น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม ปากีฯ-อินเดีย ยอดตายพุ่งเกือบ 260 ศพ

น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม ปากีฯ-อินเดีย ยอดตายพุ่งเกือบ 260 ศพ

15 ส.ค. 2568 23:45 น.

น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม ปากีฯ-อินเดีย ยอดตายพุ่งเกือบ 260 ศพ

ปากีสถาน และอินเดีย เผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม คร่าชีวิตประชาชนรวมเกือบ 260 ศพ บ้านเรือนเสียหายยับ หลายพื้นที่ยังถูกตัดขาด

วันที่ 14 สิงหาคม 2568 หน่วยบรรเทาสาธารณภัยปากีสถาน เปิดเผยว่า ฝนมรสุมกระหน่ำต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม คร่าชีวิตประชาชนแล้วอย่างน้อย 200 ศพ ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้ 180 ศพอยู่ในจังหวัดคีเบอร์ ปัคตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ส่วนพื้นที่แคชเมียร์ ของทางฝั่งปากีสถาน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 9 ศพ ส่วนภูมิภาคกิลกิต-บัลติสถาน เสียชีวิต 5 ศพ

ขณะเดียวกันมีบ้านเรือนของประชาชนถูกน้ำซัดทำลายอย่างน้อย 30 หลัง ขณะที่เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย M-17 ตกระหว่างปฏิบัติภารกิจที่เมืองบาจอร์ เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย คร่าชีวิตลูกเรือ 5 ศพ นอกจากนี้พื้นที่ปากีสถาน-แคชเมียร์มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 9 ศพ ส่วนภูมิภาคกิลกิต-บัลติสถาน เสียชีวิต 5 ศพ ขณะที่ในฝั่งอินเดียของแคชเมียร์ เกิดน้ำป่าซัดหมู่บ้านกลางหิมาลัย เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 60 ราย สูญหายอีกหลายสิบ 

ขณะเดียวกัน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ฝนหนักจะยังคงถล่มภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานต่อไปในสัปดาห์หน้านี้.

นักเดินป่าญี่ปุ่นเสียชีวิตหลังถูกหมีโจมตีในป่าฮอกไกโด

นักเดินป่าญี่ปุ่นเสียชีวิตหลังถูกหมีโจมตีในป่าฮอกไกโด

15 ส.ค. 2568 16:55 น.

นักเดินป่าญี่ปุ่นเสียชีวิตหลังถูกหมีโจมตีในป่าฮอกไกโด

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า นักเดินป่าคนหนึ่งซึ่งถูกหมีสีน้ำตาลโจมตี ถูกพบเสียชีวิตในจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นวันนี้ หรือหนึ่งวันหลังจากมีรายงานว่าเขาถูกหมีทำร้ายและถูกลากเข้าไปในป่า

สื่อท้องถิ่น รวมถึงหนังสือพิมพ์โยมิอุริชิมบุน รายงานว่า นักเดินป่าวัย 20 ปีรายนี้พยายามต่อสู้กับหมีตัวใหญ่ แต่ถูกลาดเข้าไปในป่าใกล้เคียงพร้อมกับขาที่โชกเลือด โฆษกตำรวจท้องถิ่นกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ชายคนดังกล่าวถูกทำร้ายขณะกำลังเดินป่าบนภูเขาราอุสุ บนเกาะฮอกไกโดทางตอนเหนือของญี่ปุ่นเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (14 ส.ค.)

เจ้าหน้าที่รัฐบาลฮอกไกโดกล่าวว่า ในบ่ายวันศุกร์ เขาถูกพบตัวและนำตัวส่งโรงพยาบาล และได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตอย่างเป็นทางการแล้ว เจ้าหน้าที่จากเมืองชาริ ซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาแห่งนี้ บอกกับเอเอฟพีว่า นักล่าสัตว์ยังจับและฆ่าหมีได้ใกล้เส้นทางเดินป่า โดยจะมีการตรวจดีเอ็นเอเพื่อตรวจสอบว่าหมีตัวนี้เป็นต้นเหตุของการตายของเหยื่อหรือไม่

สื่อรายงานว่า พบกระเป๋าสตางค์ที่มีบัตรชื่อชายคนดังกล่าวใกล้กับจุดเกิดเหตุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของฮอกไกโด

สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างคำพูดของตำรวจว่า พบเสื้อขาดที่เปื้อนเลือดที่เชื่อว่าเป็นของเขาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีต้นไม้และดินใกล้เคียงเปื้อนเลือดประปราย สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างคำพูดของตำรวจ ส่วนสิ่งของอื่นๆ ที่ค้นพบ ได้แก่ นาฬิกา หมวก และสิ่งที่ดูเหมือนแก๊สน้ำตา 

ทั้งนี้ จำนวนหมีสีน้ำตาลในฮอกไกโดลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในปี 2023 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1991 ตามการประมาณการที่เผยแพร่ในเดือนนี้ โดย ณ สิ้นปี 2023 มีหมีสีน้ำตาลประมาณ 11,600 ตัว ลดลง 500 ตัวจากปีก่อนหน้า

รัฐบาลฮอกไกโดอ้างถึงการล่าหมีสีน้ำตาลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนมีนาคม 2567 มีจำนวนหมีสีน้ำตาลถูกจับได้ถึง 1,804 ตัว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด.

ที่มา CNA

ชายไทยในสหรัฐฯ ถูกแชตบอต AI “เมตา” ลวงนัดพบ ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

ชายไทยในสหรัฐฯ ถูกแชตบอต AI "เมตา" ลวงนัดพบ ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

15 ส.ค. 2568 14:31 น.

ชายไทยในสหรัฐฯ ถูกแชตบอต AI “เมตา” ลวงนัดพบ ก่อนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ “Thongbue Wongbandue” ชายไทยสัญชาติอเมริกันวัย 76 ปี ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หลังจากถูกนัดเจอโดยแชตบอต AI ของเมตา บนเฟซบุ๊ก ที่เขาเชื่อว่าเป็นหญิงสาวจริง

รายงานระบุว่า ในช่วงเช้าวันหนึ่งในเดือนมีนาคม นาย Thongbue Wongbandue ซึ่งมีอาการป่วยทางสมองจากการเป็นอัมพาตและเพิ่งจะหลงทางในละแวกบ้านที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ กำลังเก็บกระเป๋าเพื่อจะไปเยี่ยมเพื่อนที่นครนิวยอร์ก ด้านภรรยาของเขา นางลินดา รู้สึกเป็นกังวลอย่างมาก เนื่องจากสามีไม่ได้อาศัยอยู่ในนิวยอร์กมานานหลายสิบปีและไม่มีเพื่อนอยู่ที่นั่นอีกแล้ว และเมื่อเธอพยายามสอบถามว่าเขากำลังจะไปหาใคร นาย Thongbue ก็พยายามบ่ายเบี่ยง ทำให้ภรรยาของเขาคิดว่าเขาอาจกำลังถูกหลอกลวงให้เข้าไปในเมืองเพื่อปล้นชิงทรัพย์สิน

ความกังวลของนางลินดากลายเป็นจริง แต่นาย Thongbue ไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของโจร เขาถูกล่อลวงให้ไปพบนัดกับหญิงสาวสวยคนหนึ่งที่เขาคิดว่าได้รู้จักกันทางออนไลน์ แต่ในความเป็นจริง หญิงสาวคนนี้ไม่มีตัวตนอยู่จริง เธอคือ “บิ๊กซิส บิลลี่” (Big sis Billie) ซึ่งเป็นแชตบอต AI ที่สร้างโดยบริษัทเมตา แพลตฟอร์ม ร่วมกับ เคนดัลล์ เจนเนอร์ นางแบบชื่อดัง ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลทางโซเชียลมีเดีย

นาย Thongbue และแชตบอต AI ได้มีการสนทนาแนวโรแมนติกผ่านทางเฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์ โดยแชทบอทได้ยืนยันซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าตนเองมีตัวตนจริงและได้ชักชวนให้เขามาที่อพาร์ตเมนต์ พร้อมระบุที่อยู่ให้ด้วย ในบทสนทนาหนึ่ง บิ๊กซิส บิลลี่ ยังถามนาย Thongbue ด้วยว่า “อยากให้ฉันกอดหรือจูบดีนะ”

ด้วยความรีบเร่งที่จะไปให้ทันรถไฟเพื่อพบเธอ นายทองบือได้ล้มลงใกล้ลานจอดรถของมหาวิทยาลัยรัทเจอร์ส ในนิวเจอร์ซีย์ จนได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะและคออย่างรุนแรง หลังจากการรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจเป็นเวลาสามวัน เขาก็เสียชีวิตลงในวันที่ 28 มีนาคม

ครอบครัวของนาย Thongbue ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวนี้เป็นครั้งแรก พร้อมทั้งแสดงหลักฐานการสนทนาระหว่างเขากับแชตบอตของเมตา เพื่อเตือนให้สาธารณชนตระหนักถึงอันตรายของการที่คนที่ความเปราะบางอาจตกเป็นเหยื่อของ AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะนี้

จูลี่ ลูกสาวของนาย Thongbue กล่าวว่า “ฉันเข้าใจว่าการสร้างสิ่งดึงดูดความสนใจผู้ใช้มีไว้เพื่อการตลาด แต่การที่แชตบอตบอกว่า ‘มาหาฉันสิ’ นั้นเป็นเรื่องที่บ้ามาก” กรณีของนาย Thongbue ชี้ให้เห็นถึงด้านมืดของการปฏิวัติเทคโนโลยี AI ที่กำลังแพร่หลายในโลกธุรกิจและเทคโนโลยี

บริษัทเมตา ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของนาย Thongbue หรือตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุผลที่อนุญาตให้แชตบอตอ้างว่าตนเองเป็นคนจริงหรือเริ่มต้นการสนทนาเชิงโรแมนติก ขณะที่ตัวแทนของเคนดัลล์ เจนเนอร์ ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมตาชี้แจงว่า “บิ๊กซิส บิลลี่ ไม่ใช่เคนดัลล์ เจนเนอร์ และไม่ได้อ้างว่าเป็นเคนดัลล์ เจนเนอร์”

เรื่องนี้สะท้อนถึงประเด็นที่คล้ายกันกับกรณีที่มีการฟ้องร้องบริษัท Character.AI โดยแม่ของเด็กชายวัย 14 ปีในรัฐฟลอริดา ซึ่งอ้างว่าแชตบอตที่เลียนแบบตัวละครจาก “Game of Thrones” เป็นสาเหตุให้ลูกชายของเธอฆ่าตัวตาย ตัวแทนของ Character.AI ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการฟ้องร้อง แต่ระบุว่าบริษัทได้แจ้งให้ผู้ใช้ทราบอย่างชัดเจนว่าตัวตนดิจิทัลไม่ใช่คนจริง และได้กำหนดมาตรการป้องกันการโต้ตอบกับเด็กไว้แล้ว

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของเมตา เคยกล่าวไว้ว่า ผู้คนส่วนใหญ่มีเพื่อนในชีวิตจริงน้อย ซึ่งคนเหล่านี้ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่สำหรับเพื่อนดิจิทัลของเมตา เขาเชื่อว่าแม้แชตบอตจะไม่สามารถมาแทนที่ความสัมพันธ์ของมนุษย์ได้ แต่ก็จะเข้ามาเติมเต็มชีวิตทางสังคมของผู้ใช้เมื่อเทคโนโลยีดีขึ้นและ “ความรู้สึกอับอาย” ในการผูกพันกับเพื่อนดิจิทัลลดลง

หลังจากเหตุการณ์นี้ ครอบครัวของนาย Thongbue ได้ตรวจสอบโทรศัพท์ของเขา และพบข้อความจาก “บิ๊กซิส บิลลี่” ซึ่งเป็นแชตบอต AI โดยในบทสนทนานี้ แม้จะมีข้อความเตือนว่าข้อความเหล่านี้สร้างโดย AI แต่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกเลื่อนออกไปจากหน้าจอได้ง่าย และตลอดการสนทนา บิ๊กซิส บิลลี่ มีเครื่องหมายยืนยันตัวตนสีฟ้า (Blue Check Mark) ซึ่ง Meta ระบุว่าใช้เพื่อยืนยันว่าโปรไฟล์เป็นของจริง ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดได้ง่าย

นางลินดาและลูกสาวของนาย Thongbue ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาไม่ได้ต่อต้านปัญญาประดิษฐ์ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการที่เมตานำมาใช้ จูลี่กล่าวทิ้งท้ายว่า “ทำไมมันถึงต้องโกหก? ถ้ามันไม่ตอบว่า ‘ฉันเป็นคนจริง’ บางทีพ่อก็อาจจะเลิกเชื่อไปแล้วว่ามีคนกำลังรอเขาอยู่ที่นิวยอร์กจริงๆ”


ที่มา REUTERS

นักการเมืองเคารพศาลเจ้ายาสุคุนิ รำลึก 80 ปี ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

นักการเมืองเคารพศาลเจ้ายาสุคุนิ รำลึก 80 ปี ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

15 ส.ค. 2568 13:08 น.

นักการเมืองเคารพศาลเจ้ายาสุคุนิ รำลึก 80 ปี ญี่ปุ่นยอมแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

ญี่ปุ่นรำลึกครบรอบ 80 ปีความพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 2  โดยมีรัฐมนตรีอย่างน้อยหนึ่งคน และประชาชนจำนวนมาก เดินทางไปยังศาลเจ้ายาสุคุนิ ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านของญี่ปุ่นมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของการรุกรานในช่วงสงคราม

ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรญี่ปุ่น และผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว ได้เดินทางมาถึงศาลเจ้ายาสุกุนิในกรุงโตเกียวเมื่อเช้าตรู่ของวันนี้ (15 ส.ค.)

ในบรรดาผู้เสียชีวิตจากสงคราม 2.5 ล้านคนที่ได้รับการรำลึกที่ศาลเจ้าแห่งนี้ มีผู้นำในช่วงสงคราม 14 คน ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในอาชญากรรมสงครามที่ร้ายแรงที่สุด พร้อมด้วยผู้นำอีกกว่า 1,000 คน ที่ถูกศาลฝ่ายสัมพันธมิตรตัดสินว่ามีความผิดหลังจากญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามในปี 1945

จีนและเกาหลีใต้วิพากษ์วิจารณ์การเยือนศาลเจ้ายาสุคุนิของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของญี่ปุ่นในอดีต ซึ่งพวกเขากล่าวว่าเป็นการมองข้ามการกระทำที่โหดร้ายในช่วงสงครามของญี่ปุ่นและทำลายความสัมพันธ์ทางการทูต

โคอิซูมิกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “สิ่งสำคัญคือต้องไม่ลืมแสดงความเคารพต่อผู้ที่สละชีพเพื่อประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นชาติใดก็ตาม ผมเชื่อว่านี่เป็นหลักการที่สำคัญมาก” 

ด้านนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ เข้าร่วมพิธีรำลึกความพ่ายแพ้สงครามในกรุงโตเกียว พร้อมกับสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ  โดยนายโยชิมาสะ ฮายาชิ โฆษกรัฐบาลกล่าวในการแถลงข่าวว่า “วันที่ 15 สิงหาคม เป็นวันไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตในสงครามและรำลึกถึงสันติภาพ รัฐบาลจะยังคงแสดงความกตัญญูต่อผู้เสียชีวิตในสงครามและครอบครัวของพวกเขาต่อไป”

ทั้งนี้ ไม่มีนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใดที่เดินทางไปยังศาลเจ้ายาสุกุนิ ขณะยังคงดำรงตำแหน่ง นับตั้งแต่นายชินโซ อาเบะ ในเดือนธันวาคม 2013 ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวังจากประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ ในขณะนั้น  โดยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนสุดท้ายที่เดินทางเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิ เนื่องในวันครบรอบการยอมแพ้สงครามของญี่ปุ่นคือ จุนอิจิโร โคอิซูมิ บิดาของโคอิซูมิ ในปี 2006

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซานาเอะ ทาคาอิจิ และ ทาคายูกิ โคบายาชิ ก็เดินทางไปที่ศาลเจ้าแห่งนี้เช่นกัน ทั้งคู่ลงสมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแอลดีพีเมื่อปีที่แล้ว

ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น นายอิชิบะยังได้ส่งเครื่องบูชาไปยังศาลเจ้าในวันนี้ โดยเครื่องบูชาที่เขาส่งไปในเดือนตุลาคมก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งเกาหลีใต้ ซึ่งตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นมายาวนาน 35 ปี และจีน ซึ่งดินแดนของทั้งสองประเทศถูกกองทัพญี่ปุ่นยึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

วันครบรอบครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการประชุมกับประธานาธิบดีอี แจ มยอง ของเกาหลีใต้ ซึ่งจะเดินทางเยือนญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาคและความสัมพันธ์ไตรภาคีกับสหรัฐอเมริกา

สื่อญี่ปุ่นยังรายงานว่า สมาชิกรัฐสภาทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นจากพรรคซันเซโตะ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวาจัดของญี่ปุ่นจำนวน 88 คน ได้เดินทางไปยังศาลเจ้ายาสุกุนิ โดยพรรคชูนโยบายต่อต้านการอพยพ ซึ่งพรรคระบุว่าเป็นภัยคุกคามต่อวัฒนธรรมญี่ปุ่น.

ที่มา Reuters

ฮ่องกงเลื่อนการพิจารณาคดี จิมมี ไหล เจ้าพ่อสื่อฝ่ายประชาธิปไตย จากปัญหาโรคหัวใจ

ฮ่องกงเลื่อนการพิจารณาคดี จิมมี ไหล เจ้าพ่อสื่อฝ่ายประชาธิปไตย จากปัญหาโรคหัวใจ

15 ส.ค. 2568 12:13 น.

ฮ่องกงเลื่อนการพิจารณาคดี จิมมี ไหล เจ้าพ่อสื่อฝ่ายประชาธิปไตย จากปัญหาโรคหัวใจ

ผู้พิพากษาฮ่องกงได้เลื่อนการพิจารณาคดีความมั่นคงแห่งชาติของนายจิมมี ไหล เจ้าพ่อสื่อผู้สนับสนุนประชาธิปไตย หลังจากที่ทนายความของเขาระบุว่านายไหลมีอาการใจสั่น ซึ่งถือเป็นการเลื่อนการพิจารณาคดีครั้งที่สองในสัปดาห์นี้

คำแถลงปิดคดีจะเริ่มขึ้นอีกครั้งในวันที่ 18 ส.ค. หลังจากที่ศาลเลื่อนการพิจารณาคดีเพื่อให้นายไหล วัย 77 ปี ได้รับยาและเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

นายไหล ผู้สนับสนุนประชาธิปไตย และผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์แอปเปิลเดลี ซึ่งถูกบังคับให้ปิดตัวลงหลังจากถูกตำรวจบุกค้นและอายัดทรัพย์สินในเดือนมิถุนายน 2021 ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาสองกระทงในข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ และข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการเผยแพร่เนื้อหาปลุกปั่น

โรเบิร์ต ปัง ทนายความของเขากล่าวต่อศาลว่า ไหล มีอาการบางอย่างที่ทำให้เขา “หมดสติ” โดยเสริมว่าเขายอมรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มาเยี่ยมแล้ว แต่การเตรียมการยังคงดำเนินต่อไป

เอสเธอร์ โทห์ หนึ่งในผู้พิพากษากล่าวว่า “เขาไม่ได้รับยาตามที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำหรือเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ดังนั้นฉันจึงรู้สึกกังวลเล็กน้อย”  โดยนายไหล ซึ่งเป็นพลเมืองอังกฤษ ถูกคุมขังเดี่ยวมานานกว่า 1,700 วัน โดยก่อนหน้านี้นายเซบาสเตียน ไหล ลูกชายของเขาได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพที่ทรุดลงของเขา

อัยการแอนโทนี เชา กล่าวต่อศาลว่า ทีมแพทย์ประจำศาลกำลังเตรียมพร้อมอยู่ และจะมีการจัดเตรียมยาและเครื่องตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจให้ก่อนการพิจารณาคดีใหม่ในวันจันทร์

รัฐบาลชาติตะวันตก รวมถึงสหรัฐอเมริกา ได้เรียกร้องให้ปล่อยตัวนายไหลโดยทันที โดยระบุว่าการพิจารณาคดีนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองภายใต้การปราบปรามด้านความมั่นคงแห่งชาติที่ดำเนินมายาวนานหลายปี ทางการฮ่องกงและจีนกล่าวว่าไหลกำลังได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม และประณามรัฐบาลต่างประเทศที่เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์สื่อเมื่อวันที่ 14 ส.ค. ว่า เขาจะ “ทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตเขา”

มีนักการทูตจากอย่างน้อย 7 ประเทศเข้าร่วมการพิจารณาคดี โดยคาดว่าจะใช้เวลา 8 วันในการยื่นคำร้องปิดคดี คาดว่าผู้พิพากษาทั้งสามคนจะปรึกษาหารือกันเป็นเวลาหลายเดือนก่อนที่จะมีคำตัดสิน ซึ่งนานกว่า 5 ปีหลังจากที่นายไหลถูกจับกุมครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2020

นายไหลเดินทางมาถึงศาลวันนี้ โดยสวมเสื้อแจ็คเก็ตกันลมสีขาว เขายิ้มและโบกมือให้ครอบครัวและผู้สนับสนุน ซึ่งบางคนต่อแถวนานหลายชั่วโมงเพื่อรอเข้าฟังการพิจารณาคดี

การพิจารณาคดีความมั่นคงแห่งชาติของเขาเริ่มต้นขึ้นในเดือนธันวาคม 2023  นายไหลกล่าวต่อศาลว่าเขากำลังปกป้องเสรีภาพในการพูดและปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าเขาล็อบบี้สหรัฐฯ ให้คว่ำบาตรฮ่องกงและจีน.

ที่มา Reuters

3 ผู้โดยสารรอดตาย โดรนตกใส่รถยนต์ในรัสเซีย

3 ผู้โดยสารรอดตาย โดรนตกใส่รถยนต์ในรัสเซีย

15 ส.ค. 2568 11:12 น.

3 ผู้โดยสารรอดตาย โดรนตกใส่รถยนต์ในรัสเซีย

พลเรือน 3 คนรอดชีวิตหวุดหวิด หลังจากโดรนของยูเครนตกใส่รถยนต์คันหนึ่งในเมืองเบลโกรอด เมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคที่มีชื่อเดียวกัน ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนยูเครน

วยาเชสลาฟ กลัดคอฟ ผู้ว่าการภูมิภาคเบลโกรอด กล่าวว่า โดรนดังกล่าวพุ่งชนรถยนต์ที่มีพลเรือน 3 คน ทำให้เกิดเพลิงไหม้ ก่อนที่ทั้ง 3 จะได้รับการช่วยเหลือจากผู้อยู่ในเหตุการณ์ และหน่วยกู้ภัยจะดับไฟได้สำเร็จ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เผยแพร่ทางช่องเทเลแกรม อย่างเป็นทางการของนายกลัดคอฟ เผยให้เห็นวินาทีที่โดรนตกใส่รถยนต์ใจกลางเมืองเบลโกรอด

นายกลัดคอฟกล่าวว่า “สถานการณ์อยู่ในภาวะยากลำบากอย่างยิ่ง” และแจ้งให้ประชาชนทราบว่าจากการโจมตีเบลโกรอด ซึ่งเป็นภูมิภาคของรัสเซียที่อยู่ติดชายแดนยูเครนเมื่อเร็วๆ นี้ ทำให้สถานที่สาธารณะและกิจกรรมต่างๆ ในเมืองทั้งหมดจะถูกยกเลิกจนถึงสิ้นสัปดาห์นี้

ส่วนในการโจมตีอีกกรณีหนึ่งในพื้นที่อื่นของเมือง นายกลัดคอฟกล่าวว่าอาคารรัฐบาลแห่งหนึ่งถูกโดรนโจมตีในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งนั้น

โดยรวมแล้ว กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่าโดรนของยูเครน 44 ลำถูกทำลายเหนือพื้นที่ของรัสเซียและดินแดนไครเมียเมื่อคืนนี้.

ที่มา AP

จีนหนุน ไทย-กัมพูชา สร้างความปรองดอง พร้อมยื่นมือช่วยหากทั้งสองฝ่ายต้องการ

จีนหนุน ไทย-กัมพูชา สร้างความปรองดอง พร้อมยื่นมือช่วยหากทั้งสองฝ่ายต้องการ

15 ส.ค. 2568 10:29 น.

จีนหนุน ไทย-กัมพูชา สร้างความปรองดอง พร้อมยื่นมือช่วยหากทั้งสองฝ่ายต้องการ

“หวัง อี้” รมว.ต่างประเทศจีน ประกาศสนับสนุนไทยและกัมพูชาในการคลี่คลายข้อพิพาทตามแนวชายแดน หวังฟื้นความไว้เนื้อเชื่อใจ-มิตรภาพ พร้อมช่วยเหลือตามความประสงค์ของทั้งสองประเทศ

วันที่ 14 สิงหาคม 2568  นายหวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงว่าจีนให้การสนับสนุนประเทศไทยและกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทบริเวณชายแดนอย่างสันติ พร้อมยืนยันพร้อมให้ความช่วยเหลือตามที่ทั้งสองฝ่ายต้องการ

โดยนายหวัง อี้ กล่าวในโอกาสพบปะรัฐมนตรีต่างประเทศไทยและกัมพูชา ที่มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศความร่วมมือล้านช้าง–แม่โขง (Lancang-Mekong Cooperation Foreign Ministers’ Meeting) ที่มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ระบุว่า จีนสนับสนุนให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มการเจรจา สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและฟื้นฟูมิตรภาพระหว่างกัน   

ทั้งนี้ ไทยและกัมพูชาเผชิญความตึงเครียดบริเวณชายแดนยาวนานหลายทศวรรษ และกลับมาร้อนแรงอีกครั้งหลังเหตุปะทะเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา.

ที่มา CNA

จับตา! ลี แจมยอง ประกาศจับมือเกาหลีเหนือ สร้างความเชื่อใจทางทหาร

จับตา! ลี แจมยอง ประกาศจับมือเกาหลีเหนือ สร้างความเชื่อใจทางทหาร

15 ส.ค. 2568 10:23 น.

จับตา! ลี แจมยอง ประกาศจับมือเกาหลีเหนือ สร้างความเชื่อใจทางทหาร

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศเดินหน้าเจรจาเกาหลีเหนือโดยไม่มีเงื่อนไข หวังลดความตึงเครียดและฟื้นความไว้วางใจ แม้เปียงยางเพิ่งยืนยันไม่สนใจฟื้นความสัมพันธ์

ประธานาธิบดี ลี แจมยอง ของเกาหลีใต้ กล่าวในงานครบรอบวันปลดปล่อยจากการปกครองของญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปีว่า จะเคารพระบบการเมืองของเกาหลีเหนือและสร้าง ความไว้วางใจทางทหาร พร้อมย้ำเดินหน้านโยบายเข้าหาเปียงยางด้วยการเปิดเจรจา โดยไม่มีเงื่อนไขล่วงหน้า

คำประกาศนี้มีขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังเกาหลีเหนือเพิ่งยืนยันท่าทีว่าไม่สนใจ ที่จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้

ลี แจมยอง ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มีท่าทีตรงข้ามกับอดีตผู้นำที่ยึดจุดยืนแข็งกร้าว โดยเขาระบุว่า รัฐบาลเกาหลีใต้จะดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่องเพื่อลดความตึงเครียดอย่างเป็นรูปธรรมและฟื้นฟูความไว้วางใจกับเกาหลีเหนือ

การประกาศดังกล่าวถูกจับตาว่าอาจเป็นก้าวแรกสู่การลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี แม้ความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติยังเต็มไปด้วยอุปสรรคทางการเมืองและความมั่นคงก็ตาม.

ที่มา :channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีใต้

“มิน อ่อง หล่าย” ลั่น เลือกตั้งเมียนมา ธ.ค.นี้ จัดแน่นอน แม้ไฟสงครามกลางเมืองยังคุกรุ่น

“มิน อ่อง หล่าย” ลั่น เลือกตั้งเมียนมา ธ.ค.นี้ จัดแน่นอน แม้ไฟสงครามกลางเมืองยังคุกรุ่น

15 ส.ค. 2568 09:30 น.

“มิน อ่อง หล่าย” ลั่น เลือกตั้งเมียนมา ธ.ค.นี้ จัดแน่นอน แม้ไฟสงครามกลางเมืองยังคุกรุ่น

“มิน อ่อง หล่าย” ลั่น เลือกตั้งพม่าปลายปีนี้ “ไม่มีเลื่อน” จัดแน่นอน แม้ไฟสงครามกลางเมืองยังคุกรุ่น พร้อมออกกม.คุ้มครองเลือกตั้ง โทษสูงสุดประหารชีวิต ด้านตะวันตกชี้เป็นเพียงเกมสืบอำนาจ 

วันที่ 14 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวอิรวดี รายงานว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า ประกาศย้ำในที่ประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐว่า การเลือกตั้งทั่วไปของประเทศจะมีขึ้นในเดือนธันวาคมนี้แน่นอน ไม่ว่ากรณีใดๆ เพื่อเปิดทางสู่การจัดตั้งรัฐสภา เลือกประธานาธิบดี และตั้งรัฐบาลชุดใหม่

แม้รัฐบาลทหารอ้างว่าการเลือกตั้งเป็นขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญสู่ประชาธิปไตย แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่าจริงๆ แล้ว เป็นเพียงแผนตอกย้ำอำนาจของกองทัพ ผ่านพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (Union Solidarity and Development Party-USDP) ซึ่งได้เปรียบจากกติกาเลือกตั้งใหม่ ตัดสิทธิพรรคฝ่ายค้านหลัก และยังมีเก้าอี้ทหารในสภาถึง 25%

ขณะเดียวกัน มิน อ่อง หล่าย ยังสั่งการให้พิจารณาคดีฆาตกรรมช่วงเลือกตั้งแบบรวดเร็ว โดยกฎหมายคุ้มครองการเลือกตั้งที่เพิ่งประกาศเมื่อ 29 กรกฎาคม กำหนดโทษผู้ขัดขวางการเลือกตั้งตั้งแต่จำคุก 3 ปี จนถึงประหารชีวิต

ขณะที่กองกำลังต้านรัฐหลายกลุ่ม อาทิ กองทัพอาระกัน (AA) สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และกองทัพปลดปล่อยชนเผ่าตะอ้อง ต่างประกาศไม่ยอมให้จัดเลือกตั้งในพื้นที่ของตัวเอง และพร้อมใช้ทุกวิถีทางขัดขวาง

ด้านประชาคมโลก สหรัฐฯ และชาติยุโรป รวมถึงรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ประณามการเลือกตั้งว่าเป็น ฉากบังหน้า เพื่อสืบอำนาจ ขณะที่มาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนเรียกร้องให้หยุดความรุนแรงก่อนจัดเลือกตั้ง แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีน อินเดีย รวมถึงรัสเซียและเบลารุส กลับส่งสัญญาณสนับสนุน.

ที่มา Irrawaddy

อินโดนีเซียระส่ำ อาหารกลางวันฟรีทำเด็กกว่า 360 คนอาหารเป็นพิษอีกแล้ว

อินโดนีเซียระส่ำ อาหารกลางวันฟรีทำเด็กกว่า 360 คนอาหารเป็นพิษอีกแล้ว

15 ส.ค. 2568 09:30 น.

อินโดนีเซียระส่ำ อาหารกลางวันฟรีทำเด็กกว่า 360 คนอาหารเป็นพิษอีกแล้ว

โครงการอาหารฟรีของอินโดนีเซียทำพิษอีกแล้ว โดยมีเด็กกว่า 360 คนล้มป่วยด้วยอาหารเป็นพิษ หลังรับประทานอาหารกลางวันฟรีตามโครงการของรัฐบาลเข้าไป ถือเป็นครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มโครงการ

เหตุการณ์อาหารเป็นพิษครั้งใหญ่สั่นคลอนโครงการอาหารกลางวันฟรีของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดี ปราโบโว สุเบียนโต ของอินโดนีเซียอีกรอบ โดยคราวนี้มีผู้ป่วยเป็นเด็กนักเรียนถึงกว่า 360 คน ในเมืองสระเกน จังหวัดชวากลาง หลังจากรับประทานอาหารกลางวันฟรีในโรงเรียน 

โครงการนี้เปิดตัวตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่กลับเจอปัญหาอาหารเป็นพิษหลายครั้งทั่วประเทศ มีผู้ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 1,000 คน รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่ถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่โครงการเริ่มต้น

สิจิต ปามุงกัส หัวหน้ารัฐบาลท้องถิ่นสระเกน เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า มีผู้ป่วยทั้งหมด 365 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างอาหารไปตรวจในห้องแล็บแล้ว ขณะที่รัฐบาลจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลทั้งหมดหากจำเป็น

หนึ่งในผู้ป่วย วิซดัน ริดโฮ อาบิมันยู นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนมัธยม กีโมลง 1 เล่าว่า เขาตื่นกลางดึกเพราะปวดท้องรุนแรง ร่วมกับอาการปวดหัวและท้องเสีย โดยเพื่อนๆ ของเขาต่างก็โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่ามีอาการคล้ายๆ กัน

สำหรับเมนูที่คาดว่าเป็นสาเหตุ ได้แก่ ข้าวขมิ้น, ไข่ม้วนหั่นฝอย, เทมเป๊ะทอด, สลัดแตงกวากับผักกาด, แอปเปิ้ลหั่นชิ้น และนมกล่อง โดยอาหารทั้งหมดถูกทำในครัวกลางและกระจายไปยังหลายโรงเรียน

ด้าน ดาดัน ฮินดายานา หัวหน้าสำนักงานโภชนาการแห่งชาติของอินโดนีเซีย ซึ่งกำกับดูแลโครงการนี้ กล่าวว่าหลังเหตุการณ์อาหารเป็นพิษครั้งก่อน ทางการได้ยกระดับมาตรฐานด้านความสะอาดของครัวและระบบขนส่งอาหารแล้ว แต่ยังคงเกิดเหตุซ้ำอีก

ปัจจุบัน โครงการอาหารกลางวันฟรีขยายครอบคลุมผู้รับสิทธิ์แล้วกว่า 15 ล้านคน และมีแผนจะเพิ่มเป็น 83 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้ ด้วยงบประมาณกว่า 171 ล้านล้านรูเปียห์ หรือราว 10.62 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เมืองหนึ่งในจังหวัดชวาตะวันตกเกิดเหตุอาหารเป็นพิษ ทำให้นักเรียนกว่า 200 คนป่วย โดยผลตรวจพบการปนเปื้อนแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และ อี.โคไล ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น

เหตุการณ์นี้กลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญต่อความปลอดภัยของโครงการอาหารกลางวันฟรี ที่แม้จะช่วยเหลือผู้คนนับสิบล้าน แต่ยังเผชิญความท้าทายด้านมาตรฐานอาหารและความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อินโดนีเซีย