค่การทำข้อตกลงหยุดยิงธรรมดา ซึ่งบ่อยครั้งที่ไม่สามารถรักษาเอาไว้ได้” นายทรัมป์โพสต์บน Truth Social

คาดว่าถ้อยแถลงดังกล่าวของนายทรัมป์จะได้รับการต้อนรับจากฝ่ายรัสเซีย ซึ่งระบุว่าพวกเขาต้องการการยุติสงครามอย่างสิ้นเชิงไม่ใช่แค่การ “หยุด” ในข้อที่ยูเครนกับชาติพันธมิตรยุโรป ต้องการให้มีการหยุดยิงก่อน เพื่อพูดคุยแก้ปัญหาความขัดแย้งในเรื่องต่างๆ ก่อน รวมถึงเรื่องดินแดนของยูเครนที่รัสเซียยึดไปเป็นของตัวเอง

ก่อนที่จะเกิดการประชุมสุดยอดครั้งล่าสุด นายทรัมป์เพิ่งกล่าวว่าเขาคงไม่พอใจจนกว่าจะมีการตกลงหยุดยิง แต่หลังจากนั้นเขากลับเปลี่ยนจุดยืน และกล่าวหลังคุยโทรศัพท์กับนายเซเลนสกีว่า “หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เราจะกำหนดเวลาประชุมกับประธานาธิบดีปูตินอีกครั้ง”

การพบระหว่างนายทรัมป์กับนายเซเลนสกีจะเกิดขึ้นที่ห้องทำงานรูปไข่ที่ทำเนียบขาว ที่ทั้งสองฝ่ายเคยมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงออกสื่อมาแล้วในเดือนกุมภาพันธ์ โดยฝ่ายสหรัฐฯ กล่าวหายูเครนว่าไม่สำนึกบุญคุณ และหลังจากนั้นนายทรัมป์ก็มีสั่งระงับความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนชั่วระยะเวลาหนึ่ง

นายเซเลนสกีกล่าวว่า หลังจากพูดคุยกับนายทรัมป์เป็นเวลานานหลังการประชุมสุดยอดที่อะแลสกา เขาสนับสนุนความคิดเรื่องการพบปะ 3 ฝ่าย และ “ยูเครนขอยืนยันว่าพวกเขาพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่ที่สุดเพื่อบรรลุสันติภาพ”

แต่ฝ่ายนายปูตินไม่ได้พูดถึงการพบปะกับนายเซเลนสกีแต่อย่างใด ในตอนที่เขาพูดกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมกับนายทรัมป์ ขณะที่นาย ยูริ ยูชาคอฟ ที่ปรึกษาของนายปูตินก็บอกกับสำนักข่าว TASS ของรัสเซียว่า ไม่มีการหารือกันเรื่องการประชุม 3 ฝ่าย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

แอร์แคนาดายกเลิกเที่ยวบินกว่า 620 เที่ยวทั่วโลก หวั่นพนักงานหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่

แอร์แคนาดายกเลิกเที่ยวบินกว่า 620 เที่ยวทั่วโลก หวั่นพนักงานหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่

16 ส.ค. 2568 12:32 น.

แอร์แคนาดายกเลิกเที่ยวบินกว่า 620 เที่ยวทั่วโลก หวั่นพนักงานหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่

แอร์แคนาดาประกาศยกเลิกกว่า 620 เที่ยวบินทั่วโลก หลังมีความเสี่ยงที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะนัดหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

สายการบิน แอร์แคนาดา ประกาศยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 620 เที่ยวทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศในวันศุกร์ตามเวลาในท้องถิ่น หลังการเจรจาสัญญาจ้างงานกับสหภาพแรงงานพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินตึงเครียดและมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การนัดหยุดงานครั้งใหญ่สุดในรอบหลายปี 

แอร์แคนาดาเปิดเผยว่า การยกเลิกเที่ยวบินล่าสุดส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารกว่า 100,000 คนทั่วโลก และหากพนักงานต้อนรับราว 10,000 คนหยุดงานจริงในเช้าวันเสาร์นี้ ตามเวลาในท้องถิ่น จะทำให้ผู้โดยสารมากถึง 130,000 คนต่อวันได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในช่วง ฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าร้อน ที่มีความต้องการเดินทางสูง

สายการบินคาดว่า จะต้องระงับเกือบทุกเที่ยวบินภายในเช้าวันเสาร์ ซึ่งอาจทำให้ผู้โดยสารชาวแคนาดาราว 25,000 คนต่อวันติดค้างอยู่ต่างประเทศ

ความขัดแย้งระหว่างแอร์แคนาดา และสหภาพแรงงาน CUPE (Canadian Union of Public Employees) ยืดเยื้อมานานกว่า 8 เดือน โดยประเด็นหลักคือ ค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และการทำงานนอกเวลาเครื่องบินขึ้นบินที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน

ข้อเสนอใหม่ของสายการบินคือการปรับเพิ่มค่าตอบแทนรวม (รวมเงินเดือน สวัสดิการ และบำนาญ) 38% ภายใน 4 ปี ซึ่งแอร์แคนาดา ยืนยันว่าจะทำให้พนักงานต้อนรับมีรายได้สูงที่สุดในประเทศ แต่สหภาพแรงงานมองว่า การปรับขึ้นเพียง 8% ในปีแรกยังไม่เพียงพอท่ามกลางเงินเฟ้อที่สูง

การนัดหยุดงานครั้งนี้สร้างความไม่แน่นอนให้กับผู้โดยสารจำนวนมาก เช่น อเล็กซ์ ลาโรช วัย 21 ปี จากมอนทรีออล ที่เก็บเงินมาตั้งแต่คริสต์มาสเพื่อเดินทางท่องเที่ยวกับแฟนสาวในยุโรป มูลค่าเกือบ 8,000 ดอลลาร์แคนาดา แต่ไฟลต์ไปฝรั่งเศสวันเสาร์นี้เสี่ยงถูกยกเลิก ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปแล้วไม่สามารถคืนเงินได้

ลาโรชเผยว่า แม้ตอนแรกไม่พอใจกับการที่สหภาพจะหยุดงาน แต่เมื่อทราบรายละเอียดเกี่ยวกับค่าแรงที่แทบไม่พอใช้ เขาก็เข้าใจจุดยืนของพนักงานมากขึ้น

ด้านแพตตี ฮาจดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของแคนาดา ได้เข้าหารือทั้งสองฝ่ายเมื่อวันศุกร์ พร้อมเรียกร้องให้เร่งหาข้อยุติ โดยระบุว่าชาวแคนาดาคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่อาจยอมรับได้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดการเจรจายังไม่คืบหน้า โดยสหภาพปฏิเสธข้อเสนอของแอร์แคนาดาที่ต้องการเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการภายใต้การกำกับของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้สหภาพสูญเสียสิทธิ์ในการนัดหยุดงาน

อย่างไรก็ตามแอร์แคนาดา ยืนยันว่าผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบสามารถ ขอคืนเงินเต็มจำนวน ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน และสายการบินจะพยายามจัดหาทางเลือกการเดินทางผ่านสายการบินแคนาดาหรือสายการบินต่างประเทศ แต่ก็เตือนว่าอาจไม่สามารถหาที่นั่งได้ทันที เนื่องจากเที่ยวบินในฤดูกาลท่องเที่ยวเต็มเกือบทั้งหมด

ขณะที่ผู้บริหารสายการบินระบุว่า แม้จะสามารถบรรลุข้อตกลงใหม่ แต่การกลับมาดำเนินงานตามปกติอาจต้องใช้เวลานานถึง 1 สัปดาห์เต็ม.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แอร์แคนาดา

แก๊งโจรบุกปล้นร้านเพชรสหรัฐฯกลางวันแสกๆ กวาดทรัพย์สินกว่า 72 ล้านบาท

แก๊งโจรบุกปล้นร้านเพชรสหรัฐฯกลางวันแสกๆ กวาดทรัพย์สินกว่า 72 ล้านบาท

16 ส.ค. 2568 09:48 น.

แก๊งโจรบุกปล้นร้านเพชรสหรัฐฯกลางวันแสกๆ กวาดทรัพย์สินกว่า 72 ล้านบาท

อุกอาจกลางเมือง แก๊งคนร้ายสวมฮู้ดและหน้ากากปิดบังใบหน้า บุกเข้าปล้นร้านเพชรในซีแอตเทิล ใช้เวลาเพียง 90 วินาที กวาดทรัพย์สินไปได้กว่า 72 ล้านบาท ก่อนหลบหนีลอยนวล

คลิปภาพจากกล้องวงจรปิด ภายในร้านอัญมณีแห่งหนึ่งในย่านเวสต์ซีแอตเทิลของสหรัฐฯ บันทึกเหตุการณ์กลุ่มคนร้าย 4 คน สวมเสื้อฮู้ดและสวมโม่งปิดบังใบหน้า  ใช้ค้อนทุบกระจกประตูหน้าร้านที่ล็อกอยู่อย่างไม่เกรงกลัว โดยขณะเกิดเหตุ ภายในร้านมีพนักงานชายอยู่คนหนึ่ง แต่ก็โดนกลุ่มคนร้ายใช้สเปรย์ไล่หมี และเครื่องช็อตไฟฟ้าเข้าขู่ ก่อนบุกเข้าไปทุบตู้โชว์ภายในจำนวน 6 ตู้ ก่อนจะกวาดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 72 ล้านบาท) ไปได้ในเวลาเพียง 90 วินาที ก่อนจะหลบหนีไปอย่างลอยนวล เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ตำรวจระบุว่า หนึ่งในตู้โชว์มีนาฬิกาหรู Rolex มูลค่ารวมประมาณ 750,000 ดอลลาร์ หรือราว 27 ล้านบาท ขณะที่อีกตู้หนึ่งมีสร้อยคอประดับมรกตมูลค่า 125,000 ดอลลาร์ หรือราว 4.5 ล้านบาท โดยตำรวจจะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้ต่อไป.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ปล้นร้านเพชร

 ขออภัยในความไม่สะดวก ระบบกำลังตรวจสอบการใช้งาน กรุณาลองใหม่อีกครั้ง

สำรวจความเห็นเกี่ยวกับ iPhone รุ่นใหม่ >เพิ่มเติม

ข่าวเด่นดูทั้งหมด

สั่งฟ้อง ดร. กับ 2 นายตำรวจ เอาผิดคดี “ขโมยข้อสอบจุฬา” “ไซเบอร์ 1” ยันตรงไปตรงมา

สั่งฟ้อง ดร. กับ 2 นายตำรวจ เอาผิดคดี “ขโมยข้อสอบจุฬา” “ไซเบอร์ 1” ยันตรงไปตรงมา

อาชญากรรม15:44 น.

"สรวงศ์" เผย "นายกฯ อิ๊งค์" จะไปศาลด้วยตัวเอง ยันเพื่อไทยไม่มีแผนสำรอง

“สรวงศ์” เผย “นายกฯ อิ๊งค์” จะไปศาลด้วยตัวเอง ยันเพื่อไทยไม่มีแผนสำรอง

การเมือง15:21 น.

สลด "พลายขุนศึก" ช้างป่าเขาใหญ่ถูกไฟฟ้าช็อตตาย คาดใช้งวงจับสายไฟฟ้าของชาวบ้าน

สลด “พลายขุนศึก” ช้างป่าเขาใหญ่ถูกไฟฟ้าช็อตตาย คาดใช้งวงจับสายไฟฟ้าของชาวบ้าน

ทั่วไทย15:17 น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์ข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ร้านเพชรปล้นร้านเพชรสหรัฐอเมริกาแก๊งโจรซีแอตเทิลข่าวด่วนข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ ไทยรัฐออนไลน์เรื่องเด่นข่าววันนี้

Sponsored Links

You May Like

คุ้มครองครบ เหมาจ่ายจบ ตั้งแต่รุ่นเล็กถึงรุ่นใหญ่02-022-8222 เฉพาะช่องทางออนไลน์Generali Thailand

เพราะลูกคือคนสำคัญของคุณ คุ้มครองด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย02-022-8222 เฉพาะช่องทางออนไลน์Generali Thailand

บ้านหลุดจำนองในกรุงเทพ 2025: ทางเลือกสำหรับคนมองหาบ้านราคาย่อมเยาLore Filter

“ทรัมป์-ปูติน” คุยจบแยกย้าย ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ สำหรับแนวทางการยุติสงครามยูเครน

"ทรัมป์-ปูติน" คุยจบแยกย้าย ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ สำหรับแนวทางการยุติสงครามยูเครน

16 ส.ค. 2568 07:48 น.

“ทรัมป์-ปูติน” คุยจบแยกย้าย ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ สำหรับแนวทางการยุติสงครามยูเครน

“ทรัมป์-ปูติน” เสร็จสิ้นการหารือสองฝ่ายที่อะแลสกา เพื่อหาทางยุติสงครามยูเครน โดยสองผู้นำกล่าวว่าการเจรจามี “ความคืบหน้าอย่างมาก” แม้จะจบแบบไร้ข้อตกลงใดๆ 

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสก้า ปิดฉากลงโดยไร้ข้อตกลงหยุดยิงในสงครามยูเครน แม้ผู้นำทั้งสองจะกล่าวว่าการเจรจามีความคืบหน้าอย่างมากก็ตาม

โดยทรัมป์เผยหลังการประชุมว่า ยังไม่มีข้อตกลง จนกว่าจะได้ข้อตกลง พร้อมระบุว่าจะโทรศัพท์หารือกับพันธมิตรนาโตและรัฐบาลยูเครนในขั้นต่อไป ก่อนขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ออกจากฐานทัพอากาศเอลเมนดอร์ฟ เวลา 16.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น  กลับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังใช้เวลาในอะแลาสการาว 6 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีปูตินได้ขึ้นเครื่องบินออกจากอะแลาสกาไม่นานหลังปิดการเจรจา รวมเวลาปฏิบัติภารกิจในสหรัฐฯ ราว 5 ชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับรัสเซีย

ด้านนายคีริล ดมิทริเยฟ ผู้แทนเศรษฐกิจระดับสูงของรัสเซีย ระบุว่า สหรัฐฯ ให้การต้อนรับคณะรัสเซียอย่างดี และการประชุมมีผลลัพธ์ในเชิงบวก โดยมีหลายประเด็นที่เห็นพ้อง และหลายเรื่องยังอยู่ระหว่างการเจรจา พร้อมย้ำว่ามีศักยภาพสูงในการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองชาติ แม้จะเผชิญแรงต้านก็ตาม.

รถไฟโดยสารเดนมาร์กชนรถบรรทุกปุ๋ยหมักเหลว ทำให้รถไฟตกราง มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เจ็บเกือบ 20 ราย

รถไฟโดยสารเดนมาร์กชนรถบรรทุกปุ๋ยหมักเหลว ทำให้รถไฟตกราง มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เจ็บเกือบ 20 ราย

16 ส.ค. 2568 05:16 น.

รถไฟโดยสารเดนมาร์กชนรถบรรทุกปุ๋ยหมักเหลว ทำให้รถไฟตกราง มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เจ็บเกือบ 20 ราย

เกิดเหตุรถไฟโดยสารพุ่งชนรถบรรทุกปุ๋ยหมักเหลวบริเวณจุดข้ามทางรถไฟในเมืองทางตอนใต้ของเดนมาร์ก ทำให้รถไฟตกรางอย่างน้อย 2 ตู้ มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 20 ราย ผู้โดยสารกว่า 90 คน หนีตายโกลาหล

 วันที่ 15 สิงหาคม 2568  เกิดอุบัติเหตุรถไฟโดยสารชนรถบรรทุกปุ๋ยหมักเหลว บริเวณจุดตัดทางรถไฟใกล้เมืองทิงเลฟ ระหว่างเมืองทิงเลฟและเมืองคลิปลิฟ  ในเขตจัตแลนด์ตอนใต้ ของเดนมาร์ก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ และบาดเจ็บราว 20 ราย ในจำนวนนี้บางรายถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลด้วยเฮลิคอปเตอร์

ตำรวจเดนมาร์กระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารทั้งหมด 95 คนบนขบวน รวมถึงนักเรียนจากโรงเรียนในเมืองเซอนเนอร์บอร์ก โดยบริษัทเดินรถไฟได้ประกาศหยุดให้บริการเส้นทางระหว่างทิงเลฟ–เซอนเนอร์บอร์ก ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนเยอรมนี

ภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นตู้โดยสารหนึ่งตู้พลิกตะแคงอยู่ข้างราง มีผู้โดยสารยืนรวมตัวอยู่บนแนวรางรถไฟ สื่อท้องถิ่น  รายงานว่าได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ กองกำลังค้นหา และสุนัขดมกลิ่นเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมใช้โดรนสำรวจสถานการณ์

หน่วยงานดูแลโครงสร้างพื้นฐานรางรถไฟแห่งชาติ ยืนยันว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่จุดตัดทางรถไฟ และจากรายงานของสื่อท้องถิ่น มีตู้โดยสารอย่างน้อย 2 ตู้ตกราง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุของการชนครั้งนี้..

“ทรัมป์-ปูติน” พบหารือกันอย่างอบอุ่น ที่รัฐอะแลสกา เพื่อเจรจาแนวทางยุติสงครามยูเครน

"ทรัมป์-ปูติน" พบหารือกันอย่างอบอุ่น ที่รัฐอะแลสกา เพื่อเจรจาแนวทางยุติสงครามยูเครน

16 ส.ค. 2568 04:39 น.

“ทรัมป์-ปูติน” พบหารือกันอย่างอบอุ่น ที่รัฐอะแลสกา เพื่อเจรจาแนวทางยุติสงครามยูเครน

“ทรัมป์–ปูติน” พบปะกันที่รัฐอะแลาสกา เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามยูเครน ลุ้นจบได้ข้อสรุปในวันนี้

วันที่ 16 สิงหาคม 2568  นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดฉากการแบบทวิภาคีที่รัฐอะแลาสกา ว่าด้วยการยุติสงครามยูเครน ที่ยืดเยื้อมากว่า 3 ปี 

โดยทั้งสองผู้นำพบกันด้วยการจับมือกันอย่างอบอุ่นถึง 2 ครั้ง หลังเดินทางถึงฐานทัพเอลเมนดอร์ฟ–ริชาร์ดสัน ในเมืองแองเคอเรจ ก่อนจะโดยสารรถลีมูซีนของทรัมป์ไปยังสถานที่จัดประชุม ซึ่งถือเป็นการพบหารือทวิภาคีครั้งแรกระหว่างสองผู้นำ นับจากการพบหารือที่กรุงเฮลซิงกิ ของฟินแลนด์ เมื่อปี 2561 ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ระบุว่า จะไม่พอใจอย่างมากหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ในวันนี้  

ทางด้านนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ซึ่งไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมซัมมิตครั้งนี้ กล่าวโจมตีว่า แม้ในวันเจรจา รัสเซียก็ยังเข่นฆ่าประชาชน  โดยย้ำว่าควรมีการประชุมร่วมระหว่างผู้นำยูเครน–สหรัฐฯ–รัสเซีย เพื่อหาทางออกอย่างแท้จริง พร้อมเรียกร้องให้ชาติตะวันตกออก “มาตรการคว่ำบาตรใหม่ทันที” หากรัสเซียไม่ยอมรับ “การหยุดยิงโดยพลัน”

ทางด้านนายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดเผยผ่านสถานีทีวีรัสเซียว่า การเจรจาจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6–7 ชั่วโมง ขณะที่ทรัมป์เผยว่าอยากเห็น การพบกันรอบสองในอะแลาสกาโดยเร็ว ระหว่างปูตินกับประธานาธิดียูเครน พร้อมเรียกร้องให้ชาติตะวันตกออก “มาตรการคว่ำบาตรใหม่ทันที” หากรัสเซียไม่ยอมรับการหยุดยิงโดยพลัน.